<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114408</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยก‘ฉลามวาฬ’ เป็นสัตว์สงวน เสี่ยงสูญพันธุ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ไทยโพสต์ 0 ทส.เตรียมเสนอร่างกฎกระทรวงฯ ยกสถานะฉลามวาฬ-เต่ามะฟือง-วาฬบรูด้า เป็นสัตว์ป่าสงวน เพิ่มสัตว์ป่าคุ้มครองอีก 7 รายการ มีฉลามหัวค้อน 4 ชนิดด้วย ชี้ให้สอดคล้องความเสี่ยงสูญพันธุ์ ระบุกรมอุทยานฯ จัดรับฟังความเห็นออนไลน์แล้ว
วันที่ 24 ส.ค. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกท.ทส.) มอบหมายให้นายพงศ์บุณย์ ปองทอง รองปลัดกระทรวงฯ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนากฎหมายกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 2/2564 ร่วมกับผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวงฯ ผ่านระบบการประชุมทางไกล (VDO Conference) โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. .... และให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช รับข้อคิดเห็นและข้อสังเกตของที่ประชุมไปประกอบการพิจารณา และนำเสนอต่อคณะกรรมการสงวนและคุ้มครองแห่งชาติตามขั้นตอนต่อไป
การพิจารณาร่างกฎกระทรวงกำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. .... เป็นการดำเนินการตามมาตรา 5 และมาตรา 7 ของ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ที่ได้มีการปรับปรุงจากบัญชีท้ายกฎกระทรวงที่ออกตามความใน พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 โดยมีการปรับสถานะรายการสัตว์ป่าคุ้มครองเป็นสัตว์ป่าสงวน จำนวน 3 รายการ ได้แก่ ฉลามวาฬ เต่ามะเฟือง และวาฬบรูด้า
นอกจากนี้มีการเพิ่มรายการสัตว์ป่าคุ้มครอง จำนวน 7 รายการ ได้แก่ ค่างตะนาวศรี งูหางแฮ่มกาญจน์ ปลากระเบนปีศาจหางเคียว ฉลามหัวค้อนยาว ฉลามหัวค้อนสีน้ำเงิน ฉลามหัวค้อนใหญ่ และฉลามหัวค้อนเรียบ และการปรับลดรายการสัตว์ป่าคุ้มครอง จำนวน 20 รายการ เช่น ค้างคาวกินแมลงนิ้วสั้น ค้างคาวปีกขนเหนือ พญากระรอกบินหูขาว นกกระเต็นน้อยหลังแดง ตะพาบพม่า และปลาฉนากฟันเล็ก เป็นต้น เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของสัตว์ป่าและสัตว์น้ำในปัจจุบัน
รวมถึงมีการปรับเปลี่ยนชื่อภาษาไทยและชื่อวิทยาศาสตร์ในลำดับชั้นสกุลหรือในลำดับชั้นชนิดในบางรายการ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อมูลทางอนุกรมวิธานปัจจุบัน ซึ่งร่างกฎกระทรวงฯ ดังกล่าว กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้ดำเนินการจัดรับฟังความคิดเห็นผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของกรมมาแล้ว ระหว่างวันที่ 1-15 สิงหาคม 2564 โดยมีผู้มีส่วนได้เสีย ผู้เกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วน และประชาชน เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เห็นชอบผลการดำเนินการตามแผนพัฒนากฎหมาย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปี พ.ศ.2562-2564 จำนวน 245 ฉบับ โดยให้ฝ่ายเลขานุการตรวจสอบและแก้ไขความคืบหน้าร่างกฎหมาย พร้อมรายงานปัญหาอุปสรรคที่พบรายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อโปรดทราบต่อไป ตลอดจนเห็นชอบให้มีการจัดทำแผนพัฒนากฎหมาย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในช่วงปี พ.ศ.2565-2567 โดยขอให้แต่ละหน่วยงานจัดทำระยะเวลาการดำเนินงานของการพัฒนากฎหมายแต่ละฉบับให้ชัดเจน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114408</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉลามวาฬ, วาฬบรูด้า, สัตว์ป่าสงวน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เต่ามะฟือง, เป็นสัตว์ป่าสงวน, เสี่ยงสูญพันธุ์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210824/image_big_6124e42fb4e42.