<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102052</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2021 07:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2021 07:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิกฤติศรัทธา!&#039;นักเขียนซีไรต์&#039;กระตุกนายกฯรัฐบาลอยู่ได้เพราะประชาชนหรือ&#039;ธรรมนัส&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7 พ.ค.64 - วิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนรางวัลซีไรต์ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า
กำลังรอ...ว่าคุณธรรมนัสจะลาออกเอง​ หรือนายกฯจะขอให้ออก​ เพื่อลดระดับวิกฤติศรัทธาของประชาชนที่มีต่อรัฐบาล
นายกฯก็เพิ่งประกาศไปว่าสามารถยึดเก้าอี้รัฐมนตรีของใครก็ได้​ ตอนนี้ก็ถึงเวลาพิสูจน์คำพูดแล้ว
ถ้ายังกอดคอกันต่อไป​ รัฐบาลก็จะเหลือกองเชียร์น้อยลง&amp;nbsp; กองแช่งมากขึ้น​ ทุกรัฐบาลพังเพราะวิกฤติศรัทธาอันเกิดจากเรื่องจริยธรรมทั้งนั้น
หรือกลัวว่า​ #&amp;quot;ถ้าล้มผมได้​ ก็สั่นคลอนรัฐบาลได้&amp;quot;
#&amp;quot;ผมคือเส้นเลือดใหญ่​ เลี้ยงหัวใจรัฐบาล&amp;quot;
&amp;nbsp;รัฐบาลอยู่ได้เพราะประชาชนหรือคุณธรรมนัส?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102052</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธรรมนัส พรหมเผ่า, วิกฤติศรัทธา, วิมล ไทรนิ่มนวล, เส้นเลือดใหญ่รัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210420/image_big_607e276a00cbe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59770</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลตอกย้ำอีก ‘วิกฤติโคโรนา’ รัฐต้องชัดเจน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; โพลระบุคนไม่รับสิ่งที่นายกฯ พูดเพราะขาดข้อมูลที่ดี ไม่ตอบโจทย์ แนะควรลดบทบาทของทีมงานโฆษกรัฐบาลลงในช่วงวิกฤติศรัทธา เพราะไม่ใช่กลุ่มคนที่ประชาชนเชื่อถือ จุก! ชาวบ้านค่อนประเทศหาหน้ากากไม่เจอ เชื่อเพราะมีการกักตุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ทำไมคนไม่รับสิ่งที่นายกฯ พูด กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,306 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 9-13 มีนาคม พ.ศ.2563 ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสอบถามถึงสาเหตุว่าทำไมคนไม่รับสิ่งที่นายกรัฐมนตรีพูด พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 79.9 ระบุขาดข้อมูลที่ดี ไม่ตอบโจทย์ประชาชน รองลงมาคือร้อยละ 50.6 ระบุไม่ถามประชาชนก่อน, &amp;nbsp;ร้อยละ 34.7 ระบุทีมงานข้อมูล ทีมโฆษกรัฐบาลขัดแย้งกันภายใน และร้อยละ 5.2 อื่นๆ เช่น พูดเยอะ หลายเรื่องสับสน ฟังไม่ชัด พูดเร็วรัวไป และเป็นเพราะสื่อมวลชน เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าเป็นห่วงคือ ผลกระทบจากทีมงานข้อมูล ทีมโฆษกรัฐบาลต่อภาพลักษณ์ของนายกรัฐมนตรี พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 60.5 ระบุกระทบภาพลักษณ์ของนายกรัฐมนตรีค่อนข้างมากถึง มากที่สุด ในขณะที่ร้อยละ 39.5 ระบุกระทบค่อนข้างน้อยถึงไม่กระทบเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 76.8 ระบุควรเปลี่ยนทีมงานข้อมูล ทีมโฆษกรัฐบาล ในขณะที่ร้อยละ 23.2 ระบุควรทำงานต่อไป อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงความรู้สึกและความเห็นต่อนายกรัฐมนตรี พบว่า เกือบ 1 ใน 3 หรือร้อยละ 31.8 สงสารนายกรัฐมนตรี เห็นว่าเหนื่อยแต่ควรทำงานต่อไป ในขณะที่ร้อยละ 55.3 เห็นว่าควรปรับคณะรัฐมนตรี และร้อยละ 12.9 ระบุอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.