<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>61077</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2020 22:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2020 21:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สื่อเผยบาทหลวงร่วมอาคารที่ประทับโป๊ปฟรานซิสติดไวรัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;หนังสือพิมพ์อิตาลีรายงานว่า มีผู้ที่พำนักที่เชื่อว่าเป็นบาทหลวงในอาคารรับรองของโป๊ปฟรานซิสภายในนครวาติกันติดเชื้อไวรัสโคโรนา 1 ราย และขณะนี้กำลังรักษาในโรงพยาบาลกรุงโรม แต่ผลการตรวจโป๊ปไม่พบการติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาคารเรือนรับรองแขกเซนต์มาร์ธาภายในนครวาติกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือพิมพ์หลายฉบับรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม 2563 โดยอ้างแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือภายในนครวาติกันว่า บาทหลวงชาวอิตาลีที่ป่วยนี้พำนักอยู่ที่เรือนรับรองแขกเซนต์มาร์ธามานานหลายปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือพิมพ์อิลเมสซัจเจโรกล่าวว่า บาทหลวงรูปนี้เป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ประจำสำนักเลขาธิการแห่งรัฐวาติกันที่มีความใกล้ชิดกับสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ท่านถูกวัดอุณหภูมิระหว่างการตรวจตามปรกติและพบว่ามีไข้เล็กน้อย ส่วนหนังสือพิมพ์ลาสตัมปากล่าวว่า บาทหลวงที่ไม่ระบุนามผู้นี้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในกรุงโรม และสำนักงานของท่านได้รับการฆ่าเชื้อแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานต่อมาของอิลเมสซัจเจโรกล่าวว่า โป๊ปฟรานซิสทรงรับการตรวจหาไวรัสแล้ว และไม่พบการติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พักรับรองแห่งนี้มีขนาดประมาณ 130 ห้อง แต่แหล่งข่าวในวาติกันกล่าวว่า ขณะนี้หลายห้องไม่มีผู้เข้าพัก ส่วนผู้ที่พักอยู่เดิมเกือบทั้งหมดเป็นผู้พำนักที่นี่อย่างถาวร โดยแขกจากภายนอกส่วนใหญ่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าพักหลังจากอิตาลีล็อกดาวน์ทั้งประเทศเมื่อต้นเดือนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โป๊ปฟรานซิส ซึ่งมีพระชนมายุ 83 พรรษา ประทับที่นี่นับแต่พระองค์ทรงได้รับเลือกเป็นประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิกเมื่อปี 2556 ช่วงที่ผ่านมาพระองค์ทรงยกเลิกการปรากฏพระองค์ในที่สาธารณะ และทรงประกอบพิธีผ่านการถ่ายทอดทางโทรทัศน์และอินเทอร์เน็ตแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลาสตัมปากล่าวว่า โป๊ปเสวยพระกระยาหารเพียงลำพังภายในห้องของพระองค์เป็นบางครั้ง โดยเลขานุการจะเข็นรถนำพระกระยาหารไปถวาย พระองค์ใช้เวลาส่วนใหญ่ภายในที่ประทับ และเมื่อเสด็จพระดำเนินภายใน ก็จะทรงรักษาระยะห่างตามความจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร สำนักวาติกันเผยว่า มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ภายในนครรัฐวาติกันแล้ว 4 ราย แต่ไม่มีใครที่พำนักอยู่ที่เซนต์มาร์ธา สำนักข่าว ANSA กล่าวว่า บาทหลวงรูปนี้เป็นผู้ติดเชื้อรายที่ 5 ที่ยังไม่มีการยืนยันจากแหล่งข่าวทางการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นครรัฐวาติกันตั้งอยู่ภายในกรุงโรมของอิตาลี ลูกจ้างของวาติกันส่วนใหญ่ก็อาศัยอยู่ในเมืองหลวงแห่งนี้ ช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา วาติกันสั่งให้ลูกจ้างส่วนใหญ่ทำงานจากบ้าน แต่สำนักงานหลักๆ ยังเปิดทำการปกติ ข้อมูลอย่างเป็นทางการถึงวันพุธ อิตาลีมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เสียชีวิตแล้ว 7,503 ราย จากผู้ติดเชื้อทั้งหมด 74,386 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาคารรับรองแขกเซนต์มาร์ธาเปิดใช้งานเมื่อปี 2539 ใช้เป็นที่พำนักของเหล่าคาร์ดินัลที่มาเยือนกรุงโรม โดยโป๊ปฟรานซิสทรงเลือกเข้าประทับภายในห้องสวีทห้องหนึ่งของเรือนรับรองนี้ แทนที่จะทรงแยกไปประทับที่พระราชวังพระสันตะปาปาเช่นโป๊ปองค์ก่อนๆ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61077</URL_LINK>
