<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>19369</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2018 15:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2018 15:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งานศิลปะปลุกสำนึก&#039;เที่ยวไทยไม่ซื้อขายงาช้าง&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ช้างแอฟริกันที่ใกล้สูญพันธุ์ เพราะถูกเข่นฆ่าจากนักล่าเพื่อเอางาช้างไปขาย ทำให้มีการรณรงค์ต่อต้านการซื้อขายงาช้าง แต่ก็ไม่ได้ทำให้การลักลอบซื้อขายงาช้างถดถอยลงไป โดยตลาดมืดการค้างาข้างยังคงเติบโตและดำเนินต่อไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะตลาดในประเทศแถบเอเชีย ที่เป็นทั้งแหล่งผลิตและเส้นทางการลักลอบขนส่ง ซึ่งประเทศไทยก็นับว่าเป็นส่วนหนึ่งของทางผ่านการลักลอบนำเข้างาช้างที่สำคัญ จากรายงานของกลุ่มนักอนุรักษ์ เดือนมีนาคม 2556 ที่ฟิโอนา มาเซลส์ ผู้เขียนรายงานการวิจัยหลักเกี่ยวกับการลักลอบค้างาช้าง และซาแมนธา สตรินด์เบิร์ก นักวิทยาศาสตร์ของ Wildlife Conservation Society&amp;nbsp;พบว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ประชากรช้างป่าในแอฟริกาที่เป็นศูนย์กลางของวิกฤติลักลอบล่าสัตว์ลดลงถึงร้อยละ 62 โดยผลการศึกษาวิจัยข้อมูลผลสำรวจจำนวนช้างในแอฟริกากลางที่มีการรวบรวมไว้มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเหตุนี้ องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล ประเทศไทย (WWF-Thailand) ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช สายการบินนกสกู๊ต และหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร จัดนิทรรศการศิลปะรูปหล่อเรซิ่นภาพช้างแอฟริกันแม่ลูก ภายใต้งาน เที่ยวไทยไร้การซื้อขายงาช้าง (Travel Ivory Free) เพื่อรณรงค์ให้นักท่องเที่ยวมีความตระหนักรู้ ความเข้าใจ และความรับผิดชอบร่วมกันในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทำจากงาช้าง โดยงานมีไปจนถึงวันที่ 10 ตุลาคม 2561 ณ ลานด้านหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศิลปะรูปหล่อเรซิ่นช้างแอฟริกันแม่ลูกจัดแสดงที่หอศิลป์ กทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นาวสาวเยาวลักษณ์ เธียรเชาว์ ผู้อำนวยการองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (ประเทศไทย) (WWF-Thailand) กล่าวว่า งานนิทรรศการดังกล่าวนับว่าเป็นอีกความพยายามในการนำศิลปะมาสร้างเป็นแรงกระตุ้น ความตระหนักรู้และเข้าใจให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังประเทศไทยในการไม่ซื้อขายงาช้าง เพราะในทุกปี ช้างป่าแอฟริกันกว่า 20,000 ตัวถูกฆ่าเพื่อเอางา ทำให้ประชากรช้างป่าแอฟริกันลดลงจากกว่า 1.3 ล้านตัวในปี 2522 เหลือ&amp;nbsp;415,000 ตัว จากการสำรวจเมื่อปี 2559 และหากอัตราการลดลงอย่างต่อเนื่องยังดำเนินต่อไป ในไม่ช้าช้างแอฟริกันจะสูญพันธุ์ในที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;งาช้างจะถูกป้อนไปยังตลาดค้างาช้างขนาดใหญ่ในเอเชีย โดยเฉพาะในไทยนับว่าเป็นประเทศหลักในการลักลอบการค้างาช้าง ซึ่งมีหลายเส้นทางในการขนส่ง ซึ่งสถานการณ์ช่วงนี้นับว่านักท่องเที่ยวมีการซื้อขายลดลง และพื้นที่จำหน่ายในต่างจังหวัดหรือในกรุงเทพฯ อย่างสวนจตุจักร ก็มีแนวโน้มลดลงเช่นกัน แต่ในการค้าใต้ดินหรือทางออนไลน์ยังไม่มีการยืนยันว่ามีจำนวนที่ลดลงหรือไม่ เพื่อนำไปสู่การลดความต้องการและยุติปัญหาการซื้อขายงาช้าง โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ นักท่องเที่ยว และตลาดผู้ขายงาช้างในประเทศ ในฐานะเจ้าบ้านที่ต้องปฏิเสธการขายด้วยเช่นกัน&amp;rdquo; เยาวลักษณ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล ประเทศไทย กล่าวด้วยว่า การค้างาช้างผิดกฎหมาย ถือเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ เช่นเดียวกับการค้ายาเสพติด และได้มีความพยายามในการแก้ไขปัญหานี้ ซึ่งประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง ทั้งการออกพระราชบัญญัติการครอบครองงาช้าง พ.