<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95977</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทุบโต๊ะ!ล้มรื้อรธน. ‘ไพบูลย์’อ้างคำวินิจฉัยตุลาการฯตีเช็คเปล่าให้สสร.ไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ไพบูลย์&amp;quot; ชี้ร่างรัฐธรรมนูญวาระที่ 3 ต้องตกไปเหตุขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ &amp;quot;ธนกร&amp;quot; เหน็บ &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; นักกฎหมายขั้นเทพ นับวันตรรกะยิ่งวิบัติมาก เตือนระวังหมิ่นศาลรธน. ด้าน &amp;quot;อนุสรณ์&amp;quot; เผยถ้าได้รัฐธรรมนูญโดยประชาชน เราจะฉลอง 7 วัน 7 คืน เหมือนที่คณะราษฎรฉลองวันรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2564 นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ฝ่ายกฎหมาย ในฐานะผู้ยื่นญัตติส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กล่าวว่า ตามที่นายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 1 ในตุลาการเสียงข้างมาก 8 ราย มีคำวินิจฉัยส่วนตนว่า พิจารณาแล้วเห็นว่ารัฐสภาย่อมมีหน้าที่และอำนาจในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ แต่กระนั้นอำนาจแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมีลักษณะเป็นอำนาจที่แตกต่างจากอำนาจในการพิจารณาให้ความเห็นชอบกฎหมายที่เป็นอำนาจนิติบัญญัติตามปกติ เนื่องจากเป็นอำนาจสำคัญที่กระทบต่อความมั่นคงของรัฐธรรมนูญ อันเป็นที่มาของสถาบันและองค์กรต่างๆ ที่ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ รวมถึงรัฐสภาซึ่งเป็นองค์กรที่ได้รับมอบหมายให้แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาชี้ว่าในกรณีเช่นนี้ รัฐสภาจึงต้องทำหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายอย่างเคร่งครัด ไม่อาจใช้อำนาจนอกเหนือจากที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้ ไม่ว่าจะเป็นการละเมิดข้อห้ามแก้ไขเพิ่มเติมหลักการพื้นฐานของประเทศ หรือดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่มีลักษณะเป็นการโอนอำนาจการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่เป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐสภาไปให้องค์กรอื่นเป็นผู้กระทำการแทน (โดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร. ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง มีอำนาจเด็ดขาดอิสระจากรัฐสภาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ) ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และคำวินิจฉัยส่วนตนปรากฏบทสรุปข้อ 3 &amp;ldquo;รัฐสภาเท่านั้นเป็นผู้มีหน้าที่และอำนาจในการดำเนินการ โดยอาจแต่งตั้งกรรมาธิการ (กมธ.) หรือสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ก็ได้ แต่มิใช่มอบอำนาจให้ ส.ส.ร. ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง ดำเนินการอย่างเป็นอิสระเด็ดขาดจากรัฐสภา เพราะที่มาของ ส.ส.ร.ดังกล่าวแม้จะเป็นอย่างเดียวกับการได้มาซึ่ง ส.ส. แต่ ส.ส.ร.ก็ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของรัฐสภา ดังนั้นเมื่อมี ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องมีการเลือกตั้ง ส.ส.ร.โดยตรงเพื่อมาทำหน้าที่เดียวกันอีก&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์กล่าวว่า คำวินิจฉัยส่วนตนนี้ชี้ชัดเจนว่า ร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านวาระที่สอง รอลงมติวาระที่ 3 ในวันที่ 17 มีนาคมนี้ ได้บัญญัติให้รัฐสภามอบอำนาจให้ ส.