<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94351</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2021 16:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2021 16:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มุมมองอีกด้าน! อดีตผู้พิพากษาฯยืนยัน &#039;พุทธิพงษ์-ถาวร&#039; พ้น ส.ส.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.พ.64 - นายวัส ติงสมิตร อดีตประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) และอดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา แสดงความคิดเห็นต่อกรณีแกนนำกปปส.ในส่วนที่มีสถานะเป็น ส.ส. เช่นนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. และ นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา ที่ถูกคุมขัง ต้องพ้นจากความเป็นส.ส.หรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยความเห็นของนายวัส ติงสมิตร มีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังจากศาลอาญาอ่านคำพิพากษาคดีกลุ่มกบฏคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยรวม 39 คน ในความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฏ ก่อการร้าย ล้มล้างระบอบการปกครอง มั่วสุมชุมนุมก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 โดยศาลพิพากษายกฟ้องจำเลยบางคน ลงโทษจำเลยบางคน โดยรอการลงโทษจำคุก ลงโทษจำเลยบางคน โดยไม่รอการลงโทษจำคุก เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยบางคน และจำหน่ายคดีจำเลยคนหนึ่ง เพราะเสียชีวิตในระหว่างพิจารณาคดี นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีปัญหาที่น่าพิจารณาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) ศาลชั้นต้นมีอำนาจสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว (ประกันตัว) ระหว่างอุทธรณ์ตามรายงานข่าวของสื่อบางฉบับหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตาม ป.วิ อาญา มาตรา 106 (4) เมื่อศาลอ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์แล้ว แม้ยังไม่มีการยื่นอุทธรณ์หรือฎีกา หรือมีการยื่นอุทธรณ์หรือฎีกาแล้วแต่ยังไม่ได้ส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา ให้ยื่นต่อศาลชั้นต้นที่ชำระคดีนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีที่ศาลชั้นต้นเห็นสมควรให้ปล่อยชั่วคราว ให้ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาต มิฉะนั้นให้รีบส่งคำร้องพร้อมสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาเพื่อสั่ง แล้วแต่กรณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้นเมื่อเย็นวันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 ยังไม่มีการยื่นอุทธรณ์ และสำนวนยังอยู่ที่ศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมีอำนาจสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ได้ ไม่มีอำนาจสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว และในคดีนี้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเห็นสมควรส่งคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวของจำเลย 8 คนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณา ไม่ใช่สั่งไม่อนุญาตตามข่าว ซึ่งศาลชั้นต้นไม่มีอำนาจสั่งเช่นนั้น และกรณีไม่เข้าข่ายที่ศาลชั้นต้นจะต้องส่งไปให้ศาลชั้นอุทธรณ์สั่งตามระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยการปล่อยชั่วคราว พ.ศ. 2548 ข้อ 5 เพราะโทษจำคุกที่ศาลชั้นต้นลงแก่จำเลยแต่ละคนไม่เกินกระทงละ 3 ปี และจำเลยทุกคน รวมทั้งรัฐมนตรีว่าการ รัฐมนตรีช่วยว่าการ และ ส.ส. ต่างได้รับการปล่อยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง ปัจจุบัน ศาลชั้นต้น ศาลชั้นอุทธรณ์ และศาลฎีกา เปิดทำการเพื่อพิจารณาสั่งคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวในคดีอาญาทุกวัน ไม่เว้นวันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุดราชกาอื่น ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) สมาชิกภาพของ ส.ส. จะสิ้นสุดลง เพราะเหตุที่ไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราว (แม้เพียง 1 วัน) หรือไม่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101(6) สมาชิกภาพของ ส.ส. จะสิ้นสุดลง เมื่อต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ ตามข่าวแจกสื่อมวลชนของศาลชั้นต้นลงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 ปรากฏว่าศาลได้ออกหมายขังและส่งตัวจำเลย 8 คนไปขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพแล้ว แต่คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยดังกล่าว โดยไม่รอการลงโทษ ศาลน่าจะต้องออกหมายจำคุกระหว่างอุทธรณ์ฎีกา แบบพิมพ์ 51 ตรี (สีเหลือง) ดังนั้น แม้จำเลยจะถูกขังหรือจำคุกเพียง 1 วัน ก็เข้าข่ายถูกคุมขังโดยหมายของศาลตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101(6) สมาชิกภาพ ส.ส.ของจำเลยดังกล่าวจึงสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 แล้ว กรณี ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง รัฐต้องจัดให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. แทนตำแหน่งที่ว่าง สมาชิกภาพของ ส.ส. ที่ได้รับเลือกตั้งเริ่มนับแต่วันเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง และอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าอายุของสภาผู้แทนราษฎรที่เหลืออยู่ (รัฐธรรมนูญ มาตรา 105)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94351</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัส ติงสมิตร, สิ้นสภาพส.