<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92121</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รู้เท่าทันบูลลี่ออนไลน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(บนเวทีอภิปราย)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เสวนาออนไลน์ระดมไอเดียเพื่อเตรียมรับมือการระรานทางออนไลน์ของเด็กไทย เป็นพลเมืองตื่นรู้ มีสุขภาวะทางปัญญา สสส.-สสดย.เผยเด็กมัธยมไทยกว่า 20% โดนบูลลี่ 35% ไประรานผู้อื่นต่อ 1 ใน 3 รู้สึกสะใจ-เท่ ผู้ตกเป็นเหยื่อจิตตก-เศร้า-อยากแก้แค้น-ร้ายแรงถึงขั้นคิดสั้น ครูหยุยรับข้อเสนอเชิงนโยบาย &amp;lsquo;Cyberbullying&amp;rsquo; ต่อวุฒิสภา ชงรัฐสร้างระบบป้องกันเด็ก-กำกับดูแลสื่อออนไลน์ไม่เหมาะสม-หนุนงานสื่อสาร-เพิ่มวาระชาติด้านสื่อเพื่อเด็ก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0cm 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(รศ.จุมพล รอดคำดี)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสมาคมวิทยุและสื่อเพื่อเด็กและเยาวชน (สสดย.) จัดงานเสวนาออนไลน์ &amp;ldquo;การรับมือกับสถานการณ์การระรานทางออนไลน์ของเด็กไทย (Cyberbullying)&amp;rdquo; ที่โรงแรม ทีเค. พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ โดย รศ.จุมพล รอดคำดี ที่ปรึกษา สสดย. และผู้ทรงคุณวุฒิแผนระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา สสส. กล่าวว่า เวทีนี้จัดขึ้นเพื่อนำเสนอรูปแบบการเฝ้าระวังและเตรียมการรับมือกับสถานการณ์การระรานทางออนไลน์ของเด็กไทย พร้อมขับเคลื่อนและผลักดันให้เกิดข้อเสนอเชิงนโยบายต่อวุฒิสภา นำไปสู่การสานพลังแนวร่วมทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง หารือร่วมสร้างนวัตกรรมหรือแนวทางปฏิบัติที่เห็นผล และเกิดประโยชน์สูงสุดในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเด็กไทย นำไปสู่การเป็นพลเมืองตื่นรู้ มีสุขภาวะทางปัญญา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เด็กที่อยู่ในครอบครัวอบอุ่น แม้ว่าจะถูกบูลลี่ทุกรูปแบบจะหาทางออกได้ พ่อแม่ต้องเข้าใจด้วยการจัดทำเป็นคู่มือแนวปฏิบัติเรื่องการระราน พ่อแม่จะเลี้ยงลูกอย่างไรเพื่อสร้างความเข้มแข็งในจิตใจของลูก แก้ไขปัญหาด้วยตัวเองได้ เมื่อเพื่อนถูกระรานจะช่วยเพื่อนด้วยวิธีการอย่างไร การเผยแพร่ด้วยการนำสื่อมวลชนมาพูดเพื่อให้สังคมตื่นตัว มีความเข้าใจกันมากยิ่งขึ้น ขยายวงพูดคุยไปถึงครู โรงเรียน ฯลฯ บางครั้งไม่เปิดใจพูดกันตรงๆ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ เรื่องของสิทธิเด็กเป็นเรื่องสำคัญมาก ต้องได้รับการปกป้องดูแล&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วัฒนธรรมคนไทยไม่ชอบที่จะมีการฟ้องร้อง เพราะกลัวอับอาย กลัวการถูกตอบโต้ สังคมต้องช่วยกันทำให้เด็กกล้าพูดบอกเล่ากับคนใกล้ชิด เพื่อให้รับรู้ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นปัญหา เด็ก 42% เมื่อถูกบูลลี่แล้วไม่กล้าเปิดเผยหรือบอกใคร กลัวเรื่องจะบานปลาย กลายเป็นความทุกข์ที่ซึมซับ สร้างปัญหาในอนาคตด้วย ถ้าเราไม่สื่อสารกับคนอื่น เก็บไว้ในใจ เป็นการสะสมให้ตัวเองแย่ลงไปเรื่อยๆ UNICEF ใช้การสื่อสารให้เด็ก ทำให้คนรอบข้างตระหนักได้ดีขึ้น ถ้าไม่พูดหรือบอกเล่าจะสะสมกลายเป็นปัญหาต่อไปเรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0cm 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(วัลลภ ตังคณานุรักษ์)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิกวุฒิสภา และประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส กล่าวว่า การพัฒนาและขยายสื่อดีสำคัญต่อพัฒนาการเรียนรู้และสุขภาวะทางปัญญาของเด็ก คณะกรรมาธิการฯ ได้รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนเกี่ยวกับการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ การรู้เท่าทันสื่อ ซึ่งได้นำเสนอต่อวุฒิสภา และกำลังจะเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในไม่ช้านี้ ดังนั้นข้อเสนอเรื่องการรับมือกับการระรานทางออนไลน์ของเด็กไทยในวันนี้ก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่คณะกรรมาธิการฯ จะให้ความสำคัญกับปัญหานี้เป็นการเฉพาะ เนื่องจากปัญหาเกิดขึ้นกว้างขวาง ทั้งยังมีผลกระทบในทุกระดับ จึงดำเนินการเพื่อให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญของปัญหา รับมือกับภัยจากการระรานทางออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อเสนอ 1.ขอให้คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมฯ ให้ความสำคัญต่อปัญหาการระรานเด็กไทยเป็นการเฉพาะ 2.คณะกรรมาธิการฯ จัดเวทีสาธารณะระดมสมองเพื่อหาทางออก ได้ข้อเสนอในเชิงนโยบายต่อวุฒิสภา 3.รายงานระดมสมองเสนอต่อวุฒิสภาเพื่อหาทางออกร่วมกัน ทั้งนี้ วุฒิสภาสร้างความสำคัญทำความเข้าใจรัฐบาล สังคม ข้อเสนอจากเวทีสาธารณะถือเป็นส่วนหนึ่งในการเชื่อมโยง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ผมเป็นสมาชิกรัฐสภาหลายสมัย ทำงานด้าน กม.เยาวชน กองทุนสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เปิดโอกาสให้มีการใช้เงินจากกองทุน 1.กม.สื่อมีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน มีแนวโน้มการเคลื่อนไหวเข้าสู่สภา 2.ที่ผ่านมามีงานกำกับการบริหารราชการแผ่นดิน แต่ติดปัญหาโควิด แผนเดิมในเดือน ม.ค.