ส.ร. ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง ดำเนินการอย่างเป็นอิสระเด็ดขาดจากรัฐสภา จึงเป็นร่างรัฐธรรมนูญที่ขัดต่อคำวินิจฉัยส่วนตนของนายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 1 ในตุลาการเสียงข้างมาก 8 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐเผยว่า ได้แสดงความเห็นไว้ต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม ว่ารัฐสภายังไม่มีหน้าที่และอำนาจในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่จะมีขึ้นต่อเมื่อประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญได้ลงประชามติเสียก่อนว่าประชาชนประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จากนั้นรัฐสภาจึงจะมีหน้าที่และอำนาจในจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ และตนเห็นว่าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไว้เป็นหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาที่ต้องดำเนินการเอง ไม่สามารถมอบอำนาจให้ ส.ส.ร. มาดำเนินการแทนได้ตามร่างรัฐธรรมนูญที่รอพิจารณาในวาระที่ 3 ดังนั้นความเห็นส่วนตนจึงไม่สามารถโหวตเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญที่ขัดต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น
&amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot;นักกฎหมายขั้นเทพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ทวีตข้อความระบุว่า เมื่อศาลรัฐธรรมนูญช่วยยืนยันว่าประชาชนเป็นผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ ขนาดยกเลิกรัฐธรรมนูญได้ ทำรัฐธรรมนูญใหม่ได้ ดังนั้น ประชาชนก็ย่อมยกเลิกศาลรัฐธรรมนูญได้เช่นกันว่า นับวันตรรกะนายปิยบุตรยิ่งวิบัติมาก ไม่เข้าใจว่าเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยมาได้อย่างไร ศาลรัฐธรรมนูญเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ มีอำนาจหน้าที่ชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชัดเจนว่าสภามีอำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ต้องทำประชามติถามประชาชนก่อนว่ามีความประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และเมื่อร่างรัฐธรรมนูญเสร็จ ต้องให้ประชาชนลงมติเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คุณปิยบุตรเป็นนักกฎหมายขั้นเทพ อย่าใช้วาทกรรมทางกฎหมายดิสเครดิตศาลรัฐธรรมนูญ ระวังจะละเมิดอำนาจศาล ในอดีตมี ส.ส.ติดคุกเพราะละเมิดศาลรัฐธรรมนูญมาแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกรกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวหา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โกหกกลางสภาว่าจะสนับสนุนแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ท่านนายกฯ ไม่เคยโกหก ท่านนายกฯ ยืนยันชัดเจนในการสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นอำนาจของรัฐสภา ดังนั้นทุกอย่างควรเดินไปตามกระบวนการ พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยไปก้าวล่วงอำนาจของสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาระบุว่า ตนมองว่ากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญควรดำเนินการตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดปัญหาตามมาอีก ซึ่งอาจจะทำให้การแก้ไขช้าไปบ้าง แต่ถ้าประชาชนได้ประโยชน์ก็ควรทำ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายค้านก็ไม่ควรมาโทษรัฐบาล หรือมาโทษ พล.