<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101670</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2021 00:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2021 00:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขัดใจทั่นผู้นำ สำนักข่าวแห่งเดียวของสโลวีเนียโดนตัดทุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นักข่าวในสโลวีเนียเปิดแคมเปญรับบริจาคเงินเพื่อค้ำจุนสำนักข่าวอิสระเพียงแห่งเดียวของประเทศ หลังจากโดนรัฐบาลของนายกฯ ยาแนซ ยานซา ระงับเงินทุนสนับสนุนตั้งแต่ต้นปีนี้ โดยเรียกสื่อสาธารณะแห่งนี้ว่าเป็นความอัปยศของชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ นักข่าวประท้วงเนื่องในวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลกที่นครอิสตันบุลของตุรกี เมื่อวันที่ 3 พ.ค. 2560 (Photo by Chris McGrath/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า การริเริ่มระดมทุนของนักข่าวสโลวีเนียต้อนรับวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก 3 พฤษภาคม เป็นความพยายามโอบอุ้มสำนักข่าวเอสทีเอ ที่ไม่ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลกลาง-ขวาของนายกฯ ยานซา มาตั้งแต่เริ่มต้นเข้าสู่ปี 2564 หลังจากรัฐบาลชุดนี้ต้องการให้สำนักข่าวอิสระแห่งนี้เปลี่ยนตัวคณะผู้บริหาร แม้ว่าจะมีแรงกดดันจากภายในประเทศและจากสหภาพยุโรป ที่สโลวีเนียเป็นสมาชิกอยู่ด้วย ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การขาดเงินสนับสนุนจากภาครัฐกำลังคุกคามการทำหน้าที่ของสำนักข่าวที่ก่อตั้งเมื่อปี 2534 แห่งนี้ รวมถึงการจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างประมาณ 90 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาคมนักข่าวของสโลวีเนียและจากนานาชาติตั้งเป้าหมายว่าจะระดมเงินบริจาคให้ได้ 2 ล้านยูโร (ราว 75 ล้านบาท) ซึ่งเท่ากับเงินรายปีที่สำนักข่าวแห่งนี้ได้จากงบสนับสนุนภาครัฐ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ร่วมของสมาคมนักข่าว (ดีเอ็นเอส) และสหภาพนักข่าว (เอสเอ็นเอส) กล่าวว่า เป้าหมายของรัฐบาลคือกดดันให้สำนักข่าวแห่งนี้เปลี่ยนตัวคณะผู้บริหารและเข้ามาควบคุมเนื้อหาการนำเสนอข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือพิมพ์รายวัน 3 ฉบับใหญ่ของสโลวีเนีย ได้แก่ Delo, Dnevnik และ Vecer ฉบับวันจันทร์พร้อมใจกันเรียกร้องให้ชาวสโลวีเนียทุกคนร่วมแคมเปญนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลของยานซาปฏิเสธจะจ่ายเงินอุดหนุนเอสทีเอจนกว่าจะมีการเซ็นสัญญาฉบับใหม่สำหรับปี 2564 เมื่อสัปดาห์ที่แล้วคณะกรรมาธิการยุโรปเคยกล่าวไว้ว่า ตามกฎหมายของอียูแล้ว สโลวีเนียต้องจ่ายเงิน 2.5 ล้านยูโรแก่สำนักข่าวสาธารณะ โดยเน้นถึง &amp;quot;บทบาทสำคัญ&amp;quot; ของสำนักข่าวอิสระแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่ขึ้นรับตำแหน่งเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว นักการเมืองรุ่นเก๋าวัย 62 ปีทวีตโจมตีสื่อที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับการรับมือวิกฤติโควิด-19 ของเขา โดยกล่าวหาสื่อเหล่านี้ว่าเผยแพร่เรื่องโกหกและรับใช้ผลประโยชน์ของฝ่ายค้าน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาเคยกล่าวโจมตีเอสทีเอเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมาว่าเป็น &amp;quot;ความอัปยศของชาติ&amp;quot; เพราะเปิดพื้นที่สำหรับการสัมภาษณ์นักดนตรีที่วิจารณ์รัฐบาลมากกว่าการรายงานข่าวการพบปะระหว่างเขากับวิกตอร์ ออร์บาน นายกรัฐมนตรีชาตินิยของฮังการีที่เป็นพันธมิตรใกล้ชิดของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจัดอันดับดัชนีเสรีภาพสื่อโดยองค์กรนักข่าวไร้พรมแดนเมื่อเดือนเมษายน ประเทศที่มีประชากร 2 ล้านคนแห่งนี้มีอันดับร่วงลง 4 อันดับจากปีก่อน มาอยู่อันดับ 36.