<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>8012</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ความดันโลหิตสูง เบอร์ 1 โรควัยเก๋า </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ชราเฮโย&amp;rdquo; เป็นแอปพลิเคชันที่จะช่วยประเมินแนวโน้มสุขภาพของประชาชนในอนาคต ที่เป็นผลมาจากการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าตอนนี้ใครจะห่างไกลจากวัยสูงอายุแค่ไหน มีวิถีชีวิตแบบใด เพียงตอบคำถามง่ายๆ จากพฤติกรรมของตัวเองแล้ว มาดูแนวโน้มกันว่าเมื่อเริ่มเข้าสู่วัยสูงอายุจะมีสุขภาพห่างไกลโรคภัยเพียงใด เพื่อที่ผู้นั้นจะสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้กลับมามีสุขภาวะที่ดีขึ้นก่อนจะสายเกินไปได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อไม่นานนี้ ที่ศูนย์การค้าสยามสแควร์ วัน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.) จัดงานเปิดตัว &amp;ldquo;แอปพลิเคชันชราเฮโย&amp;rdquo; แอปพลิเคชั่นที่จะช่วยประเมินแนวโน้มสุขภาพในอนาคตที่เป็นผลมาจากการใช้ชีวิตประจำวัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า ประเทศไทยจะกลายเป็นสังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์ในอีกประมาณ 3 ปีข้างหน้า เมื่อสัดส่วนประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปสูงถึงร้อยละ 20 จำนวนประชากรสูงอายุที่จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากในอนาคต เห็นได้ชัดเจนจากการที่ประชากรรุ่นที่เกิดเกินกว่าล้านคนต่อปี ระหว่างปี 2506-2526 (ขณะนี้มีอายุ 33-53 ปี) และอีก 20 ปีข้างหน้าจะกลายเป็นผู้สูงอายุ 53-73 ปี ทำให้สัดส่วนของประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปในประเทศไทยจะสูงถึงร้อยละ 30 ของประชากรทั้งหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากรายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ.2559 มีการสำรวจสุขภาพประชาชนโดยการตรวจร่างกายพบว่า โรคที่มักพบในผู้สูงอายุ ได้แก่ โรคความดันเลือดสูง เบาหวาน ข้ออักเสบ/ข้อเสื่อม โรคถุงลมโป่งพอง/หลอดลมปอดอุดกั้นเรื้อรัง หลอดเลือดหัวใจตีบ กล้ามเนื้อหัวใจตาย และอัมพาต โดยคาดการณ์ว่า มากกว่า 60% ของผู้สูงอายุวัยปลาย (อายุ 80 ปีขึ้นไป) เป็นโรคความดันเลือดสูง มากกว่า 10% ของผู้สูงอายุวัยปลายเป็นโรคเบาหวาน และ 35% ของผู้สูงอายุมีภาวะอ้วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้จัดการกองทุน สสส.กล่าวต่อว่า สสส.สนับสนุนแผนงานสร้างและจัดการความรู้เพื่อรองรับสังคมสูงวัย โดยมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.) ดำเนินการศึกษาและพัฒนาองค์ความรู้และพัฒนาเป็นแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;ชราเฮโย&amp;rdquo; เพื่อเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพในกลุ่มวัยแรงงาน อายุ 21-59 ปี เนื่องจากวัยแรงงานถือเป็นประชากรกลุ่มสำคัญที่มีจำนวนมาก และจะต้องเข้าสู่วัยผู้สูงอายุในอนาคต ดังนั้น การสร้างความตระหนัก กระตุ้นให้เกิดการเตรียมความพร้อม สามารถพึ่งพาตนเองได้ มีการให้คำแนะนำส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่ดี เช่น การออกกำลังกาย การมีกิจกรรมทางสังคม แม้จะไม่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาผู้สูงอายุโดยตรง แต่จะช่วยลดภาระในการดูแล และบริการสุขภาพแก่ผู้สูงอายุได้อย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พญ.