<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41875</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2019 21:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2019 21:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนขู่ส่งกำลังทหารรักษาความสงบในฮ่องกง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงกลาโหมจีนปรามม็อบฮ่องกง ระบุจีนพร้อมวางกำลังทหารในฮ่องกงหากได้รับคำร้องขอเพื่อรักษา &amp;quot;ความสงบเรียบร้อย&amp;quot; ตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายฮ่องกง ขณะสมุดปกขาวที่เผยแพร่วันเดียวกันเตือนไต้หวันอย่าคิดแยกตัวเป็นเอกราช พร้อมตั้งเป้าพัฒนากองทัพจีนให้ทันสมัยและไฮเทคมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงชาวฮ่องกงเดินผ่านข้อความบนกำแพง &amp;quot;ฮ่องกงต้องการประชาธิปไตย&amp;quot; ภายหลังการเดินขบวนประท้วงต่อต้านร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 24 กรกฎาคม 2562 กล่าวว่า คำแถลงของอู่ เชี่ยน โฆษกกระทรวงกลาโหมของจีนครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่รัฐบาลปักกิ่งกล่าวอย่างเปิดเผยถึงความเป็นไปได้ที่กองทัพปลดแอกประชาชน (พีแอลเอ) อาจวางกำลังทหาร เพื่อรับมือกับเหตุการณ์วุ่นวายในฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกจีนกล่าวว่า รัฐบาลปักกิ่งให้ความสนใจติดตามสถานการณ์ในฮ่องกงอย่างใกล้ชิด ส่วนกรณีคำถามว่ากระทรวงกลาโหมของจีนจะรับมือกับสถานการณ์ในฮ่องกงอย่างไร เขาตอบโดยยกกฎหมายกองทหารรักษาการณ์ของฮ่องกงว่า มีมาตรา 14 &amp;quot;บัญญัติไว้ชัดเจน&amp;quot; อยู่แล้ว แต่เขาไม่ได้อธิบายเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า มาตรานี้ระบุว่า ทางการฮ่องกงสามารถขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลกลาง &amp;quot;เมื่อถึงคราวจำเป็น&amp;quot; เพื่อให้กองทหารรักษาการณ์ &amp;quot;รักษาความสงบเรียบร้อยและบรรเทาภัยพิบัติ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พีแอลดีมีกองทหารรักษาการณ์อยู่ในฮ่องกงนับตั้งแต่อังกฤษคืนเกาะฮ่องกงแก่จีนเมื่อปี 2540 แต่ทหารจีนมักไม่ทำตัวเด่นและไม่ค่อยแต่งเครื่องแบบในที่สาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำเตือนของจีนมีออกมาหลังจากไม่กี่วันก่อนหน้านี้ผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลพ่นสเปรย์ใส่กำแพงและตราสัญลักษณ์ประจำชาติหน้าสำนักงานผู้แทนจีนในฮ่องกง ทำให้รัฐบาลจีนโกรธ อู่กล่าวด้วยว่า พฤติกรรมของผู้ประท้วงหัวรุนแรงบางคนท้าทายอำนาจรัฐบาลกลางและหลักการ &amp;quot;หนึ่งประเทศ สองระบบ&amp;quot; ซึ่งไม่อาจยอมทนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร รัฐบาลฮ่องกงปฏิเสธ &amp;quot;ข่าวลือ&amp;quot; ทางออนไลน์ที่ว่ากองทัพจีนส่งทหารมารักษาการณ์ที่ทำการรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลจีน ซึ่งรวมถึงสำนักงานผู้แทนจีนที่โดนผู้ประท้วงโจมตีเมื่อวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าการขู่จะวางกำลังทหารตามกฎหมายของฮ่องกง เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวโยงกับกองทัพเคยเผยแพร่ภาพถ่ายกองทหารรักษาการณ์ของจีนฝึกทหารนาน 1 สัปดาห์ ซึ่งนักวิเคราะห์ชี้ว่าเป็นการเตือนถึงพวกที่วิจารณ์รัฐบาลปักกิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้นเดือนพฤษภาคม กองทัพจีนเพิ่งรับมอบพื้นที่ริมฝั่งของฮ่องกง ซึ่งจะเปิดช่องให้เรือรบของจีนมาจอดในอ่าววิกตอเรียได้ในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันพุธที่ผ่านมา รัฐบาลจีนยังได้เปิดเผยสมุดปกขาวด้านกลาโหมฉบับครอบคลุมครั้งแรกนับแต่ปี 2555 กำหนดแผนด้านการป้องกันประเทศ โดยตั้งเป้าหมายปรับปรุงกองทัพให้มีความทันสมัยและใช้เทคโนโลยีทางทหารสมัยใหม่บนฐานของเทคโนโลยีสารสนเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอกสารนโยบายกลาโหมของจีนระบุว่า สหรัฐได้ปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงแห่งชาติและการป้องกันประเทศที่ทำให้เกิดการแข่งขันในกลุ่มประเทศขนาดใหญ่มากขึ้น โดยสหรัฐใช้ &amp;quot;นโยบายแบบฝ่ายเดียว&amp;quot; เพิ่มการใช้จ่ายด้านการป้องกันประเทศ, เพิ่มขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์, อวกาศ, ไซเบอร์ และการป้องกันด้วยมิสไซล์ และบั่นทอนเสถียรภาพทางยุทธศาสตร์โลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอกสารนี้กล่าวถึงไต้หวันด้วย โดยย้ำว่าจีนไม่ปฏิเสธการใช้กำลังทหาร และจะไม่ยอมให้ดินแดนส่วนหนึ่งส่วนใดของจีนแยกตัวเป็นเอกราช พร้อมกับระบุถึง &amp;quot;กบฏแบ่งแยกดินแดน&amp;quot; ของไต้หวันว่าเป็นภัยคุกคามร้ายแรงที่สุดต่อการรวมชาติอย่างสันติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสภากิจการแผ่นดินใหญ่ของไต้หวัน วิจารณ์สมุดปกขาวของจีนว่าไร้สาระ ไต้หวันคัดค้านและประณามรัฐบาลปักกิ่งที่ใช้ประเด็นระหว่างช่องแคบไต้หวันเป็นข้ออ้างสำหรับการขยายบทบาททางทหารและข่มขู่ใช้กำลังทหารกับไต้หวัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41875</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพไฮเทค, จีน, รักษาความสงบเรียบร้อย, วางกำลังทหาร, สมุดปกขาว, ฮ่องกง, ไต้หวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190724/image_big_5d385f44381b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28776</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2019 21:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2019 21:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกาหลีใต้ยอมจ่ายเพิ่ม ค่าวางกำลังกองทัพสหรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลเกาหลีใต้ยินยอมจะเพิ่มงบประมาณสำหรับค่าใช้จ่ายเพื่อรักษากองกำลังสหรัฐไว้บนดินแดนของตน คลี่คลายความขัดแย้งนี้ตามความต้องการของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก่อนหน้าการประชุมสุดยอดกับคิม จองอึน ครั้งที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 7 กรกฎาคม 2557 ทหารเกาหลีเหนือถ่ายภาพทหารอเมริกันและทหารเกาหลีใต้ ที่หมู่บ้านปันมุนจอม / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพสหรัฐวางกำลังทหารมากกว่า 28,000 นายไว้ที่เกาหลีใต้ เพื่อป้องกันภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือซึ่งโดยหลักการยังถือเป็นคู่สงคราม เนื่องจากสงครามเกาหลีเมื่อปี 2493-2496 จบลงด้วยสัญญาสงบศึก แต่ไม่มีการทำสนธิสัญญาสันติภาพ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โอดครวญหลายครั้งเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการคงกำลังทหารอเมริกัน และเรียกร้องให้เกาหลีใต้ลงขันเพิ่มอีกเท่าตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลทั้งสองฝ่ายเจรจาต่อรองกันมายาวนาน และเมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ กระทรวงการต่างประเทศของเกาหลีใต้ประกาศว่า สองฝ่ายเห็นชอบข้อตกลงระยะสั้น โดยเกาหลีใต้จะออกเงิน 1.04&amp;nbsp; ล้านล้านวอน (ราว 29,200 ล้านบาท) ในปี 2562 นี้ ซึ่งมากกว่าข้อเสนอเก่าตามข้อตกลงระยะ 5 ปีที่หมดอายุเมื่อสิ้นปีที่แล้ว 8.2%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงกล่าวด้วยว่า ถึงแม้ว่าสหรัฐจะเรียกร้องให้เกาหลีใต้จ่ายเงินเพิ่มในจำนวนมากโข แต่ทั้งสองฝ่ายก็สามารถบรรลุข้อตกลงที่สะท้อนสถานการณ์ความมั่นคงของคาบสมุทรเกาหลี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความขัดแย้งเรื่องค่าใช้จ่ายของการวางกำลังทหารสหรัฐประจำการอย่างมั่นคงในเกาหลีใต้ เพิ่มความวิตกว่าทรัมป์อาจใช้ประเด็นนี้เป็นข้ออ้างในการถอนกำลังทหารสหรัฐ ทรัมป์มีกำหนดจะประชุมสุดยอดกับคิม จองอึน ที่กรุงฮานอยปลายเดือนนี้ ซึ่งคาดกันว่าทั้งคู่จะหารือเรื่องคำประกาศยุติสงครามเกาหลีอย่างเป็นทางการ ที่เป็นการเบิกโรงของสนธิสัญญาสันติภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำให้สัมภาษณ์สถานีซีบีเอสสัปดาห์ที่แล้ว ทรัมป์บอกว่าซัมมิตครั้งนี้เขาไม่มีแผนจะทำข้อตกลงที่เกี่ยวข้องกับถอนทหารออกจากเกาหลีใต้ แต่อนาคตนั้นไม่แน่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28776</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประจำการ, วางกำลังทหาร, สหรัฐ, ออกค่าใช้จ่ายเพิ่ม, เกาหลีใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190210/image_big_5c603941e4b57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