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91069</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2021 15:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2021 15:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยปริศนา&quot;วาฬอำแพง &quot;อายุกว่า 3,380ปี สะท้อนทะเลไทย อาจเคยมีวาฬขนาดยักษ์อยู่อาศัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสีแดงคือ ชิ้นส่วนที่ค้นพบกระดูกของวาฬอำแพง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
25 ม.ค.63 - &amp;nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายสมหมาย เตชวาล อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี แถลงข่าว &amp;ldquo;ทธ. เผยปริศนา...อายุวาฬอำแพง ย้อนเวลาสู่อดีตทะเลโบราณ&amp;rdquo; &amp;nbsp;เผยได้นำชิ้นส่วนกระโหลกวาฬส่งพิสูจน์อายุพบว่า &amp;nbsp;วาฬอำแพงมีอายุ 3,380 +/-30 ปี ถือว่ามีสภาพเป็นซากฟอสซิลสมบูรณ์ถึง &amp;nbsp;90% และพบซากชิ้นส่วนสำคัญ ได้แก่ บาลีนและกระดูกหู ที่พบครั้งแรกในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมหมาย เตชวาล อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี(ทธ.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมหมาย เตชวาล อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี(ทธ.) เปิดเผยว่า จากการค้นพบโครงกระดูกวาฬอำแพง ตำบลอำแพง อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร &amp;nbsp;ได้ส่งตัวอย่างกระดูกบริเวณส่วนหัวกะโหลกที่แตกหัก 1 ชิ้นประมาณ 100 กรัม ไปยังห้องปฏิบัติการเพื่อวิเคราะห์หาอายุด้วยวิธีศึกษาธาตุคาร์บอน-14 (C-14) ที่ห้องปฏิบัติการบริษัท เบต้า จำกัด ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการชั้นนำด้านการหาอายุด้วยวิธีคาร์บอน 14 AMS ทราบว่า วาฬอำแพงมีอายุ 3,380 ปี +/-30 ปี หรือมีอายุมากกว่า 3,000 ปีมาแล้ว ซึ่งเป็นช่วงรอยต่อทางธรณีวิทยากับโบราณคดี โดยสามารถบ่งบอกสภาพแวดล้อมในอดีตได้ว่า เป็นช่วงที่เริ่มมีอารยธรรม พบสิ่งมีชีวิต หรือเริ่มเข้าสู่ในยุคอาณาจักรศรีวิชัย หลังจากนี้อาจจะสามารถคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและระดับน้ำทะเล ที่จะมีผลกระทบต่อที่ลาบลุ่มภาคกลางจะเป็นอย่างไรต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระดูกต้นแขนและกระดูกปลายแขน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนบาลีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพแสดงชั้นใต้ดินเหนียวที่พบโครงกระดูกวาฬอำแพง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดี ทธ. กล่าวเพิ่มว่า เมื่อกลางเดือนมกราคม 2564 ที่ผ่านมา ได้ดำเนินการอนุรักษ์ตัวอย่างชิ้นสุดท้ายชิ้นที่ 128 คือ เฝือกส่วนกะโหลก และกระดูกหู 2 ข้าง ซึ่งเป็นชิ้นส่วนสำคัญในการจำแนกสายพันธุกรรมโบราณและวิวัฒนาการของวาฬ อีกทั้งยังเป็นการค้นพบครั้งแรกในประเทศไทย เพราะกระดูกหูถือว่าเป็นส่วนที่ค้นพบได้ยากมากๆ &amp;nbsp;ยังพบบาลีนหรือ ส่วนขากรรไกรบน (ซ้าย-ขวา) กว้าง 40 เซนติเมตร และชิ้นส่วนนิ้วเพิ่มอีกจำนวน 3 ข้อ สรุปชิ้นตัวอย่างโครงกระดูกวาฬ จำนวนรวมทั้งสิ้น 138 ชิ้น &amp;nbsp; และจะทำการศึกษาต่อไปถึงสรีระของวาฬ วิวัฒนาการของวาฬในอดีตเชื่อมโยงปัจจุบันว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร &amp;nbsp;ณ ขณะนี้โครงกระดูกวาฬเพื่อทำการอนุรักษ์ตัวอย่าง ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติธรณีวิทยาเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดปทุมธานี และหากสถานที่ของทางจังหวัดสมุทรสาครที่จะนำชิ้นกลับไปดูแลอนุรักษ์ เป็นสมบัติของจังหวัด ซึ่งจะต้องใช้เวลาในการดำเนินการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;


	
		