เชิญสื่อมวลชน ภาครัฐ วิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย รัฐสภา ไทยพีบีเอส อสมท สถานีโทรทัศน์ช่อง 5 รายงานต่อคณะกรรมาธิการฯ กำหนดเวลารายการให้เป็นประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชนตามสัดส่วนที่ กม.กำหนดไว้&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้นภายในเดือน ก.พ.จะดำเนินการให้ได้ด้วยการกำชับสื่อมวลชนของรัฐต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ เพื่อเป็นการพัฒนาเด็ก-เยาวชน 3.การศึกษาเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ กรรมาธิการฯ ผ่านเรื่องวุฒิสภา สื่อมีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน การพนันออนไลน์ ขั้นตอนการหางาน เรื่องใดผ่านที่ประชุมวุฒิสภาถูกส่งไปยัง ครม.สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติได้มากหรือน้อยเพียงใด เป็นที่น่ายินดีในการรับข้อเสนอทั้งหมด พร้อมจัดให้มีเวทีสาธารณะเข้าสู่วาระที่ประชุมใหญ่วุฒิสภา เพื่อ ครม.จะได้ผลักดันเป็นรูปธรรมในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0cm 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และรักษาการผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา สสส. กล่าวว่า การถูกระรานทางออนไลน์ถือเป็นมหันตภัยทางออนไลน์ที่กลับพบเห็นได้ทั่วไป ผู้เป็นเหยื่อมีผลกระทบต่อสุขภาพจิตจนเกิดปัญหาในการดำเนินชีวิตและสุขภาพตามมา สสส.ร่วมกับ สสดย.จัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายที่ครอบคลุมมิติต่างๆ ดังนี้ 1.ระบบการป้องกันปัญหา สร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เด็กก่อนอายุ 13 ปี 2.ระบบการช่วยเหลือและเยียวยาเด็กที่ได้รับผลกระทบ มีมาตรการทางกฎหมาย และแนวทางการทำงานที่จะสามารถช่วยเหลือเหยื่อได้ 3.พัฒนาองค์ความรู้และการสื่อสารในสังคม 4.หน่วยงานกลางที่มีความยืดหยุ่นเป็นศูนย์กลางในการดูแลเด็กและเยาวชนอย่างเป็นองค์รวม ทั้งนี้ ทุกภาคส่วนควรให้ความสำคัญในการสร้างเสริมสุขภาวะทางปัญญา พัฒนาทักษะการเป็นผู้ใช้และสร้างสรรค์สื่อที่มีความรอบรู้ เท่าทัน ควบคู่ไปกับการร่วมสร้างระบบนิเวศสื่อสุขภาวะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;สสส.เน้นการสร้างเสริมสุขภาพทางกาย จิต สังคม ปัญญา อยากให้คนมีสุขภาพดีทั้ง 4 มิติ งานวิจัยที่เกี่ยวกับการบูลลี่มีประโยชน์มาก ระบุว่าคนที่ได้รับผลกระทบอยู่ที่ไหน ผู้มีส่วนร่วมในการรับรู้ การคุกคามมีผลกระทบ ไม่ใช่การแก้ไขปัญหามืดมน อยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ปรากฏว่าพรุ่งนี้ใครก็ไม่รู้อยู่รอบตัวเรา ถูกรุกรานแกล้งทางออนไลน์ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ดูจะเป็นเรื่องหนักหนาเมื่อเด็กแกล้งกัน เราเห็นถึงลำดับขั้นผลกระทบสู่การจบชีวิต มีการฆ่าตัวตาย เราคงไม่คิดว่าการฆ่าตัวตายเพียง 1 คนเป็นเรื่องสำคัญ แต่เราไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ที่จบลงด้วยการฆ่าตัวตาย แต่เราจะต้องสร้างสุขภาวะ ทำอย่างไรไม่ให้เขาแกล้งกันได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การทำเรื่องยากๆ ในเชิงวิชาการ เจาะลึกแนวคิด วิธีการเพื่อให้ได้ข้อมูล เห็นถึงประเด็นในการขับเคลื่อน พัฒนาศักยภาพคนที่จัดการ นับตั้งแต่พ่อแม่ ครู ผู้ปกครอง จัดการสิ่งแวดล้อม ปัจจัยแวดล้อม กม. นโยบายภาครัฐ วางกรอบแนวกติกาสังคมให้เป็นสิ่งจำเป็น การเปลี่ยน Mindset ในการสื่อสาร หล่อหลอม NGO ขับเคลื่อนสังคมหลากหลายโมเดลด้วย งานวิชาการเป็นสิ่งที่ต้องติดตามผลด้วย เพราะไม่แน่ว่าเป็นเรื่องที่น่าตกใจ ปีหน้ามีข้อมูลการบูลลี่สูงขึ้นกว่าเดิมอีก เราต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ดูเทรนด์มีประเด็นเฉพาะทางดรามาต้องขยี้เจาะประเด็นเพิ่มมากขึ้นอีก สิ่งที่เราเรียกร้องต่อสังคมทุกภาคส่วน สื่อมวลชนช่วยกันออกความเห็นด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0cm 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ดร.ธีรารัตน์ พันทวี วงศ์ธนะเอนก)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดร.ธีรารัตน์ พันทวี วงศ์ธนะเอนก รองประธานคณะทำงานเสริมสร้างการรู้เท่าทันสื่อสำหรับเด็กและเยาวชน วุฒิสภา และนายกสมาคมวิทยุและสื่อเพื่อเด็กและเยาวชน (สสดย.) กล่าวว่า จากการศึกษาเพื่อเป็นการรับมือกับสถานการณ์การระรานทางออนไลน์ของเด็กไทย (กลุ่มตัวอย่างวัย 13-18 ปี สำรวจช่วงปิดเทอมกลางที่ผ่านมา) ปี 2563 เป็นนักเรียนชาย 1,239 คน (38.24%) นักเรียนหญิง 1,728 (53.33%) เพศทางเลือก 273 (8.43%) เป็นเด็กมัธยมต้น 57.23% มัธยมปลาย 42.03% ระดับ ปวช. ปวส. 0.74% พบว่า นักเรียนอาศัยอยู่กับบิดามารดา 2,119 คน (65.40%) อยู่กับบิดาหรือมารดา 729 (22.50%) อยู่กับญาติ 311 คน อยู่กับเพื่อน 49 คน อยู่ตามลำพัง 32 คน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เด็กระดับชั้นมัธยมศึกษาทุกภูมิภาค 3,240 คน ร้อยละ 21.6 เคยถูกระรานทางออนไลน์ในรอบปีที่ผ่านมา หรือเด็ก 1 ใน 5 เคยถูกระรานทางออนไลน์มาแล้วเห็นกันอย่างทั่วโลกในวงกว้าง โดยส่วนใหญ่ ร้อยละ 59.2 เด็กถูกระรานทางออนไลน์อย่างน้อย 1 ครั้งต่อสัปดาห์ ร้อยละ 18 ถูกระรานหลายครั้งต่อสัปดาห์ และร้อยละ 8.6 ถูกระรานทุกวัน เด็กมีความเจ็บปวดเป็นอย่างมาก การระรานโดยช่องทางเฟซบุ๊กมากที่สุดถึงร้อยละ 53.35 เกมออนไลน์ ร้อยละ 13.12 อินสตาแกรม ร้อยละ 10.13 ทวิตเตอร์ ร้อยละ 9.99 แอปพลิเคชันไลน์ ร้อยละ 8.27 แอปพลิเคชันติ๊กต๊อก ร้อยละ 2.57 ยูทูบ ร้อยละ 1.43 และทางสื่อออนไลน์อื่นๆ ร้อยละ 1.14 ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการถูกระราน ร้อยละ 44.79 รู้สึกวิตกกังวล ร้อยละ 37.38 รู้สึกเจ็บปวดและเศร้า ร้อยละ 23.11 อยากแก้แค้น ร้ายแรงสุด คือ ร้อยละ 17.26 อยากฆ่าตัวตาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การระรานนั้นเป็นเพื่อนในห้องเดียวกัน 41.80% เป็นเพื่อนห้องอื่นใน รร.