<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104431</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งทีมชำแหละพรบ.งบฯ อัดพรก.ซอฟต์โลนทิพย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วิษณุ&amp;quot; เผยรัฐบาลส่งร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านเข้าสภา 27 พ.ค.นี้ ไปอภิปรายหลัง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ยอมรับหากถูกคว่ำต้องยุบสภาตามธรรมเนียม ประชาธิปัตย์คึกคักตั้งทีม&amp;nbsp; ส.ส.อภิปรายงบฯ 13 คน ปชป.ไม่ไว้หน้า อัด พ.ร.ก.ซอฟต์โลน รัฐบาลจะทำตัวเป็นผู้รู้ทุกอย่างไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทว่า คาดว่าอาจจะส่งให้สภาบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมในช่วงวันที่? 27-28 พ.ค.นี้ โดยสามารถพิจารณาต่อจากร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ซึ่งวันที่จะพิจารณาก็แล้วแต่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ จะกำหนด? ความจริงมีความสำคัญก่อนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯด้วยซ้ำไป เพราะในรัฐธรรมนูญใช้คำว่า เสนอในโอกาสแรก แต่เผอิญร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ได้จัดคิวไว้แล้ว และส่งวาระแล้ว? ตอนนี้เสียเวลาไปแล้ว 15 วัน ดังนั้น?เมื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ เสร็จแล้ว จะพิจารณา พ.ร.ก.เงินกู้เลย ไม่ถือว่าล่าช้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ทางฝ่ายค้านท้วงติงมาว่าหากพิจารณากฎหมายทั้ง 2 ฉบับติดกันจะทำให้เหลือเวลาดูรายละเอียดน้อย รองนายกฯ ตอบว่า ก็ด้วยเหตุผลอันนี้ หากรัฐบาลรีบส่งร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทเลยจะทำให้ประธานสภาฯ ลำบากใจในการบรรจุวาระการประชุม เพราะหากส่งเร็วต้องบรรจุเร็ว และเมื่อบรรจุเร็วจะไม่ได้ทำการบ้าน ดังนั้น? คาดว่าจะส่งไปให้สภาบรรจุในวาระภายใน 1-2 วันนี้ เมื่อขอบรรจุไปแล้วจะไปต่อกับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2565 โดยสภาจะพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ วันที่ 31 พ.ค.-2 มิ.ย. จากนั้นจะเป็นวันหยุด หากสะดวกและพร้อมพิจารณาต่อในวันที่ 4 มิ.ย.ได้เลย แต่ถ้าไม่พร้อมก็แล้วแต่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าการผ่านหรือไม่ผ่านร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ถือว่ามีผลกับรัฐบาลหรือไม่ นายวิษณุแจงว่า ถ้าผ่านก็มีผล? ถ้าไม่ผ่านก็ไม่มีผล ซึ่ง พ.ร.ก.ที่ผ่านไปก็มีผลบังคับใช้แล้ว เพียงแต่ว่าหากสภาไม่อนุมัติหรือไม่เห็นชอบ ?แปลว่าต้องหยุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า หากร่าง พ.ร.ก.กู้เงินไม่ผ่านต้องยุบสภาหรือไม่? นายวิษณุกล่าวว่า &amp;quot;ใช่ ถูก โดยธรรมเนียม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงผลการประชุม ส.ส.ของพรรคว่า พรรคได้รับการจัดสรรเวลาให้อภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 138 นาที มี ส.ส.แจ้งความประสงค์อภิปรายหลายคน ซึ่งจะมีนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ, นายกนก วงษ์ตระหง่าน, นายเกียรติ สิทธีอมร นำทีม ส.ส.รวม 13 คน ในการอภิปรายอย่างสร้างสรรค์ และยึดประโยชน์ของประชาชนและประเทศเป็นสำคัญ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในแต่ละพื้นที่จะได้อภิปรายเพื่อใช้ประโยชน์ในชั้นกรรมาธิการในวาระ 2 ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศกล่าวด้วยว่า สำหรับ ส.ส.ของพรรคที่จะเป็นกรรมาธิการงบประมาณฯ นั้น มีจำนวน 6 คน ประกอบด้วย น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม, นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายสาคร เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่, นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช, นายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา และ น.ส.ผ่องศรี ธาราภูมิ กรรมการบริหารพรรค