                <HASHTAG>บาทหลวงติดไวรัส, วาติกัน, เซนต์มาร์ธา, โควิด-19, โป๊ปฟรานซิส, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200326/image_big_5e7cc4c82fc1f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45698</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โป๊ปฟรานซิสเสด็จเยือนไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; วาติกันออกแถลงการณ์ &amp;ldquo;โป๊ปฟรานซิส&amp;rdquo; เสด็จเยือนไทย 20-23 พ.ย.นี้ ในรอบ 35 ปี ก่อนเสด็จญี่ปุ่น ทรงประกอบพิธีมิสซาแบบสาธารณะ 2 ครั้ง สำหรับคริสตชนคาทอลิกทั่วประเทศและเยาวชนด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ที่ 13 กันยายน สำนักวาติกันออกประกาศว่า สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสจะเสด็จเยือนประเทศไทย ระหว่างวันที่ 20-23 พฤศจิกายนปีนี้ จากนั้นจะเสด็จเยือนญี่ปุ่นจนถึงวันที่ 26 พ.ย. ซึ่งรวมถึงการเสด็จเยือนเมืองฮิโรชิมาและนางาซากิด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า การเสด็จเยือนไทยและญี่ปุ่นของโป๊ปฟรานซิสปลายปีนี้ จะเป็นการเสด็จเยือนเอเชียครั้งที่ 3 ของพระองค์ นับแต่ทรงได้รับเลือกเป็นองค์ประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิกเมื่อ 5 ปีที่แล้ว โดยโป๊ปเคยเสด็จเยือนฟิลิปปินส์และศรีลังกาเมื่อปี 2557 ตามด้วยการเสด็จเยือนเมียนมาและบังกลาเทศเมื่อปี 2561
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของสำนักวาติกันกล่าวว่า โป๊ปจะเสด็จเยือนไทยระหว่างวันที่ 20-23 พ.ย. จากนั้นจะเสด็จต่อไปยังกรุงโตเกียวของญี่ปุ่น ระหว่างประทับที่ญี่ปุ่นจนถึงวันที่ 26 พ.ย. โป๊ปจะเสด็จเยือนเมืองฮิโรชิมาและนางาซากิ ซึ่งเป็นเมืองที่โดนสหรัฐอเมริกาทิ้งระเบิดปรมาณูสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยการเสด็จเยือนญี่ปุ่นจะเป็นการเสด็จเยือนครั้งแรกในรอบ 40 ปีของประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก โป๊ปฟรานซิสทรงเคยตรัสเมื่อเดือนมกราคมว่า พระองค์มีพระประสงค์จะเยือนญี่ปุ่น ที่นั่นมีชาวคริสต์นับถือนิกายโรมันคาทอลิกประมาณ 450,000 คน ในขณะที่ข้อมูลของสำนักงานกิจการวัฒนธรรมของญี่ปุ่นกล่าวว่า มีชาวคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์อยู่ในญี่ปุ่นด้วยประมาณ 510,000 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ พระคาร์ดินัลฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช ประธานสภาประมุขบาดหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยอาร์ชบิชอป พอล ชาง อิน นัม เอกอัครสมณทูตนครรัฐวาติกันประจำประเทศไทย ร่วมแถลงข่าวและอ่านประกาศการเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส โดยได้อ่านประกาศเป็นภาษาไทยและภาษาอิตาเลียน พร้อมถ่ายทอดผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังนครรัฐวาติกัน และประเทศญี่ปุ่น&amp;nbsp;
ใจความประกาศมีว่า &amp;quot;สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสจะเสด็จเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 20-23 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2562 ตามคำเชิญของรัฐบาลไทยและสภาประมุขบาดหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย กำหนดการต่างๆ ของการเสด็จเยือนดังกล่าวจะประกาศให้ทราบต่อไป&amp;quot;&amp;nbsp;
พระคาร์ดินัลฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ กล่าวว่า สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสทรงมีความโสมนัสยิ่งที่จะเสด็จเยือนไทยครั้งนี้ เป็นการจาริกเพื่อสร้างสะพานแห่งสันติภาพ และเพื่อการเสวนาระหว่างศาสนา เปิดมิติในการทำงานร่วมกันระหว่างศาสนาต่างๆ โดยพระองค์จะประกอบพิธีมิสซาแบบสาธารณะ 2 ครั้ง คือสำหรับคริสตชนคาทอลิกทั่วประเทศและสำหรับเยาวชน โดยประเทศไทยมีประชาชนนับถือคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก 388,468 &amp;nbsp;คน หรือคิดเป็น 0.58% ซึ่งพระสันตะปาปาคือผู้สืบทอดตำแหน่งของนักบุญเปโตรเซนต์ปีเตอร์ที่ได้รับอำนาจสืบทอดมาจากพระเยซูคริสตเจ้า ทรงเป็นผู้แทนของพระเยซูคริสตพระเจ้าบนโลกนี้ และยังถือว่าเป็นบิชอปแห่งกรุงโรม&amp;nbsp;
