<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>81691</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2020 10:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2020 10:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ลูกแก้ว’ทำเพลง‘วาฬเกยตื้น’เวอร์ชั่นประเทศเพื่อนบ้าน ร่วมงานนักดนตรีพม่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หลังจากที่ต้องติดอยู่ที่ประเทศพม่ามาหลายเดือนเพราะการระบาดของโควิด ทำให้นักแสดง-อดีตเกิร์ลกรุ๊ปวงซาวครีม จากจีเอ็มเอ็ม แกรมมีฯ ลูกแก้ว-ศรีกานต์ นาคะวิสุทธ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;คิดถึงงานในวงการบันเทิงไทยมาก เลยได้แต่ร้องเพลงรอ ด้วยการทำคัพเวอร์เพลงเวอร์ชั่นภาษาพม่า และรับงานถ่ายแบบที่โน่นไปก่อน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดย ลูกแก้ว เล่าว่า &amp;ldquo;ลูกแก้วบินมาดูงานเพื่อทำธุรกิจที่พม่าแต่มาโดนช่วงโควิดระบาด และมีการปิดน่านฟ้าพอดี เลยต้องอยู่ที่นี้มาตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่าน คิดถึงเมืองไทยมากค่ะ อยากกลับไปทำงานในวงการบันเทิงที่รักมาก แต่ต้องรอสถานการณ์เรื่องโควิดก่อนค่ะ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ลูกแก้วเลยทำคัพเวอร์เพลง วาฬเกยตื้น ของ GUNGUN ออกมาโดยเลือกเป็นเวอร์ชั่น ภาษาพม่า เพราะตอนนี้เราอยู่ที่พม่า เราเลยฝึกภาษาพม่าไปด้วยอีกอย่างเราก็ตั้งใจจะทำธุรกิจที่นี้ และตั้งใจจะเรียนภาษาพม่าเพิ่มเติมไปด้วย เลยทดลองฝึกจากเพลงนี้ก่อน ซึ่งก็ได้เพื่อนนักดนตรี ชาวพม่าชื่อ Lin Myat มาแต่งเนื้อร้องให้ โดยเขาเอาไปตีความ ดัดแปลงเป็นความเข้าใจของเค้าเอง ไม่ได้แปลจากไทยไปตรงตัวเลยทีเดียว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ถ้าถามว่าร้องยากไหม ต้องยอมรับว่าใช้เวลานานเป็นเดือนเลยค่ะ ในการฝึกเนื้อเพลงภาษาพม่า เพราะตอนนั้นก็ยังไม่ได้เริ่มเรียนภาษาพม่าเลย แถมติดช่วงกักตัวโควิดช่วงแรก เลยทำให้ล่าช้าเป็นเวลาหลายเดือน แต่ก็ดีใจที่ได้ปล่อยค่ะ ส่วนตัวลูกแก้วคิดว่า ภาษาพม่าเป็นภาษาที่ฟังดูน่ารักดี วงการดนตรีบ้านเขามีเพลงแร็ปฮิพฮอพเยอะ เคยฟังแล้วชอบค่ะ จนตอนนี้เริ่มเรียนภาษาพม่าจริงจังแล้วค่ะ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เพลงนี้อัดและถ่าย MV ที่ ย่างกุ้งค่ะ อัดเสียงโดยโปรดิวเซอร์ชาวพม่า ชื่อต้าเหง Tharnge และผู้กำกับที่มาถ่าย MV ให้ชื่อ Will Kyaw เป็นเพื่อนผู้กำกับชาวพม่าที่เคยทำงานเป็น Creative Director ให้กับศิลปินระดับโลกอย่าง Alan Walkerในเอ็มวีจะเป็น mood and tone แบบวินเทจๆย้อนยุคหน่อยๆค่ะ โดยส่วนตัวลูกแก้วเป็นคนที่ชอบสไตล์แบบคลาสสิคอยู่แล้ว ปกติแต่งตัวก็จะเป็นฟีลประมาณนี้ค่ะ เนื้อเรื่องพูดถึงเรื่องเล่าของวาฬตัวนึงที่อกหัก ตามหาความรักแล้วมาเกยตื้น คล้ายๆเนื้อเพลงเวอร์ชั่นภาษาไทยแหละค่ะ โดย MV จะเป็นการสื่อถึงการตามหาอะไรบางอย่าง ตามหารักที่ดีและจริงใจ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนด้านงานถ่ายแบบเริ่มมาจากเราทำธุรกิจจิวเวลรี่ของพม่า ก็เลยมีโอกาสรับงานถ่ายแบบพวกสินค้าทางด้านนี้ไปด้วย