<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79419</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2020 06:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2020 06:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วัยรุ่นยกพวกตะลุมบอนกลางงานบุญกฐินใช้มีดไล่แทงปาระเบิดใส่กันดังสนั่นบาดเจ็บ 2 ราย  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค. 2563 &amp;nbsp;เมื่อเวลาประมาณเที่ยงคืน (4 ต.ค.63) &amp;nbsp;ได้เกิดเหตุวัยรุ่นต่างหมู่บ้าน 2 กลุ่มรวมกว่า 20 คน &amp;nbsp;ได้เปิดศึกตะลุมบอนกันในงานบุญทอดกฐิน &amp;nbsp; ที่จัดขึ้นภายในวัดแห่งหนึ่งที่ ต.ตาเป๊ก &amp;nbsp;อ.เฉลิมพระเกียรติ &amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์ &amp;nbsp;ทั้งนี้กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวยังได้ใช้อาวุธมีดไล่แทง &amp;nbsp;และปาระเบิดใส่กันภายในวัดที่มีการจัดงาน &amp;nbsp; &amp;nbsp;จนเป็นเหตุให้มีวัยรุ่นถูกแทงได้รับบาดเจ็บ 2 ราย &amp;nbsp; คือ นายเบีย &amp;nbsp;อายุประมาณ 30 ปี เป็นวัยรุ่นบ้านโคกกระท่อม &amp;nbsp;ต.ตาเป๊ก &amp;nbsp;อ.เฉลิมพระเกียรติ &amp;nbsp; และนายน้อย &amp;nbsp; อายุประมาณ 20 ปี อยู่บ้านดอนไม้ไฟ ต.ตาเป๊ก อ.เฉลิมพระเกียรติ &amp;nbsp;แต่ยังไม่ทราบชัดเจนว่าถูกแทงบริเวณไหนบ้าง &amp;nbsp;เนื่องจากชุลมุนวุ่นวาย &amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งชาวบ้านก็ได้แจ้งหน่วยกู้ชีพ และกู้ภัย &amp;nbsp;ให้รีบมารับตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้นยังมีหญิงวัยกลางคนซึ่งวิ่งหนีขณะวัยรุ่นทะเลาะวิวาทย์และปาระเบิดใส่กัน &amp;nbsp;จนลื่นล้มหัวฟาดพื้นมีเลือดออกที่บริเวณศรีษะ &amp;nbsp;กู้ภัยฯ จึงได้รีบนำส่งโรงพยาบาลเช่นกัน &amp;nbsp; เหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างแตกตื่นตกใจให้กับชาวบ้านที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะช่วงที่มีเสียงระเบิดดังขึ้นก็พากันวิ่งหนีอย่างชุลมุนวุ่นวาย &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะเกรงจะถูกลูกหลงไปด้วย &amp;nbsp; ขณะที่คณะลิเกต้องยุติการแสดงกลางคัน &amp;nbsp;เพราะเกรงจะได้รับอันตราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังได้รับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เฉลิมพระเกียรติ &amp;nbsp; ก็ได้ลงพื้นที่ระงับเหตุเบื้องต้นได้ทำการรวบตัวผู้ต้องสงสัย 2 ราย &amp;nbsp;ได้ควบคุมตัวไปสอบสวนที่โรงพัก &amp;nbsp; พร้อมทั้งได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ &amp;nbsp;เพื่อเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี &amp;nbsp;&amp;nbsp;จากการสอบถามนายนิติพล &amp;nbsp;เสมอภาค &amp;nbsp;ผู้เห็นเหตุการณ์ &amp;nbsp; เล่าว่า &amp;nbsp;ระหว่างที่ตนนั่งดูการแสดงลิเกในงาน &amp;nbsp;ก็เห็นกลุ่มวัยรุ่นยกพวกตีกันตั้งแต่หน้าวัด &amp;nbsp;ภายในวัด และหน้าเวทีลิเก &amp;nbsp;มีวัยรุ่นถูกแทงบาดเจ็บ 2 &amp;nbsp;ราย &amp;nbsp;ทั้งยังได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิดดังขึ้นอีก 1 ครั้ง ก็รู้สึกตกใจและกลัวจะโดนลูกหลงไปด้วย &amp;nbsp; ก็ไม่คิดว่าขนาดงานบุญที่จัดในวัดยังมาก่อเหตุแบบนี้ขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ด้านนางกมลวรรณ &amp;nbsp;ขุนรักษ์พะเนาว์ &amp;nbsp;บอกว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp;ตนเป็นเจ้าภาพจ้างลิเกมาแสดงในงานบุญกฐินด้วยและก็มีซุ้มการละเล่นตามประเพณีพื้นบ้าน &amp;nbsp;แต่ไม่ได้มีคอนเสิร์ทเลย แต่ก็ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุแบบนี้ขึ้น &amp;nbsp; ก็รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากที่จัดงานบุญแล้ว มีวัยรุ่นมาก่อเหตุแบบนี้ &amp;nbsp;และคณะลิเกก็ต้องหยุดการแสดงไปกลางคันด้วย &amp;nbsp; เพราะกลัวจะถูกลูกหลงได้รับอันตรายไปด้วยก็อยากให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79419</URL_LINK>
