<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99320</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป่วนช่วงเดือนรอมฎอน จับผช.ผญบ.เผารถ3คัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สงกรานต์-โควิดก็ไม่เว้น! 6 คนร้ายจับมัดมือ 2&amp;nbsp; ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ต.น้ำดำ อ.ทุ่งยางแดง แล้วเผารถ 3 คันทำถนนวอด เผาเสาโทรศัพท์มือถือ 2 ต้น วางระเบิดปลอมอีก 2 จุด ผบก.ภ.จว.ปัตตานีเชื่อเป็นการก่อกวน สร้างความวุ่นวายช่วงเทศกาลสงกรานต์และเดือนรอมฎอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 12 เมษายน พ.ต.ต.วิทยา&amp;nbsp; สุทธิรักษ์ สว.(สอบสวน) สภ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุคนร้ายจับผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมัดมือ ก่อนจะลอบวางเพลิงรถยนต์จำนวน 3 คัน เป็นเหตุให้ถนนได้รับความเสียหาย เหตุเกิดบริเวณลานกว้างใน ม.1 ต.น้ำดำ อ.ทุ่งยางแดง จึงรายงานให้ พ.ต.อ.จิรวัฒน์ ดูดิง ผกก.สภ.ทุ่งยางแดงทราบ จากนั้นนำกำลังไปที่เกิดเหตุและพบรถบรรทุกน้ำ 1 คัน รถแบ็กโฮ 1 คัน และรถปรับเกลี่ยถนน 1&amp;nbsp; คัน สภาพเสียหายจากการถูกคนร้ายนำน้ำมันเบนซินราดบริเวณห้องเครื่องและห้องโดยสารก่อนจะจุดไฟเผา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่พบผู้เสียหาย 2 คนถูกคนร้ายใช้สายเคเบิลไทมัดมือไพล่หลังก่อนจะก่อเหตุ แต่โชคดีไม่ได้รับบาดเจ็บ ทราบชื่อคือ นายบือราเฮง ยามา อยู่บ้านเลขที่&amp;nbsp; 30/3 ม.4 ต.น้ำดำ อ.ทุ่งยางแดง และนายมะนูซี เจะแว อยู่บ้านเลขที่ 47 ม.4 ต.น้ำดำ อ.ทุ่งยางแดง เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวทั้งสองไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลก่อนสอบปากคำเหตุการณ์เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนทราบว่า รถทั้ง 3 คันเป็นของบริษัท&amp;nbsp; พรแก้ว คอนสตรัคชั่น จำกัด (ปัตตานี) ที่มาปรับปรุงถนนในพื้นที่ ต.น้ำดำ ตามโครงการของทางหลวงชนบท เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ธันวาคม 2563 โดยก่อนเกิดเหตุนายบือราเฮงและนายมะนูซี ซึ่งทั้งคู่เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน กำลังทำการเฝ้ารถทั้งสามคัน ปรากฏว่าได้มีคนร้าย 6 คน พร้อมอาวุธปืนสงคราม สวมหมวกไอ้โม่ง ขี่รถจักรยานยนต์ 3 คันมาจอด ก่อนบุกเข้ามาจี้บังคับทั้ง 2 คนให้หมอบกับพื้นแล้วจับมัดมือ จากนั้นคนร้ายได้นำน้ำมันเบนซินราดไปที่รถทั้ง 3 คันก่อนจุดไฟเผา แล้ววิ่งขึ้นรถจักรยานยนต์ขี่หลบหนีไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 08.00 น. วันเดียวกัน ร.ต.อ.สุพรรณพงษ์&amp;nbsp; สุวรรณมณี รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านโสร่ง อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งว่าเกิดไฟไหม้เสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ดีแทค จำนวน 2 จุด ในพื้นที่บ้านจาเราะบองอ ม.5 และบ้านบาโงยะหา ม.6 ต.เขาตูม ทั้งสองจุดอยู่ห่างกันประมาณ 2&amp;nbsp; กิโลเมตร และยังมีเหตุการณ์เผาทำลายกล้องวงจรปิด&amp;nbsp; จำนวน 2 ตัว บริเวณ ม.3 ต.เขาตูม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังได้รับแจ้งจึงนำกำลังไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยเหตุเพลิงไหม้เสาส่งสัญญาณโทรศัพท์นั้น พบว่าคนร้ายได้ใช้น้ำมันเบนซินราดแล้วจุดไฟเผาห้องส่ง ทำให้สายไฟของระบบส่งสัญญาณได้รับความเสียหายทั้ง 2 จุด ส่วนไฟไหม้กล้องวงจรปิดพบว่าคนร้ายนำน้ำมันราดยางรถจักรยานยนต์ ก่อนจะแขวนไว้ที่กล้องแล้วจุดไฟเผาจนเสียหายทั้ง 2 ตัว ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมวัตถุพยานหลักฐานไปตรวจสอบแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังได้รับแจ้งอีกว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่กองร้อยทหารพรานที่ 4310 เดินลาดตระเวน พบวัตถุต้องสงสัยมีลักษณะทรงกระบอกมัดติดกับเสาไฟฟ้า จำนวน 2&amp;nbsp; จุด บริเวณริมถนนสาย 409 ทางเข้าบ้านควนประ ม.7 และ&amp;nbsp; บ้านศาลาลาก ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ เจ้าหน้าที่ได้ประสานชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบ ปรากฏว่าเป็นระเบิดปลอม คาดว่าน่าจะเป็นการก่อกวนในพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.พิชญ์วุฒิ สงวนสมบัติศิริ ผบก.ภ.จว.