ศ.2558 และการรวมช้างแอฟริกันเป็นหนึ่งในสัตว์คุ้มครองภายใต้พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 หรือมีการตรวจ DNA งาช้าง เพื่อระบุว่ามาจากประเทศใด ในฐานะองค์กรด้านการอนุรักษ์ จึงตั้งใจที่จะขับเคลื่อนการทำงานเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหานี้อย่างถาวร และเพื่อเป็นการแสดงออกถึงความรับผิดชอบร่วมกันในการยุติการฆ่าช้างเอางา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ ศิลปินผู้รังสรรค์ผลงาน เล่าว่า ผลงานชิ้นนี้ขนาดความกว้าง 7 เมตร สูง 1.8 เมตร ได้สร้างมาจากความสะเทือนใจที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน และยิ่งได้รับรู้เรื่องราวของช้างแอฟริกันที่ถูกฆ่าเพื่อเอางาช้างไปขาย ทำให้เชื่อมโยงภาพช้างไทยในหลายเหตุการณ์ที่อยู่ในความทรงจำของเราก็ปรากฏขึ้น จึงอยากจะจำลองภาพช้าง 2 ตัว โดยมีตัวลูกสีขาว แสดงถึงความบริสุทธิ์ แต่ในขณะเดียว สีขาวก็สะท้อนให้เห็นว่ามันกำลังจะเลือนหายไปเมื่อเติบโตขึ้นรึป่าว และช้างผู้เป็นแม่ที่ถูกตัดตรงส่วนขา ซึ่งอาจจะเกิดคำถามว่าทำไมไม่เป็นส่วนอื่น แต่นั่นคือการสะท้อนความไม่มีเหตุผลของมนุษย์ในการฆ่าช้าง เพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ โดยไม่ถึงคำนึงถึงความคุมค่า หรือผลกระทบต่างๆ ต่อการฆ่าช้าง 1 ตัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่ตัวช้างต้องให้เป็นสีใสๆ ทำไมไม่เหมือนสีช้างจริงๆ นั้น ก็เพราะต้องการให้เห็นว่าบางสิ่งบางอย่างกำลังเลือนหายไป และพรมสีแดงที่มีความหมายถึงความมั่งคั่ง ที่มนุษย์กำลังเหยียบย่ำ แต่มันคือเลือดทารุณกรรมสัตว์ที่ถูกทำร้าย ซึ่งเมื่อคนที่ผ่านมาได้เห็นอาจจะทำให้ฉุกคิดและเกิดจินตนาการในเหตุการณ์การทำร้ายหรือฆ่าสัตว์ และอาจจะไม่ใช่แค่ช้าง แต่สัตว์ทุกๆ ตัวที่กำลังโดนทำร้ายและใกล้สูญพันธุ์จากการกระทำของมนุษย์&amp;rdquo; วศินบุรี กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ ศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านศรีมาลา วราภาสกุล ผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ ททท. กล่าวว่า ในประเทศไทยช้างนับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง และเพื่อให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาได้เข้าใจและเห็นความสำคัญ เพราะประเทศไทยกลายเป็นที่ซื้อหาของฝากงาช้างที่มีขนาดใหญ่ จึงได้มีการจัดกิจกรรมในจังหวัดที่มีช้าง ได้มีการนำเสนอหรือพานักท่องเที่ยวไปสัมผัสการดูแลและอนุรักษ์ช้าง การเชื่อมโยงวิถีชีวิตช้างและคนไทย การดูแล รักษา และการนำศิลปะมาสร้างให้เกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้น ก็จะทำให้เกิดการท่องเที่ยวสร้างสรรค์และยั่งยืน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ผู้สนใจชมงานศิลปะช้างสามารถรับชมได้แล้วตั้งแต่วันนี้-10 ตุลาคม 2561 ณ ลานด้านหน้า หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให้ร่วมทำ โดยการถ่ายภาพพร้อมโพสต์ลงสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมติดแฮชแท็ก #TravelIvoryFree เพื่อส่งแรงกระตุ้นไปยังภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาข้อกฎหมายในเรื่องการซื้อขายงาช้างในประเทศไทยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19369</URL_LINK>