                <HASHTAG>งานบุญกฐิน, ยกพวกตะลุมบอน, วัยรุ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201004/image_big_5f790665c7fcc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75565</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2020 09:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2020 09:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจขู่คุก3ปีปรับ6หมื่นบาทแก๊งวัยรุ่นโรยตะปู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ส.ค.2563 - พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีที่ข่าววัยรุ่นโรยตะปูเกลื่อนถนนรถพ่วงเหยียบยางรั่ว เสียหายหลายหมื่นบาทบนถนนเพชรเกษม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ว่าการกระทำในลักษณะดังกล่าวเบื้องต้น เข้าข่ายความผิดฐานกระทำการปิดกั้นทางหลวง หรือวางวัตถุที่แหลมหรือมีคม หรือนำสิ่งใดมาขวางหรือมาวางบนทางหลวง หรือกระทำการด้วยประการใดๆ บนทางหลวงในลักษณะที่อาจเกิดอันตรายหรือเสียหายแก่ยานพาหนะหรือบุคคล โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม มาตรา 39 แห่ง พ.ร.บ.ทางหลวง พ.ศ.2535 และ ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม มาตรา 358 แห่งประมวลกฎหมายอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหากส่งผลให้มีผู้หนึ่งผู้ใดเกิดอุบัติเหตุ ได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิตและร่างกาย หรือ มีเจตนาประสงค์ต่อทรัพย์ หรือ มีเจตนาเล็งเห็นผล ก็อาจจะไม่ได้มีความผิดในส่วนของ พ.ร.บ.ทางหลวงฯ เพียงอย่างเดียว หากเกิดความสูญเสีย ก็ย่อมต้องมีความรับผิดทั้งทางแพ่งและอาญา พร้อมให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพิ่มความเข้มงวด ตรวจตราและสอดส่องดูแลบนท้องถนน สร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน เพราะอุบัติเหตุบนท้องถนน เป็นสิ่งที่สามารถป้องกันได้ถ้าไม่ประมาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง โฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า จากการกระทำในลักษณะดังกล่าว ขอให้ผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์มอบคดีต่อพนักงานสอบสวนในพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการสืบสวนติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายและเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างในสังคมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในเรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็นแก๊งปาหิน หรือแก๊งโรยปูบนถนน เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการจับกุมดำเนินคดีมาโดยตลอด เพราะถือว่าเป็นภัยต่อสังคมก่อกวนเมือง ไม่มีจิตสำนึกต่อส่วนรวม ขาดความรู้จักผิดชอบชั่วดี จะด้วยเหตุผลความคึกคะนอง หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ดี โดยขอประณามการกระทำในกรณีดังกล่าวและขอให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าวเสีย เพราะหากมีประชาชน ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต หรือทรัพย์สินเสียหาย ย่อมมีความผิดตามกฎหมายและต้องได้รับโทษทางอาญา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75565</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมพร, ถนนเพชรเกษม, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, วัยรุ่น, โรยตะปู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200826/image_big_5f45c1fcb1a67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53914</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2020 13:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2020 13:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปส.ตามรวบ 2 วัยรุ่นทวิตขายยาเสพติดออนไลน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ม.ค.63-พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วย ผบ.ตร.