ด้านความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างราชอาณาจักรไทยและสันตะสำนักแห่งนครรัฐวาติกัน มีหลักฐานการติดต่อทางพระราชไมตรีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ส่วนการเยือนระหว่างประมุขแห่งรัฐมีขึ้นครั้งแรกในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินเข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 13 เมื่อปี พ.ศ.2440, พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ เข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปาที่ 11 เมื่อปี พ.ศ.2477 และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จฯ เข้าเฝ้านักบุญยอห์นที่ 23 พระสันตะปาปา เมื่อปี พ.ศ.2503&amp;nbsp;
ในการเสด็จเยือนประเทศไทยครั้งนี้ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส จะทรงประกอบศาสนกิจ เยี่ยมเยียนคริสตชนในไทย ระหว่างวันที่ 20-23 พ.ย.2562 รวม 4 วัน ก่อนจะเสด็จต่อไปยังประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 23-26 พ.ย.2562 ทั้งนี้ การเสด็จเยือนไทยของสมเด็จพระสันตะปาปานั้น เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2527 เมื่อนักบุญยอห์น ปอล ที่ 2 พระสันตะปาปา เสด็จเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะพระราชอาคันตุกะ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45698</URL_LINK>
                <HASHTAG>วาติกัน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสด็จเยือนไทย, โป๊ปฟรานซิส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190913/image_big_5d7ba890aafb9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31253</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2019 17:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2019 16:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลออสซี่ตัดสินจำคุกแค่ 6 ปี &#039;คาร์ดินัลเพลล์&#039; ตุ๋ยเด็ก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;พระคาร์ดินัลจอร์จ เพลล์ อดีตที่ปรึกษาคนใกล้ชิดของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสและเคยเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงเป็นอันดับ 3 ของวาติกัน ถูกศาลเมลเบิร์นตัดสินจำคุก 6 ปีเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ฐานข่มขืนกระทำชำเราเด็กชาย 2 คนเมื่อ 22 ปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 26 ก.พ. 2562 คาร์ดินัลจอร์จ เพลล์ (กลาง) ออกจากศาลเคาน์ตีวิกตอเรีย / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระคาร์ดินัลเพลล์ ชาวออสเตรเลียวัย 77 ปี ถูกศาลตัดสินว่ามีความผิด 5 กระทง ฐานข่มขืนและกระทำชำเราเด็กชายวัย 13 ปี 2 คนในคณะนักร้องประสานเสียงของเซนต์เควินส์คอลเลจเมื่อปี 2539-2540 ครั้งที่เขายังดำรงตำแหน่งอาร์ชบิชอป และเมื่อวันพุธที่ 13 มีนาคม 2562 &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้พิพากษาปีเตอร์ คิดด์ ตัดสินลงโทษจำคุกเขาเป็นเวลา 6 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้รอดชีวิตจากการล่วงละเมิดในคริสตจักรถือป้ายประท้วงด้านนอกศาลเคาน์ตีระหว่างรอฟังคำพิพากษาเมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จะระบุว่า เพลล์ล่วงละเมิดทางเพศเหยื่ออย่างไร้ยางอายและใช้ตำแหน่งหน้าที่ของเขาโดยมิชอบเพื่อกระทำการล่วงละเมิดร้ายแรงต่อเด็กทั้งสอง แต่ผู้พิพากษาคิดด์ลงความเห็นว่า นักบวชรูปนี้ซึ่งเคยเป็นผู้ดูแลด้านการเงินของวาติกันและเคยเลือกโป๊ปมาแล้ว 2 องค์ ไม่ได้กระทำความผิดอีกเลยในช่วง 22 ปีหลังล่วงละเมิดเด็กทั้งสอง จึงตัดสินจำคุกเขาเพียง 6 ปี จากโทษสูงสุด 50 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี เพลล์ต้องรออย่างน้อยถึงปี 2565 จึงจะขอลดหย่อนโทษได้ และคิดด์กล่าวว่า เพลล์ ซึ่งมีประวัติโรคหัวใจ อาจมีชีวิตอยู่ไม่ถึงวันได้รับอิสรภาพ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31253</URL_LINK>
                <HASHTAG>คริสตจักร, คาร์ดินัล จอร์จ เพลล์, ล่วงละเมิดทางเพศเด็ก, วาติกัน, อดีตที่ปรึกษาคนสนิทโป๊ป, ออสเตรเลีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190313/image_big_5c88d4fabdef3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