ซูเปอร์โพลกล่าวว่า จากการเกาะติดกับความเห็นของประชาชนมาตลอด พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่สับสนกับข้อมูลที่ซ้ำเติมความตื่นตระหนกในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ดังนั้น เพื่อดึงความเชื่อมั่นและวางใจต่อนายกรัฐมนตรี รัฐบาลควรลดบทบาทของทีมงานโฆษกรัฐบาลลงในช่วงวิกฤติศรัทธาเวลานี้ เพราะทีมงานโฆษกรัฐบาลไม่ใช่กลุ่มคนที่ประชาชนเชื่อถือ แต่ควรนำคณะบุคคลที่น่าเชื่อถือของประชาชนออกมาพูดในแต่ละเรื่องที่เชี่ยวชาญ พูดแล้วประชาชนวางใจ ทั้งในเรื่องโควิด-19 ปัญหาภัยแล้ง และปัญหาปากท้องของประชาชน ไม่ควรเยอะ แต่ทำเฉพาะเรื่องสำคัญๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงเทพโพลล์ โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ สำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง &amp;ldquo;วิกฤตการณ์ ตามหาหน้ากากอนามัย&amp;rdquo; โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 1,199 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชาชนร้อยละ 42.7 ระบุว่าปัจจุบันหาซื้อหน้ากากอนามัยไม่ได้เลย รองลงมาร้อยละ 23.2 ระบุว่าหาซื้อได้ยากถึงยากที่สุด ต้องตระเวนหาหลายร้าน หลายจุด และร้อยละ 14.8 ระบุว่าพอหาซื้อได้บ้าง ต้องซื้อ ณ จุด/ร้าน ที่รัฐประกาศขาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความเห็นต่อการจัดการปัญหาหน้ากากอนามัยขาดแคลน โดยภาครัฐนั้น ประชาชนร้อยละ 58.0 เห็นว่าอาจเกิดการกักตุนหน้ากากอนามัย เพื่อเอื้อประโยชน์ให้นายทุนเก็งกำไร รองลงมาร้อยละ 53.8 เห็นว่าขาดการกระจายสินค้าไปยังร้านค้าปลีก ร้านค้าส่งต่างๆ ทั่วประเทศ และร้อยละ 32.3 เห็นว่าระบบการจัดการ อาจกระทบต่อการสาธารณสุข/การรักษาทางการแพทย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อให้วัดระดับความกังวลถึงผลกระทบต่างๆ หากขาดแคลนหน้ากากอนามัย จากเต็ม 5 พบว่าประชาชนกังวลว่าจะกระทบต่อการแพทย์ สาธารณสุข การรักษาพยาบาล สูงที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.87 ซึ่งอยู่ในระดับ &amp;ldquo;มาก&amp;rdquo; รองลงมากังวลว่าจะส่งผลกระทบให้เกิดความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19 มากขึ้น โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.83 ซึ่งอยู่ในระดับ &amp;ldquo;มาก&amp;rdquo; และจะส่งผลกระทบให้หน้ากากอนามัยมีราคาสูง/หาซื้อไม่ได้/ผู้มีรายได้น้อยเข้าไม่ถึงโดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.80 ซึ่งอยู่ในระดับ &amp;ldquo;มาก&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสิ่งที่รัฐบาลควรแสดงบทบาทต่อแผนการจัดการหน้ากากอนามัย พบว่าประชาชนร้อยละ 56.4 ระบุว่ารัฐบาลควรปรับเปลี่ยนให้ผู้มีความรู้ความสามารถมาบริหารจัดการแทน รองลงมาร้อยละ 52.6 ระบุว่าให้ลงโทษผู้กักตุนหน้ากากอนามัยด้วยโทษสถานหนัก และร้อยละ 45.4 ระบุว่านายกรัฐมนตรีควรลงมาดูและแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ไม่ควรเชื่อเพียงการรายงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ และอดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตจอมทอง-ธนบุรี กล่าวว่า หลังจากตนได้เปิดเว็บไซต์ h ttp://onntipanan.com/mask เป็นสื่อกลางรับบริจาคหน้ากากอนามัยแบบผ้าจากผู้มีจิตศรัทธา เพื่อส่งต่อให้กับพี่น้องประชาชน