พร้อม พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส. แถลงผลจับกุมนายมูฮัมหมัดซอบรี ซาซู อายุ 20 ปี และนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ตามหมายจับศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ที่ 1/2563 ลง 5 มกราคม 2563 ที่ใช้สื่อโซเชียลทวิตเตอร์โพสต์ภาพขายยาเสพติดทางออนไลน์ พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคาร 2 เล่ม และบัตรเอทีเอ็ม โดยจับกุมได้ที่ชุมชนบ้านเขาปิหลาย ม.14 ต.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.วัชระ กล่าวว่า ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ให้ความสำคัญกับปัญหายาเสพติดและยกให้เป็นวาระแห่งชาติ จึงสั่งให้บช.ปส. สืบสวนติดตามเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดต่างๆ จนพบว่ามีผู้ใช้ทวิตเตอร์ ชื่อ &amp;ldquo;ขายยาบ้าทุกชนิด ต้องการเคมีตัวไหนทักมา&amp;rdquo; จนขยายผลไปถึงผู้ใช้ทวิตเตอร์ชื่อ &amp;ldquo;ขายยาตัวใหญ่&amp;rdquo; ซึ่งอยู่กลุ่มเดียวกัน และเพิ่งสร้างบัญชีขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2562 พบว่ามียอดผู้ติดตามกว่า 3,000 คน และได้โพสต์ภาพยาเสพติดต่างๆ พร้อมระบุราคา รวมถึงจัดส่งให้ทางพัสดุทั่วประเทศ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าบัญชีดังกล่าวมีนายมูฮัมหมัดซอบรี เป็นผู้เปิดใช้ จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติออกหมายจับ และขอออกหมายจับต่อนายเอ นามสมมุติ สอบปากคำเพิ่มเติมและทราบว่าพวกตนไม่ได้จำหน่ายจริง เพียงแต่โพสต์ภาพยาเสพติดที่ตัวเองเสพ ไปหลอกขายให้กับผู้ที่สนใจซื้อ ก่อนให้โอนเงินเข้าบัญชีที่เปิดไว้ เมื่อได้เงินมาก็จะปิดหนีไปทันที ก่อนนำเงินที่ได้ไปซื้อยาเสพติดมาเสพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นแจ้งข้อหา &amp;ldquo;โฆษณายาเสพติดให้โทษโดยมิได้รับอนุญาต&amp;rdquo; ก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.3 ดำเนินคดี ก่อนขยายผลไปยังกลุ่มผู้ซื้อและผู้ลักลอบใช้ช่องทางโซเชียลขายยาเสพติดทางออนไลน์รายอื่นๆ ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ท.ชินภัทร กล่าวว่า จากการสอบปากคำนายมูฮัมหมัดซอบรี ให้การว่าตนเองเปิดผู้เปิดบัญชีโอนเงิน โดยร่วมกับพรรคพวกเยาวชนหลายคน และมีนายเอ เป็นหัวโจก หลอกขายยาเสพติดดังกล่าว บางครั้งก็มียาเสพติดมาขายจริง บางครั้งก็ไม่มี ส่วนยาเสพติดที่ซื้อ ก็พบว่ามาจากในชุมชนเอง ทั้งนี้ จากการสอบปากคำนายเอ เป็นคนที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว ไม่มีพ่อแม่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็ก และมีข้อมูลว่าเคยก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตายในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตมาก่อน โดยเจ้าหน้าที่กำลังประสานข้อมูล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังพบว่ามีกลุ่มผู้ลักลอบจำหน่ายยาเสพติดผ่านโซเชียลอยู่มาก ซึ่งตำรวจได้ติดตามเฝ้าระวังอยู่ตลอด รวมถึงยังมีชุมชนอีกหลายแห่งที่เป็นแหล่งมั่วสุมยาเสพติด ซึ่งเจ้าหน้าที่เตรียมดำเนินการตรวจสอบจับกุม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53914</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายยาเสพติด, ตำรวจ, ปส., ยาเสพติด, วัยรุ่น, ออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200106/image_big_5e12d7fd9434f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49998</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2019 11:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2019 11:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.รวบ3โจ๋ก่อเหตุตีกันภายในโรงพยาบาลอ่างทอง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ย.62-เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองอ่างทอง และชุดดสืบสวน ภ.จว.