<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97686</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2021 17:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2021 17:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บขส.เตรียมแผนจัดรถรับคนเดินทางกลับภูมิลำเนาช่วงสงกรานต์วันละ1.1แสนคน/วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มี.ค.64-นายสัญลักข์ ปัญวัฒนลิขิต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทขนส่งจำกัด (บขส.) เปิดเผยว่าได้ประชุมแผนปฏิบัติการเดินรถในช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 64 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยคาดว่าผู้โดยสารจะเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวจำนวน ในเที่ยวขาไป จากกรุงเทพฯ ไปต่างจังหวัด คาดว่าจะมีการเดินทางจำนวนมากวันที่ 8-10 เม.ย.64 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ บขส. ได้จัดรถโดยสารไว้ที่ 5,500 เที่ยววิ่งต่อวัน รองรับผู้โดยสารที่เดินทางมาใช้บริการสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ 3 แห่ง ได้แก่ สถานีขนสส่งหมอชิต 2, สถานีขนส่งเอกมัย และสถานีขนส่งสายใต้ใหม่สูงสุดได้วันละ 110,000 คนต่อวัน โดยเฉพาะสถานีขนส่งหมอชิต 2 ที่เดียวคาดว่าจะมีผู้โดยสารประมาณ 80,000-90,000 คนต่อวัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเที่ยวขากลับจากต่างจังหวัดเข้ากรุงเทพฯ คาดว่าจะเดินทางสูงสุดในวันที่ 16-19 เม.ย.64 จัดรถโดยสาร 5,200 เที่ยววิ่งต่อวัน รองรับผู้โดยสารได้ถึง 90,000 คนต่อวัน นอกจากนี้ได้มีการจัดรถโดยสารไม่ประจำทาง (รถ 30) หรือรถเสริมอีก 1,500 คัน แบ่งเป็นเส้นทางภาคตะวันออเฉียงเหนือ (อีสาน) 700 คัน ภาคเหนือ 400 คัน ภาคกลาง และ ภาคใต้ 200 คัน ไว้รองรับผู้โดยสารได้ เพื่อไม่ให้ผู้โดยสารตกค้าง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เที่ยวขากลับเข้ากรุงเทพฯ จะมีการประสานงานกับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เพื่อจัดเตรียมรถโดยสารประจำทาง (ขสมก.) ในการรับส่งผู้โดยสารออกจากสถานีหมอชิต 2 ด้วย รวมทั้งประสานรถแท็กซี่เข้ามารับส่งผู้โดยสารออกจากสถานีหมอชิต 2 ให้เพียงพออีกด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสัญลักข์ กล่าวต่อว่า ขณะที่ยอดจองล่วงหน้าช่วงสงกรานต์นั้น ขณะนี้มีการจองไปแล้ว 70% โดยเฉพาะช่วงขาไป วันที่ 8 เม.ย. มียอดจองแล้ว 20% ยังเหลืออีก 80% วันที่ 9 เม.ย. จองแล้ว 80% ยังเหลือ 20% และ วันที่ 10 เม.ย. จองแล้ว 90% ยังเหลือ 10% ผู้โดยสารสามารถจองล่วงหน้าได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้หากเมื่อเที่ยววิ่งปกติถูกจองเต็มทั้งหมดแล้ว แนะนำให้ผู้โดยสารมาซื้อตั๋วโดยสารที่ช่องจำหน่ายตั๋วของ บขส. และ รถร่วม บขส. เท่านั้น เพื่อจำหน่ายตั๋วโดยสารเสริม เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกเอาเปรียบในการจำหน่ายตั๋วโดยสารเกินราคา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในช่วงสงกรานต์ปีนี้ คาดว่าจะมีผู้โดยสารไม่มากเท่ากับการเดินทางช่วงสงกรานต์ปี 62 ที่มีการรองรับผู้โดยสารสูงสุด 140,000 คนต่อวัน และมียอดจองตั๋วโดยสารล่วงหน้าเต็มตั้งแต่ช่วงปลายเดือน มี.