<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53653</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/01/2020 08:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/01/2020 08:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต้มยำกุ้งเดือด!นักวิชาการย้อนเกล็ด&#039;แม้ว&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ม.ค.63 - นายภัทร เหมสุข นักวิชาการอิสระ แชร์ข่าวนายทักษิณ ชินวัตร แนะคนไทยเรียนรู้วิกฤติต้มยำกุ้ง พร้อมโพสต์ข้อความประกอบว่าเท่าที่ผมจำได้มีคนยากจนทั้งประเทศภายในคืนเดียว แต่มีคนบางคนรวยเพิ่มขึ้นภายในคืนเดียวอีกเช่นกันจากข้อมูลอินไซด์เดอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายหมื่นครอบครัวต้องเอาของใช้ในบ้านมาเปิดท้ายขายของเพื่อเอาตัวรอด ค่าเงินสามพันห้าเมื่อยี่สิบปีก่อนเติมน้ำมันรถไปทำงานได้ไม่เต็มถัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เด็กสมัยนี้อาจจะจำไม่ได้เพราะเกิดไม่ทันหรือยังเด็กมาก แต่คนวัยทำงานทุกคนจะจำได้ไปจนตายว่าใครทำอะไรไว้ และใครคือคนแก้ไขจนประเทศเดินหน้าต่อไปได้.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53653</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทักษิณ ชินวัตร, ภัทร เหมสุข, วิกฤติต้มยำกุ้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190606/image_big_5cf9214d31287.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20742</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สันติภาพแดนใต้&quot; มิติมหาเธร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เห็น &amp;quot;มหาเธร์-พลเอกเปรม&amp;quot; พบกัน &amp;quot;มีความสุขลึกๆ&amp;quot; บอกไม่ถูก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โบราณว่า.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ้านเมืองไหน มีคนอายุวัฒนะ ๙๐ ขึ้นไป แสดงว่า บ้านเมืองนั้น อุดมมงคล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลเอกเปรม ๙๙ ปี นายกฯ มหาเธร์ ๙๓ ปี ต่างคน ต่างไม่ได้พบพานกัน นานกว่า ๓๐ ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้ววันหนึ่ง มิตรสหายต่างเมือง ผู้เคยเป็น &amp;quot;นายกฯ ร่วมสมัย&amp;quot; มีโอกาสได้โคจรมาพบกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นหน้ากัน เกาะกุมมือกัน ยิ้ม-หัวเราะร่วมกัน ไต่ถามสารทุกข์สุกดิบกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำคัญ.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้นั่งรำลึกอดีตแต่หนหลัง ที่หลายเรื่องเคยร่วมวิกฤติเดียวกันมา เช่น วิกฤติต้มยำกุ้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และบางปัญหา เคยช่วยแก้กันมา เช่น ปัญหาโจรจีนคอมมิวนิสต์ อันเป็นหนามยอกอกมาเลย์ยาวนาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สุดของมนุษย์ก็เท่านี้..........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อยืนยาวถึงศตวรรษ สุขใดๆ ก็จืดชืด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหลือ ๒ สุข เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ้านเมืองสุข&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กับสุขจากได้สนทนาและรำลึกเรื่องหลังกับมิตรสหายผู้รู้ใจกัน!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มหาเธร์ กลับมาเป็นนายกฯ หนสอง เมื่อพฤษภา.๖๑ นี่เอง เท่าที่จำได้ นอกจากไปเยือนจีนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทยเป็นประเทศแรกในอาเซียน ที่มหาเธร์ &amp;quot;เดินสายไปแนะนำตัว&amp;quot; นายกฯ น้องใหม่&amp;quot; ตามประเพณีปฏิบัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะว่าไป ประหนึ่ง &amp;quot;ญาติผู้ใหญ่&amp;quot; จากบ้านใกล้เรือนเคียงเยี่ยมเยือน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พูดตรงๆ มหาเธร์วันนี้ หน้าตาท่านคล้าย ๓๙ มากกว่า ๙๓ ดูหนุ่มแน่นกว่าตอนไปชวนอันวาร์ล้มรัฐบาลนายนาจิบเป็นไหนๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนวัย ๙๓ เดินหลังตรงเหมือนคันทวน เรียกว่าสมาร์ทนับว่าการเมืองเป็นโอสถทิพย์ได้อย่างหนึ่งเหมือนกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยยิ้มและแววตาท่าน ขณะพูดคุย เหมือนน้ำเย็นจากจุดลึกก้นมหาสมุทร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นได้ หยั่งได้ แต่ลึก...ยากถึง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มหาเธร์เป็นบุคคลน่าศึกษาในเส้นทางการเมืองหลากมิติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนึ่งในหลายหัวข้อที่หารือตกลงกับรัฐบาลไทย และที่ท่านตั้งใจสื่อให้คนไทยทราบเป็นพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นจะเป็นเรื่อง &amp;quot;ความร่วมมือแก้ปัญหา ๓ ชายแดนภาคใต้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านพูดในบริบทว่า.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มาเลย์เคยมีปัญหาเรื่องโจรจีนคอมมิวนิสต์ ไทยก็ช่วย เมื่อไทยมีปัญหา ๓ จังหวัดใต้ มาเลย์ก็ต้องช่วย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่อง ๓ จังหวัดใต้ ที่เปลี่ยนตัว-เปลี่ยนมุมการเจรจา โดยมาเลย์เป็นตัวกลางนี่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนมหาเธร์พบปะเจรจากับนายกฯ ประยุทธ์ ท่านให้สัมภาษณ์พิเศษ &amp;quot;ข่าวสามมิติ&amp;quot; ไว้น่าสนใจ โดยคุณ &amp;quot;กิตติ สิงหาปัด&amp;quot; เป็นผู้สัมภาษณ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รู้เขา-รู้เรา&amp;quot; ไว้ก่อนดีสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แนวคิด-แนวทางของท่านมหาเธร์ต่อกรณีนี้เป็นอย่างไร ก็ฟังคำตอบดูนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-เชื่อว่าความรุนแรงไม่ส่งผลดีกับทุกฝ่าย ในมาเลย์เองก็เคยมีปัญหารุนแรง และมีการเจรจาจนได้รับสันติภาพ โดยการช่วยเหลือจากประเทศไทย และปัจจุบันนี้ เราก็อยู่อย่างสันติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นว่าสถานการณ์ในภาคใต้ของไทย ยังไม่ใช่สงครามและความรุนแรงที่แท้จริง ควรต้องเจรจา และเป็นปกติ บางครั้งก็ได้ บางครั้งก็เสีย การเจรจาดี ดีกว่าการเผชิญหน้ากัน &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อพูดถึงข้อเสนอกับรัฐบาลไทย มหาเธร์บอกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ที่นำมาพูดจากับนายกฯ ประยุทธ์ ไม่ใช่ข้อเสนอใหม่ และไม่ต่างจากรัฐบาลก่อนๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราจำเป็นต้องรู้สาเหตุ และจัดการกับปัญหา ไม่ใช่การเผชิญหน้า ไม่ใช่การต่อสู้กัน นี่คือความหวังของเรา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีการต่อสู้มานานกว่า ๖๐ ปี แต่ไม่บรรลุวัตถุประสงค์ที่แท้จริง ขณะนี้ จึงถึงเวลาที่ต้องเจรจาพูดคุยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กับคำถามว่า &amp;quot;อะไรคือสาเหตุแท้จริงของความไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดนใต้&amp;quot;?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำตอบจากมหาเธร์ คือ.