อ่างทอง &amp;nbsp;นำหมายจับเข้าคุมตัวนายนันทวัช &amp;nbsp;สร้างเขต &amp;nbsp;หรือ อาร์ม อายุ 29ปี &amp;nbsp;บ้านเลขที่ &amp;nbsp; 33 หมู่ 10 ตำบลบ้านอิฐ อำเภอเมือง &amp;nbsp; นาย บุญประสิทธิ์ &amp;nbsp;วีระพงศ์ หรือ &amp;nbsp;ต้น &amp;nbsp;อายุ 19 ปี บ้านเลขที่ 80 ถนน อ่างทอง &amp;ndash;โพธิ์ทอง ตำบลศาลาแดง อำเภอเมือง &amp;nbsp; และ นาย ธนาธิป &amp;nbsp;มุรินทร์จันทร์ หรือ &amp;nbsp;เอ็ม &amp;nbsp;อายุ 24ปี บ้านเลขที่ 33/2หมู่ 10 ตำบลบ้านอิฐ อำเภอเมือง &amp;nbsp;ในข้อหา &amp;nbsp;ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือ จิตใจและร่วมกันบุกรุกเข้าไปในสถานที่ราชการ &amp;nbsp;โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายในเวลากลางคืน &amp;nbsp;โดยร่วมกระทำผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป &amp;nbsp;นำส่ง &amp;nbsp;พ.ต.ท.รุ่งเกียรติ &amp;nbsp;นาทัย &amp;nbsp;สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอ่างทอง &amp;nbsp;เพื่อสืบสวนขยายผลตามขั้นตอนของกฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในเวลา 13.00 น. &amp;nbsp;พล.ต.ต.ธนายุตม์ &amp;nbsp;วุฒิจรัสธำรง &amp;nbsp;รอง ผบ.ช.ภ.1 &amp;nbsp;พร้อมคณะจะเดินทางมาร่วมประชุมเร่งรัดในคดี &amp;nbsp;กลุ่มวัยรุ่นยกพวกตะลุมบอนในห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลอ่างทอง ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49998</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.อ่างทอง, ตำรวจ, ทะเลาะกันในโรงพยาบาล, ทะเลาะวิวาท, รพ.อ่างทอง, วัยรุ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191111/image_big_5dc8deeee675b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19341</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2018 11:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2018 11:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ตร.สั่งล่าแก๊งวัยรุ่นทะเลาะกราดยิงM16นักท่องเที่ยวถูกลูกหลงดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ต.ค.61- พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีกลุ่มวัยรุ่นยกพวกตีกันใช้อาวุธปืนยิง และมีนักท่องเที่ยวต่างชาติถูกลูกหลงบาดเจ็บ และเสียชีวิต บริเวณลานจอดรถ ห้างเซ็นทารา วอเตอร์เกท พาวิชเลี่ยนว่า เหตุเกิดช่วงเวลา 20.30 &amp;nbsp;น.วันที่ 7 ต.ค. พนักงานสอบสวน สน.พญาไท รับแจ้งมีกลุ่มวัยรุ่นยกพวกตีกันและใช้อาวุธปืนเป็นอาวุธยิงใส่กัน และมีผู้ถูกกระสุนปืนได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณลานจอดรถ ห้างเซ็นทารา วอเตอร์เกท พาวิชเลี่ยน แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ &amp;nbsp;พนักงานสอบสวนจึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมด้วย พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ รรท.รองผบช.น. พล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น. 1 &amp;nbsp;ในที่เกิดเหตุทีนักท่องเที่ยวชาวอินเดียเสียชีวิต 1 ราย และเจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล จากการตรวจสอบเป็นนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย 1 คน ชาวลาว 1 คน ส่วนอีก 2 คน เป็นคนไทย &amp;nbsp;ส่วนกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุได้พากันหลบหนีไป ต่อมานักท่องเที่ยวที่มีอาการสาหัสชาวอินเดียได้เสียชีวิตลง พนักงานสอบสวนร่วมกับแพทย์ชันสูตรพลิกศพ &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน พร้อมเจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้อง ตรวจสถานที่เกิดเหตุ &amp;nbsp;เก็บปลอกกระสุนปืน ไว้เป็นพยานหลักฐาน สอบสวนปากคำพยาน &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ลงพื้นที่หาเบาะแสหรือข้อมูลของคนที่ก่อเหตุและตรวจสอบไล่กล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่ใช้หลบหนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนเบื้องต้นก่อนเกิดเหตุมีกลุ่มวัยรุ่นทะเลาะวิวาทและไล่ยิงกันในซอยข้างห้างเซ็นทาราฯ และใช้อาวุธปืนยิงกัน โดยขณะนั้นมีนักท่องเที่ยวชาวอินเดียซึ่งมาเป็นกรุ๊ปทัวร์ รอขึ้นรถอยู่บริเวณลานจอดรถของห้างซึ่งตรงกับซอยที่วัยรุ่นก่อเหตุทะเลาะวิวาท ทำให้ถูกลูกหลง ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง โฆษก ตร. กล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญ มีประชาชนและนักท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจำนวนมาก &amp;nbsp;พนักงานสอบสวนและฝ่ายสืบสวนกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อนำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี โดยขณะนี้ได้รับรายงานว่าทาง ฝ่ายสืบสวนตำรวจนครบาล และ ฝ่ายสืบสวน บก.