<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>13314</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดินหน้ายึดทรัพย์อดีตปลัดพม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เดินหน้ายึดทรัพย์คดีแพ่งบุคคลเกี่ยวข้องโกงเงินคนจน &amp;quot;ปปป.-ปปง.-ป.ป.ท.&amp;quot; ร่วมหารือคดีฟอกเงิน &amp;quot;อดีตปลัด พม.&amp;quot; รับตรวจสอบยากเนื่องจากแปรสภาพเป็นรถยนต์ อสังหาริมทรัพย์ และไม่ได้ฝากสถาบันการเงิน แต่หิ้วเงินสดไปฝากเครือญาติกว่า 10 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) วันที่ 12 กรกฎาคม &amp;nbsp;พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป. พร้อมด้วยนายวิทยา นีติธรรม เลขานุการกรม สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ร่วมประชุมหารือแนวทางการดำเนินการคดีฟอกเงิน กรณีนายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และ น.ส.วาสนา ตะเภาพงศ์ หญิงสาวคนสนิท ผู้ต้องหาคดีทุจริตยักยอกเงินช่วยเหลือคนยากไร้ โดยใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประชุม พล.ต.ต.กมลกล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมครั้งแรกร่วมกันของพนักงานสอบสวน ปปป., &amp;nbsp;ปปง., ป.ป.ท. เพื่อหารายละเอียดแนวทางดำเนินคดีฟอกเงิน เช่น จำนวนเงินที่กระทำความผิดเท่าไหร่ ความผิดเกิดขึ้นเมื่อใด และสถานที่กระทำความผิดที่ไหนบ้างโดยเบื้องต้น ปปง.พบมีจำนวน 26 แห่ง เป็นงบประมาณปี 59 ซึ่งจะตรวจสอบว่าแต่ละแห่งมีจำนวนเงินกระทำความผิดเท่าไหร่ รวมทั้งนอกจาก 2 รายแรกที่เข้าแจ้งความแล้วยังมีคนอื่นหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนคดีทางอาญาของอดีตปลัด พม.ที่เสียชีวิตจากการกินยาฆ่าตัวตายต้องยุติลง ส่วน น.ส.วาสนายังให้รักษาตัวไป ก่อนจะมาเรียกสอบปากคำอีกครั้ง แต่ในคดีทางแพ่ง จะต้องดำเนินการตรวจสอบเพื่อหาเส้นทางการเงิน หากเชื่อมโยงถึงบุคคลใด ก็จะเรียกมาชี้แจงเพื่อให้ความเป็นธรรม แต่ถ้าผิดต้องถูกดำเนินคดีและอายัดทรัพย์ต่อไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิทยากล่าวว่า ขณะนี้ดำเนินการตรวจสอบงบประมาณปี 59 แต่ ปปง.จะขยายผลเพิ่มเติม หากพบกระทำผิดก่อนหน้านี้ โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติอายัดทรัพย์สินครั้งแรกที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดของนายพุฒิพัฒน์และพวก รวม 12 ราย เช่น ที่ดิน ห้องชุด รถยนต์หรู เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร และหลักทรัพย์ต่างๆ รวม 41 รายการ มูลค่าประมาณ 88 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้การตรวจสอบทรัพย์สินค่อนข้างยาก เนื่องจากมีการแปรสภาพเป็นรถยนต์และอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ รวมถึงไม่ได้ผ่านสถาบันการเงิน แต่หิ้วเงินสดนำไปฝากบุคคลอื่น ทั้งเครือญาติและคนใกล้ชิด เชื่อว่ามีมากกว่า 10 คน แต่ยังไม่พบว่ามีการโอนทรัพย์สินออกนอกประเทศ ส่วนจะมีการโอนเงินไปยังบุคคลที่ใหญ่กว่าปลัด พม. กำลังตรวจสอบ โดย ปปง.มาแจ้งความร้องทุกข์ก่อน 2 ราย คือ นายพุฒิพัฒน์ และ น.ส.วาสนา หลังจากนั้นจะขยายผลกล่าวโทษบุคคลอื่นเพิ่มเติม&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนประเด็นการฆ่าตัดตอนนั้น นายวิทยากล่าวว่า ดูจากพยานหลักฐานต่างๆ แล้วมาประกอบกัน คาดว่าไม่น่าเป็นการตัดตอน เพราะไม่พบการทำลายหลักฐานแต่อย่างใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13314</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา, พุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์, วาสนา ตะเภาพงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180712/image_big_5b4769ef8b287.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