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-จากประวัติศาสตร์ที่ประเทศส่วนใหญ่เป็นคนมาเลย์ ที่ศรัทธาในศาสนาอิสลาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สนธิสัญญาระหว่างสยามกับอังกฤษสมัยนั้น ที่ให้แบ่งคนมาเลย์ในภาคเหนือเป็น ๒ ส่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนหนึ่งอยู่ในมาเลย์ อีกส่วนหนึ่งอยู่ในไทย ความรู้สึกที่ไม่ดี ที่รู้สึกว่า &amp;quot;ถูกกระทำ&amp;quot; ยังคงอยู่ อาจรู้สึกว่าเป็นพลเมืองชั้น ๒&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงประเด็นมาเลย์เป็น &amp;quot;ผู้อำนวยความสะดวก&amp;quot; ในการพูดคุย ทำไมไม่คืบหน้า หรือคืบไปช้ามาก? มหาเธร์ตอบว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ทั้ง ๒ ฝ่าย อาจแข็งเกินไปในทุกการเจรจา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราจำเป็นต้องเตรียมตัว สำหรับที่จะเสียบางอย่าง และได้บางอย่าง ไม่สามารถได้ทุกอย่าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางครั้ง ทั้ง ๒ ฝ่าย ต้องยอมเสียบางอย่าง เพื่อจะได้บางอย่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กับคำถาม &amp;quot;การที่มาเลย์แต่งตั้งผู้อำนวยความสะดวกในการเจรจาคนใหม่ ไทยก็ตั้งคนใหม่ จะช่วยให้การเจรจาเร็วขึ้นไหม? มหาเธร์ตอบกว้างๆ ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ผู้อำนวยการความสะดวกคนใหม่ เคยมีประสบการณ์ในการเจรจาพูดคุย สมัยที่มาเลย์มีปัญหากับโจรจีนคอมมิวนิสต์ ไทยก็เคยช่วยเหลือ จึงมีความสัมพันธ์ที่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในระหว่างที่เป็นผู้บังคับบัญชาการตำรวจแห่งชาติ เคยมีประสบการณ์ความรุนแรง และในที่สุด ความรุนแรงก็ยุติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ควรจะมีกลุ่มใหม่เข้าร่วมเจรจาไหม?&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ควรเปิดกว้างให้ทุกฝ่าย ทุกคนควรต้องยอมรับว่า การต่อสู้ด้วยอาวุธ ไม่ใช่วิธีจะได้ในสิ่งที่ต้องการ ต้องเจรจากันตามกรอบกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าเราพร้อมที่จะเสียบางอย่างและได้บางอย่าง ผลการเจรจาก็เป็นที่ยอมรับทั้ง ๒ ฝ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าฝ่ายหนึ่งเสียมาก หรือฝ่ายหนึ่งเรียกร้องมามากเกินไป ก็ไม่มีทางจะบรรลุข้อตกลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ท่านต้องการเห็นอะไรจากการเจรจาสันติสุข?&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ถึงที่สุดแล้ว ก็ต้องการเห็นสันติภาพในพื้นที่ ซึ่งความต้องการของคนในพื้นที่ บางส่วนได้รับการตอบสนอง ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็ต้องยุติความรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณกิตติถาม &amp;quot;จะเห็นความสำเร็จในสมัยของท่านไหม ซึ่งอาจจะ ๒ ปี ต่อจากนี้?&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำตอบจากมหาเธร์ มีว่า.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมคิดว่า คงจะนานกว่านั้น เราต้องอดทน&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่เราเรียกร้องอะไรอย่างสุดโต่ง จะไม่มีทางให้การเจรจาสำเร็จได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กับคำถาม &amp;quot;ควรใส่งบประมาณเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจให้คนมีชีวิตที่ดีขึ้น เพื่อจะไม่สร้างความรุนแรง และไทย-มาเลย์ ควรมีความร่วมมือกันมากขึ้นไหม?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ผมคิดว่าถ้าเศรษฐกิจดี ทุกคนมีงานทำ มีรายได้ แนวโน้มความรุนแรงก็จะลดลง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งเรื่องนี้ ต้องให้ความสนใจอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้รู้สึกว่า ได้รับการปฏิบัติที่ไม่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่แน่นอน สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งคือการศึกษา ในมาเลย์เราให้คนได้รับการศึกษาอบรม เพื่อให้เขามีรายได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำถามสุดท้าย........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ท่านเคยพูดเรื่องหนึ่ง ให้คนมาเลย์ที่ถือ ๒ สัญชาติ เคารพกฎหมายไทย วันนี้ ท่านมีอะไรจะบอกเขาไหม?&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ก็คงบอกเหมือนเดิม เราต้องการความชัดเจน ระหว่างคนถือสัญชาติไทย และสัญชาติมาเลเซีย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ นี่คือคำตอบมหาเธร์.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็นำไปพินิจ-พิจารณากันดู ว่าการเจรจาสันติภาพใน ๓ จังหวัดใต้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากคำตอบนี้ ทำให้มองเห็นแสงสันติภาพจากการอำนวยการของรัฐบาลมาเลย์ในยุคมหาเธร์ได้มากน้อยขนาดไหน?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลเอกเปรมนั้น ขึ้นเป็นนายกฯ ปี พ.ศ.๒๕๒๓ ส่วนมหาเธร์ ขึ้นเป็นนายกฯ ปี พ.ศ.๒๕๒๔
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาเลย์มีปัญหา &amp;quot;โจรจีนคอมมิวนิสต์มลายา&amp;quot; มาเป็นร้อยปี แก้ไม่ตก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางเหนือของมาเลย์ ซึ่งติดทางใต้ของไทย เหตุการณ์ตอนนั้น ก็เหมือนไทยตอนนี้ ที่ ๓ จังหวัดใต้ พื้นที่ติดมาเลย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โจรจีนเข้าไปโจมตีมาเลย์ แล้วหลบเข้ามาซุกอยู่ในเขตแดนไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนนี้ พวกก่อการร้าย ก่อเหตุใน ๓ จังหวัดใต้ ก็หลบเข้าไปซุกในมาเลย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยุคนั้น มาเลย์มาขอให้ไทยช่วยปราบ พลเอกเปรมออกคำสั่ง ๖๖/๒๓&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และกองบัญชาการผสมพลเรือน ตำรวจ ทหาร ที่ ๔๓&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการก่อการร้ายทุกรูปแบบ ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมถึง &amp;quot;ปราบปรามโจรจีนคอมมิวนิสต์มลายา&amp;quot;!&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พลโทหาญ ลีลานนท์&amp;quot; แม่ทัพภาคที่ ๔ ใช้นโยบาย &amp;quot;ใต้ร่มเย็น&amp;quot; ช่วยมาเลย์ปราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อด้วย พลโทวันชัย จิตต์จำนงค์-พลโทวิศิษย์ อาจคุ้มวงษ์ และ พลตรีกิตติ รัตนฉายา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งปราบ ทั้งเจรจาสันติภาพ เฉพาะการเจรจา พูดคุยกันถึง ๕ ครั้ง ๕ หน ทั้งในไทย ในมาเลย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนจบสงบศึกเบ็ดเสร็จ........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เจรจาสันติภาพไตรภาคี ครั้งที่ ๕ ระหว่างมาเลเซีย-ไทย กับพรรคคอมมิวนิสต์ มลายา เมื่อ ๒-๔ พฤศจิกายน ๒๕๓๒&amp;quot; ที่ภูเก็ต!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจรจากันกี่ปีล่ะ สันติภาพจึงเกิดในมาเลย์?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำตอบ คือ ๙ ปี!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มหาเธร์จะเป็นนายกฯ แค่ ๒ ปี แล้วยกเก้าอี้ให้ &amp;quot;นายอันวาร์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น สันติภาพ ๓ จังหวัดใต้ ถ้าจะพึ่งเจรจาเป็นหลัก ก็รู้แล้วนะ ว่าจะเมื่อไหร่?.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20742</URL_LINK>