ล่าสุดลูกแก้วก็พิ่งมีงานธุรกิจเบเกอรี่ติดต่อมา แต่ตอนนี้เบรกการถ่ายทำไปเพราะเจอโควิดระลอก 2 ที่นี่ ลูกแก้วก็อยากขอฝากเนื้อฝากตัวไว้เหมือนเดิมนะคะ คิดถึงเมืองไทยมากเลยค่ะ เลยลองทำเพลงฮิตของคนไทย วาฬเกยตื้น เป็นภาษาพม่ามาให้ลองฟังกันดูค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ติดตามชมมิวสิควีดีโอเพลง &amp;ldquo;วาฬเกยตื้น&amp;rdquo; เวอร์ชั่นภาษาพม่า คัพเวอร์โดย &amp;ldquo;ลูกแก้ว&amp;nbsp;ศรีกานต์&amp;rdquo; กันได้ที่ FB fanpage: Lukgal Around The World &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81691</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลูกแก้ว ศรีกานต์, ลูกแก้ว-ศรีกานต์ นาคะวิสุทธ์, วาฬเกยตื้น, วาฬเกยตื้น เวอร์ชั่นพม่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201025/image_big_5f94f3fe2c3fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78386</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2020 17:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2020 17:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุดเศร้า วาฬเกือบ500ตัวเกยตื้นอ่าวแทสเมเนีย ตายแล้ว380ตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ออสเตรเลียพบฝูงวาฬเกยตื้นในอ่าวแม็กควอรีของรัฐแทสเมเนียตั้งแต่วันจันทร์เพิ่มเป็นเกือบ 500 ตัวแล้ว เจ้าหน้าที่ยืนยันเมื่อวันพุธว่ามีวาฬตายไปอย่างน้อย 380 ตัว ที่เกยตื้นยังเหลือรอดไม่กี่สิบตัว และช่วยกลับลงทะเลได้แล้ว 50 ตัว เผยเป็นเหตุการณ์วาฬเกยตื้นครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ออสเตรเลียสมัยใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การบินสำรวจของเฮลิคอปเตอร์ตรวจพบว่ามีฝูงวาฬนำร่องเกยตื้นสันดอนทรายในอ่าวแม็กควอรีเพิ่มเติมจากที่ตรวจพบเมื่อวันจันทร์ที่ 21 กันยายน โดยพบห่างออกไป 10 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่กล่าวกันว่าวาฬที่พบใหม่นี้อาจโดนคลื่นซัดมาเกยตื้นและเชื่อว่าเป็นฝูงเดียวกับที่พบเมื่อวันจันทร์ เจ้าหน้าที่กำลังขยายการค้นหาในพื้นที่นั้นเพื่อดูว่ามีวาฬเกยตื้นเพิ่มอีกหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่พบว่ามีวาฬเกยตื้นในอ่าวน้ำตื้น ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองโฮบาร์ต เมืองเอกของรัฐแทสเมเนีย ทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 200 กิโลเมตร นักวิทยาศาสตร์ของรัฐบาล, อาสาสมัครที่มีความเชี่ยวชาญและคนงานฟาร์มประมงในพื้นที่ ทำงานกันอย่างหนักเพื่อช่วยชีวิตพวกมัน โดยถึงวันพุธ สามารถช่วยสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่เหล่านี้กลับลงน้ำลึกได้ราว 50 ตัว แต่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า มีความเป็นไปได้สูงที่บางตัวจะกลับมาเกยตื้นอีก แบบเดียวกับที่วาฬหลายตัวที่เคยช่วยไว้เมื่อวันจันทร์ กลับมาเกยตื้นซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีอ้างคำกล่าวของนิก เดคา ผู้จัดการบริการอุทยานและสัตว์ป่าของรัฐแทสเมเนีย ว่า