<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48919</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โจรใต้บึ้มจนท.เจ็บ4นาย รับ‘บิ๊กป้อม’ตรวจยะลา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โจรใต้ลอบวางระเบิดที่ยะลารับ &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ลงพื้นที่ เจ้าหน้าที่เจ็บ 4 นาย รถพังทั้งคัน ขณะส่งกำลังพลป่วยเป็นไข้หวัดไปโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 26 ตุลาคม 2562 ศูนย์วิทยุ สภ.บันนังสตา จ.ยะลา ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด ชป.ร้อย.ทพ.3301 ฉก.ทพ.33 ขณะเดินทางด้วยรถยนต์ที่ บ.วังหิน ม.8 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 4 นาย จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมประสานเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา เจ้าหน้าที่จากศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10ยะลา เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บค 4058 ยะลา สภาพถูกแรงระเบิดได้รับความเสียหาย ห่างจากตัวรถที่บริเวณพงหญ้าริมถนน พบหลุมที่เกิดจากแรงระเบิด จึงได้กั้นบริเวณเพื่อทำการตรวจเก็บหลักฐาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่ง รพ.บันนังสตา ทราบชื่อคือ ส.ต.ดำรงค์ฤทธิ์ ศิริภานุกูล มีอาการแน่นหน้าอก ปวดหู, อส.ทพ.ธนวัฒน์ เจ้ากลดี อาการเจ็บขา หูอื้อ แน่นหน้าอก, อส.ทพ.อนุชน เป็นดล อาการหูอื้อ และ อส.ทพ.มนตรี ศิริ อาการหูอื้อ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า เจ้าหน้าที่ทั้ง 4 นายกลับจากไปส่งกำลังพลที่ป่วยเป็นไข้หวัดที่ รพ.บันนังสตา เพื่อกลับฐานฯ ร้อย.ทพ.3301 เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ คนร้ายซึ่งนำระเบิดมาซุกไว้ได้จุดชนวนขึ้นทันที เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว เบื้องต้นเชื่อเป็นฝีมือของคนร้ายที่ต้องการสร้างสถานการณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุระเบิดดังกล่าวเกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน ขณะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และคณะเดินทางลงพื้นที่ตรวจติดตามงานพัฒนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่อาคารศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ อ.เมืองฯ จ.ยะลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อ 09.00 น. พล.อ.ประวิตรและคณะได้เดินทางไปตรวจติดตามการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยรับฟังการบรรยายสรุปจากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ณ ศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.)อ.เมืองฯ จ.ยะลา สรุปภาพรวมการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และทรัพยากรมนุษย์ในพื้นที่ จชต. มีความก้าวหน้าเป็นรูปธรรมอย่างมากในทุกมิติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ พล.อ.ประวิตรแถลงข่าวว่า การตรวจและติดตามงานด้านการพัฒนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในวันนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ได้รับทราบงานนโยบายของรัฐบาลที่นำไปปฏิบัติในพื้นที่จนเกิดเป็นผลสำเร็จหลายโครงการ รวมทั้งการเตรียมการไว้เพื่อดำเนินการในระยะต่อไป ได้แก่ การพัฒนาเศรษฐกิจ ส่วนราชการและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จะร่วมมือกันขับเคลื่อน โครงการเพิ่มช่องทางการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรที่หลากหลาย ให้เกษตรกรในพื้นที่มีรายได้รายวัน รายเดือน รายปี ให้ได้ผลเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราต้องร่วมมือกันเต็มที่เพื่อคืนลูกหลานให้กับพ่อแม่และครอบครัว พร้อมกับการเดินหน้าเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ผู้นำศาสนา และสถานศึกษา เพื่อมีส่วนร่วมการป้องกันยาเสพติด การแก้ไขปัญหาโรคระบาดที่สามารถป้องกันได้ด้วยการแพทย์ปัจจุบัน การแก้ไขปัญหาทุพโภชนาการที่ดีในเด็กเล็ก การเสริมสร้างพัฒนาการให้เหมาะสมกับช่วงวัย โครงการหนึ่งตำบลหนึ่งโรงเรียน