<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>85432</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2020 20:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2020 20:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผงะ!ผลผ่าชันสูตรวาฬเพชฌฆาตดำ พบเศษอวนอุดตันกระเพาะอาหาร </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ย.63- &amp;nbsp;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง จ.ชุมพร ได้รายงานผลผ่าชันสูตรซากวาฬเพชฌฆาตดำ ซึ่งผลการตรวจสอบอย่างละเอียดดังนี้วาฬมีความยาว 4.33 เมตร ค่อนข้างผอม บาดแผลภายนอกที่เกิดจากการเกยตื้นสมานได้ดี พบรอยถูกรัดบริเวณครีบหลัง และโคนหาง กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจพบจุดเลือดออกโดยเฉพาะห้องซ้ายล่าง ในหลอดลมมีของเหลวปนอากาศ ปอดซ้ายมีก้อนหนองและมีหนองอยู่ภายในจำนวนมาก
&amp;nbsp;
ซึ่งสอดคล้องกับอาการลอยตัวเอียงของวาฬ ประกอบกับต่อมน้ำเหลืองบริเวณฝั่งซ้ายของลำตัวอักเสบและมีขนาดใหญ่กว่าปกติ พบเศษปลา และก้อนเศษอวนน้ำหนัก 0.5 กก.ในกระเพาะอาหารส่วนต้น คาดว่าทำให้เกิดการอุดตันบางส่วนของกระเพาะอาหาร พบพยาธิจำนวนมากในลำไส้เล็ก จนทำให้เกิดการตีบของลำไส้ ตับอ่อนอักเสบ มีจุดเลือดออก
&amp;nbsp;
ทั้งนี้จากความผิดปกติที่พบจึงคาดว่าวาฬติดเครื่องมือประมงไม่ทราบชนิดมาก่อน และมีการสำลักน้ำ ส่งผลให้ปอดเกิดการอักเสบและติดเชื้อตามมา จนทำให้เกิดการป่วยเรื้อรังก่อนที่วาฬเข้ามาเกยตื้น นอกจากนี้การที่วาฬกินเศษอวนและพบพยาธิจำนวนมากในลำไส้ ส่งผลให้เกิดการอักเสบ อุดตันของทางเดินอาหารบางส่วนและทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของทางเดินอาหารลดลงจากอาการป่วยเรื้อรังของวาฬดังกล่าว ประกอบกับความเครียดที่เกิดจากคลื่นลมแรง ทำให้วาฬช็อก การทำงานของหัวใจและระบบหายใจล้มเหลว และเสียชีวิตในที่สุด ทั้งนี้เก็บตัวอย่างอวัยวะเพื่อศึกษาในห้องปฏิบัติการต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85432</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, จ.ชุมพร, วาฬเพชฌฆาตดำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201129/image_big_5fc3a05866305.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83808</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/11/2020 16:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/11/2020 16:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบ &#039;วาฬเพชฌฆาตดำ&#039; บาดเจ็บเกยตื้นหน้าหาดบางเบิดโครงการส่วนพระองค์ในหลวง ร.9</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ย.63 - นายสมศักดิ์ ชัยวิสิทธิ์ เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน หัวหน้าโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โครงการพัฒนาส่วนพระองค์ จังหวัดชุมพร ได้รับแจ้งจาก นายสมโชค ช่วยประคอง เจ้าหน้าที่โครงการฯ ว่าพบวาฬขนาดใหญ่ลอยมาเกยตื้นดิ้นทุรนทุรายอยู่บริเวณชายหาดบางเบิด หน้าโครงการพัฒนาส่วนพระองค์ ในหลวง ร.9 บ้านน้ำพุ หมู่ที่ 5 ตำบลปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร จากนั้นได้ประสานไปยัง นางสาวทิพยมาศ อุปน้อย ผอ.ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง(ชุมพร) เดินมาพร้อม นางสาวพิมชนก ประจำค่าย นายสัตวแพทย์ฯ ให้มาช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพบว่าเป็นวาฬเพชฌฆาตดำ ยังโตไม่เต็มวัน ยาวประมาณ 4 เมตร หนักกว่า 500 กิโลกรัม โดยมีชาวบ้านจำนวนมากกำลังช่วยเหลือประคับประคองตัววาฬเพชรฆาตดำแช่ไว้ในน้ำเพื่อไม่ให้คลื่นลมที่มีกำลังแรงซัดขึ้นมาเกยบนชายหาด กลัวว่าจะได้รับอันตรายและขาดน้ำจนตายได้ โดยที่โคนหางมีบาดแผลรอยถลอกแต่ไม่ถึงฉกรรจ์มากนัก เจ้าหน้าที่ได้ทำการรักษาเบื้องต้น จากนั้นได้นำวาฬเพชฌฆาตดำใส่ในเปลผ้าใบแล้วช่วยกันนำขึ้นเรือยาง แล้วนำขึ้นบนสาลี่พ่วงใช้รถยนต์กระบะลากนำไปลงที่บริเวณริมอ่าวหน้าหมู่บ้านเกาะเตียบ หมู่ที่ 7 ตำบลปากคลอง อ.