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า รัฐบาลจะใช้ภาษีประชาชนอย่างไรก็ได้ตามใจชอบ การอ้างเรื่องการฟื้นฟูและเยียวยา เป็นเพียงวาทกรรมเท่านั้น แต่การเลี่ยงการตรวจสอบจากตัวแทนประชาชน คือเท่ากับว่าไม่ให้เกียรติประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การใช้เงินกู้ 1 ล้านล้านที่ผ่านมา รัฐบาลใช้เงินกู้เพื่อสร้างระบอบประยุทธ์ ผ่านการซื้อเสียงล่วงหน้า ตามโครงการของรัฐบาล ดังนั้นมีความเป็นไปได้ว่าเงินกู้ 500,000 ล้านบาท จะนำไปสร้างโครงการประชานิยม ขยายฐานเสียงทางการเมืองให้กับรัฐบาล รวมทั้งเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้องนายทุนที่ใกล้ชิดระบอบประยุทธ์ ได้ประโยชน์มหาศาล มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่นำไปช่วยเหลือประชาชน นี่คือผลของระบอบประยุทธ์ มองผลประโยชน์ตัวเอง มากกว่าผลประโยชน์ของประชาชน สร้างหายนะให้ประเทศ ขยายความเหลื่อมล้ำในสังคม จนยากที่จะฟื้นฟูในอนาคต&amp;quot; ส.ส.น่านกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันเดียวกันนี้ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุมพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.)การให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2564 (พ.ร.ก.ซอฟต์โลน) โดยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง ชี้แจงเหตุผลความจำเป็นในการตรา พ.ร.ก.ดังกล่าวว่า สืบเนื่องจากการระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ส่งผลให้ความเสี่ยงด้านเครดิตการเงินของประเทศปรับสูงขึ้นมาก ที่ผ่านมาแม้ภาครัฐจะให้การช่วยเหลือลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาผลกระทบ แต่ผู้ประกอบการต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูกิจการนาน จึงต้องมีมาตรการเพิ่มสภาพคล่องให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจโลก และลดภาระหนี้ มาตรการต่างๆ ต้องทำโดยเร่งด่วนเพื่อไม่ให้สถานการณ์ลุกลามบานปลาย จึงจำเป็นต้องตรา พ.ร.ก.ฉบับนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.การคลังกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ประกอบด้วย 2 มาตรการคือ 1.มาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบธุรกิจ (มาตรการสินเชื่อฟื้นฟู) วงเงิน 2.5 แสนล้านบาท เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงสินเชื่อในอัตราที่เหมาะสม และ 2.มาตรการสนับสนุนการรับโอนทรัพย์สินหลักประกันเพื่อชำระหนี้ โดยให้ผู้ประกอบธุรกิจมีสิทธิซื้อทรัพย์สินนั้นคืนในภายหลัง (มาตรการพักหนี้) วงเงิน 1 แสนล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า รัฐบาลจะทำตัวเป็นผู้รู้ทุกอย่างไม่ได้ แต่ต้องฟังทุกภาคส่วน การปล่อยกู้ผ่านสถาบันการเงิน เราไม่มีการกำหนดเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อเชิงนโยบาย จึงไม่มีการจัดลำดับความสำคัญ แต่เป็นนโยบายของแต่ละธนาคารที่กำหนดเอง และแม้ว่าการแก้ไขปัญหาเฉพะหน้าเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องทำ แต่ต้องมองระยะยาวต่อไปในวันข้างหน้าด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ก่อนหน้านี้รัฐบาลเคยออก พ.ร.ก.ซอฟต์โลน มาแล้ว แต่ไม่ตอบโจทย์ ครั้งนี้เป็นรอบที่ 2 แต่กลับไม่มีเป้าหมาย ไม่มีการอธิบายว่า อยากเห็นการปล่อยกู้เท่าไหร่อย่างไร มีแต่การบอกวัตถุประสงค์คร่าวๆ ดังนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ควรต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการกำกับธนาคารต่างๆ ให้ปล่อยกู้ตามเป้าหมาย ธปท.ต้องเพิ่มมาตรการสร้างแรงจูงใจให้ธนาคารต่างๆ ในการปล่อยสินเชื่อ เช่น ให้มีค่าธรรมเนียมพิเศษกรณีลูกหนี้ขอวงเงินต่ำกว่า 2 ล้านบาท ให้สถาบันการเงินของรัฐมีความเข้มแข็งมากขึ้นในการปล่อยสินเชื่อ ตั้งคอลเซ็นเตอร์รวมถึงโครงการคลินิกช่วยกู้ เพื่อรับเรื่องให้คำปรึกษาระหว่างเอสเอ็มอีกับสถาบันการเงิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.วรรณวรี ตะล่อมสิน ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า เท่าที่ทราบและพูดคุยกับผู้ประกอบการมา ได้ยินถึงขนาดว่าคนที่เดินเข้ามาหาแบงก์เพื่อขอกู้&amp;nbsp; ร้อยทั้งร้อยแทบไม่มีใครได้กู้ ได้ยินแล้วพูดตรงๆ ว่าฟังแล้วทั้งเจ็บ ทั้งจุก ครั้งแล้วครั้งแล้ว ที่ธุรกิจเล็กๆ ธุรกิจที่เดือดร้อน ไม่มีโอกาสได้เข้าถึงวงเงินเยียวยาจริงๆ รัฐบาลสู้อุตส่าห์เตรียมวงเงินสูงถึง 350,000 ล้าน เพื่อพยุงธุรกิจ เขียน พ.ร.ก.อย่างสวยหรู อ่านแล้วดูดีมีความหวัง แต่มันไม่สำคัญ ในความเป็นจริงแบงก์ก็ไม่ได้ปฏิบัติตามได้อย่างที่เขียน ขอให้นิยามซอฟต์โลนฉบับใหม่นี้ว่าซอฟต์โลนทิพย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกนก วงษ์ตระหง่าน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า เชื่อว่า พ.