<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113828</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2021 10:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2021 10:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  &#039;AWC&#039; จัดตั้ง &#039;ศูนย์พักคอย&#039; ผู้ป่วยโควิดกลุ่มสีเขียว จ.พระนครศรีอยุธยา 200  เตียง ฝ่าวิกฤตขาดแคลนเตียง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
19 ส.ค. 2564 นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ผู้ก่อตั้ง มูลนิธิ แอสเสท เวิรด์ เพื่อการกุศล เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ขยายวงกว้างทั่วประเทศ ส่งผลให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัทขอเป็นหนึ่งกำลังใจดูแลคนไทยให้ก้าวผ่านสถานการณ์โควิด-19 ไปด้วยกัน โดยการร่วมมือกับหน่วยงานรัฐบาล พร้อมพันธมิตรองค์กรชั้นนำร่วมกันจัดตั้ง &amp;ldquo;ศูนย์พักคอย&amp;rdquo; (Community Isolation) ภายในศูนย์การค้าส่ง AEC Trade Center ประตูน้ำพระอินทร์ ณ เทศบาลตำบลพระอินทราชา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รองรับผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มสีเขียวที่ไม่แสดงอาการ จำนวน 200 เตียง ภายใต้ &amp;ldquo;โครงการ AWC ร่วมรวมพลังไทยสู้สู้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;AWC ได้ตอบรับและให้ร่วมมือกับเทศบาลตำบลพระอินทราชาทันที เมื่อได้รับการติดต่อเข้ามาเพื่อขอใช้สถานที่ในการจัดตั้งเป็นศูนย์พักคอย รองรับผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มสีเขียว นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากพันธมิตร องค์กรชั้นนำ และภาคประชาชนร่วมกันจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง อาทิ เตียงกระดาษ ฟูกที่นอน หมอน ผ้าห่ม พัดลม โต๊ะวางของ เก้าอี้ รวมถึงการจัดการคุณภาพชีวิต จัดหาเครื่องอุปโภค บริโภค น้ำดื่ม เวชภัณฑ์จำเป็น ให้แก่ผู้ป่วย ซึ่งการจัดตั้งศูนย์พักคอยในครั้งนี้ เพื่อเป็นทางออกในการแก้ปัญหาเตียงไม่เพียงพอกับการรักษาผู้ป่วย และเพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดภายในครอบครัวหรือชุมชน โดยพร้อมประสานความร่วมมือ ส่งต่อเข้ารักษาในโรงพยาบาลหรือโรงพยาบาลสนามต่อไป&amp;rdquo; นางวัลลภา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางวัลลภา กล่าวเพิ่มเติมว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดที่รุนแรงและส่งผลกระทบในวงกว้างกับประชาชนทั่วประเทศ นอกจากการป้องกัน และปฏิบัติตามแนวทางป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างเข้มข้น การเสริมสร้างกำลังใจ และมอบพลังบวกให้กันและกัน นับเป็นสิ่งสำคัญมากที่บริษัทและมูลนิธิฯ มีความตั้งใจวางแผนช่วยเหลือสังคมและชุมชนให้ยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม โดยขออาสาช่วยแบ่งเบาปัญหา พร้อมบรรเทาความเดือนร้อนเบื้องต้นให้กับ พี่น้องคนไทย ซึ่งได้รับการตอบรับและร่วมมือเป็นอย่างดีจากพันธมิตรและองค์กรชั้นนำมากมาย และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าวิกฤตไวรัสโควิด-19 ในครั้งนี้จะคลี่คลายไปในแนวทางที่ดีขึ้นโดยเร็ววัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย มูลนิธิ แอสเสท เวิรด์ เพื่อการกุศล ยังคงมีความมุ่งมั่น ช่วยเหลือ พร้อมสู้เคียงข้างคนไทย ให้ก้าวผ่านวิกฤตในครั้งนี้ไปด้วยกัน ตามแนวความคิดหลัก AWC Building a Better Future &amp;ldquo;สร้างอนาคตที่ดีกว่า&amp;rdquo; พร้อมช่วยเสริมสร้างชุมชน สังคม และประเทศชาติให้มีคุณภาพและยั่งยืน โดยก่อนหน้านี้ มูลนิธิ แอสเสท เวิรด์ เพื่อการกุศล โดย บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) ได้จับมือพันธมิตรและองค์กรชั้นนำ รวมพลังจัดทำ &amp;ldquo;ถุงกำลังใจ&amp;rdquo; กว่า 13,500 ชุด มูลค่ารวมกว่า 11 ล้านบาท เพื่อมอบสิ่งของจำเป็นเครื่องอุปโภค-บริโภค ให้ชุมชนต่างๆ ทั่วพื้นที่ในกรุงเทพฯ โดยเน้นครอบครัวกลุ่มเปราะบางที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ป่วยติดเตียง รวมไปถึงผู้ด้อยโอกาส ตลอดจนผู้ใช้แรงงานในแคมป์ก่อสร้างทั่วกรุงเทพฯ โดยหลังจากนี้ มูลนิธิฯ จะยังคงสานต่อความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องผ่านโครงการต่างๆ ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประชาชนที่สนใจ และต้องการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือคนไทย ให้ก้าวผ่านวิกฤตครั้งสำคัญนี้ไปด้วยกัน สามารถร่วมบริจาคเงินหรือสิ่งของได้ 2 ช่องทาง ได้แก่ บริจาคเงินโดยตรง บัญชี มูลนิธิ แอสเสท เวิรด์ เพื่อการกุศล เลขที่ 857-7-08878-7 ธนาคารกรุงเทพ (ไม่สามารถขอใบเสร็จเพื่อขอลดหย่อนภาษีได้) และ บริจาคสิ่งของจำเป็น อาทิ อาหาร น้ำดื่ม หน้ากากอนามัย กระดาษทิชชู่ &amp;nbsp;ได้ที่ AEC Trade Center (ประตูน้ำพระอินทร์) จ.พระนครศรีอยุธยา และ AEC Trade Center &amp;ndash; Pantip Wholesale Destination ประตูน้ำ ถนนเพชรบุรี กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113828</URL_LINK>
                <HASHTAG>AWC, วัลลภา ไตรโสรัส, ศูนย์พักคอย, แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210819/image_big_611dce750b7ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83352</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/11/2020 10:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/11/2020 10:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> AWC โชว์รายได้9 เดือนลดลงเฉียด62%เหตุไม่มีนักท่องเที่ยว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ย. 2563 นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่า &amp;ldquo;ในเดือนกรกฏาคม โรงแรมภายใต้ AWC เกือบทั้งหมด (ยกเว้นโรงแรม เชอราตัน สมุย รีสอร์ท) ได้กลับมาเปิดให้บริการ และตั้งแต่ช่วงปลายเดือนสิงหาคม โรงแรมภายใต้ AWC อีก 2 แห่ง ได้แก่ โรงแรม เลอ เมอริเดียน กรุงเทพ และ โรงแรม ดับเบิ้ลทรี บาย ฮิลตัน สุขุมวิท กรุงเทพฯ ได้เข้าร่วมการเป็นสถานที่กักตัวทางเลือก (Alternative State Quarantine: ASQ) ทำให้อัตราการเข้าพักเฉลี่ยของโรงแรมทั้งหมดของบริษัท (Average Occupancy Rate) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติยังไม่สามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวได้ และยังมีการลดค่าเช่าให้กับผู้ประกอบการร้านค้าเช่าบางรายในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้า (Retail) เพื่อให้สามารถผ่านวิกฤตไปได้ร่วมกันกับ AWC ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิไตรมาส 3/2563 ที่ 620 ล้านบาท แม้ว่าจะยังคงได้รับผลประโยชน์อย่างต่อเนื่องจากกลยุทธ์การลงทุนที่หลากหลายและสมดุลเชิงธุรกิจ (Balanced and Diversified Portfolio) ที่ทำให้บริษัทสามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างมั่นคง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ (Hospitality) ของบริษัท ยังคงได้รับผลกระทบจากภาพรวมการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงกับรายได้ของกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการของบริษัท อย่างไรก็ตาม AWC ได้ออกโปรแกรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศอย่างต่อเนื่อง อาทิ Thai Holidays Lifestyle, Gift of Hapiness จาก 16 โรงแรมภายใต้ AWC ขานรับโครงการ &amp;ldquo;เราเที่ยวด้วยกัน&amp;rdquo; อีกทั้ง Bangkok Holidays Lifestyle, Gift of Happiness เพื่อกระตุ้นตลาดการท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ด้วยยอดจองโรงแรมต่างๆ อาทิ โรงแรม แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค ที่ได้ยอดจองกว่า 5,000 คืน นอกจากนี้ยังได้ออกแพคเกจ &amp;nbsp;AWC INFINITE LIFESTYLE: INFINITE POINT OF HAPPINESS แพ็กเกจคะแนน Infinite Point ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ สำหรับใช้เข้าพักหรือแลกเพื่อใช้บริการที่หลากหลายในโรงแรมและรีสอร์ตใดก็ได้ในเครือ AWC ทั้ง 15 แห่งทั่วประเทศ ตอบรับนโยบายการท่องเที่ยวของภาครัฐ และส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและเศรษฐกิจไทยให้พลิกฟื้นและเดินหน้าอย่างแข็งแกร่ง ส่งผลให้โรงแรมต่างๆ ภายใต้ AWC มี RGI Index ปรับตัวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยโรงแรมในกรุงเทพฯ อาทิ โรงแรม เลอ เมอริเดียน และโรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ มี RGI Index เดือนกันยายนสูงถึง 268.2 และ 252.9 ตามลำดับ และโรงแรมในเมืองท่องเที่ยวสำคัญอย่าง โรงแรม ภูเก็ต แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา, ในยางบีช และโรงแรม หัวหิน แมริออท รีสอร์ท และ สปา มี RGI Index ในไตรมาสที่ 3/2563 สูงถึง 387.0 และ 146.3 ตามลำดับ ทำให้รายได้ของกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการของบริษัทปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 126 ล้านบาทในไตรมาส 2/2563 เป็น 450 ล้านบาทในไตรมาส 3/2563 หรือเพิ่มขึ้นกว่า 257.1%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่รายได้ของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ (Retail and Commercial) ได้ปรับตัวสูงขึ้นจาก จาก 632 ล้านบาทในไตรมาส 2/2563 เป็น 771 ล้านบาทในไตรมาส 3/2563 หรือเพิ่มขึ้น 22.0% เป็นผลมาจากการฟื้นตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อประกอบกิจการการค้า (Retail) ที่มีจำนวนลูกค้าที่เข้าใช้บริการ (Traffic) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังการประกาศมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 3 และการลดส่วนลดตามจำนวนผู้ใช้บริการโครงการที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ธุรกิจอาคารสำนักงาน (Office) ยังคงสร้างรายได้ที่มั่นคงอย่างสม่ำเสมอ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยการวางรากฐานการบริหารงานและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดอย่างยั่งยืน บริษัทยังคงเดินหน้าปรับโครงการสร้างองค์กรควบคู่ไปกับมาตรการควบคุมและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารค่าใช้จ่ายโดยไม่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการดำเนินงานของบริษัทในอนาคต (Cost Control and Efficiency Initiatives) โดยถึงแม้ว่าค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานไตรมาส 3/2563 จะเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2/2563 แต่อัตราส่วนค่าใช้จ่ายการดำเนินงานต่อรายได้จากการดำเนินงานได้ลดลงจาก 96.9% ในไตรมาส 2/2563 เป็น 78.0% ในไตรมาส 3/2563 แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการควบคุมค่าใช้จ่ายของบริษัทได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;AWC ยังคงเชื่อมั่นในธุรกิจท่องเที่ยวของประเทศไทยที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น โดยได้เดินหน้าตามแผนพัฒนาโครงการคุณภาพเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง อาทิ การลงนามในสัญญาครั้งสำคัญกับแมริออทอืนเตอร์เนชั่นแนล เพื่อขยายความร่วมมือในการพัฒนาโรงแรม 4 แห่ง รวม 1,638 ห้องในกรุงเทพฯ และพัทยา การลงนามในบันทึกข้อตกลงกับครัวคุณต๋อย พันธมิตรเชิงกลยุทธ์รายใหม่ เพื่อมอบประสบการณ์ด้านอาหารแบบยั่งยืนและเข้าถึงไลฟ์สไตล์ของลูกค้า&amp;nbsp;
นอกจากนี้ ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา AWC ได้ยกระดับโครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปในหลากหลายมิติของลูกค้าทุกกลุ่ม ด้วยองค์ประกอบและบรรยากาศที่น่าตื่นตาตื่นใจยิ่งกว่า ด้วยงบประมาณกว่า 300 ล้านบาท ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;Heritage Alive&amp;rdquo; ต่อยอดการอนุรักษ์หลักฐานอิงประวัติศาสตร์ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมให้มีชีวิตชีวาอีกครั้ง และเปิดตัวเรือ &amp;ldquo;สิริมหรรณพ&amp;rdquo; แลนด์มาร์คใหม่ริมน้ำเจ้าพระยาที่ตอบโจทย์การท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์ ทั้งการกินดื่มและพักผ่อนหย่อนใจ ด้วยห้องอาหาร และบาร์ระดับพรีเมี่ยมที่ให้บริการอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะภายใต้แนวคิดใหม่ในความร่วมมือกับโรงแรม แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค และได้เปิดตัวโรงแรม บันยันทรี กระบี่ โรงแรมแห่งแรกของ AWC ในจังหวัดกระบี่ บนทำเลทองติดที่ดินอุทยานแห่งชาติเขาหงอนนาค&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รวมถึงเตรียมปรับโฉมโครงการพันธุ์ทิพย์ ประตูน้ำ ให้เป็นศูนย์ค้าส่งใจกลางเมือง &amp;ldquo;AEC Trade Center &amp;ndash; Pantip Wholesale Destination&amp;rdquo; ด้วยการลงนามในสัญญาความร่วมมือกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมการค้า 11 หน่วยงาน ส่งเสริมกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าให้ผู้ประกอบการ รวมทั้งร่วมมือกับ Yiwu CCC Group ศูนย์ค้าส่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่จะเชื่อมการส่งออก-นำเข้า เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้าของภูมิภาค ซึ่งเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนถึงศักยภาพ และความแข็งแกร่งของ AWC ในการดำเนินแผนกลยุทธ์พัฒนาธุรกิจที่มุ่งเน้นการเติบโต ตลอดจนสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนเพื่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนในระยะยาว&amp;rdquo; นางวัลลภา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83352</URL_LINK>
                <HASHTAG>AWC, บมจ.แอสเสท เวิรด์ คอร์ป, ผลประกอบการ, วัลลภา ไตรโสรัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201110/image_big_5faa0d148e1a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60716</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2020 10:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2020 10:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>AWC ประกาศปิดบริการ 5โรงแรมหรูในเครือชั่วคราว รับสถานการณ์โควิด 19 ระบาด หวังลดพนักงานเดินทางหลายพันคน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค.2563 นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่า &amp;ldquo;เรามีความห่วงใยอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ และมีความตั้งใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการการควบคุมลดการรวมกลุ่มคนจำนวนมาก เว้นระยะห่างทางสังคม และลดการเดินทาง โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และเพื่อการดูแลพนักงานกว่าหลายพันคนในเครือของ AWC เราจึงขอประกาศปิดการให้บริการโรงแรมในเครือ 5 แห่งในกรุงเทพฯ เป็นการชั่วคราว ประกอบด้วยโรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค, โรงแรมดับเบิ้ลทรี บาย ฮิลตัน สุขุมวิท กรุงเทพฯ, โรงแรมเลอ เมอริเดียน กรุงเทพฯ, โรงแรมดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ และโรงแรมแบงค็อก แมริออท เดอะ สุรวงศ์&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อดูแลพนักงานทั้งหมดของโรงแรมทั้ง 5 แห่งที่ปิดให้บริการชั่วคราว ซึ่งมีจำนวนกว่า 2,000 คนนั้น พนักงานทั้งหมดจะยังคงได้รับค่าจ้าง เงินเดือน และสวัสดิการพนักงานตามปกติในระหว่างการหยุดงาน โดยบริษัทฯ มีข้อกำหนดให้พนักงานทั้งหมดพักอยู่ที่บ้าน เลี่ยงเดินทางเคลื่อนย้ายไปยังจังหวัดอื่นๆ โดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตามนโยบายของภาครัฐ พร้อมทั้งมีการจัดแผนปรับปรุง รวมทั้งการทำความสะอาดใหญ่ทั่วทั้งบริเวณ (Big Cleaning) ในทั้ง 5 โรงแรมระหว่างปิดดำเนินการ เพื่อเพิ่มความมั่นใจด้านสุขอนามัยให้กับแขกผู้เข้าพัก พนักงาน ผู้มาติดต่อ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด หลังกลับมาเปิดให้บริการตามปกติอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;AWC จะเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพร้อมเสมอที่จะกำหนดแนวทาง มาตรการ และนโยบายในการดำเนินการต่าง ๆ โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการดูแล ให้ความช่วยเหลือเพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องตลอดให้ความร่วมมือกับภาครัฐและองค์กรต่าง ๆ อย่างเต็มกำลัง เพื่อร่วมฝ่าฟันและผ่านพ้นสถานการณ์ยากลำบากนี้ไปด้วยกันได้อย่างดีที่สุด&amp;rdquo; นางวัลลภากล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60716</URL_LINK>