                <HASHTAG>มหาเธร์, วิกฤติต้มยำกุ้ง, สันติภาพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16752</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2018 22:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไทยในสถานการณ์ล้างโลก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;quot;ดูเขา-ดูเรา&amp;quot; ในสถานการณ์สงคราม &amp;quot;เศรษฐกิจล้างโลก&amp;quot; ปัจจุบันนี้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;บอกได้คำเดียว..........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเทศในกลุ่มเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไทยเรา &amp;quot;เจ๋ง&amp;quot; ที่สุด!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในขณะที่หลายๆ ประเทศในภูมิภาค เช่น ตุรกี อิหร่าน อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม&amp;nbsp; และ ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ค่าเงิน&amp;quot; ลดฮวบๆ เป็นรายวัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ &amp;quot;เงินบาท&amp;quot; ของไทย ท่ามกลางสงคราม &amp;quot;จัดระเบียบโลกใหม่&amp;quot; ที่สหรัฐฯ ใช้มาตรการทาง &amp;quot;การค้า-การเงิน&amp;quot; เป็นอาวุธโจมตีกลุ่มประเทศนอกแถว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บาทไทย &amp;quot;เสถียรที่สุด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยฐานะประเทศมั่นคง ติดอันดับโลก!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็อยากบอกให้รู้ไว้ สำหรับพวกชังชาติ ที่ชอบยกบ้านอื่น-เมืองอื่นแบบฉาบฉวยมาเหยียบบ้านตัวเองเป็นประจำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ใช่เพราะ &amp;quot;รัฐบาลประยุทธ์&amp;quot; เก่ง ฐานะประเทศจึงแกร่ง ในขณะที่กลุ่ม EM หลายๆ ประเทศทั่วโลก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อยู่ในแถว &amp;quot;โดมิโนเวเนซุเอลา&amp;quot;!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้องบอกว่า.........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังวิกฤติต้มยำกุ้ง ปี ๒๕๔๐ เป็นต้นมา ผู้นำรัฐบาลแต่ละยุค และผู้บริหารแบงก์ชาติ จนถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีส่วนร่วมทำให้ประเทศไทย &amp;quot;เด่นสง่า&amp;quot; ในสถานการณ์นี้ ท่ามกลางวิกฤติสงคราม &amp;quot;การค้า-การเงิน&amp;quot; โลก ที่สหรัฐฯ ล้มการใช้ &amp;quot;ทองคำ-น้ำมัน&amp;quot; ค้ำค่าเงิน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แล้วใช้ความเป็น &amp;quot;เจ้าโลก-เจ้าตลาด&amp;quot; ตีเป็นค่า &amp;quot;ค้ำกระดาษ&amp;quot; ที่เรียกเงินดอลลาร์ เป็นอาวุธเศรษฐกิจบีบโลก ผ่านกลุ่ม &amp;quot;แอนตี้ดอลลาร์&amp;quot; จนกระแด่วๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระทั่ง รัสเซีย-จีน-บราซิล ยุโรป ที่กำลังตีจากดอลลาร์สู่เงินสกุลใหม่ในตลาดซื้อขาย ใหญ่ขนาดนั้น ก็ยังหน้าสั่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ไทยเรายืนมั่นคง ในความเห็นผม มาจาก ๒ สาเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๑.&amp;quot;ต้มยำกุ้ง&amp;quot; เป็นบทเรียนให้สอบผ่าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๒.&amp;quot;วิสัยทัศน์&amp;quot; แต่ละรัฐบาล ในแต่ละย่างก้าว การเงิน-การคลัง-การค้า และการต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตรงนี้ ต้องชมกันเองในความเป็น &amp;quot;ประเทศไทย&amp;quot; โดยส่วนรวม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทะเลาะกันบ้าง ไล่ตี ไล่ฆ่า อิจฉา ด่าทอกันบ้าง แต่ในความเป็นแก่น-เป็นแกนประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งรัฐ-ราษฎร์ &amp;quot;สงวนจุดต่าง-พิทักษ์จุดตาย&amp;quot; มีผลน่าชื่นใจอย่างตอนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พวกเราอาจเหมือนปลา-เหมือนนก อยู่ในน้ำ ในอากาศ แต่มองไม่เห็นน้ำและอากาศ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่นตอนนี้ ชาติอื่นมองเราด้วยอิจฉาในเสถียรเกือบทุกด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่เรากันเอง กลับไม่รู้-ไม่เห็น ว่าไทยเรามันดี มันเด่น มันเสถียรตรงไหน วันๆ สำเริง-สำราญ แสนจะฝืดเคือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอางี้..........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมตอบเอง ในตัวไม่มีเครดิตให้เชื่อถือ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ดร.วิรไท สันติประภพ&amp;quot; ตำแหน่งผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ เป็นเครดิตให้เชื่อถือได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ท่านไปแจงกลางวงสัมมนาตลาดหลักทรัพย์ฯ จัด เมื่อปลายสิงหา ไม่ทราบว่าฟังกันหรือเปล่า? &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้ายังไม่ได้ฟัง ไปหาอ่านที่ thaipublica.org ก็ได้ และวันนี้ ขออนุญาตไทยพับลิกา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นำ &amp;quot;ถาม-ตอบ&amp;quot; กับผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ &amp;quot;บางตอน&amp;quot; มาลงให้อ่าน เพื่อยืนยันถึงสถานะแกร่งประเทศยามนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถาม.......&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;การดำเนินนโยบายการเงินในสหรัฐซึ่งมีผลต่อกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายและส่งผลกระทบไปหลายประเทศแล้ว เช่น อาร์เจนตินา ตุรกี สำหรับประเทศไทยมีภูมิต้านทานแข็งแกร่งแค่ไหน?&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอบ......&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฐานะต่างประเทศของไทยค่อนข้างแข็งแกร่ง ผมขอบอกว่า แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มประเทศ&amp;nbsp; emerging countries เพราะพึ่งพาเงินทุนต่างประเทศน้อยมาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย &amp;quot;เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ&amp;quot; มีจำนวนมาก สูงถึงกว่า ๕ เท่าของหนี้ต่างประเทศระยะสั้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และมากถึง ๑.๔ เท่าของหนี้ต่างประเทศ โดยรวมทั้งหนี้ภาครัฐ ภาคเอกชน หนี้ระยะสั้น หนี้ระยะยาวรวมกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ไทยยังเกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูงถึง ๑๐% ของจีดีพี ในช่วง ๒ ปีที่ผ่านมา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และคาดว่าปีนี้ จะเกินดุลบัญชีเดินสะพัดราว ๔๐ พันล้านดอลลาร์ ซึ่งนับเป็นตัวกันชนที่ดี (Good&amp;nbsp; Buffer)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ดังนั้น เราจึงมีเอกราชในการบริหารนโยบายการเงินตามเจตนาของเราเอง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งแตกต่างจากประเทศในกลุ่ม emerging market ด้วยกัน ที่บางประเทศ มีความเปราะบางต่อเงื่อนไขภายนอก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงต้องตอบสนองต่อการดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวดหรือการปรับอัตราดอกเบี้ยของโลกแบบที่เร็วกว่าไทย หรือตอบสนองในทันที &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น ความจำเป็นของไทยที่จะปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้น จากแรงกดดันของปัจจัยภายนอก ก็ไม่มี&amp;nbsp; ต่างจากประเทศในกลุ่ม emerging ด้วยกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเรามีเอกราชในการดำเนินนโยบายการเงินเพื่อตอบสนองความต้องการในประเทศ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถาม......&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากฐานะเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่มีจำนวนมาก ประเทศไทยถือว่าอนุรักษนิยม (Too&amp;nbsp; conservative) หรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอบ......&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; Too conservative หมายความว่าอย่างไร เมื่อมองเศรษฐกิจในภาพรวม จะต้องมองแบบภาพกว้าง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเทศที่พัฒนาแล้ว ได้อัดฉีดเงินเข้าระบบจำนวนมหาศาล ส่งผลให้กระแสเงินไหลเข้าประเทศ&amp;nbsp; emerging countries &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่มาวันหนึ่ง กลับดำเนินนโยบายการเงินแบบ Normalization เป็นการกลับทิศทางกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย ในช่วง ๓ เดือนที่ผ่านมา จะเห็นได้ประเทศที่มีกันชนที่ดี สามารถผ่านพ้นภาวะความผันผวนมาได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และความผันผวนที่กำลังเพิ่มขึ้นนั้น แสดงให้เห็นว่าประเทศที่ไม่มีกันชนที่ดีเป็นอย่างไร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ เป็นตัวกันชนตัวหนึ่งที่ประเทศควรจะมี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถาม........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจัยใดที่ทำให้ไทยมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศสูง?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอบ......&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเกินดุลบัญชีเดินสะพัด การพึ่งพาเงินทุนต่างประเทศต่ำ ซึ่งขอยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพชัดเจน คือ Non-resident holding หรือการถือครองพันธบัตรของต่างชาติ ทั้งพันธบัตรรัฐ พันธบัตรธนาคารกลาง พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ มีเพียง ๑๐% เท่านั้น ขณะที่ประเทศ emerging market บางประเทศ สูงถึง ๔๐% จึงมีความเปราะบางต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยของโลกมากกว่าไทย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกทั้ง &amp;quot;สภาพคล่องในประเทศ&amp;quot; ยังอยู่ในระดับสูง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ธนาคารพาณิชย์ พึ่งพิงแหล่งสภาพคล่องในประเทศ คือ เงินฝาก สำหรับการปล่อยสินเชื่อมากกว่าเงินทุนต่างประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น ไม่ว่าในตลาดการเงินโลกเกิดอะไรขึ้น จึงไม่ส่งผลทันที หรือกลายเป็นภัยคุกคามทำให้สภาพคล่องในประเทศหายไป หรือเกิดสภาวการณ์ขาดสภาพคล่อง เหมือนประเทศ emerging countries&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ธนาคารพาณิชย์ไทย ก็ถือเป็นตัวกันชนที่ดีอีกตัวหนึ่ง เมื่อพิจารณาจากความเพียงพอของเงินกองทุน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การบริหารความเสี่ยง เมื่อเปรียบเทียบสถานการณ์ขณะนี้ กับสถานการณ์ใน ๒๐ ปีที่ผ่านมาในช่วงวิกฤติการเงิน การบริหารความเสี่ยงเปลี่ยนไปอย่างมาก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จริงๆ แล้ว ประเทศไทย โดยคนไทย เป็นประเทศมีวิสัยทัศน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วิสัยทัศน์ หรือวิชัน ก็คือ &amp;quot;การมองการณ์ไกล&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยามอยู่สบาย เราจะหาเรื่องกัดกันเอง เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศ นี่เป็นพื้นฐานคนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ที่เป็น &amp;quot;ขันธสันดาน&amp;quot; จริงๆ คือ พวกกูกัดกัน แย่งบ้าน-แย่งเมืองกันเองได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่คนอื่น บ้านอื่น-เมืองอื่น.......&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มึงอย่าแหยม อย่าเสือกเข้ามาเป็นอันขาด ถ้าเสือกเข้ามา พวกกูเลิกกัดกันเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หันไปรวมเขี้ยว แล้วกัดพวกมึงตายเลย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นี่คือ &amp;quot;ธาตุแท้&amp;quot; ไทย!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชาติไทย เป็นชาติ &amp;quot;มองการณ์ไกล&amp;quot; ไม่งั้น ตกเป็นขี้ข้าชาติอื่นไปนานแล้ว ไม่เหลือ ๑ เดียว ในภูมิภาคนี้หรอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรณีเวเนซุเอลา ถ้าใช้การมองการณ์ไกล เราจะเห็นอะไรดีๆ มากกว่ามองเพื่อยกมากระแนะ-กระแหนกันเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเทศแถบอเมริกาใต้ พื้นฐานเป็นประเทศเกษตรเหมือนเรา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เวเนซุเอลา มีน้ำมันโคตรๆ มีแร่ธาตุ มีนางงามจักรวาลเหมือนเรา สัมพันธ์ค้าขายกับไทยมาร่วม ๔๐ ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะน้ำมันเยอะ บาร์เรลละร้อยกว่าเหรียญมานาน จึงร่ำรวย ไม่ต้องทำอย่างอื่นกิน น้ำมันแทบใช้ฟรี &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แถมสินค้า ก็บังคับผู้ผลิตให้ขายถูกกว่าทุน เรียกว่าประชานิยมสุดดาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอน้ำมันจากร้อยเหลือ ๔๐-๕๐ เหรียญ บวกกับแยกวงจากสหรัฐฯ ไปสร้างอำนาจใหม่กับจีน-รัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เดินนโยบายพลาด เลยพังทั้งชาติ น้ำมัน กินแทนข้าวแทนหยูกยา แทนข้าวของเครื่องใช้ไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะสั่งเข้ามา ก็ไม่มีดอลลาร์ เอาเงินโบลิวาร์ที่พิมพ์เองไปซื้อ ก็ไม่มีใครเอา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สะท้อนกลับมาบ้านเรา เพราะการมองการณ์ไกลของผู้บริหารแต่ละยูนิตประเทศไทยเรานี่แหละ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่เดินนโยบายผลีผลาม &amp;quot;รักใคร-ชังใคร&amp;quot; ก็ไม่รีบชิงหอบผ้าหนีตามเขาไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การ &amp;quot;ชั่งใจ-สร้างสมดุล&amp;quot; ช้าบ้าง แต่ชัวร์ เป็นวิสัยทัศน์นำประเทศรอดอย่างนั้นจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เวเนฯ มีน้ำมัน-มีก๊าซ &amp;quot;กินไม่ได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ไทยเรา &amp;quot;มีข้าว-มีอาหาร&amp;quot; เยอะ ที่ผ่านมา รถยนต์-โทรทัศน์-วิทยุ-พัดลม-ตู้เย็น-ยาง เราส่งไปขายอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไทยมีเซ็นเตอร์ &amp;quot;ส่งเสริมการค้า&amp;quot; ย่านลาตินอเมริกาอยู่ชิลีก็น่าหาทางเอาอาหารเราไปแลกน้ำมัน-ก๊าซเขานะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คิดในหลักเพื่อ &amp;quot;เพื่อนมนุษย์&amp;quot; ยามยาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้าวปลาอาหารเราเหลือทิ้ง-เหลือขว้าง หาทางขนไปแบ่งกันกิน ยามถังขยะบ้านเขาร้างเถอะ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การ &amp;quot;จัดระเบียบโลกใหม่&amp;quot; ในสงครามแบ่งขั้ว ด้วยอาวุธเศรษฐกิจการค้า-การเงินโลก ไม่ใช่เรื่องไกลตัว ไกลประเทศ ไทยเรา ถึงปลอดภัย ใช่ว่าจะหนีเจ็บพ้น ในฐานะ &amp;quot;บิดาแห่งการล้มละลาย&amp;quot; เมื่อปี ๔๐ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไพ่ตานี้ ต้องไม่แพ้เขานะ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16752</URL_LINK>
