<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>32601</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2019 22:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘แม้ว’โผล่‘จตุพร’มา ผวาส่งสัญญาณป่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; โผล่อีก ปลุกสมุนความหวังคือสิ่งสำคัญในชีวิต ตราบใดที่มีลมหายใจอย่ายอมแพ้ &amp;quot;เป๊ปซี่&amp;quot; แฉ คนแดนไกลส่งสัญญาณป่วน ตีปี๊บปลุกระดมของเครือข่ายล้มเจ้า ขณะที่ &amp;quot;จตุพร&amp;quot; ยุติบทบาทผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย กลับมาทำงานเป็นประธาน นปช.เต็มตัว &amp;quot;สมศักดิ์&amp;quot; ชี้เพื่อไทยพล่าน เป็นการดิ้นเฮือกสุดท้าย อาจชวนประชาชนออกมาสร้างความขัดแย้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 มีนาคม นายทักษิณ ชินวัตร ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีคอร์รัปชันหลายคดี โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ Thaksin Shinawatra ระบุว่า &amp;quot;ความหวังคือสิ่งสำคัญในชีวิต เราทุกคนต้องอย่ายอมแพ้ ตราบใดที่เรายังมีลมหายใจอยู่นั้น เราจะยอมแพ้ไม่ได้ เราจึงต้องมีความหวังเพื่อเอาชนะทุกอุปสรรคด้วยสติปัญญาและด้วยกติกา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุชาติ สวัสดิ์ศรี ศิลปินแห่งชาติ กลุ่มต่อต้าน คสช. แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; มาอีกแล้ว! มาทำไม ยิ่งมา ยิ่งทำให้สับสน ทำไมไม่มาเสียตั้งแต่เมื่อ 5 ปีก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายเสริมสุข กษิติประดิษฐ์ หรือเป๊ปซี่ นักข่าวอาวุโส โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sermsuk Kasitipradit โดยมีเนื้อหาว่า ส่งสัญญาณเตรียมป่วน หลังเคาะกะลาจากแดนไกล เครือข่ายนักโทษหนีคดีใน กทม.เตรียมเคลื่อนไหวป่วนสุดสัปดาห์นี้ ชูประเด็นโกงเลือกตั้ง ที่แม้วนักโทษหนีคดีได้ออกมาเคลื่อนไหวตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค. หนึ่งวันหลังเลือกตั้ง ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศที่อยู่ในเครือ อย่างนิวยอร์กไทม์ กล่าวหา กกต.วางแผนโกง เตรียมบัตรเลือกตั้งมากกว่าผู้มีสิทธิ์จำนวนมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ้างบางหน่วยเลือกตั้งผู้มาใช้สิทธิ์มีถึงสองร้อยเปอร์เซ็นต์ ผู้มาใช้สิทธิ์มากกว่าผู้มีสิทธิ์ในหน่วยเลือกตั้งนั้นสองเท่า และผลคะแนนที่ กกต.ประกาศในส่วนกลาง ไม่ตรงกับผลคะแนนที่นับที่หน่วยเลือกตั้ง สุดแต่แม้วจะมโน โดยที่ไม่มีหลักฐานหรือรายละเอียดสนับสนุนข้อกล่าวหาทุจริตในการเลือกตั้ง กล่าวหาลอยๆ เอามัน ไม่มีที่มาที่ไป ขณะที่แกนนำพรรคเพื่อไทยตั้งข้อกล่าวหาในลักษณะเดียวกัน หวังปลุกกระแสให้เกิดการชุมนุมใหญ่ต่อต้านรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน pavin ผู้ต้องหาคดี 112 ประสานตีปี๊บให้คนเตรียมป่วน ในช่วงก่อนงานมงคลสำคัญของประชาชนทั่วประเทศ ช่วงต้นเดือน พ.ค. บอกถึงเวลาต้องต่อสู้ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจากการโกงเลือกตั้ง เห็นถึงเจตนาจาบจ้วงสร้างความปั่นป่วนให้เกิดความวุ่นวายก่อนงานสำคัญ เรียกร้องให้โค่นล้มเอาคืนอำมาตย์ ใช้วิธีการต่อสู้แบบบาสติล เลียนแบบการต่อสู้ที่ฝรั่งเศส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตีปี๊บปลุกระดมของเครือข่ายล้มเจ้า ในช่วงก่อนงานมงคลประเทศถูกฝ่ายความมั่นคงคาดการณ์สถานการณ์ไว้ก่อนแล้ว ต้องเกาะติดสถานการณ์จากนี้ถึงช่วงงานมงคลประเทศ หากมีเหตุการณ์ป่วนอย่างที่ฝ่ายความมั่นคงประมาณการไว้ รับประกันเต็มเหนี่ยวมีจัดเต็มแจ่มจันทร์ชุดใหญ่