ส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210226/image_big_6038b91259c84.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73046</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2020 17:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2020 17:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชัดเจน! ประธานกสม. เตือนม็อบใช้เสรีภาพแสดงออกได้ แต่ต้องเคารพสิทธิ-ชื่อเสียงผู้อื่น อย่าละเมิดกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ก.ค.63 - นายวัส ติงสมิตร&amp;nbsp;ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)​ เปิดเผยถึงกรณีที่เยาวชนหลายกลุ่มได้ชุมนุมเพื่อแสดงความคิดเห็นทางการเมืองและชุมนุม&amp;nbsp;เพื่อเรียกร้องให้รัฐดำเนินการหลายประการตั้งแต่กลางเดือนก.ค. 63 เป็นต้นมา&amp;nbsp;ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด&amp;nbsp;โดยเยาวชนบางกลุ่มมีความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกันว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีความห่วงใยต่อสถานการณ์การชุมนุมเพื่อแสดงออกทางการเมืองของเยาวชนกลุ่มต่างๆอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;และได้ส่งเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน กสม. เข้าสังเกตการณ์การชุมนุมอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;โดยหวังว่าจะเป็นการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเรื่องที่มีความเห็นต่าง&amp;nbsp;พึงระมัดระวังการกระทบกระทั่งกัน ขอให้ผู้ชุมนุมทุกฝ่ายปฏิบัติตามกฎหมาย&amp;nbsp;เคารพสิทธิของผู้อื่น และขอให้เจ้าหน้าที่ของรัฐพึงใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งในการรักษาความสงบเรียบร้อยตามกฎหมายให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล กับขอให้สังคมมีความอดทนและเคารพต่อความคิดเห็นที่แตกต่าง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นคุณค่าสำคัญของสังคมพหุวัฒนธรรมที่จะทำให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ&amp;nbsp;และในสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ผู้ที่มาชุมนุม พึงปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ ที่ราชการกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แม้ตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ เด็กที่สามารถมีความคิดเห็นเป็นของตนเองแล้วมีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นได้เสรีในเรื่องที่มีผลกระทบต่อเด็ก&amp;nbsp;โดยความคิดเห็นดังกล่าวของเด็กจะต้องได้รับการพิจารณาอย่างจริงจังตามสมควรแก่อายุและวุฒิภาวะของเด็กคนนั้น และแม้เด็กจะมีสิทธิที่จะมีเสรีภาพในการแสดงออก&amp;nbsp;แต่การใช้สิทธิดังกล่าว ก็ต้องเคารพต่อสิทธิและชื่อเสียงของบุคคลอื่นด้วย&amp;rdquo; นายวัส กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนข่าวที่ระบุว่ามีบุคคล 2 คน โต้ตอบกันเกี่ยวกับแนวคิดในโครงการดับอนาคต&amp;nbsp;โดยจัดทำบัญชีบุคคลผู้จาบจ้วงหมิ่นสถาบันเบื้องสูงส่งให้บริษัทห้างร้าน หน่วยงานของรัฐและสถานศึกษาอย่ารับเข้าทำงานหรือเข้าศึกษาต่อหรือให้ทุนและพาดพิงถึงบทบาทและภาระหน้าที่ของ กสม.&amp;nbsp;นายวัส ระบุว่า&amp;nbsp; บุคคลหรือองค์กรใดเห็นว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน&amp;nbsp;ก็มาร้องขอให้ กสม.เข้าตรวจสอบได้ ไม่ใช่กล่าวหากันผ่านสื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กสม. คอยเฝ้าระวังเหตุการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชนอยู่เสมอ&amp;nbsp;แต่หากมีการกระทำใดเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน&amp;nbsp;บุคคลสามารถดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญา&amp;nbsp;ซึ่งเป็นกลไกปกติในการยุติปัญหา&amp;nbsp;ในกรณีที่การละเมิดสิทธิมนุษยชนเรื่องใดเป็นความผิดอาญา และผู้เสียหายไม่อยู่ในฐานะที่จะร้องทุกข์หรือกล่าวโทษด้วยตนเองได้ กสม.จึงจะมีอำนาจร้องทุกข์หรือกล่าวโทษแทนได้&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายวัสกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73046</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, ม็อบนักศึกษา, วัส ติงสมิตร, สิทธิเสรีภาพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200731/image_big_5f23ea635bb21.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70312</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2020 11:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2020 11:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรรมการสิทธิฯ เผยหนังสือ ก.ต่างประเทศแจงปมอุ้ม &#039;วันเฉลิม&#039; วีซ่าหมดอายุ ธ.ค.60</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก.ต่างประเทศ&amp;nbsp;ตอบกลับ กสม. กรณีขอให้แสวงหาข้อเท็จจริงเรื่องการสูญหายของนายวันเฉลิม&amp;nbsp;เผยทางการกัมพูชาแจ้ง&amp;nbsp;ครั้งล่าสุดนายวันเฉลิมได้รับการต่ออายุการตรวจลงตราถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2560 โดยไม่ยืนยันข้อเท็จจริงถูกอุ้มหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ค.63 -&amp;nbsp;นายวัส ติงสมิตร ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เปิดเผยว่า ตามที่ กสม. ได้มอบหมายให้สำนักงาน กสม. มีหนังสือ ด่วนที่สุดลงวันที่ 8 มิถุนายน 2563 ขอความร่วมมือไปยังกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงที่ถูกต้องและทำความจริงให้ปรากฏ กรณีนายวันเฉลิม หรือตาร์ สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักกิจกรรมการเมืองชาวไทย หายไปจากหน้าอาคารที่พักในกรุงพนมเปญ ราชอาณาจักรกัมพูชา นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาปลัดกระทรวงการต่างประเทศ (ก.ต.) ได้มีหนังสือด่วนที่สุด ลงวันที่ 26 มิถุนายน 2563 แจ้งกลับมายัง สำนักงาน กสม. ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ทันทีที่ได้รับทราบข่าวจากสื่อมวลชนว่า นายวันเฉลิม ถูกลักพาตัวในกรุงพนมเปญเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2563 เวลาประมาณ 18.00 น. ในวันรุ่งขึ้น (5 มิถุนายน 2563) สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ ได้มีหนังสือถึงกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาเพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและติดตามตัวนายวันเฉลิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2563 นางสาวสิตานันท์ สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ (พี่สาวของนายวันเฉลิม) และตัวแทนของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน (Thai Lawyer for Human Rights : TLHR) ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อขอให้กระทรวงการต่างประเทศติดตามและให้ความช่วยเหลือนายวันเฉลิม รวมทั้งได้ให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับนายวันเฉลิมเพิ่มเติม โดยเจ้าหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศได้แจ้งความคืบหน้าในการดำเนินการของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ ตามนัยข้อ 1. ให้นางสาวสิตานันท์ และผู้แทน TLHR ทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2563 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ตอบกระทู้ถามในสภาผู้แทนราษฎรในประเด็นการดำเนินการของรัฐบาลเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความช่วยเหลือนายวันเฉลิม โดยได้แจ้งการดำเนินการของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ ตามข้อ 1. และข้อมูลเพิ่มเติม ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.1) รัฐมนตรีฯ ไม่เคยได้รับแจ้งจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่านายวันเฉลิมเป็นบุคคลที่อาจเป็นภัยต่อประเทศในด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.2) รัฐมนตรีฯ ได้ตอบคำถามของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในประเด็นบทบาทของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (Office of the United Nation High Commissioner for Refugees: UNHCR) ว่า นายวันเฉลิมไม่ได้มีสถานะเป็นผู้ลี้ภัยตามนิยามของ UNHCR ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการตรวจสอบแล้วพบว่า สภาพความเป็นอยู่และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ของนายวันเฉลิมไม่ได้เข้าข่ายการเป็นผู้ลี้ภัยของ UNHCR โดยเชื่อว่า UNHCR รับทราบและติดตามกรณีนี้อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ดี UNHCR ต้องรอการชี้แจงและข้อมูลจากทางการกัมพูชาเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2563 เอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ ได้เข้าพบรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา (รัฐมนตรีช่วยว่าการคนที่อาวุโสที่สุด) ซึ่งได้มอบหนังสือให้แก่เอกอัครราชทูตฯ โดยมีสาระสำคัญว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า นายวันเฉลิมมีประวัติการเดินทางเข้า - ออกกัมพูชาหลายครั้งระหว่างปี 2557 &amp;ndash; 2558 ครั้งล่าสุดเดินทางเข้ามากัมพูชาเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2558 และได้รับการต่ออายุการตรวจลงตราถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2560 ทั้งนี้ ทางการกัมพูชายังไม่สามารถยืนยันเหตุการณ์นี้ได้ เนื่องจากอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบข้อเท็จจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2563 กระทรวงการต่างประเทศได้มีหนังสือตอบกลับหนังสือร้องเรียนของนางสาวสิตานันท์ แจ้งผลการดำเนินการของกระทรวงการต่างประเทศตามข้อ 4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2563 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ ได้นำส่งข้อมูลทะเบียนรถยนต์ที่สันนิษฐานว่าเป็นรถยนต์คันที่ใช้ก่อเหตุ ตามข้อมูลในหนังสือของนางสาวสิตานันท์ ให้แก่กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา เพื่อเป็นข้อมูลในการตรวจสอบหาข้อเท็จจริงต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ ได้ติดตามความคืบหน้าของการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากทางการกัมพูชาเป็นระยะ ๆ จนถึงปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ฝ่ายกัมพูชาแจ้งว่า ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอขอบคุณกระทรวงการต่างประเทศ ที่ได้ดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริงกรณีการหายตัวไปของนายวันเฉลิม กสม. ยังคงติดตามความคืบหน้าเรื่องดังกล่าวต่อไปอย่างใกล้ชิด