<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46079</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประหารเสี่ยอ้วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลสั่งประหารเสี่ยอ้วน มือปืนและคนขับรถ ฆ่าน้องสปาย น้องฟอส ที่เขาชีจรรย์ ปรานีลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต ส่วนสมุนอีก 3 คนเจอคุกลดหลั่นกันไป พร้อมให้ชดใช้ครอบครัวผู้ตาย 1.4 ล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 กันยายนนี้ ศาลจังหวัดพัทยานัดอ่านคำพิพากษาคดีนายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน พร้อมพวกรวม 6 คน ร่วมกันฆ่า น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือน้องสปาย อายุ 20 ปี กับนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือฟอส อายุ 21 ปี ที่หน้าองค์พระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ หมู่ 6 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2561 โดยจำเลยทั้ง 6 ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำจังหวัดชลบุรี และถูกเบิกตัวไปฟังคำพิพากษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันนี้ นางวันเพ็ญ นาเมืองรักษ์ แม่ของน้องสปาย ซึ่งเดินทางมารับฟังคำพิพากษา กล่าวว่า อยากให้ศาลลงโทษสูงสุดกับจำเลยทุกคน หรือประหารเสี่ยอ้วนคนบงการ แต่ไม่ว่าศาลจะตัดสินอย่างไรก็เคารพในคำตัดสิน จะไม่อุทธรณ์คดี แต่หากฝั่งจำเลยอุทธรณ์ก็จะสู้ให้ถึงที่สุดเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาศาลพิพากษาให้ประหารชีวิตนายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน นายเกียรติศักดิ์ สุรางค์แสงมีบุญ หรือบอล คนขับรถฮอนด้า ซีอาร์วี พาเสี่ยอ้วนกับทีมมือปืนไปก่อเหตุ และนายณรงค์ วรินทรเวช หรือบ่าว มือปืนที่เสี่ยอ้วนจ้างวาน แต่จำเลยทั้ง 3 ให้การเป็นประโยชน์ จึงลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต ส่วนนายสายันต์ ศรีสุข หรือยัน มือชี้เป้า สั่งจำคุกตลอดชีวิต แต่ให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษเหลือจำคุก 50 ปี ขณะที่นายจิรศักดิ์ อุนัยบัน หรือป๊อบปี้ ทำหน้าที่ขับรถคุ้มกันทีมเสี่ยอ้วนและตามประกบกลุ่มผู้ตาย และนายกฤษณะ ศรีสุข หรือมด คนคุ้มกันเสี่ยอ้วน สั่งจำคุกคนละ 16 ปี พร้อมให้จำเลยที่ 1-6 ชดใช้ค่าเสียหายให้กับครอบครัวนายอนันตชัย หรือฟอส จำนวน 732,000 บาท และครอบครัว น.ส.ปวีณา หรือน้องสปาย จำนวน 731,400 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคดีนี้ กลุ่มคนร้ายดักยิง น.ส.ปวีณา หรือสปาย และนายอนันตชัย หรือฟอส เสียชีวิต ขณะกำลังเดินขึ้นรถหลังทั้งคู่เดินทางมาท่องเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนที่จังหวัดชลบุรี การสืบสวนของตำรวจพบว่าคนวางแผนก่อเหตุคือนายปัญญา หรือเสี่ยอ้วน โดยมีสาเหตุมาจากเรื่องชู้สาว ก่อนวันเกิดเหตุ 2 วัน เสี่ยอ้วนเดินทางจากสนามบินภูเก็ตมาลงเครื่องที่สนามบินอู่ตะเภา ก่อนนัดกับลูกน้องทีมสังหารลงมือก่อเหตุ แล้วหลบหนีไปยังประเทศกัมพูชา ทางด่านชายแดนจังหวัดสระแก้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาศาลจังหวัดพัทยาออกหมายจับนายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน อายุ 39 ปี กับพวก ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน, พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งตำรวจได้ติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 