<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111127</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2021 10:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2021 10:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>’ไทวิจิต’หยิบประเด็นฝุ่นพิษสร้าง5ผลงานศิลปะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หมอกควันพิษ หรือฝุ่น PM2.5 เป็นปัญหาสำคัญของประเทศ &amp;nbsp;โดยเฉพาะประชาชนในภาคเหนือ โดยเฉพาะจ.เชียงใหม่ต้องใช้ชีวิตจมฝุ่นพิษเกินค่ามาตรฐานทุกปี &amp;nbsp;วิกฤตหนักถึงขั้นติดอันดับ 1 เมืองที่มีค่ามลพิษในอากาศ ของโลก โดยวัดค่าดัชนีคุณภาพอากาศได้สูงถึง 255 USAQI( ข้อมูลจากเว็บไซด์ https://www.iqair.com) สาเหตุหลักมาจาก ไฟป่า การเผากลางแจ้ง การเผาขยะมูลฝอย &amp;nbsp;ไม่รวมควันพิษจากรถยนต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทวิจิต พึ่งเกษมสมบูรณ์ ศิลปินระดับแนวหน้า ปัจจุบันอาศัยและทำงานอยู่ที่เชียงใหม่ เป็นหนึ่งในผู้ประสบกับภัยทางอากาศภาคเหนือร่วมกับวารินแล็บ คอนเท็มโพรารี (Warin Lab Contemporary) จัดนิทรรศการ &amp;quot;One Generation Plants the Trees, Another Gets the Shade&amp;rdquo; ศิลปะร่วมสมัยแบบสื่อผสม นำเสนอประเด็นสภาพอากาศจากปัญหาฝุ่นควันพิษทางภาคเหนือ ประกอบไปด้วยจิตรกรรม ประติมากรรม และศิลปะจัดวาง เปิดเข้าชม ณ ห้องนิทรรศการ วารินแล็บ คอนเท็มโพรารี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทวิจิต เล่าถึงแรงบันดาลใจว่า ปัญหาหมอกควันภาคเหนือที่มีค่าฝุ่นPM2.5 สูงมาก&amp;nbsp; แนวโน้มจะหนักขึ้น &amp;nbsp;แม้ว่าเราจะหนีไปอยู่ในพื้นที่อื่น &amp;nbsp;แต่สุดท้ายไม่สามารถหนีได้อีกต่อไป ต้องอยู่และหาทางแก้ไขร่วมกัน นำมาสื่อสารผ่านผลงาน 5 ชุด&amp;nbsp; เริ่มจากประติมากรรมชุด&amp;rdquo;หนีเสือปะจระเข้&amp;rdquo; เคยจัดแสดงในนิทรรศการ Art For Air จ.เชียงใหม่ ประกอบร่างขึ้นจากเหล็กเส้นไม่ใช้แล้วให้เป็นคน 2 คน ที่มีหัวเป็นเสือและจระเข้ &amp;nbsp;โดยหัวจะถูกมืออีกข้างหนึ่งกดไว้ที่พื้น ภายในใส่ใบไม้แห้งลงไป เป็นอุปมาอุปมัยว่า หนีจากปัญหาหนึ่งไปเจอปัญหาหนึ่ง อีกนัยสื่อการเอาชนะปัญหาได้ แต่ในหลายครั้งเราลืมว่าตัวเองมีส่วนสร้างปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผลงานชุด &amp;ldquo;ปรับจริง&amp;rdquo;&amp;nbsp; (Real Fine) มี 4 ชิ้น ศิลปินบอกล้อเลียนโปสเตอร์รณรงค์งดเผาในที่โล่งแจ้งช่วงฤดูหมอกควันเข้มข้น มีข้อความ &amp;ldquo;ถ้าคุณเผา ปรับจริง จับจริง&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ก็ยังพบการลักลอบเผา ตนวาดภาพคนกำลังหายใจเข้าปอดลงบนกล่องกระดาษที่ใช้บรรจุเครื่องปรับอากาศ โดยตรงปอดมีกล่องสีดำ คือ เครื่องปรับอากาศ จากนั้นภาพจะถูกครอบด้วยหน้าต่างเหล็กดัด ห่อทับด้วยพลาสติกใสอีกครั้งหนึ่งเสมือนถูกจองจำไว้ในบ้าน เพราะไม่ต้องการออกไปด้านนอกและไม่ให้มลพิษเข้ามาในบ้าน ซึ่งบ้านตนก็รีโนเวท ให้อากาศเข้าได้น้อยที่สุดช่วงหน้าร้อน และติดแอร์ให้อากาศเย็นสบายขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลงานชุด &amp;ldquo;Blowin In The Wind &amp;ldquo; ศิลปิน เล่ามาจากชื่นชอบเพลง Blowin In The Wind แต่งโดย Bob Dylan &amp;nbsp;เพลงเกี่ยวกับการต่อต้านสงคราม เนื้อเพลงสื่อสารอย่างมีนัยยะ จึงวาดภาพคนกวาดขยะหรือใบไม้ ที่แสดงอารมณ์ระหว่างชาวบ้านกับการห้ามปรามของรัฐ ปัญหาซ่อนไว้ใต้พรม เมื่อเปิดภาพนี้ขึ้นด้านหลังจะเป็นเนื้อเพลงบางส่วนที่เขียนไว้บนพรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นิทรรศการยังประกอบด้วยผลงานจัดวางชุด ต้นไม้แห่งชีวิต (Tree of Life ) ศิลปินนำท่อนไม้มาจัดวาง ชวนคนดูตีความหมายถึงต้นไม้ที่ถูกลักลอบตัดและทำลายจำนวนมหาศาลจากความโลภ เท่ากับการกำจัดแหล่งอากาศบริสุทธิ์ แหล่งน้ำ ให้หมดไป ถูกแทนที่ด้วยภัยแล้ง &amp;nbsp;น้ำท่วมดินถล่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ชุดสุดท้ายเป็นงานจิตรกรรมความยาว 26 เมตร จำนวน 25 ชิ้น เขาวาดภาพทิวทัศน์ธรรมชาติที่เห็นตอนเด็ก และยังไม่เคยเผชิญปัญหามลพิษฝุ่นลงบนกล่องกระดาษเครื่องปรับอากาศ สะท้อนมุมมองของมนุษย์สร้างมลภาวะ เบือนหน้าหนีไม่แยแสต่อธรรมชาติ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; ผลงานนี้เตือนว่า เราได้ทำลายสิ่งที่สวยงามไปแล้ว ในความจริงปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยงานศิลปะหรือใครคนใดคนหนึ่ง ทำได้เพียงเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ตอกย้ำถึงปัญหาผ่านมุมมองของศิลปินในฐานะผู้ประสบภัย&amp;rdquo; ไทวิจิต ทิ้งท้าย และชวนทุกคนลดฝุ่นพิษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ที่สนใจชมนิทรรศการ &amp;quot;One Generation Plants the Trees, Another Gets the Shade&amp;rdquo; สามารถเข้าชมฟรี ได้ถึง 15 กันยายนนี้ ณ ห้องนิทรรศการ วารินแล็บ คอนเท็มโพรารี &amp;nbsp;ภายในโครงการ O.P. Garden ซอยเจริญกรุง 36 เปิดทุกวัน ตั้งเเต่เวลา 10.30 &amp;ndash; 19.30 น. &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111127</URL_LINK>
                <HASHTAG>งานศิลปะสะท้อนปัญหาฝุ่นพิษ, วารินแล็บ คอนเท็มโพรารี, ไทวิจิต พึ่งเกษมสมบูรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210726/image_big_60fe28eda3f38.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99653</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2021 13:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2021 13:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประติมากรรมเสมือนจริง&quot;เนื้อสมัน&quot; ศิลปินเจาะประเด็นสัตว์สูญพันธุ์น้ำมือมนุษย์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นิทรรศการเด่นที่กำลังจะเกิดขึ้นปลายเดือนเมษายนนี้ Reincarnations&amp;nbsp;เป็นโครงการศิลปะสื่อผสมที่สร้างสรรค์โดย เรืองศักดิ์ อนุวัตรวิมล โดยจับประเด็นสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศที่ใกล้จะสูญพันธุ์&amp;nbsp;รวมถึงสิ่งมีชีวิตบางชนิดที่สูญพันธุ์ไปแล้ว ซึ่งไม่ได้เป็นการสูญพันธุ์โดยธรรมชาติ แต่เป็นผลมาจากการกระทำของมนุษย์ที่เอารัดเอาเปรียบธรรมชาติและบิดเบือนประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ เพื่อเอื้อผลประโยชน์ทางความเจริญและเศรษฐกิจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;โครงการต่อเนื่อง&amp;nbsp;Reincarnations&amp;nbsp;ได้รวบรวมและศึกษาพรรณไม้และสัตว์ชนิดต่างๆ หลากหลายสายพันธุ์ โดยศิลปินต้องการแสดงให้เห็นว่าการสาบสูญของสายพันธุ์ มีผลกระทบไม่ใช่แค่ต่อระบบนิเวศ และยังต้องการบอกเล่าเรื่องราวนี้ให้เป็นที่รับทราบในวงกว้าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เรืองศักดิ์ อนุวัตรวิมล เริ่มโครงการ&amp;nbsp;Reincarnations&amp;nbsp;เมื่อปี พ.