                <HASHTAG>Emerging Market, thaipublica.org, ดร.วิรไท สันติประภพ, รัฐบาลประยุทธ์, วิกฤติต้มยำกุ้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12535</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2018 09:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2018 09:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยิ้มออก ภายใน 2-3ปี ไทยไม่เจอวิกฤตเศรษฐกิจซ้ำรอยแน่นอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มั่นใจภายใน 2-3ปีนี้ ไทยไม่เจอวิกฤตเศรษฐกิจซ้ำรอยเหมือนปี 40 ชี้มีภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจการเงินค่อนข้างดี &amp;nbsp;แต่ห่วงการเก็งกำไรอสังหาฯ และการหารายได้รัฐบาลที่ต้องมีการปฎิรูปครั้งใหญ่ ชี้ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และ ตุรกี มีโอกาสเกิดวิกฤติแบบปี 2540&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้ให้ความเห็นและวิเคราะห์ถึงวิกฤตการณ์เศรษฐกิจในอนาคตเนื่องในโอกาสครบรอบ 21 ปี การลอยตัวค่าเงินบาทหรือวิกฤตการณ์เศรษฐกิจการเงินปี 2540 หรือ วิกฤติต้มยํากุ้ง ว่า ประเทศไทยจะยังไม่เผชิญวิกฤตการณ์เศรษฐกิจการเงินแบบปี 2540 จนกระทั่งต้องเข้ารับความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศเนื่องจากมีภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจการเงินค่อนข้างดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างน้อยเราจะไม่เจอกับภาวะวิกฤติแบบปี 2540 ในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า ขณะนี้ประเทศไทยมีการเกินดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดในระดับ 45-47 พันล้านดอลลาร์ มีทุนสํารองระหว่างประเทศ 2.09 แสนล้านดอลลาร์ มีหนี้สินต่างประเทศระยะสั้นไม่มาก อัตราเงินเฟ้อและอัตราการว่างงานยังค่อนข้างตํ่า สัดส่วนหนี้สินต่อทุนของภาคธุรกิจแม้นเพิ่มขึ ้นแต่ยังคงเป็นการกู้เงินในประเทศ เมื่อเราเปลี่ยนมาใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัวที่มีการจัดการ การกู้จากต่างประเทศและหนี้สินจะมีการทําประกันความเสี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุสรณ์ ตั้งข้อสังเกตว่า วิกฤติซ้ำรอยปี 2540 จะไม่เกิดในระยะ 2-3 ปีข้างหน้าหากเราควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่างๆได้ดี ได้แก่ การก่อหนี้และการลงทุนเกินตัวของภาคเอกชนโดยเฉพาะหนี้สินต่างประเทศ ต้องติดตามการเก็งกําไรอสังหาริมทรัพย์ในเขต EEC มีความเสี่ยงที่จะเกิดฟองสบู่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการกํากับดูแลระบบสถาบันการเงินเอกชนและตลาดการเงินอยู่ในเกณฑ์ดีไม่น่ามีปัญหาอะไร ที่น่าเป็นห่วงจะเป็นพวกฟินเทค การเก็งกําไรใน Cryptocurrency สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ สหกรณ์ออมทรัพย์และพวก non-bankทั้งหลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม แม้นโอกาสในการเกิดวิกฤติแบบปี 2540 มีน้อยในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า แต่เศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงเรื่องฐานะทางการคลังในระยะต่อไปหากไม่มีการปฏิรูปรายได้ภาครัฐทั้งระบบภาษีและรัฐวิสาหกิจ นอกจากนี้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและการไม่กระจายของรายได้ก็เป็นเรื่องที่ต้องดูแลใกล้ชิด และยังมีปัญหาสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีที่ยังค่อนข้างสูงอยู่ การเลือกตั้งในปีหน้าจะไม่ได้ทําให้ประเทศไทยกลับคืนสู่ประชาธิปไตยเต็มใบแต่เป็นระบอบกึ่งประชาธิปไตยหรือประชาธิปไตยครึ่งใบ ก็ต้องรอดูว่า ระบอบการเมืองลักษณะแบบนี้จะส่งผลต่อเศรษฐกิจโดยภาพรวมและภาคการลงทุนอย่างไรบ้าง การจะก้าวข้ามผ่านทศวรรษแห่งความถดถอยและกับดักรายได้ระดับปานกลางรวมทั้งวิกฤตการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง จําเป็นต้องอาศัยการปฏิรูปอย่างแท้จริงและการกําหนดยุทธศาสตร์เพื่ออนาคตร่วมกันของทุกคนและควรดําเนินการภายใต้หลักการและกระบวนการประชาธิปไตยจะดีที่สุด ความขัดแย้งโดยรวมและในระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเทศอาเซียนที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดวิกฤติแบบปี 2540 คือ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย นอกจากนี้ยังมี ตุรกี อาร์เจนตินา และ อิตาลี ที่มีโอกาสเข้าโครงการรับความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศเช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12535</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปฏิรูปภาษี, ฟิลิปปินส์, วิกฤติต้มยำกุ้ง, วิกฤติเศรษฐกิจ, อนุสรณ์ ธรรมใจ, อินโดนีเซีย, เศรษฐกิจไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180422/image_big_5adc0266adb57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12531</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2018 08:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2018 08:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครบรอบ 21 ปีวิกฤตต้มยำกุ้ง เศรษฐกิจไทยมีภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้นแค่ไหน? </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธปท.ออกบทวิเคราะห์ ครบรอบ 21 ปี วิกฤตเศรษฐกิจลอยตัวค่าเงินบาท มาเรียนรู้กันว่า ผ่านไป 21 ปี เศรษฐกิจไทยมีภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้นแค่ไหนเมื่อเทียบกับปี 2540&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า วันที่ 2 กรกฎาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันครบรอบการลอยตัวค่าเงินบาทเมื่อปี 2540 หลายคนคงอดคิดไม่ได้ว่าเศรษฐกิจไทยจะมีโอกาสกลับไปมีปัญหาวิกฤตเหมือนวันนั้นหรือไม่ ยิ่งในช่วงกลางปี 2561 นี้ ประเทศตลาดเกิดใหม่หลายแห่งประสบความระส่่าระสายทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะตุรกีและอาร์เจนตินา ต่างประสบภาวะเงินทุนไหลออกรุนแรงเพราะภาวะการเงินโลกเริ่มตึงตัวขึ้นและนักลงทุนต่างชาติเริ่มลดการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ประเทศที่พื้นฐานเศรษฐกิจไม่เข้มแข็งจึงได้รับผลกระทบรุนแรง ในกรณีของอาร์เจนตินาถึงกับต้องขอรับความช่วยเหลือจาก IMF สูงถึง 5 หมื่นล้านดอลลาร์ สรอ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยได้รับบทเรียนจากปี 2540 และได้เดินผ่านจุดดังกล่าวมาไกลแล้ว ตลอด 20 ปีที่ผ่านมาเราได้ช่วยกันสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจให้ดีขึ้นมาก เสถียรภาพระบบเศรษฐกิจการเงินไทยมีความมั่นคงและดีกว่าประเทศตลาดเกิดใหม่โดยรวม ยกตัวอย่างเช่นดุลบัญชีเดินสะพัดซึ่งสะท้อนความสามารถในการหารายได้ที่เป็นเงินตราต่างประเทศ ปีที่แล้วเราเกินดุลบัญชีเดินสะพัดถึงร้อยละ 11.2 ของ GDP หรือประมาณ 5 หมื่นล้านดอลลาร์ สรอ. และปีนี้คาดว่าจะเกินดุลถึง 4 หมื่นล้านดอลลาร์ สรอ. ต่างจากช่วงก่อนเกิดวิกฤต ปี 2540 ที่เราขาดดุลบัญชีเดินสะพัดต่อเนื่องกันหลายปี เงินสำรองระหว่ำงประเทศของเราก็มีความมั่นคงสามารถเป็นกันชนรองรับแรงปะทะจากความผันผวนของตลาดเงินตลาดทุนโลกได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เงินสำรองระหว่างประเทศของไทยขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 2.1 แสนล้านดอลลาร์ สรอ. (ไม่รวมฐานะซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าสุทธิจ่านวนประมาณ 33 พันล้านดอลลาร์ สรอ.) ซึ่งมากกว่าหนี้ต่างประเทศโดยรวมที่1.5 แสนล้านดอลลาร์ สรอ. หรือคิดเป็น 3.5 เท่าของหนี้ต่างประเทศระยะสั้น ด้านหนี้ต่ำงประเทศโดยรวมปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 35 ของ GDP ลดลงจากร้อยละ 70 ในช่วงปี 2540 นอกจากนี้ กำรถือครองพันธบัตรของนักลงทุนต่ำงชำติมีสัดส่วนเพียงประมาณร้อยละ 10 