<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51290</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลอบวางบึ้มรางรถไฟใต้ โชคดีหยุดทันไร้‘คนเจ็บ’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; หวิดเกิดโศกนาฏกรรมม้าเหล็ก! โจรใต้ลอบวางระเบิดถังแก๊สขนาด 25 กก. ทำรางรถไฟขนาด 100 ปอนด์ขาดที่สุไหงปาดี โชคดีชาวบ้านแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบก่อนจึงหยุดรถไว้ทัน แต่อัมพาตไป 14 ขบวน เร่งซ่อมด่วนกลับมาเดินรถอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 05.50 น. วันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ต.อ.อาภากร วิรุปักษ์อารักษ์ ผกก.สภ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดรางรถไฟระหว่างสถานีรถไฟสุไหงปาดีกับ สถานีรถไฟโต๊ะเด็ง ซึ่งตั้งอยู่บ้านโต๊ะเด็ง ม.1 ต.โต๊ะเด็ง ซึ่งห่างจากสถานีรถไฟสุไหงปาดีประมาณ 1 กม. จึงพร้อมด้วยนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงปาดี, พ.อ.เอกพล เลขนอก ผบ.ฉก.ทพ.48, เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด ตชด.447, เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหาร ฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่ง รุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พบว่ารางรถไฟถูกอานุภาพของระเบิดกระเด็นขาดหายไป ประมาณ 3 ฟุต และมีหมอนรองรางรถไฟที่ทำด้วยปูนซีเมนต์ได้รับความเสียหาย 2 ท่อน พร้อมทั้งมีเศษซากเศษชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิคนิคหนัก 25 กก. ไม่ทราบตัวจุดชนวน ตกกระจายเกลื่อนบริเวณรางไฟและพงหญ้ารกทึบริมทาง เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนทราบว่า ในช่วงคืนที่ผ่านมาได้มีคนร้ายไม่ต่ำกว่า 2 ถึง 3 คน ได้ร่วมกันขุดแล้วนำหินรองรางรถไฟออกจากราง แล้วได้นำระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิคนิคไปซุกซ่อนไว้บริเวณใต้รางรถไฟ จากนั้นในช่วงเวลา 05.50 น. ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในละแวกใกล้เคียงได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว และมีควันไฟสีขาวพวยพุ่งที่บริเวณจุดเกิดเหตุ จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ ก่อนที่ขบวนรถไฟที่ 448 วิ่งต้นทางจากสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก จรดปลายทางสถานีรถไฟสุราษฎร์ธานี จะแล่นผ่าน เกรงขบวนรถไฟดังกล่าวจะตกรางและผู้โดยสารจะได้รับบาดเจ็บ ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มีข้อสั่งการให้สถานีตำรวจในพื้นที่เพิ่มมาตรการในการเฝ้าระวังและป้องกันเหตุความไม่สงบในพื้นที่โดยรอบของสถานีตำรวจและหน่วยราชการต่างๆ รวมถึงให้เพิ่มความเข้มงวดการตรวจตราสถานที่ต่างๆ เช่น แหล่งชุมชน สถานที่ท่องเที่ยว หรือสถานที่สำคัญที่อาจเป็นเป้าหมาย เพื่อป้องกันการเกิดเหตุในลักษณะนี้ ตลอดจนเพิ่มมาตรการเข้ม ทั้งจุดตรวจ จุดสกัด ในการตรวจค้นรถทุกชนิดและบุคคลเป้าหมาย ตามเส้นทางหลักและเส้นทางรอง จัดชุดลาดตระเวนในพื้นที่ย่านเศรษฐกิจและชุมชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายพงษ์ศักดิ์ บุญสุข ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเดินรถ 4 การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังได้รับแจ้ง เมื่อออกมาดูหน้าสถานี ก็เห็นควันขึ้น จึงได้แจ้งตำรวจประจำสถานีและนายอำเภอเข้ามาตรวจชุดแรก พบว่ารางระเบิดขาดประมาณ 1 เมตร ทำให้รถไม่สามารถผ่านได้ จุดเกิดเหตุจากสถานีสุไหงปาดีประมาณ 2 กิโลเมตรระหว่างโต๊ะเด็ง ทำให้ขบวนรถโดยสาร 171 กรุงเทพฯ-สุไหงโก-ลก ต้องหยุดเปลี่ยนถ่ายผู้โดยสารที่สถานีตันหยงมัส เพื่อขนถ่ายไปสุไหงโก-ลกด้วยรถยนต์&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงปาดี เปิดเผยว่า การซ่อมแซมรางรถไฟต้องใช้ระยะเวลาหนึ่ง จึงจะทำให้รถไฟทั้ง 