ร.ก.ดังกล่าวยังไม่สามารถทำให้สถาบันการเงินคลายความกังวลในการปล่อยกู้ได้ อีกทั้งการประกอบธุรกิจขณะนี้ พบว่าเกิดลักษณะซอมบี้ คอมปานี หรือธุรกิจผีดิบ ที่ไม่เติบโต และไม่ตาย เชื่อว่าธนาคารจะไม่ปล่อยเงินให้กู้ ซึ่งจากการติดตามของกรรมาธิการ พบว่ามีกลุ่มธุรกิจรายย่อยมาร้องเรียนกับกรรมาธิการ และเมื่อกลับไปยังภูมิลำเนา พบว่าธนาคารปฏิเสธไม่ร่วมทำการค้าด้วย ดังนั้นความคิดและทัศนคติของธนาคารไม่เหมาะสม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104431</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านเ, พ.ร.บ.งบประมาณ, พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565, พรก.ซอฟต์โลน, วาระการประชุม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210527/image_big_60afb55b84ac2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75252</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2020 20:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2020 20:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบ-ฝ่ายปชต.มีโวย! &#039;ไพบูลย์&#039; เผยเลื่อนวาระญัตติแก้รัฐธรรมนูญออกไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ส.ค.63 - นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 คนที่ 1 กล่าวถึงความคืบหน้าในการจัดทำรายงานศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการจัดทำรายงาน โดยจะเสร็จสิ้นในวันที่ 25 สิงหาคม และจะนัดประชุมกมธ.ในวันที่ 27-28 สิงหาคมเพื่อรับรองรายงานผลการศึกษา ก่อนเสนอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมต่อไป โดยคาดว่า จะเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่เพื่อพิจารณาได้ในวันที่ 9-10 กันยายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่สภาฯจะนัดประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ของฝ่ายค้าน ในวันที่ 1 กันยายนนั้น ส่วนตัวเมื่อไปดูจากระเบียบวาระประชุมร่วมรัฐสภาขณะนี้ ยังมีกฏหมายที่ต้องพิจารณาก่อนหน้าญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญอีก 3 ฉบับ ดังนั้น คิดว่า ไม่น่าทันได้พิจารณาได้ในวันที่ 1 กันยายน เพราะกฏหมาย 3 ฉบับต้องใช้เวลาพิจารณาพอสมควร อีกทั้ง ขณะนี้ญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลก็ยังไม่ได้เสนอเข้าสู่สภาฯ จึงคิดว่า ควรรอรายงานผลสรุปของกมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ก่อนทำให้เป็นไปตามขั้นตอน ไม่เช่นนั้น การที่สภาฯ ตั้งกมธ.วิสามัญขึ้นมาศึกษาก็จะเป็นเสียเปล่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้าการพิจารณาญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่ในสมัยประชุมนี้ผมคิดว่า ยังไม่สาย อีกทั้งขณะนี้ได้มีพระราชกฤษฎีกาขยายเวลาการประชุมรัฐสภาปิดสมัยประชุมนี้ ออกไปเป็นวันที่ 25 กันยายนแล้ว ดังนั้น เมื่อสภาฯพิจารณารายงานศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญของสภาฯเสร็จ ในช่วงวันที่ 9-10 กันยายน แล้วช่วงปลายสมัยประชุม ในวันที่ 23-24 กันยายนนี้ ที่ประชุมรัฐสภามาพิจารณาร่วมกันก็ยังไม่สาย โดยยังถือว่าอยู่ในสมัยประชุมนี้ ถึงต้องนั้นก็จะได้พิจารณาพร้อมๆกันหมดเลย ทั้งญัตติของรัฐบาลและฝ่ายค้าน&amp;rdquo; นายไพบูลย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับญัตติที่ประชาชนเข้าชื่อร่วมกับ ไอลอว์ และเครือข่ายนั้น คิดว่า คงไม่ทันสมัยประชุมนี้อยู่แล้ว เพราะแม้จะรวบรวมรายชื่อได้ทัน แต่ก็ยังต้องใช้เวลาสำหรับการตรวจสอบความถูกต้องของรายชื่ออีก ส่วนญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับของส.ว.นั้น ตนไม่ทราบว่า ส.ว.จะยื่นหรือไม่ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้ยินข่าว เชื่อว่า คงไม่ยื่น แต่จะมาพิจารณาจากญัตติของส.ส. &amp;nbsp;ดังนั้น จึงคิดว่า น่าจะมี 2 ญัตติของรัฐบาลกับฝ่ายค้านสำหรับการพิจารณาเท่านั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75252</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, วาระการประชุม, แก้ไขรัฐธรรมนูญ, ไทยโพสต์, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200703/image_big_5eff28961b907.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