ของมูลค่าตลาดพันธบัตรทางการทั้งหมด ความเสี่ยงในกรณีของไทยที่เงินทุนไหลออกจะกระทบเสถียรภาพเศรษฐกิจจึงต่่ากว่าประเทศอื่นซึ่งพึ่งพิงนักลงทุนต่างชาติในสัดส่วนสูงกว่า บางประเทศรอบบ้านของเรามีนักลงทุนต่างชาติถือครองพันธบัตรสูงกว่าร้อยละ 30จึงอ่อนไหวในเวลาที่ตลาดการเงินโลกตึงตัวขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในด้านการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ หลังจากปี 2540 นโยบายการเงินของไทยเปลี่ยนมาใช้กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อแบบยืดหยุ่น ควบคู่กับระบบอัตราแลกเปลี่ยนลอยตัว ซึ่งการเคลื่อนไหวของค่าเงินจะถูกก่าหนดโดยกลไกตลาด ไม่สร้างความบิดเบือนในระบบอัตราแลกเปลี่ยน และไม่สร้างผลข้างเคียงในระบบเศรษฐกิจเหมือนกับตอนที่ใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบคงที่ในช่วงปี 2540 โดยในกรอบปัจจุบัน ธปท. จะดูแลอัตราแลกเปลี่ยนในกรณีที่ค่าเงินผันผวนสูงผิดปกติจนอาจกระทบกับภาคเศรษฐกิจจริง ส่าหรับการตัดสินนโยบายการเงินจะประเมินจากปัจจัยต่าง ๆ อย่างรอบด้านทั้งการเติบโตของเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อและเสถียรภาพระบบการเงิน เพื่อให้นโยบายการเงินเหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศไทยมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในด้านโครงสร้ำงพื้นฐำนของระบบเศรษฐกิจกำรเงิน เราขาดแคลนกลไกหลายด้านในช่วงก่อนเกิดวิกฤตปี 2540 ซึ่งตลอด 20 ปีที่ผ่านมาเราได้จัดตั้งหน่วยงานและกลไกต่าง ๆ เพิ่มขึ้น อาทิ บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ บริษัทบริหารสินทรัพย์ สถาบันคุ้มครองเงินฝาก เป็นต้น
หน่วยงานก่ากับดูแลทั้ง ธปท. ส่านักงานคณะกรรมการก่ากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และส่านักงานคณะกรรมการก่ากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ประสานความร่วมมือกันใกล้ชิดมากกว่าเดิมมาก ตลอดจนมีความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อช่วยเหลือกันยามเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ เช่น มาตรการริเริ่มเชียงใหม่พหุภาคี (CMIM) ซึ่งประกอบด้วยอาเซียน จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีโครงสร้างที่ กล่าวมาข้างต้นล้วนเป็นพื้นฐานส่าคัญของระบบเศรษฐกิจการเงิน ตั้งแต่การมีระบบข้อมูลที่ดี การแจ้งเตือน เพื่อป้องกันวิกฤต ตลอดจนมีระบบที่พร้อมแก้ไขสถานการณ์หากเกิดวิกฤตขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเปลี่ยนแปลงที่ส่าคัญอีกด้านหนึ่ง คือ ภาคธุรกิจไทยมีความเข้มแข็งขึ้นมากเมื่อเทียบกับ 20 ปีก่อน ดูจากผลประกอบการที่ดี ความสามารถในการแข่งขัน ธรรมาภิบาล และมีการระดมทุนที่หลากหลายมากขึ้นจากทั้งสินเชื่อ ตราสารหนี้ และตราสารทุน นอกจากนี้ ผู้บริหารให้ความส่าคัญกับการบริหารความเสี่ยงมากขึ้น โดยลงทุนอย่างระมัดระวัง ไม่ก่อหนี้เกินตัว สะท้อนจากสัดส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E ratio) ของภาคธุรกิจในตลาดหลักทรัพย์ไทยที่ 1.2 เท่า อยู่ในระดับต่่าเมื่อเทียบกับช่วงวิกฤตปี 2540 ซึ่งมี D/E ratio สูงถึง 5 เท่า และขณะนี้ไม่ได้พึ่งพิงเงินกู้ระยะสั้นจากต่างประเทศจนเกิดปัญหา currency mismatch เหมือนกับช่วงก่อนปี 2540&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุด สถาบันการเงินไทยมีควำมเข้มแข็งกว่าเดิมมาก สัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL)ลดลงต่อเนื่องจากร้อยละ 45.0 เมื่อปี 2542 มาอยู่ที่ร้อยละ 2.9 ในไตรมาสที่ 1 ปี 2561 อีกทั้งสถาบันการเงินมีเงินส่ารอง เงินกองทุน และสภาพคล่องอยู่ในระดับสูง สามารถรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ดี อัตราเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS ratio) อยู่ที่ร้อยละ 18.0 สูงเป็นอันดับต้น ๆ ของภูมิภาค อีกทั้งธปท. ได้นำเกณฑ์การกำกับดูแลสากล (Basel III) มำประยุกต์ใช้เพื่อให้สถำบันกำรเงินมีควำมมั่นคงมาก ขึ้น อาทิ การด่ารงสินทรัพย์สภาพคล่องเพื่อรองรับสถานการณ์ด้านสภาพคล่องที่มีความรุนแรง (liquidity coverage ratio : LCR)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้&amp;ldquo;ธรรมาภิบาล&amp;rdquo; (good governance) เป็นประเด็นที่ทั้ง ธปท. และผู้บริหารของสถาบันการเงินต่างให้ความสำคัญมาก เพื่อให้ระบบกำรเงินไทยมีการบริหารจัดการที่ดี อาทิ การมีโครงสร้างคณะกรรมการที่ดีและมีคุณสมบัติเหมาะสม การสร้างวัฒนธรรมองค์กรในการดูแลความเสี่ยง การจัดท่าแผนล่วงหน้ารองรับการจัดการดูแลแก้ไขปัญหา (recovery plan) เป็นต้น ในไตรมาสที่ 4 ปี 2561 นี้ ประเทศไทยก่าลังจะเข้าร่วมการประเมินภาคการเงิน (Financial Sector Assessment Program: FSAP) ที่จัดทำโดย IMF และ World Bank ซึ่งผลการประเมินดังกล่าวจะช่วยให้เราทราบว่ามีจุดอ่อนเรื่องใดบ้างที่ ต้องแก้ไขเพิ่มเติมเรียนรู้จากอดีต ตื่นตัวกับปัจจุบัน พร้อมรับความท้าทายในอนาคตแม้เศรษฐกิจไทยจะมีเสถียรภาพเข้มแข็งและคาดว่าจะได้รับผลกระทบจากความผันผวนของตลาดการเงินโลกน้อยกว่าประเทศตลาดเกิดใหม่อื่น ๆ แต่ทุกคนไม่ควรประมาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บทเรียนในอดีตจากวิกฤตปี 2540สอนเราว่าความประมาทสามารถสร้างความเสียหายได้มากมายเพียงใด เราต้องลดจุดเปราะบางในระบบการเงินเช่น การก่ากับดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์ และเตรียมรับความผันผวนในตลาดการเงินโลกที่อาจเพิ่มสูงขึ้นได้อย่างรวดเร็ว โดยความเสี่ยงที่ส่าคัญในปัจจุบันคือ สภาพคล่องในตลาดการเงินโลกจะตึงตัวมากขึ้นจากการที่ธนาคารกลางของประเทศอุตสาหกรรมหลักลดการผ่อนคลายนโยบายการเงิน และผลกระทบจากนโยบายกีดกันทางการค้าที่ตอบโต้กันระหว่างประเทศเศรษฐกิจหลัก ซึ่งจะท่าให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกชะลอลงและตลาดเงินตลาดทุนโลกผันผวนมากขึ้น ภาคธุรกิจจึงควรวางแผนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันรองรับความเสี่ยงดังกล่าว โดยเฉพาะการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งมีเครื่องมือทางการเงินหลายชนิดที่สามารถช่วยลดความเสี่ยงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุด ในวันนี้ที่เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวชัดเจนมากขึ้นและมีเสถียรภาพที่เข้มแข็ง เราต้องให้ความส่าคัญกับการปฏิรูปเศรษฐกิจในหลายมิติเพื่อลดจุดเปราะบางที่เหลืออยู่ และแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานาน โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับเรื่องแรงงาน คุณภาพการศึกษา ผลิตภาพ และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เราจะต้องเปลี่ยนแปลงอย่างเท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดล้อม ในระบบเศรษฐกิจโลกที่เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ส่าหรับอนาคตแล้ว ปัญหาเชิงโครงสร้างเหล่านี้จะเป็นเรื่องที่น่ากังวลมากกว่าเสถียรภาพด้านการเงิน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12531</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครบรอบ21ปีวิกฤตต้มยำกุ้ง, ธนาคารแห่งประเทศไทย, ธปท., ลอยตัวค่าเงินบาท, วิกฤติต้มยำกุ้ง, เศรษฐกิจไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180702/image_big_5b39858b6b77c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8985</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2018 10:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2018 10:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เอนก&#039;ถอดบทเรียน&#039;การเมืองมาเลย์-มหาเธร์&#039;เป็นแรงดลใจสร้างอนาคตการเมืองไทยให้มีความหวัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11พ.