<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105313</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2021 06:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2021 06:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไอติม&#039; ยกกรณีครบ 1 ปี &#039;วันเฉลิม&#039; ความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความไม่ยุติธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย. 64 - นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ &amp;quot;ไอติม&amp;quot; &amp;nbsp;แกนนำกลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า โพสต์ข้อคววามลงในเฟซบุ๊ก เมื่อวานนี้ มีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความไม่ยุติธรรม : ครบ 1 ปี การหายตัวของคุณวันเฉลิม ปัญหาการบังคับสูญหาย และความสัมพันธ์กับอีกหลายปัญหาทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิถุนายนปีที่แล้ว &amp;ldquo;คุณวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์&amp;rdquo; หายตัวไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนถึงวันนี้ผ่านมาครบ 1 ปี เรื่องนี้ยังไม่มีอะไรคืบหน้า ท่ามกลางความรู้สึกหดหู่ของสังคม คงไม่มีใครเจ็บปวดไปกว่าครอบครัวของคุณวันเฉลิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่การต่อสู้เพื่อค้นหาความจริงเกี่ยวกับการหายตัวไปของคุณวันเฉลิม มีความล่าช้ามาถึง 1 ปี สิ่งที่หลายคนอาจไม่ทราบ คือการต่อสู้เพื่อให้ประเทศไทยมีกฎหมายการบังคับบุคคลให้สูญหาย มีความล่าช้าไปเกือบ 10 ปี หลังจากประเทศไทยลงนามใน &amp;ldquo;อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ พ.ศ.2549&amp;rdquo; ตั้งแต่ พ.ศ. 2555 แต่ยังไม่มีการออกกฎหมายเพื่อดำเนินการตามข้อตกลงของอนุสัญญาแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ตอนนี้ จะมีร่างกฎหมายการบังคับบุคคลให้สูญหายถึง 4 ร่าง แต่หลายฝ่ายก็ตั้งข้อสังเกตว่าร่างของคณะรัฐมนตรี (ซึ่งเป็นร่างที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดที่จะถูกบังคับใช้) มีความสอดคล้องกับหลักสากลน้อยที่สุด จึงเป็นเรื่องที่ทั้งสังคมต้องช่วยกันจับตาและยกขึ้นมาตีแผ่ ไม่ปล่อยให้กลไกในรัฐสภาซึ่งปัจจุบันแทบจะถูกควบคุมได้อย่างเบ็ดเสร็จโดยรัฐบาล ยึดแต่เนื้อหาจากร่างของ ครม. เพียงอย่างเดียวโดยปราศจากการรับรู้และการท้วงติงจากสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นเรื่องคุณวันเฉลิมและการบังคับบุคคลให้สูญหาย เป็นประเด็นที่สะท้อนการเมืองภาพใหญ่ของประเทศไทยได้เป็นอย่างดี ในแง่ของการแสดงให้เห็นถึง (ในมุมหนึ่ง) ความตื่นตัวของประชาชน ที่ออกมาเรียกร้องหลักสิทธิมนุษยชนมากขึ้น แต่ (ในอีกมุมหนึ่ง) โครงสร้างและกลไกรัฐที่กลับถดถอยลง และไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นและความหวังให้แก่ประชาชนว่าพวกเขาจะได้รับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ประเด็นเรื่องคุณวันเฉลิมและการบังคับบุคคลให้สูญหาย ยังมีความเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องอื่นๆ ด้านการเมือง ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการยกเลิกมาตรา 279&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำสั่งต่างๆของ คสช. เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาเรื่องการบังคับบุคคลให้สูญหาย ในกรณีคุณวันเฉลิม เราต้องร่วมกันทำความเข้าใจกับสังคมในวงกว้าง ว่าคุณวันเฉลิมไม่ใช่อาชญากร แต่สาเหตุสำคัญที่ทำให้เขาต้องเดินทางไปอาศัยในประเทศเพื่อนบ้าน คือการไม่ไปรายงานตัวตามคำสั่ง คสช. ในช่วงที่ประเทศถูกปกครองโดยรัฐบาลที่มาจากคณะรัฐประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ยังมีอีกหลายคำสั่งที่มีเนื้อหาขัดกับหลักการสิทธิมนุษยชนและอาจนำไปสู่การบังคับบุคคลให้สูญหาย อย่างเช่น คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 13/2559 ที่ให้อำนาจเจ้าพนักงานควบคุมตัวบุคคลได้ไม่เกิน 7 วัน และยังเป็นฝ่ายกำหนดเงื่อนไขในการปล่อยตัว เป็นการเปิดช่องให้อาจเกิดการบังคับบุคคลให้สูญหายมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่แทนที่เมื่อ คสช. หายไป คำสั่งเหล่านี้จะหายตาม มาตรา 279 ในรัฐธรรมนูญ 2560 กลับเขียนให้ทุกคำสั่งของ คสช. ถือว่าชอบด้วยกฎหมาย ถึงแม้จะขัดกับหลักสิทธิมนุษยชนที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ 2560 เองก็ตาม ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าอันตรายมาก เพราะเท่ากับทำให้คำสั่ง คสช.