			ส่วนกระดูกมือและนิ้ว
		
	


&lt;p&gt;ภายในงานเสวนา สภาพแวดล้อมบรรพกาลกับวาฬอำแพง &amp;nbsp;นายก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า &amp;nbsp;การจำแนกชนิด&amp;quot;วาฬอำแพง&amp;quot; ชิ้นส่วนที่สามารถนำมาจำแนกได้ อย่าง ส่วนของกระดูกจมูก พบว่ากระดูกจมูกวาฬอำแพง ยังไม่มีความชัดเจน แต่ได้ให้น้ำหนักใกล้เคียงกับ วาฬบรูด้า ที่มีลักษณะโค้งงอและเส้นตรง &amp;nbsp;แต่อีกส่วนที่สำคัญที่สามารถพิสูจน์ชนิดได้ คือด้านข้างของกะโหลก แต่ต้องใช้ระยะเวลาในการพิสูจน์เพราะกระโหลกมีความชำรุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรดูกหูวาฬอำแพง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนของกระดูกจมูก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปรียบเทียบส่วนของกระดูกจมูกวาฬอำแพง เพื่อเทียบชนิดพันธุ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มีข้อมูลจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กรมอุทยานแห่งชาติ ที่น่าสนใจคือ มีการพบว่าวาฬอำแพง ที่มีรหัสพันธุกรรมใกล้เคียงกับวาฬ Sei Whale แต่ทั้งนี้ขนาดของวาฬอำแพงเมื่อโตเต็มไวมีขนาดประมาณ 12.5 เมตร ซึ่งใหญ่กว่า &amp;nbsp;วาฬบรูด้า แต่เล็กกว่าวาฬ &amp;nbsp;Sei Whale ที่มีขนาด 15 เมตร &amp;nbsp;อีกทั้งยังไม่พบการแพร่กระจายในประเทศไทย ดังนั้นยังคงไม่ข้อสรุปเรื่องชนิดวาฬ จะต้องมีการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมที่อาจจะทำให้พบชนิดพันธุ์เพิ่มขึ้นได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
-----------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91069</URL_LINK>
                <HASHTAG>Sei Whale, กรมทรัพยากรธรณี, นายก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์, นายสมหมาย เตชวาล, วาฬบรูด้า, วาฬอำแพง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210126/image_big_600fcfe4ea3b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82103</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2020 20:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2020 20:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เริ่มแล้วเทศกาลชมวาฬบรูด้า ทต.หาดเจ้าสำราญ จัดเรือประมงพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ต.ค.63 - เริ่มแล้วเทศกาลชมวาฬบรูด้าที่หาดเจ้าสำราญ&amp;nbsp;โดยช่วงเดือนตุลาคม ถึงธันวาคมของทุกปี วาฬบรูด้าจะเข้ามาว่ายวนเวียนหากินในทะเลอ่าวรูปตัว ก.พื้นที่จังหวัดเพชรบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา โดยวาฬบรูด้าจะเข้ามาหากินในพื้นที่ จังหวัดเพชรบุรี ตั้งแต่เขตพื้นที่บ้านแหลม ถึงหาดเจ้าสำราญ และเพื่อเป็นการส่งเสริมการ ท่องเที่ยวของจังหวัดเพชรบุรี และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน เทศบาลตำบลหาดเจ้าสำราญ ได้จัดเรือประมงไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการไปชมวาฬบรูด้ากลางทะเล&amp;nbsp;โดยภาพของวาฬบรูด้าที่สวยงามที่สุดคือการโผล่หัวขึ้นมาเหนือน้ำทะเล และอ้าปากกว้างงับลูกปลาเล็กปลาน้อย ท่ามกลางนกนางนวลจำนวนมากที่บินวนเวียนอยู่รอบๆ ซึ่งการนั่งเรือไปชมนั้นใช้เวลาไปกลับประมาณ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ชั่วโมง