ปัตตานี เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้กำชับให้ชุดสืบสวนสอบสวนเร่งรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุทั้งหมดเพื่อตรวจหาร่องรอยของผู้ก่อเหตุ โดยเฉพาะเหตุจี้และจับผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมัดมืดเชื่อว่าน่าจะรู้ตัวผู้กระทำ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเชื่อว่าเป็นการก่อกวนสร้างความวุ่นวายในช่วงเทศกาลสงกรานต์และช่วงเดือนรอมฎอนของพี่น้องมุสลิม ซึ่งก่อนหน้านี้ได้รับรายงานมาแล้วว่ากลุ่มแนวร่วมก่อความไม่สงบมีการเคลื่อนไหวที่จะก่อกวนในพื้นที่ อย่างไรก็ตามตนได้สั่งการให้ทุกพื้นที่เฝ้าระวังเหตุตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99320</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปัตตานี, ผบก.ภ.จว.ปัตตานี, ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน, วางระเบิดปลอม, สร้างความวุ่นวายช่วงเทศกาลสงกรานต์และเดือนรอมฎอน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เดือนรอมฎอน, เผารถ, เผาเสาโทรศัพท์มือถือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210412/image_big_60745644512a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58931</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2020 10:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2020 10:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039; เผยคนป่วยจิตเวชวางระเบิดปลอมในอาคารร้าง อย่าโยงการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มี.ค.63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดที่อาคารพาณิชย์ ภายในซอยลาดพร้าว 62 กรุงเทพฯ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา ว่าวัตถุดังกล่าวเป็นระเบิดปลอม ซื้อมาราคา 800 บาท ซึ่งผู้ก่อเหตุเป็นผู้ป่วยจิตเวช อย่าไปสนใจ และที่เราจับได้เพราะฝ่ายความมั่นคงได้มีมาตรการติดตามด้านการข่าวอยู่ เรารู้ทุกที่ถึงจับกุมได้ เมื่อถามว่ากรณีดังกล่าวเชื่อมโยงกับการเมืองหรือไม่ รองนายกฯกล่าวว่า ไม่ได้เชื่อมโยงกับการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร ยังได้กล่าวอวยพรเนื่องในวันนักข่าว 5 มีนาคม ว่า &amp;ldquo;ขอให้นักข่าวมีความสุข ทำข่าวให้ได้เยอะๆ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58931</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนป่วยจิตเวช, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, วางระเบิดปลอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200305/image_big_5e6075f633f78.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58910</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2020 07:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2020 07:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบระเบิดปลอมซุกอาคารร้างย่านลาดพร้าว ตร.ขยายผลมือป่วนสร้างสถานการณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มี.ค.63 - เมื่อช่วงดึกวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.วังทองหลาง พร้อมด้วยหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดหรืออีโอดี ได้เข้าตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิด ภายในอาคารพาณิชย์ร้าง ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง พร้อมปิดกั้นพื้นที่โดยไม่ให้ประชาชน หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าใกล้บริเวณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงพบว่า วัตถุดังกล่าวเป็นระเบิดแสวงเครื่อง มีแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ตั้งเวลาโดยมีสายไฟทั้งสีเขียว สีเหลืองสีแดงและสีดำเชื่อมเข้ากับวัตถุระเบิด นอกจากนี้ยังพบแผนผังของกรุงเทพฯ สถานที่สำคัญสำคัญของเมืองหลวง มาร์คจุดสีเหลืองเป็นเป้าหมาย คล้ายคนร้ายเตรียมวางแผนในการก่อเหตุร้ายๆที่พร้อมกัน หรืออาจเป็นเพียงการสร้างสถานการณ์ เจ้าหน้าที่จึงได้เร่งตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงกรณีพบระเบิดแสวงเครื่องภายในอาคารร้างว่า จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บกู้วัตถุระเบิด(EOD) พบว่าวัตถุต้องสงสัยดังกล่าวเป็นระเบิดปลอม โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการสืบสวนขยายผลผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิสูจน์ทราบเจ้าของวัตถุต้องสงสัยดังกล่าวและดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนและสื่อมวลชน โปรดรับฟังข้อมูลข่าวสารจากทางราชการเพื่อป้องกันความสับสนและสร้างความตื่นตระหนกแก่สังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58910</URL_LINK>