มีสภาพเหนือรัฐธรรมนูญ ถูกต้องตามกฎหมายไปตลอดกาล ดังนั้น การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อยกเลิกมาตรานี้ เป็นสิ่งที่จำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. การปฏิบัติตามหลักสากลและกฎหมายระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การออกกฎหมายเกี่ยวกับการบังคับบุคคลให้สูญหาย เป็นเรื่องที่ไทยควรต้องดำเนินการภายหลังลงนามในอนุสัญญาฯ แต่ผ่านมาเกือบ 10 ปี กฎหมายดังกล่าวก็ยังไม่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตรงนี้เป็นเพียงหนึ่งตัวอย่างจากอีกหลายกรณี ที่รัฐบาลไทยมีความบกพร่องในการดำเนินการตามหลักสากล เหมือนกับการรับมือและการสลายการชุมนุมหลายครั้งในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ที่มีการกระทำโดยรัฐ ที่ขัดกับแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติว่าด้วยการใช้อาวุธที่มีความร้ายแรงต่ำในการบังคับใช้กฎหมาย (United Nations Human Rights Guidance on Less-Lethal Weapons in Law Enforcement) ของ OHCHR (อ่านต่อ: https://www.facebook.com/paritw/posts/5058667324146974)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก และปัญหาของกฎหมายอาญา มาตรา 112&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนที่ต้องออกจากประเทศไทยไปลี้ภัยในต่างแดน หลายคนมีต้นเหตุมาจากการโดนหมายจับคดี 112 ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีหลายปัญหา ไม่ว่าจะเป็นความหนักของโทษ (จำคุก 3-15 ปี) ที่หนักกว่ากฎหมายลักษณะเดียวกันในประเทศอื่นที่ใช้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ไม่ว่าจะเป็นปัญหาในเชิงการบังคับใช้ ซึ่งไม่ได้มีการวางขอบเขตชัดเจนระหว่างการ &amp;ldquo;วิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริต&amp;rdquo; กับการ &amp;ldquo;ดูหมิ่น หมิ่นประมาท และอาฆาตมาดร้าย&amp;rdquo; ที่ทำให้ในทางปฏิบัติ หลายคนที่แม้จะวิจารณ์โดยสุจริต ก็ถูกตัดสินว่าผิด หรือ ปัญหาของการเปิดช่องให้ใครๆ ก็สามารถกล่าวโทษและฟ้องคนอื่นได้ ซึ่งทำให้ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งฝั่งตรงข้าม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. การเรียกร้องความโปร่งใสและความรับผิดชอบทางการเมืองของรัฐบาล และการกำจัดวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายครั้งที่ประชาชนมีคำถามเกี่ยวกับการดำเนินการของรัฐในด้านต่างๆ โดยเฉพาะด้านสิทธิมนุษยชน รัฐบาลมักไม่สามารถ หรือไม่พร้อมตอบคำถามอย่างละเอียดและตรงไปตรงมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ว่าสาเหตุจะเป็นเพราะรัฐบาลมีประเด็นที่ต้องการปกปิด เพราะรัฐบาลขาดความโปร่งใสในการดำเนินการ หรือขาดความรับผิดชอบทางการเมืองในฐานะตัวแทนประชาชน วัฒนธรรมเช่นนี้ ทำให้ประชาชนเริ่มขาดความศรัทธากับกลไกรัฐและกระบวนการยุติธรรมมากขึ้น และหล่อเลี้ยงให้ &amp;ldquo;วัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด&amp;rdquo; คงอยู่กับสังคมไทย เพราะความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความอยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. การปกป้องสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของทุกคน ไม่ว่าจะมีความเห็นทางการเมืองตรง หรือ ต่างจากเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปกป้องสิทธิไม่ใช่เรื่องที่เราพึงกระทำเฉพาะกับคนที่คิดแบบเดียวกับเราเท่านั้น เพราะ &amp;ldquo;สิทธิ&amp;rdquo; โดยพื้นฐาน เป็นสิ่งที่ทุกคนควรได้รับการคุ้มครอง ไม่ว่าคุณจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับเขา ไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่ชอบเขา และ ไม่ว่าเขาจะเป็นตัวแทนของคนทั้งประเทศ หรือ เขาเป็นเพียงคนเดียวที่ยืนอยู่อย่างเดียวดาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราทุกคนมีหน้าที่ออกมายืนยันสิทธิของคนที่เห็นต่างจากเรา ไม่น้อยกว่า คนที่เห็นเหมือนกับเรา มันจึงไม่สำคัญเลยว่าคุณมีความคิดทางการเมือง เหมือน หรือ ต่าง จากคุณวันเฉลิม แต่เราต้องออกมาปกป้องและยืนยันสิทธิของคนทุกคนเท่าเทียมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณวันเฉลิม จึงเป็นเรื่องที่เราไม่อาจเพิกเฉยหรือปล่อยให้ผ่านเลยไป แต่ต้องช่วยกันเรียกร้อง ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือเห็นต่างจากเขา เพราะหากวันหนึ่ง เรื่องเลวร้ายแบบนี้เกิดขึ้นกับเราหรือคนใกล้ตัว สังคมจะเหลือใครมาช่วยปกป้องสิทธิให้ ถ้าเราไม่ช่วยปกป้องสิทธิของกันและกันตั้งแต่วันนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105313</URL_LINK>