ศ.&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;ระหว่างที่ร่วมโครงการ ศิลปินพำนัก ณ&amp;nbsp;Center of Contemporary Art&amp;nbsp;ที่เมืองคิตะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น โดยทำวิจัยเรื่องการสูญพันธุ์ของกลุ่มตัวอย่างที่น่าสนใจอย่างแรดขาวเหนือในแอฟริกา ผีเสื้อสมิงเชียงดาวในประเทศไทย และหมาป่าญี่ปุ่น จากนั้น ในปี พ.ศ.&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;เรืองศักดิ์ได้พัฒนาโครงการ&amp;nbsp;Reincarnations II&amp;nbsp;เพื่อจัดแสดงในงาน&amp;nbsp;Singapore Biennale 2019&amp;nbsp;โดยศิลปินนำเสนอเรื่องราวของต้นไม้สองสายพันธุ์ในประเทศสิงคโปร์ที่ใกล้จะสูญพันธุ์อย่าง ตะเคียนแก้ว (Hopea sangal) และ มะค่าแต้ (Sindora wallichii)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin:0px; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:center&quot;&gt;เนื้อสมัน,&amp;nbsp;หมึกกันน้ำบนกระดาษ, 18x24&amp;nbsp;ซม.&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin:0px; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:center&quot;&gt;ภาพสเก็ตช์สำหรับงานประติมากรรมสื่อผสม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ&amp;nbsp;Reincarnations III&amp;nbsp;ซึ่งจะจัดแสดงที่วารินแล็บ คอนเท็มโพรารี ศิลปินเจาะประเด็นการสูญพันธุ์ของสัตว์ ซึ่งเกิดจากการเข้ามาแทรกแซงของมนุษย์ นิทรรศการนี้ประกอบไปด้วยผลงานสองมิติและสามมิติ ที่ขยายผลจากงานวิจัยของเรืองศักดิ์เกี่ยวกับผีเสื้อสมิงเชียงดาว ซึ่งพบได้เฉพาะบนดอยเชียงดาวทางภาคเหนือของประเทศไทยเพียงแห่งเดียว&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผีเสื้อสมิงเชียงดาวเป็นผีเสื้อพันธุ์หายากที่มีความสวยงามและเป็นที่ต้องการของตลาด โดยคาดว่าสูญพันธุ์ไปเมื่อช่วงปี พ.ศ.&amp;nbsp;2513-2523&amp;nbsp;ด้วยสาเหตุจากการค้าและการสะสมเป็นสมบัติส่วนตัวอย่างไม่เป็นธรรม และเรื่องราวของหมาป่าญี่ปุ่นที่ถูกบันทึกว่ายังมีชีวิตอยู่ครั้งสุดท้ายเมื่อต้นศตวรรษที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;นอกจากผลงานจัดแสดงทั้งสองชิ้นแล้ว เรืองศักดิ์ ยังสร้างผลงานชิ้นใหม่ ซึ่งเกิดจากการค้นคว้าถึงการสูญพันธุ์ของ &amp;ldquo;เนื้อสมัน&amp;rdquo; หรือกวางเขาสุ่ม โดยจัดแสดงประติมากรรมเสมือนจริง ขนาดเทียบเท่ากับเนื้อสมันเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เนื้อสมันถูกพูดถึงครั้งแรกเมื่อปลายศตวรรษที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;เป็นสัตว์พันธุ์พื้นเมืองของประเทศไทย อาศัยอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา แถวทุ่งรังสิต ซึ่งเป็นบริเวณที่เรืองศักดิ์ลงพื้นที่เก็บข้อมูลวิจัย มีบันทึกว่าเนื้อสมันยังมีชีวิตครั้งสุดท้ายเมื่อปี พ.ศ.&amp;nbsp;2475&amp;nbsp;และถูกประกาศเป็นสัตว์สูญพันธุ์เมื่อปี พ.ศ.