                <HASHTAG>วางระเบิดปลอม, สน.วังทองหลาง, สร้างสถานการณ์, หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด, อาคารร้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200305/image_big_5e604c40d9175.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43121</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จักรทิพย์กุมขมับ!สางบึ้มกรุง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ย่านประตูน้ำระทึก! รายวัน พบระเบิดเพลิงจากเหตุบึ้มทั่วกรุง ซุกอยู่ในร้านเสื้อผ้าชั้น 5 ห้างดังอีก 1 ลูก &amp;quot;อีโอดี&amp;quot; เร่งเก็บกู้ไปตรวจสอบ &amp;quot;บิ๊กแป๊ะ&amp;quot; ยกทีมสอบปากคำ 4 ผู้ต้องสงสัยละเอียดยิบ กุมขมับรับมีปัญหาบ้าง ยังเสียงแข็งมั่นใจปิดคดีได้แม้ต้องใช้เวลา &amp;quot;หนุ่ม รปภ.&amp;quot; คอตกแกล้งเพื่อนวางระเบิดปลอม เจอคุก 7 เดือน &amp;quot;ศาล&amp;quot; ปรานีโทษจำลดเหลือ 3 เดือน 15 วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกิดเหตุพบวัตถุต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดหลายจุดในกรุงเทพฯ รายวันอีกครั้งในย่านประตูน้ำ กรุงเทพฯ เมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา เจ้าของร้านขายเสื้อผ้าภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านประตูน้ำ โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พญาไท พบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดภายในร้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ รองผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) กองบัญชาการตำรวจนครบาล นำกำลังเจ้าหน้าที่กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด หรืออีโอดี และประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ตำรวจ สน.พญาไท เดินทางเข้าตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยร้านขายเสื้อผ้าชื่อดัง บริเวณชั้น 5 ของสรรพสินค้าย่านประตูน้ำ เขตราชเทวี กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่อีโอดีพบเป็นระเบิดแสวงเครื่องแบบเพลิง หรือระเบิดเพลิง ชนิดเดียวกันกับที่พบในร้านค้าย่านประตูน้ำเมื่อหลายวันก่อน เบื้องต้นเชื่อว่าระเบิดเพลิงที่พบเป็นของกลุ่มเดียวกับที่ก่อเหตุเผาร้านค้าย่านประตูน้ำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ถือเป็นระเบิดเพลิงลูกที่ 8 จากทั้งหมด 17 ลูก ส่วนที่เหลือเป็นระเบิดแสวงเครื่อง 9 ลูกที่เกิดเหตุระเบิดหลายจุดเมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา อาทิ บริเวณศูนย์ราชการฯ ถนนแจ้งวัฒนะ, สถานีรถไฟฟ้าช่องนนทรี รวมถึงสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช ผบช.ส., พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น.,พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. เดินทางไปที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า (ศปก.ตร.สน.) อ.เมืองฯ จ.ยะลา ประชุมร่วมกับ พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 ในฐานะ ผบ.ศปก.ตร.สน. และ พล.ต.ต.สมชาย รักเสนาะ ผบก.สส.ภ.9 เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติมผู้ต้องสงสัยลอบวางระเบิดในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในศูนย์พิทักษ์สันติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดินทางมาถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้ใช้เวลาในการสอบถามถึงความคืบหน้าของคดีจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนนานกว่า 1 ชั่วโมง ก่อนที่จะนำตัวผู้ถูกควบคุมตัวคือ นายวิลดัน มะหะ หนึ่งใน 4 ผู้ต้องสงสัยที่ได้ควบคุมตัวเอาไว้มาสอบปากคำเพิ่มเติม รวมทั้งทยอยสอบปากคำผู้ถูกควบคุมทั้งหมดทีละคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการลงพื้นที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า อ.เมืองฯ จ.ยะลา ในครั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์มีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด มีการกุมขมับในระหว่างซักถามผู้ต้องสงสัยหลายครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์ให้สัมภาษณ์ว่า ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ หลังจากที่มีปฏิบัติการตรวจค้นเป้าหมายในพื้นที่กรุงเทพฯ 2 จุด ก็มาสอบถามทางบุคคลที่ได้ควบคุมตัวเอาไว้ว่ามีความเชื่อมโยงกันอย่างไร ก็จะพูดคุยกับทุกคนที่ได้ควบคุมตัวเอาไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้กำลังพยายามอยู่ว่าสิ่งที่ได้ไปตรวจค้นที่กรุงเทพฯ ทั้งสองจุดนั้นมีความเชื่อมโยงกันได้อย่างไร ซึ่งข้อกังวลนั้นก็ต้องทำไป ปัญหามันก็จะมีทุกคดีอยู่แล้ว แต่ก็ต้องเดินหน้าต่อไป เจ้าหน้าที่ทุกนายพร้อมในการทำงาน ในคดีนี้ก็เชื่อว่าจะสามารถปิดคดีได้ แต่ก็ต้องใช้เวลา เพราะมีหลายชุด พยานหลักฐานสาวไปถึงที่ไหนก็ว่าไปตามพยานหลักฐาน สิ่งที่ผมเป็นห่วงก็อยากจะให้จบเร็วๆ เพราะพี่น้องประชาชนเป็นห่วง แต่เจ้าหน้าที่ก็จะไม่ผลีผลาม จะต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบให้ความเป็นธรรมกับทุกคน&amp;quot; ผบ.