                <HASHTAG>1ปีวันเฉลิม, บังคับให้สูญหาย, พริษฐ์ วัชรสินธุ, วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์, สิทธิมนุษยชน, อุ้มหาย, ไอติม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210321/image_big_6056be4076137.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105261</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2021 15:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 15:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แอมเนสตี้ฯ โวยหนึ่งปีผ่านไป ยังไม่มีความยุติธรรมให้ &#039;วันเฉลิม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย.64 - แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงกระทรวงยุติธรรมขอให้เร่งรัดการดำเนินคดีและออกกฎหมายที่สอดคล้องกับหลักการสากลเพื่อยุติการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย และเรียกร้องทางการไทยเริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อการบังคับบุคคลให้สูญหายกรณีวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักกิจกรรมชาวไทยที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา หลังไม่มีความคืบหน้าจากทางการกัมพูชา และทำกิจกรรม &amp;ldquo;1 ปี เราไม่ลืม &amp;nbsp;#หนึ่งปีต้องมีความยุติธรรมให้วันเฉลิม&amp;rdquo; เนื่องในวาระครบรอบหนึ่งปีการหายตัวไปของวันเฉลิม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนักกิจกรรมแอมเนสตี้ ประเทศไทยและครอบครัววันเฉลิมได้ร่วมสวมเสื้อฮาวาย ใส่หน้ากากวันเฉลิม พร้อมยืนถือป้าย #หนึ่งปีต้องมีความยุติธรรมให้วันเฉลิม เป็นเวลา 12 นาที เพื่อรำลึกถึง 12 เดือนที่วันเฉลิมได้หายตัวไป รวมถึงเพื่อทวงคืนความยุติธรรม และร่วมกันส่งเสียงเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยุติการสร้างความหวาดกลัวจากการถูกบังคับให้สูญหาย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวว่า วันนี้ครบรอบหนึ่งปีการหายตัวไปของวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ แต่ยังไม่มีความยุติธรรมให้กับเขาและครอบครัว เห็นได้ชัดว่า ทางการกัมพูชาล้มเหลวในการสอบสวนเพื่อให้ทราบชะตากรรมและที่อยู่ของวันเฉลิม และไม่สามารถปฏิบัติตามพันธกรณีด้านกฎหมายที่จะต้องดำเนินการสอบสวนอย่างเหมาะสมต่อการบังคับบุคคลให้สูญหายที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นเเนลจึงขอเรียกร้องให้กระทรวงยุติธรรมติดตาม ผลักดันและให้คำมั่นเพื่อปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายให้สอดคล้องกับอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการทรมานและการประติบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรมหรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี และอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลอดทั้งเร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมสอบสวนคดีพิเศษและสำนักงานอัยการสูงสุด ดำเนินการสอบสวนและค้นหาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน เคารพสิทธิในการเข้าถึง ความยุติธรรมของผู้เสียหายและครอบครัว นำตัวคนผิดมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรมที่เป็นขธรรม และยุติวัฒนธรรมการลอยนวลพ้นผิดจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ร้ายแรง เช่น การทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลขอเรียกร้องให้ทางการไทยให้เริ่มการสอบสวนอย่างเป็นอิสระด้วยตนเอง โดยให้อัยการสูงสุดร่วมมือกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ เริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อการบังคับบุคคลให้สูญหายกรณีนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ตามมาตรา 20 ของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ประกอบกับมาตรา 