<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48213</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2019 09:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2019 09:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>CPN ทุ่มไม่อั้น 2.2 หมื่นล้าน รีโนเวทรวด 17โครงการรับเศรษฐกิจหัวเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค. 2562 น.ส. วัลยา จิราธิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) เปิดเผยว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจภายในปี 2565 ได้เตรียมงบประมาณไว้ 2.2 หมื่นล้านบาท เพื่อพัฒนา 17 โครงการ ได้แก่ 1. การเข้าไปสร้างมิกซ์ยูสใน 3 จังหวัด คือ พระนครศรีอยุธยา, ศรีราชาชลบุรี และจันทบุรี 2. สร้างเมืองให้เกิดความเป็นเมืองใหม่ในเซ็นทรัลพลาซา พระราม2 และรามอินทรา 3. การปรับโฉมศูนย์การค้าอีก 12 สาขาทั่วประเทศ เบื้องต้นคาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2567&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปัจจัยที่ทำให้เข้าไปลงทุนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งจะประกอบไปด้วยศูนย์การค้า แหล่งท่องเที่ยว โรงแรม ที่พักอาศัยและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เนื่องจากมีการเติบโตของนักท่องเที่ยวที่แต่ละปีจะมีนักเดินทางมาเยือน 8.4 ล้านคน รวมถึงยังเป็นเมืองอุตสาหกรรมที่มีส่วนต่อขยายจากกรุงเทพฯ ขณะเดียวกันยังเป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์ที่สำนักแห่งหนึ่ง และการลงทุนเกี่ยวกับที่พักอาศัยช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมามีมากถึง 50 โครงการ หรือประมาณ 5,800 ยูนิต ขายไปแล้ว 61% ส่งผลให้มีการขยายตัวทางเศรษฐีติดอันดับ 5 ของประเทศ บริษัทต้องการส่งเสริมความเป็นเมืองมรดกโลก โดยการนำเกียวโตโมเดลมาเปิดต้นแบบการผลักดันโครงการ และเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2564 มีกลุ่มเป้าหมายเป็นคนในท้องถิ่นและจังหวัดใกล้เคียง 85% และอีก 15% เป็นต่างชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนโครงการเซ็นทรัลศรีราชา จะอยู่ภายใต้แนวคิด ลิฟวิ่ง กรีน อิน สมาร์ท ซิตี้ ออฟ อีอีซี เซ็นเตอร์ ( Living Green in Smart City of EEC Center) ประกอบด้วย ศูนย์การค้า คอนเวนชั่นฮอลล์ เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ ออฟฟิศ และโรงแรม รวมถึงยังจะนำโมเดลเดียวกับเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ ไปนอกเขตพื้นที่ครั้งแรก โดยบริษัทมองว่าพื้นที่แห่งนี้มีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดีเป็นอันดับ2 ของประเทศรองจากกรุงเทพฯ ทั้งยังมีโครงการอีอีซีที่ภาครัฐกำลังพยายามผลักดัน ซึ่งจะสร้างการลงทุนให้เติบโตอีกมากในอนาคต คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในไตรมาส2 ปี 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่โครงการมิกซ์ยูสหรือเซ็นทรัลพลาซา จันทบุรี จะประกอบไปด้วยศูนย์การค้า ตลาดท้องถิ่น คอนโดมิเนียมและที่พักอาศัย โดยจังหวัดแห่งนี้เป็นเมืองที่กำลังถูกผลักดันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรชาติ รวมถึงยังเป็นเมืองของผลไม้เมืองร้อน เป็นศูนย์กลางการค้าพลอยและอัญมณีด้วยมูลค่ามากกว่า 3 หมื่นล้านบาทต่อปี คาดว่าจะเปิดบริการได้ในปี 2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส. วัลยา กล่าวว่า การรีดีเวลลอปเม้นท์ของเซ็นทรัลพลาซา พระราม2 &amp;nbsp;จะปั้นให้เป็นรีจินอลมอล์ของกรุงเทพฯทางใต้ จากก่อนหน้ามีรีจินอลมอลล์กระจายตัวในกรุงเทพฯทางเหนือ คือเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว, เซ็นทรัลพลาซา บางนา กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก และเซ็นทรัลเวิลด์พลาซา ปิ่นเกล้า เป็นกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก โดยศูนย์การค้าแห่งนี้เปิดบริการมา 15-16 ปีแล้ว และบริเวณดังกล่าวมีการขยายตัวความเป็นเมืองมากขึ้นจากในอดีต บริษัทเตรียมปรับปรุงศูนย์ใหม่ทั้งหมด ทั้งด้านดีไซน์และเพิ่มร้านค้าใหม่ๆ รวมถึงพื้นที่สีเขียวอย่างเซ็นทรัล เพลิน พาร์ค ขนาด 37 ไร่ คาดว่าจะเปิดให้บริการไตรมาส 1 ปี 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ ยังเตรียมปรับโฉมครั้งใหญ่รอบ 26 ปีให้กับเซ็นทรัลพลาซา รามอินทรา ภายใต้แนวคิด ลิฟวิ่ง แลบ ออฟ รามอินทรา ( Living Lab of Ramindra) โดยพื้นที่แห่งนี้นับว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตค่อนข้างมาก ทั้งความหนาแน่นของประชากร การคมนาคมที่จะมีโมโนเรลสายสีชมพู รวมถึงที่พักอาศัย คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาสที่ 4 ปี 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี บริษัทยังเตรียมปรับปรุงและขยายพื้นที่อีก 12 สาขาทั่วประเทศ ได้แก่ เซ็นทรัลพลาซา พระราม 9, เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์, เซ็นทรัลพลาซา บางนา, เซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ, เซ็นทรัลพลาซา ขอนแก่น, เซ็นทรัลพลาซา อุดรธานี, เซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ และเซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่แอร์พอร์ต, เซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช, เซ็นทรัล มารีนา พัทยา, เซ็นทรัลเฟสติวัล สมุย และเซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่ อีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48213</URL_LINK>