ลัดดา ดำริการเลิศ เลขาธิการมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.) กล่าวเพิ่มเติมถึงการการดูแลสุขภาพผ่านแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;ชราเฮโย&amp;rdquo; ว่าเป็นเทคโนโลยีทันสมัยสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่าย มีเนื้อหาครอบคลุมพื้นฐานด้านสุขภาพทั้งกายและใจ โดยชี้ให้เห็นผลเสียที่จะเกิดขึ้นหากไม่เปลี่ยนพฤติกรรมด้านสุขภาพ ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญนำไปสู่การสร้างเสริมสุขภาพที่เหมาะสม และเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพเพื่อเป็นผู้สูงอายุที่มีสุขภาพดีในอนาคต &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับภายในงานนี้มีการทดสอบสมรรถภาพกายเพื่อการออกกำลังกายที่เหมาะสม โดยคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และกิจกรรมทดสอบการเป็นผู้สูงอายุ โดยคณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชื่อว่าแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;ชราเฮโย&amp;rdquo; เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่จะสามารถช่วยเหลือคนไทยให้มีสุขภาวะดีทั้งร่างกายและจิตใจ สอดคล้องกับประเทศไทยยุค 4.0 ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถดาว์นโหลดแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;ชราเฮโย&amp;rdquo; ฟรีทั้งระบบแอนดรอยด์และ IOS หรือติดตามข้อมูลสุขภาพผู้สูงวัยได้ในกลุ่มไลน์ &amp;ldquo;ยังแจ่ม&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8012</URL_LINK>
                <HASHTAG>การสำรวจสุขภาพประชาชน, ข้ออักเสบ/ข้อเสื่อม, ชราเฮโย, ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์, ประเทศไทยยุค 4.0, พญ.ลัดดา ดำริการเลิศ, วัยสูงอายุ, สสส., สุขภาพของประชาชนในอนาคต, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แอปพลิเคชัน, โรคความดันเลือดสูง, โรคถุงลมโป่งพอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180427/image_big_5ae307d92d840.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7940</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สร้างวัดให้มีคุณค่า-คิดหวังให้น้อย วัคซีนแก้โรคซึมเศร้าลดฆ่าตัวตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(&amp;ldquo;ธรรมสถาน&amp;rdquo; แหล่งพักพิงใจที่ช่วยลดปัญหาโรคซึมเศร้า และฆ่าตัวตายของผู้สูงอายุและคนทั่วไป โดยอาศัยหลักธรรมะของพระพุทธเจ้าในการช่วยคลายทุกข์ อีกทั้งสร้างความปล่อยวางให้ชีวิต)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เพิ่มจำนวนสูงขึ้นเรื่อยๆ เรียกได้ว่าเกือบแซงหน้าญี่ปุ่นและกลุ่มประเทศโซนยุโรป กับปัญหาการ &amp;ldquo;ฆ่าตัวตาย&amp;rdquo; ที่ปัจจุบันพบได้ทั้งทุกช่วงวัย รวมถึงวัยสูงอายุ และพบได้เกือบทุกวัน ซึ่งมีสาเหตุมาจากโรคซึมเศร้า เหงา จากการที่ถูกลูกหลานทอดทิ้ง รวมถึงการที่ผู้สูงวัยเจ็บป่วยและไม่ต้องการเป็นภาระของลูกหลาน