                <HASHTAG>AWC, ปิดโรงแรมชั่วคราว, ลดการเดินทาง, วัลลภา ไตรโสรัส, แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200324/image_big_5e79831aeda33.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38339</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2019 09:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2019 09:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลูกสาวเสี่ยเจริญเตรียมนำ AWC เข้าตลาดหุ้นระดมเงินขยายธุรกิจโรงแรม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มิ.ย. 2562 นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.แอสเสท เวิรด์ คอร์ป (AWC) เปิดเผยว่า บริษัทได้ยื่นไฟลิ่งเพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนครั้งแรก (IPO) ในเมื่อเช้าวันนี้ ซึ่งจะเสนอขายหุ้น IPO ไม่เกิน 6,957 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 22.47% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดที่ออกและจำหน่ายแล้วของบริษัท มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 1 บาท/หุ้น และอาจมีการจัดสรรหุ้นส่วนเกินไม่เกิน 1,043 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 15% ของจำนวนหุ้นที่เสนอขายในครั้งนี้ เพื่อรองรับหากมีผู้จองซื้อหุ้นมากกว่าหุ้นที่เสนอขาย หรือใช้เป็นหุ้น Green Shoes&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับวัตถุประสงค์ของการเสนอขาย IPO ในครั้งนี้ของบริษัทเพื่อใช้เป็นเงินลงทุนในการเข้าซื้อกิจการที่เป็นเจ้าของทรัพย์สินกลุ่ม 3 และใช้ในการลงทุน พัฒนา และ/หรือ ปรับปรุงทรัพย์สินของบริษัท และ/หรือ บริษัทย่อย โดยที่บริษัทมีแผนลงทุนธุรกิจโรงแรมเพิ่มอีก 12 โรงแรม ซึ่งอยู่ระหว่างการเตรียมการลงทุน พร้อมกับชำระคืนเงินกู้ยืมให้กับธนาคาร และ/หรือตั๋วสัญญาใช้เงินที่ออกโดยบริษัทและ/หรือ บริษัทย่อย และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินกิจการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนแอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น หรือ AWC จะมุ่งเน้นด้วยกันสองกลุ่มหลัก ได้แก่ 1. กลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ และ 2. กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ โดยข้อมูล ณ วันที่ 31 มี.ค. 2562 ในกลุ่มธุรกิจโรงแรมและบริการ บริษัทเป็นเจ้าของโรงแรมทั้งสิ้น 15 แห่ง ดำเนินงานแล้ว 10 แห่ง อยู่ระหว่างการพัฒนา 5 แห่ง โดยกระจายตัวอยู่ในกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ในปี 2561 ที่ผ่านมามีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางมายังประเทศไทยกว่า 38 ล้านคน โดยในอดีตจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี นอกจากนี้ยังเป็นจุดหมายปลายทางของการทำกิจกรรมสันทนาการ การพักผ่อน และการใช้ชีวิต ทำให้อุตสาหกรรม การท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของประเทศ ซึ่งมีศักยภาพในการเติบโตสูงอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางวัลลภา กล่าวว่า กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ แบ่งเป็น 2 กลุ่มย่อย ได้แก่ 1. กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อประกอบกิจการการค้า รวมทั้งสิ้น 10 แห่ง ดำเนินงานแล้ว 8 แห่ง และอยู่ระหว่างการพัฒนา 2 แห่ง รวมทั้งมีโครงการในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อกิจการค้าปลีกอีก 2 แห่ง และ 2. กลุ่มธุรกิจอาคารสำนักงาน จำนวน 4 แห่ง โดยที่ดินส่วนใหญ่ AWC เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ (Freehold)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ในปี 2561 บริษัทมีรายได้จากธุรกิจหลักรวม 10,998.64 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจาก 2 กลุ่มธุรกิจ แบ่งเป็นรายได้จากกลุ่มธุรกิจโรงแรมและบริการ 60% และรายได้จากกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ป 40%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38339</URL_LINK>
                <HASHTAG>AWC, บมจ.แอสเสท เวิรด์ คอร์ป, วัลลภา ไตรโสรัส, เข้าตลาดหุ้น, เสนอขายหุ้น IPO</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190612/image_big_5d00620f77d23.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