การตรวจนับที่แม่นยำมากขึ้นทำให้ยืนยันได้ว่ามีวาฬตายแล้ว 380 ตัว และยังมีอีกราว 30 ตัวที่ยังเกยตื้นอยู่ แต่ข่าวดีคือพวกเขาสามารถช่วยชีวิตวาฬได้ 50 ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โอกาสรอดชีวิตของวาฬที่เกยตื้นเหล่านี้เหลือไม่มากนัก เพราะเมื่อเวลาผ่านไป พวกวาฬก็ยิ่งอ่อนแรง เดคากล่าวว่า พวกเขาคาดหวังว่าจะช่วยชีวิตวาฬเพิ่มเติม แต่ตอนนี้งานที่ต้องให้ความสนใจมากขึ้นคือการกำจัดซากวาฬที่ตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระบวนการช่วยพาวาฬกลับลงน้ำลึกนั้นต้องใช้คนเฉลี่ย 4-5 คนต่อวาฬ 1 ตัว พวกเขาต้องลุยน้ำระดับเอวเพื่อพันสลิงไว้กับตัววาฬให้เรือพาออกจากอ่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์นี้เป็นการเกยตื้นของวาฬครั้งใหญ่ที่สุดของรัฐแทสเมเนีย ซึ่งเป็นเกาะอยู่ทางใต้ของออสเตรเลีย และเชื่อว่าเป็นเหตุการณ์วาฬเกยตื้นครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ของออสเตรเลียสมัยใหม่ ทั้งยังเป็นหนึ่งในเหตุการณ์วาฬเกยตื้นครั้งใหญ่ที่สุดของโลกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อปี 2539 วาฬนำร่อง 320 ตัวเกยตื้นบนชายหาดของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ครั้งนั้นถูกระบุว่าเป็นการเกยตื้นฝูงใหญ่ที่สุดของประเทศ ส่วนในรัฐแทสเมเนียเคยมีวาฬเกยตื้นครั้งเดียวมากที่สุด 294 ตัวเมื่อปี 2478 โดยการเกยตื้นหมู่ครั้งใหญ่ล่าสุดของรัฐนี้เกิดเมื่อปี 2552 มีวาฬนำร่องเกยตื้นพร้อมกันประมาณ 200 ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามรายงานของรอยเตอร์นั้น เมื่อปี 2560 เคยมีวาฬนำร่องเกยตื้นที่นิวซีแลนด์พร้อมกันประมาณ 600 ตัว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78386</URL_LINK>
                <HASHTAG>วาฬนำร่อง, วาฬเกยตื้น, ออสเตรเลีย, อ่าวแม็กควอรี, แทสเมเนีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200923/image_big_5f6b1df97d172.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78250</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2020 16:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2020 16:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลด วาฬเกยตื้นตายแล้วเกือบร้อย ออสเตรเลียเร่งช่วยชีวิตอีก180ตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ออสเตรเลียและอาสาสมัครหลายสิบคนกำลังทำงานแข่งกับเวลาเพื่อช่วยชีวิตวาฬนำร่องเกือบ 200 ตัว จาก 270 ตัว ที่เกยตื้นบริเวณสันดอนทรายนอกชายหาดฝั่งตะวันตกของเกาะแทสเมเนียเมื่อวันจันทร์ โดยมีวาฬตายลงแล้ว 90 ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วาฬนำร่องกว่า 200 ตัวเกยตื้นบนสันดอนทรายนอกชายฝั่งเมืองสตรอน รัฐแทสมาเนีย เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีเมื่อวันที่ 22 กันยายน กล่าวว่า นักวิทยาศาสตร์ของหน่วยงานรัฐบาลออสเตรเลียประเมินว่า เมื่อวันจันทร์ที่่ผ่านมา มีวาฬนำร่องครีบยาว 2 ฝูง รวมประมาณ 270 ตัว เกยตื้นที่รัฐแทสมาเนีย โดยกลุ่มหนึ่งที่มีประมาณ 30 ตัว ถูกพบว่าเกยตื้นตายบนชายหาดใกล้กันเมื่อวันจันทร์ และกลุ่มใหญ่กว่าติดอยู่ในท้องน้ำตื้นๆ ซึ่งเต็มไปด้วยสันดอนทราย ในอ่าวจอดเรือแม็กควอรี อยู่ห่างจากเมืองโฮบาร์ต เมืองหลวงของรัฐแทสเมเนีย ทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 200 กิโลเมตร มีวาฬตายไปแล้วประมาณ 60 ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภาพถ่ายจากสถานที่นั้นเผยให้เห็นอ่าวที่มีน้ำตื้นๆ เกลื่อนด้วยสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ยักษ์เหล่านี้ติดอยู่บนสันทราย และมีอีกหลายตัวกระเสือกกระสนอยู่ในน้ำที่ลึกกว่า มีนักวิทยาศาสตร์ของรัฐบาลราว 40 คน ตำรวจ 20 นาย และอาสาสมัครกับคนงานในฟาร์มเลี้ยงปลาแถบนั้นกำลังพยายามช่วยชีวิตพวกมัน โดยช่วยกลับลงทะเลได้แล้วอย่างน้อย 25 ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วาฬนำร่องอาจหนักได้ถึง 3 ตันและยาวถึง 7 เมตร การพาพวกมันกลับลงทะเลเป็นกระบวนการที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมาก อาจโดยการใช้แรงผลักดันหรือใช้อุปกรณ์พิเศษช่วยลากพวกมันลงน้ำลึก บริเวณที่พวกวาฬเกยตื้นอยู่ไกลจากฝั่ง ซึ่งเข้าถึงได้โดยต้องใช้เรือเท่านั้น และทำให้การเดินทางไปช่วยทำได้อย่างจำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คริส คาร์ลีออน นักชีววิทยาทางทะเลของรัฐบาลออสเตรเลีย เผยเมื่อวันอังคารว่า มีวาฬราว 1 ใน 3 ของ 270 ตัวตายลงเมื่อวันจันทร์ และการช่วยชีวิตวาฬที่เหลืออยู่เป็นงานท้าทายที่คงจะต้องใช้เวลาหลายวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คลื่นลมแรงและสถานที่ที่อยู่ห่างไกลเป็นอุปสรรคใหญ่ของการช่วยชีวิต แต่ฝนตกและอากาศเย็นกลับเป็นประโยชน์ต่อวาฬพวกนี้ที่จะช่วยยื้อชีวิตพวกมันได้ คาร์ลีออนกล่าวว่า ทีมช่วยชีวิตประสบกับความยากลำบากมาก แต่ตราบใดที่วาฬยังรอดอยู่ได้ก็ถือเป็นเรื่องดีมาก หากสภาพการณ์เป็นแบบนี้ พวกวาฬน่าจะรอดอยู่ได้ 1-2 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐที่เป็นเกาะทางใต้ของออสเตรเลียแห่งนี้เกิดเหตุวาฬเกยตื้นหมู่บ่อยครั้ง แต่การเกยตื้นกลุ่มใหญ่ขนาดนี้ไม่เกิดในพื้นที่นั้นมานานกว่าทศวรรษแล้ว นักวิทยาศาสตร์ยังระบุสาเหตุไม่ได้ว่าทำไมวาฬ ซึ่งเดินทางด้วยกันเป็นฝูง จึงพากันเกยตื้น แต่เป็นที่รับรู้กันว่าวาฬติดตามหัวหน้าฝูง และมักวนเวียนใกล้กับวาฬที่เจ็บหรือมีปัญหา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78250</URL_LINK>
                <HASHTAG>วาฬนำร่อง, วาฬเกยตื้น, ออสเตรเลีย, แทสเมเนีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200922/image_big_5f69bf6d078c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54115</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2020 17:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2020 17:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตายเพราะมนุษย์!กรมอุทยานฯเผยผลชันสูตร &#039;วาฬโอมูระ&#039; สัตว์สงวนหายาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมอุทยานฯเผยผลชันสูตรซาก &amp;quot;วาฬโอมูระ&amp;quot; สัตว์สงวนหายากเกยตื้นชายหาดเกาะลันตา ตายเพราะกิจกรรมมนุษย์ พบบาดแผลฉจกรรจ์บริเวณกรามล่างด้านขวา กระดูกขากรรไกรหัก มุมปากฉีกขาด คาดถูกเชือกรั้งอย่างรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ม.