<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75017</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2020 14:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2020 14:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นาวัลนี&#039;ฝ่ายค้านรัสเซียคู่ปรับ&#039;ปูติน&#039;โดนวางยาพิษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อเล็กเซย์ นาวัลนี แกนนำฝ่ายค้านรัสเซียคนดังที่มักวิจารณ์ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน จนโดนลอบทำร้ายหลายครั้ง ถูกส่งเข้าไอซียูในสภาพหมดสติเมื่อวันพฤหัสบดี โฆษกส่วนตัวเชื่อเขาโดนวางยาพิษในเครื่องดื่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม อ้างคำเปิดเผยของคีรา ยาร์มิช โฆษกของนาวัลนี ว่านาวัลนี วัย 44 ปี เริ่มรู้สึกไม่ค่อยสบายขณะอยู่บนเครื่องบินเดินทางจากเมืองทอมสก์ในแคว้นไซบีเรียเพื่อกลับกรุงมอสโก เขาหมดสติและเครื่องบินต้องลงจอดฉุกเฉิน เพื่อส่งตัวเขาเข้าแผนกผู้ป่วยหนักของโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยาร์มิชกล่าวว่า พวกตนคิดว่าอเล็กเซย์โดนพิษจากอะไรบางอย่างผสมในน้ำชาของเขา ซึ่งเป็นเครื่องดื่มอย่างเดียวที่เขาดื่มเมื่อเช้า &amp;quot;หมอกล่าวกันว่า พิษดูดซึมได้เร็วผ่านน้ำร้อน&amp;quot; เธอกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวทาสส์ยืนยันว่า นาวัลนีถูกส่งเข้าแผนกไอซียูสำหรับผู้ป่วยพิษวิทยา ที่โรงพยาบาลฉุกเฉินหมายเลข 1 เมืองออมสก์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทนายความรายนี้มีชื่อเสียงในฐานะนักเคลื่อนไหวฝ่ายค้านที่รณรงค์ต่อต้านการคอร์รัปชันในหมู่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซีย และเป็นนักวิจารณ์ปูตินโดยตรง เขาเคยโดนลอบทำร้ายมาแล้วหลายครั้ง เช่นเมื่อปี 2560 เขาโดนกลุ่มคนร้ายสาดสารเคมีใส่หน้าด้านนอกสำนักงานของเขา ทำให้บริเวณดวงตาโดนสารเคมีลวก เขายังเคยถูกส่งเข้าคุกหลายครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาฐานจัดการชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75017</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฝ่ายค้านรัสเซีย, วางยาพิษ, อเล็กเซย์ นาวัลนี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200820/image_big_5f3e2108b7527.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17446</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2018 23:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2018 23:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปูติน&#039; ยืนกราน ผู้ต้องสงสัยวางยาอดีตสายลับเป็นแค่ &#039;พลเรือน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียยืนยันเองว่า ชาย 2 คนที่อังกฤษระบุเป็นผู้ต้องสงสัยวางยาพิษเพื่อลอบฆ่าเซอร์เกย์ สครีปัล อดีตสายลับสองหน้าชาวรัสเซีย เป็นแค่พลเรือนที่ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย จึงไม่ใช่สายลับของกองทัพรัสเซียตามที่อังกฤษกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากตำรวจนครบาลอังกฤษ เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2561 คนซ้ายคือรุสลาน โบชิรอฟ และคนขวาคืออเล็กซานเดอร์ เปตรอฟ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้นำรัสเซียกล่าวระหว่างการประชุมเศรษฐกิจที่เมืองวลาดิวอสต็อกเมื่อวันพุธที่ 12 กันยายน 2561&amp;nbsp; ว่ารัสเซียสามารถระบุตัวชาย 2 คนที่อังกฤษกล่าวหาว่าเป็นผู้ต้องสงสัยลอบวางยาพิษโนวิช็อกทำร้ายสครีปัล