โดยล่าสุดมีผู้ลงทะเบียนขอรับบริจาคหน้ากากอนามัยทั้งสิ้น 8,042 คน จากเขตพื้นที่จอมทอง 80%, ธนบุรี 20% โดยตอนแรกตั้งใจที่จะส่งแบบลงทะเบียนผ่านทางไปรษณีย์ไทยเพื่อไม่ให้มีการตกหล่น แต่ทางไปรษณีย์ไทยคิดค่าส่ง 16 บาท/ชิ้น ในราคาปกติ เนื่องจากไปรษณีย์ไทยยังไม่มีระเบียบมาตรการในการช่วยเหลือในสถานการณ์เช่นนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่ในสถานการณ์วิกฤติเราต้องการความรวดเร็ว เพราะความทุกข์ของประชาชน และการช่วยเหลือให้ประชาชนป้องกันตนเองรอไม่ได้ ตนจึงได้ประสานร่วมมือกับ &amp;quot;เคลมดิ&amp;quot; เพื่อกระจายหน้ากากอนามัยแบบผ้าส่งไปยังประชาชนที่ลงทะเบียนได้อย่างรวดเร็ว โดย &amp;quot;เคลมดิ&amp;quot; ไม่คิดค่าบริการในการจัดส่งแต่อย่างใด ถือเป็นการให้บริการแบบจิตอาสา เพราะมีพนักงานที่วิ่งบริการในเขตอยู่แล้ว จึงเห็นความสำคัญและเร่งด่วนในการจัดส่งหน้ากากอนามัย ซึ่งได้ร่วมกับทีมงาน &amp;ldquo;ให้อ้นดูแล&amp;rdquo; และจะส่งถึงหน้าบ้านให้ครบภายใน 2 วันนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐกล่าวว่า สถานการณ์ปัจจุบันมีคนดังเปิดเผยผลตรวจร่างกายของตนเองว่าติดเชื้อโควิด-19 นี้ ถือเป็นเรื่องที่ดี ที่มีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม เป็นการใช้ช่องทางโซเชียลฯ เพื่อแจ้งข่าวไปยังผู้ที่เคยสัมผัสกับผู้ที่ติดเชื้อ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าผู้ที่เคยสัมผัสใกล้ชิดจะติดเชื้อทุกคน แต่ก็ต้องเฝ้าสังเกตอาการอยู่ในที่พักอาศัยของตนเอง ไม่ออกไปในที่ชุมชน ซึ่งเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด จึงเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และอยากให้เรียกร้องให้ผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยมีสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมเช่นนี้ อย่าปกปิดข้อมูล ไม่เช่นนั้นก็จะเป็นต้นตอของการแพร่กระจายเชื้อ หรือซูเปอร์สเปรดเดอร์ ที่สำคัญคือการดูแลตนเอง กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือบ่อยๆ ก็จะช่วยให้ปลอดภัยจากชื้อไวรัสได้ รวมทั้งรับฟังข้อมูลข่าวสารจากทางราชการ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1442 เพื่อไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือในการสร้างความวุ่นวายให้กับสังคมและมิจฉาชีพ ที่แฝงตัวเข้ามาฉวยโอกาสในสถานการณ์วิกฤติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ชื่นชมทุกฝ่ายที่ช่วยกันแก้ไขปัญหา ตามกำลังของตนเอง ทั้งกำลังกาย กำลังใจและกำลังทรัพย์ ไม่ใช่มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ ดีแต่พูดฉวยโอกาสสถานการณ์กล่าวโทษกันไปมา ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาเคลื่อนไหวเรียกร้องทางการเมืองหรือกล่าวโทษใคร สุขภาพของประชาชนต้องมาก่อน&amp;quot; รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุนิสา พุ่มแจ่ม ผู้ลงทะเบียนรับหน้ากากฟรีบนเว็บ กล่าวว่า ขอบคุณที่จัดกิจกรรมดีๆ เช่นนี้ เป็นการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนหน้ากากอนามัยในการดูแลตนเอง ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการป้องกันเชื้อไวรัส และอยากฝากถึงทุกฝ่ายให้หันมาช่วยกันแก้ปัญหา ให้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จบลงโดยเร็ว ไม่ใช่ไปเรียกร้องให้มีการแก้ไขกฎหมาย แก้ไขรัฐธรรมนูญอะไรตอนนี้ ที่ต้องช่วยกันคือแก้ไขปัญหาสุขภาพให้กับประชาชนอย่างเร่งด่วน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59770</URL_LINK>