ค.63 -&amp;nbsp;ศูนย์วิจัยศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน จังหวัดภูเก็ต กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช รายงานผลการผ่าชันสูตรซากวาฬที่เกยตื้นบริเวณชายหาดทุ่งทะเล หมูที่ 3 บ้านปากคลอง ตำบลเกาะกลาง อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ เมื่อวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลปรากฏว่าเป็นวาฬโอมูระ ขนาดความยาวลำตัว 3.6 เมตร อายุไม่เกิน 1 ปี เพศผู้ สภาพร่างกายมีความสมบูรณ์ มีรอยบาดแผลจากการเกยตื้นรอบลำตัว และพบบาดแผลฉกรรจ์บริเวณกรามล่างด้านขวา กระดูกขากรรไกรหัก ร่วมกับมุมปากฉีกขาดจนถึงชั้นกล้ามเนื้อ มีร่องรอยการเสียดสีของเชือกบริเวณกรามทั้งสองข้าง ซึ่งคาดว่าบาดแผลเกิดจากการถูกเชือกดึงรั้งอย่างรุนแรง จนทำให้กระดูกขากรรไกรหัก กล้ามเนื้อบริเวณกระดูกขากรรไกรฉีกขาด พบว่ามีการอักเสบติดเชื้อบริเวณโดยรอบบาดแผลและกระดูก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้มียังพบฟองอากาศออกจากช่องหายใจจำนวนมาก เนื่องจากมีการสำลักน้ำก่อนเสียชีวิต ตรวจสอบความผิดปกติของอวัยวะภายใน พบส่วนม้ามบ่งชี้ว่ามีการเสียเลือด และมีการติดเชื้อในร่างกาย ส่วนของทางเดินอาหารไม่พบอาหารตลอดทางเดินอาหาร เนื่องมาจากการบาดเจ็บที่บริเวณกรามทำให้ไม่สามารถหาอาหารกินได้ตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสาเหตุการเสียชีวิตระบุได้ว่าเกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ จึงได้เก็บตัวอย่างผิวหนังและชิ้นเนื้อเพื่อตรวจวิเคราะห์ทางพันธุกรรม และเก็บตัวอย่างอวัยวะภายในเพื่อส่งตรวจโลหะหนักและสารชีวพิษ พร้อมเก็บตัวอย่างกระดูกขากรรไกรเพื่อตรวจระยะเวลาการเกิดบาดแผลที่แน่ชัด และเก็บตัวอย่างอวัยวะภายในเพื่อตรวจรอยโรคทางจุลพยาธิวิทยาทางห้องปฏิบัติการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิทยาศาสตร์ทางทะเล โพสต์เฟซบุ๊กว่า&amp;nbsp;วาฬโอมูระเป็นวาฬหายากที่สุดชนิดหนึ่งที่มีถิ่นฐานในไทย หายากกว่าวาฬบรูด้า&amp;nbsp;น่าจะมีอยู่ในไทย 15-20 ตัว แต่ยังไม่มีตัวเลขแน่นอน วาฬโอมูระขนาดเล็กกว่าวาฬบรูด้า ลักษณะที่ต่างชัดเจนคือ สันหัวมีเพียง 1 สัน (บรูด้ามี 3 สัน) ตัวผู้ยาว 10 เมตร ตัวเมียยาว 11.5 เมตร ถือว่าเป็นหนึ่งในวาฬบาลีนที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก&amp;nbsp;เราไม่ค่อยพบวาฬโอมูระในเขตอ่าวไทยตอนใน จะอยู่ในเขตอ่าวไทยตอนนอก และมีรายงานในอันดามันเป็นครั้งคราว ล่าสุดที่เป็นข่าวคือพบที่เกาะสิมิลันช่วงปีใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วาฬโอมูระตัวนี้เกยตื้นที่เกาะลันตา กระบี่ สาเหตุยังต้องชันสูตรต่อไป ในอดีตมีรายงานวาฬโอมูระตายนานๆ ครั้ง บางครั้งเกิดจากเครื่องมือประมงหรือขยะทะเลติดตามตัว เนื่องจากมีปริมาณน้อยและถูกคุกคามโดยมนุษย์ ทำให้ทุกฝ่ายช่วยกันผลักดันให้วาฬโอมูระเป็นสัตว์สงวน