ตร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวันได้ขออนุมัติหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ หมายจับที่ 462/2562 ลงวันที่ 8 ส.ค.62 นายลูโอ แซแง อายุ 23 ปี และหมายจับที่ 463/2562 ลงวันที่ 8 ส.ค.62 นายวิลดัน มาหะ อายุ 29 ปี ชาว จ.นราธิวาส ข้อหา &amp;quot;อั้งยี่, ร่วมกันทำ ใช้ มีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้, พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และพกพาอาวุธ (ระเบิด) ไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าคดีระเบิดหลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ ว่า เรื่องนี้ ผบ.ตร.ให้สัมภาษณ์ไปหมดแล้ว และตนไม่อยากให้สัมภาษณ์อะไร เพราะเป็นเรื่องของ ผบ.ตร. คงปล่อยให้ตำรวจทำงานไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ผบ.ตร.ให้สัมภาษณ์เหตุระเบิดส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการเมือง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ตนไม่ทราบ ตอนนี้เรายังไม่ได้ตัดประเด็นอะไรไป ต้องหาข้อมูลไปเรื่อยๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบพื้นที่ในกทม.ที่มีนักศึกษาจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้พักอาศัยอยู่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เขาดูเพราะว่ามันเคยมีเหตุเกิดขึ้น เช่น ซอยรามคำแหง 53 เขาก็ไปดูว่ายังมีหลงเหลืออยู่หรือไม่ เขาก็ตรวจสอบทุกจุดที่สงสัย &amp;nbsp;ปล่อยให้ตำรวจทำงานไปก่อน มาซักถามกันทุกวันใครจะตอบได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลแขวงพระนครเหนือ ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ควบคุมตัวนายเสน่ห์ ฮิมวาด อายุ 29 ปี อาชีพพนักงานรักษาความปลอดภัยในคอนโดฯ แห่งหนึ่ง ผู้ต้องหาคดีวางระเบิดปลอมหน้าสำนักงานขายคอนโดฯ ในซอยรัชดาภิเษก 32 และแจ้งความเท็จ มาส่งให้พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 1 ยื่นฟ้องคดีด้วยวาจา ซึ่งอัยการก็ได้ยื่นฟ้องนายเสน่ห์เป็นจำเลย ในความผิดฐานทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือตกใจโดยการขู่เข็ญ และแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานฯ โดยศาลรับไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อ.4689/2562
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปได้ว่า เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2562 จำเลยได้นำวัตถุทรงกระบอกพันด้วยเทปพันสายไฟสีดำ ด้านหนึ่งมีสายไฟยาวประมาณ 1 ฟุต มีลักษณะต้องสงสัยคล้ายวัตถุระเบิดมาวางไว้ใน ซ.รัชดาภิเษก 32 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม. ทำให้ประชาชนที่เดินผ่านไปมาเกิดความตกใจกลัว เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวมีเหตุการณ์ลอบวางระเบิดหลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร และภายหลังเกิดเหตุ จำเลยได้แจ้งข้อความว่ามีชายต้องสงสัยเป็นผู้นำวัตถุคล้ายระเบิดมาวางไว้บริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งการแจ้งความของจำเลยเป็นเท็จ ความจริงจำเลยเป็นผู้นำวัตถุต้องสงสัยดังกล่าวไปวางไว้ที่เกิดเหตุเอง สอบสวนแล้วจำเลยให้การรับสารภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 172, 392 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือตกใจ จำคุก 1 เดือน ฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน และแจ้งความเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักสุด จำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 7 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน 15 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พนักงานอัยการยังได้ยื่นฟ้องนายเสน่ห์อีกสำนวน ในความผิดฐานเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือยาไอซ์) ซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาเช่นกัน ศาลรับไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อ.691/2562 และพิพากษาให้จำคุกจำเลย 3 เดือน โดยนับโทษจำเลยต่อจากคดีวางระเบิดปลอมและแจ้งความเท็จ ดังนั้น เมื่อรวมจำคุกจำเลยทั้งสองสำนวนแล้วเป็นเวลา 6 เดือน 15 วัน ทั้งสองสำนวนไม่รอลงอาญา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43121</URL_LINK>