อดีตจารชนสองหน้าวัย 66 ปี และยูเลีย ลูกสาววัย 33 ปีของเขาที่เดินทางจากรัสเซียมาเยี่ยมเขาที่เมืองซอลส์บรี เมื่อวันที่ 4 มีนาคม ซึ่งปรากฏว่าทั้งคู่เป็นพลเรือนและไม่เคยก่อคดีอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรารู้ว่าพวกเขาเป็นใคร เราเจอพวกเขาแล้ว แน่นอนว่าพวกเขาเป็นพลเรือน&amp;quot; ปูตินกล่าวตอบโต้คำกล่าวหาของอังกฤษที่ว่าผู้ต้องสงสัย 2 คนนี้เป็นสมาชิกของสำนักข่าวกรองทหารของรัสเซีย (จีอาร์ยู)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปูตินเรียกร้องให้ทั้งคู่ออกมาพบกับนักข่าวแล้วเปิดเผยข้อเท็จจริง ซึ่งจะเป็นผลดีต่อทุกฝ่าย &amp;quot;เรื่องนี้ไม่มีอะไรพิเศษ ไม่มีอะไรที่ผิดกฎหมาย ผมรับประกันกับพวกคุณได้ เราจะได้รู้กันในอนาคตอันใกล้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพที่สถานีรถไฟซอลส์บรีเมื่อวันที่ 3 มี.ค. 2561&amp;nbsp; / Metropolitan Police Service / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการอังกฤษระบุชื่อชาย 2 คนนี้ว่า คือ อเล็กซานเดอร์ เปตรอฟ และรุสลาน โบชิรอฟ มีอายุประมาณ 40 ปี โดยอังกฤษประสานสหภาพยุโรปออกหมายจับพวกเขาแล้ว และทั่วยุโรปจะจับกุมเขาทันทีหากเดินทางออกจากรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจอังกฤษกล่าวว่า ทั้งคู่เดินทางจากกรุงมอสโกมาถึงสนามบินแกตวิกเมื่อวันที่ 2 มีนาคม และเข้าพักที่โรงแรมซิตีสเตย์ บนถนนโบว์ทางตะวันออกของกรุงลอนดอน ต่อมาวันที่ 4 มีนาคม พวกเขาเดินทางไปยังเมืองซอลส์บรี ที่นั่นพวกเขาฉีดสเปรย์โนวิช็อกที่ประตูหน้าบ้านของสครีปัล ก่อนที่จะเดินทางกลับมอสโกจากสนามบินฮีทโธรว์ในคืนวันเดียวกันนั้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพที่ถนนฟิชเชอร์ตันในเมืองซอลส์บรีเมื่อวันที่ 4 มี.ค. 2561 / Metropolitan Police Service / AFP&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17446</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซอลส์บรี, ปูติน, พลเรือน, รัสเซีย, วางยาพิษ, สายลับสองหน้า, อังกฤษ, เซอร์เกย์ สครีปัล, โนวิช็อก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180912/image_big_5b9935eacb339.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13088</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2018 22:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2018 21:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หญิงอังกฤษเหยื่อสารพิษ &#039;โนวิช็อก&#039; เสียชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;หญิงชาวอังกฤษวัย 45 ปีที่ได้รับสารพิษทำลายประสาทโนวิช็อกใกล้เมืองซอลส์บรีเมื่อ 1 สัปดาห์ก่อน เสียชีวิตแล้วเมื่อวันอาทิตย์ ตำรวจอังกฤษยังงมหาที่มาและไม่กล้ารับประกันยังมีสารพิษนี้ปนเปื้อนอยู่อีกหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพเมื่อวันที่ 5 ก.ค. 2561 เจ้าหน้าที่ปิดกั้นถนนโรลล์สโตน ด้านนอกศูนย์พักพิงคนไร้บ้านจอห์น เบเกอร์ ในเมืองเอมส์บรี ที่พักของสตรีรายนี้ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานในวันที่ 9 ก.