<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>27722</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2019 20:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2019 20:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อองซาน ซูจี&#039; โอ่ศักยภาพเศรษฐกิจ จีบต่างชาติลงทุนเมียนมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นางอองซาน ซูจี เปิดการประชุมด้านการลงทุนอย่างเป็นทางการครั้งแรกของเมียนมาเมื่อวันจันทร์ เรียกร้องนักลงทุนทั่วโลกเข้ามาลงทุนในเมียนมา ชูศักยภาพทางเศรษฐกิจ แต่กลับไม่กล่าวถึงการแก้วิกฤติโรฮีนจาที่สร้างความวิตกแก่นักลงทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอองซาน ซูจี กล่าวสุนทรพจน์ระหว่างพิธีเปิดการประชุมอินเวสต์เมียนมาซัมมิต ที่กรุงเนปยีดอ เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางอองซาน ซูจี มนตรีแห่งรัฐของเมียนมาซึ่งเป็นผู้นำรัฐบาลพลเรือนเมียนมาโดยพฤตินัยมานับแต่ปี 2559 ได้กล่าวเปิดการประชุมอินเวสต์เมียนมาซัมมิต ที่กรุงเนปยีดอ เมื่อวันจันทร์ที่ 28 มกราคม 2562 บรรยายถึงมาตรการปฏิรูปหลายประการที่รัฐบาลชุดนี้ดำเนินการมา รวมถึงข้อดีของประเทศนี้ในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นศักยภาพทางเศรษฐกิจ, ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่น่าดึงดูด, ตลาดในประเทศที่กำลังขยายตัว และประชากรวัยหนุ่มสาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โปรดมาที่เมียนมา ซึมซับบรรยากาศที่เปี่ยมด้วยโอกาส และเป็นประจักษ์พยานความมีชีวิตชีวาทางเศรษฐกิจที่เพิ่งค้นพบของเราด้วยสายตาของพวกท่านเอง&amp;quot; นางซูจีกล่าวต่อที่ประชุมนักธุรกิจ, นักการทูต และผู้สื่อข่าว โดยยืนยันว่ารัฐบาลเมียนมายึดมั่นกับแผนการปฏิรูปและจะสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อการลงทุน แต่นางกล่าวถึงรายละเอียดของแผนการปฏิรูปไม่มากนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมานักลงทุนโอดครวญกันว่ารัฐบาลเมียนมาให้ความสำคัญกับการยุติความขัดแย้งด้านอาวุธในประเทศ และละเลยการปฏิรูปเศรษฐกิจและความต้องการของนักลงทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์กล่าวว่า สุนทรพจน์ครั้งนี้ นางซูจีไม่ได้กล่าวถึงวิกฤติโรฮีนจาที่ส่งผลสะเทือนถึงการลงทุน ธุรกิจจำนวนมากวิตกว่าชาติตะวันตกจะกลับมารื้อฟื้นการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อเมียนมาอีกเหมือนในสมัยของระบอบทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปราบปรามของกองทัพในรัฐยะไข่ทางภาคตะวันตกของเมียนมาภายหลังกองกำลังติดอาวุธโรฮีนจาโจมตีที่ตั้งของฝ่ายความมั่นคงหลายสิบจุดและสังหารตำรวจชายแดนกว่า 10 นายเมื่อปี 2560 ส่งผลให้ชาวมุสลิมโรฮีนจาที่เมียนมาไม่ยอมรับว่าเป็นพลเมือง อพยพข้ามแดนเข้าสู่บังกลาเทศราว 730,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ตำรวจตระเวนชายแดนเมียนมายืนมองครอบครัวชาวมุสลิมโรฮีนจา ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในรัฐยะไข่ ระหว่างที่รัฐบาลพาสื่อมวลชนลงพื้นที่ เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะทำงานค้นหาข้อเท็จจริงขององค์การสหประชาชาติระบุในรายงานว่า กองทัพเมียนมาสังหารหมู่และข่มขืนขืนชาวโรฮีนจาด้วย &amp;quot;เจตนาล้างเผ่าพันธุ์&amp;quot; พร้อมเรียกร้องให้เมียนมาดำเนินคดีกับพวกนายพล รัฐบาลเมียนมาไม่ยอมรับผลการสอบสวนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีที่แล้ว กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กล่าวว่า มีข้อมูลที่บ่งชี้ว่านักลงทุนต่างชาติบางส่วนชะลอการขออนุมัติโครงการขั้นสุดท้ายไว้ก่อนจนกว่าจะมีความชัดเจนว่าสถานการณ์นี้จะคลี่คลายอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหภาพยุโรป (อียู) กำลังอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการคว่ำบาตรทางการค้าต่อเมียนมาสืบเนื่องจากวิกฤติในรัฐยะไข่ โดยมีความเป็นไปได้ที่อียูจะถอดเมียนมาออกจากสิทธิพิเศษทางการค้าแบบปลอดภาษีศุลกากรภายในตลาดอียู มาตรการที่ว่านี้อาจรวมถึงภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำและอาจส่งผลกระทบต่อการจ้างแรงงานนับหมื่นตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อต้นเดือนมกราคม