                <HASHTAG>บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา (CPN), ลงทุน, วัลยา จิราธิวัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191017/image_big_5da7cb00e4e5d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16529</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2018 09:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2018 09:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>CPN โฟกัสนักช้อปต่างชาติ ชูเซ็นทรัลภูเก็ตโฉมใหม่ แม่เหล็กดูดเงิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;CPN ตั้งทีมการตลาดเจาะนักท่องเที่ยวโดยตรง หลังพบยอดการใช้จ่ายสูงต่อเนื่อง ชูเซ็นทรัล ภูเก็ตโฉมใหม่ อัดแม็กเนตแน่นดึงกำลังซื้อต่างชาติ สร้างเม็ดเงินสะพัด 3 หมื่นล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้พัฒนาโครงการศูนย์การค้าครอบคลุมหลายนพื้นที่ของประเทศไทย รวมถึงทำเลศักยภาพที่มีนักท่องเที่ยวไปเยือนกันจำนวนมาก โดยจะเห็นได้ว่าการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวสูงกว่าคนในประเทศเกือบ 3 เท่าตัว บริษัทจึงได้มีการจัดตั้งแผนกการตลาดสำหรับดูแลตลาดนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวอิสระ กลุ่มทัวร์ การทำพาร์ทเนอร์ชิพ และเพย์เมนท์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเซ็นทรัลภูเก็ตนับเป็นทำเลที่มีนักท่องเที่ยวคุณภาพมาเยือนเติบโตสูงขึ้นทุกปี โดยคาดว่าอีก 2-3 ปี จะมีนักท่องเที่ยวเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 20 ล้านคนที่เดินทางเข้ามา บริษัทจึงสร้างให้เซ็นทรัล ภูเก็ตเป็นลักชูรี่แฟล็กชิพแบรนด์ใหม่ มีมูลค่าโครงการรวมกว่า 20,000 ล้านบาท โดยใช้กลยุทธ์ &amp;ldquo;World Elite Tourism&amp;rdquo; เพื่อสอดรับกับความต้องการของกลุ่มนักท่องเที่ยว ผ่านการใช้งบ 3,000 ล้านบาทมีกลยุทธ์3 แกนหลักที่ใช้ในการขับเคลื่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกลยุทธ์ที่จะดึงนักท่องเที่ยวให้มากขึ้นสำหรับเซ็นทรัลภูเก็ต ประกอบด้วยลักชัวรี่แบรนด์ เพื่อตอบรับกำลังซื้อลูกค้าระดับบนเทียบเท่าศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี รวมถึงงานอีเว้นท์ยิ่งใหญ่ระดับโลกอย่างต่อเนื่อง รวมถึงแผนการสร้างศูนย์การประชุมและจัดแสดงสินค้านานาชาติขนาดใหญ่กว่า 6,000 ตร.ม. และโรงแรมมาตรฐานสากล เพื่อหนุนตลาดอุตสาหกรรมไมซ์ให้ภูเก็ตเป็นเมืองไมซ์ระดับโลกด้วยเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เซ็นทรัล ภูเก็ตจะเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก และจะช่วยเพิ่มปริมาณของนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพให้ใช้จ่ายในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย ผลักดันเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของภูเก็ต หรือเกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนไปทั่วจังหวัด สร้างเงินสะพัดในประเทศเพิ่มขึ้นกว่า 30,000 ล้านบาทต่อปี ที่ผ่านมายอดการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจะอยู่ที่ 7,000-8,000 บาทต่อคนต่อวัน แต่เชื่อว่าเซ็นทรัลจะเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างเม็ดเงินต่อหัวเพิ่มเป็น 1 หมื่นบาทต่อคนต่อวัน&amp;rdquo;นางสาววัลยา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่สัดส่วนลูกค้าต่างชาติและลูกค้าคนไทยจะอยู่ที่ 50:50 โดยยังเตรียมทำข้อมูลของนักท่องเที่ยว เชื่อมโยงกับฐานลูกค้าสมาชิก The 1 Tourist ที่เข้าถึงลูกค้าต่างชาติทั่วโลกกว่า 700,000 คน และสร้างซีอาร์เอ็มให้เกิดการสร้างยอดขายในกลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วโลกกับศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าในเครือกลุ่มเซ็นทรัลที่มีอยู่ทั่วโลกอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต มีมูลค่าการลงทุน 20,000 ล้านบาท บนพื้นที่ 111 ไร่ พื้นที่โครงการรวม 4 แสน ตร.ม.เป็นเมกะโปรเจ็กต์ที่ประกอบด้วย ศูนย์การค้าและลักชูรี่แบรนด์ชั้นนำระดับโลก ร่วมด้วยแอทแทรคชั่นหนึ่งเดียวในโลก ที่ประเปิดในช่วงเดือน พ.ย. 2561 รวมถึงอควาเรียเปิดไตรมาสแรก 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16529</URL_LINK>
                <HASHTAG>World Elite Tourism, จับกลุ่มนักท่องเที่ยว, บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอ็น, วัลยา จิราธิวัฒน์, เซ็นทรัลภูเก็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180831/image_big_5b88a2c81091d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
