<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104948</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2021 18:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2021 18:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยึดงานแสดงสินค้าครั้งแรกของชาติสมัยร.5 เมื่อ140ปีก่อน ให้ทุกวันที่ 26 เม.ย. เป็น&#039;วันไมซ์ของชาติ &#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1มิ.ย.64-นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ(องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูลรองนายกรัฐมนตรี ได้เสนอให้กำหนดวันของอุตสาหกรรมไมซ์ขึ้นมา เรียกว่า&amp;ldquo;วันจัดประชุมและนิทรรศการแห่งชาติ&amp;rdquo;โดยอ้างอิงจากงานวิจัยที่ทีเส็บร่วมดำเนินงานกับกองทุนส่งเสริมการจัดประชุมนานาชาติ&amp;ldquo;การจัดแสดงสินค้าครั้งแรกของชาติจัดขึ้นวันที่ 26 เมษายน 2425 ด้วยพระราชปณิธานของล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 เพื่อเผยแพร่และส่งเสริมสินค้าไทยจากทั่วประเทศและที่สำคัญคือจัดขึ้นกลางท้องสนามหลวง เป็นส่วนหนึ่งของการฉลองพระนครร้อยปี จึงนับว่าเป็นวันสำคัญเพราะแม้จะผ่านมาเกือบ 140 ปี งานแสดงสินค้าทุกวันนี้ก็มีวัตถุประสงค์เดียวกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกำหนดวันสำคัญของชาติที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมไมซ์จะช่วยเพิ่มความตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของอุตสาหกรรมไมซ์ที่มีต่อการพัฒนาประเทศมาอย่างยาวนานนับแต่อดีต แม้ในปัจจุบันการจัดประชุมการจัดงานแสดงสินค้าและนิทรรศการก็เป็นหนึ่งในกลไกกระตุ้นเศรษฐกิจตามนโยบายของรัฐบาลโดยนับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันพบว่า มีการใช้กิจกรรมไมซ์ในรูปแบบต่างๆเพื่อขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของชาติ ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 3 ยุค คือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ช่วงฟื้นฟูประเทศในตอนต้นรัตนโกสินทร์ (สมัยรัชกาลที่ 1 - รัชกาลที่ 3)เป็นการประชุมและแสดงสินค้าเพื่อฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ ช่วงสยามสู่เวทีโลก (สมัยรัชกาลที่ 4 - สมัยรัชกาลที่8) เป็นปฐมบทสู่เวทีโลก ใช้การจัดประชุมและการแสดงสินค้าเพื่อความภาคภูมิและปูทางสู่การแก้ไขสนธิสัญญาไม่เป็นธรรมกับนานาประเทศและช่วงที่สามคือความเป็นปึกแผ่นของอุตสาหกรรมไมซ์ (สมัยรัชกาลที่ 9 จนถึงปัจจุบัน)ก้าวเข้าสู่ไมซ์ยุคใหม่ ที่เกิดสมาคมภาคเอกชนต่างๆเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายจิรุตถ์ กล่าวต่อว่า ไมซ์ในปัจจุบันขยายบทบาทไปในการสร้างสรรค์ และพัฒนาเศรษฐกิจพร้อมทั้งมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ ลดความเหลื่อมล้ำ จากนโยบายของทีเส็บที่กระจายการพัฒนาและโอกาสของธุรกิจไมซ์ไปยังผู้ประกอบการ และชุมชนในไมซ์ซิตี้ 10 จังหวัดพร้อมทั้งประเทศไทยครองอันดับหนึ่งด้านการจัดประชุมนานาชาติของอาเซียน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 (ปี พ.ศ.2559-2561) และเป็นประเทศที่มีการจัดประชุมนานาชาติมากที่สุดอันดับ 4 ของเอเชีย รองจากญี่ปุ่น จีนและเกาหลีใต้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
จากสถิติอุตสาหกรรมไมซ์ไทยนับจากการจัดตั้งทีเส็บมา 16 ปีพบว่าประเทศไทยมีจำนวนนักเดินทางไมซ์จากทั้งในและต่างประเทศ 191,747,994 คนสร้างรายได้ให้กับประเทศ 1,756,739 ล้านบาท ในช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโควิด 19อุตสาหกรรมไมซ์ไทยสร้างรายได้ทางตรงและทางอ้อมต่อระบบเศรษฐกิจ 728,540 ล้านบาท และการจ้างงาน426,616 อัตรา
&amp;ldquo;แม้ว่าโควิด 19 จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อธุรกิจทุกสาขารวมทั้งไมซ์แต่การดำเนินงานของทีเส็บที่เน้นพัฒนาระบบ โครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาคนและเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องทำให้มั่นใจได้ว่าประเทศไทยพร้อมแข่งขันทันทีเมื่อสถานการณ์คลี่คลายลง&amp;rdquo; นายจิรุตม์กล่าว.
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104948</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ครม., จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา, วันไมซ์แห่งชาติ, สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210601/image_big_60b6183f22c50.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
