<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>63502</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2020 09:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2020 09:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดอกเตอร์พรรคสามัคคีไทย  เสนอเปรี้ยงเปลี่ยนแม่ทัพกลางศึก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 เม.ย.63 - ดร.รยุศด์ บุญทัน ผู้ก่อตั้งพรรคสามัคคีไทย กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับแนวคิดที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม จะเชิญ 20 เจ้าสัวของไทย มาร่วมแก้ไขวิกฤตการณ์โควิด-19 แม้จะช้าไปหน่อยแต่ยังดีกว่าไม่มา เพราะปัญหาดังกล่าวใหญ่เกินกว่าแค่ภาครัฐจะจัดการได้ แต่คงต้องขอให้ทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมคงไม่จำกัดเฉพาะ 20 เจ้าสัวที่รวยที่สุดเพียงอย่างเดียว ส่วนการที่รัฐบาลมีมาตรการคุมเข้มภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ปิดกิจการห้างร้านและภาคธุรกิจต่างๆ ชั่วคราว เพื่อแก้ไขปัญหาการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมานั้น ถือเป็นเรื่องที่ประชาชนเข้าใจได้ แม้จะกระทบต่อเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนโดยรวม แต่รัฐบาลก็ต้องมีแผนการและมาตรรองรับ ดูแลเยียวยาประชาชนให้ดีกว่าที่เป็นอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะจากสภาพที่เห็นในขณะนี้ เกิดความสับสนวุ่นวาย ไม่มีความชัดเจน เป็นปัญหาซ้ำซากในมาตรการช่วยเหลือต่างๆ ที่ออกมา ประชาชนต่างยังต้องพึ่งพาตัวเองเป็นหลัก ทำให้เห็นภาพของภาคเอกชน ศิลปินดารา นักแสดง และนักการเมือง ไม่เว้นแม้กระทั่งวัดวาอาราม ต่างออกมาขอรับบริจาคเงิน และเปิดโรงทานเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน โดยมีประชาชนจำนวนมากต่างเดินทางมาเข้าแถวยาวเหยียดเพื่อรับอาหารและสิ่งของบริจาค ถือเป็นภาพที่น่าสะเทือนใจ ซึ่งตนก็มองว่าเป็นเรื่องดีที่ในยามบ้านเมืองเผชิญกับวิกฤต เราทุกคนทุกฝ่ายต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือไม่แบ่งเขาแบ่งเรา ไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย คนไทยต้องช่วยกัน แต่ขณะเดียวกันก็ไม่อาจปฎิเสธได้ว่าเป็นหน้าที่หลัก และถือเป็นความรับผิดชอบสูงสุดของ &amp;ldquo;รัฐบาล&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ผู้นำประเทศ&amp;rdquo; ที่จะต้องเป็นผู้บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชนและพลเมืองทุกคนของประเทศอย่างเท่าเทียม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.รยุศด์ กล่าวต่อว่า ในช่วงเวลานี้ ตนไม่อยากวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลเลย ควรต้องให้กำลังใจมากว่าด้วยซ้ำ โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าที่ถือว่าทำงานหนักมากที่สุด จนทำให้สถานการณ์การระบาดโควิด-19 มีแนวโน้มสดใสดีขึ้น แต่ตนทนเห็นสภาพความเดือดร้อนทุกข์ยากของประชาชนที่เป็นอยู่แบบนี้ไม่ไหว ในฐานะที่ตนต้องทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงและสะท้อนปัญหาแทนพี่น้องประชาชน และอยากเห็นการเมืองใหม่ที่สามารถเป็นที่พึ่งให้กับคนยากคนจนได้จริงๆ ตนจึงขอฝากถามผ่านสื่อไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ ว่าทำไมท่านถึงปล่อยให้ประชาชนของเราต้องมาอดอยากและลำบากได้ขนาดนี้ รัฐบาลทำเกินกว่าเหตุจริงๆ ตนไม่อยากไปเปรียบเทียบกับประเทศไหนเลย เพราะผู้นำเขาทำได้ดีกว่าเราเยอะ ประเทศเราแม้จะไม่ได้ร่ำรวย แต่ด้วยศักยภาพแล้วเราก็ควรดูแลคนของเราให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ขณะนี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากท่านนายกฯ ทำหน้าที่ผู้นำ แต่ปกป้องดูแลพลเมืองของเราไม่ได้ ท่านก็ควรทบทวนตัวเอง การเปลี่ยนแม่ทัพกลางศึกในยามวิกฤตเช่นนี้ แม้จะเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องคำนึงถึงและมีความเสี่ยง แต่ถ้าเปลี่ยนแล้วได้แม่ทัพที่ดีและเก่งมาแทนมันก็คุ้มค่าที่จะทำจริงหรือไม่ครับท่านนายกฯ&amp;rdquo; ดร.รยุศด์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63502</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ผู้นำ, พรรคสามัคคีไทย, รยุศด์ บุญทัน, วิกฤติ, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200131/image_big_5e33f4f9da753.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14721</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2018 10:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2018 10:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น้ำโขงนครพนมเพิ่มสูงสุดรอบ10ปี ชาวบ้านขึ้น-ลงโป๊ะกระอัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;#39;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ส.ค.2561 - สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดนครพนม ยังน่าเป็นห่วง หลังระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มขึ้นสูง ทะลุระดับวิกฤติ ห่างจากตลิ่งเพียง &amp;nbsp;52 เซนติเมตร ถือว่าสูงสุดในรอบสิบปีจนน้ำเอ่อล้นตลิ่งในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน และนอกจากน้ำจะเอ่อไหลเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรแล้ว ที่บริเวณท่าเทียบเรือการท่องเที่ยว ริมแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม ปกติจะมีเรือโดยสารข้ามฝั่งไทย-ลาว(เมืองท่าแขก) คอยบริการแก่ผู้คนสองฟากฝั่ง ขณะนี้ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ด้วยจากปริมาณน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น จนโป๊ะที่ใช้สำหรับรองรับผู้โดยสาร ไม่สามารถดันเข้าหาฝั่งที่เชิงบันไดของด่านได้ เพราะติดสะพานเหล็กที่สร้างเป็นทางจักรยาน คร่อมขวางทางขึ้น-ลงเรือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้แก้ไขเบื้องต้น ด้วยการตัดเสาหลังคาโป๊ะออกประมาณ 3 เมตร เพื่อให้โป๊ะมุดใต้สะพานเหล็กไปรับผู้โดยสารขึ้น-ลงเรือได้ แต่ระดับความสูงจากพื้นโป๊ะถึงคานสะพานเหล็กห่างกันเพียง 110 เซนติเมตร ทำให้ผู้โดยสารเรือซึ่งมีทั้งคนไทยและคนลาว ต้องก้มหัวลงเดินผ่านช่องดังกล่าว หลายรายเกิดอุบัติเหตุ หัวไปชนกับคานเหล็กของทางจักรยานมาแล้ว จนเจ้าหน้าที่ของกรมเจ้าท่า,ตม. และศุลกากร ต้องหาป้ายมาปิดแจ้งเตือนไว้ ให้ผู้โดยสารใช้ความระมัดระวังในจุดดังกล่าว ขณะที่กรรมกรรับจ้างขนของลงเรือ ก็แบกสิ่งของมุดลอดใต้สะพานเหล็กอย่างทุลักทุเล เนื่องจากต้องก้มต่ำลงติดพื้น เพราะความสูงมีเพียง 1.10 เมตรเท่านั้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14721</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวบ้าน, นครพนม, น้ำท่วม, วิกฤติ, ศุลกากร, โป๊ะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180805/image_big_5b66691f41d93.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