และหนึ่งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชน และการขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ทุกฝ่าย ทุกคน จะต้องร่วมใจกันสืบสาน รักษา ต่อยอด ให้เป็นไปตามพระปฐมบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ กล่าวว่า ด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ที่ประชุม ในวันนี้มีข้อสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญต่อประเด็นการพัฒนาคุณภาพเด็กและเยาวชนในพื้นที่ให้มากที่สุด การทำงานต้องเชื่อมโยงการพัฒนาเข้าสู่งานอาชีพ ผ่านโครงการของรัฐที่ทำงานร่วมกับเอกชน อาทิ โครงการเมืองต้นแบบ &amp;ldquo;สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน&amp;rdquo; ทั้ง 4 เมืองต้นแบบ ต้องสามารถสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับเยาวชนในพื้นที่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรได้กล่าวนำปรารถนาดีและความห่วงใยของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี ถึงความเป็นหนึ่งเดียวกัน ส่งกำลังใจมายังพี่น้องประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ โดยรองนายกรัฐมนตรีย้ำขอให้ ศอ.บต.เดินหน้างานพัฒนาไปพร้อมกับงานความมั่นคง โดยให้ขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ที่เกิดจากการส่งเสริมความร่วมมือร่วมใจจากทุกฝ่าย ร่วมกันสืบสาน รักษา และต่อยอด ให้เป็นไปตามพระปฐมบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการให้โอกาสและคงสิทธิของประชาชนในพื้นที่ให้มีเท่าเทียมกัน ไม่ถูกกดทับจากกลุ่มอิทธิพลใดๆ และให้ความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพเด็กและเยาวชนในพื้นที่ให้มากที่สุด ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนศูนย์ประสานงานสตรีและเด็ก จชต. เพื่อเป็นศูนย์กลางการนำองค์กรที่มิใช่ภาครัฐมาร่วมทำงานกันด้วยความเข้าใจ ทั้งนี้ ขอให้ฝ่ายปกครองต้องร่วมดูแลความเป็นธรรมและเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงที่ผ่านมา ที่เน้นประสิทธิภาพและความเข้าใจร่วมกันให้มากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ขอให้ ทส. ศอ.บต. และ มท. โดยเฉพาะฝ่ายปกครองระดับอำเภอและกำนันผู้ใหญ่บ้าน ต้องทำหน้าที่เป็นกลไกหลัก เร่งผลักดันขับเคลื่อนงานตามแผนงานโครงการสำคัญของรัฐบาล โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากที่มีผลต่อประชาชนโดยตรง ทั้งการจัดสรรเอกสารสิทธิที่ดินทำกินให้สำเร็จ เป็นผลโดยเร็ว เพื่อให้พี่น้องประชาชนมีสิทธิที่เท่าเทียมกัน มีที่ยืนในสังคม และสามารถทำกินกันอย่างเสมอภาค ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาพืชผลการเกษตรตกต่ำ ที่ต้องช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งของกลุ่มวิสาหกิจในพื้นที่ สู่การแปรรูปสินค้าเบื้องต้น และช่วยหาตลาดรองรับกันอย่างจริงจัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.ประวิตรได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามความร่วมมือการส่งเสริมการปลูกกาแฟ (ครบวงจร) ในพื้นที่ ระหว่าง ศอ.บต. สภาเกษตรกรแห่งชาติ และบริษัท ปตท. (ธุรกิจคาเฟ่ อเมซอน) และเปิดสวนอุตสาหกรรมแห่งแรกใน จชต. (Industrial Park) เพื่อส่งเสริมพัฒนานักธุรกิจรุ่นใหม่ ให้ทำงานร่วมกันด้วยเทคโนโลยีการผลิตในการพัฒนาสินค้าฮาลาล โดยความร่วมมือจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ต่อยอดไปยังสถาบันการศึกษา ให้จังหวัดชายแดนภาคใต้สามารถเชื่อมไทยและเชื่อมโลกได้ พร้อมทั้งได้ร่วมมอบพันธุ์ไผ่ให้กับตัวแทนเกษตรกรในพื้นที่ ในการเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนโครงการปลูกไผ่เศรษฐกิจ &amp;ldquo;พืชเศรษฐกิจแห่งอนาคต&amp;rdquo; ที่มีเกษตรกรเข้าร่วมเกือบ 1,000 คน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48919</URL_LINK>
                <HASHTAG>วางระเบิด, วางระเบิดที่ยะลา, สภ.บันนังสตา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โจรใต้, โจรใต้ลอบวางระเบิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191026/image_big_5db439346d574.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