เดียวกัน 32.24% ไม่รู้ว่าเป็นใครที่ระราน 26.96% เป็นศัตรูคู่อริกันมาก่อน 25.68% คนรู้จัก 21.40% เหตุผลที่ถูกระรานมาจากรูปร่างหน้าตาตนเอง 46.50% บุคลิกตนเอง 37.80% เสื้อผ้าที่สวมใส่ 23.11% ความคิดเห็นทางการเมือง 19.26% ความเป็นเพศทางเลือก 18.97% รูปแบบการระรานเด็กไทยถูกระรานเป็นอันดับต้นๆ ของโลก มีการใช้ถ้อยคำดูถูกเหยียดหยาม 71.47% การเผยแพร่ข้อมูลให้อีกฝ่ายเป็นตัวตลก 36.36% การกีดกันให้ออกจากกลุ่ม 22.68% การบล็อกด้วยการทำข้อมูลเผยแพร่ออนไลน์ 17%&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เมื่อศึกษาถึงพฤติกรรมการระรานทางออนไลน์ผู้อื่น พบว่า มีเด็กร้อยละ 14.1 เคยระรานทางออนไลน์ผู้อื่น ซึ่งร้อยละ 76.0 ระรานทางออนไลน์อย่างน้อย 1 ครั้งต่อสัปดาห์ ร้อยละ 17.2 หลายครั้งต่อสัปดาห์ ร้อยละ 7.0 ระรานทุกวัน ส่วนใหญ่ ร้อยละ 57.73 กล่าวว่ารู้สึกผิด ที่น่าตกใจคือ ร้อยละ 33.55 หรือ 1 ใน 3 รู้สึกสะใจ ร้อยละ 32.03 รู้สึกเท่ และชัดเจนว่า ร้อยละ 35.81 ของนักเรียนที่เคยถูกระรานมีพฤติกรรมไประรานผู้อื่น เมื่อถามนักเรียนว่ารับรู้ถึงการที่ผู้อื่นระรานทางออนไลน์หรือไม่ มีถึงร้อยละ 53.7 ตอบว่ารับรู้ และร้อยละ 67.3 หรือ 2 ใน 3 เคยเข้าไปช่วยเหลือผู้ถูกระราน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลที่เกิดขึ้นเมื่อเด็กถูกระราน 44.79% มีความวิตกกังวล 37.38% เด็กเจ็บปวดและเศร้า 23.11% อยากแก้แค้นคนที่ระราน มีสัญชาตญาณของการเอาคืน อีก 17.26% อยากฆ่าตัวตาย สังเกตได้ว่า 1 ใน 5 มีผลกระทบจะทำให้อยากฆ่าตัวตาย เด็กนักเรียนระดับ ม.5 ถูกระรานมากที่สุด ม.1 ทั้งเพศหญิงเพศชาย เป็นที่น่าสังเกตว่าเด็กที่อยู่กับพ่อแม่ถูกระราน 23.46% เด็กอยู่กับญาติถูกระราน 27.33% เด็กที่อยากฆ่าตัวตายเป็นเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ขึ้นอยู่กับความเปราะบางทางจิตใจ เป็นหญิง 19.40% เป็นชาย 15.41% เพศทางเลือก 10.91% เด็กชั้น ม.4 คิดมากที่สุด รองลงมา ชั้น ม.3 ม.5 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พฤติการณ์ผู้รับรู้ เมื่อเห็นว่าเพื่อนถูกกลั่นแกล้ง หรือเพื่อนแกล้งคนอื่น ส่วนใหญ่ตอบว่าเคยรับรู้และเห็นเหตุการณ์มาก่อนแล้ว ในรอบ 12 เดือน จำนวน 51% เคยรับรู้การระราน 1 ครั้ง/สัปดาห์ 31.06% รู้สึกวิตกว่าเหตุระรานจะเกิดขึ้นกับตัวเอง 56.77% รู้สึกแย่ไปกับการกระทำ 32.03% รู้สึกว่าถูกกระทำ เมื่อเจาะลึกลงไป 2 ใน 3 เข้าไปช่วยเหลือเด็ก จำนวน 8% เข้าไปช่วยเหลือโดยตลอด 67.3% เคยเข้าไปช่วยเหลือแต่ไม่ได้มาเป็นประจำ รูปแบบการให้ความช่วยเหลือเป็นการพูดคุยให้กำลังใจเพื่อให้เกิดความสบายใจ 66.84% เข้าไปตอบโต้ 32.06% บอกให้หยุดการกระทำ 28.07% บอกผู้ใหญ่ให้รับรู้ 23.75% ต้องการเห็นสิ่งที่ถูกต้องเพื่อพิทักษ์โลก 56.15% รู้สึกแย่ที่ถูกกระทำ 50.55% ต้องการช่วยคนเดือดร้อน 42.58% นักเรียน 1 ใน 3 ไม่รู้ว่าจะทำตัวอย่างไรเมื่อรับรู้ว่ามีการะรานเกิดขึ้น เพราะรู้สึกว่าไม่ใช่เรื่องของตัวเอง เราไม่ได้มีหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือ 30.71% ไม่อยากยุ่งเรื่องคนอื่น 26.25% กลัวถูกระราน 22.141%&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0cm 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ภาพหมู่วิทยากร)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น การทำให้บุคคลสามฝ่ายคือ ผู้ระราน ผู้ถูกระราน และผู้รับรู้การระราน ได้ตระหนักถึงปัญหาร่วมกัน และเข้าใจผลกระทบที่เกิดขึ้นกับแต่ละฝ่าย โดยผ่านกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ จะช่วยให้สามารถบรรเทาสถานการณ์ปัญหา และหาทางออกเพื่อให้ทุกฝ่ายในโลกออนไลน์อยู่ด้วยกันได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น&amp;rdquo; ดร.ธีรารัตน์กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อ.กิจมาโนชญ์ โรจนทรัพย์ หรือครูลิลลี่ ครูสอนภาษาไทยขวัญใจวัยรุ่น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 30 ปีที่สอนหนังสือเด็ก งานวิจัยเป็นสิ่งยืนยันได้ว่าในโลกนี้มีจริง สสส.เชิญถูกคน &amp;ldquo;ครูเป็นผลพวงจากการถูกกระทำ วันนี้ประสบความสำเร็จมาได้นั้นก็เป็นผลจากการถูกบูลลี่ สมัยก่อนนั้นไม่มีสื่อออนไลน์ เมื่อมีการด่ากันก็ด่ากลับ รุมด่ากัน สมัยนั้นเขาล้อกันบนเวที ครูโดนสองเด้ง เพราะเพศสภาพไม่ตรง และยังอ้วน ไม่สวยอีก อัปลักษณ์ เมื่อเพื่อนพูดโดนด่ากลับ จำได้ว่าด่ากลับจนผู้ชายร้องไห้ ขอให้จำไว้ว่าถ้าใครถูกบูลลี่ เราอย่าได้ยอม หาวิธีการโต้กลับ มนุษย์ทุกคนต่างมีสัญชาตญาณของการเอาตัวรอด เราต้องสู้คน ทุกวันนี้เด็กชอบที่จะเลือกเป็นเด็กเก่งมากกว่าการเป็นเด็กดี ครูจะต้องสอนว่าเด็กดีจะช่วยเหลือครอบครัว ประเทศชาติได้ ถ้าเด็กเก่งแล้วบางคนชอบที่จะเหยียด ดูถูกเด็กคนอื่นที่ด้อยกว่า เด็กเก่งสุขอยู่คนเดียว เกียรตินิยมคนเดียว เราต้องสอนให้เด็กคิดซึมซับอย่างมีเหตุผล จะเลือกสวรรค์หรือนรก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm; text-align:center&quot;&gt;พี่อ้อย-นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล ที่ปรึกษาด้านความรักจากรายการคลับฟรายเดย์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สมัยเรียนหนังสือเป็นคนอ้วนมาก