&amp;nbsp;2481&amp;nbsp;ทั้งนี้ สาเหตุของการสูญพันธุ์ยังไม่เป็นที่แน่ชัด ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ ตัวอย่างเนื้อสมันสภาพสมบูรณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไม่ได้จัดเก็บอยู่ในบ้านเกิดอย่างประเทศไทย แต่อยู่ที่พิพิธภัณฑ์&amp;nbsp;National Museum of Natural History&amp;nbsp;ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส หากย้อนไปถึงเหตุการณ์ช่วงล่าอาณานิคม เนื้อสมันหรือกวางเขาสุ่ม ถูกตั้งชื่อเป็นภาษาอังกฤษตามชื่อของ&amp;nbsp;Sir Robert Schomburgk&amp;nbsp;กงสุลสหราชอาณาจักรประจำสยามช่วงปี พ.ศ.&amp;nbsp;2400&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2407&amp;nbsp;ด้วยความสวยงามและเขากวางทรงตะกร้าซึ่งเป็นเอกลักษณ์ เนื้อสมันจึงเป็นที่สนใจของนักสะสมและได้เกิดทฤษฎีการโคลนนิ่ง (Cloning) ซึ่งเป็นความพยายามที่มนุษย์ต้องการจะอยู่เหนือกฎของธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผีเสื้อสมิงเชียงดาว,&amp;nbsp;ภาพพิมพ์ และเอกสารงานวิจัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ศิลปินสร้างผลงานศิลปะเฉพาะที่ (site specific) เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของเนื้อสมัน เนื่องจากมีความเกี่ยวโยงกับประวัติศาสตร์ของพื้นที่ตั้งของวารินแล็บ คอนเท็มโพรารี อย่างน่าสนใจ กล่าวคือห้องแสดงงานของ วารินแล็บ คอนเท็มโพรารี เป็น โถงขนาดใหญ่ซึ่งเป็นบ้านเดิมของนายแพทย์บุญส่ง เลขะกุล นักวิจัย และนักนิเวศวิทยา คนสำคัญของประเทศไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยท่านได้ทำงานวิจัยและสนับสนุนการสงวนรักษาพันธุ์สัตว์ ที่ใกล้จะสูญพันธุ์ในประเทศไทยในช่วงตั้งแต่ปี พ.ศ.&amp;nbsp;2493&amp;nbsp;ถึง ปี พ.ศ.​&amp;nbsp;2512&amp;nbsp;และยังได้เก็บรวมรวม ค้นคว้า และเขียนหนังสือจำนวนมากเกี่ยวกับสัตว์ป่า รวมไปถึงเรื่องราวของเนื้อสมันด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้ พบว่าในปี พ.ศ.&amp;nbsp;​2508&amp;nbsp;เป็นครั้งแรกที่เรื่องราวของเนื้อสมันปรากฏ อยู่ในหนังสือที่ตีพิมพ์ในต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในนิทรรศการ&amp;nbsp;Reincarnations III&amp;nbsp;&amp;ndash;&amp;nbsp;Ecologies of Life&amp;nbsp;นี้ เรืองศักดิ์ ผู้สวมหมวกด้านการอนุรักษ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้านสัตววิทยา และด้านศิลปะ นอกจากจะต้องการชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการเอื้ออาทร ต่อโลกและต่อสิ่งมีชีวิตที่อยู่ร่วมกับมนุษยชาติแล้ว ยังต้องการเน้นย้ำบทบาทของศิลปะในฐานะเครื่องมืออันทรงพลังในการขับเคลื่อนทางสังคม ทั้งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศ และการสื่อสารเรื่องราวที่อาจถูกปิดบังหรือหลงลืมในสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เพื่อเป็นการเติมเต็มนิทรรศการนี้ให้สมบูรณ์ ศิลปินและภัณฑารักษ์จะจัดเวทีเสวนาเพื่อการพูดคุยในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สัตว์ป่า และศิลปะ ร่วมกับนักสิ่งแวดล้อม และนักวิจัย ทั้งภาคภาษาไทยและภาษาอังกฤษ นิทรรการศิลปะกำหนดจัดแสดงวันที่ 29 เมษายน - 26 มิถุนายน 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99653</URL_LINK>
                <HASHTAG>Reincarnations III, วารินแล็บ คอนเท็มโพรารี, เนื้อสมัน, เรืองศักดิ์ อนุวัตรวิมล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210416/image_big_60792ee0e630e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