กลับมาปลุก นปช.ต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แถลงว่า ขอประกาศยุติบทบาทการเป็นผู้ช่วยหาเสียงของพรรคเพื่อชาติ ได้แจ้งต่อหัวหน้าพรรคให้ทราบแล้วตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ภารกิจของตนที่ประกาศไว้คือการรวบรวมเสียงฝั่งประชาธิปไตยให้ไปเทรวมในวันเลือกตั้งเรียบร้อยแล้ว เมื่อพรรคเพื่อชาติแถลงจุดยืนอยู่ฝั่งประชาธิปไตย จึงถือว่าภารกิจเสร็จสิ้น ดังนั้นต่อไปนี้จึงเหลือสถานะเดียวคือ ประธาน นปช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธาน นปช.กล่าวถึงการไปยื่นยุบพรรคเพื่อชาติของ ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล หรือผู้กองปูเค็ม แนวร่วม กปปส. ในประเด็นครอบงำพรรคเพื่อชาติ ว่าถือเป็นหน้าที่ของกรรมการบริหารพรรคเพื่อชาติและฝ่ายกฎหมายที่ต้องไปชี้แจงต่อ กกต. อย่างไรก็ตาม ผู้กองปูเค็มตนก็ไม่ทราบสถานะที่ชัดเจนว่าพ้นตำแหน่งราชการแล้วหรือยัง ขณะที่เจ้าตัวประกาศว่าพ้นแล้ว แต่ทางการข่าวยังมีข้อสงสัยกันอยู่ ผู้กองปูเค็มคงไม่ทราบว่าตำแหน่งผู้ช่วยหาเสียงของตนนั้นได้รับรองจาก กกต. ดังนั้นการขึ้นเวทีปราศรัยจึงกระทำได้ ในลักษณะที่ต้องได้รับค่าจ้าง ซึ่งถ้าตนได้รับค่าจ้างดังกล่าว ก็จะนำไปบริจาคให้กับมูลนิธิคนปัญญาอ่อน ซึ่งถือเป็นความตั้งใจของตน ดังนั้นประเด็นดังกล่าวจึงไม่ได้น่าวิตกแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธีระพงษ์ เผ่ากา รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า นายจตุพรทำหน้าที่รับจ้างหาเสียงให้พรรคเพื่อชาติ ไม่ได้มากำกับหรือครอบงำพรรค ไม่เคยเข้าประชุมกรรมการบริหารพรรคแม้แต่ครั้งเดียว ตนเป็นกรรมการบริหารพรรคยืนยันได้ ส่วนเรื่องการสรรหาผู้สมัครตามข่าว ทางหัวหน้าพรรคได้ชี้แจงไปแล้วว่าทางพรรคมีคณะกรรมการสรรหา ซึ่งเป็นผู้ดูแลจัดผู้ลงสมัคร ตนขอยืนยันว่านายจตุพรเป็นเพียงผู้ช่วยหาเสียง ไม่เคยครอบงำหรือกำกับพรรค นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ยังแสดงตัวเป็นเจ้าของพรรครวมพลังประชาชาติไทยมากกว่านายจตุพรเสียอีก เห็นได้จากเมื่อ 2 วันนี้ยังมาระดมให้ประชาชนช่วยบริจาคให้พรรคเพื่อให้พรรคอยู่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า &amp;ldquo;พวกเราตั้งใจพัฒนาพรรคพลังประชารัฐให้เป็นพรรคการเมืองถาวร เพื่อปฏิบัติตามเจตนารมณ์ที่พี่น้องประชาชนเลือกพวกเราเข้ามาทำหน้าที่ การรวมเสียงของพรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับพรรคการเมืองอื่นๆ เพื่อดำเนินการไปสู่การจัดตั้งรัฐบาล พรรคมีจุดยืนชัดเจนที่จะก้าวข้ามความขัดแย้ง ไม่แบ่งสี ไม่แบ่งฝ่าย นำประเทศสู่ความสงบสุข ดังนั้นพรรคพลังประชารัฐต้องดำเนินการหารือกับพรรคอื่นที่มีอุดมการณ์เดียวกัน โดยพรรคเราเชื่อว่ายังมีเวลาที่จะเดินสายหารือ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน&amp;rdquo; หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐระบุ
เพื่อไทยดิ้นเฮือกสุดท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่ากรณีของพรรคเพื่อไทย ผู้หลักผู้ใหญ่ที่เป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อและมองดูตัวเองแล้วว่าไม่มีโอกาสเข้าสภา หากไม่ได้เป็นรัฐบาลแล้วจะยิ่งห่างออกไปเรื่อยๆ แน่นอน ถือเป็นเฮือกสุดท้ายที่ท่านทั้งหลายเหล่านั้นจะต้องสู้อย่างเต็มที่ เพราะมองดูแล้วเสียงยังปริ่ม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากไม่ได้แสดงออกอะไรเต็มที่ อาจจะไม่มีโอกาสได้แสดงอีก ถือเป็นการสู้เป็นเฮือกสุดท้ายแล้วหรือไม่ และการแสดงออกมานั้น หากไม่สมหวัง อาจชวนพี่น้องประชาชนออกมาโดยสร้างความขัดแย้งอีกหรือไม่ เพราะแต่ละคนที่ออกมาพูดในลักษณะเหมือนเรียกร้องในมุมของตัวเองเป็นหลัก และทำให้ประชาชนเป็นเดือดเป็นแค้น เป็นการจุดชนวนความขัดแย้ง และที่พวกเขาพยายามเรียกตัวเองเป็นฝ่ายประชาธิปไตย ตรงนี้เหมือนพยายามแบ่งฝักแบ่งฝ่าย บีบคนที่ไม่สนับสนุนตนเองเป็นเผด็จการ ไม่ทราบว่าจะฟ้องร้องได้หรือไม่ นักกฎหมายของพรรคพลังประชารัฐกำลังสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการบริหารงานของรัฐบาลในช่วงรับรองผลการเลือกตั้ง จะมีปัญหาอะไรหรือไม่ นายสมศักดิ์ตอบว่า การบริหารงานของรัฐบาลในช่วงนี้ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีอำนาจเต็มไม่ใช่รัฐบาลรักษาการ เป็นจุดแข็งหนึ่งที่ทำให้ช่วยเหลือประชาชนได้เต็มที่ อย่างเช่น ฝนทิ้งช่วง ความแห้งแล้ง ปัญหาหมอกควัน รัฐบาลสามารถช่วยแก้ปัญหาได้ทันที ส่วนรัฐบาลใหม่ไม่ทราบว่าจะใช้เวลานานเท่าใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาเสนอให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ดำเนินการนโยบายที่พรรคพลังประชารัฐนำไปหาเสียง ควบคู่ไปกับช่วงเวลาที่รอคอย เช่น ปัญหาที่ดิน ส.ป.ก.ที่เป็นเรื่องการแก้ไขกฎหมาย หรือเรื่องราคาสินค้าเกษตร หรือการช่วยชาวนาในเรื่องราคาข้าว ที่พรรคมีนโยบายช่วยเหลือทั้งค่าปลูก ค่าเก็บเกี่ยว สามารถเตรียมการไว้ล่วงหน้าได้เลย เพราะเป็นเรื่องดีๆ ที่ควรทำอยู่แล้ว หรือเห็นว่านโยบายของพรรคไหนดีทำได้เลยก็ควรนำมาพิจารณา ใครเข้ามาเป็นรัฐบาลสามารถทำต่อไปได้เลยไม่ต้องรอ ไม่ต้องกลายเป็นช่วงหลุมอากาศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ตัดสินใจว่าจะอยู่ฝ่ายไหน และมีการเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา แต่อาจไม่ทันใจประชาชน เรื่องตรงนี้เป็นเรื่องภายในของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่สามารถไปเร่งรีบอะไรได้ ส่วนการรวบรวมเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาลนั้น คิดว่าพรรคที่ไม่ได้ไปลงสัตยาบันกับพรรคเพื่อไทย เขาคงเอนเอียงมาทาง พล.อ.ประยุทธ์อยู่แล้ว ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไรคงต้องไปพูดคุยกันอีกที