3 และมาตรา 21 พระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 และเพื่อประกันความเป็นอิสระและความน่าเชื่อถือของการสอบสวนครั้งนี้ ขอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เข้ามามีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิดในการสอบสวนครั้งนี้ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถึงเวลาแล้วที่ทางการไทยต้องเข้ามาทำหน้าที่ และดำเนินการสอบสวนอย่างรอบด้าน อย่างไม่ลำเอียง และเป็นอิสระต่อการบังคับบุคคลให้สูญหายซึ่งเกิดขึ้นกับพลเมืองของตนเองในระหว่างที่อยู่ต่างประเทศ เพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีผู้ลี้ภัยชาวไทยหลายคนถูกบังคับให้สูญหายในประเทศเพื่อนบ้าน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการสอบสวนที่เป็นอิสระอย่างแท้จริง โดยปราศจากการแทรกแซงของรัฐบาล&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ยังย้ำข้อเรียกร้องที่มีต่อคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (AICHR) ให้ดำเนินการอย่างจริงจังมากขึ้น เพื่อประสานความร่วมมือระหว่างประเทศในอาเซียน เพื่อให้เกิดมาตรการความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ต่อกรณีผู้เสียหายจากการบังคับให้สูญหาย รวมทั้งการค้นหา ระบุตำแหน่งที่อยู่ ปล่อยบุคคลที่ถูกบังคับให้สูญหายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การที่อาเซียนและ AICHR ยังนิ่งเฉยทั้งที่เกิดการบังคับบุคคลให้สูญหายข้ามพรมแดนภายในภูมิภาค เป็นเรื่องน่าละอายและถือเป็นความร่วมมือระดับภูมิภาคที่เลวร้ายสุดครั้งหนึ่ง การลอยนวลพ้นผิด ความอยุติธรรมและการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวางเกิดขึ้นได้เพราะความเพิกเฉยขององค์กรระดับภูมิภาค ถึงเวลาแล้วที่อาเซียนต้องแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนต่อการบังคับบุคคลให้สูญหาย&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105261</URL_LINK>
                <HASHTAG>วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์, แอมเนสตี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201203/image_big_5fc8e2b70ba88.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105253</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2021 14:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 14:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3 นิ้วริมน้ำ จี้ &#039;บิ๊กตู่&#039; รับผิดชอบ &#039;วันเฉลิม&#039; หายตัว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย.64 - เมื่อเวลา11.30 น. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มโมกหลวงริมน้ำ นำโดย นายโสภณ สุรฤทธิ์ธำรง สมาชิกกลุ่ม We Volunteer น.ส.มณฑาทิพย์ ศรีสุนทร ยื่นจดหมายถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมเรียกร้องให้แสดงความรับผิดชอบต่อการหายตัวของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ หรือต้าร์ ครบ 1 ปี โดยให้เร่งตามหาตัว พร้อมคืนความเป็นธรรมให้กับประชาชนที่ถูกคสช.และรัฐบาลชุดนี้คุกคาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.มณฑาทิพย์ อ่านแถลงการณ์ ว่า นายวันเฉลิม ถูกกล่าวหาคดีฝ่าฝืนคำสั่งเรียกรายงานตัวของ คสช. เมื่อปี 2557 คดีผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เมื่อปี 2561 กรณีโพสต์ข้อความบิดเบือนให้ร้ายรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เกี่ยวกับการปราบปรามยาเสพติด และคดีเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ ในยุคคสช.แต่พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้าคสช.ขณะนั้น และผู้เกี่ยวข้อง ไม่เหลียวแลทั้งที่คสช.มีส่วนในการคุกคาม จนต้องลี้ภัยไปประเทศกัมพูชา กลายเป็นผู้ลี้ภัยทางการเมืองตลอดเวลา1ปีเต็ม ไม่เห็นถึงความพยายามในการตามหา หรือดำเนินการช่วยเหลือจากรัฐบาล เพื่อรักษาสวัสดิภาพของประชาชน รวมถึงคืนความเป็นธรรมให้กับประชาชนที่ถูกดำเนินคดีโดยคสช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กลุ่มโมกหลวงริมน้ำ ขอให้พล.อ.ประยุทธ์ รับผิดชอบในฐานะผู้บริหารประเทศ และในฐานะผู้มีส่วนร่วมในการดำเนินคดีนายวันเฉลิม และกดดันให้เขาต้องลี้ภัย นำไปสู่การถูกอุ้มหาย &amp;nbsp;โดยเร่งสืบสวนและตามหานายวันเฉลิม ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ และคณะมักกล่าวว่ารักชาติ จะนำความสุขสงบมาสู่ประเทศ หากเห็นความสำคัญของชาติจริงอย่างที่กล่าวอ้าง ขอให้คืนความยุติธรรมกลับสู่ประชาชน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นตัวแทนกลุ่มโมกหลวงฯได้หย่อนจดหมายเปิดผนึกผ่านตู้ไปรษณีย์ หน้าทำเนียบรัฐบาล ไปถึงพล.อ.ประยุทธ์ ก่อนแยกย้ายเดินทางกลับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105253</URL_LINK>