ปะทิว ห่างจากจุดเกิดเหตุ ประมาณ 10 กิโลเมตร เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นอ่าว คลื่นลมไม่แรง เพราะมีเกาะอยู่จำนวนหลายเกาะจึงเป็นจุดที่ปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา เมื่อถึงบริเวณอ่าวบ้านเกาะเตียบ เจ้าหน้าที่ได้นำวาฬเพชรฆาตดำที่อยู่ในเปลผ้าใบลงไปแช่ประคองไว้ในทะเลห่างจากชายหาดประมาณ 5 เมตร และไม่นานนักวาฬเพชฌฆาตดำตัวดังกล่าวมีอาการฟื้นตัวได้พยายามดิ้นตะเกียกตะกายดิ้นออกจากเปลยาง แล้วว่ายดำผุดดำโผล่ มุ่งหน้าออกไปสู่ทะเลลึกที่มีเกาะเล็กเกาะใหญ่อยู่จำนวนหลายเกาะ สำหรับเป็นที่หลบลมมรสุมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง(ชุมพร) เปิดเผยว่า&amp;nbsp;วาฬเพชฌฆาตดำ เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เมื่อโตเต็มที่จะมีความยาว 5-6 เมตร หนักมากกว่า 1 ตัน เป็นสัตว์ที่อาศัยหากินอยู่ในทะเลน้ำลึก จัดเป็นสัตว์ป่าสงวนและคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ตัวล่าสุดเพิ่งจะพบที่เกาะสิมิลัน ฝั่งทะเลอันดามัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสาเหตุคาดว่าวาฬเพชรฆาตดำตัวนี้ จะได้รับบาดเจ็บที่หาง ทำให้ว่ายน้ำช้าและหลงฝูง ประกอบกับช่วงนี้เป็นฤดูลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้คลื่นลมที่มีกำลังแรงซัดวาฬเพชฌฆาตดำตัวนี้เข้าเกยตื้นดังกล่าว จึงตองจัดเวรยามชายฝั่งคอยเฝ้าระวังติดตามตรวจสอบตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้วาฬเพชฌฆาตดำถูกคลื่นลมซัดเข้ามาเกยตื้นอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83808</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดชุมพร, วาฬเพชฌฆาตดำ, หาดบางเบิด, โครงการส่วนพระองค์ในหลวง ร.9</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201114/image_big_5faf9cca41984.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63991</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2020 09:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2020 09:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทะเลไทยฟื้นฟูช่วงโควิด-19 จนท.อุทยานฯเผยภาพ &#039;วาฬเพชฌฆาตดำ&#039; ฝูงใหญ่แหวกว่ายอวดโฉมหมู่เกาะลันตา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 เม.ย.63 - เพจเฟซบุ๊กสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โพสต์คลิปฝูงวาฬเพชฌฆาตดำแหวกว่ายอวดโฉมบริเวณอ่าวหินงาม เกาะรอก ในเขตอุทยานฯหมู่เกาะลันตา พร้อมข้อความว่า นับตั้งแต่ที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ประกาศปิดการท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติและวนอุทยานทุกแห่ง จากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2563 เป็นต้นมา พบว่าทรัพยากรธรรมชาติได้รับการฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัด มีการปรากฏตัวของสัตว์ป่าเพิ่มมากขึ้น บ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของทรัพยากรธรรมชาติหลังจากไม่มีการรบกวนจากการท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด&amp;nbsp;เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 63&amp;nbsp;เวลา 17.00 น. ขณะเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา จ.กระบี่ นั่งเรือออกไปลาดตระเวนตามปกติ ได้พบเจอฝูงวาฬเพชฌฆาตดำฝูงใหญ่ 10-15 ตัว แต่ละตัวความยาวประมาณ 3-4 เมตร แหวกว่ายอวดโฉมบริเวณอ่าวหินงาม เกาะรอกในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา ซึ่งห่างจากฝั่งเพียง 400 เมตร โดยฝูงวาฬเพชฌฆาตดำที่ปรากฏตัวขึ้นมาฝูงใหญ่ เจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกภาพและวิดีโอ ขณะที่ฝูงวาฬเพชฌฆาตดำเล่นน้ำอยู่บริเวณดังกล่าวนานประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการพบเจอวาฬเพชฌฆาตดำในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยวาฬเพชฌฆาตดำเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลชนิดหนึ่ง