ทวงคำพูด&amp;quot;ธนาธร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า มั่นใจว่าพรรคพลังประชารัฐจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่รอประกาศผลจาก กกต.อย่างเป็นทางการเท่านั้น ทั้งนี้ อยากฝากถึงนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่เคยพูดว่าจะสนับสนุนนายกรัฐมนตรีที่มาจาก ส.ส.เท่านั้นด้วยว่า วันนี้กลืนน้ำลายตัวเองแล้วหรือ ถึงกลับคำพูดไปสนับสนุนคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ให้เป็นนายกรัฐมนตรี อยากฝากให้พี่น้องประชาชนจับตาดูให้ดีสำหรับจุดยืนของพรรคอนาคตใหม่ ที่เคยให้คำมั่นกับพี่น้องประชาชนไว้ว่ายังน่าเชื่อถืออยู่หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกรกล่าวอีกว่า พรรคอนาคตใหม่ชูนโยบายจะแก้รัฐธรรมนูญ โจมตีคนร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งๆ ที่พรรคอนาคตใหม่ได้อานิสงส์จากรัฐธรรมนูญฉบับนี้จนได้ ส.ส.จำนวนมาก โดยเฉพาะ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ แล้วยังคิดจะล้มล้างรัฐธรรมนูญอีก นายธนาธรน่าจะขอบคุณคนร่างรัฐธรรมนูญด้วยซ้ำ นอกจากนี้ อยากจะให้หยุดพฤติกรรมใช้วาทกรรมแบ่งฝ่ายประชาธิปไตย แบ่งแยกประชาชนได้แล้ว เพราะการเลือกตั้งเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย ทุกพรรคลงเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ตามกติกา การเลือกตั้งจบแล้ว อย่าสร้างความขัดแย้งในหมู่คนไทยอีกเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความเคลื่อนไหวของพรรคประชาธิปัตย์ในการจับขั้วเพื่อสนับสนุนหัวหน้าพรรคเบื้องต้นนั้น ปรากฏว่า จากเดิมมีแคนดิเดตหัวหน้าพรรค 4 คน ประกอบด้วย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรค, นายกรณ์ จาติกวณิช รักษาการรองหัวหน้า, นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน และนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ ล่าสุด เหลือแคนดิเดตเพียง 2 คนเท่านั้น คือนายจุรินทร์และนายกรณ์ โดยนายอภิรักษ์ได้ขอถอนตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ภายหลังจากที่นายถาวร เสนเนียม ว่าที่ ส.ส.จังหวัดสงขลา ได้ให้สัมภาษณ์ดักคอไม่ให้ กก.บห.รักษาการเป็นผู้ตัดสินใจทางการเมืองของพรรค นายกรณ์ได้ติดต่อไปยังนายถาวรเพื่อขอให้สนับสนุนตน กระทั่งเรื่องเข้าหูกลุ่ม กก.บห.ชุดรักษาการ จึงได้เสนอชื่อนายอภิรักษ์แทน ทว่านายกรณ์ทราบเรื่องจึงได้ขอเคลียร์ใจจนทำให้ กก.บห.ชุดดังกล่าวกลับมาสนับสนุนนายกรณ์เหมือนเดิม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายอภิรักษ์นั้นได้พูดคุยกับนายกรณ์และกลุ่มที่สนับสนุนนายกรณ์แล้ว และมีท่าทีจะขอสละสิทธิ์ไม่ขอเป็นแคนดิเดตหัวหน้าพรรค เช่นเดียวกับนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ ที่ได้แสดงท่าทีชัดเจนต่อสมาชิกพรรคแล้วว่าไม่ขอเป็นแคนดิเดตชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ยังมีการวางตัวเลขาธิการพรรคด้วย โดยทีมของนายจุรินทร์มีชื่อนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ว่าที่ ส.ส.ตาก เป็นเลขาธิการพรรค ส่วนทีมนายกรณ์ มีชื่อของนายเทพไท เสนพงศ์ รองเลขาธิการพรรค จะก้าวขึ้นมาเป็นเลขาธิการพรรคในทีมนี้&amp;nbsp;