ค.แล้ว แต่ปีนี้ยังไม่เต็มเนื่องจากสถานการณ์การแพร่การติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือโควิด-19 ด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ขอความร่วมมือผู้โดยสารที่จะเดินทางช่วงสงกรานต์ โดยเฉพาะที่มาใช้สถานีขนส่งหมอชิต 2 ให้เผื่อเวลาเดินทางประมาณ 2 ชม. เพราะในปีนี้ บขส. จะปล่อยรถขาไปที่สถานีขนส่งหมอชิต 2 แห่งเดียว จากเดิมสงกรานต์จะมีการปล่อยรถขาไปที่กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) อีกแห่งด้วย เพื่อลดความแออัดในสถานีขนส่งหมอชิต 2 ทั้งนี้ที่ปล่อยรถขาไปที่หมอชิต 2 ที่เดียวเนื่องจากมาตรการความปลอดภัย เพราะการที่ปล่อยรถออก 2 จุด ทำให้เรื่องกำลังเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นจะปล่อยรถขาไปที่เดียว เพื่อง่ายต่อการบริหารจัดการและป้องกันโควิด-19 ด้วย อย่างไรก็ตามเน้นย้ำให้สถานีขนส่ง บขส. ทั่วประเทศในช่วงสงกรานต์นี้ ให้จัดรถโดยสารให้เพียงพอต่อผู้โดยสาร และดำเนินการตามมาตรการป้องกันโควิด-19 การ์ดไม่ตก เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้กับในการเดินทาง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97686</URL_LINK>
                <HASHTAG>บขส., วันหยุดเทศกาลสงกรานต์, แผนปฏิบัติการเดินรถสงกรานต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210329/image_big_6061b15f78bda.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6987</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2018 10:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2018 10:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คสช.เอาจริง!เมาขับจับแล้ว3,339รายยึดรถ146คัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 เม.ย.61-พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวว่า วันแรกของเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ การเดินทางสัญจรกลับภูมิลำเนาของประชาชนเป็นไปอย่างหนาแน่นในเส้นทางสายหลัก อาทิ &amp;nbsp;ถนนมิตรภาพ , เพชรเกษม , พหลโยธิน ขณะที่เจ้าหน้าที่กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ตำรวจ ฝ่ายปกครองและจิตอาสา ร่วมกันอำนวยความสะดวกประชาชนตามจุดตรวจและจุดบริการอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะในพื้นที่สถานีขนส่งหลัก ที่เป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทาง เช่น สนามบิน สถานีรถไฟ สถานีขนส่งประจำจังหวัด &amp;nbsp;สถานีขนส่งใน กทม. หมอชิต สายใต้ใหม่ เอกมัย ซึ่งบางแห่งยังมีประชาชนรอการเดินทาง รอขึ้นรถในวันนี้อีกจำนวนหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่ได้ออกตรวจและดูแลความเรียบร้อยในภาพรวม ป้องปรามอาชญากรรม เพื่อให้ผู้เดินทางได้รับความสะดวกและได้เดินทางตามกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถิติตามมาตรการ &amp;ldquo;ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ&amp;rdquo; ในวันแรก 11 เมษายน 2561 &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตรวจพบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทด้วยการดื่มแล้วขับ 3,339 ราย แยกเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนรถจักรยานยนต์ พบการกระทำความผิด 1,864 ครั้ง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยึดรถไว้ 105 คัน &amp;nbsp;ยึดใบขับขี่ 356 ใบ และส่งผู้กระทำผิดดำเนินคดี 1,457 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิด &amp;nbsp;1,475 ครั้ง ยึดรถยนต์ 41 คัน เจ้าหน้าที่ได้ยึดใบขับขี่ไว้ &amp;nbsp;82 ใบ ส่งผู้กระทำความผิดดำเนินคดี 1,259 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากการประเมินสภาพการจราจรวันแรกของการเดินทางช่วงสงกรานต์นี้ พบว่าประชาชนใช้เส้นทางได้อย่างคล่องตัว ความคับคั่งของยานพาหนะมีเป็นช่วงๆ ในพื้นที่ผ่านชุมชนเมืองใหญ่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้พยายามแก้ปัญหาการจราจรที่ชะลอตัวหรือหยุดนิ่งเป็นเวลานานอย่างเต็มที่ เพื่อให้การจราจรเลื่อนไหลไปได้อย่างเหมาะสมและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน อย่างไรก็ตามขอให้ผู้ใช้เส้นทางได้ให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เพื่อให้การเดินทางมีความราบรื่นมากที่สุด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6987</URL_LINK>
                <HASHTAG>-พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง, ยึดรถ, ยึดใบขับขี่, รองโฆษก คสช., รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ, วันหยุดเทศกาลสงกรานต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180412/image_big_5acecf59b8d90.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6775</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2018 20:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลดบาดเจ็บช่วง 7 วันอตร. ต้องรู้รักษาอย่างทันท่วงที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ภาพจำลองการช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บจากการขับขี่รถจักรยานยนต์แบบทันท่วงทีจากทีมสหสาขาวิชาชีพ และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก รพ.กรุงเทพ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;อุบัติเหตุ&amp;rdquo; นำมาซึ่งการบาดเจ็บ การสูญเสียชีวิต หรือความพิการ ผู้บาดเจ็บควรได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและเคลื่อนย้ายนำผู้ป่วยส่งถึงโรงพยาบาลอย่างถูกวิธี เพื่อให้เกิดความปลอดภัย ลดอัตราการเสียชีวิต และลดความพิการของผู้บาดเจ็บ โรงพยาบาลกรุงเทพให้ความสำคัญ และร่วมรณรงค์เนื่องในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยการเตรียมความพร้อมของทีมแพทย์ พยาบาล ทีมสหสาขาวิชาชีพ และเทคโนโลยีในการตรวจรักษาผู้ป่วยที่ทันสมัย เพื่อรับมือกับอุบัติเหตุฉุกเฉินทุกรูปแบบ พร้อมแนะวิธีการดูแลรักษาผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บอย่างถูกวิธี ช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตและลดความสูญเสียในช่วง 7 วันอันตราย โดยเฉพาะอุบัติเหตุฉุกเฉิน กระดูกหักหลายจุด เช่น กระดูกมือ กระดูกขากรรไกรและใบหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(นพ.เอกกิตติ์ สุรการ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.