จึงตั้งใจไว้ว่าจะไม่กลับไปอ้วนอีกแล้ว เด็กที่อยู่ในครอบครัวอบอุ่นได้รับผลกระทบจากการถูกระรานน้อยกว่า เนื่องจากมีภูมิคุ้มกันแข็งแกร่ง มีความนับถือตัวเอง แม้ตัวเองจะไม่สวย แต่ก็ไม่ได้แคร์อะไร เพราะไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน บางครอบครัวไม่ได้อยู่กันครบทั้งพ่อและแม่ เด็กต้องการได้รับการยอมรับจากสังคมด้วย ไม่มีใครอยากถูกเกลียด อยากให้ใครๆ กดไลค์ โดยส่วนตัวแล้วไม่ชอบทำรายการทีวี เพราะจะถูกค่อนขอดว่าไม่สวย เพื่อนกะเทยยังสวยกว่านี้อีก เราก็ตั้งคำถามว่าแล้วยังไง เพื่อนหนูได้ทำงานอย่างพี่ไหมล่ะ การที่คนเราถูกบูลลี่จากคนที่ไม่เคยได้รู้จักกัน เราต้องไม่ให้คุณค่ากับปากของเขา เรื่องอะไรเราจะต้องมาเจ็บปวดกับปากใครก็ไม่รู้ที่ทำร้ายความรู้สึกของเราได้ อย่ามัวรอในสิ่งที่ขาดจนพลาดในสิ่งที่หนูมี การที่หนูดูแลพ่อแม่ได้เป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92121</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.ธีรารัตน์ พันทวี วงศ์ธนะเอนก, ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม, รศ.จุมพล รอดคำดี, วัลลภ ตังคณานุรักษ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210205/image_big_601d207b2d7b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88150</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จตุพรลั่น&#039;นปช.&#039;ถึงเวลาลาโรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จตุพร&amp;rdquo; ประกาศตอกฝาโลง นปช. บอกถึงเวลาลาโรงให้ทุกอย่างเป็นตำนาน ลั่นใจยังสู้เผด็จการแต่ต้องลดคีย์ตามวัย เตรียมฟ้องพวกใส่ร้าย &amp;ldquo;ครูหยุย&amp;rdquo; เชื่อกรรมการสมานฉันท์เป็นแสงสว่างปลายอุโมงค์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการลมหายใจพีซทีวี เวทีทัศน์ ตอนหนึ่งว่า การต่อสู้กับเผด็จการนั้นสู้ไปสู้มากลายเป็นถูกผลักไปอยู่ร่วมกับเผด็จการ เป็นข้อหาที่รุนแรงมาก โดยเรื่องที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่ไปช่วยหาเสียงเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เมื่อมีการโจมตีใส่ร้ายก็ลุกขึ้นต่อสู้ตามวิถีทางที่ต่อสู้มาตลอดชีวิต และที่ผ่านมาตั้งใจจะไม่ฟ้องร้องใคร แต่เมื่อปล่อยไว้ยิ่งได้ใจ กล่าวหาทุกเรื่องที่เป็นความเท็จ โดยเฉพาะเรื่องที่บอกว่าไปอยู่กับเผด็จการ ก็ต้องไปสู้กันในชั้นศาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;มีการไปอธิบายใส่ความใส่ร้าย ว่าออกมาจากคุกเเล้วจะรอด เพราะไปเจรจาตกลง ซึ่งผมติดคุกรวมกัน 4 รอบ ประมาณ 19 เดือน มีคดีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้ทนายความไปยื่นคำร้องขอให้ศาลนับใหม่ ศาลชั้นต้นยก ส่วนศาลอุทธรณ์ให้นับไป ขณะนี้รอระหว่างฎีกา มีคดีศาลแพ่งอีก 2 คดี ซึ่งพูดเหมือนกับที่นายทักษิณ ชินวัตร พูด ไม่มีลักษณะยุยงให้คนเผาบ้านเผาเมือง แต่ยกฟ้องนายทักษิณ แต่ให้ลงโทษผม เพราะเป็นประธาน นปช. ซึ่งขณะนั้นในปี 2553 ไม่ได้เป็นประธาน นปช. ทั้ง 2 สำนวนเฉพาะดอกเบี้ยกว่า 100 ล้านบาทแล้ว&amp;rdquo; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรย้ำว่า เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องหลังออกจากคุกมาแล้วทั้งสิ้น อยากถามว่ารอดอะไรสักเรื่องบ้าง คดีบ้านสี่เสาเทเวศร์ สำนวนที่ 2 หากใครได้ไปฟังคดีในสำนวนแรกทุกประโยคคล้องนายจตุพรทั้งนั้น ถามว่าไปแลกเปลี่ยนอะไรกัน ในคดีก่อการร้ายศาลชั้นต้นยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์รับฟ้อง และในขณะนั้นจำเลยในคดีนี้ 4 คนอยู่ระหว่างถูกคุมขัง นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์, นพ.เหวง โตจิราการ, นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ปรากฏว่าไม่ได้รับหมายอุทธรณ์ที่อัยการอุทธรณ์มาทางศาล เมื่อไม่ได้รับหมายจึงขยายอุทธรณ์ไม่ได้ เมื่อไม่ได้อุทธรณ์เท่ากับว่าอุทธรณ์ไม่ได้ ก็ยื่นคำขาดไปว่าหากทั้ง 4 คนไม่ได้รับการพิจารณาอุทธรณ์ ก็จะไม่ยื่นอุทธรณ์เช่นกัน เนื่องจากอยู่ในเหตุการณ์เดียวกัน ปล่อยให้ศาลตัดสินไปเลย &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สิ่งที่ผมอยากบอกในวันนี้ว่า เราพยายามประคับประคองทุกสถานการณ์ เป็นนายจตุพรเหมือนเดิม ร้องเพลงเดิมทุกอย่าง เพียงแต่อายุมากขึ้น ก็ต้องลดคีย์ลงมาบ้าง แต่เนื้อเพลงเหมือนเดิม ส่วนทิศทางของ นปช.จะเป็นอย่างไรนั้น จะเดินสายคุยกับแกนนำ แต่ส่วนตัวเห็นว่าควรยุติองค์กร นปช.ให้เป็นตำนาน ทุกอย่างที่สู้กันมานั้น ไม่มีอะไรติดยึด ทุกอย่างมันคือหัวโขน หากติดยึด มันต้องติดยึดกันมาตั้งแต่วัยเด็ก ไม่ใช่มาติดเอาตอนแก่&amp;rdquo;นายจตุพรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ หรือครูหยุย สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ซึ่งเป็น 1 ใน 21 คนในกรรมการสมานฉันท์ กล่าวว่า เป็นงานที่หลายคนคาดหวังว่าจะเป็นทางออกของประเทศ แต่ก็มีหลายคนปรามาสว่าตั้งไปก็ทำอะไรไม่ได้ นานาจิตตัง ซึ่งต้องรอนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา แต่งตั้งอย่างเป็นทางการเสียก่อน และฟังแนวนโยบาย แต่ถ้าจะให้พูดถึงความคิดที่มีอยู่ เบื้องต้นมีความหวัง เพราะเพียงแต่มีการเริ่มต้นให้มี ก็ถือว่าเกิดประกายแสงแล้ว ต่อมามีตัวตนจากหลายภาคส่วนเป็นกรรมการเข้ามา ความหวังเริ่มลุกโชนขึ้น แม้จะมีบางส่วนยังไม่เข้าร่วม หรือไม่เข้าร่วม ก็เป็นธรรมดาที่ต้องยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น กลไกสำคัญนี้ได้เกิดขึ้นแล้ว ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของความปรองดอง เป็นเวทีหารือไปสู่ความสมานฉันท์สมัครสมานสามัคคี จากนั้นคงต้องกระจายการมีส่วนร่วมออกไปให้กว้างขวาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร รองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ&amp;hellip;.. กล่าวถึงความคืบหน้าว่า ได้เชิญฝ่ายต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการทำประชามติมาให้ข้อมูลเกือบครบถ้วนแล้ว แต่อาจต้องเชิญมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกครั้งในช่วงต้นปีหน้า โดยเฉพาะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับการลงคะแนนเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งบทบาทของผู้ตรวจการเลือกตั้งว่าได้ประโยชน์และคุ้มค่าหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การพิจารณาแบบรายมาตรา เริ่มพิจารณาไปบางส่วนแล้ว แต่ยังไม่มากนัก เข้าใจว่าช่วงต้นปีหน้าจะเริ่มพิจารณารายมาตราต่อไป และหากเวลาไม่พอก็อาจเพิ่มวันประชุมจากสัปดาห์ละ 2 วันเป็น 3 วัน เพื่อจะให้การพิจารณาเสร็จใกล้เคียงกับ กมธ.พิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ&amp;rdquo; นายสมชัยกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88150</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, วัลลภ ตังคณานุรักษ์, สมชัย ศรีสุทธิยากร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201227/image_big_5fe89dbd6c110.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83089</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2020 17:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2020 17:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระวังกระแสตีกลับ &#039;ครูหยุย&#039; เตือน 3 นิ้วม็อบได้ แต่อย่าทำให้คนอื่นเดือนร้อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ย.63 &amp;nbsp;- นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ หรือ ครูหยุย สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.)กล่าวถึงการชุมนุมของม็อบ 3 นิ้วในวันที่ 8 พ.ย.นี้ ว่าเป็นไรถ้าจะชุมนุม รู้สึกเฉยๆ เพราะเราก็เคยชุมนุมมา แต่สิ่งที่เราต้องคิดตลอดก็คือ คนที่ชุมนุมนั้นจะมีฝ่ายหนึ่งคิดว่าคุณทำอะไร และอีกฝ่ายคิดว่าจะต้องทำอะไร แต่ประชาชนคนกลางๆ ส่วนใหญ่ที่ไม่เข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะเริ่มทนต่อการชุมนุมไม่ไหว เพราะการไปปิดสถานที่โน้นนี้เรื่อยๆ พ่อค้า แม่ค้า คนทำงานและคนอาศัยย่านนั้นที่ได้รับผลกระทบค้าขาย หรือเดินทางไปมาไม่ได้บ่อย ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เช่น ย่านราชประสงค์ปิดครั้ง สองครั้งอาจไม่เป็นไร แต่เมื่อได้รับความเดือดร้อนบ่อยๆหรือเดือดร้อนมาก ก็จะลุกขึ้นมาปิดคุณบ้างก็จะกลายเป็นความเกลียดชังจากคนส่วนใหญ่ที่เขาเดือดร้อนเพราะเรา ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่เราจะต้องระวังและเมื่อมีความเดือดร้อนคนกลุ่มนี้ ก็จะแห่เข้าร่วมกับอีกพวกนึง เปรียบเหมือนกรณีที่มีใครเอารถมาจอดขวางหน้าบ้านคุณทุกวัน แล้วคุณออกจากบ้านไม่ได้ต้องมีสักวันที่คุณก็จะขับรถชนรถคันนั้น&amp;quot;นายวัลลภ กล่าว.&lt;/p&gt;


	ขนลุกซู่! พรายกระซิบ ปลายทางของม็อบ 3 นิ้ว 8 พฤศจิกา
	เละ! องครักษ์นายกฯบิ๊กตู่ รุมขย้ำ &amp;#39;พนิต&amp;#39;
	หยุดมโน &amp;#39;ปอง อัญชะลี&amp;#39; เคลื่อนไหวแล้ว หลังกระแสข่าวทิ้งเนชั่นซบรังเก่า
	เอาแล้ว &amp;#39;พี่ศรี&amp;#39; แช่งรัวๆ&amp;nbsp;
	ชัดๆกับ &amp;#39;ดร.เสรี&amp;#39; แบบไหนเรียกว่า &amp;#39;คิดต่าง&amp;#39; และ &amp;#39;คิดชั่ว&amp;#39;
	&amp;#39;พุทธะอิสระ&amp;#39; โพสต์แฉความลับ &amp;#39;ม็อบ 3 นิ้ว&amp;#39;
	ทหารมอนิเตอร์ ม็อบ 8 พฤศจิกา&amp;nbsp;
	&amp;#39;อานนท์&amp;#39; จับมือ &amp;#39;พุทธะอิสระ&amp;#39;
	ม็อบ 8 พฤศจิกาส่อเดือด! &amp;#39;ศปปส.&amp;#39; เตือน &amp;#39;โตโต้-ทองย้อย&amp;#39; อย่ามาห้าวเป้ง

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83089</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม็อบ8พฤศจิกา, วัลลภ ตังคณานุรักษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200918/image_big_5f649f34d9f79.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78189</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2020 21:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แก้รธน.ไอลอว์บรรจุไม่ทัน ฝ่ายค้านดันเข้าร่วมกมธ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช้าไปต๋อย! &amp;quot;ชวน&amp;quot; บ่นเสียดายญัตติแก้ รธน.ฉบับไอลอว์ไม่ทัน 23-24 ก.ย.นี้ เหตุต้องตรวจสอบรายละเอียดมาก ยันม็อบบุกสภาเป็นเรื่องปกติเหมือนกลุ่มอื่น ประธานวิปฝ่ายค้านยืนยันอีกเสียงไม่ทันแน่ แต่โปรยยาหอมจะให้ภาคประชาชนเข้าร่วมเป็น กมธ.วิสามัญ &amp;quot;ครูหยุย&amp;quot; ยืนยันนายกฯ สั่ง ส.ว.ไม่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 21 กันยายน นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มไอลอว์จะยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2564 ฉบับประชาชนในวันที่ 24 ก.ย.