ค.2561 ว่าดอว์น สเตอร์เจสส์ แม่ลูกสามวัย 44 ปีซึ่งพักอยู่ในศูนย์พักพิงสำหรับคนไร้บ้านเมืองซอลส์บรี ภาคตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษ ถูกพบล้มป่วยอยู่ในบ้านหลังหนึ่งที่เมืองเอมส์บรีเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ชาร์ลี โรว์ลีย์ เพื่อนชายวัย 45 ปีของเธอก็เป็นอีกคนที่ล้มป่วยและถูกส่งโรงพยาบาลเวลาต่อมาในวันเดียวกัน ตำรวจอังกฤษแถลงเมื่อวันอาทิตย์ว่า สเตอร์เจสส์เสียชีวิตลงแล้วเมื่อวันอาทิตย์ ส่วนโรว์ลีย์ยังมีอาการสาหัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองที่พบทั้งคู่ล้มป่วยนั้นอยู่ใกล้กับเมืองซอลส์บรี ที่เซอร์เกย์ สครีปัล อดีตสายลับสองหน้าชาวรัสเซีย และยูเลีย ลูกสาวของเขา ล้มป่วยเมื่อเดือนมีนาคม และการทดสอบต่อมาพบว่าทั้งคู่ได้รับสารพิษทำหลายประสาทโนวิช็อกที่พัฒนาโดยสหภาพโซเวียต พ่อลูกชาวรัสเซียคู่นี้รับการรักษาจนหายและออกจากโรงพยาบาลแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลอังกฤษได้เรียกประชุมคณะกรรมการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินคอบราในเวลา 13.00 น.ของวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งตรงกับเวลา 1 ทุ่มของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจอังกฤษกล่าวกันว่า พวกเขายังไม่สามารถระบุได้ว่า เหตุการณ์ที่เมืองเอมส์บรีเชื่อมโยงกับที่ซอลส์บรีหรือไม่ แต่การสอบสวนกำลังยึดตามสมมติฐานนี้ นีล บาซู ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ยอมรับว่า เขาไม่อาจให้คำรับประกันใดๆ ได้ แต่เขาแนะนำประชาชนในเมืองซอลส์บรีว่าไม่ควรเก็บของแปลกๆ เช่น เข็ม, หลอดฉีดยา หรือภาชนะแปลกๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ตำรวจและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขยังยืนกรานว่า ความเสี่ยงต่อสาธารณชนยังอยู่ในระดับต่ำ ตำรวจเชื่อด้วยว่า จากปริมาณพิษที่ชายหญิงคู่นี้ได้รับ มีความเป็นไปได้ว่าพวกเขาอาจจับ &amp;quot;สิ่งของปนเปื้อน&amp;quot; และมีการคาดเดาว่าอาจเป็นภาชนะที่คนร้ายใช้ในการลอบทำร้ายพ่อลูกสครีปัล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ดมิตรี เปสคอฟ โฆษกของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย กล่าวว่า เป็นเรื่องเหลวไหลที่จะบอกว่ารัสเซียเกี่ยวข้องกับการตายของหญิงคนนี้ และรัสเซียมีความกังวลที่อังกฤษยังพบว่ามีสารพิษชนิดนี้ในดินแดนของอังกฤษ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13088</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซอลส์บรี, ดอว์น สเตอร์เจสส์, วางยาพิษ, สายลับ, สารพิษทำลายประสาท, อังกฤษ, เสียชีวิต, เอมส์บรี, โนวิช็อก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180709/image_big_5b4373231c45b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6148</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2018 20:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2018 20:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัสเซียแลกหมัด ประกาศขับไล่นักการทูตสหรัฐ-ยุโรป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ตาต่อตา ฟันต่อฟัน รัสเซียตอบโต้สหรัฐและชาติยุโรปที่ตะเพิดนักการทูตของตนแล้ว ประกาศขับไล่นักการทูตสหรัฐ 60 คนเมื่อวันพฤหัสบดี และปิดสถานกงสุลสหรัฐ วันถัดมายังสั่งขับนักการทูตดัตช์ และแจ้งให้อังกฤษลดจำนวนเจ้าหน้าที่ทางการทูต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;อาคารกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียที่กรุงมอสโก / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรการตอบโต้ทางการทูตระหว่างรัสเซีย กับอังกฤษและชาติพันธมิตร ยังคงบานปลาย สืบเนื่องจากการกล่าวหารัสเซียว่าอยู่เบื้องหลังการวางยาพิษทำลายประสาทหมายลอบสังหารเซอร์เกย์ สครีปัล อดีตสายลับสองหน้าชาวรัสเซีย