<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107950</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2021 19:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2021 07:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ปิดแคมป์ก่อสร้างสกัดโควิด! อสังหาฯ-รถไฟฟ้าอ่วมหนักโครงการดีเลย์   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากตัวเลขของผู้ติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ที่ยังคงพุ่งไม่หยุดอย่างต่อเนื่อง ทำให้รัฐบาลต้องมีมาตรการออกมาเพื่อควบคุมการแพร่กระจายของโรคระบาด หลังจากมีราชกิจจานุเบกษาออกประกาศมาตรการคุมเข้ม&amp;nbsp;10&amp;nbsp;จังหวัดควบคุมสูงสุด โดยในวันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา&amp;nbsp;9&amp;nbsp;แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่&amp;nbsp;25)&amp;nbsp;ซึ่งลงนามโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มิ.ย.2564&amp;nbsp;เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่งในประกาศที่ทำให้ภาคธุรกิจได้รับผลกระทบอย่างมากคงเป็น&amp;nbsp;&amp;ldquo;การปิดแคมป์ก่อสร้าง 30 วัน เพื่อเข้าควบคุมและชะลอการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วอนรัฐออกมาตรการช่วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโอภาส ถิรปัญญาเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บจก.พร็อพทูมอร์โรว์ และผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์&amp;nbsp;Maxxi Prime&amp;nbsp;รัชดาฯ-สุทธิสาร&amp;nbsp;เปิดเผยกับ&amp;nbsp;&amp;ldquo;ไทยโพสต์&amp;rdquo;&amp;nbsp;ว่า การสั่งปิดแคมป์ก่อสร้างทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล 1 เดือน มองว่าจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะแรงงานที่ต้องหาเช้ากินค่ำก็จะขาดรายได้ในการเลี้ยงชีพและครอบครัว รวมถึงในกลุ่มแรงงานบางคนก็ได้มีการกู้เงินมาใช้จ่าย ก็มองว่าจะกระทบค่อนข้างหนัก แม้รัฐบาลจะมีมาตรการออกมาช่วยเหลือโดยให้สำนักงานประกันสังคมจ่ายเป็นเงินสด 50% ของค่าจ้าง แต่ในส่วนของผู้ที่ไม่ได้ขึ้นประกันสังคมก่อนหน้า การไปเดินเรื่องจะต้องไปเสียค่าปรับย้อนหลังเป็นการเพิ่มภาระใหัแก่แรงงานอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในส่วนที่เหลืออีก 50% ดูแล้ว อาจจะต้องตกเป็นภาระของผู้รับเหมาก่อสร้างหรือทางบริษัทต่างๆ เป็นผู้ดูแลในส่วนนี้ มองว่าจะทำให้ผู้ประกอบทั้งรายใหญ่และรายย่อยขาดรายได้อย่างมหาศาล โดยที่ทางรัฐบาลยังไม่มีมาตรการสำหรับการช่วยเหลือผู้ประกอบการเลย&amp;nbsp;และยังต้องเสียค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าจ้างวิศวกร&amp;nbsp;โฟร์แมน พนักงานของโครงการก่อสร้าง เนื่องจากงานรับเหมาก่อสร้างจะต้องเบิกเงินเป็นงวดในแต่ละเดือนจากเจ้าของโครงการ ซึ่งการหยุด 1 เดือนจะทำให้กระแสเงินสดขาดช่วงทันที 1 เดือน ซึ่งมีผลกระทบกับการบริหารเงินมากๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับผู้รับเหมาก่อสร้างไม่ว่าจะเป็นบริษัทปูนซีเมนต์ เหล็ก วัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ก่อสร้างต่างๆ จะต้องหยุดดำเนินงานเช่นกัน ทำให้คนงานของบริษัทดังกล่าวได้รับผลกระทบไปด้วย ซึ่งรัฐบาลก็ยังไม่มองถึงผลกระทบในส่วนนี้ และในเรื่องของสัญญาก่อสร้างซึ่งรัฐบาลจะขยายเวลาให้สำหรับโครงการของรัฐบาล แต่ในส่วนเอกชนทางผู้ประกอบการและผู้รับเหมาก่อสร้างต้องทำหนังสือร้องขอการต่อสัญญาแก่เจ้าของโครงการ ซึ่งถ้าเจ้าของโครงการไม่ยินยอมแล้วจะต้องมีการเสียค่าปรับนั้น ทางรัฐบาลจะหารือเรื่องมาตรการช่วยเหลือสำหรับเรื่องนี้อีกที