จึงอยากแนะนำนักท่องเที่ยวที่จะไปชมวาฬบรูด้า ต้องมากันช่วงเช้าๆ และเตรียมร่างกายมาให้พร้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยวันนี้นายบุญยอด มาคล้าย นายกเทศมนตรีตำบลหาดเจ้าสำราญ ได้นำคณะสื่อมวลชนลงสำรวจวาฬบรูด้าเพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดงานชมวาฬ ทานปู ประจำปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ภายใต้แนวคิด &amp;quot;กลางวันชมวาฬ กลางคืนทานปู&amp;quot; จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 - 30 ตุลาคม 2563 ณ สวนภูมิทัศน์ชายทะเลหาดเจ้าสำราญ อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยวของตำบลหาดเจ้าสำราญ และจังหวัดเพชรบุรี โดยจัดให้มีกิจกรรมต่าง ๆ มากมายขึ้นภายในงานดังกล่าว&amp;nbsp;สำหรับกิจกรรมจัดให้มีการ ล่องเรือชมวาฬบรูด้า(กิจกรรมช่วงกลางวัน ลงทะเบียนหน้าหาด) กิจกรรมภายในงาน (ภาคค่ำ) อิ่มอร่อยกับปูม้า และอาหารทะเลสดๆ ช้อปสินค้า&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;ตำบลหาดเจ้าสำราญ ฟังเพลงซิลล์ๆ ริมหาด สัมผัสบรรยากาศยามค่ำคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการลงเรือดูวาฬบรูด้าในวันนี้พบวาฬบรูด้ารวม&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตัว ที่พากันเล่นน้ำและต้อนงับลูกปลาเล็กปลาน้อยอยู่กลางทะเล โดยภาพที่สร้างความฮือฮาให้กับคณะเป็นภาพช่วงวาฬบรูด้าใช้หางตีน้ำเพื่อต้อนลูกปลา โดยมีนกนางนวลบินโฉบไปมาโดยวาฬบรูด้าได้เข้ามาโผล่โชว์ตัวอยู่ข้างลำเรือทำให้เห็นตัวของวาฬบรูด้าอย่างชัดเจน โดยวาฬบรูด้าเข้ามาว่ายโผล่ตัวขึ้นเหนือน้ำใกล้กับเรืออย่างคุ้นเคยสร้างความประทับใจให้กับคณะเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเรือบริการจะมีอยู่ที่บริเวณจุดชมวิวหาดเจ้าสำราญ จะมีเจ้าหน้าที่คอยบริการ โดยคิดอัตราเหมาลำเรือลำละ&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;บาท โดยสารได้&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ท่าน หากมาส่วนตัวสามารถนั่งร่วมเดินทางกับนักท่องเที่ยวท่านอื่นๆได้ คิดค่าบริการท่านละ&amp;nbsp;520&amp;nbsp;บาท รวมค่าประกันชีวิต โดยนักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่บริเวณประชาสัมพันธ์หน้าหาดหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายท่องเที่ยว เทศบาลตำบลหาดเจ้าสำราญ โทร.&amp;nbsp;092-382-8282&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82103</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดเพชรบุรี, วาฬบรูด้า, หาดเจ้าสำราญ, อ่าวไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201028/image_big_5f996c00a8e1a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48065</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2019 09:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2019 09:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วราวุธ&#039;เฉ่งกลุ่มเจ็ตสกี อย่ารบกวนฝูงวาฬบรูด้า หวั่นไม่มาหากินชายฝั่งเพชรบุรีอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค.62- นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวถึงกรณีมีกลุ่มนักท่องเที่ยวขับเจ็ตสกีกว่า 20 ลำ ไปชมฝูงวาฬบรูด้า ที่ขึ้นมาหากินบริเวณชายฝั่งเพชรบุรีตามฤดูกาลในช่วงเดือน ต.ค.- พ.ย.