                <HASHTAG>SUPER POLL, ขาดข้อมูลที่ดี, งานโฆษกรัฐบาล, ซูเปอร์โพล, วิกฤติศรัทธา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หน้ากากอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200314/image_big_5e6cdd3eafdad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45496</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2019 10:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2019 10:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อชาติได้ทีโหนปมธรรมนัสขย่ม&#039;บิ๊กตู่&#039; เตือนวิกฤติศรัทธาทำรบ.พัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;11 ก.ย. 62 - นายรยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวถึงกรณีสื่อออสเตรเลียเสนอข่าวเกี่ยวกับคดีของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ว่า ไม่รู้สึกแปลกใจกับท่าทีของทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม รวมถึง ร.อ.ธรรมนัส ต่อกรณีนี้เลย เพราะที่ผ่านมาการถามหาความชอบธรรม หรือการแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองใดๆ จากรัฐบาลนี้ไม่เคยเกิดขึ้น และก็คงจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน และต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ในห้วงเวลานี้มาตรฐานคุณธรรมจริยธรรมทางการเมืองของนักการเมือง และผู้บริหารประเทศถือว่าตกต่ำที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ เพราะการเมืองในอดีตหากเกิดวิกฤติศรัทธาหรือข้อเคลือบแคลงสงสัยจากสังคมทั้งต่อตัวนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรี ในเรื่องของความชอบธรรมและความสง่างามทางการเมืองแล้ว ส่วนใหญ่ก็มักจะทำให้รัฐบาลหรือรัฐมนตรีอยู่ต่อไม่ได้ ต้องประกาศลาออกหรือแสดงความรับผิดชอบ แต่รัฐบาลปัจจุบันกลับไม่เป็นเช่นนั้น ยังคงยืนหยัดท้าทายต่อกระแสสังคมและวิกฤติศรัทธาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;นายรยุศด์ กล่าวว่า อย่าว่าแต่กรณีของ ร.อ.ธรรมนัส เลย ที่ผ่านมาเรื่องการถวายสัตย์ไม่ครบของ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ยังไม่สามารถตอบคำถามและสร้างความกระจ่างให้สังคมได้ ยังไม่รวมถึงกรณีที่มาหรือการเลือกนายกรัฐมนตรีที่ให้อำนาจพิเศษแก่ ส.ว. มาร่วมโหวตได้ ก็ทำให้สังคมตั้งคำถามถึงความชอบธรรมที่มีต่อตัวนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลมาก่อนแล้ว ดังนั้น แม้รัฐบาลจะมีองคาพยพและตัวช่วยทางการเมืองต่างๆ มากมาย รวมถึงมีกองหนุนสำคัญอย่าง ส.ว. 250 คน ซึ่งทั้งหมดก็ทำให้รัฐบาลและตัว พล.อ.ประยุทธ์ มีความมั่นใจว่าจะสามารถบริหารประเทศไปได้อีกยาวนาน ซึ่งนั่นก็เป็นความจริง เพียงแต่เป็นความจริงไม่ทั้งหมด เพราะวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ลืมไปว่ากำลังบริหารประเทศท่ามกลางวิกฤติศรัทธา และความไม่เชื่อมั่น ซึ่งจะกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่จะล้มรัฐบาลนี้ให้พังลงไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;จึงอยากย้ำเตือนถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีในรัฐบาลทุกคนว่า ต้นทุนที่สำคัญที่สุดของนักการเมืองยุคใหม่ คือความชอบธรรม ยิ่งเป็นผู้นำประเทศหรือรัฐมนตรีด้วยแล้ว ยิ่งต้องมีมากกว่าหลายเท่าตัว หรือว่า พล.อ.