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นับตั้งแต่ประกาศปิดแคมป์ก่อสร้าง แน่นอนว่าดอกเบี้ยที่ทางผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบจะไม่ใช่แค่ 1 เดือน เฉพาะค่าดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นก็เป็นเงินมหาศาลแล้ว และในส่วนของงานโครงการที่เสร็จแล้วรอส่งมอบให้กับลูกค้า บางโครงการอาจจะเหลือแค่ 1 สัปดาห์ ซึ่งจะทำให้ล่าช้าไปอีกถึง 1 เดือน หรือมากกว่านั้น ทำให้ลูกค้าจะฟ้องร้องกับทาง สคบ. ได้ ซึ่งจะต้องรอทางรัฐบาลว่าจะมีมาตรการออกมารับผิดชอบในส่วนนี้อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อีกประเด็นที่สำคัญมากคงเป็นมาตรการทางภาษีที่ทางรัฐลดหย่อนให้สำหรับค่าจดจำนองและภาษีสำหรับที่อยู่อาศัย ราคาไม่เกิน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ล้านบาท ที่จะหมดมาตรการภายในเดือนธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นี้ และไม่มีการขยายระเวลาออกไป ถ้ามีการปิดไซต์&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เดือน การก่อสร้างต้องถูกเลื่อนออกไป จะเกิดปัญหาใหญ่กับทั้งผู้ซื้อและผู้ขายโครงการ เพราะภาระภาษีสำหรับที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ล้านจะเปลี่ยนจากหลักพันบาทไปเป็นหลักเกือบแสนบาทต่อห้องทันที เช่น คอนโดฯ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตึกมี&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ห้อง ภาระภาษีตรงนี้จากแค่หลักแสนบาทจะกลายเป็นเกือบ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ล้านบาททันที&amp;nbsp;ถามว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบตรงนี้?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หุ้นกลุ่มรับเหมาร่วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส จำกัด&amp;nbsp;เปิดเผยว่า หุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างได้รับผลกระทบจากคำสั่งปิดสถานที่ก่อสร้าง แคมป์คนงาน และหยุดงานก่อสร้างใน กทม. และปริมณฑล&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เดือน ส่งผลลบโดยตรงต่อทั้งผู้รับเหมารายใหญ่อย่าง&amp;nbsp;ITD, CK, STEC&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;UNIQ&amp;nbsp;ส่วนรายกลางอย่าง&amp;nbsp;NWR, SYNTEC&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;PREB&amp;nbsp;และผู้รับเหมาเสาเข็มอย่าง&amp;nbsp;SEAFCO&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;PYLON&amp;nbsp;ถือเป็นปัจจัยลบที่เข้ามาซ้ำเติมปัญหาเหล็กเส้นราคาแพงที่กำลังเผชิญอยู่ และยังมีผลต่อเนื่องไปตลอด ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง รวมถึงผู้ว่าจ้างที่เป็นเจ้าของโครงการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ประเมินผลกระทบเป็น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ส่วนหลัก คือ ผลกระทบด้านรายได้ จะเกิดขึ้นทันทีในช่วงไตรมาส&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;รวมถึงมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกปรับลดประมาณการกำไรปีนี้ของบริษัทรับเหมาก่อสร้างต่างๆ ลง ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่ชัดเจนและเต็มไปด้วยปัจจัยลบ ทั้งนี้ ให้น้ำหนักการลงทุนน้อยกว่าตลาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์&amp;nbsp;บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)&amp;nbsp;กล่าวเสริมว่า&amp;nbsp;บริษัทยังพอที่จะบริหารจัดการให้มีผลกระทบน้อยที่สุดได้ หากเป็นโครงการคอนโดมิเนียมที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง มองว่าบริษัทสามารถบริหารจัดการระยะเวลาและเร่งรัดงานก่อสร้างได้หากมาตรการนี้จบลงภายในหนึ่งเดือน และสำหรับคอนโดฯ ที่อยู่ระหว่างการโอน ซึ่งงานในส่วนนี้มีการก่อสร้างไปเกือบเสร็จสมบูรณ์แล้ว อาจเหลือการเก็บงานเล็กๆ น้อยๆ จึงมองว่าสำหรับการโอนคอนโดฯ ของเอพีไม่กระทบมากนัก โดยเฉพาะกระบวนการตรวจห้องและรับโอนของลูกค้าในเฟสแรก ขณะที่โครงการแนวราบ เอพีได้มีการบริหารจัดการการก่อสร้างบ้านพร้อมอยู่ให้ครอบคลุมระยะการขาย 2-3 เดือนอยู่แล้ว ในส่วนนี้จึงไม่ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน โดยบริษัทยังคงเป้ายอดขายและยอดโอนตามที่ประกาศไว้ต้นปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อสร้างระบบขนส่งดีเลย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมมีบางโครงการก่อสร้างอยู่ในพื้นที่ที่ประกาศ เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดดังกล่าว ขณะนี้นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม อยู่ระหว่างการดำเนินการออกหนังสือข้อสั่งการให้กับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมที่เกี่ยวข้อง เพื่อปฏิบัติตามต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิชาติ จันทรทรัพย์ รองอธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) ฝ่ายดำเนินงาน กล่าวว่า จากคำสั่งดังกล่าว ส่งผลให้ ทล.ต้องหยุดดำเนินการก่อสร้าง 4 โครงการ ซึ่งอาจจะกระทบกับแผนงานบางส่วน แต่ยืนยันว่าในภาพรวมของแต่ละโครงการจะไม่กระทบมากนัก เนื่องจาก ณ ปัจจุบัน บางโครงการมีความคืบหน้าเร็วกว่าแผนที่กำหนดไว้ ส่วนโครงการที่อาจจะล่าช้ากว่าแผนนั้น หลังจากนี้ ทล.จะเร่งรัดการก่อสร้างให้เป็นไปตามแผนที่กำหนดต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าวว่า รฟม.ได้มีหนังสือถึงผู้รับจ้างก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง ทุกสัญญา หยุดการก่อสร้าง พร้อมกับปิดพื้นที่ก่อสร้างทั้งหมดชั่วคราวเป็นเวลา 30 วัน ส่วนแคมป์ที่พักคนงาน ซึ่งจะอยู่คนละจุดกับไซต์ก่อสร้างรถไฟฟ้า ผู้รับจ้างจะต้องปิดตามประกาศเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับก่อนหน้านี้งานก่อสร้างคืบหน้าเร็วกว่าแผนระดับหนึ่ง แต่เมื่อมีปัญหาโควิดในแคมป์ที่พักคนงาน ทำให้มีผลกระทบบ้าง ขณะที่การหยุดก่อสร้างชั่วคราวเป็นเวลา 30 วัน อาจจะทำให้งานล่าช้าไปได้อีก ซึ่งผู้รับเหมาจะตรวจสอบแผนงานเสนอให้ รฟม.ภายใน 1-2 สัปดาห์ เพื่อพิจารณาปรับแผนก่อสร้าง เร่งรัดบางกิจกรรม เพื่อให้มีผลกระทบต่อภาพรวมและระยะเวลาโครงการน้อยที่สุด.