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101670</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ ยาแนซ ยานซา, ระดมเงินบริจาค, วันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก, สำนักข่าวเอสทีเอ, สโลวีเนีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210504/image_big_6090316537b64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9004</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2018 15:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2018 15:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2สมาคมสื่อจี้กสทช.ทบทวนคำสั่งปิดPeace TVชี้ลิดรอนเสรีภาพ-ขัดรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ค.61- สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ร่วมกันออกแถลงการณ์ เรื่อง ยกเลิกคำสั่งพักใบอนุญาต Peace TV ลิดรอนเสรีภาพสื่อ &amp;ndash; ขัดแย้งรัฐธรรมนูญ ระบุว่า จากกรณีที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีมติให้พักใช้ใบอนุญาต Peace TV โดยอ้างอำนาจตามประกาศ กสทช. ข้อ 19 เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้บริการกระจายเสียงและโทรทัศน์ พ.ศ.2555 เป็นเวลา 30 วัน โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 9 พ.ค.2561 &amp;nbsp;เพราะเนื้อหารายการอันเป็นการส่อให้เกิดความสับสน ยั่วยุ ปลุกปั่นให้เกิดความขัดแย้ง หรือสร้างให้เกิดความแตกแยกในราชอาณาจักร จากการออกอากาศ 4 รายการ คือ 1.รายการเดินหน้าต่อไป ออกอากาศเมื่อวันที่ 26, 27 มี.ค. และ 5 เม.ย. 2.รายการหยิบข่าวมาคุย ออกอากาศเมื่อวันที่ 27 มี.ค. และ 9 เม.ย. 3.รายการ เหลียวหลังแลไปข้างหน้า ออกอากาศเมื่อวันที่ 26, 27 มี.ค. และ 9 เม.ย. และ 4.รายการเข้าใจตรงกันนะ ออกอากาศเมื่อวันที่ 27 มี.ค. รวมทั้งเนื้อหารายการยังเป็นการนำเสนอที่ขัดต่อคำสั่งศาลปกครอง ที่มีคำสั่งให้บริษัท พีซ เทเลวิชั่น จำกัด ปฏิบัติตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 97/2557 และฉบับที่ 103/2557 ซึ่งพิจารณาว่าเป็นการกระทำผิดซ้ำซากนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ขอคัดค้านมติของ กสทช. ดังกล่าว ซึ่งเป็นมติอันเป็นการลิดรอนเสรีภาพสื่อมวลชน และขัดแย้งกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่ให้การรับรองเสรีภาพในการเสนอข่าวสาร หรือการแสดงความคิดเห็นของสื่อมวลชน อีกทั้งบทบัญญัติที่กำหนดว่าการสั่งปิดกิจการหนังสือพิมพ์ หรือสื่อมวลชนอื่น เพื่อลิดรอนเสรีภาพจะกระทำมิได้ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. การสั่งพักใบอนุญาต Peace TV เป็นเวลา 30 วัน ได้ก่อให้เกิดผลกระทบกับ Peace TV ซึ่งมีคนทำงานอยู่ในหลายส่วนและอาจไม่ได้เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของรายการ หรือมีส่วนรับรู้เนื้อหารายการแต่ได้รับผลกระทบไปด้วย เพราะการใช้อำนาจสั่งพักรายการบางรายการของ Peace TV ย่อมก่อให้เกิดผลกระทบที่ก่อให้เกิดความเสียหายที่รุนแรงยิ่งกว่า กสทช. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่ให้ใบอนุญาตกับผู้ประกอบการและกำกับผู้ได้รับใบอนุญาต หากไม่ระมัดระวังในการใช้อำนาจ อาจเป็นองค์กรที่ทำลายเสรีภาพสื่อและองค์กรธุรกิจสื่อเสียเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. กสทช. เป็นองค์กรอิสระมีอำนาจและมีหน้าที่โดยตรงในการป้องกันไม่ให้อำนาจฝ่ายอื่นเข้ามาแทรกแซงความเป็นอิสระในการทำหน้าที่ขององค์กรสื่อที่ได้รับใบอนุญาตในการประกอบกิจการ กรณีที่ กสทช. อ้างถึงประกาศ คสช. ที่ 97/2557 และฉบับที่ 103/2557 ครั้งนี้เท่ากับ กสทช. ยอมและเปิดทางให้อำนาจอื่นเข้ามาทำลายความเป็นอิสระของ กสทช. โดยตรงเสียเอง และมีผลกระทบต่อองค์กรสื่อที่อยู่ภายใต้การกำกับของ กสทช. รวมทั้งทำลายความน่าเชื่อถือของ &amp;nbsp;กสทช. อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อความเป็นอิสระในการทำหน้าที่ขององค์กรสื่อมวลชนภายใต้การกำกับของ กสทช. ให้เลวร้ายลงไปอีก รวมถึงความน่าเชื่อถือของสื่อมวลชนไทยก็ลดลงไปเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น