เอกกิตติ์ สุรการ ผู้อำนวยการอาวุโสแผนกฉุกเฉิน และศูนย์อุบัติเหตุกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า &amp;ldquo;สำหรับรายงานสถิติอุบัติเหตุทางถนนระหว่างวันที่ 28 ธ.ค.-3 ม.ค.2561 หรือช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) พบว่า เกิดอุบัติเหตุ 3,841 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 423 ราย ผู้บาดเจ็บ 4,005 คน ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือรถจักรยานยนต์ รองลงมาคือรถปิกอัพ การเข้าช่วยชีวิตผู้ได้รับบาดเจ็บ และการเข้าถึงจุดเกิดเหตุด้วยความรวดเร็วจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะแต่ละนาทีที่ผ่านไป สำหรับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บคือช่วงเวลาระหว่างความเป็นความตาย สิ่งสำคัญสิ่งเดียวที่จะลดโอกาสความสูญเสียในช่วงเวลาวิกฤติเช่นนี้ได้คือ การดูแลรักษาที่เหมาะสมและทันท่วงที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(นพ.วัชระ พิภพมงคล)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ขณะที่ นพ.วัชระ พิภพมงคล ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ ศูนย์กระดูกและข้อกรุงเทพ รพ.กรุงเทพ กล่าวว่า &amp;ldquo;ในกรณีเกิดการบาดเจ็บที่เห็นได้ชัด เช่น กระดูกหัก ข้อเคลื่อน การช่วยเหลือคือพยายามไม่ให้มีการบาดเจ็บเพิ่มขึ้น ผู้ป่วยที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์นอกจากจะพบกระดูกหักแล้วยังพบความเสียหายของเยื่อหุ้มกระดูก เส้นเลือดและเนื้อเยื่อโดยรอบถูกทำลาย กระดูกเกยกัน หรือโค้งงอ ทำให้เจ็บปวดอย่างมากและไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ แต่หลายครั้งคนที่อยู่ใกล้เคียงเห็นคนไข้กระดูกหักงออย่างชัดเจน แล้วหวังดีจับดัดให้เข้าที่โดยขาดความรู้ อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บเพิ่มเติมกับเส้นเลือด เส้นประสาทที่อยู่ใกล้เคียงกับส่วนของกระดูกที่หัก ฉะนั้นสิ่งที่ควรทำคือ ประคองให้อยู่นิ่งที่สุด หากจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ขอให้ประคองส่วนที่หัก หรือให้มีการเคลื่อนตัวน้อยที่สุด เพื่อป้องกันการบาดเจ็บเพิ่ม หากคนเจ็บสามารถตอบคำถามได้ ก่อนขยับขอให้สอบถามก่อนว่ามีอาการปวดคอหรือปวดที่ส่วนหลัง ส่วนเอวหรือไม่ หรือหากไม่แน่ใจ การเคลื่อนย้ายขอให้รอทีมช่วยเหลือ เช่น หน่วยกู้ชีพหรือทีมแพทย์และพยาบาลจะปลอดภัยกว่า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(นพ.ยงค์ศักดิ์ เลียงอุดม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ยงค์ศักดิ์ เลียงอุดม ผู้อำนวยการศูนย์กระดูกและข้อกรุงเทพ รพ.กรุงเทพ กล่าวว่า &amp;ldquo;มือเป็นอวัยวะที่มีความซับซ้อนมาก การทำงานของมือที่สมบูรณ์ ต้องประกอบไปด้วย กระดูกและข้อเล็กๆ เส้นเอ็น เส้นประสาทมือ เส้นเลือด รวมถึงผิวหนัง ปัญหาทางมือที่พบได้บ่อยมีสาเหตุมาจาก 1.อุบัติเหตุ เช่น กระดูกหัก เส้นเอ็นขาด เส้นเลือดขาด เส้นประสาทขาด หรือผิวหนังบอบช้ำ โดยกระดูกส่วนที่หักบ่อยคือ กระดูกนิ้วมือและข้อมือ เพราะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย พบได้จากการเล่นกีฬา อุบัติเหตุทางรถยนต์ หรือ Big Bike รวมไปถึงผู้สูงอายุที่เวลาล้มจะใช้มือยันพื้นป้องกันตัว