อ.ประยุทธ์ไปทุกเรื่อง พล.อ.ประยุทธ์ทำทุกอย่างเพื่อประชาชนทุกคน ขอให้เข้าใจด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้ากลุ่มไทยภักดี โพสต์เฟซบุ๊ก warong dechgitvigrom ระบุว่า หยุดตะแบง ทำไมภาษาไทยแค่นี้จึงตีความกันยากจัง ในเมื่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญน่าจะเข้าใจไม่ยาก &amp;quot;รัฐสภามีหน้าที่และอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ โดยต้องให้ประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญได้ลงประชามติเสียก่อนว่าประชาชนประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และเมื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จแล้ว ต้องให้ประชาชนลงประชามติเห็นชอบหรือไม่กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกครั้งหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่มีนักการเมืองกลุ่มหนึ่งพยายามสื่อว่า &amp;quot;สิ่งที่เรากำลังดำเนินการอยู่คือการแก้ไขเพิ่มเติมรายมาตรา คือมาตรา 256 ไม่ใช่แก้ไขทั้งฉบับ จึงไม่ขัดต่อศาลรัฐธรรมนูญ&amp;quot; แต่พวกท่านก็บอกประชาชนไม่หมดว่า แม้ท่านจะแก้ไขแค่มาตราเดียว แต่เจตนาการแก้มาตรานี้นั่นคือ การตั้ง ส.ส.ร. เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ถ้าเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มันก็ขัดต่อศาลรัฐธรรมนูญที่วินิจฉัยออกมานั่นคือ &amp;quot;รัฐสภามีหน้าที่และอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ โดยต้องให้ประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญได้ลงประชามติเสียก่อนว่าประชาชนประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่&amp;quot; ให้ไปทำประชามติถามประชาชนเสียก่อน ถ้ายังดื้อดึง คงมีบางคนต้องไปชี้แจงต่อ ป.ป.ช. อย่าว่ากันนะครับ
หลอกลวงประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และที่ปรึกษาผู้นำพรรคฝ่ายค้าน โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า &amp;quot;อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน ต้องเคารพ เจตนารมณ์ประชาชน หยุดยื้อเวลา เพื่อสืบต่ออำนาจตน&amp;quot; ภายหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญพรรคร่วมฝ่ายค้านยืนยันว่ารัฐสภามีอำนาจโหวตวาระ 3 เป็นไปตามญัตติ เพราะญัตติที่เรายื่นในรัฐสภาเป็นญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญปี 2560
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราถือว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นอำนาจของรัฐสภา ซึ่งต้องดำเนินการตามขั้นตอนกระบวนการให้เสร็จสมบูรณ์ด้วยการโหวตวาระ 3 ที่ยังค้างอยู่ ในกระบวนการดังกล่าวเป็นอำนาจหน้าที่ที่สำคัญของรัฐสภา ไม่ควรมีใครขัดขวางให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นต้นตอของปัญหาประเทศต้องหยุดชะงัก หรือยื้อเวลาออกไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอเรียกร้องให้ประชาชนได้จับตาดูพรรคการเมืองที่เสนอนโยบายการแก้ไขรัฐธรรมนูญตอนหาเสียงเลือกตั้งว่าจะมีท่าทีอย่างไร ในเมื่อประเด็นนี้ถูกจัดให้เป็นเงื่อนไขสำคัญของการร่วมรัฐบาลของบางพรรค ซึ่งพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้นำเสนอให้ การแก้ไข รัฐธรรมนูญ เป็นวาระสำคัญเร่งด่วนของรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น ถ้าพรรคร่วมรัฐบาลไม่ยอมยกมือโหวตผ่านวาระ 3 ย่อมเป็นการพิสูจน์ถึงความจริงใจของรัฐบาล ที่สะท้อนให้เห็นความไม่จริงใจ ความหลอกลวงประชาชนอย่างชัดเจนที่กระทำมาโดยต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะกรรมาธิการพิจารณารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับเพิ่มเติม กล่าวถึงความเห็นเกี่ยวกับการโหวตในญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 ของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ว่า ชัดเจนว่าความตั้งใจจริงของรัฐบาลไม่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญตั้งแต่ต้น เพราะในส่วนของคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมา ที่ก็ชัดเจนว่าฝ่ายนิติบัญญัติมีอำนาจในการแก้ไขกฎหมายนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ส.พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า การออกมาของนายวิษณุจึงเป็นการพยายามตีความกฎหมายเข้าข้างตัวเอง เพื่อประโยชน์ในการปกป้องรัฐธรรมนูญฉบับสืบทอดอำนาจเผด็จการเป็นปัจจัยหลัก ไม่ได้ยึดในแนวทางกฎหมาย ซึ่งเป็นไปตามทฤษฎีสมคบคิดเพื่อปกป้องอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ มากกว่าปกป้องประโยชน์ของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่านกล่าวด้วยว่า การออกมาของนายวิษณุ จึงเป็นการส่งสัญญาณจากรัฐบาลโดยตรงไปยังเครือข่ายของคณะยึดอำนาจให้คว่ำญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 3 โดยรัฐบาลจะเป็นผู้ร้ายในสายตาประชาชนที่โกหกประชาชนมาโดยตลอด แม้ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์จะพูดกลางสภาเมื่อครั้งการแถลงแนวนโยบายแห่งรัฐ ว่าจะเร่งศึกษาและแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็เป็นการโกหกประชาชนกลางสภาเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาล คงต้องถามว่ายังคงยึดมั่นในเจตนารมณ์ของพรรคก่อนเข้าร่วมรัฐบาลว่าจะดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือในการตั้งเงื่อนไขการเข้าร่วมครั้งนั้นเป็นเงื่อนไขเพื่อให้ดูดี เพราะหากยังคงร่วมรัฐบาล ก็เท่ากับว่าพรรคร่วมรัฐบาลยึดติดกับตำแหน่งทางการเมือง และพร้อมหักหลังประชาชน หากยังอยู่ร่วมรัฐบาล ก็เท่ากับพร้อมร่วมโกหกประชาชน และยึดติดเก้าอี้เสนาบดีมากกว่าผลประโยชน์ของประชาชน&amp;rdquo; นพ.ชลน่านกล่าว
ประชาธิปไตยต้องมีศีลธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ TCDC อาคารไปรษณีย์กลาง บางรัก กรุงเทพฯ สถาบันปรีดี พนมยงค์ จัดกิจกรรมการ PRIDI Talks9 x CONLAB โดยมีการเสวนาในหัวข้อ &amp;ldquo;รัฐธรรมนูญเพื่อประชาธิปไตยที่สมบูรณ์&amp;rdquo; โดยนายอนุสรณ์ ธรรมใจ ประธานกรรมการบริหารสถาบันปรีดี พนมยงค์ กล่าวตอนหนึ่งว่า รัฐธรรมนูญไม่สามารถทำให้ประเทศนี้เป็นประชาธิปไตยได้ แต่รัฐธรรมนูญจะเป็นกติกาสูงสุด แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ทางอำนาจระหว่างประชาชนกับรัฐบาล ความสัมพันธ์องค์กรของรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าขณะนี้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ ถ้าจะทำให้เรารู้สึกสบายใจ เราจะเปรียบเทียบประเทศเรากับประเทศพม่า ซึ่งดีกว่า แต่ถามว่าทำไมต้องเปรียบเช่นนั้น เหตุใดไม่เปรียบเทียบว่าประเทศไทยต้องอยู่แถวหน้าของเอเชีย ต้องมีความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคมแบบยุโรป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์กล่าวว่า วันนี้เราไม่อาจบอกได้ว่าเราเป็นประเทศประชาธิปไตย ดูเพียงแค่รัฐธรรมนูญก็ไม่ได้เป็นประชาธิปไตย