มติ กสทช. ครั้งนี้ จึงเป็นการใช้อำนาจที่ขัดแย้งกับหลักการพื้นฐานในการรับรองสิทธิเสรีภาพของประชาชนและสื่อมวลชน &amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน &amp;nbsp;ซึ่งบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญฉบับต่างๆ &amp;nbsp;กำหนดไว้ว่า &amp;quot;การสั่งปิดกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นจะกระทำไม่ได้&amp;quot; &amp;nbsp;ก็เพื่อให้องค์กรสื่อในส่วนที่ไม่ได้สร้างปัญหายังคงทำหน้าที่ต่อไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีของ Peace TV หากรายการใดมีปัญหาก็ควรพิจารณาเป็นกรณีไป ไม่ควรใช้อำนาจพักใบอนุญาตทั้งสถานี หากการเสนอเนื้อหาของรายการใน Peace TV หรือทีวีช่องใดมีผลกระทบต่อความมั่นคง หรือละเมิดสิทธิบุคคล หมิ่นประมาทบุคคลอื่น ผู้เสียหายหรือผู้มีส่วนได้เสียก็สามารถที่จะแจ้งความดำเนินคดี หรือฟ้องร้องตามกฎหมายปกติได้อยู่แล้ว และในแง่ของผู้บริโภคข่าวสาร หากสื่อใดนำเสนอรายการที่ไม่มีความรับผิดชอบ กลไกตลาดผู้บริโภคข่าวสารจะเป็นคนตัดสินสื่อนั้นได้เองเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในช่วงขับเคลื่อนตามแผนการปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ รวมถึงแผนปฏิรูปด้านสื่อสารมวลชน และเข้าสู่ห้วงเวลาเดินตามโรดแมปการเลือกตั้ง สื่อมวลชนจะต้องมีเสรีภาพเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอย่างกว้างขวาง แต่ประกาศ คสช. ฉบับที่ 97/2557 และ 103/2557 ยังเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประชาธิปไตย ขัดแย้งต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญว่าด้วยเสรีภาพ (มาตรา 35) อีกทั้งเป็นเครื่องมือในการลิดรอนเสรีภาพสื่อมวลชน ซึ่งใน &amp;quot;วันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก&amp;quot; (World Press Freedom Day) เมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน ได้รณรงค์ให้ &amp;ldquo;ปลดล็อกคำสั่ง คสช. ทวงคืนเสรีภาพประชาชน&amp;rdquo; ดังนั้น คสช. จะต้องให้ยกเลิกประกาศดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาคมนักข่าวฯ ทั้งสอง ขอเรียกร้องให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ทบทวนคำสั่งดังกล่าวโดยพลัน เพื่อให้สื่อมวลชนได้ทำหน้าที่ในการเสนอข้อมูล ข่าวสาร หรือแสดงความคิดเห็นตามสิทธิ์ขั้นพื้นฐานในรัฐธรรมนูญต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9004</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., คสช., วันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก, สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย, เสรีภาพสื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af54decab6aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8468</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สื่อจี้ปลดล็อก!คืนเสรีภาพ หวั่นรัฐคุมออนไลน์-ดิจิทัล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3 องค์กรสื่อฯ จี้ คสช.ปลดล็อก! โละ เลิก ล้าง ประกาศหรือคำสั่ง คสช.ที่ลิดรอนเสรีภาพสื่อ คืนเสรีภาพประชาชน บี้ กสทช.อย่าให้ถูกครอบงำ วอนสื่อทุกแขนงยึดหลักจริยธรรม วงเสวนาซัด คสช.ยังคงอำนาจคุมสื่อและประชาชน หวั่นรัฐคุมจ้องสื่อออนไลน์ จับตาร่าง พ.ร.บ.ไซเบอร์ ขยายขอบเขตคุมเนื้อหาละเมิดสิทธิ ปชช. หวั่นซ้ำรอย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย &amp;nbsp;ถนนสามเสน เวลา 10.00 น. วันที่ 3 พฤษภาคม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ จัดกิจกรรมรณรงค์ &amp;ldquo;วันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก (World press freedom day) เพื่อย้ำถึงเจตนารมณ์และหลักการที่เป็นพื้นฐานของเสรีภาพสื่อมวลชนทั่วโลก ภายใต้สโลแกน &amp;nbsp;&amp;quot;ปลดล็อกคำสั่ง คสช. คืนเสรีภาพประชาชน&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายปรัชญาชัย ดัชถุยาวัตร อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ กล่าวไว้อาลัยสื่อมวลชนทั่วโลกที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ว่า ในปี 2560 มีสื่อมวลชนเสียชีวิต 46 ราย เนื่องจากความรุนแรงที่เกิดขึ้นในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการรายงานข่าวเหตุการณ์ความไม่สงบและความขัดแย้ง นอกจากนี้ยังมีกรณีที่ดาฟเน คารัวนา กาลิเซีย ผู้สื่อข่าวอิสระสายสืบสวน และบล็อกเกอร์ ซึ่งรายงานเกี่ยวกับการทุจริตของรัฐบาล ความเห็นเกี่ยวกับนักการเมือง และกรณีปานามา เปเปอร์ (Panama Papers) ที่สั่นสะเทือนผู้มีอิทธิพลทั่วโลก เสียชีวิตจากระเบิดรีโมตคอนโทรลขณะขับรถไปมอลตาใกล้กับบ้านพัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นทั้งหมดได้ลุกขึ้นยืนสงบนิ่งเพื่อเป็นการไว้อาลัยให้เพื่อนร่วมวิชาชีพเป็นเวลา 1 นาที
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น นายปราเมศ เหล็กเพชร์ นายสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ตัวแทน 3 องค์กรสื่อ อ่านแถลงการณ์ระบุว่า สถานการณ์ด้านเสรีภาพของสื่อมวลชนไทยอยู่ในภาวะไม่ปกติ ยังอยู่ภายใต้ประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หลายฉบับ เปิดทางให้อำนาจรัฐเข้ามาแทรกแซง ควบคุมการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนเป็นระยะๆ เข้าข่ายปิดกั้น ลิดรอนสิทธิการรับรู้ข่าวสาร และเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนและสื่อมวลชน ขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และอยู่ในช่วงขับเคลื่อนตามแผนการปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ รวมถึงแผนปฏิรูปด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ นอกจากนี้จะมีกฎหมายอีกหลายฉบับออกมาบังคับใช้ โดยเฉพาะพระราชบัญญัติว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ที่มีความสุ่มเสี่ยงจะกระทบต่อสิทธิเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นของประชาชนและสื่อมวลชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3 องค์กรสื่อฯ จึงเรียกร้องดังนี้ 1.ให้รัฐบาลโดยคสช.ต้องระมัดระวังการออกกฎหมายที่จำกัดเสรีภาพของประชาชนและสื่อมวลชน พร้อมกับ &amp;ldquo;โละ เลิก ล้าง&amp;rdquo; ประกาศหรือคำสั่งของ คสช. ที่ลิดรอนเสรีภาพสื่อ ซึ่งก็คือเสรีภาพของประชาชนนั่นเอง เพื่อให้การดำเนินงานของสื่อสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และกำลังเข้าสู่บรรยากาศการเลือกตั้งตามโรดแมป 2.ให้ คสช.และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ต้องปฏิรูปสื่อวิทยุและโทรทัศน์ โดยปราศจากการครอบงำ 3.เรียกร้องให้ประชาชนและผู้ใช้สื่อในทุกแพลตฟอร์ม ระมัดระวังในการเผยแพร่ หรือส่งต่อข้อมูลที่ผิดกฎหมาย ข่าวปลอม (Fake News) ที่ไหลทะลักบนสื่อออนไลน์ และขอให้ประชาชนช่วยกันตรวจสอบ ควบคุมการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนให้อยู่ในกรอบจริยธรรมแห่งวิชาชีพ 4. เรียกร้องให้สื่อมวลชนทุกแขนง ทุกแพลตฟอร์ม พึงตระหนักการทำหน้าที่ภายใต้กรอบจริยธรรมแห่งวิชาชีพ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ โดยเฉพาะการปฏิรูปสื่อมวลชน และขอยืนหยัดพร้อมที่จะรับการถูกตรวจสอบจากสังคม ด้วยวิถีทางอันถูกต้อง ชอบธรรมด้วยกฎหมายตามระบอบประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อจากนั้นมีการเสวนาหัวข้อ &amp;quot;ปลดคำสั่ง 0.4 เดินหน้าเสรีภาพประชาชน&amp;rdquo; โดย น.ส.