2.ปัญหาที่เกิดจากการทำงาน เช่น เส้นเอ็นอักเสบ พังผืดเส้นประสาทที่ข้อมือ นิ้วล็อก (เกิดจากการใช้งานมากไป) การรักษามือจึงมีความซับซ้อนและความละเอียด หลักการรักษาแบ่งออกตามส่วนประกอบสำคัญของมือ คือ &amp;ldquo;กระดูกและข้อ&amp;rdquo; ควรทำให้กระดูกแข็งแรง เพื่อให้เคลื่อนไหวได้เร็วที่สุด หากปล่อยไว้นานยิ่งเคลื่อนไหวช้า ข้อนิ้วก็จะยิ่งยึด (ข้อติด) ได้ง่าย แพทย์จะใส่เหล็กเล็กๆ เข้าไปเพื่อทำการยึดกระดูกมือให้ติดกันได้ไวที่สุด ส่วน &amp;ldquo;เส้นเอ็น&amp;rdquo; ถ้าเอ็นขาดที่มือ หลักการต่อเส้นเอ็นมือคล้ายกันกับกระดูกคือ ต้องต่อให้แข็งแรง เพื่อให้เคลื่อนไหวได้เร็วที่สุด ถ้ายิ่งรักษาช้าก็จะทำให้เกิดแผลหรือผังพืดเป็นในเส้นเอ็น เนื่องมาจากช่องว่างในนิ้วมือค่อนข้างเล็ก หากเกิดแผลเป็นเส้นเอ็นจะเคลื่อนที่ลำบาก ข้อก็จะยิ่งยึดติดง่ายขึ้น เส้นเอ็นส่วนที่เกิดแผลเป็น ถ้ามีความหนาจากแผลเป็นจะทำให้เคลื่อนไหวได้ไม่ดี เพราะฉะนั้นการต่อเส้นเอ็นต้องต่อให้ดี เพื่อไม่ให้เกิดแผลหรือพังผืด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ทพ.ชัยณรงค์ โกศลศุภศิริชัย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ปิดท้ายกันที่ ทพ.ชัยณรงค์ โกศลศุภศิริชัย ทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมกระดูกขากรรไกรและใบหน้า กล่าวว่า &amp;ldquo;ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาโดยมากมักเป็นผู้ป่วยที่ได้รับอุบัติเหตุบริเวณใบหน้า เช่น รถชน รถล้ม หรือถูกทำร้ายร่างกาย การตกจากที่สูง เป็นต้น ปกติแล้วการรักษากระดูกหักถ้ารีบมาเข้ารับการรักษาโดยเร็ว โอกาสทำแล้วประสบผลสำเร็จและได้ผลดีจะมีมากกว่ากรณีที่มาเข้ารับการรักษาช้า สำหรับผู้ป่วยที่ได้รับอุบัติเหตุ ที่บริเวณใบหน้ามักมีอาการบาดเจ็บของสมองร่วมด้วย ซึ่งทีมแพทย์ได้มีการประสานกับศัลยแพทย์ระบบประสาท เพื่อประเมินสภาวะของสมองว่าเหมาะสมสำหรับการผ่าตัดหรือไม่
สำหรับการรับมือกับอุบัติเหตุที่ดีที่สุด โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ที่ประชาชนเดินทางคับคั่ง ต้องเพิ่มความไม่ประมาทและลดความเร็วในการขับขี่รถยนต์ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ สิ่งสำคัญต้องคาดเข็มขัดหรือสวมอุปกรณ์ป้องกันภัยอย่างหมวกกันน็อก ทั้งนี้การเฝ้าระวังเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 7 วันอันตราย ศูนย์อุบัติเหตุกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ มีทีมแพทย์เฉพาะทางสหสาขาที่มีประสบการณ์ประจำโรงพยาบาลตลอด 24 ชั่วโมง สามารถแจ้งเหตุฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงที่เบอร์โทร.1724 ศูนย์แจ้งเหตุฉุกเฉิน BDMS Alarm Center และเบอร์สายด่วน โทร.1669.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6775</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 วันอันตราย, BDMS Alarm Center, คุณภาพชีวิต, ทพ.ชัยณรงค์ โกศลศุภศิริชัย, นพ.ยงค์ศักดิ์ เลียงอุดม, นพ.วัชระ พิภพมงคล, นพ.เอกกิตติ์ สุรการ, ลดอัตราการเสียชีวิต, ลดอุบัติเหตุ, วันหยุดเทศกาลสงกรานต์, ศูนย์อุบัติเหตุกรุงเทพ, ศูนย์แจ้งเหตุฉุกเฉิน, สตรี, โรงพยาบาลกรุงเทพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180409/image_big_5acb6390cee53.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