และหวังว่าจะได้รับทราบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเพื่อประสานการคุ้มครองด้านสิทธิมนุษยชนให้แก่นายวันเฉลิมและครอบครัวต่อไป&amp;rdquo; นายวัส กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70312</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, กระทรวงการต่างประเทศ, วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์, วัส ติงสมิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200702/image_big_5efd65f1615d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69188</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2020 06:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2020 06:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประกาศแล้ว! แนวปฏิบัติกรณีกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ถูกกล่าวหาว่าฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มิ.ย.63 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเรื่อง แนวปฏิบัติกรณีกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติถูกกล่าวหาว่าฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมพ.ศ. ๒๕๖๓&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่เป็นการสมควรกำหนดแนวปฏิบัติกรณีกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติถูกกล่าวหาว่าฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมให้มีความชัดเจน และเป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระรวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระพ.ศ. ๒๕๖๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ มาตรา ๒๓ วรรคสาม มาตรา ๒๕ และมาตรา ๒๗ (๕)แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในคราวประชุมด้านบริหาร ครั้งที่ ๑๗/๒๕๖๓ เมื่อวันที่๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๓ จึงมีมติให้ออกประกาศเพื่อเป็นกรอบในการดำเนินการของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ๑ ประกาศนี้เรียกว่า &amp;ldquo;ประกาศคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เรื่องแนวปฏิบัติกรณีกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติถูกกล่าวหาว่าฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. ๒๕๖๓&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ ๓ ในประกาศนี้
&amp;ldquo;คณะกรรมการ&amp;rdquo; หมายความว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
&amp;ldquo;กรรมการ&amp;rdquo; หมายความว่า กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และให้หมายความรวมถึงประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติด้วย &amp;ldquo;สำนักงาน&amp;rdquo; หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ &amp;nbsp;กรณีมีการร้องเรียนหรือปรากฏเหตุว่า กรรมการคนหนึ่งคนใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม ให้ส านักงานดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเบื้องต้นเสนอต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาภายในสามสิบวัน หากตรวจสอบไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาให้เสนอต่อประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเพื่อขอขยายเวลาได้ตามความจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีสำนักงานตรวจสอบแล้วเห็นว่าไม่มีมูลเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม ให้เสนอคณะกรรมการเพื่อพิจารณายุติเรื่องกรณีมีมูลเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม ให้คณะกรรมการดำเนินการดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๑) แต่งตั้งกรรมการไม่เกินสามคนเพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง
(๒) แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเป็นฝ่ายเลขานุการในการดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ &amp;nbsp;คณะกรรมการพึงพิจารณากรณีตามข้อ ๔ และมีมติโดยเร็ว ดังนี้
(๑) กรณีไม่มีมูลเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม ให้ยุติเรื่อง
(๒) กรณีมีมูลเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมมีลักษณะไม่ร้ายแรงให้คณะกรรมการลงมติ แต่ไม่ตัดสิทธิที่กรรมการผู้ถูกกล่าวหาจะลาออกก่อนมีการลงมติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๓) กรณีมีมูลเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ให้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติพิจารณาดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ &amp;nbsp;การพิจารณาว่ากรรมการผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมตามประกาศนี้ ต้องให้โอกาสแก่กรรมการผู้นั้นได้ชี้แจงและแสดงพยานหลักฐานประกอบการชี้แจงของตนได้ตามสมควร เว้นแต่กรรมการผู้นั้นไม่ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายในเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าไม่ประสงค์จะชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ๗ กรณีที่มีผู้แจ้งหรือผู้ร้องเรียน ให้สำนักงานมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการให้ผู้แจ้งหรือผู้ร้องเรียนทราบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ ๘ กรณีมีข้อขัดข้องในการปฏิบัติตามประกาศนี้ ให้เสนอคณะกรรมการพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศณ วันที่ ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