ค.61- นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง อธิการวิทยาลัยบริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต เจ้าของทฤษฎี &amp;quot;สองนคราประชาธิปไตย&amp;quot; แสดงความเห็น เรื่อง มองมหาเธร์ เห็นอนาคตการเมืองไทย ใน Fb page เอนก เหล่าธรรมทัศน์ AnekLaothamatas ว่า มหาเธร์เป็นนายกรัฐมนตรีผู้ยิ่งใหญ่ คนหนึ่งของเอเชีย ของโลก อย่างไม่ต้องสงสัย ในหน้าประวัติศาสตร์ของมาเลเซีย นั้นเขายิ่งใหญ่กว่าตนกู อับดุล รามาน นายกรัฐมนตรีคนแรกเสียอีก ไม่เพียงแต่จะปกครองประเทศนานถึง 22 ปีเท่านั้น หากยังทิ้งผลงานยิ่งใหญ่ไว้อย่างน้อยสามประการคือ หนึ่ง นโยบายภูมิบุตร ที่สนับสนุนส่งเสริมคนมาเลย์และพื้นเมืองเดิมทั้งหมดให้ขึ้นมาเป็นคนชั้นกลางเป็นอย่างต่ำ ทัดเทียมได้อย่างรวดเร็วกับคนเชื้อสายจีนและอินเดีย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอง แม้มหาเธร์จะไม่ปล่อยให้กลไกตลาดทำงานเต็มที่ ควบคุมทุนจีน-อินเดีย และทุนต่างชาติอื่นๆ ไม่น้อย แต่ก็สามารถผลักดันมาเลเซียให้พ้นจากประเทศเกษตรกรรมไปเป็นชาติอุตสาหกรรมใหม่ได้ก่อนไทยเสียอีก ในภูมิภาคอาเซียนทั้งหมดระดับการพัฒนาของมาเลเซียนั้นจะแพ้ก็เพียงแต่สิงคโปร์เท่านั้น อยู่เหนือกว่าไทย เหนือกว่าอินโดนีเซีย และสาม ในช่วงปี 2540-2543 ที่เกิดวิกฤตเงินบาททั่วเอเชีย อันเริ่มจากวิกฤต &amp;ldquo;ต้มยำกุ้ง&amp;rdquo; ที่ไทยก่อน มหาเธร์ในฐานะนายกรัฐมนตรี แสดงความเข้มแข็ง ไม่ยอมต่อพวก&amp;rdquo;ตะวันตก&amp;rdquo; ไม่ลดค่าเงินริงกิต ตามที่ IMF และธนาคารโลกต้องการ และ ก็ฟันฝ่าวิกฤตไปได้ โดยเศรษฐกิจไม่เสียหายเลย ในขณะที่ไทย และ อีกหลายประเทศ ธุรกิจ ธนาคาร และสถาบันการเงินฟุบล้ม ประชาชนตกงานและอยู่อย่างลำบากหลายปี นับแต่ปี 2540 เป็นต้นมา เศรษฐกิจไทยโตอยู่ในเกณฑ์ร้อยละ 2-4 ไม่อาจกลับไปโตเกิน ร้อยละ 5 ต่อปี ดังเช่นเดิมได้อีกเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อมหาเธร์ส่งมอบอำนาจให้บัดดาวีและต่อด้วยนาจิ๊บนั้น คนมาเลเซียคิดว่ามหาเธร์จะเป็นแต่อดีตนายกรัฐมนตรีผู้ยิ่งใหญ่เท่านั้น ทำนองเดียวกับที่คนสิงคโปร์คิดต่อลีกวนยู แต่เมื่อประชาธิปไตยในบ้านเมืองเขาเสื่อมทรามลง ประชาชนจำนวนมากเห็นว่านายกรัฐมนตรีนาจิ๊บลุแก่อำนาจ และทำการทุจริตประพฤติมิชอบ และยังพยายามจะเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปอีกหนึ่งสมัย เพื่อจะระดมสรรพกำลังหลังการเลือกตั้งได้ยิ่งขึ้น ในการที่จะทำลายฝ่ายค้าน ฝ่ายวิจารณ์ หรือ ฝ่ายตรงข้าม และกระทั่งเพียงฝ่ายที่เอนเอียงไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล มหาเธร์ในวัย 92 ก็ตัดสินใจ หวลกลับสู่การเมือง ร่วมมือกับพรรคฝ่ายค้านที่นำโดยอันวาร์ อิบราฮิม คู่ปรับเก่าของเขาเอง เพื่ออนาคตของประเทศเขาไม่หันไปมองอดีตอันขมขื่นที่เขามีกับอันวาร์ เขาสัญญาว่าถ้าชนะการเลือกตั้งจะเป็นนายกรัฐมนตรีเพียงสองปี และจะกราบบังคมทูลพระราชาธิบดีให้นิรโทษอันวาร์ เอาอันวาร์ออกจากคุกมาเป็นนายกรัฐมนตรีต่อจากเขา แม้แต่คุกตารางที่กั้นอันวาร์ออกจากเขาอยู่ ก็ไม่อาจขวางภารกิจกู้บ้านกู้เมืองของสองมหาบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ลืมความหลัง เลิกละความเป็นศัตรูกัน หันมาร่วมกันล้ม นาจิ๊บให้ได้ ตลอดการหาเสียงอันเข้มข้นดุเดือด ภรรยาของอันวาร์ หญิงแกร่งยืนอยู่เคียงข้าง เคียงบ่าเคียงไหล่ กับมหาเธร์ ในนามของสามี ผู้ถูกจำคุกด้วยในข้อหาอัน &amp;ldquo;พิลึกพิลั่น&amp;rdquo; ในสายตาสาธารณชน คือเสพกามกับผู้ชาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาธิปไตยในมาเลเซีย เมื่อแรกกำเนิดนั้น สะอาดบริสุทธิ์ เต็มไปด้วยความรักชาติ สู้เพื่อเอกราช จากนั้นมาก็เสื่อมลงไปตามลำดับ ในสมัยมหาเดร์นั้น แม้ประชาธิปไตยจะนำมาซึ่งความสำเร็จอย่างน้อยสามประการที่กล่าวมาข้างต้น แต่ก็ต้องมัวหมองไปไม่น้อยกับความขัดแย้งระหว่างมหาเธร์และอันวาร์ อิบราฮิม แต่ในวัย 92 ที่เขาควรจะหยุดพักผ่อนแล้ว แต่เพื่อแก้ปัญหาการเมืองที่ตนเองก็มีส่วนสร้างขึ้นมา เพื่อนำประเทศให้กลับมาสู่มรรควิถีที่ถูกต้อง เพื่อหยุดประเทศอันเป็นที่รักไม่ให้เป็นรถไฟที่วิ่งไปในทางที่จะดิ่งลงไปสู่เหวลึก มหาเธร์สู้เต็มที่ มีความหวัง ซึ่งทีแรกดูเป็นความฝัน ฝันลมๆแล้งๆ ของคุณปู่คุณทวด ไม่ใช่คนหนุ่ม ไม่ใช่คนรุ่นใหม่ แต่ที่สุด เมื่อเราทำอะไรสุดชีวิต เกินกว่าที่ใครๆจะคาดคิดได้ เมื่อนั้น &amp;ldquo;มหัศจรรย์&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;อภินิหาร&amp;rdquo; ก็มีจริง ฟ้าโปรด สวรรค์เปิด มหาเธร์ในวัย 92 กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี ที่&amp;rdquo;แก่&amp;rdquo; ที่สุดในโลก เหมาะกับยุค aging society เป็นคนละแบบ คนละขั้วกับ &amp;ldquo;มาครอง&amp;rdquo; ประธานาธิบดีวัย 39 หนุ่มที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มหาเดร์ให้แง่คิดอะไรกับเราครับ ? หนึ่งคนรุ่นเก่าหรือรุ่นใหม่ ไม่ได้ดูที่อายุ มาครอง คนรุ่นใหม่ อายุ 39 แต่มหาเธร์ก็เป็นคนรุ่นใหม่ อายุ 92 ปี แต่มองไปข้างหน้า เข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของสังคม สนธิกำลังกับคนอายุรุ่นหลัง เช่นอันวาร์ อิบราฮิมและเยาวชนจำนวนมากที่ประท้วงคัดค้านนาจิ๊บมาอย่างหนัก หากอาศัยแต่คนหนุ่มสาวและวัยเยาว์ &amp;ldquo;การใหญ่&amp;rdquo;ของท่านมหาเธร์ และเชื่อว่าของประเทศด้วย คงจะไม่สำเร็จแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอง คนเรานั้น ไม่สำคัญว่าจะมี จะได้ตำแหน่งอะไร แม้ตำแหน่งนั้นจะสูงถึงระดับผู้นำประเทศ ที่สำคัญเราจะเอาตำแหน่งไปทำไม ไปทำอะไร คุณปู่มหาเดร์ผู้พักผ่อนและเกษียณสู่ชีวิตส่วนตัวแล้ว เมื่อเห็นว่าบ้านเมือง&amp;rdquo;ร้อนร้าย &amp;ldquo; จำต้องกลับมา ก็กลับมาอย่างกล้าหาญ อายุที่เกือบร้อยไม่เป็นอุปสรรคกับเขาเลย เขาก็ทำได้สำเร็จจริงๆ ที่จริงการเป็นนายกรัฐมนตรีของเขาในเที่ยวนี้ที่จริงไม่สำคัญเท่าการใช้ประชาธิปไตยมากู้บ้านกู้เมืองได้สำเร็จ ไม่สำคัญเท่าการทำพรรคและสร้างนักการเมือง เพื่อนำมาเป็นเครื่องมือในการปฏิรูปหรืออภิวัฒน์ประเทศ ไม่ใช่การเมือง &amp;ldquo;รูทีน&amp;rdquo; ความจริงจะเรียกว่าเป็นการเมืองเพื่อหักวิถีของประเทศไม่ให้กลายเป็น&amp;rdquo;รัฐล้มเหลว&amp;rdquo; ก็พอจะพูดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาม การเมืองของเรา หากเอามหาเธร์และการเมืองมาเลเซียเป็นแรงดลใจ ก็ขอว่าการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ อย่าให้วนเวียนอยู่กับคำถามว่าใครจะแพ้ใครจะชนะ ใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี แต่เท่านั้น ขออย่าวนอยู่เพียงกับคำถามเก่า ๆ ว่า ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์จะกลับมาไหม ควรกลับมาไหม และจะกลับมาอีกได้ไหม ขอให้ตั้ง &amp;ldquo;ปณิธานใหม่&amp;rdquo; ด้วยว่า เราจะหย่อนบัตรอย่างไร ให้พรรคอะไร พรรคอย่างไร นักการเมืองเช่นไร จึงจะได้ผู้คน ผู้นำ และสถาบันที่จะมาปฏิรูปประชาธิปไตย มาปฏิรูปประเทศ ให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้าอย่างมีทิศ อย่างมั่นคง ได้อย่างไร ตรองให้รู้ว่าอะไรถูก อะไรผิด คิดที่จะรู้รักสามัคคีกันให้มากที่สุดอย่างไร และที่สำคัญที่สุดทำอย่างไรจึงจะเป็นการเลือกตั้งที่จะทำให้บ้านเมืองมีอนาคตมีความหวัง ให้การเลือกตั้งครั้งนี้สมกับเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกในรัชกาลใหม่ ให้เป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมรัชสมัยใหม่ได้หรือไม่ ผมใคร่ขอเชิญชวนทุกพรรคทุกฝ่าย นักการเมือง และประชาชนจงมีปณิธานอันยิ่งใหญ่เช่นนี้ ทำการเมืองให้เป็นทางออกและความหวังของบ้านเมืองได้ พรรคและนักการเมืองทั้งปวงจงเสียสละ จงอดทน ระดมสรรพกำลัง สรรพปัญญา เพื่อประเทศ และเพื่อประชาชาติไทย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8985</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์, มหาวิทยาลัยรังสิต, มหาเธร์ โมฮัมหมัด, มาเลเซีย, วิกฤติต้มยำกุ้ง, สองนคราประชาธิปไตย, อันวาร์ อิบราฮิม, เอนก เหล่าธรรมทัศน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180325/image_big_5ab71958661c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8394</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขอให้โชคดี!!!