น. 1 &amp;nbsp;บูรณาการในการสืบสวนหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ได้รายงานให้พล.ต.อ.จักรทิพย์ &amp;nbsp;ชัยจินดา ผบ.ตร. รับทราบแล้ว &amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ได้ตรวจตรา อาวุธปืน และสิ่งผิดกฎหมาย ประกอบกับ จัดทำข้อมูลท้องถิ่น เพื่อเป็นการป้องกันเหตุร้ายที่จะเกิดขึ้น &amp;nbsp;พร้อมทั้งคาดโทษท้องที่หากเกิดเหตุในลักษณะดังกล่าวอีก เพราะจะทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน และภาพลักษณ์ของประเทศ รวมทั้งให้พนักงานสอบสวนต้องรวบรวมพยานหลักฐาน ด้วยความรอบครอบ รวดเร็ว เป็นธรรม อาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงกับผู้ที่ก่อเหตุเป็นสำคัญ เน้นย้ำเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนต้องเร่งคลี่คลายคดี ติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุทุกคนดังกล่าวมารับโทษตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน&amp;quot;รองโฆษก ตร.กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19341</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, ปืนเอ็ม16, ผบ.ตร., พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, รองโฆษกตร., วัยรุ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180827/image_big_5b839779c1601.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11140</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2018 18:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2018 18:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กัปตัน&#039;รับผิดชอบลูก &#039;มิ้ง&#039;น้ำตาตกพร้อมเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แถลงข่าวเพื่อจบปัญหาทุกอย่างเป็นที่เรียบร้อย สำหรับนักแสดงหนุ่ม กัปตัน-ชลธร คงยิ่งยง ที่ควงคุณพ่อคุณแม่และตัวแทนจากค่าย นาดาวบางกอก มาแถลงข่าว พร้อมกับฝ่ายหญิง มิ้งค์-ศวภัทร สุนทรนันท ที่มาพร้อมคุณแม่เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ก่อนอื่นผมยอมรับเลยว่าผมกับมิ้งเคยมีความสัมพันธ์ที่ดีจริงๆ แต่ว่าด้วยเหตุผลบางอย่างที่ทำให้เราเลิกกันไป แต่ว่าเราก็ยังมีความห่วงใยดีๆให้กัน สำหรับเรื่องที่มีเด็กนั้น ทางผมของรับผิดชอบในสิ่งที่ผมได้กระทำไปจริงๆครับ เพราะผมไม่สามารถให้สิ่งที่เกิดจากผมได้รับอันตรายใดๆ ผมมีความเป็นห่วงเด็กมากๆ โอกาสจะกลับมาเป็นครอบครัวกันอันนี้ผมยังตอบไม่ได้ครับ เพราะสิ่งที่ผมต้องโฟกัสเป็นอย่างแรกคือเด็กในท้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ใช่หรือไม่ใช่อันนี้ผมไม่สนตรงนั้นแล้วครับ เพราะอย่างน้อยเรามีความสัมพันธ์ที่เคยเป็นแฟนกันมา และไม่ว่าเหตุใดก็ตามเป็นสิ่งที่เกิดจากผม ผมขอรับผิดชอบ ผมต้องขอโทาทุกคน ขอโทษแฟนคลับทุกๆคนนะครับ สิ่งที่ทุกคนมองว่าพ่อแม่ผมไม่ดี ผู้หญิงไม่ดี ทางค่ายผมไม่ดี หรือว่าใครๆรอบตัวผมไม่ดี ผมขอให้ทุกคนอย่าไปโทษเขาเลยครับ พ่อแม่ผมก็สอนผมมาให้เป็นคนที่ดีต่อสังคม จนเมื่อถึงช่วงวัยรุ่นของผม ผมดันอยากลองเป็นผู้ใหญ่เอง ผมต้องการที่จะพิสูจน์ตัวเอง และผมก็ได้ข้อคิดในการที่ผมยังไม่พร้อมจริงๆที่จะสามารถตัดสินใจอะไรได้ด้วยตัวผมเองคนเดียว ฉะนั้นขอร้องนะครับอย่าโทษคนรอบตัวผม ทางค่ายหรือผู้หญิงเลย ขอให้โทษที่ตัวผมนะครับ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนแรกผมไม่ทราบครับ มิ้งเป็นคนมาบอกผมที่บ้าน ตอนนั้นก็คงช็อกครับ ไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้น เพราะว่าโดยส่วนตัวผมก็ยอมรับในเรื่องของการป้องกันผมก็ระมัดระวังเป็นอย่างมากอยู่แล้ว