14 ขบวนสามารถวิ่งรับ-ส่งผู้โดยสารทั้งขาขึ้นและขาล่องได้ตามปกติ แต่จะมีการเร่งให้แล้วเสร็จเร็วที่สุดในเวลา 1 วัน เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนที่ใช้บริการ ส่วนขบวนรถไฟสายต่างๆ จะวิ่งรับ-ส่งผู้โดยสารที่สถานีตันหยงมัสเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอดุลย์ ดอแลมา สารวัตรบำรุงทางตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ได้ระดมพนักงานแขวงบำรุงทาง 4 สถานี จำนวน 40 คน พร้อมเครื่องมือ ได้เดินทางมาซ่อมแซมรางรถไฟที่ถูกคนร้ายลอบวางระเบิดได้รับความเสียหาย เหตุเกิดระหว่างสถานีรถไฟสุไหงปาดีกับสถานีรถไฟโต๊ะเด็ง ม.1 ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เหตุเกิดเมื่อเวลา 05.50 น.ของวันนี้ ทำให้รถไฟทั้ง 14 ขบวนที่วิ่งต้นทางจากสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก จรดปลายทางสถานีรถไฟกรุงเทพฯ สุราษฎร์ธานีและนครศรีธรรมราช ไม่สามารถให้บริการแก่ประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การซ่อมแซมรางรถไฟในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในวันรุ่งขึ้น เนื่องจากช่วงเวลาไม่เอื้ออำนวย แม้จะมีเจ้าหน้าที่ทหารพรานกองร้อยทหารพรานที่ 4814 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สุไหงปาดี และอาสารักษาดินแดน อ.สุไหงปาดี จะร่วมกันให้การรักษาความปลอดภัยก็ตาม เนื่องจากพนักงานแขวงบำรุงทางต้องเดินทางกลับที่ตั้งก่อนมืด และจะเดินทางมาเริ่มปฏิบัติงานในวันรุ่งขึ้นเวลา 08.00 น. เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอดุลย์เผยถึงกระบวนการซ่อมแซมรางรถไฟเพื่อให้สามารถกลับมาใช้งานตามปกติว่า พนักงานต้องแบ่งหน้าที่ในการตัดราง เปลี่ยนราง เปลี่ยนหมอนและเครื่องยึดเหนี่ยวราง รวมทั้งการเข้าหิน ซึ่งแต่ละขั้นตอนต้องใช้เวลานานพอสมควร เนื่องจากทุกขั้นตอนต้องใช้แรงงานคน ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือกล ที่ต้องเสียเวลาในการขอสนับสนุน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นพอสรุปว่ารางรถไฟขนาด 100 ปอนด์ ได้รับความเสียหายจากอานุภาพของระเบิด ที่ขดงอและกระเด็นขาดหายไปประมาณ 10 เมตร หมอนคอนกรีตได้ความรับความเสียหายจนเกิดการแตกร้าว จำนวน 8 ท่อน ซึ่งถือว่าได้รับความสูญเสียพอสมควร ที่ทางสารวัตรบำรุงทางต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จเร็วที่สุด.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51290</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวบ้านแจ้งให้เจ้าหน้าที่, รางรถไฟ, ลอบวางระเบิด, วางระเบิดถังแก๊ส, วางระเบิดรางรถไฟ, สุไหงปาดี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191127/image_big_5dde7b198a818.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25457</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใต้เดือดประยุทธ์สั่งเร่งดูแล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานตะกร้าและดอกไม้ให้กำลังใจ 3 ทหารพรานหน่วย ฉก.4905 ที่บาดเจ็บจากเหตุถูกซุ่มยิงระหว่างเดินทางกลับฐาน &amp;quot;นายกฯ&amp;quot; สั่ง สธ.ดูแลบุคลากร รพ.ส่งเสริมสุขภาพชุมชนตำบลบ้านกาหนั๊วะ หลังคนร้ายบุกยึดใช้เป็นฐานโจมตี ชคต.กาลิซา &amp;quot;นราธิวาส&amp;quot; &amp;nbsp; ระอุ! 4 อำเภอโดนกลุ่มก่อความไม่สงบวางระเบิดรางรถไฟ เสาไฟฟ้า เสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ตลอดทั้งคืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายสุรพร พร้อมมูล ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่กำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายใช้อาวุธสงครามซุ่มยิงเจ้าหน้าที่กองร้อยทหารพราน 4905 ขณะเดินทางกลับฐานปฏิบัติการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49 ด้วยรถยนต์บรรทุกปกติขนาดเล็ก เหตุเกิดบริเวณพื้นที่บ้านกำปงแฮ หมู่ที่ 3 ตำบลศรีสาคร อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.2561