                <HASHTAG>We Volunteer, วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์, ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์, สิทธิมนุษยชน, โมกหลวงริมน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210604/image_big_60b9d69d9250d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96583</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2021 14:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2021 14:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พี่สาววันเฉลิม ยื่นหลักฐานให้อัยการสอบคดีการหายตัวของน้องชาย หลังยื่นศาลกัมพูชาแล้วแต่ในไทยไม่คืบหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มี.ค.64 - เมื่อเวลา 13.10 น. &amp;nbsp;ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ น.ส.สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาวของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ หรือต้าร์ ผู้สูญหายในประเทศกัมพูชา พร้อม น.ส.พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม เดินทางมายื่นหลักฐานสำคัญให้อัยการสูงสุด ขอให้สอบสวนกรณีการหายตัวไปของนายวันเฉลิม เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 2563 ซึ่งได้ยื่นต่อศาลพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 2563 แล้ว เพื่อให้อัยการสูงสุดมีคำสั่งให้พนักงานอัยการสอบสวนคลี่คลายคดีดังกล่าวร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ต่อไป โดยมีนายกฤษฎา กสานติกุล รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นผู้แทนรับเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส สิตานัน เปิดเผยว่า ตนทราบมาว่าอัยการสูงสุดได้ทำหนังสือแจ้งไปยังดีเอสไอว่าเหตุไม่เกิดที่กัมพูชา ดีเอสไอจึงถามข้อมูลที่ได้จากกัมพูชา เรื่องผ่านไป 9 เดือน คดีโยนกันไปมา ไม่สืบสวนสอบสวนจริงจัง หลักฐานที่นำมายื่นให้อัยการนี้ มีรูปภาพ พาสปอร์ต บัญชีเงินฝากธนาคาร และหลักฐานทางราชการที่รัฐบาลรู้อยู่แล้วว่านายวันเฉลิมอยู่ที่ไหน เราหาหลักฐานเองทุกอย่าง อยากได้ความยุติธรรมคืน การจะได้หลักฐานยากมาก หน่วยงานรัฐไม่ช่วยเหลือเลย ทั้งนี้ นายวันเฉลิมไม่เคยมีคู่ขัดแย้งใดๆ นอกจากรัฐบาลไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน น.ส.พรเพ็ญ กล่าวเสริมถึงหลักฐานว่า มีการโทรคุยไลน์ขณะนายวันเฉลิมถูกอุ้ม มีภาพกล้องวงจรปิด พยานบุคคลที่เห็นบุคคลคนติดอาวุธ และเห็นทะเบียนรถ แต่ทางการกัมพูชาระบุทะเบียนไม่มีในสารบบ และเจ้าหน้าที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด 16 ตัว ไม่พบบุคคลคล้ายนายวันเฉลิม ซึ่งขัดกับหลักฐานที่เราได้มา จึงขอให้อัยการสูงสุดรับพิจารณาเป็นคดีนอกราชอาณาจักร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96583</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ, วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์, อัยการสูงสุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210319/image_big_6054515c747d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96471</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2021 14:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2021 14:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พี่สาววันเฉลิม จ่อยื่นหลักฐานชิ้นสำคัญให้อัยการสูงสุด ยืนยันน้องชายถูกบังคับสูญหาย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มี.ค.64 - นางสาวพรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม เปิดเผยว่าวันที่ 19 มี.ค.