ตอนนี้ก่อนอื่นเลยคือต้องพาไปฝากครรภ์ครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ผมบอกว่าเป็นห่วงเด็กกับมิ้ง เพราะตอนนี้กระแสค่อนข้างที่จะเป็นวงกว้าง แล้วผมไม่รู้ ขนาดผมที่เป็นคนนั่งอ่าน สภาพจิตใจผมยังแย่พอสมควร และครอบครัวผมควรที่จะรู้จากผมด้วย และผมก็เลยคิดว่าทางมิ้งเองก็คงไม่ต่างจากผมเหมือนกัน ผมเป็นห่วงสภาพจิตใจครอบครัวผม สภาพจิตใจคุณแม่ สภาพจิตใจครอบครัวเขารวมถึงมิ้งเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; งานในวงการ ไม่รู้สิ ยังไงตอนนี้ผมก็มีภาระหน้าที่ที่ผมต้องทำมันให้เสร็จ แล้วหลังจากนี้ไม่ว่าโอกาสมันจะมาหรือไม่มา ก็ไม่เป็นไร ผมขอรับผิดชอบในสิ่งที่ผมทำไว้ก่อน ผู้ใหญ่มีการเรียกไปคุยเรื่องงานเรียบร้อยแล้วครับ จริงๆตอนนี้ผมสามารถทิ้งทุกอย่างได้ ถ้าโอกาสมันไม่เข้ามา แต่ในหน้าที่ที่ทางผู้ใหญ่มอบหมายให้ ผมต้องทำให้เต็มที่ครับ ถ้าผู้ใหญ่ยังให้โอกาสต่อไปผมก็จะทำต่อไปครับ ตอนนี้ไม่มองถึงอนาคตไว้ก่อนดีกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าคุยกับเขาตั้งแต่แรกจะดีกว่านี้ไหมเหรอ อันนี้ผมไม่สามารถ ผมต้องคุยกับครอบครัว กับทางผู้ใหญ่ ผมไม่สามารถที่จะตัดสินใจแล้วเลือกทางที่ผิดพลาดทำให้ครอบครัวของผมสภาพจิตใจแย่ไปกว่านี้ได้อีกแล้วครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็ถือเป็นเรื่องหนักที่สุดในชีวิตแล้วครับ แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วเราคงไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรได้ ตอนนี้หน้าที่ที่สามารถทำได้คือตั้งใจทำงานให้คนดูได้เห็น ให้คนดูชอบในผลงานที่เราตั้งใจทำทุกชิ้น ถ้าคนดูไม่ชอบเราแล้วผมก็ต้องรับในจุดนั้นครับ ต่อไปเราก็ต้องทำให้เด็กในท้องเป็นเด็กที่มีคุณภาพในสังคมอยู่แล้ว จริงๆตอนนี้ก็อยากฝากครรภ์ให้เร็วที่สุดครับเพราะตอนนี้มันอยู่ในช่วงที่เด็กมีความเสี่ยงต่างๆ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อนักข่าวถามว่าก่อนหน้านี้ที่ฝ่ายหญิงบอกว่าทางค่ายและคุณแม่ฝ่ายชายกีดกันนั้นจริงหรือไม่ คุณพ่อของกัปตันก็ขออาสาเป็นคนตอบเรื่องนี้ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;คือจริงๆแล้วมันไม่ได้กีดกัน พอดีเนื่องจากที่พ่ออ่านนะ มิ้งบอกว่ามิ้งบรรลุนิติภาวะแล้ว น่าจะคุยกับกัปตันซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้ว คุยกันเองได้ อันนี้เป็นความคิดที่แตกต่างกันระหว่างทางมิ้งกับทางครอบครัวเรา เพราะว่า ผมคิดว่าถ้าเกิดตัดสินใจเองแล้วเรื่องมันมาถึงขนาดนี้ เราเองก็คงต้องมีส่วนในการตัดสินใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอดีความเร็วมันเร็วมาก เราคุยไปแล้วรอบนึง แล้วเราก็ให้ข้อมูลว่าเราอยากจะฝากท้อง แต่มันแค่ 2 อาทิตย์เอง มันเร็วมาก คือวันที่ 27 พฤษภาคม ที่ผ่านมาก็ยังคุยอยู่ ไม่ได้บอกว่าเราไม่อยากคุย เพียงแต่ว่าเราไม่ได้เร็วจนดับกระแสได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องค่าใช้จ่ายเนี่ย ทางผมรับผิดชอบเต็มที่ ตอนนี้ให้เป็นไปตามสเต็ป ถ้าเกิดมีค่าใช้จ่ายเรื่องทางการแพทย์เนี่ยเราดูแลทุกอย่าง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คุณแม่ของนักแสดงหนุ่ม ก็ยอมรับว่าโกรธที่ฝ่ายหญิงได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อไปก่อนหน้านี้ถึงฝั่งของครอบครัวตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ความรับผิดชอบ ถ้าเกิดจริง และมีการตรวจสอบแล้ว ครอบครัวก็รับผิดชอบอยู่แล้ว อันนี้แม่ขอโฟกัสไปที่ความปลอดภัยของตัวเด็กก่อน กับตัวแม่เขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องกระแสสังคม จริงๆแล้วคุณแม่ไม่ได้สนใจข่าวมากเท่าไหร่ ถ้าเขามีน้องก็จะสนใจที่ตัวเขาและเด็กแค่นั้น ก็เลยคิดว่าเราพาไปดูแลแค่นั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ฝ่ายหญิงให้สัมภาษณ์ถ้าถามว่าโกรธไหม ถ้าบอกว่าไม่โกรธมันก็คงไม่มีใครเชื่อเนอะ ก็เมื่อมีอารมณ์ขึ้นมา เราก็ต้องตั้งสติว่าสิ่งที่เราต้องทำต่อไปคืออะไรแค่นั้น กับอีกฝ่ายก็พยายามเข้าใจอยู่แล้วนะคะ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านฝ่ายสาว มิ้งค์-ศวภัทร ยอมรับชะตากรรมทั้งน้ำตาหากอีกฝ่ายรับแต่ลูกไม่รับแม่!