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ทหารพรานที่ได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 นาย ประกอบด้วย สิบเอกสมพงษ์ อสิอุโฆ ผู้บังคับชุดปฏิบัติการที่ 4 กองร้อยทหารพราน 4905 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49, อาสาสมัครทหารพราน ศักรินทร์โพธิ์มาศ ทหารประจำกองร้อย กองบังคับการ กองร้อยทหารทหารพราน 4905 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49 และอาสาสมัครทหารพราน วัชรากรขวัญแย้ม พลปืนเล็ก ชุดปฏิบัติการที่ 4 กองร้อยทหารพราน 4905 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่49 เข้ารับการรักษาพยาบาลโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งการได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนี้ ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่กำลังพลอย่างหาที่สุดมิได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีกลุ่มคนร้ายก่อเหตุยึดโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกาหนั๊วะ ต.กาลิซา อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ช่วงค่ำวันที่ 28 ธ.ค.ที่ผ่านมา ใช้เป็นฐานในการโจมตีชุดคุ้มครองตำบล(ชคต.) กาลิซา และจับตัวหมออนามัยและลูกจ้างของโรงพยาบาลเป็นตัวประกัน และยังขว้างระเบิดที่ตั้งโรงพยาบาลทำให้โรงพยาบาลได้รับความเสียหายว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ให้กำลังใจหมออนามัยและลูกจ้างของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกาหนั๊วะ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส หลังเกิดเหตุกลุ่มคนร้ายยึดโรงพยาบาลเพื่อก่อเหตุความไม่สงบ พร้อมทั้งสั่งการให้กระทรวงสาธารณสุขและทางจังหวัดติดตามให้ความช่วยเหลือดูแลอย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ รับทราบถึงความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงานของบุคลากรสาธารณสุข เพื่อให้บริการสุขภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่อย่างเข้มแข็ง และไม่ปรารถนาให้เกิดอันตรายหรือความสูญเสียจากการใช้ความรุนแรงไม่ว่ารูปแบบใดทั้งสิ้น&amp;quot; นายพุทธิพงษ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า นายกฯได้มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยงานกลางประสานผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือถึงความเป็นไปได้ในการจัดตั้งกองทุนเยียวยาบุคลากรสาธารณสุขชายแดนใต้ การดูแลสิทธิสวัสดิการต่างๆ และมาตรการรักษาความปลอดภัยแก่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่โดยเร่งด่วนที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสมาพันธ์บุคลากรสาธารณสุขชายแดนใต้ ร่วมกับประธานชมรม ผอ.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จ.ยะลา และประธานชมรมสาธารณสุขชายแดนใต้ตอบแทนคุณแผ่นดิน จ.ยะลา ร่วมกันออกแถลงการณ์ประณามการยึดโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเพื่อก่อความไม่สงบและข่มขู่บุคลากรสาธารณสุขชายแดนใต้ทุกกรณีขอให้กระทรวงสาธารณสุข พิจารณามาตรการการป้องกันความปลอดภัยในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลชายแดนใต้ ขอให้รัฐบาล กอ.รมน.ภาค 4 ศอ.บต. กระทรวงการคลัง กรมบัญชีกลาง กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานเขตสุขภาพที่ 12 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีมาตรการเยียวยาบุคลากรสาธารณสุขชายแดนใต้ในทุกมิติ สร้างกองทุนเยียวยาบุคลากรสาธารณสุขชายแดนใต้ และครอบครัวขึ้นมาเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการทำงานของบุคลากรสาธารณสุขชายแดนใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ช่วงค่ำวันที่ 29 ธ.