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ไม่มีโอกาสได้คลุกคลีกับพวก นักการเมือง เขาซักเท่าไหร่...เลยไม่รู้ว่า หลังๆ นี้เขา ดูด กันไปถึงไหนแล้ว แต่ก็อย่างที่ท่านนายกฯ บิ๊กตู่ ท่านว่าไว้นั่นแหละว่า การ บ๊วบ กันและกันระหว่างนักการเมือง มันน่าจะเป็นเรื่องของ ความสมัครใจ จะไปข่มโคขืนให้กลืนหญ้า หรือกลืนอะไรต่อมิอะไร มันคงเป็นไปได้อยู่แล้วแน่ๆ ดังนั้น...คงต้อง ทำใจ ว่าการบ๊วบ หรือการดูดนั้น ถือเป็น ธรรมชาติทางการเมือง แบบที่ท่านปรึกษารองนายกฯ ดอกเตอร์ ปณิธาน ท่านว่าเอาไว้จริงๆ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-----------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม...การที่ท่านนายกรัฐมนตรี บิ๊กตู่ ท่านแสดงให้เห็นว่า ท่านคงไม่ได้คิดจะเห็นด้วยกับกิริยา อาการ หรือพฤติกรรมทำนองนี้ ยังพอรู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ ก็ยังถือว่า...พอใช้ได้!!! คือไม่ได้ถึงกับหลับตาพริ้ม เพลิดเพลิน เจริญใจ ไปกับ ธรรมชาติทางการเมือง ที่ออกจะวิปริต ผิดเพี้ยน อยู่พอสมควร แต่ก็นั่นแหละ...ในเมื่อการได้มาซึ่ง อำนาจทางการเมือง มันคงหนีไม่พ้นต้องอาศัยคะแนนเสียงในสภาฯ เป็นตัววัดตัดสินตามระบอบประชาธิปไตย ที่มีการเลือกตั้งเป็นสรณะ จะให้ท่านไปหนีบขา หรือสวมเข็มขัดกันชู้เอาไว้ซะสองชั้น สามชั้น มันก็คงลำบาก มีแต่ต้องปล่อยเลยตามเลย ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติทางการเมือง อย่างมิอาจปฏิเสธและหลีกเลี่ยงได้...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ที่น่าสนใจเอามากๆ กว่าเรื่อง ดูด-ไม่ดูด ก็คือการที่ท่านนายกรัฐมนตรีท่านได้กล่าวคำพูดประโยคที่ว่า... รัชกาลนี้ เป็นรัชกาลแห่งการปฏิรูป...จำคำพูดไว้...เราทำถวายรัชกาลใหม่ สานต่อในสิ่งที่รัชกาลที่ 9 ทรงทำไว้ สืบสาน รักษา ต่อยอดตามพระราชดำรัสที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงเริ่มต้นไว้... อันนี้ต้องเรียกว่า...ถือเป็นคำพูดที่สำคัญเอามากๆ พอๆ กับคำพูดว่า ขอให้ทำเพื่อแผ่นดิน ที่ประธานองคมนตรี ป๋าเปรม ท่านฝากเอาไว้เมื่อช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมานั่นเอง เผลอๆ...อาจถือเป็นคำพูดระดับ ยุทธศาสตร์ชาติ เอาเลยก็ยังได้...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ---------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และภายใต้คำพูดที่ว่านี้...ไม่เพียงแต่จะต้องรองรับไว้ด้วย ความรับผิดชอบ อย่างหนักแน่น มั่นคง และถาวรเท่านั้น แต่ยังต้องระมัดระวัง ไม่ให้เกิดการเบี่ยงเบน เฉไฉ ออกไปในแนวทางอื่น จากแนวทางที่ควรจะเป็น หรือแนวทางที่ได้ทรงริเริ่ม ไม่ว่าจะในทางการเมือง เศรษฐกิจ หรือสังคม ก็ตาม ซึ่งไม่เพียงแต่จะต้องอาศัยความมุ่งมั่น เพียรพยายาม แต่เพียงเท่านั้น ยังหนีไม่พ้นต้องอาศัย สติ และ ปัญญา ควบคู่ไปด้วย เพราะไม่ว่ารัฐบาลไหน ต่อรัฐบาลไหน เท่าที่ผ่านมานั้น คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ไม่ว่าการสืบสาน รักษา ต่อยอด มันไม่ถึงกับเป็นจริง เป็นจัง มากมายซักเท่าไหร่...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่เช่นนั้น...แนวทางพระราชดำริว่าด้วย ความพอเพียง หรือ เศรษฐกิจพอเพียง ที่ทรงประทานมาให้ปวงชนชาวไทย นับไม่รู้กี่สิบต่อกี่สิบปีมาแล้ว น่าจะไปได้ไกล จนไม่เกิดการย้อนกลับมาสู่การเผชิญหน้ากับ วิกฤติต้มยำกุ้ง ชนิดเล่นเอาระส่ำระสายไปแทบทั้งประเทศ หรือแนวทางการแก้ปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้ ด้วยการ เข้าใจ-เข้าถึง-และพัฒนา ที่ต้องสะดุดหยุดยั้ง ล้มคว่ำคะมำหงาย เมื่อเจอเข้ากับวาทะว่าด้วย โจรกระจอก ของรัฐบาลบางรัฐบาล จนก่อให้เกิดปัญหาลุกลาม บานปลาย มาจนตราบเท่าทุกวันนี้...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; --------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การดำรงจุดมุ่งหมาย...เพื่อให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไป เพื่อแผ่นดิน นั้น จึงคงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ด้วยเหตุเพราะภาวะแทรกซ้อนที่อาจฉุดลากกระชากถู ให้รัฐบาลแต่ละรัฐบาลต้องหันเหไปทางอื่นนั้น มันก็เป็น ธรรมชาติทางการเมือง อีกเหมือนกัน แถมยังอาจรวมเอา ธรรมชาติความเป็นมนุษย์ เข้าไปด้วยอีกต่างหาก ไม่ว่าจะเป็นโลภะ โทสะ โมหะ หรือบรรดา กิเลส ทั้งหลาย ด้วยเหตุนี้...ระหว่าง คำพูด กับ การกระทำ ต้องหาทางทำให้มันสอดคล้อง ต้องกัน เข้าไว้ อะไรที่มันทำท่าว่าจะเฉๆ ทำท่าว่าจะเบี่ยงเบนออกไป คงต้องหาทางกระชากกลับ ให้มาอยู่ในครรลอง คลองธรรม ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; --------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก็นั่นแหละ...เพียงแค่มีเจตนารมณ์ มีปณิธาน มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ ที่จะกระทำการให้เป็นไปอย่างที่พูดๆเอาไว้ ก็ต้องถือว่าสำเร็จไปแล้วเกือบครึ่งหนึ่ง เท่าที่เหลือๆ...ก็คือต้องหมั่นตรวจสอบตัวเองให้มากๆ เข้าไว้ ว่ายังคงก้าวเดินไปในแนวทางที่หวังและตั้งใจเอาจริงๆ หรือไม่ ยังพอจะเอาชนะ กิเลส ต่างๆ นานา ที่ชำแรก แทรกซึม เข้ามาในแต่ละช่วง แต่ละระยะ ได้มาก-น้อยแค่ไหน และในฐานะผู้ที่ไม่ได้พายอะไรกะเค้าเลย แต่ก็ไม่คิดจะเอาตีนราน้ำอยู่แล้วแน่ๆ คงต้องขออนุญาตส่ง กำลังใจ มาไว้ให้ ณ ที่นี้ ขอให้ประสบความสำเร็จในการ ดูด แต่พอเพียง พอประมาณ อย่าถึงกับบ๊วบแล้วบ๊วบเล่า จนถึงขั้นหลับตาพริ้ม ลืมทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เคยตั้งอก ตั้งใจ เอาไว้ง่ายๆ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ---------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Froude (อีกครั้ง)... The upward sweep of excellence is proportioned, with strictest accuracy, to oblivion of the self which is ascending.- การก้าวขึ้นสู่เบื้องสูงแห่งคุณธรรมความดี มีส่วนสมดุลอย่างเคร่งครัดกับการลด-ละ-เลิก...อัตตา...ซึ่งมักทวีขึ้นตามลำดับ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -------------------------------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8394</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิเลส, ดูด-ไม่ดูด, ท่านขุนน้อย, ธรรมชาติทางการเมือง, นักการเมือง, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ป๋าเปรม, วิกฤติต้มยำกุ้ง, อำนาจทางการเมือ, เศรษฐกิจพอเพียง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180113/5a59fd579d53a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