คนเพียงไม่กี่คนเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) แล้วให้บุคคลเหล่านี้มาเลือกนายกฯ และนายกฯ ไม่ได้มาจากประชาชน คนที่มาจากการเลือกตั้งก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นประชาธิปไตย อาจเป็นเผด็จการ คำพูดของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ชัดเจน วิธีการที่จะควบคุมประชาชนอย่างดีที่สุดคือค่อยๆ กีดกั้นเสรีภาพออกไปทีละเล็กทีละน้อย ทำลายให้หมดไปเรื่อยๆ โดยไม่ให้ประชาชนรู้ตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น หากประชาชนไม่ลุกขึ้นมาต่อสู้ให้รัฐธรรมนูญปี 60 ต้องได้รับการแก้ไขให้เป็นประชาธิปไตย อย่าหวังว่าบ้านเมืองจะดีขึ้น ระบบการปกครองที่ดี ประชาธิปไตยต้องมีศีลธรรม ต้องมีความซื่อสัตย์ จะอ้างประชาธิปไตย หรืออ้างการเลือกตั้ง แล้วไปโกงทุจริตคอร์รัปชันก็ย่อมไม่ได้ เราก็ไม่เอา
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามข้อเรียกร้องของ ส.ว.คนหนึ่ง และ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐคนหนึ่ง ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชัดเจนว่ารัฐสภามีอำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คืออำนาจของประชาชน ซึ่งถูกต้องแล้ว ถ้าวินิจฉัยต่างจากนี้จะประหลาดมาก นั่นหมายความว่าวันที่ 17-18 มี.ค.นี้ รัฐสภาต้องเดินหน้าโหวตวาระสาม จะแก้ได้หรือไม่ได้ ไม่เป็นไร เราจะสู้ในระบบ หาก ส.ว.คว่ำการแก้ไขวาระสามก็คือคว่ำเลย และประชาชนจะได้รู้ว่าแต่ละคนมีจุดยืนอย่างไร จะได้ทราบว่าพรรคการเมืองที่ประกาศตัวเองจะแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยแล้วเข้าร่วมรัฐบาลชุดนี้ จะทำตามที่ประกาศไว้หรือไม่ เราจะได้เห็นกันชัดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า คนจำนวนมากไม่มีความมั่นใจว่าร่างรัฐธรรมนูญจะถูกคว่ำ เรามั่นใจว่าอย่างไรเสียโอกาสที่ร่างรัฐธรรมนูญจะคว่ำสูงมาก แต่ไม่เป็นไร คว่ำก็คว่ำไป แต่เราจะรณรงค์ต่อสู้โดยมุ่งไปที่รัฐบาลจะต้องทำประชามติ ในเมื่อบอกว่าอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญอยู่ที่ประชาชน ก็ต้องให้ประชาชนทำประชามติว่าต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้มีบางฝ่ายตีความว่าห้ามโหวตวาระสาม เกมนี้พอมองออกว่า ส.ว.จะงดออกเสียง พรรคพลังประชารัฐก็อาจจะงดออกเสียง จนทำให้การโหวตวาระสามล่ม แล้วก็ว่ากันใหม่&amp;quot; นายอนุสรณ์กล่าว
จะฉลอง 7 วัน 7 คืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานกรรมการบริหารสถาบันปรีดีฯ กล่าวว่า ถ้ามองโลกในแง่ดี หวังว่าจะมี ส.ว.จำนวน 1 ใน 3 ของ ส.ว.ทั้งหมด เห็นแก่ประโยชน์ของส่วนร่วม เห็นแก่ความก้าวหน้า เห็นแก่ความเป็นประชาธิปไตย โหวตเดินหน้าวาระสาม ตนจะขอคารวะ แต่อยากถามว่าเชื่อหรือไม่ว่าจะมี ส.ว.แบบนั้น มีหรือไม่มี ไม่ทราบ แต่หวังว่าจะมีอยู่บ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าเราได้รัฐธรรมนูญโดยประชาชน เราจะฉลอง 7 วัน 7 คืน เหมือนที่คณะราษฎรฉลองวันรัฐธรรมนูญ&amp;quot; ประธานกรรมการบริหารสถาบันปรีดีฯ กล่าว และว่า อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ต้องเกิดจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง ไม่เหมือนกับรัฐธรรมนูญปี 40 แม้ได้รับยกย่องว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด แต่การเลือก ส.ส.ร.ในครั้งนั้นก็ยังมาด้วยการเลือกตั้งทางอ้อม แต่คราวนี้ ส.ส.ร.