ค.ที่ผ่านมา ตั้งแต่เวลา 19.35-20.15 น. คนร้ายแฝงตัวเคลื่อนไหวก่อเหตุร้ายในพื้นที่ 4 อำเภอของ จ.นราธิวาส ประกอบด้วย อ.ศรีสาคร เจาะไอร้อง รือเสาะ และระแงะ ด้วยการนำระเบิดแสวงเครื่องไปวางไว้ที่โคนเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือ เสาไฟฟ้าริมถนนและรางรถไฟ พร้อมทั้งได้จุดชนวนระเบิดในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน โดยเจ้าหน้าที่ได้กันพื้นที่ไว้เพื่อเข้าตรวจสอบในช่วงเช้า เพราะเกรงคนร้ายจะวางแผนลวงเพื่อดักสังหารเจ้าหน้าที่ขณะเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 09.30 น. วันที่ 30 ธ.ค. ยังเกิดเหตุระเบิดขึ้นที่สะพานรถไฟ ระหว่างสถานีรถไฟโต๊ะเด็งกับ สถานีรถไฟบูกิต ซึ่งตั้งอยู่บ้านไอร์สะเตีย ม.5 ต.บูกิต จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบว่าไม้หมอนรองรางรถไฟได้รับความเสียหายเล็กน้อย ในส่วนของวัตถุระเบิดที่คนร้ายนำมาจุดชนวน พบว่าได้ตกลงในใต้สะพานเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถที่จะเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานในเบื้องต้น แต่เชื่อว่าเป็นกลุ่มเดียวกับการก่อเหตุหลายจุดในช่วงค่ำวันที่ 29 ธ.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุการกระทำของคนร้ายที่แน่ชัด โดยเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ได้ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุแล้ว พร้อมสั่งการให้นายสถานีตรวจสอบความผิดปกติบริเวณสถานีและพื้นที่ใกล้เคียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากเหตุดังกล่าว การรถไฟฯ ได้วางมาตรการและเตรียมความพร้อมตั้งหน่วยเฉพาะกิจและคณะทำงานต่างๆ ในช่วงเทศกาลสำคัญที่มีการโดยสารหนาแน่นไว้แล้ว เพื่อรองรับสถานการณ์เหตุฉุกเฉินต่างๆ ในการแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที ส่งผลให้เมื่อช่วงเช้าที่เกิดเหตุสามารถเข้าดำเนินการซ่อมปรับปรุงทางที่เสียหายเรียบร้อย และเปิดใช้ทางได้ตามปกติ เมื่อเวลา 10.54 น.&amp;quot; นายวรวุฒิกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รักษาการผู้ว่าฯ รฟท.กล่าวว่า การรถไฟฯ มีความจำเป็นต้องงดเดินขบวนรถท้องถิ่น จำนวน 2 ขบวน ประกอบด้วย ขบวนรถท้องถิ่นที่ 453 ยะลา-สุไหงโกลก ขบวนรถท้องถิ่นที่ 452 สุไหงโกลก-ยะลา ซึ่ง รฟท.ได้คุมเข้มมาตรการความปลอดภัย โดยได้มอบหมายให้พนักงานประจำสถานี และบนขบวนรถ พนักงานรักษาความปลอดภัย รวมทั้งประสานขอความร่วมมือไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟ ในพื้นที่ให้เพิ่มความเข้มงวดในการปฏิบัติงาน การดูแลรักษาความปลอดภัยมากขึ้นทั้งบนขบวนรถและสถานี รวมไปถึงบริเวณโดยรอบบริเวณสถานี เพื่อเป็นการป้องกันเหตุอันตราย และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการ โดยมีมาตรการรักษาความปลอดภัยในด้านต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายเอกรัฐ หลีเส็น ผวจ.นราธิวาส พร้อมด้วยน.อ.นิรัตน์ ทากุดเรือ ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ, พล.ต.ต.ดุษฏี ชูสังกิจ ผบก.ภ.จ.นราธิวาส และ น.อ.วรพล สิทธิจิตต์ รอง ผอ.กอ.รมน.นราธิวาส พร้อมลงพื้นที่ตรวจจุดตรวจจุดสกัด safety zone รวม 5 จุด บริเวณย่านเศรษฐกิจ ชุมชน และร้านค้าจำนวนมากในเขตเมืองนราธิวาส ป้องกันกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบเข้ามาสร้างสถานการณ์ความรุนแรง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25457</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มก่อความไม่สงบ, ฉก.4905, พระราชทานตะกร้าและดอกไม้ให้กำลังใจ, รพ.ส่งเสริมสุขภาพชุมชนตำบลบ้านกาหนั๊วะ, วางระเบิดรางรถไฟ, สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181230/image_big_5c28c89c23092.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