                <HASHTAG>บึ้มกรุงเทพ, ย่านประตูน้ำ, ระเบิดเพลิง, ระเบิดแสวงเครื่อง, วางระเบิดปลอม, หนังสือพิมพ์, อีโอดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190809/image_big_5d4d755baec6d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42645</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บึ้มปลอมป่วนซ้ำ! ผบ.ตร.ตั้ง‘ศรีวราห์’คุมทีมสอบ/หึ่งผู้ต้องหาสารภาพยกแก๊งมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ป่วนอีก! วางระเบิดปลอมตรงข้ามศาลอาญา หวังสร้างสถานการณ์ อีโอดีเข้าตรวจสอบพบแค่ขวดน้ำเกลือพันเทปสีดำ ขณะที่ &amp;quot;จักรทิพย์&amp;quot; ตั้ง &amp;quot;ศรีวราห์&amp;quot; เป็นหัวหน้าทีมไขคดี ทีมสอบสวนอีกเพียบ สะพัด 2 ผู้ต้องหารับสารภาพมีเพื่อนร่วมแก๊งอีก 8 คน อ้างไม่พอใจทหารที่จับแนวร่วมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แน่ชัดแล้วเหตุไฟไหม้ 5 จุดย่านปทุมวันเป็นฝีมือกลุ่มเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีหนังสือคำสั่ง ที่ 459/2562 ลงวันที่ 2 ส.ค. แต่งตั้งพนักงานสืบสวนสอบสวนคลี่คลายเหตุคนร้ายนำวัตถุต้องสงสัยคล้ายวัตถุระเบิดมาวางด้านหน้าป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร และเหตุระเบิดบริเวณสถานที่ราชการ แหล่งชุมชน และพื้นที่สาธารณะ และเกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารของเอกชนหลายแห่ง ซึ่งเกิดเหตุในระยะเวลาใกล้เคียงกัน ส่งผลให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงมีคำสั่งแต่งตั้งพนักงานสืบสวนสอบสวน ประกอบด้วย ส่วนบังคับบัญชา มี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ,พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง ผู้บัญชาการ สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ อำนวยความยุติธรรม ควบคุม กำกับ ดูแล และกำหนดแนวทางการสืบสวนสอบสวนให้ครอบคลุมครบถ้วน, เร่งรัด พนักงานสืบสวนสอบสวนและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ให้รีบดำเนินการสืบสวนสอบสวน แสวงหารวบรวมพยานหลักฐาน สืบสวนจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมาย ตลอดจนให้คำแนะนำปรึกษาแก่พนักงานสืบสวนสอบสวนในกรณีที่เกิดปัญหาข้อขัดข้องในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวนทุกกรณี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของพนักงานสืบสวนสอบสวน มี พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน โดยมีรองหัวหน้าพนักงานสอบสวน ประกอบด้วย พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1, พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8, พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9, พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล, พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี, พล.ต.ท.พนมพร อิทธิประเสริฐ ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานกลาง, พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล เป็นรองหัวหน้าพนักงานสอบสวนและเลขานุการ และ พล.ต.ต.มนัส ศิกษมัต ผู้บังคับการ กองคดีอาญา สำนักงานกฎหมายและคดี ผู้ช่วยเลขานุการ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ให้เป็นพนักงานสืบสวนสอบสวน ผู้รับผิดชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาร่วมทำการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทั้งปวง ในคดีอาญาที่เกิดขึ้นให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว และหากการสืบสวนพบว่ามีการกระทำความผิดอื่นที่เกี่ยวเนื่องกัน หรือผู้กระทำผิดอื่นอีก ก็ให้มีอำนาจสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีในความผิดนั้นๆ ด้วย โดยให้ถือปฏิบัติตามระเบียบ คำสั่ง และกฎหมายโดยเคร่งครัด แล้วรายงานผลให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติทราบความคืบหน้าทุกระยะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการสอบสวน ให้พนักงานสืบสวนสอบสวนพึงระมัดระวังเรื่องอำนาจการสอบสวน โดยจะต้องมีพนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจทำการสอบสวนร่วมในการสอบสวนด้วยทุกครั้ง
นายกฯ ห่วงเรื่องความปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา เกี่ยวกับเหตุเกิดวัตถุเสียงดังคล้ายวัตถุระเบิดในพื้นที่ กทม.และใกล้เคียงว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มีความห่วงใยความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ พร้อมกำชับสั่งการให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เร่งรัดเจ้าหน้าที่ให้ทำการสืบสวน พิสูจน์ทราบถึงกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุและติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.ตร.จึงได้มีคำสั่งตั้งทีมงานสืบสวนสอบสวนขึ้นมา โดยมี พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็น คณะทำงาน ในการสืบสวนสอบสวนและสืบสวนติดตามและจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยขอให้ประชาชนอย่าได้ตื่นตระหนก และโปรดให้มีความเชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังอยู่ระหว่างทำการสืบสวนสอบสวนและเร่งรัดในการทำงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสืบสวนขยายผลเกี่ยวกับเหตุการณ์บริเวณถนนพระราม 9 ซอย 57/1 เขตสวนหลวง จนทำให้พนักงานทำความสะอาดของ กทม.