จะสามารถนำมาบรรจุวาระเพื่อพิจารณาร่วมกับอีก 6 ญัตติทันหรือไม่ว่า หากทันก็ดีเพราะอยากให้พิจารณาไปพร้อมกัน แต่ญัตติที่ยื่นจะต้องมีการตรวจสอบรายละเอียด เพราะหากเกิดความผิดพลาดสภาต้องรับผิดชอบ ทั้งนี้ตนได้นั่งดูรายละเอียดฉบับที่นายจอน อึ๊งภากรณ์ยื่นมาก่อนหน้านี้ อ่านแล้วก็อยากให้นำเข้าพิจารณาได้ทัน แต่เจ้าหน้าที่รายงานมาว่าไม่สามารถทำได้ทันตามกำหนดเวลาได้ เนื่องจากนายจอนเพิ่งเสนอเข้ามาจึงต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากนำเข้าสู่วาระการพิจารณาของสภาไม่ทัน จะสามารถนำเข้าพิจารณาในชั้นคณะกรรมาธิการได้หรือไม่ นายชวนกล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องทำตามกฎหมาย เพียงแต่ประชาชน 5 หมื่นรายชื่อมีสิทธิ์เสนอได้ แต่เมื่อเข้าสมัยประชุมนี้ไม่ทัน และเมื่อตรวจสอบเสร็จแล้วก็สามารถบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เสียดายที่ส่งมาช้าไปหน่อย เพราะอยากให้พิจารณาไปพร้อมๆ กันเพื่อให้ทุกฝ่ายได้มีโอกาสอภิปรายร่วมกัน ซึ่งผมก็พยายามที่จะช่วยเต็มที่เพื่อให้ญัตติของนายจอนได้บรรจุ แต่เจ้าหน้าที่เขาแจ้งมาแล้วว่าทำไม่ทัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ขอให้ประธานสภายื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า 4 ญัตติของฝ่ายค้านไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ จะมีปัญหากับการอภิปรายในวันที่ 23-24 ก.ย.นี้หรือไม่นั้น นายชวนตอบว่าไม่มีญัตติไหนมีปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะมาปักหลักหน้ารัฐสภาในวันที่ 24 ก.ย. ประธานสภาตอบว่า เขาก็มาปกติไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะสภามีคนมาอยู่ทุกวัน ยิ่งในวันประชุมก็มีมาหลายกลุ่ม สภาก็ต้องดูแลอำนวยความสะดวกอย่าให้มีปัญหา ทั้งการรักษาความปลอดภัยและการระมัดระวังไม่ให้เสี่ยงติดเชื้อโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะมีผลกระทบต่อการตัดสินใจในการลงมติรับหลักการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันที่ 24 ก.ย.นี้หรือไม่ นายชวนกล่าวว่า ตนไม่คิดว่าเขามาคุกคามอะไร ตนว่าเขามาตามปกติ มาแสดงความเห็น และความประสงค์ เป็นเรื่องปกติเหมือนแต่ละกลุ่มที่มาแต่ละครั้ง คงไม่มีผลอะไร ส่วนในเรื่องแนวทางการลงมติในญัตติทั้ง 6 ฉบับก็ต้องมีการประชุมร่วมวิป 3 ฝ่ายในวันที่ 22 ก.ย.นี้
เตรียมรับมือม็อบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่าญัตติของนายไพบูลย์ได้ถูกตีตกแล้ว ไม่สามารถบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมรัฐสภาได้ เนื่องจากไม่เข้าเงื่อนไขตามมาตรา 156 &amp;nbsp;ของรัฐธรรมนูญ เพราะไม่ได้เป็นเรื่องที่จะเสนอให้รัฐสภาพิจารณาได้ ตามที่ฝ่ายกฎหมายของรัฐสภาได้มีความเห็นเสนอไปยังประธานรัฐสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตามมาตรา 156 ของรัฐธรรมนูญ กำหนดเงื่อนไขการประชุมรัฐสภามีทั้งหมด &amp;nbsp;16 วงเล็บ พบว่าไม่มีข้อใดที่ระบุให้รัฐสภาพิจารณาญัตติ เพื่อส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในเรื่องใดที่เข้าข่ายขัดต่อรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการเตรียมความพร้อมกรณีจะมีกลุ่มภาคประชาชนมาชุมนุมบริเวณหน้าอาคารรัฐสภาในวันที่ 24 ก.ย. นายสรศักดิ์กล่าวว่า สภาไม่ได้กีดกันการแสดงความคิดเห็นของประชาชน โดยจะมีการจัดสถานที่ให้เหมือนกับเป็นลานประชาชนที่สามารถรองรับได้มากกว่าหมื่นคน แต่ขณะนี้ลานดังกล่าวยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ขณะนี้จะพูดว่ายินดีต้อนรับก็ยังไม่ค่อยสะดวก เนื่องจากถนนสามเสนคับแคบเป็นเพียงถนนสี่ช่องทางการจราจรเท่านั้น ทั้งนี้หากมี 300-400 คนก็สามารถรองรับได้ แต่ถ้ามากันเป็นหมื่นก็รองรับไม่ไหว ทั้งหมดนี้ได้เรียนให้นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภารับทราบแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าม็อบรออีกสักปีนึงทุกอย่างก็จะดีขึ้น แต่เมื่อมีข่าวว่าม็อบจะมาในวันที่ 24 ก.ย. จึงได้มีการหารือกับรองเลขาธิการสภาและฝ่ายรักษาความปลอดภัย รวมทั้งมีการประสานงานไปยังหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสถานีตำรวจนครบาลบางโพและหน่วยทหารที่ดูแลเรื่องความมั่นคง โดยจะมีการประชุมร่วมกันอีกครั้งในวันนี้ซึ่งเป็นศูนย์อำนวยการร่วม โดยจะประเมินสถานการณ์ว่าจะมีกลุ่มผู้ชุมนุมเท่าไหร่ &amp;nbsp;และสภาจะทำอย่างไร ผมจะสั่งยกระดับการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด และจะเริ่มแผนนี้ในวันที่ 23 &amp;nbsp;ก.ย.ซึ่งเป็นวันประชุมร่วมกันของรัฐสภา โดยจะให้มีเวรยามมากขึ้นและดูแลบริเวณโดยรอบรัฐสภาตลอด 24 ชั่วโมง หากมีอะไรเกิดขึ้นจะสามารถประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทันที&amp;quot; นายสรศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายไพบูลย์กล่าวว่า เท่าที่ทราบเหตุผลที่ยังไม่บรรจุญัตติในวาระ เป็นเพราะทีมงานหน้าห้องประธานรัฐสภาซึ่งเป็นฝ่ายการเมืองดึงเรื่องเอาไว้ ทั้งที่ญัตติของฝ่ายค้านยื่นในวันเดียวกับที่ตนเสนอคือวันที่ 16 ก.ย. แต่ของฝ่ายค้านกลับได้รับการบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมรัฐสภา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมรู้สึกติดใจ และไม่สามารถอ้างได้ว่าเหตุผลที่บรรจุล่าช้าเป็นเพราะอยู่ระหว่างการตรวจสอบ เพราะกรณีของพรรคฝ่ายค้านที่ยื่นญัตติในวันเดียวกับผม มีผู้เข้าชื่อมากกว่า 100 คน แต่กลับได้รับการบรรจุ แต่ของผมมีผู้เข้าชื่อเพียง 45 คนเท่านั้น และเรื่องนี้ผมดำเนินการตามข้อบังคับตามกฎหมาย จะมาหยุดญัตติของผมได้ก็ต้องด้วยกฎหมายเท่านั้น ถ้ามาหยุดโดยวิธีอื่นก็จะมีปัญหา ดังนั้นในวันที่ 23 &amp;nbsp;ก.ย.