จะมาจากการเลือกตั้งโดยตรง แต่สิ่งสำคัญคือต้องทำงานแข่งกับเวลา เราต้องเสนอกรอบเวลา เพราะรู้อยู่แล้วว่ามีคนชอบซื้อเวลา โดยการส่งให้ศาลตีความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) กล่าวว่า จากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 11 มี.ค. ไม่เห็นมีปัญหาอะไร แต่มีบางคนระบุว่ามีปัญหา โดยเกิดการตีความคำว่า &amp;ldquo;ก่อน&amp;rdquo; ออกเป็นสองความหมาย คือ 1.ก่อนจัดทำรัฐธรรมนุญ หรือ 2.ก่อนตั้งแต่เริ่มเสนอวาระแรกในการจัดทำรัฐธรรมนนูญ ซึ่งอยากจะบอกว่าตามคำวินิจฉัยศาล หมายความว่าเมื่อผ่านวาระสามแล้วให้ไปจัดทำประชามติก่อนที่จะมีการจัดตั้ง ส.ส.ร. เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ถูกแล้ว ไม่มีอะไรมาก แต่ก็ยังมีคนอยู่สองกลุ่ม กลุ่มแรกบอกว่ากระบวนการที่ผ่านมาทั้งหมดไม่ได้เลย กับกลุ่มที่สอง คือไม่ต้องการให้มี ส.ส.ร. เพราะเป็นการตีเช็คเปล่าให้สามารถแก้หมวด 1-2 ของรัฐธรรมนูญ รวมถึงแก้อีก 38 มาตรา ที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์และอำนาจของพระมหากษัตริย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ฝากถึง ส.ว.ที่กำลังจะลงมติในวันที่ 17 มีนา. ถ้ามั่นใจว่าเหตุผลดังกล่าวฟังขึ้น ก็ขอให้โหวตไปเลย แต่ต้องอธิบายต่อประชาชน ถ้าคิดว่าเหตุผลปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ถ้าอ้างว่า ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้ง จะทำให้ใครก็ไม่รู้ได้เช็คเปล่าเปลี่ยนแปลงหมวด 1-2 และอีก 38 มาตราที่เกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์ แปลว่าท่านรู้อยู่แล้วว่าประชาชนต้องการการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจริงหรือเปล่าผมไม่รู้ แต่ท่านกำลังส่งสัญญาณแบบนั้น แต่ผมไม่รู้ว่าประชาชนคิดอะไร&amp;rdquo; ผู้จัดการไอลอว์กล่าว
ออกแบบมาเพื่อเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ &amp;quot;ไอติม&amp;quot; ผู้ก่อตั้งเครือข่ายรัฐธรรมนูญก้าวหน้า (CONLAB) กล่าวว่า รัฐธรรมนูญปี 60 ประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วม และเจตนาผู้จัดทำร่างรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้ต้องการให้กติกาเป็นกลาง โดยตอนแรกร่างเพราะ คสช.ต้องการเป็นกรรมการ แต่พอร่างเสร็จเรียบร้อยก็โดดลงมาเป็นผู้เล่น โดยเห็นชัดจากนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เคยพูดอย่างไม่เกรงกลัวว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกแบบมาเพื่อเรา ยิ่งกว่านั้น กระบวนการได้มาไม่เป็นกลาง หลายคนอ้างว่ารัฐธรรมนูญปี 60 ผ่านประชามติมาแล้ว ซึ่งตนเห็นว่าอ้างไม่ได้ เพราะถ้าย้อนไปดูการจัดทำประชามติ เห็นชัดว่าไม่ได้จัดทำประชามติอย่างเสรีและเป็นธรรม อีกทั้งไม่ได้เปิดให้ประชาชนทุกฝ่ายได้แสดงความคิดเห็นอย่างเสรี ทั้งฝ่ายเห็นด้วยและฝ่ายไม่เห็นด้วย ดูจากมีการส่งข้อดีของรัฐธรรมนูญถึงตู้ไปรษณีย์ของแต่ละบ้าน ขณะเดียวกัน นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน รณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญกลับถูกจับติดคุก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า การจะจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ โดยไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราควบคู่ไปด้วยนั้น ไม่ได้ เพราะการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ต้องใช้เวลา 1-2 ปี ซึ่งระหว่างนั้นไม่มีใครทราบว่าจะเกิดอุบัติเหตุหรือรัฐประหารอะไรขึ้นระหว่างทาง ถ้าเกิดจริง เท่ากับเราจะได้กติกาเหมือนเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ขอตั้งข้อสังเกตว่า ฝ่ายผู้มีอำนาจอาจจะตั้งแง่เกี่ยวกับคำถามประชามติว่า การโหวตเห็นชอบหลังวาระที่สามคือการโหวตรับร่างแก้ไข ซึ่งเป็นคนละอย่างกับการรับหลักการว่าควรจะมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ เพราะเป็นการรับร่างแก้ไขที่ระบุรายละเอียดไปแล้วว่าต้องมี ส.