6 ไว้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวน เสี่ยอ้วนยอมรับลงมือก่อเหตุเพราะแค้นใจที่ถูกสปายและฟอสหลอกลวงมาตลอด 3 ปี ว่าเป็นเพื่อนสนิทกัน ทั้งที่ทั้งคู่คบหากันในฐานะคนรัก เมื่อรู้ความจริงจึงโกรธแค้น ต้องการล้างแค้นคนทั้งคู่ เพราะได้โอนเงินให้สปายและครอบครัวเป็นค่าเลี้ยงดูรวม 7 ล้านบาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46079</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปวีณา นาเมืองรักษ์, วันเพ็ญ นาเมืองรักษ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนันตชัย จริตรัมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190918/image_big_5d822cd34429a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14460</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมายจับ&#039;เสี่ยอ้วน&#039; ฆ่า2ศพเขาชีจรรย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวบแล้วคนชี้เป้าฆ่าคู่รักหนุ่มสาวที่เขาชีจรรย์ สารภาพรับจ้าง &amp;quot;เสี่ยอ้วน&amp;quot; 2 หมื่นคอยส่งพิกัด ศาลออกหมายจับแล้วพร้อมสมุน คาดยังหลบอยู่ในประเทศ พบปมแค้นปรนเปรอให้ฝ่ายหญิงเป็นล้าน แต่กลับถูกเทเลยสั่งตาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อบ่ายวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่จังหวัดชลบุรีเพื่อติดตามความคืบหน้าคดีคนร้ายบุกยิง น.ส.ปวีณา หรือปราย นาเมืองรักษ์ และนายอนันชัย หรือฟอส จริตรัม เสียชีวิตบริเวณลานจอดรถ บริเวณพระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ ขณะที่มีกระแสข่าวสะพัดว่าตำรวจสามารถติดตามจับกุมคนร้ายได้ 1 คน ซึ่งต่อมา พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ร่วมกับ พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.เชษฐา โกมลวรรณะ รอง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เปิดแถลงข่าวว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเมื่อวันที่ 29 ก.ค.61 เวลาประมาณ 16.21 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาจอมเทียนได้รับแจ้งเหตุชาย-หญิงถูกยิงด้วยอาวุธปืนเสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณลานจอดรถฝั่งตรงข้ามพระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จากการตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุ พบศพผู้เสียชีวิตจำนวน 2 ศพ คือ น.ส.ปวีณา หรือปราย นาเมืองรักษ์ อายุ 20 ปี และนายอนันชัย จริตรัม อายุ 20 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. นอนเสียชีวิตคู่กันอยู่ข้างรถโตโยต้า อินโนวา สีขาว หมายเลขทะเบียน ฎง 6941 กทม. โดยพบปลอกกระสุนตกกระจัดกระจายรอบศพ จำนวน 7 ปลอก และหัวกระสุน จำนวน 3 นัด ในรถยนต์คันดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.2, กก.สส.ภ.จว.ชลบุรี และ สภ.นาจอมเทียน ได้แสวงหาและรวบรวมพยานหลักฐานจนทราบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุคือ นายปัญญา หรืออ้วน ยิ่งดัง, นายจิรศักดิ์ อุนัยบัน และนายสายันต์ หรือยัน ศรีสุข ได้ร่วมกันวางแผนและลงมือก่อเหตุร้ายดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขออนุมัติศาลจังหวัดพัทยาเพื่อออกหมายจับบุคคลทั้งสาม ในความผิดฐาน &amp;ldquo;ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัวนายสายันต์ หรือยัน ศรีสุข ตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ลงวันที่ 30 ก.