<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>26407</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลัวอำนาจเก่ากลับมา  ก็มาบอกกันตรงๆ เลย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;วิกฤติ&amp;nbsp;หลังเลือกตั้ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แม้วันเลือกตั้งยังไม่ชัดเจนว่าจะเป็นเมื่อใด แต่หลายพรรคการเมืองก็เดินสายหาเสียง ตั้งเวทีปราศรัยใหญ่ในบางจังหวัดกันไปแล้วหลายเวที&amp;nbsp;เช่นเดียวกับ พรรคเพื่อชาติ (พ.พ.ช.) ที่มียงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา นักการเมืองผู้ใกล้ชิดกับทักษิณ ชินวัตร และจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.เป็นหัวเรือใหญ่ ที่เรียกตัวเองว่าเป็น กองเชียร์พรรคเพื่อชาติ พรรคที่เรียกตัวเองว่าเป็นพรรคเกาะกลาง เปิดโอกาสให้ผู้มีความเห็นต่างได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น แต่บางส่วนก็มองว่าเป็น พรรคเสื้อแดง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พรรคเพื่อชาติยิ่งตกเป็นที่สนใจของหลายฝ่ายมากขึ้น หลังยงยุทธขึ้นเวทีปราศรัยเมื่อ 6 ม.ค.62 ที่จังหวัดพิษณุโลก ระบุตอนหนึ่งว่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เราได้พยายามให้ ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับมาประเทศไทย 3 ครั้งแล้ว&amp;nbsp; แต่ไม่สำเร็จ จึงขอโอกาสครั้งนี้ซึ่งถือว่าเป็นครั้งที่ 4 หากได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนเลือกพรรคเพื่อชาติ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จนมีการขยายผลทางการเมือง แล้วเกิดเป็นวิวาทะการเมืองร้อนๆ ระหว่างทักษิณกับบิ๊ก คสช.-พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ตามมา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานสภา-กองเชียร์พรรคเพื่อชาติ-อดีตแกนนำเพื่อไทย อ่านสถานการณ์การเมือง การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตว่า สิ่งสำคัญที่สุดในวันนี้คือหากการเลือกตั้งครั้งนี้จบ ถ้าสถานการณ์ยังเป็นแบบวันนี้อยู่ ยังเจอวิกฤติ เจอวิกฤติ (ย้ำสองรอบ) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;สาเหตุที่ยังเจอวิกฤติก็เพราะว่าสิ่งที่มันเป็นปัญหา ข้อขัดแย้งในสังคม เพราะเรื่องสีเรื่องข้างมันยังมีอยู่ เพราะฉะนั้นสิ่งที่รัฐบาลทหาร ที่ไปยึดอำนาจมา พยายามจะแก้ปัญหาตรงนี้ แต่เนื้อหาข้างในมีแต่เรื่องน้องเกี่ยวก้อย จัดโปรโมชันให้คนมาดีกัน แต่การแก้ปัญหาความขัดแย้งมันต้องมี Stakeholders ผู้มีส่วนได้เสียที่เป็นหลักทั้งหลายมาคุยกัน แล้วเรื่องของเรามันไม่ได้เป็น nationalism ชาตินิยม แต่เป็นเรื่องการมองปัญหาบ้านเมือง เช่นปัญหาคอร์รัปชัน ปัญหาการเมือง การใช้อำนาจที่มีมุมมองต่างกัน แล้วคนก็นำความเห็นที่แตกต่างกันนั้นมาใช้ประโยชน์ ซึ่งจริงๆ สังคมประชาธิปไตย มันต้องเป็นสังคมที่เห็นต่างและอยู่ร่วมกันได้ แต่พอคนเอามาทำให้เป็นข้อขัดแย้ง มันเลยยังไม่จบ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;...