พร้อมกับวาฬบรูด้า วาฬโอมูระถือเป็นสัตว์สงวนทางทะเลที่เรามีข้อมูลน้อยที่สุด และอยู่ในสภาพน่าเป็นห่วงมากเพราะประชากรน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54115</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกระบี่, วาฬหายาก, วาฬเกยตื้น, วาฬโอมูระเกยตื้น, สัตว์สงวน, เกาะลันตา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200108/image_big_5e15ae0496f8c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23188</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2018 21:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2018 21:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วาฬเกยตื้นตายอีก 50 ตัวที่หาดกีวี ผู้เชี่ยวชาญโยงเหตุน้ำทะเลอุ่นขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;วาฬนำร่องกว่า 50 ตัวเกยตื้นตายที่ชายหาดนิวซีแลนด์เมื่อวันศุกร์ เป็นการเกยตื้นหมู่ล่าสุดในสัปดาห์นี้ ผู้เชี่ยวชาญเชื่อมโยงอุณหภูมิมหาสมุทรที่สูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพเมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2561 ซากวาฬเกยตื้นตายบนชายหาดของเกาะสจวร์ต ทางใต้ของนิวซีแลนด์ / AFP / New Zealand Department of Conservation&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรมอนุรักษ์นิวซีแลนด์เผยเมื่อวันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน ว่า วาฬนำร่องกว่า 50 ตัวที่เกยตื้นตายเป็นส่วนหนึ่งของฝูงวาฬราว 80-90 ตัวที่พบเมื่อค่ำวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา นอกชายฝั่งเกาะแชทัม ห่างจากเกาะใต้ของนิวซีแลนด์ทางตะวันออกราว 800 กิโลเมตร ซึ่งเป็นการเกยตื้นของวาฬครั้งที่ 5 ในช่วงไม่ถึงสัปดาห์ในนิวซีแลนด์ รวมถึงการเกยตื้นตายของวาฬนำร่อง 145 ตัวที่เกาะสจวร์ตเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงเกาะแชทัมเช้าวันศุกร์ก็พบว่า วาฬฝูงนี้ตายไปแล้ว 50 ตัว มีวาฬตัวหนึ่งยังไม่ตายแต่อยู่ในอากการที่แย่มาก ทำให้ต้องการุณยฆาต ส่วนวาฬที่เหลือลอยตัวได้และว่ายกลับทะเลได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกาะแชทัมเคยเกิดเหตุการณ์วาฬเกยตื้นครั้งใหญ่ที่สุดในโลก โดยวาฬเกยตื้นถึง 1,000 ตัวเมื่อปี 2461&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากวาฬนำร่องขึ้นมาเกยตื้นที่เกาะสจวร์ตและเกาะแชทัมของนิวซีแลนด์ในสัปดาห์นี้ ยังมีวาฬเพชฌฆาตเล็ก 12 ตัว เกยตื้นที่หาดทางเหนือสุดของนิวซีแลนด์ และวาฬหัวทุย 1 ตัว กับวาฬหัวทุยเล็กอีก 1 ตัว เกยตื้นที่เกาะเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาเรน สต็อกกิน นักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทางทะเลแห่งมหาวิทยาลัยแมสซีระบุว่า เป็นเรื่องไม่ปกติที่วาฬเพชฌฆาตเล็กและวาฬหัวทุยจะขึ้นมาเกยตื้นในนิวซีแลนด์ แต่สำหรับวาฬนำร่องมักขึ้นมาเกยตื้นในฤดูร้อน นอกจากนี้ยังพบวาฬที่ปกติจะไม่พบในน่านน้ำนิวซีแลนด์ ได้แก่ วาฬสีน้ำเงินขนาดมหึมา พบที่อ่าวฮาอูราคีใกล้โอ๊คแลนด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สต็อกกินกล่าวว่า