<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54115</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2020 17:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2020 17:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตายเพราะมนุษย์!กรมอุทยานฯเผยผลชันสูตร &#039;วาฬโอมูระ&#039; สัตว์สงวนหายาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมอุทยานฯเผยผลชันสูตรซาก &amp;quot;วาฬโอมูระ&amp;quot; สัตว์สงวนหายากเกยตื้นชายหาดเกาะลันตา ตายเพราะกิจกรรมมนุษย์ พบบาดแผลฉจกรรจ์บริเวณกรามล่างด้านขวา กระดูกขากรรไกรหัก มุมปากฉีกขาด คาดถูกเชือกรั้งอย่างรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ม.ค.63 -&amp;nbsp;ศูนย์วิจัยศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน จังหวัดภูเก็ต กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช รายงานผลการผ่าชันสูตรซากวาฬที่เกยตื้นบริเวณชายหาดทุ่งทะเล หมูที่ 3 บ้านปากคลอง ตำบลเกาะกลาง อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ เมื่อวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลปรากฏว่าเป็นวาฬโอมูระ ขนาดความยาวลำตัว 3.6 เมตร อายุไม่เกิน 1 ปี เพศผู้ สภาพร่างกายมีความสมบูรณ์ มีรอยบาดแผลจากการเกยตื้นรอบลำตัว และพบบาดแผลฉกรรจ์บริเวณกรามล่างด้านขวา กระดูกขากรรไกรหัก ร่วมกับมุมปากฉีกขาดจนถึงชั้นกล้ามเนื้อ มีร่องรอยการเสียดสีของเชือกบริเวณกรามทั้งสองข้าง ซึ่งคาดว่าบาดแผลเกิดจากการถูกเชือกดึงรั้งอย่างรุนแรง จนทำให้กระดูกขากรรไกรหัก กล้ามเนื้อบริเวณกระดูกขากรรไกรฉีกขาด พบว่ามีการอักเสบติดเชื้อบริเวณโดยรอบบาดแผลและกระดูก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้มียังพบฟองอากาศออกจากช่องหายใจจำนวนมาก เนื่องจากมีการสำลักน้ำก่อนเสียชีวิต ตรวจสอบความผิดปกติของอวัยวะภายใน พบส่วนม้ามบ่งชี้ว่ามีการเสียเลือด และมีการติดเชื้อในร่างกาย ส่วนของทางเดินอาหารไม่พบอาหารตลอดทางเดินอาหาร เนื่องมาจากการบาดเจ็บที่บริเวณกรามทำให้ไม่สามารถหาอาหารกินได้ตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสาเหตุการเสียชีวิตระบุได้ว่าเกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ จึงได้เก็บตัวอย่างผิวหนังและชิ้นเนื้อเพื่อตรวจวิเคราะห์ทางพันธุกรรม และเก็บตัวอย่างอวัยวะภายในเพื่อส่งตรวจโลหะหนักและสารชีวพิษ พร้อมเก็บตัวอย่างกระดูกขากรรไกรเพื่อตรวจระยะเวลาการเกิดบาดแผลที่แน่ชัด และเก็บตัวอย่างอวัยวะภายในเพื่อตรวจรอยโรคทางจุลพยาธิวิทยาทางห้องปฏิบัติการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิทยาศาสตร์ทางทะเล โพสต์เฟซบุ๊กว่า&amp;nbsp;วาฬโอมูระเป็นวาฬหายากที่สุดชนิดหนึ่งที่มีถิ่นฐานในไทย หายากกว่าวาฬบรูด้า&amp;nbsp;น่าจะมีอยู่ในไทย 15-20 ตัว แต่ยังไม่มีตัวเลขแน่นอน วาฬโอมูระขนาดเล็กกว่าวาฬบรูด้า ลักษณะที่ต่างชัดเจนคือ สันหัวมีเพียง 1 สัน (บรูด้ามี 3 สัน) ตัวผู้ยาว 10 เมตร ตัวเมียยาว 11.5 เมตร ถือว่าเป็นหนึ่งในวาฬบาลีนที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก&amp;nbsp;เราไม่ค่อยพบวาฬโอมูระในเขตอ่าวไทยตอนใน จะอยู่ในเขตอ่าวไทยตอนนอก และมีรายงานในอันดามันเป็นครั้งคราว ล่าสุดที่เป็นข่าวคือพบที่เกาะสิมิลันช่วงปีใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วาฬโอมูระตัวนี้เกยตื้นที่เกาะลันตา กระบี่ สาเหตุยังต้องชันสูตรต่อไป ในอดีตมีรายงานวาฬโอมูระตายนานๆ ครั้ง บางครั้งเกิดจากเครื่องมือประมงหรือขยะทะเลติดตามตัว เนื่องจากมีปริมาณน้อยและถูกคุกคามโดยมนุษย์ ทำให้ทุกฝ่ายช่วยกันผลักดันให้วาฬโอมูระเป็นสัตว์สงวน พร้อมกับวาฬบรูด้า วาฬโอมูระถือเป็นสัตว์สงวนทางทะเลที่เรามีข้อมูลน้อยที่สุด และอยู่ในสภาพน่าเป็นห่วงมากเพราะประชากรน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54115</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกระบี่, วาฬหายาก, วาฬเกยตื้น, วาฬโอมูระเกยตื้น, สัตว์สงวน, เกาะลันตา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200108/image_big_5e15ae0496f8c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