นี้ที่ สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารเอ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ &amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร นางสาวสิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พร้อมด้วยทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และมูลนิธิผสานวัฒนธรรม จะเข้ายื่นหลักฐานสำคัญที่เคยส่งให้ศาลชั้นต้นแห่งกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว กับอัยการสูงสุด กรณี นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ น้องชายถูกประทุษร้ายและบังคับสูญหายระหว่างอยู่ในประเทศกัมพูชา โดยการเข้าพบอัยการครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรก ภายหลังกลับจากประเทศกัมพูชา เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเกี่ยวกับการสูญหายของ นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 2563 นางสาวสิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนถึงอัยการสูงสุด ให้ดำเนินการสอบสวนคดีการหายตัวไปของ นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ดังกล่าว แต่เมื่อทางการกัมพูชาได้แจ้งว่า นายวันเฉลิม ไม่ได้หายไปในขณะที่อยู่ในประเทศกัมพูชา ทางอัยการสูงสุดจึงได้ส่งเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษสืบสวนสอบสวนคดีดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้น ในการเข้าพบอัยการสูงสุดครั้งนี้ นางสาวสิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ จะนำส่งพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงทั้งหมดเพื่อยืนยันว่า นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ได้ถูกบังคับให้สูญหายไป ขณะที่อยู่ในประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 2563 ดังที่ได้ให้ถ้อยคำและพยานหลักฐานไว้แก่ ศาลชั้นต้นแห่งกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ในวันที่ 8 ธ.ค. 2563 เพื่อให้อัยการสูงสุดมีคำสั่งให้พนักงานอัยการสอบสวนเพื่อคลี่คลายคดีดังกล่าวร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษต่อไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96471</URL_LINK>
                <HASHTAG>บังคับให้สูญหาย, พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ, วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์, อุ้มหาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201203/image_big_5fc8e2b70ba88.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82678</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/11/2020 14:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/11/2020 14:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรียกร้องกรรมการสิทธิฯ ปกป้องนักเคลื่อนไหวการเมือง ผิดหวังเพิกเฉยหน้าที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;3 พ.ย.63 - เวลา 11.00น. ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ&amp;nbsp;(กสม.)&amp;nbsp;เครือข่ายภาคประชาชนที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นำโดย น.ส.สิตานันท์ สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาวของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ น.ส.ทิพอัปสร แก้วมณี นักศึกษาม.รามคำแหง นายศิริ นิลพฤกษ์ และนายดนย์ ทาเจริญศักดิ์ ยื่นหนังสือผ่านนายชนินทร์ เกตุปราชญ์ ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและติดตามการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เรียกร้องให้ กสม.ปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องคุ้มครองสิทธิของประชาชนโดยเฉพาะนักกิจกรรมทางการเมืองที่มีการเคลื่อนไหวในขณะนี้ เนื่องจากเห็นว่าตลอดระยะเวลาที่มีการชุมนุม กสม.ละเลยเพิกเฉยต่อปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน ไม่ได้มีการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่รัฐธรรมนูญ กฎหมาย และหลักการปารีส ที่เป็นหลักสากลเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของสถาบันสิทธิมนุษยชนระดับชาติบัญญัติไว้&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;น.ส.ทิพย์อัปสร กล่าวว่า ขณะนี้ความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นเป็นที่จับตาขององค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการปฏิบัติหน้าที่ของกสม.