พูนสุข พูนสุขเจริญ ทนายความและหัวหน้าฝ่ายข้อมูล ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า ช่วงระยะเวลา 4 ปี สถานการณ์ที่เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน มีหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงที่เกี่ยวข้องกับสื่อมวลชน หลังรัฐประหาร มีการประกาศกฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร หลังจากนั้นแทนที่ด้วยคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ซึ่งยังมีบังคับใช้มาจนถึงปัจจุบัน ทำให้ทหารมีอำนาจในการควบคุมตัวบุคคล ทำให้พลเรือนสามารถขึ้นศาลทหารได้ เป็นสถานการณ์ที่คนในช่วงอายุ 20-30 ปีจะไม่เคยเจอมาก่อน ปัจจุบันมีคนอย่างน้อยกว่า 2,000 คน ถูกดำเนินคดีโดยศาลทหาร แม้จะมีการยกเลิกไปแล้ว แต่คดีที่เกิดในช่วงที่ประกาศใช้ศาลทหารก็ยังถูกดำเนินคดีในศาลทหารอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พูนสุขกล่าวว่า &amp;nbsp;อำนาจที่สำคัญอีกอย่าง และยังคงมีการใช้จนถึงทุกวันนี้ คือการควบคุมตัวบุคคลได้ไม่เกิน 7 วัน และห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คนขึ้นไป ซึ่งล่าสุดออกเป็นคำสั่งที่ 3/2558 ไม่มีการให้นิยามที่ชัดเจน เมื่อนำมาบังคับใช้เจ้าหน้าที่ทหารก็บังคับใช้อย่างกว้างขวาง สถานการณ์ที่กระทบสิทธิและเสรีภาพที่เกิดขึ้นในช่วง 4 ปีที่ผ่านมายังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีประกาศคำสั่งหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับการที่ คสช.ออกมาควบคุมสื่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เสรีภาพสื่อคือเสรีภาพประชาชน และอีกทาง เสรีภาพประชาชนคือเสรีภาพสื่อ แม้ปีหน้าจะมีเลือกตั้ง มี ครม.ชุดใหม่ แต่ในระยะยาวมีเรื่องที่เราต้องจัดการ คือกลไกต่างๆ ที่ คสช.ตั้งขึ้นมา เพื่อควบคุมนโยบาย เช่น คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ และคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ซึ่งจะกินระยะเวลา 20 ปีเป็นอย่างน้อย รวมกับกฎหมายที่ตราผ่านสภามากกว่า 800 ฉบับ เราไม่สามารถแก้ไขได้ในระยะเวลาอันสั้น เพราะกฎหมายออกมาจำนวนมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นอกจากสื่อจะพยายามที่จะปลดล็อกสิทธิเสรีภาพของตัวเองแล้ว สื่อก็ต้องช่วยปลดล็อกสิทธิเสรีภาพของประชาชนด้วยเช่นกัน&amp;rdquo; น.ส.พูนสุขกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายก้าวโรจน์ สุตาภักดี นายกสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ มองว่า ปัจจุบันสื่อออนไลน์มีบทบาทมากขึ้นในสังคม ต่างกับในอดีต แต่ไม่ว่าจะเป็นสื่อเก่า สื่อใหม่ สื่อออนไลน์ หรือสื่อออฟไลน์ ปลายทางจะถูกบังคับให้มีคุณภาพและความรับผิดชอบต่องานนั้นๆ อยู่แล้ว รวมถึงกฎหมายที่นำมาควบคุมเป็นตัวเดียวกัน โดยเฉพาะออนไลน์ที่จะมี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์มาควบคุมด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ต้องถูกวางโครงสร้างให้มีข้อมูลที่ดีเพื่อเป็นประโยชน์กับประชาชน ต่อไปโซเชียลมีเดียจะมีผลต่อการเลือกตั้ง จะเห็นได้ว่ากลุ่มการเมืองเริ่มมีความเคลื่อนไหวอยู่เนืองๆ ตอนนี้เพียงแค่บอกว่าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น ก็มีการทำดาต้า ทำข้อมูลต่างๆ เพราะโซเชียลมีเดียสามารถบอกได้ทุกอย่าง ความสนใจ ความพอใจของประชาชน &amp;nbsp;ทุกอย่างที่เป็นออนไลน์จะมีผลต่อประเทศไทย เทคโนโลยีทำให้คนเสพข่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้นผิดกับสมัยก่อน ขณะที่รัฐบาลเองก็มีความพยายามให้การตรวจสอบการใช้โซเชียลมีเดียมากขึ้น&amp;rdquo; นายกสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.ฐิติรัตน์ ทิพย์สัมฤทธิ์กุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงมุมมองในประเด็นกฎหมายดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน และสิทธิในการรับรู้ข่าวสารของประชาชนในปัจจุบันว่า สื่อจะต้องถูกกำกับควบคุมให้มีคุณภาพ ไม่ว่าจะกฎหมายเดิมหรือกฎหมายที่เกิดขึ้นมาใหม่ แต่การกำกับควบคุมตรงนี้ไม่จำเป็นต้องมาจากฎหมายอย่างเดียว เพราะสื่อไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอก หรือชี้ซ้ายชี้ขวาว่าควรเป็นอย่างไร &amp;nbsp;กลไกของผู้เสพสื่อจะเป็นสิ่งที่บอกเองว่าสื่อต้องเป็นอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สิ่งที่ควรจับตามองในปัจจุบันคือกฎหมายที่ควบคุมผู้ให้บริการออนไลน์ ทั้งอำนาจ กสทช. อำนาจคำสั่ง คสช. ฉบับที่ 12/2557 และ 17/2557 