วัส ติงสมิตร
ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69188</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสม., คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, วัส ติงสมิตร, องค์กรอิสระ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb8838b37db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68172</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2020 20:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2020 20:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสม.ห่วงกรณี &#039;วันเฉลิม&#039; สูญหาย ประสานบัวแก้วเร่งหาข้อเท็จจริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย.63 - นายวัส ติงสมิตร ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวว่า ด้วยปรากฏข่าวตามสื่อต่าง ๆ และแถลงการณ์ของผู้เกี่ยวข้อง กล่าวอ้างว่า เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2563 นายวันเฉลิม หรือตาร์ สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักกิจกรรมการเมืองชาวไทยที่อาศัยอยู่ในราชอาณาจักรกัมพูชา ได้ถูกกลุ่มบุคคลนำตัวขึ้นรถหายไปในขณะที่กำลังซื้อสินค้าที่หน้าอาคารที่พักในกรุงพนมเปญ ราชอาณาจักรกัมพูชา และปัจจุบันยังไม่ทราบแน่ชัดว่าข้อเท็จจริงเป็นประการใด แต่เป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของประชาชน และมีองค์กรต่าง ๆ ออกมารณรงค์เรียกร้องความยุติธรรม และเรียกร้องให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ดำเนินการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในกรณีดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธาน กสม. กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากกรณีนายวันเฉลิมแล้ว ยังมีกรณีกล่าวอ้างว่า นักเคลื่อนไหวทางการเมืองชาวไทยที่ไปอาศัยอยู่ในต่างประเทศถูกบังคับให้สูญหายอีกหลายกรณี ได้แก่ 1. กรณีนายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ กับพวกอีกสองคน คือ นายชัชชาญ บุปผาวัลย์ และนายไกรเดช ลือเลิศ ได้หายตัวไปจากบ้านพักขณะที่อาศัยอยู่ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว 2.กรณีนายสยาม ธีรวุฒ กับพวกอีกสองคน คือ นายชูชีพ ชีวะสุทธิ์ และนายกฤษณะ ทัพไท ถูกจับกุมที่สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและส่งตัวกลับมายังประเทศไทยแล้วไม่ทราบว่าอยู่ที่ใด แต่กองบังคับการปราบปรามได้ยืนยันว่ายังไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่หน่วยงานใดทำการจับกุมตัวนายสยามมาส่งมอบแก่พนักงานสอบสวน นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และได้รับแจ้งเป็นการภายในว่าไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางเข้ามายังสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามของนายสยามและพวกอีกสองคนแต่อย่างใด ในเรื่องนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้มีข้อเสนอแนะไปยังองค์กรที่เกี่ยวข้องแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัส ย้ำว่า กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสิทธิและเสรีภาพของคนไทยในต่างประเทศ แต่เหตุการณ์ตามข้อกล่าวอ้างเกิดขึ้นนอกราชอาณาจักรไทย จึงไม่อยู่ในหน้าที่และอำนาจที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะดำเนินการตรวจสอบได้&amp;nbsp; แต่สมควรดำเนินการโดยหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่และอำนาจโดยตรง ดังนั้น จึงได้ขอความร่วมมือให้กระทรวงการต่างประเทศพิจารณาให้หน่วยงานในสังกัดดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริง ข้อมูล หรือพยานหลักฐาน เพื่อทำความจริงให้ปรากฏและเผยแพร่ให้สาธารณชนทราบโดยทั่วกัน ในการนี้ กระทรวงการต่างประเทศอาจประสานกับครอบครัวของนายวันเฉลิมให้ส่งข้อมูลหรือพยานหลักฐานทั้งปวงที่แสดงว่ามีการถูกบังคับให้สูญหายไปยังกระทรวงการต่างประเทศโดยตรง เพื่อประกอบการพิจารณาดำเนินการต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมา กสม. มีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลในการตรากฎหมายป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ภายใต้เจตนารมณ์ที่สอดคล้องกับอนุสัญญาต่อต้านการทรมาน และการประติบัติหรือการลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี (CAT) ที่ประเทศไทยเป็นภาคี และอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ (ICPPED) ซึ่งประเทศไทยได้ให้ความเห็นชอบในหลักการแล้ว พร้อมทั้งขอให้คณะรัฐมนตรีเร่งเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการบังคับให้หายสาบสูญ (ICPPED) ด้วย ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างหลักประกันที่ชัดเจนในการคุ้มครองสิทธิของประชาชนตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและพันธกรณีระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน&amp;rdquo; ประธาน กสม. กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68172</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการสิทธิ, วันเฉลิม, วัส ติงสมิตร, อสม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200608/image_big_5ede37ab5160d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67847</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขู่ฟัน219สว.