ของทุกปี จนอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ฝูงวาฬและเครื่องยนต์ยังส่งเสียงรบกวน ว่า ได้สั่งการให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งออกเรือไปขอร้องให้หยุดรบกวนวาฬบรูด้าด้วยเจ็ตสกี และทำความเข้าใจกับกลุ่มเจ็ตสกีดังกล่าวแล้ว พร้อมให้ประชาสัมพันธ์เรื่องการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติอย่างยั่งยืน ให้ความรู้วิธีการชมวาฬที่ถูกต้อง ไม่เป็นการรบกวนวิถีชีวิตของฝูงวาฬบรูด้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ฝูงวาฬบรูด้าที่มาหากินบริเวณชายฝั่งทะเล จ.เพชรบุรีตามฤดูกาลของทุกปีถือเป็นของขวัญที่มีค่าจากธรรมชาติ ดังนั้น ต้องขอความร่วมมือจากนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาชมฝูงวาฬบรูด้าให้ช่วยกันดูแลรักษาและปฏิบัติตามกฎระเบียบในการชมฝูงวาฬบรูด้าด้วย ไม่รบกวนวิถีชีวิตไม่สร้างความตกใจให้ฝูงวาฬบรูด้าเนื่องจากเขามีพฤติกรรมที่ละเอียดอ่อนไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นการไปขับไล่ฝูงวาฬบรูด้าไม่ให้กลับมาหากินในชายฝั่งทะเลเพชรบุรีนี้ อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งมีรายได้จากการท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอฝากทุกคนว่าเวลาจะไปทำอะไรหรือกิจกรรมใด ต้องเอาใจเขามาใส่ใจเรา ทั้งสัตว์บกและสัตว์ทะเลมีชีวิตไม่ต่างจากคน ให้คิดว่าหากเรานั่งอยู่ที่บ้านแล้วมีคนขี่มอเตอร์ไซด์เสียงดังมาวนเวียนหน้าบ้านเรา 20-30 คัน คิดว่าไม่มีใครชอบเหมือนกัน&amp;rdquo;นายวราวุธ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวราวุธ กล่าวว่า อย่างที่เกาะเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ เป็นแหล่งดำน้ำชมฉลามวาฬที่มีชื่อเสียงระดับโลก มีมาตรฐานที่เข้มงวดในการดูแลรักษาฝูงฉลามวาฬ โดยทางภาครัฐได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี ให้ความร่วมมือปฎิบัติตามกฎระเบียบต่างๆ อาทิ การไม่ทาครีมกันแดดลงไปดำน้ำเพื่อป้องกันสารเคมีเจือปนในน้ำทะเล การห้ามนำเรือติดเครื่องยนต์ออกไปชมฝูงฉลามวาฬ &amp;nbsp;ต้องจ้างเรือพายเท่านั้น ซึ่งนอกจากจะลดความเสี่ยงในการรบกวนฝูงฉลามวาฬแล้วยังเป็นการสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านท้องถิ่นด้วย เราจึงสามารถพัฒนาชายฝั่งเพชรบุรีให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่มีชื่อเสียงได้เช่นกัน โดยทางกระทรวง ทส. จะประสานงานกับหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวทุกคนที่มาชมฝูงวาฬบรูด้ามีจิตสำนึกในการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติอย่างยั่งยืน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48065</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักท่องเที่ยว, รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, วราวุธ  ศิลปอาชา, วาฬบรูด้า, เจ็ตสกี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191015/image_big_5da532a56b8bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39045</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2019 17:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2019 17:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบซากวาฬบรูด้าลอยตายอืดไม่ทราบสาเหตุ คาดเป็นตัวที่โผล่แหวกว่ายทะเลชุมพรให้เห็นประจำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มิ.ย.62 - น.ส.