ที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบการละเมิดสิทธิการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน แต่กลับพบว่าการชุมนุมเคลื่อนไหวของกลุ่มประชาชน และเยาวชน ในช่วงที่ผ่านมา กลับมีการจับกุมแกนนำ โดยเจ้าหน้าที่รัฐที่ไม่แสดงตน มีการใช้กำลังเข้าบังคับ ไม่ให้สิทธิในการประกันตัว มีความพยายามที่จะขออายัดตัวสอบสวนแกนนำที่พักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ทั้งที่แกนนำเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหา อีกทั้งมีการใช้ความรุนแรงในการสลายการชุมนุม สถานการณ์เหล่านี้เปราะบาง และสุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งสังคมคาดหวังจะเห็นบทบาทของกสม.ในการตรวจสอบ แต่ที่ผ่านมากลับพบว่าละเลยเพิกเฉย ซึ่งทางเครือข่ายรู้สึกผิดหวังและเสียใจ จึงต้องการมาเรียกร้องให้กสม.ปฏิบัติหน้าที่ตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้องบัญญัติไว้&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ด้านนายชนินทร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชี้แจงว่า ในช่วงที่ผ่านมานับแต่มีการชุมนุมเกิดขึ้น กสม.มีออกแถลงการณ์เพื่อสื่อสารไปถึงรัฐบาลและผู้ชุมนุม มีข้อเสนอแนะให้สองฝ่ายยึดหลักสิทธิมนุษยชน เพื่อให้ทุก เพื่อให้การแก้ปัญหาความขัดแย้งอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม ไม่ใช่ใช้มาตรการที่รุนแรงกับผู้ชุมนุม รวมทั้งให้รัฐดูแลความปลอดภัยของผู้ชุมนุม ตลอดจนคำนึงถึงสิทธิขั้นพื้นฐานในกรณีผู้ชุมนุมที่ถูกควบคุมตัว และมีการตั้งคณะทำงานเฝ้าระวังการละเมิดสิทธิซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนเป็นคณะกรรมการตรวจสอบเข้าไปติดตามตรวจสอบเมื่อมีการชุมนุมทุกครั้งมีการส่งเจ้าหน้าที่ลงไปเก็บข้อมูลว่ามีการละเมิดสิทธิหรือไม่ เพื่อนำมาจัดทำรายงานข้อเสนอแนะ ของคณะทำงานเฉพาะเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง ยืนยันว่า กสม.เฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ส่วนที่มีการร้องเรียนให้ กสม.เข้าไปคุ้มครองสิทธิในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งก็มีการร้องเรียนทั้ง 2 ฝ่าย กสม.จึงตั้งคณะทำงานเป็นรายกรณี ที่จะต้องรับฟังพยานหลักฐาน ส่วนบุคคลที่ถูกจับกุมดำเนินคดี ตรวจสอบแล้วไม่พบว่าถูกทำร้ายร่างกาย ซึ่งกสม.ได้ขอให้เจ้าหน้าที่รัฐดูแลในเรื่องสิทธิขั้นพื้นที่ และสิทธิในกระบวนการยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการชี้แจงทางแกนนำเครือข่ายก็ได้ยกตัวอย่างการละเมิดสิทธิของเจ้าหน้าที่รัฐกรณีนักศึกษารามคำแหงถูกกลุ่มคนเสื้อเหลืองระหว่างการชุมนุมที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งผ่านมา 2 สัปดาห์ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังจับกุมคนกระทำผิดไม่ได้ แต่ในกรณีของ ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล หรือผู้กองปูเค็ม ถูกทำร้ายร่างกายที่ จ.ฉะเชิงเทรา ตำรวจกลับจับตัวผู้กระทำความผิดได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงกรณีการหายตัวไปของนายวันเฉลิม &amp;nbsp;สัตย์ศักดิ์สิทธิ์&amp;nbsp;ที่ประเทศกัมพูชา ซึ่งขณะนี้ผ่านไป 5 เดือน ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ ซึ่งนายชนินทร์ กล่าวว่า เรื่องของนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง อยู่ในการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบ ส่วนกรณีของนายวันเฉลิม ทางกสม.ได้ประสานกับกระทรวงการต่างประเทศในการติดตาม ซึ่งจากข้อมูลล่าสุดที่ได้รับก็ระบุว่า ทะเบียนรถที่ปรากฏอยู่ในภาพไม่อยู่ในระบบ ขณะเกิดเหตุที่ทำให้นายวันเฉลิมหายตัว ไม่มีใครพบเห็นที่จะเป็นพยานได้ ซึ่งกระทรวงต่างประเทศก็ได้มีการแจ้งความคืบหน้าให้ทางกสม.และญาติทราบเป็นระยะ&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ด้านน.ส.สิตานันท์ กล่าวว่า พรุ่งนี้จะครบ 5 เดือนที่น้องชายหายตัวไป ถ้าถามว่ารัฐบาล และกสม.ทำอะไรบ้างก็มีแค่การแจ้งข้อมูลของกระทรวงการต่างประเทศดังกล่าว ซึ่งกสม.