โหวตอุ้ม&#039;สุชาติ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; จ่อเอาผิด 219 ส.ว. หากศาลชี้โหวต &amp;quot;สุชาติ&amp;quot; นั่ง ป.ป.ช.ไม่ชอบด้วย กม. เชื่อหนีไม่พ้นครหาซ้ำรอยนาฬิกาป้อม ประธาน กสม.ฟันธงขาดคุณสมบัติ เหตุทำหน้าที่เหมือน ส.ส.-ส.ว.มาแล้ว &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; แขวะระบบผลัดกันเกาหลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน เวลา 09.30 น. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบและเสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองวินิจฉัยว่าการที่สำนักเลขาธิการวุฒิสภา และคณะกรรมการสรรหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ส่งรายชื่อนายสุชาติ &amp;nbsp;ตระกูลเกษมสุข อธิบดีผู้พิพากศาศาลแพ่ง มีนบุรี อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งพ้นจากตำแหน่งมายังไม่ครบ 10 ปี จึงมีลักษณะต้องห้ามตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) &amp;nbsp;ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 มาตรา 11(18) ให้วุฒิสภาเห็นชอบเป็นกรรมการ ป.ป.ช. เข้าข่ายไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจากนายสุชาติพ้นจากตำแหน่งมายังไม่ครบ 10 ปี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณกล่าวว่า การที่ที่ประชุมวุฒิสภาวันที่ 26 พ.ค.เห็นชอบให้นายสุชาติ ซึ่งเป็นอธิบดีกรมอัยการ ผู้พิพากษาศาลมีนบุรี เป็นบุคคลที่เหมาะสมเป็นกรรมการ ป.ป.ช.แทนตำแหน่งที่ว่าง แต่เนื่องจากว่านายสุชาติเคยเป็น สนช.ในช่วงตั้งแต่ 11 ต.ค.57 ซึ่งในกฎหมาย ป.ป.ช.ปี 2561 ได้บัญญัติไว้ชัดเจนว่า บุคคลที่จะมาเป็นกรรมการ ป.ป.ช.นั้นจะต้องไม่เป็นสมาชิก ส.ส. วุฒิสภา หรือข้าราชการการเมืองในระยะ 10 ปีก่อนดำรงตำแหน่ง ดังนั้นการที่นายสุชาติเพิ่งพ้นจากการเป็น สนช.ได้เพียง 1 ปีที่ผ่านมา จึงน่าจะมีลักษณะต้องห้ามตาม พ.ร.ป.ว่าด้วย ป.ป.ช. 2561 ในมาตรา 11(18) โดยชัดเจน อีกทั้งเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญไม่น่าจะต้องการบุคคลที่มีหน้าที่นิติบัญญัติในการออกกฎหมายมาบังคับใช้เข้าไปมีผลประโยชน์ได้เสียในองค์กรต่างๆ หรือแม้แต่องค์กรอิสระ รัฐธรรมนูญจึงพยายามกำหนดระยะห่างเอาไว้เป็นเวลา 10 ปี ดังนั้นการที่ ส.ว.ทั้ง 219 คนลงคะแนนโหวตเห็นชอบนายสุชาติ น่าจะขัดแย้งต่อกฎหมาย ป.ป.ช.และขัดรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต้องอย่าลืมว่านายสุชาติได้เป็น สนช.โดยการแต่งตั้งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในสมัยนั้น และปัจจุบันหัวหน้า คสช.ก็คือนายกรัฐมนตรี การจะเข้าไปดำรงตำแหน่ง ป.ป.ช.ซึ่งมีอำนาจหน้าที่เข้าไปตรวจสอบการทุจริตของข้าราชการ นักการเมือง ก็อาจถูกครหาได้ว่าเป็นเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้วก็อาจเป็นเรื่องเหมือนที่หลายคนวิพากษ์นาฬิกาบิ๊กป้อม ซึ่งข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร สุดท้ายก็มีการวินิจฉัยว่าเป็นการยืมใช้ของเพื่อน ซึ่งผมเองก็เป็นนักกฎหมาย ดูแล้วไม่อาจจะวิจารณ์เป็นอย่างอื่นได้ ดังนั้นประเด็นการรับรองนายสุชาติมาเป็นกรรมการ ป.ป.ช. เข้าใจว่าน่าจะขัด พ.ร.ป.ว่าด้วย ป.ป.ช.โดยชัดเจน และถ้าหากเรื่องนี้เป็นที่ยุติในชั้นศาลว่านายสุชาติไม่สามารถดำรงตำแหน่ง ป.ป.ช.ได้ ผมก็จะดำเนินการเอาผิดกับ ส.ว.ทั้ง 219 คนที่รับรองนายสุชาติ ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบด้วย&amp;quot; นายศรีสุวรรณระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ โดยส่วนตัวคิดว่าเรื่องนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินควรจะต้องส่งศาลปกครอง เพราะเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐหรือผู้มีอำนาจ ไม่ใช่เรื่องขัดแย้งในทางกฎหมายที่ต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญ อีกทั้งในอดีตเคยมี สนช.นำเรื่องที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และศาลมีคำวินิจฉัยว่าคณะกรรมการสรรหาไม่สามารถวินิจฉัยได้ และศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่รับเรื่อง เมื่อมีบรรทัดฐานในเรื่องนี้แล้ว &amp;nbsp;การจะเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอีกก็อาจจะถูกปฏิเสธ หากผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นว่าอาจจะไม่ใช่อำนาจของศาลปกครอง แต่เป็นศาลรัฐธรรมนูญหรือหน่วยงานอื่นใด ก็ขึ้นอยู่กับผู้ตรวจการแผ่นดินจะวินิจฉัยต่อไป เพื่ออย่างน้อยเรื่องนี้จะได้เป็นที่ยุติของสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวัส ติงสมิตร ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 มาตรา 6 วรรคสอง บัญญัติให้ สนช.ทำหน้าที่สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และรัฐสภา ส่วนรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 263 ซึ่งเป็นบทเฉพาะกาลบัญญัติว่า ในระหว่างที่ยังไม่มีสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญ 2560 ให้ สนช.ที่ตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 ยังคงทำหน้าที่รัฐสภา สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาต่อไป และให้ สนช.ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2560 ทำหน้าที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา และสิ้นสุดลงในวันก่อนวันเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปที่จัดขึ้นตามรัฐธรรมนูญ 2560