ผมจะขอถามเหตุผลการไม่บรรจุญัตติดังกล่าวจากประธานรัฐสภา โดยจะใช้ข้อบังคับการประชุม ข้อ &amp;nbsp;32 (1) และ (2) คือเรื่องที่ต้องปรึกษาหารือ และต้องเปลี่ยนวาระด้วย เพราะเห็นว่าวาระ 4 ญัตติของฝ่ายค้านมีปัญหาที่ต้องตรวจสอบว่าต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่&amp;quot; นายไพบูลย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเร่งดำเนินการเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.ประชามติอยู่ เพื่อให้ทันเปิดสมัยประชุมสภาวันที่ 1 พฤศจิกายน ต่อให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มี ส.ส.ร.ผ่านสภาแล้วก็ต้องรอกฎหมายประชามติ เมื่อสองส่วนเสร็จสิ้นก็จะไปออกเสียงประชามติ ซึ่งตอนนี้พอคำนวณวันได้แต่ตนไม่ขอพูด เป็นปฏิทินที่รัฐบาลคิดไว้ก็จะเดินไปเช่นนั้น
นำร่าง ปชช.รวมกับ กมธ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การพิจารณาจะนำญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีหลายร่างมารวมกันหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่าไม่จำเป็น ขอให้เป็นเรื่องของสภาเพราะขณะนี้มีอยู่ 6 ร่าง และยังมีอีกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ประชาชนเตรียมยื่น ซึ่งตรงนั้นต้องไปตรวจสอบความถูกต้อง อย่างไรก็ตามแม้การพิจารณาทั้ง 6 ร่างจะพิจารณารวมกันได้ แต่การลงมติต้องแบบเปิดเผย เรียกชื่อทีละคนจำนวน 750 คน ซึ่งต้องใช้เวลาร่างละ 2 ชั่วโมง 6 ร่างก็ 12 ชั่วโมง ถือว่ายาวนานมาก ดังนั้นเมื่อมีเวลาพิจารณาเพียง 2 วันก่อนปิดสมัยประชุมก็จะเบียดบังเวลาอภิปราย จึงต้องควบคุมเวลาให้ดีและจะไม่สามารถเลยเวลา 24.00 น.ของวันที่ 24 กันยายนไปได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงแนวทางการหารือในที่ประชุม 3 ฝ่ายระหว่าง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล, ฝ่ายค้าน และวุฒิสภา ว่าเชื่อว่าทุกคนที่คิดได้เป็นผู้ใหญ่กันแล้วว่า ถึงเวลาหรือไม่ที่จะต้องเอาประเทศออกจากความขัดแย้ง เดินหน้าสู่ความเป็นประชาธิปไตย หรือจะจมอยู่อย่างนี้ และถึงเวลาที่ทุกฝ่ายจะต้องเสียสละแล้วหรือไม่ ก็ต้องร่วมกันคิดว่าหากเสียสละแล้ว แต่อาจจะไม่ถึงกับต้องเสียเกียรติ หากมีความพร้อม มีเป้าหมายคิดที่จะทำให้ทุกคนไปกันได้ ก็น่าจะมีการพูดคุยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการชุมนุมวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา จะมีผลต่อการตัดสินใจของวุฒิสภาในการลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น นายสุทินกล่าวว่าการชุมนุมที่เกิดขึ้น แม้การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะดูไม่ได้เป็นประเด็นหลักที่มีการปราศรัย แต่หากแยกแยะออกก็คงเห็นว่ารัฐธรรมนูญเป็นเรื่องหลัก และอยากให้ตระหนักว่า หากไม่รับข้อเสนอหรือไม่ทำอะไรเลย อาจจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้นบ้าง และการชุมนุมหน้ารัฐสภาวันที่ 24 กันยายนนี้ ยิ่งเป็นโอกาสดีของสมาชิกรัฐสภาที่ประชาชนมาแสดงความต้องการแบบทางตรงให้เห็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อถึงร่างฉบับประชาชนที่กลุ่มไอลอว์จะมายื่น นายสุทินกล่าวว่าคงไม่สามารถเข้าสู่ระเบียบวาระได้ทันวันที่ 23-24 ก.ย.นี้ แต่เบื้องต้นก็มีความคิดกันว่าจะเอาภาคประชาชนมาร่วมเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญ และยังมีโอกาสอีกครั้งในกระบวนการสภาร่างรัฐธรรมนูญที่เปิดกว้างอยู่แล้ว หรือหากมีเหตุพลาดพลั้งก็ยังมีโอกาสยื่นญัตติซ้ำได้ หรืออาจนำเอาประเด็นความคิดต่างๆ ที่อยู่ในร่างของภาคประชาชนกลุ่มไอลอว์ เข้าไปเติมในชั้นคณะกรรมาธิการได้หากสอดคล้องในหลักการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวถึงประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ม.272 เพื่อลดอำนาจของ ส.ว.ว่า คิดว่า ส.ว.ทั้ง 250 คนมีความหลากหลายทางความคิด แต่ถ้าความเห็นส่วนตัว คิดว่าการจะแก้รัฐธรรมนูญทุกข้อ แก้รายมาตรา ตนไม่ติดใจอะไรทั้งสิ้น แต่ห้ามยุ่งกับหมวด 1 และ 2 &amp;nbsp;คือเรื่องแบ่งแยกดินแดงและละเมิดสถาบัน ซึ่งเชื่อว่าทั้ง ส.ว., ส.ส.และประชาชนคงรับเรื่องนี้ไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การปราศรัยของแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมเชื่อมั่นว่านายกฯ สามารถสั่ง ส.ว.ทั้ง 250 คนได้ &amp;nbsp;นายวัลลภยืนยันว่าสั่งไม่ได้ ส.ว.ทุกคนมีเอกเทศ เชื่อว่าทุกคนมีจุดยืนของตัวเอง ขณะนี้ที่ยังสับสนเพราะมี 6 ร่าง จะโหวตกันอย่างไร ที่ยังเป็นปัญหาอยู่ ต้องไปดูรายละเอียด ถ้ามีแค่ 2 ร่างแรกอาจจะโหวตง่ายหน่อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันสั่งไม่ได้หรอกครับ และท่านก็ไม่เคยสั่งเลยที่ผ่านมา แม้ตอนโหวตเลือกนายกฯ ก็ไม่มีใครสั่งให้โหวตใครเป็นนายกฯ&amp;quot; นายวัลลภกล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78189</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, วัลลภ ตังคณานุรักษ์, วิษณุ เครืองาม, สรศักดิ์ เพียรเวช, สุทิน คลังแสง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200921/image_big_5f68ab85711cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76558</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2020 10:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2020 10:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ครูหยุย&#039; ฉะ &#039;บูลลี่-ทัวร์ลง&#039; คนเห็นต่าง พวกปากประชาธิปไตยแต่จิตใจเผด็จการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ย.63 - นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ หรือ &amp;quot;ครูหยุย&amp;quot; สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กระบุว่า ยุคสมัยนี้ มีประโยคสำคัญเกิดขึ้น ได้แก่คำว่า&amp;ldquo;Bully&amp;rdquo; คือการกลั่นแกล้ง ล้อเลียน เหยียดหยาม &amp;ldquo;คนอื่นที่ต่างจากตน&amp;rdquo;