ประยุทธ์และรัฐมนตรีทั้งหลายคิดเห็นเป็นอย่างอื่น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45496</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธรรมนัส, บิ๊กตู่, รยุศด์ บุญทัน, รัฐบาล, วิกฤติศรัทธา, เพื่อชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190819/image_big_5d5a082c8a969.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33118</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เมษาฯ&quot;ทะมึน-เข้าเขต&quot;เดดล็อก&quot;  ผูกปมวิกฤติการเมืองรอบด้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ความพยายามของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการเรียกความเชื่อมั่น ศรัทธา ต่อการทำหน้าที่องค์กรอิสระในการดูแลการเลือกตั้งในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมาดูเหมือนจะช้าเกินไป ไม่ทันเหตุการณ์ทางการเมืองที่มีพัฒนาการไปอย่างแหลมคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเลือกตั้งใหม่ 6 หน่วย 5 จังหวัด เลยไปถึงแนวโน้มการแจกใบส้ม การออกมาแจกแจงอธิบายเรื่องการคำนวณสูตร ส.ส.เขต-ปาร์ตี้ลิสต์มากขึ้น โดยผ่านการเลือกตั้งมากว่า 10 วัน จะสามารถฟื้น &amp;ldquo;วิกฤติศรัทธา&amp;rdquo; ที่เกิดขึ้นกับ กกต.ได้แค่ไหน จึงเป็นเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ต่อจากนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากในวันที่ 9 พ.ค. กกต.สามารถประกาศรับรองผลการเลือกตั้งได้ ก็จะเข้าสู่กระบวนการการจัดตั้งรัฐบาล ดังนั้น &amp;ldquo;จุดตั้งต้น&amp;rdquo; จึงอยู่ที่การรับรองผลการเลือกตั้ง ซึ่งต้องเป็นที่ยอมรับ และตอบข้อสงสัยที่เกิดขึ้นได้ด้วยข้อเท็จจริง แต่ใช่ว่าผ่านด่านแรกไปแล้ว &amp;ldquo;ปมการเมือง&amp;rdquo; จะคลี่คลายไปได้ และนำไปสู่รัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศอย่างมีเสถียรภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด่านที่ 2 ซึ่งพรรคการเมืองต่างก็ &amp;ldquo;ดีดลูกคิด&amp;rdquo; คิดคำนวณจำนวน ส.ส.ไปในช่วงที่ กกต.กำลังเร่งเคลียร์ข้อสงสัยในการทำงานหลังจากการเลือกตั้งเสร็จสิ้น แต่ดูเหมือนว่า ผลลัพธ์ จะออกมาแบบไหน &amp;ldquo;ตัวแปร&amp;rdquo; ทางการเมืองต่างๆ ที่นำไปสู่การจับขั้วทางการเมืองยังเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้กระทั่งในพรรคการเมืองใหญ่เองก็ยังมี &amp;ldquo;ขั้ว&amp;rdquo; ภายใน เนื่องจากผลการเลือกตั้งที่มาจากปัญหาการบริหารจัดการในพรรค ทำให้เกิดความแตกแยกภายใน ไร้ความเป็นเอกภาพ ทำให้เกิดปัญหาเสียงแตกในการจับขั้วเป็นรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ที่มีแนวคิดแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือ ไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ขณะที่อีกฝ่ายมองเรื่องการต่อสู้ทางเมือง ที่พุ่งเป้าหมายไปที่การจับมือกับ &amp;ldquo;อำนาจ&amp;rdquo; เพื่อสกัดกั้น &amp;ldquo;ระบอบทักษิณ&amp;rdquo; ไม่ให้คืนชีพมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ &amp;ldquo;พรรคเพื่อไทย&amp;rdquo; แม้จะมีคะแนนมาเป็นอันดับ 1 แต่ก็ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ เมื่อนโยบาย &amp;ldquo;แตกแบ่งพัน&amp;rdquo; ของ &amp;ldquo;นายใหญ่&amp;rdquo; ส่งผลให้เกิด &amp;ldquo;ดาวดับ&amp;rdquo; ในหลายพื้นที่ โดยมี &amp;ldquo;เด็กใหม่&amp;rdquo; จากพรรคอนาคตใหม่ขึ้นมาหยิบชิ้นปลามัน คว้าเก้าอี้ ส.ส.