ที่เมืองซอลส์บรีของอังกฤษเมื่อต้นปีนี้ ส่งผลให้สครีปัล วัย 66 และยูเลีย ลูกสาววัย 33 ของเขาที่เดินทางจากรัสเซียมาเยี่ยมเขา ล้มป่วยอาการวิกฤติ แต่เอเอฟพีรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 30 มีนาคม 2561 ว่าโรงพยาบาลในอังกฤษแจ้งเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ยูเลียอาการดีขึ้นและพ้นจากวิกฤติแล้ว ส่วนสครีปัลยังอาการวิกฤติ แต่ทรงตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ กระทรวงการต่างประเทศของรัสเซียได้เรียกเอกอัครราชทูตหลายประเทศ อาทิ อังกฤษ, ฝรั่งเศส, เยอรมนี และแคนาดา เข้าพบเพื่อแจ้งมาตรการตอบโต้ ที่ประเทศเหล่านั้นขับไล่นักการทูลของรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เอกอัครราชทูตเหล่านี้จะได้รับหนังสือประท้วงและได้รับแจ้งเกี่ยวกับมาตรการตอบโต้ของรัสเซีย&amp;quot; กระทรวงกล่าวในแถลงการณ์ โดยยังไม่เปิดเผยว่ามาตรการเหล่านั้นคืออะไร แต่เซอร์เกย์ ลัฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียกล่าวไว้เมื่อวันพฤหัสบดีว่า รัสเซียจะใช้มาตรการ &amp;quot;ตาต่อตา ฟันต่อฟัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรเน โจนส์-บอส เอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ เปิดเผยว่า เธอได้รับแจ้งว่ารัสเซียขับนักการทูตดัตช์ 2 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียยังกำหนดเวลา 1 เดือน ให้อังกฤษลดจำนวนเจ้าหน้าที่ทางการทูตลงให้เหลือเท่ากับจำนวนเจ้าหน้าที่รัสเซียในอังกฤษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;ลอรี บริสโทว์ เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำรัสเซีย เดินออกจากกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียภายหลังโดนเรียกเข้าพบเมื่อวันศุกร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ รัฐบาลรัสเซียประกาศแล้วว่า รัสเซียจะขับนักการทูตสหรัฐ 60 คน และปิดสถานกงสุลสหรัฐในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ในแบบเดียวกับที่สหรัฐขับนักการทูตรัสเซียและปิดสถานกงสุล 1 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักการทูตสหรัฐซึ่งแบ่งเป็นประจำสถานทูตในกรุงมอสโก 58 คน และจากสถานกงสุลประจำเมืองเยคาเตรินเบิร์ก 2 คน จะต้องออกจากรัสเซียภายในวันพฤหัสบดีหน้า ส่วนสถานกงสุลประจำเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กจะต้องปิดภายวันเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรการที่สหรัฐและชาติพันธมิตรอังกฤษ รวมทั้งในสหภาพยุโรป (อียู) และนาโต พร้อมใจกันตอบโต้รัสเซียนั้น ส่งผลให้มีนักการทูตรัสเซียโดนเนรเทศมากกว่า 150 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของทำเนียบเครมลินเมื่อวันศุกร์กล่าวว่า รัสเซียไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มสงครามการทูตกับโลกตะวันตกก่อน และไม่ได้เป็นฝ่ายริเริ่มมาตรการแซงก์ชันตอบโต้ไปมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดมิตรี เปสคอฟ โฆษกของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน กล่าวโทษสหรัฐด้วยว่า รัสเซียจำเป็นต้องดำเนินการเอาคืนเพื่อตอบโต้การกระทำของสหรัฐ ที่ผิดกฎหมายและเป็นศัตรู รัสเซียต้องการความสัมพันธ์อันดีกับสหรัฐและยังเปิดกว้างสำหรับการเจรจา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังรัสเซียประกาศมาตรการตอบโต้ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐออกคำแถลงเมื่อวันพฤหัสบดีว่า การดำเนินการของรัสเซียไม่มีเหตุผลอันชอบธรรมรองรับ และสหรัฐขอสงวนสิทธิที่จะโต้ตอบ ส่วนซาราห์ แซนเดอร์ส โฆษกของทำเนียบขาว กล่าวว่า การขับนักการทูตสหรัฐถือเป็นจุดเสื่อมถอยยิ่งขึ้นของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีต่างประเทศลัฟรอฟของรัสเซียได้เรียกจอน ฮันต์สแมน เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำมอสโก เข้าพบเพื่อแจ้งมาตรการเอาคืน พร้อมกับเตือนด้วยว่า คำกล่าวของเขาที่ว่าสหรัฐอาจอายัดทรัพย์สินของรัสเซียนั้น จะยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ของสองชาติเสื่อมถอยลงอย่างร้ายแรง และรัสเซียอาจใช้มาตรการตอบโต้เพิ่มเติมหากรัฐบาลสหรัฐยังคงดำเนินการที่เป็นปรปักษ์ต่อสถานทูตและสถานกงสุลรัสเซีย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6148</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขับทูต, ตอบโต้ทางการทูต, รัสเซีย, วางยาพิษ, สงครามการทูต, สหรัฐ, สายลับสองหน้า, อังกฤษ, เซอร์เกย์ สครีปัล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180330/image_big_5abe408145a9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5198</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2018 22:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2018 22:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัสเซียฮึ่ม ประกาศมาตรการตอบโต้อังกฤษได้ทุกเมื่อ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มอสโก / โฆษกของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ขู่เอาคืนอังกฤษ เตรียมประกาศมาตรการลงโทษตอบโต้ได้ทุกขณะ แต่ไม่เผยว่าคืออะไร อีกด้านนาโตย้ำไม่ต้องการหวนคืนสู่ยุคสงครามเย็น ขณะสหรัฐราดน้ำมันเติมไฟ แซงก์ชั่นรัสเซียฐานแทรกแซงการเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า ดมิตรี เปสคอฟ โฆษกของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย กล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ 16 มีนาคม 2561 ว่ารัสเซียอาจประกาศมาตรการตอบโต้อังกฤษได้ทุกเวลา แต่เขาไม่ยอมยืนยันว่ามาตรการของรัสเซียจะประกาศออกมาก่อนวันเลือกตั้งประธานาธิบดีรัสเซียวันอาทิตย์ที่ 18 มีนาคมนี้หรือไม่ &amp;quot;การดำเนินการทุกขั้นตอนจะต้องผ่านการใคร่ครวญอย่างดี&amp;quot; เขากล่าวกับผู้สื่อข่าวที่กรุงมอสโก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี ผู้นำอังกฤษ, ฝรั่งเศส, เยอรมนี และสหรัฐ ออกแถลงการณ์ร่วมกันแบบที่ไม่ค่อยปรากฏบ่อยนัก ประณามการลอบทำร้ายเซอร์เกย์ สครีปัล อดีตสายลับสองหน้าชาวรัสเซีย กับยูเลีย ลูกสาว ด้วยการวางยาพิษทำลายประสาท ว่าเป็น &amp;quot;การจู่โจมอธิปไตยของสหราชอาณาจักร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลรัสเซียปฏิเสธคำกล่าวหาว่ารัสเซียอยู่เบื้องหลังการลอบวางยาอดีตสายลับของตนรายนี้ที่เมืองซอลส์บรีเมื่อต้นเดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประสานเสียงของกลุ่มมหาอำนาจพันธมิตรโลกตะวันตกเกิดภายหลังนายกฯ เทเรซา เมย์ ของอังกฤษประกาศขับนักการทูตรัสเซีย 23 คน และระงับการติดต่อระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อไม่กี่วันก่อน เซอร์เกย์ ลัฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียกล่าวไว้ว่า รัสเซียจะขับนักการทูตอังกฤษเพื่อตอบโต้ในแบบเดียวกัน และรัสเซียจะเลือกใช้มาตรการที่สอดรับกับประโยชน์ของประเทศมากที่สุด แต่เขาไม่ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัสเซียยืนกรานว่าตนไม่มีมูลเหตุจูงใจใดที่ต้องทำร้ายสครีปัล