รวมถึง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ในส่วนที่เกี่ยวกับผู้ให้บริการสื่อหรือผู้ให้บริการดิจิทัล มาตรา 15 ที่พูดถึงการเปิดให้ผู้ใช้บริการเข้ามาแสดงความเห็น และผู้ให้บริการต้องคอยตรวจสอบเนื้อหาว่ามีโอกาสที่จะขัดต่อ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์มาตรา 14 หรือไม่ เป็นการให้อำนาจดุลยพินิจกับผู้ให้บริการออนไลน์ที่เป็นตัวกลางในการควบคุมเนื้อหาบนโลกดิจิทัล กฎหมายไม่ระบุให้ชัดเจน ทำให้ผู้ให้บริการที่เป็นคนกลางต้องใช้วิจารณญาณคิดเอาเองว่าเนื้อหาแบบนี้มี ทำให้คนที่ทำหน้าที่สื่อมวลชนคงไม่มีใครอยากรับความเสี่ยงตรงนี้ ทำให้เห็นว่ากำลังพยายามโยนอำนาจในการควบคุมจากรัฐไปที่สื่อตัวกลาง&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ที่น่าจับตาคือร่างกฎหมายความมั่นคงไซเบอร์ ร่าง แรกที่ออกมาระบุให้เจ้าหน้าที่รัฐมีอำนาจในการเข้าถึงข้อมูลดิจิทัลได้ในกรณีที่เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินหรือภัยคุกคาม โดยไม่ต้องผ่านวิจารณญาณของใคร แต่ไม่ได้ให้คำนิยามของคำว่าภัยคุกคาม ทำให้หลายคนกังวลและพยายามที่จะต่อต้านกฎหมายนี้ ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็มีความพยายามที่จะแก้ร่างกฎหมายนี้ให้มีถ้อยคำที่รัดกุมมากขึ้น ไม่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐ 100% แต่ต้องมีหน่วยงานอื่นเข้ามาช่วยพิจารณาด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กฎหมายไซเบอร์มีไว้เพื่อควบคุมความมั่นคงระบบของโครงสร้าง ไม่ใช่ความมั่นคงเชิงเนื้อหา และไม่มีกฎหมายความมั่นคงไซเบอร์ของประเทศใดในโลก ขยายขอบเขตของกฎหมายให้ครอบคลุมในเรื่องเนื้อหา จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องช่วยกันระมัดระวัง เพราะไม่เช่นนั้นเราจะได้กฎหมายที่มีเจตนารมณ์ที่ดี แต่ออกมาแล้วถูกนำไปใช้อีกแบบหนึ่งเหมือน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หวังว่าประวัติศาสตร์ที่เคยเกิดขึ้นกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์จะไม่เกิดขึ้นซ้ำรอยกับร่าง พ.ร.บ.ความมั่นคงไซเบอร์&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.สฐิติรัตน์กล่าวด้วยว่า ภาครัฐต้องให้ความสำคัญกับการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ก่อนจะมีการจัดทำกฎหมายต่างๆ โดยการลดขั้นตอนให้คนแสดงความคิดเห็นและเปิดช่องทางให้มากขึ้น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8468</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., คสช.ปลดล็อก, คืนเสรีภาพประชาชน, นายปรัชญาชัย ดัชถุยาวัตร, ร่าง พ.ร.บ.ไซเบอร์, วันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, องค์กรสื่อฯ, โละ เลิก ล้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180503/image_big_5aeb1ec004adb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8410</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2018 11:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2018 11:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>องค์กรสื่อแถลงจี้ &#039;ปลดล็อกคำสั่งคสช.&#039; คืนเสรีภาพประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3&amp;nbsp;พ.ค.61- สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ,สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ,สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ร่วมกันออกแถลงการณ์เรื่อง&amp;ldquo;ปลดล็อกคำสั่ง คสช. &amp;nbsp;ทวงคืนเสรีภาพประชาชน&amp;rdquo; เนื่องในวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก 3 พฤษภาคม 2561&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถลงการณ์ระบุว่า &amp;ldquo;วันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก&amp;rdquo; ตรงกับวันที่ 3 พฤษภาคมของทุกปี ที่องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ได้ประกาศ เพื่อตอกย้ำถึงเจตนารมณ์และหลักการที่เป็นพื้นฐานของ &amp;ldquo;เสรีภาพสื่อมวลชน&amp;rdquo; ซึ่งก็คือ &amp;ldquo;เสรีภาพของประชาชน&amp;rdquo; เพื่อให้มวลมนุษยชาติตระหนักถึงความสำคัญของสื่อมวลชนมืออาชีพที่จะต้องมีเสรีภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ สนับสนุนหลักการดังกล่าว &amp;nbsp;และต้องการเห็นสื่อทุกประเภทตระหนักถึงคุณค่าเสรีภาพที่ยึดมั่นในหลักจริยธรรมแห่งวิชาชีพ ไม่เช่นนั้นอาจเป็นข้ออ้างของผู้มีอำนาจในการจัดการกับคนเห็นต่างได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะในปัจจุบัน สถานการณ์ด้านเสรีภาพของสื่อมวลชนไทยอยู่ในภาวะไม่ปกติ ยังอยู่ภายใต้ประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หลายฉบับ เปิดทางให้อำนาจรัฐเข้ามาแทรกแซง ควบคุมการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนเป็นระยะๆ เข้าข่ายปิดกั้น ลิดรอนสิทธิการรับรู้ข่าวสาร และเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนและสื่อมวลชน ขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ที่มีเนื้อหาให้ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนมีเสรีภาพในการเสนอข่าวสาร การแสดงความเห็นตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ หากเห็นว่าการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชนใช้สิทธิเกินขอบเขตก็สามารถฟ้องร้องได้ตามกฎหมาย หรือใช้กลไกควบคุมจริยธรรมขององค์กรสื่อ เช่น สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ &amp;nbsp;สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย แต่ไม่จำเป็นต้องใช้ประกาศ หรือคำสั่งของ คสช.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ประเทศไทยอยู่ในช่วงขับเคลื่อนตามแผนการปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ รวมถึงแผนปฏิรูปด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งจะพัฒนาระบบนิเวศสื่อเพื่อสร้างกลไกการปฏิรูปสื่อในประเทศไทย อาทิ มีข้อเสนอให้มีพระราชบัญญัติส่งเสริมจริยธรรมและวิชาชีพสื่อมวลชน ภายใต้การกำกับกันเองของสื่อมวลชนในประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพ และเข้มข้นมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้จะมีกฎหมายอีกหลายฉบับออกมาบังคับใช้ โดยเฉพาะพระราชบัญญัติว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ที่มีความสุ่มเสี่ยงให้นิยาม &amp;ldquo;การปกป้องคุ้มครองและรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของโครงสร้างพื้นฐานสำคัญด้านสารสนเทศของประเทศ&amp;rdquo; จะกระทบต่อสิทธิเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นของประชาชนและสื่อมวลชนตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในโอกาสวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ขอเสนอต่อฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง &amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ให้รัฐบาลโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องระมัดระวังการออกกฎหมายที่จำกัดเสรีภาพของประชาชนและสื่อมวลชน &amp;nbsp;พร้อมกับ &amp;ldquo;โละ เลิก ล้าง&amp;rdquo; ประกาศหรือคำสั่งของ คสช. ที่ลิดรอนเสรีภาพสื่อ ซึ่งก็คือเสรีภาพของประชาชนนั่นเอง เพื่อให้การดำเนินงานของสื่อสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และกำลังเข้าสู่บรรยากาศการเลือกตั้งตามโรดแมป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ให้ คสช. และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ต้องปฏิรูปสื่อวิทยุและโทรทัศน์ โดยปราศจากการครอบงำ 3. เรียกร้องให้ประชาชนและผู้ใช้สื่อในทุกแพลตฟอร์ม ระมัดระวังในการเผยแพร่ หรือส่งต่อข้อมูลที่ผิดกฎหมาย &amp;nbsp;ข่าวปลอม (Fake News) ที่ไหลทะลักบนสื่อออนไลน์ และขอให้ประชาชนช่วยกันตรวจสอบ ควบคุมการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนให้อยู่ในกรอบจริยธรรมแห่งวิชาชีพ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.