ไปครอง ประกอบกับ &amp;ldquo;นายใหญ่&amp;rdquo; ถูกพายุลูกใหญ่จากการถูกถอดชื่อออกจากทำเนียบฯ ศิษย์เก่าดีเด่นโรงเรียนเตรียมทหาร และมีพระบรมราชโองการเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เสี่ยงให้ &amp;ldquo;ไพร่พล-ลูกหาบ&amp;rdquo; เกิดอาการขวัญผวา เตรียมเลือกเส้นทางเดินใหม่ ในฐานะงูเห่า หรือเลือกเดินเส้นทางเก่า ในฐานะข้าเก่าเต่าเลี้ยงของ &amp;ldquo;นาย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่พรรค &amp;ldquo;ตระกูลเพื่อ&amp;rdquo; ที่เหมือนจะผนึกแน่นกับฝ่ายที่ประกาศตัวว่าเป็น &amp;ldquo;ประชาธิปไตย&amp;rdquo; กลับเกิดอาการปั่นป่วนไปทั่ว &amp;ldquo;ฐานที่มั่น&amp;rdquo; อิมพีเรียล ลาดพร้าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จาก &amp;ldquo;วิกฤติศรัทธา&amp;rdquo; กกต. ปัญหาบริหารจัดการพรรคการเมือง นำไปสู่ ปัญหาของพรรคที่หนุน &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีถูกกระแสโจมตีในคะแนนเสียงที่ได้มามีข้อกังขา โดยเปิดประเด็นโกงเลือกตั้ง เพื่อ &amp;ldquo;ตีกัน&amp;rdquo; ไม่ให้กองทัพขยับช่วยพรรคพลังประชารัฐได้ถนัดนัก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นผลต่อประเด็น &amp;ldquo;ความชอบธรรม&amp;rdquo; ในการได้มาซึ่งคะแนนเลือกตั้ง ที่แม้จะเป็นคะแนนที่มากพอ แต่ก็เป็น &amp;ldquo;จุดอ่อน&amp;rdquo; ในการเดินเกมจับขั้วทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยิ่งตอกย้ำด้วยการขับเคลื่อนของ &amp;ldquo;พรรคอนาคตใหม่&amp;rdquo; ที่ประกาศแบ่งขั้วประชาธิปไตย-เผด็จการอย่างชัดเจน&amp;nbsp; เร่งเร้าปี่กลองรบด้วยวาทกรรมหยุดอำนาจเผด็จการ ปิดสวิตช์ 250 ส.ว. ปลุกระดมให้ล้มการสืบทอดอำนาจของ คสช. จนบางคำไปทิ่มใจดำของผู้นำทางทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จนกลายเป็นปรากฏการณ์ที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่ต้องออกมาแถลงที่กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ยืนยันเรื่องการวางตัวของกองทัพ ตามมาด้วยการส่งสัญญาณแรงด้วยคำว่า &amp;ldquo;ซ้ายจัด ดัดจริต&amp;rdquo; คิดเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตามมาด้วย &amp;ldquo;ลูกติดพัน&amp;rdquo; ที่เจอการออกหมายเรียกเพื่อมารับข้อกล่าวหา​ตามมาตรา 116 ฐานยุยงปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย มาตรา 189 ช่วยเหลือ หรือให้ที่พำนักผู้ต้องหา และมาตรา 215 มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง กรณีกลุ่มนักศึกษาขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ซึ่งมีนายรังสิมันต์ โรม เป็นหนึ่งในแกนนำ ชุมนุมปิดล้อมที่หน้า สน.ปทุมวัน เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.2558&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำทับด้วยภาพ และเสียง ที่ทำให้ &amp;ldquo;ธนาธร&amp;rdquo; ตกเป็นผู้ถูกกระทำ นำไปสู่คะแนนสงสาร ปลุกระดมฐานมวลชนเพิ่มขึ้นจากฐานเดิมที่เลือกพรรคอนาคตใหม่ ก็ยิ่งทำให้กระแส &amp;ldquo;เซฟธนาธร&amp;rdquo; ขยายจากเหล่าบรรดา &amp;ldquo;แฟนคลับ&amp;rdquo; ขับเคลื่อนสู่สเกลการเมืองที่ใหญ่ขึ้นไป กลายเป็นฐานมวลชนอีกส่วนที่พร้อมจะลงมาอยู่ท้องถนน หากเข็มนาฬิกาหมุนวนไปสู่วัฏจักรเดิมๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนั้น ภาพลักษณ์ของ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐ จะสามารถทนกระแส คำวิพากย์วิจารณ์ที่หนักหน่วงมากขึ้น ในเรื่องความชอบธรรมต่อการขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัยหรือไม่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในเมื่อคำว่า &amp;ldquo;เกียรติยศ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ความสง่างาม&amp;rdquo; เป็นสิ่งสำคัญที่ชายชาติทหารตระหนักดีเมื่อต้องไปดำรงตำแหน่งในการทำงานเพื่อบ้านเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในอดีตผู้นำทางทหารมักตกม้าตายเพราะการกลืนน้ำลายตัวเองเพื่อชาติ และสถานการณ์ก็จบลงไม่สวย กลายเป็นสงครามกลางเมือง มีการเผชิญหน้าระหว่างทหารและประชาชน แต่หากยุคนี้ความรุนแรงเสียหายไม่ได้มีแค่นั้น แต่จะลุกลามบานปลายกลายเป็นการปะทะของคนสองขั้วความคิด ที่ถูกปลุกใน &amp;ldquo;โลกเสมือจริง&amp;rdquo; ที่เกรงว่าจะแตกหัก สูญเสียมากกว่าในอดีต โดยมีโมเดลจากหลายประเทศเป็นตัวอย่างให้เห็น และเป็นเทรนด์ทางการเมืองที่หลายชาติกำลังประสบอยู่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อทุกการขับเคลื่อนของกลุ่มการเมืองกำลังเดินเข้าสู่คำว่า &amp;ldquo;ยาก&amp;rdquo; ในการคลายเงื่อนปม ที่ได้ถูกผูกไว้อย่างสลับซับซ้อนผ่านกระบวนการขั้นตอนกฎหมาย จึงส่งผลให้บรรยากาศทางการเมืองช่วงนี้ &amp;ldquo;หายใจไม่ทั่วท้อง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากพื้นที่สู้รบใน &amp;ldquo;โซเชียลมีเดีย&amp;quot; ขยายวงไปสู่สื่อหลัก ในวงกว้าง จากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หาข้อมูลมาถกเถียงกันเพื่อนำไปสู่ทางออกที่ดี แต่กลับกลายเป็นเรื่องการด่าท่อ คั่งแค้น อาฆาต ยิ่งสร้างความ &amp;ldquo;ถ่าง&amp;rdquo; ระหว่างคนในสังคมที่มีความเห็นต่างกันออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้จะมองในแง่ดี ที่ &amp;ldquo;ความแตกต่างทางความคิด&amp;rdquo; จำกัดวงอยู่ใน &amp;ldquo;โลกเสมือนจริง&amp;rdquo; ไม่ได้มาอยู่บนท้องถนน ก็ไม่มีหลักประกันใดๆ ว่าความขัดแย้งเหล่านั้นจะทะลักเข้าสู่ท้องถนนอีกครั้ง จาก &amp;ldquo;ผู้เล่นเกมอำนาจ&amp;rdquo; จะดึงมวลชนออกมาใช้เมื่อไม่ได้เป็นไปอย่างที่ตนเองคาดการณ์ และก็น่ากังวลว่า &amp;ldquo;ผลลัพธ์&amp;rdquo; ที่ออกมาจะมีพลังทำลายล้างขนาดไหน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในช่วงเดือนเมษายน ซึ่งเป็นห้วงที่เข้าสู่เทศกาลสงกรานต์ ต่อด้วยห้วงสำคัญที่เข้าสู่พระราชพิธีบรมราชาภิเษก สถานการณ์การเมืองอาจจะเบาบางลง เพราะการ &amp;ldquo;ลดโทน&amp;rdquo; จากปัจจัยต่างๆ จะทำให้สถานการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่สงครามในโซเชียลมีเดียยังขับเคลื่อนไปด้วยเกม แฉ ต่อรอง ตีกัน งัดทุกกลยุทธ์ขึ้นมาดิสเครดิตฝ่ายตรงข้าม ความคาดหวังครุกรุ่นอยู่ในใจคน เพื่อเชียร์ให้ฝ่ายตนไปสู่ชัยชนะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในขณะที่ &amp;ldquo;ปัจจัย-ตัวแปร&amp;rdquo; ยังขมวดปมอย่างแน่นหนา ผนวกเข้ากับวิกฤติหลายด้าน ทั้งสมการตัวเลข ความไม่ลงตัวของพรรคการเมือง ความไม่ชอบธรรม ฯลฯ สถานการณ์ทางการเมืองจึงเดินเข้าสู่ &amp;ldquo;เดดล็อก&amp;rdquo; ของประเทศอีกครั้ง!!!.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทีมข่าวการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33118</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;เมษาฯ&quot;ทะมึน-เข้าเขต&quot;เดดล็อก&quot;, กกต., กรองสถานการณ์, ผูกปมวิกฤติการเมืองรอบด้าน, วิกฤติศรัทธา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190406/image_big_5ca8a24b84f8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