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ตอนนี้เขาก็รับผิดชอบค่ะ แต่ข้อตกตลยังไงเดี๋ยวเราจะไปคุยกันอีกทีนึงค่ะ อายุครรภ์ตอนนี้ 7 สัปดาห์ค่ะ ความจริงตอนนี้มิ้งก็ยังรู้สึกอยู่ว่ามันเป็นเรื่องของคนสองคนที่ตัวเขาเองถ้าเขาคิดว่ายังไม่โตพอ แต่เรื่องนี้มันต้องมีความเป็นผู้ใหญ่มีความรับผิดชอบ ก็ต้องมาปรึกษากันว่าจะเอายังไงต่อดี ถึงจะไปถึงครอบครัวได้ ก็จริงที่ทุกครอบครัวเลี้ยงมาไม่เหมือนกัน อย่างฝั่งมิ้ง พ่อแม่มิ้งให้มิ้งตัดสินใจด้วยตัวเองว่าจะเอายังไงต่อ เลือกที่จะรับผิดชอบกันยังไง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยังมีอะไรที่อยากคุยกันสองคนไหม ก็ยังมีอยู่ค่ะ ก็อาจจะได้คุยกันสองคน เมื่อกี้ก็มีการขอโทษคุนพ่อคุณแม่กัปตัน ขอโทษที่ให้สัมภาษณ์ไปไม่ดี อาจจะด้วยอารมณ์โกรธ และความน้อยใจทุกอย่างที่มิ้งเจอมา ที่พี่ๆถามว่าเคยมีคิดเอาเด็กออกไหม มีค่ะ เคยมี แต่ไม่ได้คิดแล้วและกัปตันก็เป็นฝ่ายบอกตั้งแต่แรกว่าไม่ให้ทำค่ะ ที่เคนคิดเพราะอารมณ์โกรธ อารมณ์น้อยใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนนี้ก็รู้สึกดีขึ้นนิดนึงค่ะ แต่การพูดคุยอันนั้นก็คงต้องไปคุยกันหลังไมค์สองครอบครัวอีกทีหนึ่งค่ะ ที่มาวันนี้ทางพี่บอม (ทีมงานจากนาดาว) เชิญมา ก็เลยคิดว่ามาให้มันจบไปเลยดีกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ในทวิตเตอร์มีการพูดถึงว่ามีเหตุการณ์แบบนี้กับแฟนเก่าของมิ้ง คือมันเป็นเรื่องที่เม้าท์กันมาตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว เคยเล่าให้กัปตันฟังเหมือนกันตอนแรก ซึ่งมิ้งเลือกที่จะไม่สนใจ ทุกคนรอบข้างมิ้งคนที่รู้จักมิ้งจริงๆ ที่ไม่ใช่แอคเคาท์ปลอม ก็จะรู้จักมิ้งจริงๆว่ามิ้งทำอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้ากัปตันรับแต่ลูกไม่รับแม่ (ร้องไห้) ก็มีคิดค่ะ ก็คงต้องเป็นอย่างนั้น ตอนนี้ก็เพิ่งเรียนจบ คิดว่าจะสมัครงานเดือนตุลาคม แต่ตอนนี้คงไม่ได้แล้ว ก็ยังไม่ได้คิดเรื่องานเหมือนกันค่ะ ส่วนตอนนี้ก็น่าจะเคลียร์กันแล้ว และคิดว่าคงไม่มีการด่ากันทั้งสองฝ่ายอีกแล้วค่ะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คุณแม่ของสาวมิ้งก็เสริมว่าเรื่องที่ลูกสาวเคยคิดจะเอาเด็กออกนั้น ตนยืนยันไม่ให้เอาออก พร้อมบอกให้ยกเป็นลูกตนอีกคนก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฝั่งตัวแทนจาก ค่าย นาดาวบางกอก ต้นสังกัดของพระเอกหนุ่มก็ได้ชี้แจงถึงเรื่องงานในอานคตของ กัปตัน ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;วันก่อนที่จะเป็นข่าว ทางฝั่งแม่มิ้งและแม่กัปตันมีการคุยกัน นัดกันเรื่องการจะไปฝากครรภ์แล้ว มีสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ค่ะ แต่ยังไม่ได้นัดวันกัน และหลังจากวันงานไนน์เอนเตอร์เทน พี่ก็ไปขอนัดเพื่อที่จะพาไปฝากครรภ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องงาน ตอนนี้ต้องแบ่งเป็นสองพาร์ท สิ่งที่เขาทำอยู่ตอนนี้คือเรื่องส่วนตัว ถามว่าสิ่งที่เขาทำมันผิดศีลธรรมไหม คือตอนนี้เขาออกมารับผิดชอบในสิ่งที่เขาทำ ทางบริษัทรู้สึกว่าเขาได้ออกมาพูดรับผิดชอบในสิ่งที่เขาทำแล้ว อีกพาร์ทคือในเรื่องของการทำงาน กัปตันไม่เคยที่จะไม่เต็มที่ในการทำงาน หรือไม่ตั้งใจ เราเลยรู้สึกว่าเราไม่อยากตัดสินเขาจากสิ่งที่มันเกิดขึ้น ถ้าในอานาคตเขาทำงานได้ไม่ดี เขาไม่ตั้งใจ เขาเกเร อันนั้นจะถือเป็นการตัดสินในส่วนของพาร์ทงานของเขามากกว่าในเรื่องที่มันเกิดขึ้นตอนนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือตอนนี้ในส่วนของ ไนน์บายนาย ทางเราก็ได้มีการอัพเดทกับ โฟร์โนล็อค อยู่ตลอดก็ยังยืนยันว่าน้องยังอยู่ในโปรเจ็คเหมือนเดิม แต่สุดท้ายในอนาคตจะเป็นยังไงก็อาจจะต้องรอให้ทาง โฟร์โนล็อค แจ้งมาอีกทีหนึ่งแล้วทางเราจะแจ้งให้ทราบค่ะ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเมื่อนักข่าวถามว่า ทางค่ายทำซีรีย์วัยรุ่น แต่สิ่งที่เกิดขึ้น สวนทางกับสิ่งที่ค่ายทำมา จะตอบตรงนี้กับสังคมอย่างไร