&amp;quot;อุทัย&amp;quot;ตอกย้ำช็อกกะรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 4 เม.ย. เวลา &amp;nbsp;07.00 น. &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค, นายสรอรรถ &amp;nbsp;กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษาพรรค, นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองหัวหน้าพรรค, นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรค, พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรค พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารพรรค และว่าที่ ส.ส.และสมาชิกพรรค เดินทางมาร่วมอวยพรในวันคล้ายวันเกิดนายชัย ชิดชอบ อดีตประธานรัฐสภา อายุครบ 91 ปี ที่บ้านศิลาชัย &amp;nbsp;ต.อิสาณ อ.เมืองฯ จ.บุรีรัมย์ โดยมีนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุตรชาย เข้าร่วมงานดังกล่าวด้วย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ชลบุรี พรรคอนาคตใหม่ จัดสัมมนาว่าที่ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ โดยตลอดทั้งวันมีกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ การกล่าวปาฐกถาในหัวข้อ &amp;ldquo;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกับการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย&amp;rdquo; โดยนายอุทัย พิมพ์ใจชน อดีตประธานรัฐสภา และอดีตประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุทัยกล่าวว่า สถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ที่ชัดเจนว่ามีการยึดอำนาจ แล้วผู้ที่ยึดอำนาจเขาอยากจะอยู่ครอบครองต่อ จึงมีการออกแบบกฎกติกาต่างๆ เพื่อให้ตนเองอยู่ต่อได้ด้วย เช่น การให้ ส.ว.ร่วมเลือกนายกรัฐมนตรี เป็นต้น และที่ตอนนี้มีการพูดถึงอย่างมากคือสิ่งที่เรียกว่างูเห่า ซึ่งอาจจะมี ส.ส.ย้ายพรรค ฝืนมติพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในสมัยของผมนั้นเรียกว่าช็อกกะรี หรือขายตัว การที่มีผู้มาเสนอผลประโยชน์ให้นั้น ราวปี 2512 ผมอยู่ฝ่ายค้าน เคยมีลูกน้องของนายทหารฝ่ายสืบทอดอำนาจมาหา บอกว่าเจ้านายอยากได้ตัว คนอื่นๆ รับไป 3.5 แสน กับรถแลนด์ โรเวอร์ ช่วงสั้น ขณะที่ผมถ้าขายตัวจะได้ 10 เท่า และแลนด์ โรเวอร์ ช่วงยาว ตอนนั้นต้องต่อสู้กับตัวเองอย่างหนัก เพราะถ้าไม่ไปก็เป็นฝ่ายค้านก๊อกๆ แก๊กๆ ต่อไป แต่สุดท้ายแล้วตัดสินใจไม่ไป โดยตอบกลับคนที่มาหาว่าเงินนั้นอยากได้แน่นอน แต่ไม่ทำ&amp;quot; นายอุทัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว แกนนำแนวร่วมประชาชนเพื่อการเลือกตั้งที่เป็นธรรม กล่าวถึง
การตั้งรัฐบาลว่า ในเมื่อประชาชนได้แสดงเจตนารมณ์ไปแล้ว โดยตามระบบประชาธิปไตยที่ยึดมั่นในระบอบรัฐสภา เป็นผู้เลือกนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ประชาธิปไตยที่มีประธานาธิบดีเป็นประมุข จะมาอ้างเสียงป๊อปปูลาร์โหวตไม่ได้ จึงควรให้สิทธิพรรคที่ได้ส.ส.มากที่สุดในรัฐสภา นั่นคือพรรคเพื่อไทย ซึ่งวันนี้ทางพรรคเองก็ได้แสดงเจตนารมณ์แล้วที่จะตั้งรัฐบาล ควรให้สิทธิเขาไปก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์จะมีโอกาสกลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้งหรือไม่ นายสิรวิชญ์ตอบว่า &amp;quot;ก็เป็นได้เพราะงูเห่าแหละ&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32601</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., คนแดนไกลส่งสัญญาณป่วน, นปช., ปลุกระดมของเครือข่ายล้มเจ้า, วางแผนโกง, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190330/image_big_5c9f55e932fee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