เรียกร้องให้สื่อมวลชนทุกแขนง ทุกแพลตฟอร์ม พึงตระหนักการทำหน้าที่ภายใต้กรอบจริยธรรมแห่งวิชาชีพ &amp;nbsp;ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ โดยเฉพาะการปฏิรูปสื่อมวลชน และขอยืนหยัดพร้อมที่จะรับการถูกตรวจสอบจากสังคม ด้วยวิถีทางอันถูกต้อง ชอบธรรมด้วยกฎหมายตามระบอบประชาธิปไตย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8410</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุกคามสื่อ, ปลดล็อกคำสั่งคสช., วันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก, สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, แถลงการณ์สื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180503/image_big_5aea91eb5d50c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8152</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2018 10:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2018 10:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตสปช.ชี้เสรีภาพสื่อเหมือนลมหายใจ ยก4ปัญหาใหญ่กระทบวงการสื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 เม.ย.61 - นายบุญเลิศ คชายุทธเดช อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลกจะมาถึงในวันที่ 3 พฤษภาคมนี้ สื่อมวลชนของไทยควรสำรวจสภาพของสื่อว่าเป็นอย่างไร ตนเห็นว่า สื่อกำลังเผชิญปัญหาสำคัญ 4 ประการ 1. การดำรงอยู่ใน ทางธุรกิจของสื่อ มีทั้งสื่อที่อยู่รอด มีผลกำไรและสื่อที่ขาดทุน &amp;nbsp;2. ปัญหาสื่อถูกจำกัดเสรีภาพด้วยกฏ หมาย ประกาศ คำสั่ง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ปัญหาการนำเสนอข่าวสารและรายการอย่างสร้างสรรค์ด้วยความรับผิด ชอบต่อจริยธรรมและสังคม 4. การปรับตัวของภูมิทัศน์สื่อที่โลกโซเซียลมีบทบาทมากขึ้นตามลำดับ ส่งผลต่อพฤติกรรมการบริโภคสื่อและการเป็นผู้ส่งข่าวสารในสื่อของคนในสังคม อย่างไรก็ตามความเป็นสื่อมวลชนตามวิชาชีพที่ดำเนินมาและได้ปรับตัวเข้าสู่สื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญเลิศ กล่าวว่าโซเชียลฯและดิจิทัลยังเป็นสิ่ง จำเป็นและต้องแสดงบทบาทอย่างโดดเด่นให้สมศักดิ์ศรีเพื่อนำเสนอความจริง การตรวจสอบสิ่งฉ้อฉลต่างๆ เป็นปากเสียงเพื่อความเป็นธรรมในสังคม ซึ่งเสรีภาพของสื่อเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญยิ่ง สื่อต้องพูดถึงด้วยการทวงถามและเรียกร้องกันต่อไปเพื่อให้ได้เสรี ภาพของสื่อกลับคืนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เสรีภาพสื่อเปรียบเหมือนกับลมหายใจของคนเรา ขาดลมหายใจเมื่อไรก็ตายเมื่อนั้น ฉันใดก็ดี สื่อขาดเสรีภาพไม่ได้ เวลานี้มีกฏเกณฑ์ที่จำกัดเสรีภาพสื่อมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกฏหมาย ประกาศ คำสั่ง คำตักเตือนของคสช. ฝากไปถึงองค์กรสื่อจะต้องรวมพลังกันเรียกร้องให้ปลดล็อคข้อจำกัดเหล่านี้ให้สำเร็จ ขณะเดียวกันสื่อต้องรับผิดชอบด้วย อย่าสร้างความเกลียดชังและแบ่งฝ่ายให้คนไทยทะเลาะกันเองอย่างไม่มีวันสิ้นสุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญเลิศกล่าวว่า เนื่องในวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก ขอส่งกำลังใจไปยังสื่อทุกแขนง ได้ทำหน้าที่อย่างสมศักดิ์ศรีด้วยจิตวิญญาณที่ถือว่าเสรีภาพสื่อคือหัวใจของวิชาชีพอันมีเกียติในช่วงที่จะมีการเลือกตั้งและจะมีรัฐบาลมาบริหารประเทศในอีก 1 ปีนับจากนี้ไป &amp;nbsp;จะได้ร่วมกันรณรงค์เรียกร้องให้ยกเลิกประกาศ คำสั่งคสช.ที่จำกัดเสรีภาพสื่อ ซึ่งถือเป็นการปลดล็อคปัญหาอุปสรรคที่สำคัญ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8152</URL_LINK>
                <HASHTAG>3พฤษภาคม, บุญเลิศ คชายุทธเดช, บุญเลิศ ช้างใหญ่, วันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก, อดีตสปช., เสรีภาพสื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180411/image_big_5acd8cb59e233.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