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญทั้งสองฉบับดังกล่าว ย่อมเป็นการรับรองสถานะของ สนช.และสมาชิกสนช.อยู่ในตัว ดังนั้นอดีตสมาชิก สนช.จึงมีลักษณะต้องห้ามเป็นกรรมการ ป.ป.ช.&amp;quot; นายวัสระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ระบุว่าตาม พ.ร.บ.กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ.2556 ระบุชัดเจนว่า สนช.ไม่อยู่ในข่ายที่จะเข้ามาอยู่ในกองทุนดังกล่าวได้นั้น กองทุนนี้จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา &amp;nbsp;ซึ่งโดยปกติเป็นประชาชนที่มาจากการแข่งขันในการเลือกตั้ง หรือแต่งตั้ง ไม่เหมือนสมาชิก สนช.ที่โดยส่วนมากแต่งตั้งจากข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และชนชั้นนำในประเทศ ซึ่งได้รับสวัสดิการและสิทธิประโยชน์อื่นดีอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือจากกองทุนดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีที่มีข่าวว่าคณะกรรมการสรรหาบุคคลมาดำรงตำแหน่ง กสม. มีมติว่าอดีตสมาชิก สนช.มีลักษณะต้องห้าม มิให้รับการสรรหาเป็น กสม. เพราะยังพ้นหน้าที่สมาชิก สนช.ไม่เกิน 10 ปี ด้วยเหตุผลใดและด้วยคะแนนเสียงเท่าใดนั้น ตนไม่ทราบ แต่ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วย กสม. ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครหรือผู้ได้รับการสรรหา เป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสรรหาเป็นผู้วินิจฉัย แม้กฎหมายจะบัญญัติต่อไปว่า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาให้เป็นที่สุด (มาตรา 16 วรรคหนึ่ง) ปัญหานี้พึงได้รับการตรวจสอบจากองค์กรตุลาการที่มีอำนาจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กสม.ได้แจ้งการเลื่อนกำหนดวันแสดงวิสัยทัศน์ของผู้สมัครเป็น กสม.จากวันที่ &amp;nbsp;8-9 มิ.ย.ออกไปเป็นวันที่ 26 และ 29 มิ.ย. เนื่องจากตรวจสอบพบว่ามี 7 คนจากผู้สมัคร 34 คนยังถือหุ้นสื่อในบริษัทและห้างหุ้นส่วนจำกัด คณะกรรมการสรรหาจึงนัดประชุมกันเองวันที่ 19 มิ.ย.เพื่อพิจารณาหาข้อยุติในประเด็นดังกล่าว และอาจมีการหารือถึงกรณีวุฒิสภาลงมติเห็นชอบให้นายสุชาติเป็นกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งขัดแย้งกับคณะกรรมการสรรหา กสม.ที่มีมติตัดสิทธิ์การเป็นผู้สมัคร 2 คน &amp;nbsp;เนื่องจากเคยเป็น สนช.และพ้นจากตำแหน่งมาไม่ถึง 10 ปี ได้แก่ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก และ น.ส.จินตนันท์ ชญาต์ร ศุภมิตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวว่า ความขัดแย้งที่กลายเป็นการปฏิบัติแบบ 2 มาตรฐาน มีความเชื่อมโยงไปถึงผู้ดำรงตำแหน่งในสถาบันหรือองค์กรสำคัญ ในฐานะที่เป็นกรรมการสรรหาทั้ง 2 ชุด ได้แก่ ประธานศาลฎีกา (เป็นประธาน), ประธานศาลปกครองสูงสุด, ประธานสภาผู้แทนราษฎร, ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งอาจนำไปสู่จุดวิกฤติเพิ่มขึ้นของวุฒิสภาและองค์กรอิสระ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายปิยบุตร แสงกนกกุล ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรม &amp;nbsp;และสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า ถือเป็นความผิดเพี้ยนของรัฐธรรมนูญ ด้านหนึ่งต้องรักษาความเป็นกลาง &amp;nbsp;ความเป็นอิสระ ไม่มีส่วนได้เสีย แต่สุดท้าย ส.ว.เลือกนายสุชาติซึ่งเคยเป็น สนช.มาเป็นกรรมการ &amp;nbsp;ป.ป.ช. เท่ากับเป็นระบบผลัดกันเกาหลัง วนกันอยู่เพียงกลุ่มคนเดิมๆ ซึ่งปัญหาต่อมาต้องดูว่ามีองค์กรไหนมาชี้ขาดให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพราะทราบว่าคณะกรรมการสรรหา กสม.ก็มีมาตรฐานไปอีกแบบหนึ่ง เพราะตัดสิทธิ์ผู้ที่เคยเป็น สนช.ให้ไม่สามารถดำรงตำแหน่ง กสม.ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรเปิดเผยว่า วันที่ 5 มิ.ย. คณะก้าวหน้าจะเปิดแคมเปญ &amp;quot;ส.ว. มีไว้ทำไม&amp;quot; และวันที่ 6 &amp;nbsp;มิ.ย.จะมีการจัดสัมมนาออนไลน์ มีผู้ร่วมสัมมนา เช่น นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีต ส.ว.และอดีตสภาร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้สังคมพิจารณาว่าจะทำอย่างไรกับ ส.ว.ที่ทำหน้าที่มา 1 ปีแล้วเพื่อประกันการสืบทอดอำนาจ ยังจำเป็นอยู่หรือไม่ที่จะมี ส.ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67847</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิยบุตร แสงกนกกุล, วัส ติงสมิตร, ศรีสุวรรณ จรรยา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200604/image_big_5ed8f0043069d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67761</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2020 07:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2020 07:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปธ.กสม.&#039; ฟันธง &#039;อดีต สนช.&#039; เป็น ป.ป.ช.ไม่ได้ เหตุทำหน้าที่เหมือน &#039;ส.ส.-สว.&#039; มาแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย.63 - นายวัส&amp;nbsp;ติงสมิตร&amp;nbsp;ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ&amp;nbsp;(กสม.)&amp;nbsp;กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการสรรหาบุคคลมาดำรงตำแหน่งกรรมการ&amp;nbsp;ป.ป.ช.&amp;nbsp;และวุฒิสภาวินิจฉัยว่า&amp;nbsp;ตำแหน่ง&amp;nbsp;สนช.&amp;nbsp;ไม่ใช่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในลักษณะ&amp;nbsp;ส.ส.หรือ&amp;nbsp;ส.ว.&amp;nbsp;เพราะรัฐธรรมนูญเพียงกำหนดให้สนช.