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107950</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.), ปิดแคมป์ก่อสร้าง, พร็อพทูมอร์โรว์, รับเหมาก่อสร้าง, วัสดุก่อสร้าง, เอเซีย พลัส, โควิด, โอภาส ถิรปัญญาเลิศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d9c67fc503e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9163</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2018 20:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2018 01:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>DRT ตั้งเป้ารักษาการเติบโตไม่ต่ำกว่า 5%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;ldquo;ตราเพชร&amp;rdquo;ตั้งเป้ารักษาอัตราการเติบโตอยู่ที่ระดับไม่ต่ำกว่า 5% หลังเห็นสัญญาณบวกจากความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างเพิ่ม พร้อมโชว์ผลงานไตรมาสแรกกวาดรายได้รวม 1,209.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.79%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ค. 61 นายสาธิต สุดบรรทัด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ผลิตภัณฑ์ตราเพชร (DRT) ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ระบบหลังคา ไม้สังเคราะห์ แผ่นบอร์ด ยิปซัม อิฐมวลเบาและบริการหลังการขายภายใต้แบรนด์ &amp;lsquo;ตราเพชร&amp;rsquo; เปิดเผยถึงทิศทางดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ ว่า บริษัทฯ มั่นใจว่าจะรักษาเป้าหมายการเติบโตไม่ต่ำกว่า5% โดยเห็นสัญญาณความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างที่ดีอย่างต่อเนื่องในช่วงต้นไตรมาส 2 จากช่องทางการขายกลุ่มลูกค้าโครงการอสังหาริมทรัพย์และห้างค้าปลีกวัสดุก่อสร้างสมัยใหม่ที่ยังมีอัตราการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนช่องทางขายกลุ่มร้านค้าวัสดุก่อสร้างรายย่อยและตลาดส่งออกไปต่างประเทศยังคงมียอดขายอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ขณะเดียวกันบริษัทได้วางเป้าหมายรักษาอัตราการทำกำไรขั้นต้นเฉลี่ยอยู่ที่ 25-27% โดยใช้กลยุทธ์บริหาร Product Mix จากสินค้าภายใต้แบรนด์ &amp;lsquo;ตราเพชร&amp;rsquo; และการปรับปรุงประสิทธิภาพของเครื่องจักรเพื่อลดต้นทุน รวมถึงรักษาอัตราการเดินเครื่องจักรเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 80-90% ของกำลังการผลิตเพื่อควบคุมต้นทุนการผลิตต่อหน่วยให้อยู่ในระดับต่ำ จึงเชื่อมั่นว่าด้วยแนวทางดังกล่าวจะสามารถบริหารต้นทุนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพและรักษาอัตราการทำกำไรขั้นต้นได้ตามแผนงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาสแรก บริษัทมีรายได้รวม 1,209.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.79% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 1,165.27 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 140 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.28% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่ทำได้ 135.56 ล้านบาท โดยปัจจัยที่มีผลต่อการเติบโตนั้นมาจากความสำเร็จของลูกค้าโครงการอสังหาริมทรัพย์และห้างค้าปลีกวัสดุก่อสร้างสมัยใหม่ที่ขยายตัวได้อย่างอย่างโดดเด่น เนื่องจากผู้ประกอบการได้ลงทุนพัฒนาโครงการแนวราบในกลุ่มบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์เพิ่มขึ้น รวมถึงการเปิดสาขาใหม่ๆ เพิ่มเติม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9163</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตราเพชร, ยิปซัม, วัสดุก่อสร้าง, ห้างค้าปลีก, อสังหาริมทรัพย์, อิฐ, อิฐมวลเบา, แผ่นบอร์ด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180514/image_big_5af97747b9ef0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8864</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยุคแข่งขันด้านนวัตกรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันเชื่อว่าการแข่งขันในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ค่อนข้างรุนแรง ทั้งในเรื่องของแบบ ราคา คุณภาพของสินค้า ซึ่งสิ่งหนึ่งที่จะเป็นตัวชี้วัดถึงคุณภาพการก่อสร้างที่ดีของที่อยู่อาศัยในแต่ละประเภท คงจะหนีไม่พ้นในเรื่องของ &amp;rdquo;วัสดุก่อสร้าง&amp;rdquo; ที่นำมาใช้ในการก่อสร้าง ซึ่งทุกวันนี้มั่นใจได้ว่าผู้บริโภคจะให้ความสำคัญกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย เพราะราคาที่อยู่อาศัยในปัจจุบันนี้ไม่ใช่ถูกๆ เลย จึงจำเป็นอย่างยิ่งว่าก่อนที่จะซื้อต้องตรวจสอบกันอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และที่ผ่านมาในส่วนของผู้ประกอบการทางด้านวัสดุก่อสร้าง ก็ได้มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมนำเข้ามาประยุกต์ใช้เพื่อสินค้าและบริการมีมูลค่ามากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าร่วมงาน &amp;rdquo;สถาปนิก 61&amp;rdquo; ซึ่งจัดโดยสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมมือกับ บริษัท ทีทีเอฟ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เป็นงานที่รวบรวมเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อธุรกิจก่อสร้าง ออกแบบ ตกแต่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับภายในงานนั้นบอกได้เลยว่าผู้ประกอบการต่างๆ ได้ขนนวัตกรรมล้ำสมัยมาให้ผู้ที่สนใจได้ชมกันอย่างมากมาย จึงขอยกตัวอย่างบริษัทที่ได้นำนวัตกรรมมานำเสนอเพื่อเป็นแนวทางให้กับท่านผู้อ่านที่สนใจ เริ่มกันที่บริษัท เฮเฟเล่ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ อุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านและครัวเรือน พร้อมทั้งสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ในห้องน้ำ คุณภาพมาตรฐานเยอรมนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมแนะนำกระจกอัจฉริยะ นวัตกรรมล่าสุดจากประเทศเยอรมนี ที่จะมาปรับเปลี่ยนการส่องกระจกของคุณให้ดูคูลและชิคกว่าเดิม &amp;ldquo;กระจกอัจฉริยะ&amp;rdquo; มาพร้อมกับระบบฟังก์ชั่นที่ครบครัน สามารถฟังเพลง, ปรับเปลี่ยนโทนแสงไฟ และไล่ฝ้า เหมาะสำหรับการตกแต่งห้องน้ำทุกสไตล์ โดยกระจกห้องน้ำนี้ มีให้เลือก 3 ขนาด ได้แก่ 900&amp;times;600 มม., 900&amp;times;900 มม. และ 1,200&amp;times;900 มม. ระบบล็อกอิเล็กทรอนิกส์ เฮเฟเล่ ไดอะล็อก และระบบจัดการและควบคุมพลังงานในห้องพักโรงแรม อินเทอเรล เป็นแอปพลิเคชันที่ทำให้การควบคุมแสงสว่างและอุปกรณ์หลายชนิดเป็นไปได้อย่างง่ายดาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ บมจ.