กระทั่งคนสูงวัยบางรายที่ประสบปัญหากับธุรกิจและหน้าที่การงานจึงเลือกที่จะคิดสั้น แต่อย่าลืมว่าทุกปัญหาย่อมมีทางป้องกันและแก้ไขเสมอ โดยเฉพาะการหันหน้าพึ่ง &amp;ldquo;พระพุทธศาสนา&amp;rdquo; อย่างการสวดมนต์ หรือนั่งสมาธิภาวนา แต่การป้องกันโรคซึมเศร้าทั้งปวงนั้นต้องเริ่มจากการปรับวัดให้มีคุณภาพ เพื่อเป็นที่พึ่งทางใจของผู้สูงวัยให้สามารถรับมือการภาวะ &amp;ldquo;คิดสั้น&amp;rdquo; ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(พระราชญาณกวี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พระราชญาณกวี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก ให้ข้อมูลว่า &amp;ldquo;ทุกวันนี้มีผู้ที่โทร.เข้ามาปรึกษาหลวงพ่อค่อนข้างเยอะเกี่ยวกับเรื่องการ &amp;ldquo;ฆ่าตัวตาย&amp;rdquo; จากความทุกข์เรื่องนั้นเรื่องนี้ แต่สำหรับเคสของผู้สูงอายุนั้นจะประกอบด้วย 3 ด้านหลักๆ คือ &amp;ldquo;ว้าเหว่&amp;rdquo; จากการที่ต้องอยู่คนเดียว หรือแม้แต่ผู้ที่เกษียณอายุราชการและต้องอยู่ลำพัง โดยขาดการเข้าสังคม รองลงมาคือ &amp;ldquo;เจ็บป่วย&amp;rdquo; โดยเฉพาะโรคเรื้อรังที่ต้องรักษาต่อเนื่อง อย่างโรคหัวใจ, อัมพฤกษ์ อัมพาต, ขาไม่ดี, ตาบอดมองไม่เห็น ที่ทำให้ท่านต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างทรมาน ปัญหาสุขภาพเหล่านี้ล้วนกระตุ้นให้ผู้สูงอายุอยากคิดสั้น เพราะไม่ต้องการเป็นภาระของลูกหลาน ประการสุดท้ายคือ &amp;ldquo;พลัดพราก สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก&amp;rdquo; กระทั่งการถูกโกงหรือถูกเอารัดเอาเปรียบในการทำธุรกิจ ทำให้สิ้นหวังจนไม่ต้องการอยู่บนโลกใบนี้ เพราะคิดว่าทุกอย่างจบสิ้นลงไป ไม่เหลืออะไรแม้แต่สมบัติที่สร้างสมมาตลอดชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากมูลเหตุฆ่าตัวตายที่เกิดขึ้นกับผู้สูงอายุเองหรือแม้แต่คนวัยหนุ่มสาว จึงนำมาสู่การ &amp;ldquo;ทบทวนสติ&amp;rdquo; โดย การที่คนหลัก 5 หลัก 6 ฝึกสติได้ทั้งจากที่บ้านและที่วัด เพราะการที่คนชราได้มานั่งสงบและทำสมาธิภาวนา อีกทั้งได้เห็นอารามยามค่ำคืน ก็จะทำให้ขบคิดได้ว่า แม้แต่พระพุทธเจ้าที่พระองค์ท่านเป็นกษัตริย์ ก็ยังสละทรัพย์สมบัติ ดังนั้นทุกคนจึงควรปล่อยวางจากทรัพย์สินนอกกาย จากตรงนี้จึงอยากให้ผู้สูงอายุย้อนกลับไปมองว่า ทุกวันนี้เรายังมีบ้านอยู่ มีอาหารรับประทานไม่ได้ขาดแคลนหรือไม่ ดังนั้นการที่ถูกโกงทรัพย์สินไป ทั้งจากลูกหลานและคนใกล้ชิด หรือถูกหลอกลวงจากโลกออนไลน์ให้ทำธุรกิจต่างๆ กระทั่งถูกฉ้อโกงเสียเงินจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ ธรรมะที่เกิดขึ้นจากการเข้าวัดปฏิบัติธรรมจะช่วยทำให้ท่านไม่คิดสั้นอีกต่อไป หรือปล่อยวางมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากทุกวันนี้มีสื่อที่รบเร้าให้คนทำอะไรได้อย่างง่ายๆ เป็นต้นว่า เด็กสามารถดูการก่ออาชญากรรมผ่านทางยูทูบได้ ตลอดจนการอาศัยสื่อออนไลน์และความทันสมัยก่อการทุจริตคดโกงผู้อื่น กระทั่งนำมาสู่การแก้แค้นโดยการเอาชีวิตผู้อื่น และตามด้วยการปลิดชีพตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นวิธี &amp;ldquo;เติมสติ&amp;rdquo; ให้คนหนุ่มสาว รวมถึงผู้สูงอายุ รับมือกับปัญหาการคิดสั้นฆ่าตัวตาย หลวงพ่อขอเสนอไอเดีย ให้แต่ละวัดมี &amp;ldquo;ธรรมสถาน&amp;rdquo; เพราะการที่เราเปลี่ยนวัดจำนวนกว่า 300 แห่งใน กทม.