ด้วยการโจมตีที่อังกฤษระบุว่าคือการใช้สารโนวีชอกในยุโรปครั้งแรกนับแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ชาวรัสเซียจำนวนมากก็ไม่คาดคิดว่ารัฐบาลของตนเกี่ยวข้อง ขณะที่นักวิเคราะห์บางคนไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ว่าอาจเป็นฝีมือของอาชญากรทั่วไปหรือสายลับแตกแถว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำอังกฤษ, ฝรั่งเศส, เยอรมนี และสหรัฐกล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดีด้วยว่า ไม่มีคำอธิบายอื่นที่ฟังขึ้นสำหรับการใช้สารพิษที่คิดค้นในยุคสหภาพโซเวียต คำแถลงยังเรียกร้องให้รัสเซีย &amp;quot;ชี้แจงทุกคำถาม&amp;quot; ที่เกี่ยวข้องกับการทำร้ายสครีปัล ซึ่งพวกเขากล่าวว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตสายลับแปรพักตร์รายนี้ย้ายมาอยู่ที่อังกฤษในปี 2553 ภายหลังได้รับการปล่อยตัวจากคุกรัสเซียตามข้อตกลงแลกเปลี่ยนนักโทษสายลับระหว่างรัสเซียกับสหรัฐ เขาพายูเลีย ลูกสาวที่มาเยี่ยมพ่อ ออกมากินมื้อกลางวันเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ก่อนที่จะถูกพบว่าหมดสติบนม้านั่งกันทั้งคู่ เดลีเทเลกราฟรายงานว่า ขณะนี้หน่วยข่าวกรองเชื่อกันว่าสารพิษนี้ถูกใส่ไว้ที่กระเป๋าเดินทางของยูเลียก่อนที่เธอจะออกจากมอสโก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ เมย์กล่าวด้วยว่า อังกฤษอาจมีมาตรการลงโทษตามมาอีก และว่า นาโตและคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้หารือเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้แล้ว และคาดว่าสหภาพยุโรปจะหารือกันในที่ประชุมสุดยอดสัปดาห์หน้าด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการนาโต กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า องค์การนาโตไม่ต้องการหวนคืนสู่ยุคสงครามเย็นที่เป็นปรปักษ์กับรัสเซีย แต่ขณะเดียวกันเขาก็สนับสนุนท่าทีของอังกฤษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี รัฐบาลสหรัฐได้ออกมาตรการคว่ำบาตรหน่วยงานด้านข่าวกรองของรัสเซีย 5 แห่ง และบุคคลอีก 19 คน ฐานพยายามโน้มน้าวผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อปี 2559 และการโจมตีไซเบอร์อีก 2 ครั้ง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5198</URL_LINK>
                <HASHTAG>นาโต, มาตรการตอบโต้, รัสเซีย, วลาดิมีร์ ปูติน, วางยาพิษ, สหรัฐ, สายลับ, อังกฤษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180316/image_big_5aabe7478f573.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5023</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2018 22:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2018 22:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อังกฤษตอบโต้วางยาสายลับ ขับ 23 นักการทูตรัสเซีย งดส่งแขกวีไอพีร่วมบอลโลก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อังกฤษเคลื่อนไหวแล้ว นายกฯ เทเรซา เมย์ สั่งเนรเทศนักการทูตรัสเซีย 23 คน และระงับการติดต่อของเจ้าหน้าที่ระดับสูง รวมถึงการส่งแขกวีไอพีร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลกที่รัสเซียเป็นเจ้าภาพปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;สถานกงสุลรัสเซียในกรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2561 ว่าเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีหญิงของอังกฤษ กล่าวว่ารัฐบาลของเธอเห็นว่ารัสเซียสมควรโดนตำหนิจากเหตุการณ์ที่อดีตสายลับรัสเซียโดนวางยาพิษทำลายประสาทที่อังกฤษเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเรียกประชุมชาติสมาชิกที่สำนักงานใหญ่ยูเอ็นในนครนิวยอร์กเพื่อหารือเหตุการณ์โจมตีอดีตสายลับรายนี้ด้วยในวันพุธ เมย์กล่าวว่า รัฐบาลของเธอจะผลักดันมีการตอบโต้อย่างขึงขังจากนานาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัสเซียยืนกรานปฏิเสธว่าไม่ได้อยู่เบื้องหลังการลอบทำร้ายอดีตสายลับสองหน้าชาวรัสเซียที่แปรพักตร์ เซอร์เกย์ สครีปัล พร้อมกับลูกสาวของเขา ที่เมืองซอลส์บรีของอังกฤษ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม และสถานเอกอัครราชทูตรัสเซียในกรุงลอนดอนกล่าวเตือนว่า การตอบโต้ของเมย์นั้นเป็นการมองอย่างคับแคบและยอมรับไม่ได้โดยสิ้นเชิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายกฯ เมย์กล่าวต่อสภาผู้แทนราษฎรอังกฤษว่า รัสเซียไม่ได้ตอบสนองข้อเรียกร้องของเธอ ที่ต้องการคำอธิบายจากรัสเซียว่า สารพิษทำลายประสาท &amp;quot;โนวีชอก&amp;quot; ซึ่งเป็นอาวุธเคมีที่รัสเซียเป็นผู้ออกแบบสมัยปลายสงครามเย็น ถูกนำมาใช้โจมตีที่เมืองซอลส์บรีของอังกฤษได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;เทเรซา เมย์ แถลงต่อสภาผู้แทนราษฎรอังกฤษ เมื่อวันพุธ ภาพจากวิดีโอของรัฐสภาอังกฤษ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่มีข้อสรุปอื่นใดนอกเหนือจาก รัฐรัสเซียสมควรโดนตำหนิสำหรับความพยายามสังหารนายสครีปัลและบุตรีของเขา&amp;quot; เมย์กล่าว &amp;quot;เหตุการณ์นี้ถือเป็นการใช้กำลังอย่างผิดกฎหมายโดยรัฐรัสเซียต่อสหราชอาณาจักร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้เมย์ได้ขีดเส้นตายให้รัสเซียชี้แจงภายในเวลาเที่ยงคืนของวันอังคารที่ 13 มีนาคม หรือ 07.00 น.วันพุธของไทย ซึ่งรัสเซียไม่ตอบสนอง เมย์ไม่ได้กล่าวไว้ชัดเจนว่ารัฐบาลของเธอจะตอบโต้ประการใดบ้าง แต่ช่วงค่ำของวันพุธ หลังจากได้ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติในช่วงเช้า เมย์ประกาศมาตรการขับนักการทูตรัสเซีย 23 คน ที่เชื่อว่าเป็นสายลับที่ไม่ประกาศตน โดยสั่งให้ทั้งหมดออกจากอังกฤษภายในเวลา 1 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำหญิงของอังกฤษยังสั่งระงับการติดต่อระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงทั้งหมดที่วางกำหนดการไว้แล้ว ซึ่งรวมถึงการเพิกถอนคำเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย เซอร์เกย์ ลัฟรอฟ มาเยือนอังกฤษ แต่เมย์ยังยืนยันว่าอังกฤษไม่ได้ต้องการตัดความสัมพันธ์อย่างสิ้นเชิงกับรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี เมย์ยืนยันด้วยว่า จะไม่มีสมาชิกราชวงศ์อังกฤษหรือรัฐมนตรีอังกฤษไปเข้าร่วมมหกรรมฟุตบอลโลกที่รัสเซียเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นในปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้น เธอยังได้วางมาตรการเพิ่มเติมที่ห้ามบุคคลที่มีส่วนรับผิดชอบต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน์ หรือวางแผน &amp;quot;ดำเนินการที่เป็นปรปักษ์&amp;quot; เดินทางมายังอังกฤษ หรือพำนักในอังกฤษ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5023</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขับนักการทูต, ฟุตบอลโลก, รัสเซีย, วางยาพิษ, สายลับรัสเซีย, อังกฤษ, เทเรซา เมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180314/image_big_5aa93cc8c5563.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
