<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>23188</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2018 21:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2018 21:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วาฬเกยตื้นตายอีก 50 ตัวที่หาดกีวี ผู้เชี่ยวชาญโยงเหตุน้ำทะเลอุ่นขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;วาฬนำร่องกว่า 50 ตัวเกยตื้นตายที่ชายหาดนิวซีแลนด์เมื่อวันศุกร์ เป็นการเกยตื้นหมู่ล่าสุดในสัปดาห์นี้ ผู้เชี่ยวชาญเชื่อมโยงอุณหภูมิมหาสมุทรที่สูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพเมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2561 ซากวาฬเกยตื้นตายบนชายหาดของเกาะสจวร์ต ทางใต้ของนิวซีแลนด์ / AFP / New Zealand Department of Conservation&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรมอนุรักษ์นิวซีแลนด์เผยเมื่อวันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน ว่า วาฬนำร่องกว่า 50 ตัวที่เกยตื้นตายเป็นส่วนหนึ่งของฝูงวาฬราว 80-90 ตัวที่พบเมื่อค่ำวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา นอกชายฝั่งเกาะแชทัม ห่างจากเกาะใต้ของนิวซีแลนด์ทางตะวันออกราว 800 กิโลเมตร ซึ่งเป็นการเกยตื้นของวาฬครั้งที่ 5 ในช่วงไม่ถึงสัปดาห์ในนิวซีแลนด์ รวมถึงการเกยตื้นตายของวาฬนำร่อง 145 ตัวที่เกาะสจวร์ตเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงเกาะแชทัมเช้าวันศุกร์ก็พบว่า วาฬฝูงนี้ตายไปแล้ว 50 ตัว มีวาฬตัวหนึ่งยังไม่ตายแต่อยู่ในอากการที่แย่มาก ทำให้ต้องการุณยฆาต ส่วนวาฬที่เหลือลอยตัวได้และว่ายกลับทะเลได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกาะแชทัมเคยเกิดเหตุการณ์วาฬเกยตื้นครั้งใหญ่ที่สุดในโลก โดยวาฬเกยตื้นถึง 1,000 ตัวเมื่อปี 2461&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากวาฬนำร่องขึ้นมาเกยตื้นที่เกาะสจวร์ตและเกาะแชทัมของนิวซีแลนด์ในสัปดาห์นี้ ยังมีวาฬเพชฌฆาตเล็ก 12 ตัว เกยตื้นที่หาดทางเหนือสุดของนิวซีแลนด์ และวาฬหัวทุย 1 ตัว กับวาฬหัวทุยเล็กอีก 1 ตัว เกยตื้นที่เกาะเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาเรน สต็อกกิน นักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทางทะเลแห่งมหาวิทยาลัยแมสซีระบุว่า เป็นเรื่องไม่ปกติที่วาฬเพชฌฆาตเล็กและวาฬหัวทุยจะขึ้นมาเกยตื้นในนิวซีแลนด์ แต่สำหรับวาฬนำร่องมักขึ้นมาเกยตื้นในฤดูร้อน นอกจากนี้ยังพบวาฬที่ปกติจะไม่พบในน่านน้ำนิวซีแลนด์ ได้แก่ วาฬสีน้ำเงินขนาดมหึมา พบที่อ่าวฮาอูราคีใกล้โอ๊คแลนด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สต็อกกินกล่าวว่า ปีนี้นิวซีแลนด์เผชิญอุณหภูมิของมหาสมุทรที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ เชื่อว่าเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมของวาฬที่ขึ้นมาเกยตื้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23188</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิวซีแลนด์, วาฬนำร่อง, วาฬหัวทุย, วาฬเกยตื้น, เกาะแชทัม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181130/image_mid_5c01459300f92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22436</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2018 14:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/11/2018 14:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลด! อินโดฯผ่าท้องซากวาฬเจอขยะพลาสติก 6 กิโล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สะท้อนปัญหาขยะเกลื่อนทะเล อินโดนีเซียผ่าท้องซากวาฬหัวทุยเกยตื้นที่สุลาเวสีเมื่อวันจันทร์ พบขยะพลาสติกน้ำหนักร่วม 6 กิโลกรัมในท้องวาฬ ทั้งถุงและถ้วยพลาสติกกว่าร้อยใบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพถ่ายเมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2561 เผยสภาพซากของวาฬหัวทุยที่เกยตื้นในอุทยานแห่งชาติวากาโตบีของอินโดนีเซีย และพบขยะพลาสติกในท้องวาฬเกือบ 6 กิโลกรัม / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานของเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 21 พฤศจิกายน 2561 อ้างคำกล่าวของลา โอเด ซาเลห์ ฮานัน ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวของอุทยานแห่งชาติวากาโตบี ว่าขยะที่พบในซากวาฬหัวทุยความยาว 9.5 เมตรซึ่งโดนคลื่นซัดมาเกยหาดในอุทยานฯ ที่จังหวัดสุลาเวสีตะวันออกเฉียงใต้เมื่อวันจันทร์นั้น ประกอบด้วย ถ้วยพลาสติก 115 ใบ, ถุงพลาสติก 25 ใบ และขยะอื่นๆ เช่น รองเท้าแตะและเศษผ้าใบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม กองทุนสัตว์ป่าโลกแห่งอินโดนีเซีย เปิดเผยผ่านโซเชียลมีเดียว่า เจ้าหน้าที่ขององค์กรยังพบขวดพลาสติก 4 ใบ และเชือกปาล์ม นอกเหนือจากถุงและถ้วยพลาสติก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดวี ซูปราปตรี ผู้ประสานงานด้านการอนุรักษ์ชนิดพันธุ์ทางทะเลขององค์กรนี้ กล่าวว่า แม้จะยังไม่สามารถระบุได้แน่นอนว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้วาฬตัวนี้ตาย แต่มีสัญญาณบ่งบอกว่าอาจเกิดจากขยะพลาสติกก็เป็นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อินโดนีเซียเป็นประเทศที่ผลิตขยะทางทะเลมากเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากจีน โดยประเมินว่าแต่ละปีมีขยะมากถึง 1.29 ล้านเมตริกตัน ปัญหาขยะเคยถึงขึ้นวิกฤติจนทำให้ทางการต้องประกาศ &amp;quot;ภาวะฉุกเฉินขยะ&amp;quot; เมื่อปีที่แล้ว หลังจากพบขยะเกลื่อนแนวชายหากความยาว 6 กิโลเมตรของเกาะบาหลี ทางการอินโดนีเซียตั้งเป้าหมายไว้ด้วยว่า จะลดขยะพลาสติกในทะเลลงให้ได้ 70% ภายในปี 2568.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22436</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยะพลาสติก, ผ่าท้องซากวาฬ, วาฬหัวทุย, สุลาเวสีตะวันออกเฉียงใต้, อินโดนีเซีย, อุทยานแห่งชาติวากาโตบี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181121/image_big_5bf50751a237b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