&amp;ldquo;ทัวร์ลง&amp;rdquo;คือส่งข้อความด่าทอรุนแรงมากมายไปยัง&amp;rdquo;คนเห็นต่าง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยากจะบอกว่า ใครทำเช่นนี้คือพวกที่มีพฤติกรรม &amp;quot;เผด็จการทางอารมณ์&amp;rdquo;หรือ&amp;rdquo;ปากประชาธิปไตยแต่จิตใจเผด็จการ&amp;rdquo;ครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76558</URL_LINK>
                <HASHTAG>Bully, การเมือง, ครูหยุย, บลูลี่, ประชาธิปไตย, วัลลภ ตังคณานุรักษ์, เผด็จการ, เห็นต่าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200609/image_big_5edf8878b5ee9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74184</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2020 09:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2020 09:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ครูหยุย&#039; โพสต์เศร้า! เยาวชนถูกนักการเมือง นักเคลื่อนไหวบางคนใช้เป็นฐานมวลชนรองรับ &#039;คำกล่าวร้ายต่อสถาบัน&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ส.ค.63 - นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ หรือ ครูหยุย สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความเห็นถึงกรณีนี้ ระบุว่า ผมเสียใจครับ ที่นักเรียนและเยาวชนมากมาย ที่มาด้วยความบริสุทธิ์ใจ ได้ถูกใช้เป็นฐานมวลชนรองรับ &amp;quot;คำกล่าวร้ายต่อสถาบัน&amp;rdquo; สำคัญของไทยที่นักการเมืองและนักเคลื่อนไหวบางคนเจาะจงจัดการขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงอยากจะบอกนักเรียนและเยาวชนที่รักว่า เหตุการณ์ยามค่ำคืนบนเวทีที่มีการละเมิดสถาบันที่ผ่านมา กำลังให้บทเรียนสำคัญแก่พวกเรา ให้รู้ว่าเสรีภาพไม่ใช่หมายถึงจะทำ/จะพูด/จะอะไรก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เสรีภาพคือการแสดงออกที่อยู่บนพื้นฐานความถูกต้อง บนพื้นฐานที่ไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่นและไม่หมิ่นร้ายต่อสถาบันและสิ่งที่ประชาชนเคารพศรัทธา ไม่เช่นนั้นแล้ว พลังบริสุทธิ์ที่นักเรียนนักศึกษามีอยู่ จะพังครืนลงมาในเวลาอันรวดเร็ว ช่วยแชร์ออกไปมากๆ ให้ถึงนักเรียนและเยาวชน ครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74184</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูหยุย, วัลลภ ตังคณานุรักษ์, สมาชิกวุฒิสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200812/image_big_5f33595ca9ca4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68267</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช่วยผู้เร่ร่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภายหลังบรรดาสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เทคะแนนให้ สุชาติ ตระกูลเกษมสุข อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) วุฒิสภาก็ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าช่วยพวกเดียวกัน เพราะ ส.ว.ชุดนี้ส่วนใหญ่ก็มาจาก สนช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกทั้งยังถูกตั้งข้อสังเกตด้วยว่า สนช.ถือเป็น ส.ว.หรือไม่ เพราะถ้า สนช.คือ ส.ว.หรือ ส.ส. ตามกฎหมาย ป.ป.ช.จะห้ามไม่ให้เป็นกรรมการ ป.ป.ช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ร้อนถึง พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ออกมาชี้แจงว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้น และยืนยันทุกอย่างที่ ส.ว.กระทำเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดให้คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาเป็นที่สุด จะให้ ส.ว.ไปลบล้างก็ไม่มีมาตราไหนเขียนไว้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอสิ้นกระบวนการแถลงเรียบร้อย ก็เจอะ ครูหยุย-วัลลภ ตังคณานุรักษ์ ส.ว. ยืนอยู่แถวนั้น จึงชวนคุยเรื่องสัพเพเหระ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนหนึ่งเจ้าตัวเล่าให้ฟังว่าช่วงกักตัวโควิด 2-3 เดือนไปไหนมาบ้าง ทำอะไรบ้าง... &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ช่วงปิดสมัยประชุมตรงกับการแพร่ระบาดโควิดพอดี ก็ได้ลงพื้นที่ไปช่วยเหลือและเอาสิ่งของไปช่วยผู้เร่ร่อน คนเก็บขยะในชุมชนย่านรังสิตคลองสอง และแถวๆ ตะเข็บจังหวัดปทุมธานี คนเหล่านี้เป็นพวกตกหล่น ไม่ค่อยมีใครนึกถึง ดังนั้นช่วยอะไรได้ก็ช่วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ขอความดีอุดหนุนกิจการงานของครูให้งอกเงย.&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;right&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:right&quot;&gt;มินนี่เมาธ์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68267</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันปากอยากเล่า, พรเพชร วิชิตชลชัย, มินนี่เมาธ์, วัลลภ ตังคณานุรักษ์, สุชาติ ตระกูลเกษมสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2a90cec635d.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