ค.2561 โดยเป็นบุคคลที่คอยรายงานความเคลื่อนไหวของผู้ตายทั้งสองให้นายปัญญา หรืออ้วน กับพวกทราบ จนกลุ่มนายปัญญาตามมาก่อเหตุร้ายดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติเปิดเผยว่า จากการรวบรวมพยานหลักฐาน นายสายันต์นับเป็นผู้ต้องหาตัวแปรสำคัญในการนำไปสู่ผู้บงการสั่งฆ่า และมือลั่นไกที่ยังหลบหนีอยู่ในประเทศ โดยให้การรับสารภาพว่า รับเงินว่าจ้างชี้เป้าจำนวน 20,000 บาท จากนายปัญญา ยิ่งดัง หรือ &amp;quot;เสี่ยอ้วน บางลา&amp;quot; เจ้าพ่อเมืองภูเก็ต เจ้าของสถานบันเทิงหลายแห่ง เพื่อคอยส่งพิกัดที่อยู่ทางไลน์ให้เสี่ยอ้วนรู้ความเคลื่อนไหวตลอดเวลา ในการจะมาอุ้มตัวน้องปราย แต่กับพลิกลิ้นรัวยิงทั้งคู่ดับดิ้นแทน ขณะนี้สืบทราบมีผู้ร่วมทีมอีก 1 ราย คือ นายจิรศักดิ์ อุนัยบัน เบื้องต้นได้ขออนุมัติหมายจับศาลจังหวัดพัทยาที่ 334/2561 ลงวันที่ 30 ก.ค.61 ในความผิดฐาน &amp;ldquo;ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;rdquo; ซึ่งอยู่ในระหว่างติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี ส่วนผู้ใดเป็นคนลงมือยิงนั้นอยู่ในขั้นตอนการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน ขณะนี้ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ และคาดว่าจะยังมีผู้ร่วมทีมสังหารมากกว่า 3 คน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากข้อมูลเชิงลึก เจ้าหน้าที่พอทราบชนวนเหตุของการลงมือสังหารมาจากความหึงหวง และโกรธแค้นน้องสปายที่ไม่ยอมตกลงปลงใจในความรักที่มีให้ แถมยังนำเงินที่ส่งเสียดูแลนับล้านบาทไปปรนเปรอแฟนหนุ่ม หลังถูกโดนเทจึงเกิดเป็นชนวนแค้น วางแผนตามมาลงมือสังหารปิดฉากของชีวิตทั้งคู่ที่คบหากันมายาวนานตั้งแต่เรียนชั้น ม.3 ขณะพากันมาเที่ยวฉลองวันเกิดของน้องสปาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภ.2 กล่าวว่า ในวันที่ 1 ส.ค.นี้ ตนพร้อมด้วยพนักงานสอบสวนจะนำตัวนายสายันต์ไปทำแผนประกอบรับคำสารภาพยังจุดเกิดเหตุ และอีกหลายแห่งตามคำให้การของผู้ต้องหา ส่วนผู้ต้องหารายอื่นนั้น เชื่อว่าขณะนี้ยังหลบหนีอยู่ภายในประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางวันเพ็ญ นาเมืองรักษ์ อายุ 41 ปี แม่ของ น.ส.ปวีณา เปิดเผยว่า ลูกสาวได้ไปทำงานที่ภูเก็ตตั้งแต่ปี 2559 โดยมีคนในหมู่บ้านแนะนำ ต่อมาเสี่ยอ้วนได้มาบอกว่าต้องการได้ลูกสาวเป็นภรรยา ตนจึงบอกว่าให้มาทำพิธีสู่ขอ แต่พอลูกรู้เรื่องก็ไม่ยินยอม บอกว่าเสี่ยอ้วนเป็นคนอารมณ์รุนแรง เคยแสดงอาการหึงหวงเมื่อเห็นตนอยู่ในหมู่เพื่อนด้วยการเข้าฉุดกระชาก บางครั้งก็บีบคอ ทำร้ายร่างกาย จนปลายปี 60 ลูกสาวได้หนีไปทำงานที่ จ.นครปฐม แต่เสี่ยอ้วนสืบรู้และตามไปพบพากลับไปทำงานที่ภูเก็ตอีกครั้ง นอกจากนี้ เสี่ยอ้วนยังเคยโอนเงินเข้าบัญชีถึง 1 ล้านบาท บอกว่าให้ไปซื้อรถ หลังทราบว่าลูกสาวจะซื้อ แม้จะปฏิเสธไปแล้วก็ตาม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14460</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล, พล.ต.ต.เชษฐา โกมลวรรณะ, พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, วันเพ็ญ นาเมืองรักษ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสี่ยอ้วน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180731/image_big_5b60698db558a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