ได้รับบาดเจ็บนั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการควบคุมตัวเยาวชนชาย 4 ราย ซึ่งเป็นนักเรียนช่างอุตสาหกรรมสถาบันแห่งหนึ่ง จากการสืบสวนสอบสวนทราบว่า กลุ่มเยาวชนดังกล่าวได้นำระเบิดปิงปองไปซุกไว้บริเวณถนนพระราม 9 ซอย 57/1 เขตสวนหลวงจริง จนต่อมาได้เกิดเหตุระเบิด เมื่อพนักงานทำความสะอาดได้เข้าไปเก็บกวาดขยะ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปส่งพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก ดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณีดังกล่าวข้างต้นนั้น เบื้องต้นพบว่ามิใช่ระเบิดแสวงเครื่องที่มีแรงดันสูงแต่อย่างใด อีกทั้งยังไม่พบถึงการเชื่อมโยงกับเหตุการณ์อื่นในหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมา แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้งไป และจะดำเนินการสืบสวนสอบสวนขยายผลเพิ่มเติมต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า ในส่วนของเหตุการณ์อื่น ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการเร่งรัดสืบสวนสอบสวนและออกติดตามเพื่อจับกุมตัวผู้ก่อเหตุต่อไป พร้อมกันนี้ ผบ.ตร.ได้กำชับกองบัญชาการตำรวจนครบาล, ตำรวจภูธรภาค 1-9 และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ให้วางแนวทางเพิ่มความเข้มในการออกตรวจตราป้องกันเหตุตามสถานที่สำคัญ แหล่งชุมชน การคมนาคม ศูนย์การค้า สถานที่ท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชนในทุกพื้นที่&amp;nbsp;
วางระเบิดปลอมป่วนเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งบูรณาการด้านการข่าวกับหน่วยงานความมั่นคง อาทิ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล, สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และตำรวจตระเวนชายแดน ให้เฝ้าระวังและติดตามข้อมูลตลอด เพื่อรายงานเหตุและเข้าแก้ไขให้ทันต่อสถานการณ์ อีกทั้ง ผบ.ตร. ขอขอบคุณภาคส่วนประชาชนและที่เกี่ยวข้องในการช่วยกันแจ้งข้อมูลเบาะแส และเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่เหน็ดเหนื่อยระดมกำลังออกทำงานเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยให้กับประชาชนและสังคมในช่วงนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก ตร.กล่าวต่ออีกว่า หากประชาชนพบเบาะแสหรือมีข้อมูลผู้ต้องสงสัย สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขสายด่วน 191, 1599 ได้ตลอด 24 ชม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด (อีโอดี) เข้าตรวจสอบวัตถุต้องสงสัย ริมกำแพงรั้วบ้าน ภายในซอยรัชดาฯ 32 ตรงข้ามศาลอาญา ก่อนที่จะปิดถนนและกันผู้คนออกนอกบริเวณ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด เมื่อเวลา 14.35 น. พบเห็นชายอายุประมาณ 30 กว่า สูงประมาณ 165-170 ซม. สวมแว่นสายตา แต่งกายด้วยกางเกงยีนส์ เสื้อสีขาว สะพายกระเป๋าสีดำ เดินวนเวียนอยู่บริเวณดังกล่าวประมาณ 20 นาที ก่อนจะนำวัตถุพันด้วยเทปสายไฟสีดำมาวางไว้แล้วเดินออกไป พฤติกรรมผิดกับการวางระเบิดที่คนร้ายจะไม่ยืนตรงจุดก่อเหตุนานเกินไป จึงคาดว่าเป็นเพียงมือสมัครเล่นที่ต้องการสร้างความปั่นป่วนเท่านั้น เพราะเป็นเพียงขวดน้ำเกลือพันเทปดำ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.ท.ทัสสุมิ ยอดประทุมวัน รอง ผกก.สส.สน.พหลโยธิน เผยว่า จากการตรวจสอบของอีโอดี พบว่าภายในเป็นขวดน้ำเกลือ หลังตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด แล้วจะเชิญตัวบุคคลต้องสงสัยดังกล่าวมาสอบปากคำเพื่อดูว่ามีเจตนาสร้างสถานการณ์หรือไม่ อาจจะเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.ความมั่นคง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความคืบหน้าการติดตามตัวกลุ่มคนร้ายก่อเหตุวางระเบิดหลายจุดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานั้น มีรายงานข่าวจากฝ่ายความมั่นคงเผยว่า นายลูไซ แซแง อายุ 23 ปี และนายวิลดัน มาหะ อายุ 29 ปี ชาวจังหวัดนราธิวาส ผู้ต้องสงสัยนำระเบิดไปวางใต้ป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 1 ส.ค. รับสารภาพแล้ว จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดอย่างละเอียด พบว่ายังมีร่วมก่อเหตุอีก 8 คน ซึ่งทุกจุดที่มีการวางระเบิดได้ทิ้งสัญลักษณ์เอาไว้ เพื่อแสดงศักยภาพให้เจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถก่อเหตุได้ทุกจุดทั่วกรุง ไม่เว้นแม้แต่จุดศูนย์กลางใจกลางเมือง หรือตามสถานที่สำคัญต่างๆ เท่านั้น ไม่ใช่แค่จะก่อเหตุที่ภาคใต้ได้อย่างเดียว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ผู้ต้องหายังอ้างว่าต้องการแก้แค้น เนื่องจากไม่พอใจที่ก่อนหน้านี้กองทัพภาคที่ 4 ได้คุมตัวแนวร่วมไปสอบสวนแล้วหมดสติในค่ายทหาร
