<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50198</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2019 17:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2019 17:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อนุทิน ย้ำเหตุทะเลาะวิวาทในโรงพยาบาลเป็นเรื่องจิตสำนึก ไม่สมควรเกิดขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13พ.ย.62-ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จังหวัดนนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีผู้ก่อเหตุทะเลาะวิวาทในโรงพยาบาล ว่า เรื่องนี้โรงพยาบาลและกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้เสียหาย สิ่งที่กระทรวงสาธารณสุขทำได้คือการแจ้งความร้องทุกข์ เรื่องการก่อเหตุความไม่สงบในสถานที่ราชการ การทำให้ทรัพย์สินราชการเสียหาย ขัดขวางการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ แพทย์พยาบาลที่กำลังให้การช่วยเหลือผู้ป่วย ทั้งนี้ ขอเน้นย้ำไม่ว่าจะทะเลาะอะไรกันมา ทุกอย่างต้องจบที่หน้าโรงพยาบาล จะเอาเข้ามาในโรงพยาบาลไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;โรงพยาบาลเป็นที่รักษาคนเจ็บคนป่วย การเข้ามาตีกันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องเลย จะตีกันหรืออะไรก็แล้วแต่ ก็ตีกันข้างนอก การมาที่โรงพยาบาลเพื่อมารักษา และไม่ต้องถามหาว่าใครผิดใครถูก อยู่ฝ่ายไหนเรารักษาหมด ไม่ควรเข้ามาตีกันในนี้&amp;rdquo; นายอนุทินกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายอนุทินกล่าวต่อว่า กระทรวงสาธารณสุข คงไม่จำเป็นต้องเพิ่มมาตรการป้องกันอะไรแล้ว เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องจิตสำนึก ไม่สมควรที่จะมาตีกันในโรงพยาบาล หรือห้องฉุกเฉิน ที่มีคนไข้ คนทำงานอยู่จำนวนมาก สำหรับการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำเป็นหน้าที่กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ต้องมาดูแลความสงบเรียบร้อยของโรงพยาบาล&amp;nbsp;
ด้านนพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จะไม่มีการเจรจา ไม่มีการยอมความอย่างแน่นอน กระทรวงสาธารณสุขชัดเจนเรื่องนโยบายความปลอดภัย มีหนังสือถึงผู้ว่าราชการทุกจังหวัดว่าการก่อเหตุทะเลาะวิวาทในโรงพยาบาลเป็นคดีอาญาที่ยอมความกันไม่ได้ ถ้าใครยอมความจะมีความผิดตามมาตรา 157 เรื่องการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50198</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สธ., นายอนุทิน​ ชาญวีรกุล, วัยรุ่นตีกันในรพ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191113/image_big_5dcbd6a98a27a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50039</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2019 17:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2019 17:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ดร.สาธิต&quot; ฮึ่มตีกันในรพ. ต้องเอาเรื่องถึงที่สุด ไม่มียอมความ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
11พ.ย.62- ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการ​กระทรวง​สาธารณสุข​ ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุทะเลาะวิวาทในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้กำชับให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่เกิดเหตุทะเลาะวิวาทแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุอย่างเข้มข้น ไม่มีการประนีประนอม เพราะกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้มารับบริการ และขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่ โดยกระทรวงสาธารณสุขพร้อมประสานระดับนโยบายกับกระบวนการยุติธรรม ในการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์ หรือเกิดความเสียหายต่อทรัพย์ ให้ได้รับอัตราโทษที่สูงกว่ากรณีทั่วไป เพื่อให้เกิดความเด็ดขาดและหลาบจำไม่ให้ทำความผิด พร้อมจะดำเนินการพัฒนาระบบแจ้งเตือนหากเกิดเหตุทะเลาะวิวาทจากโรงพยาบาลไปยังสถานีตำรวจเพื่อจัดเตรียมกำลังพลสำหรับระงับเหตุได้อย่างทันท่วงที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทุกแห่ง ได้มีมาตรการความปลอดภัยในโรงพยาบาลที่ห้องฉุกเฉิน อาทิ จัดระบบควบคุมประตู หรือมีทางเข้า-ออก ที่ปลอดภัยหลายช่องทาง จัดสถานที่พักคอยสำหรับญาติ จำกัดการเข้าออก ตรวจสอบกล้องวงจรปิดให้พร้อมใช้งาน และติดตั้งเพิ่มในจุดเสี่ยง จัดระบบคัดกรองโดยเฉพาะผู้ป่วยห้องฉุกเฉิน และจัดบริการให้เหมาะสมกับความเร่งด่วน รวมทั้งให้สื่อสารกับญาติผู้ป่วยเป็นระยะ เพื่อลดความวิตกกังวล จัดหาสัญญาณเตือนภัย หรืออุปกรณ์ขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน และมีช่องทางแจ้งเหตุด่วนกับตำรวจ ฝ่ายปกครอง และเครือข่ายอาสาสมัคร มูลนิธิต่างๆ ในพื้นที่ เป็นต้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50039</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัยรุ่นตีกันในรพ., สาธิต ปิตุเตชะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191111/image_big_5dc93d5683657.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33821</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2019 11:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2019 11:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กร่างให้สุด! อัยการฮึ่มฟ้องข้อหาหนักวัยโจ๋ยกพวกตีกันในรพ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 เม.ย. 62 - นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีแก๊งค์วัยรุ่นบุกทำร้ายคู่อริในโรงพยาบาลช่วงวันหยุดสงกรานต์ ว่า &amp;ldquo;บ้านป่าเมืองเถื่อนหรืออย่างไร? โรงพยาบาลก็ไม่ละเว้น... โรงพยาบาลกบินทร์บุรี&amp;nbsp; &amp;nbsp; โรงพยาบาลแก้งคร้อ โรงพยาบาลห้วยแถลง โรงพยาบาลบางสะพานน้อย..เป็นข่าวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ วัยรุ่นบุกเข้าใช้โรงพยาบาลทำร้ายคู่อริ&amp;nbsp; ส่วนมากน่าจะอยู่ในอาการมึนเมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การบุกเข้าไปทำร้ายผู้อื่นในโรงพยาบาล เป็นการกระทำผิดที่ท้าทายกฎหมาย ทำลายความสงบสุขของสังคม โรงพยาบาลเป็นที่พึ่งของคนเจ็บป่วย คุณหมอและคุณพยาบาล ล้วนทำหน้าที่กันหนักในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ประชาชนใช้รถใช้ถนนมากกว่าปกติ จึงมีสถิติอุบัติเหตุเพิ่มขึ้นอย่างสูง แต่กลุ่มวัยรุ่นที่ขาดจิตสำนึก ประพฤติตนกร่างใหญ่โตท้าทายกฎหมาย บุกเข้าโรงพยาบาล ทำร้ายคู่อริ แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าห้ามปรามก็ยังไม่หยุด ตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจห้ามยังตรงเข้าทำร้ายคู่อริ ก่อความวุ่นวายขึ้นในโรงพยาบาลอย่างท้าทายอำนาจรัฐท้าทายประสิทธิภาพของกฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากกล้องวงจรปิดในโรงพยาบาลและจากคลิปโทรศัพท์มือถือ ที่คนเดือดร้อนช่วยบันทึกกันไว้เป็นหลักฐานจะสามารถเป็นหลักฐานได้ว่าวัยรุ่นคนไหน ร่วมกันก่อเหตุร้าย ทำร้ายใครบ้าง ใครทำให้ทรัพย์สินของโรงพยาบาลเสียหาย แม้ในสถานที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจอาจมีกำลังไม่พอที่จะเข้าจับกุม แต่หลักฐานที่ปรากฏจะได้ติดตามจับกุมมาดำเนินคดีกันต่อไป&amp;nbsp; ความมึนเมา ไม่เป็นข้ออ้างที่จะทำให้พ้นความรับผิดตามกฎหมายไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุตะลุมบอนกันในโรงพยาบาล ล่าสุดเกิดขึ้นที่บางสะพานน้อย กลุ่มวัยรุ่นคู่อริฉลองสงกรานต์แล้วเกิดเขม่นจนทะเลาะวิวาท มีผู้บาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาล แล้วมาตะลุมบอนกันต่อบริเวณหน้าห้องฉุกเฉิน ทำให้มีผู้บาดเจ็บเพิ่ม รวมทั้งหมด 7 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 364 ผู้ใดโดยไม่มีเหตุอันสมควร เข้าไปหรือซ่อนตัวอยู่ในเคหสถาน อาคารเก็บรักษาทรัพย์หรือสำนักงานในความครอบครองของผู้อื่น หรือไม่ยอมออกไปจากสถานที่เช่นว่านั้นเมื่อผู้มีสิทธิที่จะห้ามมิให้เข้าไปได้ไล่ให้ออก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 365 ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 362 มาตรา 363 หรือมาตรา 364 ได้กระทำ
(1) โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย
(2) โดยมีอาวุธหรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป หรือ
(3) ในเวลากลางคืน
ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 360 ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประมวลกฎหมายอาญาไม่ได้บัญญัติเรื่องการบุกรุกสถานที่ราชการไว้เป็นพิเศษดังเช่น กฎหมายลักษณะอาญามาตรา 330 ดังนั้น การบุกรุกสถานที่ราชการจึงมีความผิดในลักษณะเดียวกับการบุกรุกสถานที่ของเอกชน กล่าวคือ จะเป็นความผิดก็ต่อเมื่อสถานที่ราชการที่บุกรุกนั้นมีลักษณะของเคหสถาน&amp;nbsp; อาคารเก็บรักษาทรัพย์หรือสำนักงาน โรงพยาบาลของรัฐซึ่งเป็นสถานพยาบาล ถือได้ว่าเป็นสถานที่ราชการที่มีลักษณะของสำนักงาน ซึ่งขณะที่เปิดให้บริการรักษาผู้ป่วยอยู่นั้นจะสภาพเป็นสาธารณะสถานที่ประชาชนมีความชอบธรรมที่จะเข้าไปได้&amp;nbsp; แต่การที่กลุ่มบุคคลใดได้เข้าไปวิวาททำร้ายคู่อริซึ่งเข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนั้น&amp;nbsp; และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยซึ่งดูแลรักษาความปลอดภัยภายในโรงพยาบาลได้ไล่ให้กลุ่มบุคคลดังกล่าวออกไปแล้ว&amp;nbsp; แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวไม่ยอมออกไปจึงถือได้ว่าเป็นความผิดฐานบุกรุกตามป.อ.มาตรา 364 นี้ เมื่อเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในเวลากลางคืน มีผู้ร่วมกระทำความผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไปและมีการใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย จึงต้องระวางโทษหนักขึ้นตามมาตรา 365&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้การเข้าไปทำร้ายบุคคลอื่นหรือทะเลาะวิวาทกันในโรงพยาบาลซึ่งมีทรัพย์สินของโรงพยาบาลที่จำเป็นต้องใช้ในการให้บริการประชาชนย่อมที่จะเล็งเห็นได้ว่าอาจมีทรัพย์สินของโรงพยาบาลได้รับความเสียหาย เช่น รถเข็นผู้ป่วย เตียงผู้ป่วย เครื่องช่วยหายใจ เครื่องปั้มหัวใจ เป็นต้น ซึ่งถือว่าเป็นทรัพย์ที่ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ได้รับความเสียหายจากการเข้าไปทะเลาะวิวาทดังกล่าว อันอาจเป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ตาม ป.อ.มาตรา 360&amp;nbsp; ข้อหาต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน ข้อหาขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน&amp;nbsp; ข้อหาทำร้ายร่างกาย และยังอาจมีข้อหาอื่นตามมา จากการกระทำที่ก่อเหตุความวุ่นวาย ล้วนเป็นโทษสถานหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กร่างให้สุด.. แล้วไปหยุดที่เรือนจำพฤติกรรมท้าทายกฎหมาย อัยการบรรยายฟ้องขอให้ศาลลงโทษสถานหนักแน่ คอยดูประสิทธิภาพของกฎหมายกันนะครับ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33821</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัยรุ่นตีกันในรพ., สงกรานต์, อัยการ, โกศลวัฒน์, โทษหนัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190417/image_big_5cb6ae6914083.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