ราตรี จันทนรัตน์ ประมงอำเภอละแม ได้รับแจ้งจากนายนายเจือ คงทอง อายุ 60 ปี ชาวประมงพื้นบ้านว่าพบซากวาฬลอยตายอยู่ในทะเลบริเวณพื้นที่หมู่ที่ 5 ตำบลละแม อำเภอละแม จังหวัดชุมพร จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยนายสุพัชรพงศ์ วรประดิษฐ์ นายอำเภอละแม และ&amp;nbsp;นายสุโข สังข์ฉิม ปศุสัตว์อำเภอพะโต๊ะ นำเรือประมงออกไปยังจุดที่พบซากวาฬ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดที่รับแจ้งอยู่ห่างจากฝั่งประมาณ 20 กิโลเมตร พบซากวาฬบรูด้าเพศผู้ อายุ 5-8 ปี ความยาวกว่า 15 เมตร น้ำหนัก 4-5 ตัน ผิวหนังเริ่มหลุดล่อนออก คาดว่าตายมาแล้วประมาณ 2-3 วัน เจ้าหน้าที่ได้ประสานให้เรือตรวจการประมงหลังสวนออกไปลากซากวาฬบรูด้าเข้าฝั่งเพื่อชันสูตรหาสาเหตุการตายก่อนจะฝังกลบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ราตรี จันทนรัตน์ ประมงอำเภอละแม กล่าวว่า วาฬบรูด้าน่าจะเป็นตัวที่มีนักท่องเที่ยวพบเห็นแหวกว่ายอวดโฉมหากินแพลงตอนในอ่าวท้องทะเลชุมพรอยู่เป็นประจำ ขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุการตายซึ่งได้ประสานไปยังนายสุชาติ เดชแดง หัวหน้าหน่วยเรือตรวจการประมงหลังสวนได้นำเรือประมงออกไปลากซากวาฬบรูด้าขึ้นมาไว้บนชายฝั่ง เพื่อรอให้สัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงอ่าวไทยตอนกลาง จ.ชุมพร มาผ่าชันสูตรอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุการตายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39045</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดชุมพร, ซากวาฬบรูด้า, วาฬบรูด้า, วาฬบรูด้าโผล่ทะเลชุมพร, อนุรักษ์วาฬบรูด้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190620/image_big_5d0b5c672a3f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33687</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2019 15:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2019 15:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วาฬบรูด้า2ตัวโผล่ข้างเรือทัวร์ท่องเที่ยวใกล้หมู่เกาะสุรินทร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 เม.ย.62-ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นายเลิศศักดิ์ ปนกลิ่น &amp;nbsp;ผู้จัดการบริษัท ว้าว อันดามัน ทัวร์ ว่า เมื่อเย็นวานนี้ ได้รับแจ้งจากไกด์ของบริษัทว่า ขณะที่เรือทัวร์ของบริษัทได้นำนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางกลับจากท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ อ.คุระบุรี จ.พังงา ระหว่างนั่งเรือเดินทางกลับออกจากเกาะสุรินทร์ ประมาณ 8 ไมล์ทะเล ได้เจอวาฬบรูด้าขนาดใหญ่มีความยาวประมาณ 8 &amp;ndash; 10 เมตร จำนวน 2 ตัว ว่ายน้ำอยู่ใกล้เรือนักท่องเที่ยว ทำให้นักท่องเที่ยวตื่นเต้น ตื่นตาและดีใจเป็นอย่างมากที่ได้เห็น ทางกัปตันเรือได้เบาเครื่องยนต์และปล่อยให้นักท่องเที่ยวเก็บภาพความประทับใจ ประมาณ 10 นาที ก่อนที่ฝูงวาฬจะว่ายน้ำหายไป ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างนำกล้อง และโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายภาพเก็บไว้ดู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพุทธพจน์ คูประสิทธิ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ กล่าวสว่า เปิดเผยว่า ขณะนี้พบว่าท้องทะเลอันดามันมีความสมบูรณ์ เนื่องจากในพื้นที่ได้มีการร่วมกันจัดการปัญหาขยะทะเลของทุกภาคส่วน ทำให้มีสัตว์ทะเลหายากเข้ามาหากินอยู่เสมอ ทางอุทยานฯขอความร่วมมือให้นักท่องเที่ยว เมื่อพบวาฬหรือสัตว์ทะเลหายากอื่นๆ ไม่ควรให้อาหารโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้สัตว์ในธรรมชาติมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและนิเวศวิทยา สร้างพฤติกรรมเรียนรู้ผิดๆ อาจได้รับอาหารที่มีการปนเปื้อนจนทำให้สัตว์เจ็บป่วยและไม่ควรจับหรือสัมผัส เพราะอาจมีการติดเชื้อโรคที่ติดต่อจากคนสู่สัตว์ได้ นอกจากนี้ทุกคนจะต้องไม่ทิ้งขยะลงทะเล เพราะสัตว์อาจกินเข้าไปจนเกิดอันตรายถึงชีวิตได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33687</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทะเลอันดามัน, วาฬบรูด้า, อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190415/image_big_5cb4397d3a301.