เป็นองค์กรอิสระแต่ทำงานใต้รัฐบาล จะเรียกว่าองค์กรอิสระได้อย่างไร วันนี้ที่ตนยังตามหาวันเฉลิม ยังมีความหวัง ไม่ว่าจะเจอในลักษณะใดก็ตาม แต่ตนเป็นพี่สาวที่ออกตามน้องที่หายไป แต่วันนี้ก็กลับถูกคุกคามจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ ติดตามตัวตลอดเวลาทั้งที่ไม่ได้กระทำความผิด ซึ่งตนรู้ว่าเป็นหน่วยงานใด มีภาพถ่ายหมด แต่ไม่รู้จะไปร้องหน่วยงานไหน เพราะไม่มั่นใจในกระบวนการยุติธรรมไทย ขณะแกนนำเยาวชนที่ออกมาชุมนุมตามสิทธิในขณะนี้กลับถูกจับกุมตัว แล้วไม่ให้ประกันตัว อย่างนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน มีคดีติดตัวกว่า 80 คดี ในโลกนี้มีประเทศไหนที่ยัดข้อหาได้ขนาดนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82678</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201103/image_big_5fa0ff93444fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76101</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2020 21:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2020 21:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แดงหมิ่นแตกเละ! &#039;ผู้พันสู้&#039; แฉ &#039;ปวิน&#039; จอมเผด็จการใช้ข้อมูลเท็จใส่ร้ายสถาบัน หักหลังผู้ลี้ภัยด้วยกันเอง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ส.ค.63 - นายชนินทร์ คล้ายคลึง หรือ ผู้พันสู้ อดีตนายทหารกองทัพอากาศที่ถูกให้ออกจากราชการและถอดยศ และอดีตแกนนำเสื้อแดงสายฮาร์ดคอร์ ซึ่งหลบหนีคดี 112 โพสต์เฟซบุ๊กออกมาแฉนายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ว่ามีคนมากมายที่มีความรู้สึก ปวินเป็นเผด็จการ เพียงแต่มันไม่มีปืนและกำลังทหารใจกล้าพร้อมตาย มีแต่ลูกสมุนปากหมาด่าชาวบ้านในมือเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปวินมีพฤติกรรมการใส่ร้าย ตั้งแต่ด่าเจ้าเอามันโดยไม่ใช้ข้อมูลที่แท้จริง เลือกปฏิบัติ ยันใส่ร้ายผู้ร่วมอุดมการณ์ทางการเมือง นักกิจกรรม นักข่าว จนเลวร้ายที่สุด ใส่ร้ายปล่อยข่าวกล่าวหาผู้ลี้ภัยแบบตัวผมเองที่ยังคงลำบาก และต้องระวังภัยด้วยตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พฤติกรรมแบบนี้ อันตรายที่จะคบหาและให้ความไว้วางใจได้ ผมไม่กล้าไปตัดสินว่าตัวเขา เป็นคนดี หรือเลว เพราะผมเป็นคริสเตียนที่เชื่อฟัง และศรัทธาต่อพระเจ้า และพยายามดำเนินตามพระเยซูคริสต์ที่เป็นแบบอย่าง&amp;nbsp;ใครที่มีโอกาสตักเตือนมัน ฝากพระธรรมแมทธิว บทที่ 7 ข้อที่ 1-5 ไปเตือนสติมันด้วย&amp;nbsp;สำหรับตัวผมเองให้อภัย แต่ขออย่าให้มีการกระทำแบบนี้กับผู้อื่นอีก ผมไม่ตัดสินใคร ปล่อยชีวิตมันไว้ในพระหัตถ์ของพระเจ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสาเหตุที่นายชนินทร์ คล้ายคลึง ไม่พอใจนายปวินอย่างมากสืบเนื่องจากกรณีนายวันเฉลิม&amp;nbsp;สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งหลบหนีคดีอยู่ในประเทศกัมพูชา ได้หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2563 ซึ่งมีกระแสข่าวว่าถูกอุ้มหายไปจากหน้าคอนโดฯ ที่พักอาศัยในกรุงพนมเปญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นมีผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ Hong Chenshan ซึ่งปกปิดตัวตน&amp;nbsp;ออกมาเปิดเผยแหล่งกบดานของเหล่าแกนนำ นปช.&amp;nbsp;และความสัมพันธ์คนเสื้อแดงกับมาเฟียในพื้นที่ ก่อนที่จะปิดเฟซบุ๊กในภายหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรากฏว่า นายปวินได้ระบุว่า นายชนินทร์ หรือผู้พันสู้เป็นอวตารเปิดเฟซบุ๊กชื่อ&amp;nbsp;Hong Chenshan แฉที่ตั้งขบวนการผู้ลี้ภัย ทำให้นายชนินทร์ต้องออกมาปฏิเสธว่า ไม่เป็นความจริง ไม่มีประโยชน์อะไรที่ตนเองจะไปทำแบบนั้น เพราะที่ผ่านมาตนเองใช้ชีวิตอยู่อย่างยากลำบากและเก็บตัวเงียบๆไม่ยุ่งกับใคร ส่วนใหญ่ในแต่ละวันใช้เวลาเล่นเกม ไม่เคยเขียนเรื่องที่ตั้งนายวันเฉลิมตามที่ถูกกล่าวหาใส่ร้ายป้ายสี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนายปวินแล้ว ก็ยังมีนายปกรณ์ พรชีวางกูร หรือ บุ๊ง เครือข่ายคนเสื้อแดงที่กล่าวหาผู้พันสู้เช่นเดียวกัน ทำให้ตัวเขาต้องถูกด่าทออย่างรุนแรง ส่วนผู้พันสู้ได้โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงหลายครั้ง รวมทั้งโจมตีนายปวินและนายปกรณ์ว่าปล่อยข่าวปลอมและไม่ยอมออกมาขอโทษหรือรับผิดชอบใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76101</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัมพูชา, ชนินทร์ คล้ายคลึง, นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์, ปกรณ์ พรชีวางกูร, ผู้พันสู้, ผู้ลี้ภัย, วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200831/image_big_5f4d05155ce9d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