แก๊งบึ้ม!ไม่ต่ำกว่า 10 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้ตำรวจได้เบาะแสคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุในจุดต่างๆ มีไม่ต่ำกว่า 10 คน พบความเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ โดยแผนประทุษกรรมเป็นลักษณะเดียวกับที่เคยเกิดเหตุระเบิดมาแล้วในอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แต่ไม่ใช่ผู้ต้องหากลุ่มเดียวกัน เนื่องจากมีการจับกุมไปแล้ว ผู้ก่อเหตุครั้งนี้เป็นคนกลุ่มใหม่ทั้งหมด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้แบ่งชุดสืบสวนแต่ละชุดไปรวบรวมข้อมูลภาพจากกล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุที่สถานีรถไฟฟ้าสถานีช่องนนทรี, ศูนย์ราชการอาคาร B, กองบัญชาการกองทัพไทย และหน้าสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ถนนศรีสมาน อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เพื่อนำมาไล่เรียงลำดับเหตุการณ์ก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ เพื่อติดตามจับกุมคนร้าย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบพบข้อมูลว่า คนร้ายเตรียมระเบิด 9 ลูกมาใช้ก่อเหตุ มีการเขียนตัวเลขกำกับแต่ละลูกไว้ ซึ่งเจ้าหน้าที่อีโอดีสามารถกู้ระเบิดได้ 3 ลูก คือที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 2 ลูก และที่หน้ากองบัญชาการกองทัพไทย 1 ลูก ช่วงเวลาที่คนร้ายก่อเหตุอยู่ในช่วง 6 นาฬิกาถึง 9 นาฬิกา หลังจากนั้นก็ไม่พบเหตุระเบิดจุดใดเพิ่มเติม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเหตุไฟไหม้ 5 จุดนั้น ชัดเจนแล้วว่าเชื่อมโยมกัน เนื่องจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบชายต้องสงสัยนำวัสดุบางอย่างไปวางไว้ก่อนเกิดการระเบิด จนไฟลุกไหม้ และจากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่พบไทเมอร์หน่วงเวลาในบริเวณดังกล่าวด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากข้อมูลทางการสืบสวนยืนยันว่า คนร้ายกลุ่มนี้ &amp;nbsp;เป็นขบวนการเดียวกันกับกลุ่มผู้ก่อเหตุวางระเบิดหลายจุดเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ซึ่งขณะนี้ยังถูกควบคุมตัวไปสอบสวนขยายผล หาความเชื่อมโยงผู้ร่วมก่อเหตุรายอื่นต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานคำรับสารภาพของ 2 ผู้ต้องสงสัย แต่หากมีการพาดพิงถึงกองทัพภาคที่ 4 ในเรื่องดังกล่าวนั้น ก็ขอให้สื่อมวลชนไปสอบถามกับคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่มีกว่า 30 คน โดยตั้งขึ้นมาเพื่อสอบสวนสาเหตุการเสียชีวิตของนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ เพื่อความโปร่งใส ที่มีทั้งแพทย์ คณะกรรมการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี เพราะตนไม่สามารถตอบได้ เนื่องจากเกรงข้อครหาว่าจะเป็นการให้ข้อมูลที่เข้าข้างเจ้าหน้าที่ของรัฐ&amp;nbsp;
ไฟไหม้โยงระเบิดชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าเรื่องการสอบสวนผู้ต้องสงสัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทางทหารมีหน้าที่เป็นเพียงคนกลางในการดำเนินการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยไปให้ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องสอบสวนเท่านั้น และหลังเกิดเหตุนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ เสียชีวิตก็ได้สอบสวนผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งยืนยันว่าไม่ได้กระทำผิด และตนขอย้ำว่ากองทัพจะไม่ทำผิดหลักสิทธิมนุษยชน หากพบว่ากำลังพลคนใดทำผิดจริง ตนจะไม่เลี้ยงไว้แน่นอน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ รพ.วิภาราม พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. เดินทางเข้าเยี่ยมเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดเขตสวนหลวง ที่ประสบเหตุถูกระเบิดปิงปองได้รับบาดเจ็บในซอยพระรามเก้า 57/1 พร้อมกล่าวถึงแนวทางการเฝ้าระวังเหตุก่อความวุ่นวายว่า วานนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้สั่งการให้หน่วยงานความมั่นคงและตำรวจทุก สน. คอยเฝ้าระวังสังเกตการณ์สิ่งผิดปกติตามจุดสุ่มเสี่ยงต่างๆ พร้อมขอความร่วมมือประชาชน หากมีเบาะแสผู้ก่อเหตุหรือพบวัตถุต้องสงสัย ให้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบช.น.เผยว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนยังอยู่ในแนวทางการสืบสวน ไม่สามารถเผยรายละเอียดได้ ส่วนกรณีจากหลักฐานภาพวงจรปิดที่มีคนร้ายนำวัตถุคล้ายระเบิดไปวางในร้านค้าของห้างดังย่านปทุมวัน แต่งกายในชุดคล้ายนักศึกษา จะเป็นการเชื่อมโยงให้เข้าใจว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุมีแนวโน้มที่จะอายุน้อยลง เป็นการปลูกฝังหรือสร้างแนวร่วมทางการเมืองในหมู่คนรุ่นใหม่หรือไม่นั้น พล.