ในวงศ์โลมามหาสมุทร (Delphindae) เป็นวาฬมีฟัน จัดเป็นเพียงชนิดเดียวเท่านั้นที่อยู่ในสกุล Pseudorca ที่ยังสืบเผ่าพันธุ์มาจนถึงปัจจุบัน มีลักษณะลำตัวยาวสีดำคล้ายกันมากกับวาฬนำร่องครีบสั้น (Globicephala macrorhynchus) ต่างกันที่ลักษณะครีบหลังตั้งอยู่กึ่งกลางลำตัว (วาฬนำร่องครีบสั้นจะตั้งเยื้องมาทางส่วนหัว)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนหัวไม่โหนกมากปลาวาฬนำร่องครีบสั้นสีดำทั้งตัว ส่วนท้องจะเทาจางเล็กน้อยครีบข้างโค้งหักข้อศอกเรียวยาวค่อนข้างแหลม หน้าผากกลมมนไม่มีจะงอยปาก มีจำนวนฟันทั้งหมด 7-12 คู่ ในปาก ซึ่งอาหารของวาฬเพชฌฆาตดำ คือ ปลาและหมึก มีขนาดโตเต็มที่ยาวถึง 6 เมตร ลูกแรกเกิดยาว 1.5-2 เมตร การตั้งท้องใช้เวลา 12-14 เดือน เป็นโลมาที่พบกระจายพันธุ์ทั่วทั้งโลก โดยมากจะอยู่รวมเป็นฝูงในทะเลใกล้ชายฝั่ง ในประเทศไทยมีรายงานพบในหลายจังหวัดทั้งในอ่าวไทยและฝั่งทะเลอันดามัน และจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทที่ 1&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63991</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, วาฬเพชฌฆาตดำ, อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา, อ่าวหินงาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200423/image_big_5ea08aa5e7133.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26310</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2019 16:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2019 16:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮือฮา!ฝูงวาฬเพชฌฆาตดำโผล่โชว์ตัวที่หมู่เกาะสิมิลัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ม.ค.62 - นายกิตติพงษ์ พรหมแก้ว ไกด์นำเที่ยวของบริษัท ว้าว อันดามัน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ขณะนำที่นักท่องเที่ยวเดินทางไปชมความงามของธรรมชาติของท้องทะเลที่หมู่เกาะสิมิลัน อ.คุระบุรี จ.พังงา ระหว่างทางพบได้เห็นฝูงวาฬนับสิบตัว แหวกว่ายอยู่ใกล้เรือ ทำให้นักท่องเที่ยวตื่นตาและดีใจมากที่ได้เห็น โดยกัปตันเรือเบาเครื่องและปล่อยให้นักท่องเที่ยวเก็บภาพความประทับใจกันอย่างสนุกสนาน ก่อนที่ฝูงวาฬจะว่ายน้ำหายไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นได้ส่งภาพไปให้นักวิชาการทางทะเลตรวจสอบ พบว่าเป็น วาฬเพชฌฆาตดำ False killer whale &amp;nbsp;ซึ่งจะกินปลาและปลาหมึกเป็นอาหาร อาศัยอยู่บริเวณน้ำลึก สามารถพบเห็นได้ทั้งอ่าวไทย และทะเลอันดามัน โดยวาฬเพชฌฆาตดำเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เมื่อโตเต็มที่จะมีความยาว 5-6 เมตร และจัดเป็นสัตว์ป่าสงวนและคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรวมสิน มานะจงประเสริฐ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน เปิดเผยว่า จากการที่ทะเลอันดามันมีความสมบูรณ์ ทำให้บรรดาสัตว์ทะเลหายากเข้ามาหากินอยู่เสมอ จึงขอแนะนักท่องเที่ยวเมื่อพบวาฬ หรือสัตว์ทะเลหายากอื่นๆ ว่า ไม่ควรให้อาหารโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้สัตว์มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและนิเวศวิทยา สร้างพฤติกรรมเรียนรู้ผิดๆ อาจได้รับอาหารที่มีการปนเปื้อนจนทำให้สัตว์เจ็บป่วยทรมาน รวมทั้งไม่ควรจับหรือสัมผัส เพราะอาจมีการติดเชื้อโรคที่ติดต่อจากคนสู่สัตว์ได้ นอกจากนี้ ทุกคนจะต้องไม่ทิ้งขยะลงทะเล เพราะสัตว์อาจกินเข้าไปจนเกิดอันตรายถึงชีวิตได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26310</URL_LINK>
                <HASHTAG>False killer whale, กิตติพงษ์ พรหมแก้ว, รวมสิน มานะจงประเสริฐ, วาฬเพชฌฆาตดำ, หมู่เกาะสิมิลัน, อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190111/image_big_5c3860695c1a3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