ให้มีคุณภาพ มีสถานที่สำหรับทำสมาธิภาวนา โดยเปิดหลักสูตร 2, 3, 7 วัน มีห้องน้ำ และศาลานอนแยกหญิงชาย, มีชั่วโมงของการฟังเทศน์สอนใจดีๆ รวมถึงมีห้องโถงทำกิจกรรม เช่น การสอนดนตรีบำบัด, โยคะบำบัด, ศิลปะบำบัด โดยให้ผู้สูงอายุที่อยู่ในช่วงหลังเกษียณมาเป็นวิทยากรหรือผู้สอน คนในวัยเดียวกัน ก็จะทำให้เกิดสังคม อีกทั้งทำให้คนหลัก 5 หลัก 6 ไม่เหงา ไม่ซึมเศร้า เมื่อต้องอยู่บ้านเพียงลำพัง ก็เป็นการลดความว้าเหว่ในใจได้ ที่สำคัญผู้มาปฏิบัติธรรมต้องไม่เสียค่าใช้จ่าย ตรงนี้หากภาครัฐลงทุนสร้างธรรมสถานดังกล่าวให้กับวัด ก็น่าจะเป็นหนทางหนึ่งที่ดึงผู้สูงอายุ ตลอดจนผู้ที่มีปัญหาชีวิตเข้าวัด โดยมีจุดประสงค์ของการสร้างความผ่อนคลาย โดยใช้หลักปฏิบัติทางพระพุทธศาสนาเป็นตัวจับ ซึ่งมันจะช่วยลดการฆ่าตัวตาย ในกลุ่มของคนสูงอายุและคนทั่วไปได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(การคิดและคาดหวังให้น้อยจะช่วยลดแรงปะทะจากการไม่สมหวังให้น้อยลงเช่นกัน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งที่ป้องกันการคิดปลิดชีพตัวเองอย่างการ &amp;ldquo;คิดหรือคาดหวังในเรื่องต่างๆ ให้น้อยลง&amp;rdquo; ก็น่าจะเป็นหนทางป้องกันความไม่สมหวังและลดการสูญเสียได้ หลวงพ่อยกตัวอย่าง ผู้สูงอายุที่เขาอยู่ในต่างจังหวัด เขาจะมีความคาดหวังในเรื่องต่างๆ น้อยลง เมื่อนั้นแรงปะทะจากความไม่สมหวังก็จะน้อยเช่นกัน ที่สำคัญการที่คนต่างจังหวัดส่วนใหญ่ต้องเผชิญกับความยากลำบากในการดำเนินชีวิต ความไม่สมหวัง และมีความทุกข์เป็นอาจิณอยู่แล้ว เมื่อเกิดปัญหาอะไรก็แล้วแต่ เขาก็จะสามารถรับมือกับเรื่องร้ายได้ พูดง่ายๆ ว่าเขาจะมีสุขภาพจิตที่ดีกว่าผู้สูงอายุที่อยู่ในเมืองกรุง ที่มักจะไม่สามารถทนกับการถูกบีบคั้นต่างๆ ได้ หรือไม่สามารถอดทนรอได้ แม้กระทั่งเรื่องเล็กน้อย จึงทำให้คนชรามีสุขภาพจิตที่เปราะบางกว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากใช้ธรรมะเป็นตัวช่วยลดการคิดสั้นแล้ว การป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ ด้วยการที่พ่อแม่ในเมืองกรุงสอนลูกหลานให้รู้จัก 3 สิ่งต่อไปนี้ คือ &amp;ldquo;รู้จักหิวเป็น&amp;rdquo; และต้อง &amp;ldquo;รู้จักลำบากเป็น&amp;rdquo; สุดท้ายคือ &amp;ldquo;การอยู่ท่ามกลางความยากลำบากและความขาดแคลนให้ได้&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทั้ง 3 เรื่องที่หลวงพ่อบอกมาจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ และพบกับเรื่องที่ไม่สมปรารถนา เมื่อนั้นเขาก็จะไม่ประทุษร้ายตัวเองและผู้อื่น และสามารถใช้ชีวิตในวัยเกษียณท่ามกลางสติและมีความสุข กระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิตมาถึง&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7940</URL_LINK>