ต.ท.สุทธิพงษ์กล่าวว่า ยังไม่ไปถึงขั้นนั้น อีกทั้งคดีเก่าๆ ที่เคยเกิดขึ้น เช่นเหตุระเบิดที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อปี 2558 ก็มีคนร้ายอายุไม่มากร่วมอยู่ด้วย ตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานชี้ชัดถึงข้อสังเกตดังกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ มีรายงานชุดสืบสวนคลี่คลายคดีระเบิดว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ตั้งชุดสืบสวนคลี่คลายคดี เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ทั้ง 4 จุดคือ สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ช่องนนทรี, ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะอาคาร B และกองบัญชาการกองทัพไทย รวมถึงที่หน้าสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ถนนศรีสมาน อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เพื่อนำมาไล่เรียงลำดับเหตุการณ์ก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ เพื่อติดตามจับกุมคนร้าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นทราบว่าเป็นการกระทำหวังผลสร้างสถานการณ์ ซึ่งแผนประทุษกรรมเป็นลักษณะเดียวกับที่เคยเกิดเหตุระเบิดมาแล้วใน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ แต่ไม่ใช่ผู้ต้องหาในกลุ่มเดียวกัน เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ถูกจับกุมไปแล้ว แต่ผู้ก่อเหตุครั้งนี้เป็นคนกลุ่มใหม่ทั้งหมด
แค่เด็กช่างจะตีกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ธีรพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.4 เปิดเผยถึงกรณีมีระเบิดบริเวณถนนพระราม 9 ซอย 57/1 แขวงและเขตสวนหลวง กทม. เหตุเกิดเมื่อเช้าวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา จนมีผู้บาดเจ็บเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายความสะอาดเขตสวนหลวงว่า ภายหลังเกิดเหตุดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและสืบสวน จนสามารถจับกุมนายดนุนัล เลี้ยงสอน อายุ 19 ปี และนายเอ นามสมมุติ อายุ 17 ปี และนายเค นามสมมุติ อายุ 15 ปี พร้อมของกลางระเบิดแบบประดิษฐ์ทำเอง 1 ลูก, ปืนปากกา 1 กระบอก พร้อมกระสุนขนาด .38 มม. จำนวน 1 นัด และอาวุธมีด 2 เล่ม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นนักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่ง ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดป่วนกรุงที่เกิดขึ้น ส่วนของกลางที่พบ ผู้ต้องหาได้นำไปทิ้งไว้ในซอยเพื่อเตรียมไว้ป้องกันตัวเท่านั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต มีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังการการประชุมติดตามสถานการณ์ความไม่สงบเรียบร้อย ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ว่าที่ประชุมได้ติดตามและเตรียมแผนเพื่อป้องกันการเกิดเหตุ โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน ซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้กำชับให้เจ้าที่ทุกฝ่ายทำงานร่วมกับความมั่นคงดูแลพื้นที่ ขณะเดียวกันอยากขอให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบสิ่งผิดปกติให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ กทม.ที่ประจำแต่ละจุดให้ประสานตำรวจและฝ่ายความมั่นคงเข้าไปตรวจสอบ แต่ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวเกินเหตุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้ทุกเขตไปสำรวจกล้องวงจรปิด CCTV ของ กทม.ให้มีสภาพพร้อมใช้งานครบทุกจุด เพราะเหตุลอบวางระเบิดครั้งแรก ก็สามารถจับคนร้ายได้เร็วภายใน 24 ชั่วโมง รวมถึงที่ประชุมได้สั่งการเพิ่มความถี่เจ้าหน้าที่ของรัฐ เทศกิจ ลงไปในแต่ละเขต เพื่อช่วยตรวจตราร่วมกับตำรวจ โดยเพิ่มความถี่ในช่วงกลางคืน ส่วนเขตปทุมวันนั้น วันนี้เป็นวันสุดท้ายสำหรับการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน จะมีการดูแลเป็นพิเศษ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางศิลปสวยยังกล่าวถึงเจ้าหน้าที่เขตสวนหลวง ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดพระราม 9 ว่า กทม.พร้อมเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งยังมีงบช่วยเหลือผู้ประสบเหตุจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กทม.ยังได้เปิดวอร์รูมเฝ้าระวังเหตุ พร้อมมอนิเตอร์กล้อง CCTV ในความรับผิดชอบของ กทม.ตลอด 24 ชั่วโมง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42645</URL_LINK>
                <HASHTAG>บึ้มปลอม, ผู้ต้องหาสารภาพ, วางระเบิดปลอม, สร้างสถานการณ์, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190803/image_big_5d457f1cd06f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