ปีนี้นิวซีแลนด์เผชิญอุณหภูมิของมหาสมุทรที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ เชื่อว่าเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมของวาฬที่ขึ้นมาเกยตื้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23188</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิวซีแลนด์, วาฬนำร่อง, วาฬหัวทุย, วาฬเกยตื้น, เกาะแชทัม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181130/image_mid_5c01459300f92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5649</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2018 18:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2018 18:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลด! วาฬแห่เกยตื้นตายหมู่ 135 ตัวบนชายหาดออสเตรเลีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ออสเตรเลียพบวาฬนำร่องครีบสั้นมากกว่า 150 ตัวพากันมาเกยตื้นที่ชายหาดทางตะวันตก แต่วาฬตายลงแล้วอย่างน้อย 135 ตัวเมื่อวันศุกร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝูงวาฬเกยตื้นที่ชายหาดในอ่าวฮาเมลิน ภาพจากกระทรวงอนุรักษ์และดึงดูดความหลากหลายทางชีวภาพแห่งรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอเอฟพีรายงานว่า ช่วงเช้าตรู่ของวันศุกร์ที่ 23 มีนาคม ชาวประมงออสเตรเลียคนหนึ่งพบมีวาฬนำร่องครีบสั้นมากกว่า 150 ตัวขึ้นมาเกยตื้นที่ชายหาดในอ่าวฮาเมลิน ซึ่งอยู่ห่างไปทางใต้ของนครเพิร์ธราว 315 กิโลเมตร และเกรงว่าซากวาฬที่ตายเหล่านี้จะดึงดูดฉลามให้มาใกล้ฝั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่ารัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่แล้ว และพบว่ามีวาฬตายไปแล้วอย่างน้อย 135 ตัว เจ้าหน้าที่กำลังพยายามช่วยเหลือวาฬที่ยังเหลือรอดอีก 15 ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจเรมี ชิค หัวหน้าในการช่วยเหลือวาฬเกยตื้นครั้งนี้ เผยว่า วาฬส่วนใหญ่ขึ้นมาเกยตื้นเมื่อคืนที่ผ่านมา และเมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงพวกมันส่วนใหญ่เสียชีวิตแล้ว ในการช่วยวาฬที่ยังไม่ตาย 15 ตัวให้ว่ายกลับทะเลขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของมัน, สภาพลมและอากาศชื้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาเหตุที่วาฬขึ้นมาเกยตื้นหมู่มีอยู่ด้วยกันหลายทฤษฎี ได้แก่ รูปร่างของแนวชายฝั่ง, วาฬตอบสนองสัญญาณแจ้งเหตุร้ายของวาฬตัวอื่น และฝูงวาฬติดตามจ่าฝูงขึ้นมาเกยตื้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ออสเตรเลียตะวันตกเคยเกิดเหตุวาฬเกยตื้นครั้งใหญ่ที่สุดในปี 2539 วาฬนำร่องครีบยาว 320 ตัวเกยตื้นที่ชายหาดเมืองดันส์โบโรห์ วาฬรอดชีวิตเพียง 20 ตัว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5649</URL_LINK>
                <HASHTAG>วาฬนำร่องครีบสั้น, วาฬเกยตื้น, ออสเตรเลีย, อ่าวฮาเมลิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180323/image_big_5ab4e20242965.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