ซึ่งตัวแทนจากนาดาวก็ได้ตอบว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เราทำซีรีย์ออกมา เด็กหรือผู้ชมจะต้องใช้วิจารณญาณในการทำความเข้าใจ และในแต่ละเรื่องเขาได้รับประโยชน์ตรงนั้นจากอะไร ซึ่งทุกคนผ่านช่วงเวลาของวัยรุ่นมากันหมด วัยรุ่นทุกคนมีปัญหาไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ เราจะข้ามมันไปได้ยังไง คือซีรีย์มันคือบทเรียนนึงที่ให้ทุกคนได้เรียนรู้ อย่างวันนี้กัปตันเจอปัญหา เรารู้สึกว่าเราไม่อยากตัดโอกาสของคนๆนึง ไม่ว่าใครก็แล้วแต่ ให้เขามีโอกาสในสังคม เพราะเขาออกมารับผิดชอบทั้งหมดแล้ว ให้เขาให้แก้ไขในสิ่งที่เกิดขึ้น ถ้าเด็กทุกคนได้เรียนรู้กับปัญหาที่เจอมันจะทำให้เขาเข้าใจ และไม่เกิดขึ้นอีก อันนี้คือสิ่งที่พี่คิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กฎของบริษัทก็คือเรื่องของ การผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรม เรื่องของบการทำงานไม่รับผิดชอบ ไม่เต็มที่ อันนั้นมันเป็นสิ่งที่เราจะไม่สามารถให้เขาอยู่ในบริษัทได้มากกว่า&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบข่าวจาก อินเตอร์เน็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11140</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัปตัน-ชลธร, ชลธร คงยิ่งยง, ซีรีย์วัยรุ่น, ท้อง, นาดาว, นาดาวบางกอก, พระเอก, พระเอกซีรีย์, มิ้ง-ศวภัทร, วัยรุ่น, ศวภัทร สุนทรนันท, สาววาย, แถลงข่าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180611/image_big_5b1e5d2c4b567.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10162</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2018 12:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2018 12:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โจ๋วัย 16 ริค้า&#039;ยาบ้า-ไอซ์&#039;โดนทหารรวบคาด่าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ค.61-พ.อ.พิเชษฐ์ หัสดีผง รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ ได้รับรายงานจะมีการลักลอบนำยาเสพติดจากชายแดนไทย-เมียนมา บ้านพระเจดีย์สามองค์ ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี จึงมอบหมายให้ ร.ท.ฉัตรชัย &amp;nbsp;เหง้าพรหมมินทร์ ผู้บังคับหมวดลาดตระเวนที่ 3 หน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ ร่วมกับ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 134 , สภ.สังขละบุรี, จนท.ฝ่ายปกครอง สังขละบุรี และชุดสุนัขทหาร กองกำลังสุรสีห์ ให้ดำเนินการ ตรวจสอบรถยนต์ พาหนะต่างๆอย่างเคร่งครัด ที่บริเวณจุดตรวจร่วมน้ำเกริ๊ก ถนนสาย สังขละบุรี -บ้านพระเจดีย์สามองค์ ม.8 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี กระทั่งพบผู้ต้องสงสัย คือ นายรวีรัฒน์ หรือพร้อม คำพา อายุ 16 ปี ขับขี่รถจักรยานยนต์ ไม่ติอแผ่นป้ายทะเบียน มาทางด้านบ้านพระเจดีย์สามองค์ มุ่งหน้าอ.สังขละบุรี ผ่านด่านตรวจตรงตามที่ได้รับรายงาน จึงส่งสัญญานให้หยุด เพื่อทำการตรวจค้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจค้นในเสื้อผ้าที่สวมใส่ พบยาบ้าสีส้ม อักษร WY จำนวน 192 เม็ด และ ยาไอซ์ จำนวน 5 ถุง น้ำหนัก 1.37 กรัม ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อคลุมแขนยาวสีดำ &amp;nbsp; ต่อมาได้ติดตามมารดาของนายรวีรัตน์ มาเป็นสักขีพยานในการจับกุม และแจ้งข้อกล่าวหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน และยาไอซ์) &amp;nbsp;ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย จึงได้นำตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางยาบ้าและยาไอซ์ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.สังขละบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10162</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองกำลังสุรสีห์, กาญจนบุรี, ค้ายา, ชายแดนไทย-เมียนมา, วัยรุ่น, หน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180528/image_big_5b0b96837fb6f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