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5428</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2018 18:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2018 18:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หาดูยาก&#039;วาฬบรูด้า&#039;เผยโฉมอ่าวทุ่งวัวแล่น ดัชนีชี้ทะเลสมบูรณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนุ่มเรือประมงชายฝั่งพบ &amp;ldquo;วาฬบรูด้า&amp;rdquo; 2 ตัวโผล่เหนือน้ำหน้าอ่าวท่องเที่ยวชื่อดังของ จ.ชุมพร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 20 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ใช้เฟสบุ๊กชื่อ panupat.songtham ได้โพสต์คลิปวิดีโอ ซึ่งมีภาพวาฬบรูด้า 2 ตัว กำลังโผล่ขึ้นเหนือน้ำและอ้าปากต้อนกินลูกปลาอยู่บริเวณหน้าอ่าวดังกล่าว ซึ่งเป็นภาพที่มีประชาชนให้ความสนใจและแชร์ต่อกันจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวสอบถามเจ้าของเฟสบุ๊กดังกล่าวทราบชื่อ นายภานุพัฒน์ ทรงธรรม อาชีพทำเรือประมงเล็กชายฝั่ง บอกว่า ภาพเหตุการณ์ที่ตนบันทึกจากกล้องมือถือนั้น เป็นภาพวาฬบรูด้า 2 ตัว ยาวประมาณ 8-10 เมตร พบขณะตนแล่นเรืออยู่หน้าอ่าวทุ่งวัวแล่น ต.สะพลี อ.ปะทิว ห่างจากชายฝั่งประมาณ 3 กิโลเมตร โดยวาฬบรูด้าทั้ง 2 ตัวกำลังต้อนกินลูกปลากระตักและแพลงตอนอยู่นานเกือบครึ่งชั่วโมง ตนจึงหยิบโทรศัพท์มือถือบันทึกภาพเก็บไว้แล้วนำไปโพสต์ลงสื่อโชเชียล ซึ่งที่ผ่านมาตนออกเรือเคยเจอแต่ฉลามวาฬ ส่วนวาฬบรูด้ายังไม่เคยเห็นมาก่อน จึงรู้สึกดีใจและตื่นเต้นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัชรินทร์ สุวพิศ ปลัด อบต.สะพลี กล่าวว่าช่วงนี้มีชาวประมงหลายรายในอ่าวสะพลีและอ่าวทุ่งวัวแล่น ได้ถ่ายคลิปวิดีโอวาฬบรูด้าเข้ามาหากินลูกปลาและแพลงตอนอยู่ใกล้ชายหาด บางรายก็พบ 2 ตัว บางรายก็พบถึง 4 ตัว ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้แทบไม่เคยเห็นมาก่อน ดังนั้นสะท้อนให้เห็นว่ามาตรการควบคุมการทำประมงที่เข้มงวดทั้งชนิดเครื่องมือประมง เรือประมง และกำหนดเขตทำการประมงของรัฐบาลทำให้ระบบนิเวศทางทะเลมีความอุดมสมบูรณ์กลับคืนมา แหล่งอาหารและสัตว์น้ำมีเพิ่มมากขึ้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัชรินทร์ กล่าวต่อว่าทั้งอ่าวสะพลีและอ่าวทุ่งวัวแล่นเป็นพื้นที่ติดต่อกัน โดยทั้ง 2 อ่าวนั้นในปี 2560 กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ประกาศให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณภาพน้ำทะเลดีที่สุดอยู่ในอันดับ 1 และที่ 2 ของประเทศไทย ทำให้มีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเลอย่างมาก สำหรับวาฬบรูด้าทั้งหมดนั้นส่วนใหญ่จะตระเวนล่องหากินไปมาอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดได้แก่ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร จึงขอฝากถึงชาวประมงช่วยกันอนุรักษ์ด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5428</URL_LINK>
                <HASHTAG>วาฬบรูด้า, วาฬบรูด้าโผล่ทะเลชุมพร, อนุรักษ์วาฬบรูด้า, อ่าวทุ่งวัวแล่น, อ่าวสะพลี, แหล่งท่องเที่ยวดังชุมพร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180320/image_big_5ab0f2ad42bda.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