                <HASHTAG>#TravelIvoryFree, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, ททท, วิกฤตฆ่าช้างเอางาในแอฟริกา, ศิลปะรูปหล่อเรซิ่นภาพช้างแอฟริกันแม่ลูก, องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (ประเทศไทย) (WWF-Thailand), เที่ยวไทยไร้การซื้อขายงาช้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181008/image_big_5bbb10034b288.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18841</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2018 20:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2018 19:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ใหม่ ดาวิกา&#039; ทูตช่วยช้างคนใหม่ รณรงค์คนไทยไม่เอางา ไม่ฆ่าช้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ นักแสดงและนางแบบชื่อดัง ตัวแทนคนรุ่นใหม่ชวนคนไทย&amp;lsquo;ไม่เอางา ไม่ฆ่าช้าง&amp;rsquo; ร่วมกับองค์กรไวล์ดเอดในฐานะทูตด้านช้างคนล่าสุดขององค์กร โดยจะมีงานเปิดตัวนักแสดงสาวทูตด้านช้างคนใหม่และกิจกรรมรณรงค์ปกป้องช้างในวันที่ 5 ตุลาคม 2561 เวลา 16.30 -น.-18.00 น. ณ ลานเอเทรียม ชั้น 3 ซูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิล์ด ภายในงานชวนชมโฆษณารณรงค์ชิ้นใหม่ที่นำแสดงโดยใหม่ ดาวิกา เพื่อลดความต้องการซื้อ และใช้ผลิตภัณฑ์งาช้าง และนิทรรศการเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นกับประชากรช้างโลก โดยมีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช สนับสนุนงานรณรงค์ลดความต้องการผลิตภัณฑ์งาช้าง ร่วมกับองค์กรไวล์ดเอด เพื่อเป็นไปตามแผนปฏิบัติการงาช้างแห่งประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้น ใหม่ ดาวิกา ทูตองค์กรไวล์ดเอดจะร่วมแสดงมุมมองช่วงเสวนาว่า &amp;lsquo;งาจะสวยเมื่ออยู่กับช้าง&amp;rsquo; โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อลดความต้องการซื้อและสวมใส่ผลิตภัณฑ์งาช้างเป็นเครื่องประดับ และทำให้การ &amp;lsquo;ไม่เอางา ไม่ฆ่าช้าง&amp;rsquo; เป็นวิถีใหม่ของคนในสังคม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งผลการวิจัยผู้บริโภคงาช้างในไทยโดยโครงการ USAID Wildlife Asia ล่าสุดพบว่า ผู้หญิงเป็นกลุ่มผู้บริโภคหลักที่ซื้อเครื่องประดับ และอัญมณีที่ทำจากงาช้าง เพราะเชื่อว่าสวยงาม แต่จริงๆแล้ว งาควรเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตช้างเท่านั้น &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความต้องการผลิตภัณฑ์งาช้างกระตุ้นวิกฤตการณ์ฆ่าช้างเอางาในทวีปแอฟริกามากถึง 33,000ตัวต่อปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเร็วๆ นี้ รัฐบาลหลายประเทศเดินหน้าปิดตลาดค้างาช้างในประเทศแล้ว ขณะที่รัฐบาลไทยได้ดำเนินมาตรการต่างๆเพื่อปกป้องช้าง รวมถึงการออกพระราชบัญญัติงาช้าง และแก้ไขกฎหมายเพื่อให้ช้างแอฟริกัน เป็นสัตว์ป่า คุ้มครอง ห้ามการซื้อขายผลิตภัณฑ์งาช้างแอฟริกันในไทย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18841</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, พ.ร.บ.งาช้าง, วิกฤตฆ่าช้างเอางาในแอฟริกา, องค์กรไวล์ดเอด, ใหม่ ดาวิกา, ไม่เอางาไม่ฆ่าช้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181001/image_big_5bb20e38aa0c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