ส.ร. จำนวน 200 คน มาจากการเลือกตั้ง ถ้าจะไม่ยอมรับว่าเป็นคำถามเดียวกัน เราสามารถตั้งเป็นคำถามพ่วงได้ กล่าวคือคำถามแรก ถามว่ารับร่างแก้ไขที่ผ่านสภามาหรือไม่ และคำถามที่สอง ถามว่าเห็นด้วยกับการรับหลักการจะมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพริษฐ์กล่าวด้วยว่า ขอเสนอให้มีการแก้ไขรายมาตราควบคู่ไปด้วย โดยการยุบวุฒิสภา ให้เหลือสภาเดี่ยว คือสภาผู้แทนราษฎร รีเซตที่มาศาลและองค์กรอิสระ รวมถึงตัดเรื่องยุทธศาสตร์ออก อย่าให้ คสช.นำเรื่องนี้ไปเร่งงานฝั่งตรงข้ามได้ หากมีการพลิกขั้วอำนาจ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95977</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ, คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ, ร่างรัฐธรรมนูญ, วาระที่ 3, ศาลรัฐธรรมนูญ, ส.ส.ร., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201110/image_big_5faaa5432614f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56950</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2020 09:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2020 09:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชวน&#039;บี้รัฐบาลต้องรับผิดชอบเรื่ององค์ประชุมสภาหวังทุกฝ่ายร่วมดันงบ63เพื่อให้ทุกองค์กรมีเงินใช้จ่าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.พ.2563 - &amp;nbsp;นายชวน &amp;nbsp;หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการประชุมสภาเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ในวาระที่ 2 และ วาระที่ 3 ที่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 13 ก.พ.เป็นต้นไป ว่าเรื่ององค์ประชุมสภาเป็นหน้าที่ของฝ่ายรัฐบาลเสียงข้างมากและ ส.ส.ทุกคน แต่รัฐบาลจะต้องรับผิดชอบมากกว่าอีกฝ่าย อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายงบประมาณเป็นเรื่องที่ค้างการพิจารณามาพอสมควรแล้ว จึงต้องหาทางช่วยกันเพื่อประโยชน์ส่วนรวม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวนกล่าวว่า เมื่อมีการเริ่มต้นในวาระที่ 2 ใหม่ ส.ส.ย่อมมีสิทธิอภิปรายได้เต็มที่ แต่เนื่องจากเคยอภิปรายกันเต็มที่มาแล้ว ดังนั้น กระบวนการจากนี้น่าจะประหยัดเวลาลงไปได้ ประกอบกับ ส.ส.ย่อมทราบดีว่าเป็นเรื่องที่พิจารณากันมาแล้ว คงจะไม่มีการลงรายละเอียดกันมากนัก ทั้งนี้ ยังไม่ได้กำหนดกรอบการพิจารณา แต่คิดว่าการพิจารณาไม่น่าจะช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อยากให้ทุกฝ่ายร่วมมือกัน อย่างน้อยกฎหมายนี้เป็นกฎหมายสำคัญที่ต้องมีเงินไปใช้จ่ายสำหรับทุกองค์กร&amp;quot; นายชวน กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56950</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน  หลีกภัย, ประธานสภาผู้แทนราษฎร, ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563, วาระที่ 2, วาระที่ 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200212/image_big_5e435d614c087.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