                <HASHTAG>การก่ออาชญากรรม, คุณภาพชีวิต, ถูกฉ้อโกง, ทบทวนสติ, ปัญหาการฆ่าตัวตาย, พระราชญาณกวี, พลัดพราก, วัยสูงอายุ, โรคซึมเศร้า, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180426/image_big_5ae1c003cf6e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7613</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2018 21:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใช้ชีวิตวัยเกษียณอย่างมีสุข อย่าลืมปฏิบัติตามหลัก 3 อ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(เพื่อให้พ่อแม่มีความสุขช่วงวัยเกษียณ ลูกหลานควรพาผู้สูงอายุไปตรวจสุขภาพเป็นประจำ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนึ่งคำถามที่ผุดขึ้นท่ามกลางสังคมไทยที่กำลังจะก้าวเข้าสู่วัยสูงอายุอย่างเต็มตัวในอีกไม่กี่ปี อย่าง &amp;ldquo;การเป็นผู้สูงอายุที่มีความสุขจะต้องทำอย่างไร??&amp;rdquo; เพราะเมื่อเลี่ยงตัวเลขของอายุที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนความเสื่อมของร่างกายไม่ได้ ดังนั้นการใช้ชีวิตอยู่อย่างไม่เป็นทุกข์ถือเป็นมุมมองที่น่าสนใจ เพราะเมื่อไรก็ตามที่เราเข้าสู่วัยชราอย่างภาคภูมิใจ แน่นอนว่าชีวิตก็จะยืนยาว โดยที่คุณตาคุณยายสามารถอยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้กับลูกหลานได้แบบยาวๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(&amp;nbsp;พญ.พลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.พลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและเวชศาสตร์ชะลอวัย ให้ความรู้ว่า &amp;ldquo;การใช้ชีวิตให้มีความสุขเมื่ออายุมากขึ้น หมอแนะนำว่าต้องดูแลสุขภาพแบบองค์รวม 3 ประการ เริ่มที่ &amp;ldquo;อวัยวะ&amp;rdquo; ซึ่งถือเป็นเรื่องพื้นฐานที่สำคัญมาก เพราะหากผู้สูงอายุมีสุขภาพดี ทุกอย่างก็จะดีตามไปด้วย ทั้งนี้ ลูกหลานควรหมั่นพาคุณพ่อคุณแม่ไปตรวจสุขภาพเพื่อตรวจหาโรคเรื้อรังอย่าง โรคความดันโลหิตสูง, โรคเบาหวาน ฯลฯ ซึ่งหากพบว่าผู้สูงวัยไม่ได้ป่วยเป็นโรคก็ให้ไปตรวจสุขภาพ 8 เดือน-1 ปีครั้ง แต่ถ้าหากท่านมีโรคประจำตัวทุกๆ 2-3 เดือนก็ต้องไปพบแพทย์ หรือไปหาคุณหมอตามนัด เพราะอย่าลืมว่าผู้สูงอายุทั่วๆ ไปมักจะมีอาการป่วยโรคเกี่ยวกับดวงตา อาทิ ต้อหิน, ต้อลม หรือแม้แต่โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่กล่าวมา การตรวจสุขภาพประจำปีและการไปพบแพทย์ตามนัดจึงถือเป็นเรื่องสำคัญมากค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(หากผู้สูงอายุมีอารมณ์หงุดหงิดฉุนเฉียว ให้ลูกหลานเข้าไปพูดคุยและชวนทำกิจกรรมคลายเครียด เช่น ออกกำลังกายร่วมกัน หรือพาท่านไปเข้าชมรมผู้สูงอายุ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองลงมาคือ &amp;ldquo;อารมณ์&amp;rdquo; เป็นปัจจัยที่สำคัญ เพราะหากผู้สูงอายุมีภาวะหงุดหงิดฉุนเฉียวง่าย อาจกระทบต่อจิตใจ และทำให้เกิดโรคทางจิตประสาทได้ ลูกหลานควรหมั่นสังเกตว่าคุณพ่อแม่กำลังเครียดอยู่หรือไม่ และถ้าหากพบอาการดังกล่าวก็ให้ร่วมกันหาสาเหตุโดยการถามไถ่ หรือชวนท่านออกกำลังกายที่เหมาะสมกับวัยเพื่อช่วยคลายเครียด หรือหากอาการหงุดหงิดยังไม่ทุเลาลง ก็ควรพาไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อรับประทานยาในการปรับอารมณ์ เป็นต้น ที่สำคัญหากสภาพแวดล้อมในบ้านไม่ปลอดภัย ซึ่งเอื้ออำนวยให้ผู้สูงอายุประสบอุบัติเหตุ เช่น อาการหกล้ม, เดินสะดุด กระทั่งให้ท่านรู้สึกโกรธหรือโมโห ลูกหลานก็ต้องรีบปรับปรุงภายในบ้านให้มีความปลอดภัย เช่น เก็บของให้ระเบียบ ป้องกันท่านเดินสะดุดและหกล้มกระดูกหัก กระทั่งการติดไฟที่มีแสงสว่างเพียงพอ เพื่อช่วยในการมองเห็นยามค่ำคืน เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในส่วนของผู้สูงอายุที่ต้องอยู่เพียงลำพัง หรือบ้านไหนที่ลูกหลานต้องออกไปทำงานนอกบ้าน ซึ่งอาจทำให้ท่านรู้สึกเหงาและว้าเหว่ หมอแนะนำให้ลองหาเพื่อนบ้านใกล้เคียงที่มีผู้สูงอายุอาศัยอยู่ โดยการแนะนำให้คุณแม่คุณพ่อรู้จัก เพื่อสร้างสังคมเพื่อนวัยเดียวกัน ทั้งนี้ เพื่อนำไปสู่การชักชวนกันเข้าชมรมผู้สูงอายุ เช่น สภากาชาดไทย ที่จัดตั้งชมรมนี้ขึ้น ซึ่งภายในชมรมจะมีกิจกรรมมากมาย เช่น เล่นโยคะ, เล่นดนตรี, จับกลุ่มพูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิตร่วมกัน, พาไปไหว้พระ ท่องเที่ยว ฯลฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประเด็นที่ลูกหลานหลายคนกลัวและเป็นกังวลว่า ผู้สูงอายุมักจะเกิดความเครียดจากการรับมือกับภาวะสูงวัยไม่ค่อยได้??? นั้น อันจริงแล้วเรื่องนี้ไม่เป็นอุปสรรค เนื่องคนสูงวัยก็มักจะรับมือกับความชราได้ แต่สิ่งสำคัญลูกหลานต้องหมั่นสังเกตว่าท่านมีปัญหาสุขภาพ หรือเจ็บป่วยทางกายอย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่ เช่น ภาวะเหงาและโดดเดี่ยว ก็สามารถแก้ไขด้วยการหาเพื่อนให้ท่าน หรือพาท่านไปเข้าชมรมผู้สูงอายุอย่างที่เรียนไว้ข้างต้น หรือหากพบว่าท่านมีโรคเรื้อรังอย่าง &amp;ldquo;โรคอัลไซเมอร์&amp;rdquo; โดยให้สังเกตว่าหากพ่อแม่ถามคำถามเดิมซ้ำๆ หลายรอบ อาทิ &amp;ldquo;กินข้าวเช้าหรือยังนะ???&amp;rdquo; ทั้งที่เพิ่งรับประทานไป ก็ให้สันนิษฐานว่าท่านอาจป่วยโรคจำเสื่อม ก็ต้องรีบพาท่านไปพบแพทย์ เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(เสริมสร้างสุขภาพที่ดีให้คนวัยเกษียณด้วยอาหารครบ 5 หมู่ ที่ประกอบด้วยข้าวกล้องและปลา อาหารที่ช่วยป้องกันโรคเหน็บชาได้ดี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปิดท้ายกันที่การใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณให้มีความสุข อย่างการปรับเรื่อง &amp;ldquo;อาหาร&amp;rdquo; เป็นที่รู้กันว่าการบริโภคอาหารดีๆ ก็ไม่ได้ส่งผลดีต่อสุขภาพเสมอไป เพราะการที่ผู้สูงอายุจะมีสุขภาพดีต้องรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ที่สำคัญแนะนำให้ท่านรับประทานข้าวกล้องมากกว่าข้าวขาวที่ขัดสี เนื่องจากคนสูงอายุส่วนใหญ่มักชอบรับประทานข้าวขาว ซึ่งจะทำให้เป็นโรคเหน็บชาหรือตะคริวกิน และไม่ได้หมายว่าห้ามรับประทานอาหารถุง แต่ให้เลือกเมนูที่มีผักสดและปลาเป็นส่วนประกอบหลัก อีกทั้งต้องใส่น้ำมันน้อยที่สุด และต้องไม่ใช่เป็นอาหารสำเร็จรูปประเภททอดๆ พูดง่ายๆ ว่าต้องเลี่ยงอาหารกลุ่มนี้ ที่สำคัญให้เพิ่มผลไม้สดปลอดสารพิษให้ท่านรับประทาน เพียงเท่านี้ก็ทำให้ท่านได้บริโภคอาหารครบ 5 หมู่แล้ว หรือหากคุณพ่อคุณแม่มีปัญหาเกี่ยวกับการบดเคี้ยว ก็ควรปรับเมนูอาหารให้นิ่มอ่อนลง เพื่อให้ท่านรับประทานได้ง่ายขึ้น&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7613</URL_LINK>
                <HASHTAG>การใช้ชีวิตให้มีความสุข, คุณภาพชีวิต, พญ.พลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล, ภาวะเหงาและโดดเดี่ยว, วัยสูงอายุ, สภากาชาดไทย, อาหาร5หมู่, โรคเรื้อรัง, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180422/image_big_5adc92dcc3dcc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