ในขณะนั้น&amp;nbsp;ทำหน้าที่เป็น&amp;nbsp;ส.ส.&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ส.ว.&amp;nbsp;เท่านั้น&amp;nbsp;เป็นเพียงตำแหน่งเฉพาะกิจ&amp;nbsp;แต่ไม่ถือเป็นตำแหน่ง&amp;nbsp;ส.ส.หรือ&amp;nbsp;ส.ว.&amp;nbsp;อีกทั้งตาม&amp;nbsp;พ.ร.บ.กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา&amp;nbsp;พ.ศ. 2556&amp;nbsp;ระบุชัดเจนว่า&amp;nbsp;สนช.&amp;nbsp;ไม่อยู่ในข่ายที่จะเข้ามาอยู่ในกองทุนดังกล่าวได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยระบุว่า&amp;nbsp;รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย&amp;nbsp;(ฉบับชั่วคราว)&amp;nbsp;พุทธศักราช&amp;nbsp;2557&amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;6&amp;nbsp;วรรคสอง&amp;nbsp;บัญญัติให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ&amp;nbsp;(สนช.)&amp;nbsp;ทำหน้าที่สภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;วุฒิสภา&amp;nbsp;และรัฐสภา&amp;nbsp;ส่วนรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย&amp;nbsp;พุทธศักราช&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;263&amp;nbsp;ซึ่งเป็นบทเฉพาะกาล&amp;nbsp;บัญญัติว่า&amp;nbsp;ในระหว่างที่ยังไม่มีสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญ2560&amp;nbsp;ให้&amp;nbsp;สนช.ที่ตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;(ฉบับชั่วคราว) 2557&amp;nbsp;ยังคงทำหน้าที่รัฐสภา&amp;nbsp;สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาต่อไป&amp;nbsp;และให้&amp;nbsp;สนช.ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;ทำหน้าที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา&amp;nbsp;ตามลำดับ&amp;nbsp;ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;และให้&amp;nbsp;สนช.&amp;nbsp;และสมาชิก&amp;nbsp;สนช.สิ้นสุดลงในวันก่อนวันเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปที่จัดขึ้นตามรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แม้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญทั้งสองฉบับดังกล่าวจะบัญญัติให้&amp;nbsp;สนช.&amp;nbsp;ทำหน้าที่&amp;nbsp;รัฐสภา&amp;nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;และวุฒิสภา&amp;nbsp;และรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;จะให้บัญญัติให้สมาชิก&amp;nbsp;สนช.&amp;nbsp;ทำหน้าที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา&amp;nbsp;ย่อมเป็นการรับรองสถานะของ&amp;nbsp;สนช.&amp;nbsp;และสมาชิกสนช.&amp;nbsp;อยู่ในตัว&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;อดีต&amp;nbsp;สมาชิก&amp;nbsp;สนช.&amp;nbsp;จึงมีลักษณะต้องห้ามเป็นกรรมการ&amp;nbsp;ป.ป.ช.&amp;rdquo;&amp;nbsp;นายวัสกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปธ.กสม.&amp;nbsp;กล่าวต่อไปว่า&amp;nbsp;ส่วนกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาตาม&amp;nbsp;พ.ร.บ.กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา&amp;nbsp;พ.ศ. 2556&amp;nbsp;จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาซึ่งโดยปกติเป็นประชาชนที่มาจากการแข่งขันในการเลือกตั้ง&amp;nbsp;หรือแต่งตั้ง&amp;nbsp;ไม่เหมือนสมาชิก&amp;nbsp;สนช.&amp;nbsp;ซึ่งส่วนมากแต่งตั้งจากข้าราชการ&amp;nbsp;พนักงานรัฐวิสาหกิจ&amp;nbsp;และชนชั้นนำในประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งได้รับสวัสดิการและสิทธิประโยชน์อื่นดีอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงไม่จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือจากกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาตาม&amp;nbsp;พ.ร.บ.กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา&amp;nbsp;พ.ศ. 2556&amp;nbsp;แม้สมาชิก&amp;nbsp;สนช.&amp;nbsp;จะได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายน้อยกว่า&amp;nbsp;ส.ส.&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ส.ว.&amp;nbsp;เล็กน้อย&amp;nbsp;ก็ไม่ใช่ข้อสาระสำคัญ&amp;nbsp;ส่วนที่มีข่าวว่า&amp;nbsp;คณะกรรมการสรรหาบุคคลมาดำรงตำแหน่ง&amp;nbsp;กสม.&amp;nbsp;มีมติว่า&amp;nbsp;อดีตสมาชิก&amp;nbsp;สนช.&amp;nbsp;มีลักษณะต้องห้ามมิให้รับการสรรหาเป็น&amp;nbsp;กสม.&amp;nbsp;เพราะยังพ้นหน้าที่สมาชิก&amp;nbsp;สนช.ไม่เกิน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ด้วยเหตุผลใดและด้วยคะแนนเสียงเท่าใด&amp;nbsp;ตนไม่ทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย&amp;nbsp;กสม.&amp;nbsp;ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครหรือผู้ได้รับการสรรหา&amp;nbsp;เป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสรรหาเป็นผู้วินิจฉัย&amp;nbsp;แม้กฎหมายจะบัญญัติต่อไปว่า&amp;nbsp;คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาให้เป็นที่สุด&amp;nbsp;(มาตรา&amp;nbsp;16&amp;nbsp;วรรคหนึ่ง)&amp;nbsp;ปัญหานี้พึงได้รับการตรวจสอบจากองค์กรตุลาการที่มีอำนาจ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67761</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการ ป.ป.ช., วัส ติงสมิตร, สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200604/image_big_5ed84600738ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