สหโมเสคอุตสาหกรรม ร่วมแสดงนวัตกรรมกระเบื้องใหม่ล่าสุดถ่ายทอดผ่านแนวคิด &amp;rdquo;HOMIE&amp;rdquo; นำเสนอไอเดียการตกแต่งบ้านในสไตล์โฮมมี่ ด้วยกระเบื้องปูพื้นและกระเบื้องบุผนังดีไซน์แบบต่างๆ ตกแต่งห้องออกมาใน 3 สไตล์ 3 บุคลิกของผู้อยู่อาศัย ได้แก่ แบบ Cozy ดีไซน์กระเบื้องสไตล์ที่ให้บรรยากาศอบอุ่น สบาย เรียบง่าย แฝงไปด้วยกลิ่นอายของผลงานศิลปะแบบ Fresh ดีไซน์กระเบื้องสไตล์ที่ให้ความรู้สึกสดชื่น มีชีวิตชีวา มีพลัง และแบบ Inspire ดีไซน์กระเบื้องสไตล์ที่ให้แรงบันดาลใจ สร้างสรรค์ความสนุก เสริมสร้างจินตนาการได้ไม่รู้จบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังได้มีการนำกระเบื้องนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นกระเบื้องคุณภาพที่ถูกคัดสรรมาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ต้องการความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกระเบื้องโมเสคหรือกระเบื้องขนาดใหญ่ สำหรับงานโครงการหรือพื้นที่ขนาดใหญ่ และเพื่อให้ถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายขึ้น จึงได้มีการนำ QR Code ให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายบนมือถือ เพียงแค่นำโทรศัพท์มือถือมาสแกนที่ QR Code บนกระเบื้อง ก็จะสามารถเห็นภาพจำลองของกระเบื้องเมื่อปูลงบนห้องได้อย่างสมจริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านบริษัท ซิลเลี่ยน อินโนเวชั่น จำกัด เปิดตัวควาบล็อกนาโน AquaBloc Nano เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในงานก่อสร้าง ผสมร่วมกับปูนซีเมนต์ในงานก่อสร้าง ทำให้สามารถป้องกันการซึมผ่านของน้ำ และเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายความชื้น ผลิตจากธรรมชาติและผ่านกระบวนการผลิตให้มีขนาดอนุภาคเล็กในระดับนาโนเมตร เป็นนวัตกรรมล่าสุดจากมหาวิทยาลัยระดับโลก ที่ได้รับรางวัลและสิทธิบัตรด้านนวัตกรรม และเพื่อแสดงประสิทธิภาพของ AquaBloc Nano&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บมจ.ไทยผลิตภัณฑ์ยิปซั่ม จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตยิปซั่มรายแรกในประเทศไทย และนวัตกรรมยิปซั่มคุณภาพสูงสำหรับผนังและฝ้า เพดาน ภายใต้แบรนด์ &amp;ldquo;ยิปรอค&amp;rdquo; ร่วมกับ บริษัท แซง-โกแบ็ง เวเบอร์ จำกัด (เวเบอร์ ตราตุ๊กแก) ผู้นำระดับโลกในกลุ่มผลิตภัณฑ์กาวซีเมนต์ปูกระเบื้อง กาวยาแนว ผลิตภัณฑ์ป้องกันน้ำรั่วซึม และมอร์ต้าสำหรับงานก่อสร้าง และแซง-โกแบ็ง กลาส เอ็กซ์โปรเวอร์ ประเทศไทย ผู้ผลิตกระจกและผู้นำนวัตกรรมงานกระจกระดับโลก สำหรับที่อยู่อาศัยและอาคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และบริษัท วิลเลรอย แอนด์ บอค (ประเทศไทย) จำกัด ในโอกาสฉลองครบรอบ 270 ปี บริษัทได้เปิดตัวชุด Collection ล่าสุด &amp;ldquo;Finion&amp;rdquo; ชุดสุขภัณฑ์พร้อมเฟอร์นิเจอร์ในสไตล์โมเดิร์น ที่ให้ลูกค้าสามารถเลือก Mix &amp;amp; Match รูปแบบห้องน้ำได้ด้วยตัวเอง สามารถเลือกสีเฟอร์นิเจอร์และระบบไฟ LED ได้ มาพร้อมวัสดุพิเศษอย่าง Titan Ceram ที่ให้ความชัดเจนของเส้นสาย และได้ชิ้นงานที่มีความบางกว่าเซรามิกทั่วไป ผสานอ่างอาบน้ำผลิตจาก Quaryl ลิขสิทธิ์เฉพาะจากวิลเลรอย แอนด์ บอค การันตีด้วยรางวัลระดับโลกอย่าง Reddot Design Award 2017และ iF Design Award 2017&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับนวัตกรรมของวัสดุก่อสร้างที่นับวันจะยิ่งมีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น และสร้างความสะดวกสบายให้มากขึ้นด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นผู้บริโภคที่มีแนวโน้มจะตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย ควรคำนึงถึงวัสดุก่อสร้างเพื่อให้ได้ที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพกันด้วยนะครับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8864</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกอัจฉริยะ, กระจกไร้เงา, ขนนวัตกรรมล้ำสมัย, ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์, บริษัท ซิลเลี่ยน อินโนเวชั่น จำกัด, บริษัท ทีทีเอฟ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, บริษัท เฮเฟเล่ (ประเทศไทย) จำกัด, วัสดุก่อสร้าง, ศรยุทธ เทียนสี, สถาปนิก 61</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3583</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2018 14:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2018 14:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>DRT เผยตลาดวัสดุก่อสร้างFต 5%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;quot;ตราเพชร&amp;quot; ยิ้มสัญญาณบวกตลาดวัสดุก่อสร้างเริ่มฟื้นตัวกลับมาโต 5% ในรอบ 3 ปี เร่งออกสินค้าใหม่ พร้อมติดปีกร่วมพาร์ทเนอร์บุกเพื่อนบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.พ. 61 -นายสาธิต สุดบรรทัด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) หรือ DRT เปิดเผยว่า &amp;nbsp;แนวโน้มสัญญาณของตลาดวัสดุก่อสร้างเริ่มฟื้นตัวมาตั้งแต่ไตรมาสสุดท้ายของปี 2560 มีผลต่อเนื่องมาถึงเดือน ม.ค. 2561 ที่ผ่านมา ทำให้ยอดขายของบริษัทเติบโตสองหลัก เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา คาดการณ์ว่าจะส่งผลดีให้ภาพรวมตลาดวัสดุก่อสร้างปีนี้มีอัตราการเติบโต 5% หรือกลับมาฟื้นตัวดีสุดในรอบ 3 ปีจากที่ผ่านมาค่อนข้างทรงตัว เพราะสภาพเศรษฐกิจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับแนวทางการดำเนินธุรกิจปี 2561 มุ่งเน้นหาช่องทางศักยภาพเพื่อสร้างการเติบโตไม่ต่ำกว่า 5% และอัตรากำไรขั้นต้น 27% แม้ว่าจะมีปัจจัยเรื่องของราคาน้ำมันและราคาวัตถุดิบเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่บริษัทจะบริหารจัดการอย่างดีที่สุด เพื่อไม่ให้กำไรขั้นต้นน้อยกว่าอัตราดังกล่าว โดยตลาดในประเทศเตรียมออกสินค้าใหม่ อาทิ หลังกระเบื้องจตุลอน , ไม้พื้น ทีคลิป ,ไม้ริ้ว สีน้ำตาลอินทนิล และไม้ตกแต่งเซาะร่อง เป็นต้น โดยเฉพาะกระเบื้องหลังคาตราเพชรที่วัสดุจะไม่ใช่แค่เพียงไฟเบอร์ซีเมนต์เพียงอย่างเดียว แต่ยังตอบโจทย์ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ด้วยกระเบื้องหลังคาคอนกรีต เนื่องจากมีดีมายด์ของตลาดที่มากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามการขยายไปยังต่างประเทศยังคงเน้นกลุ่มซีแอลเอ็มวีเป็นหลัก มองว่าการขยายตัวของเชนวัสดุก่อสร้างของไทย ซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์กับบริษัท จะสร้างโอกาสการเข้าไปทำตลาดในประเทศดังกล่าวได้มากขึ้น อย่างช่วงเดือน พ.ค. นี้ ทางโกลบอลเฮ้าส์จะไปเปิดสาขาที่พนมเปญ ประเทศกัมพูชา บริษัทเองก็จะสามารถเข้าไปจำหน่ายสินค้า และมียอดขายเติบโตขึ้นเช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3583</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตราเพชร, วัสดุก่อสร้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180221/image_big_5a8d1ddb27a68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