อียูเพิ่งประกาศเก็บภาษีศุลกากรนำเข้าข้าวจากเมียนมาและกัมพูชา แต่เป็นเหตุผลเพื่อควบคุมปริมาณนำเข้าข้าวที่เพิ่มขึ้นอย่างมากจากสองประเทศนี้ นางซูจีไม่ได้กล่าวถึงมาตรการของอียูเช่นกันระหว่างกล่าวสุนทรพจน์เมื่อวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ธนาคารโลกเคยแถลงเมื่อเดือนธันวาคม โดยคาดการณ์ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของเมียนมาในปีงบประมาณ 2561-2562 จะลดลงมาอยู่ที่ 6.2% เทียบกับ 6.8% ของปีก่อนหน้านั้น เนื่องจากมีปัจจัยหลายประเทศ รวมถึงการมองเห็นความเสี่ยงขาลงเพิ่มขึ้นจากผลกระทบที่รุนแรงขึ้นจากวิกฤติรัฐยะไข่ที่ทำให้การขยายตัวชะลอลง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27722</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวนลงทุน, นักลงทุนต่างชาติ, พม่า, วิกฤติยะไข่, อองซาน ซูจี, เมียนมา, โรฮิงญา, โรฮีนจา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190128/image_big_5c4efe0a03f89.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18948</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2018 20:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2018 20:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาเซียนเรียกร้องเมียนมา เปิดทางสะดวกสอบสวนวิกฤติรัฐยะไข่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนหารือนอกรอบเวทียูเอ็น เรียกร้องเมียนมาให้อำนาจเต็มแก่คณะกรรมการสอบสวนความรุนแรงในรัฐยะไข่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วิเวียน บาลากริชนัน รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ กล่าวต่อที่ประชุมเนลสันแมนเดลาพีซซัมมิต ที่องค์การสหประชาชาติในนครนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ วิเวียน บาลากริชนัน แถลงต่อรัฐสภาสิงคโปร์เมื่อวันอังคารที่ 2 ตุลาคม ว่าระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัฐมนตรีต่างประเทศทั้ง 10 ชาติของอาเซียนรวมถึงเมียนมา ได้พบหารือกันอย่างไม่เป็นทางการนอกรอบ เรื่องความรุนแรงที่เกิดขึ้นในรัฐยะไข่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บาลากริชนันเผยว่า รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการกระทำรุนแรงที่เมียนมาโดนกล่าวหา ถือเป็นหายนะด้านมนุษยธรรมด้วยฝีมือมนุษย์ซึ่งไม่ควรจะเกิดขึ้นอีกแล้วในยุคสมัยปัจจุบัน รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนเรียกร้องให้เมียนมามอบอำนาจเต็มแก่คณะกรรมการสอบสวนอิสระกรณีความรุนแรงในรัฐยะไข่ เพื่อจัดการกับผู้ที่ต้องรับผิดชอบความรุนแรงที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อปีที่แล้ว ผู้ก่อการร้ายโรฮีนจาโจมตีด่านความมั่นคงของเมียนมาในรัฐยะไข่ จนนำไปสู่การปราบปรามที่ทำให้ชาวโรฮีนจากว่า 700,000 คนต้องลี้ภัยเข้าไปอยู่ในบังกลาเทศ และเมื่อปลายเดือนสิงหาคมปีนี้ คณะกรรมการค้นหาความจริงของยูเอ็นต่อความรุนแรงในรัฐยะไข่ระบุในรายงานว่า ทหารเมียนมารุมโทรมและสังหารหมู่ชาวโรฮีนจา และเรียกร้องให้ดำเนินคดีต่อพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย&amp;nbsp; ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมา และนายทหารระดับสูงอีก 5 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ รัฐบาลเมียนมาตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อกล่าวหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในรัฐยะไข่เมื่อเดือนกรกฎาคม ประกอบด้วยชาวเมียนมา 2 คน ชาวญี่ปุ่น 1 คน และชาวฟิลิปปินส์ 1 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บาลากริชนันกล่าวว่า รัฐบาลเมียนมาควรทำสิ่งที่ถูกต้องสำหรับเหยื่อที่ด้อยโอกาส ปกป้องตัวเองไม่ได้ และเป็นผู้บริสุทธิ์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18948</URL_LINK>
                <HASHTAG>วิกฤติยะไข่, วิเวียน บาลากริชนัน, อาเซียน, เมียนมา, โรฮีนจา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181002/image_big_5bb3769f99eda.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