เห็นได้ว่าในการชุมนุมทุกครั้งจะต้องมีมือที่สามอยู่เสมอ ที่ไม่ต้องบอกว่าเป็นใคร แล้วทำให้เกิดความรุนแรงเกิดปัญหา แล้วสุดท้ายมาคนที่ต้องเข้าคุกก็คือคนที่บริสุทธิ์ใจทั้งหลาย ซึ่งเราไม่ควรจะพูดต่อไปอีก เพราะหากพูดต่อไปก็จะขัดแย้งอีก จึงมาถึงจุดหนึ่งที่เราต้องทำ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลำดับแรกคือการทำบ้านเมืองให้เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง ซึ่งประชาธิปไตยที่แท้จริง รัฐธรรมนูญต้องร่างมาจากฉันทานุมัติของประชาชน อย่าเอากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมาร่างกันเอง แล้วคิดเอาเองว่าจะให้ บ้านเมืองเป็นแบบนั้นแบบนี้ เพราะสังคมประชาธิปไตยคนเห็นต่างต้องอยู่ร่วมกันได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องที่สองวัฒนธรรมทางการเมือง สังคมการเลือกตั้ง ก็ควรต้องเป็นสังคมที่คนในสังคมสบายใจ&amp;nbsp; หากกรรมการลงมาเล่นเสียเอง เหมือนอย่างการแข่งขันฟุตบอล ถ้าตัวกรรมการฝั่งหนึ่งยังไม่ได้ทำฟาวล์แต่กรรมการรีบเป่า แต่อีกฝั่งทำฟาวล์แต่กรรมการกลับไม่ยอมเป่าฟาวล์ พอคนรอบข้างคนดูเห็นก็มีความรู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรม ความน่าเชื่อถือในตัวกรรมการก็จะหายไป อยางนี้เป็นต้น หรือแม้กระทั่ง สนุกๆ ตัวกรรมการเผลอก็ไปเล่นเป็นผู้เล่นเสียเอง ไม่แยกแยะระหว่างผู้ปกครองรัฐกับผู้ใช้อำนาจรัฐ กับกลุ่มบุคคลที่ต้องลงเล่น มาอาสาเป็นนักการเมือง ถ้าคุณไม่ให้คำนิยาม แล้วมันมั่วซั่วกันไปหมด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;...แล้วพอเลือกตั้งเสร็จออกมา มันก็ต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์ หากฝ่ายที่ถืออำนาจแล้วเกิดชนะเลือกตั้ง ก็จะมีการบอกว่ามันมาด้วยความไม่ใส มันก็จะมีการวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ตลอดไป หรือหากฝ่ายประชาธิปไตยแพ้ก็จะมีปัญหา อีกอย่างคือพอแพ้แล้ว อีกฝั่งหนึ่งมี ส.ว. 250 เสียงไปบวกกับ ส.ส. 126เสียงแล้วจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่หากอีกฝ่ายสมมุติว่าเขาชนะการเลือกตั้งได้ ส.ส.เกินกึ่งหนึ่งของสภามา แล้วไม่ได้เป็นรัฐบาลมา ก็จะขัดกับเจตนารมณ์ของประชาชน ผมจึงบอกว่ามันจะเกิดวิกฤติขึ้นในชาติบ้านเมือง มันเป็นแบบนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยงยุทธ บอกว่า ในส่วนของผมกับจตุพรและอีกหลายคนเห็นว่าบ้านเมืองนี้ไม่ควรใส่สูทผูกไท หรือแต่งเครื่องแบบมาคุยกัน แต่ต้องถอดหัวใจใส่เสื้อผ้าธรรมดาแล้วมาคุยกันแบบ Informal หรือการคุยกันแบบไม่เป็นทางการ เช่นอยากบอกว่าหากกลัวอำนาจเก่ากลับมา ก็มาบอกกันตรงๆ เลย เสียสละหน่อยได้ไหม ฝั่งโน้นจะบอกว่าท่านนายกฯ ทักษิณไม่ต้องลงเลือกตั้งแล้ว แต่ต้องคืนความเป็นธรรมให้บ้าง เพราะในกระบวนการทางศาล เวลาเราไปขึ้นศาลหากพยานในศาลระหว่างฝ่ายโจทก์กับจำเลย ถ้ามีข้อขัดแย้งกันมาก่อน ศาลจะถามเพราะเกรงว่าสิ่งที่พยานพูดจะไม่เป็นธรรม ซึ่งหากพยานหรือฝ่ายผู้ตรวจสอบมาเป็นพยานเสียเอง จะไปเอาศาลที่ไหนมาเป็นผู้พิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ยงยุทธ-นักการเมืองคนสนิททักษิณ ย้ำว่า เพราะฉะนั้นกระบวนการไต่สวนทั้งหลายเพื่อให้ได้มาซึ่งพยานหลักฐานก็ควรต้องมี ต้องเปลี่ยนแปลงแก้ไข ซึ่งสิ่งเหล่านี้ความยุติธรรมไม่ใช่จะไปใช้วาทกรรมว่าต้องกลับมาติดคุกก่อน ก็กระบวนการยุติธรรมที่ทำให้เขาต้องได้รับโทษไม่เชื่อว่ามันยุติธรรม คนก็ไม่ยอมรับ ก็เป็นเรื่องธรรมดา เมื่ออยากให้บ้านเมืองสงบก็ต้องใช้รัฐศาสตร์ ใช้แนวทางที่ทำให้บ้านเมืองมันไปได้ ไม่อย่างนั้นสงครามทั้งหลายในสหรัฐอเมริกา ความเห็นของคนใต้-คนเหนือฆ่ากันตายเป็นล้าน กว่าจะยุติลงได้ ไม่ใช่ว่าใครแพ้ชนะ แต่ยุติได้ด้วยการเจรจา หรืออย่างการรบที่ร่มเกล้าระหว่างไทยกับลาว ไม่ใช่ว่าใครแพ้หรือชนะ แต่เพราะมีการไปคุยกันทั้งนั้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ดังนั้นชั่วโมงนี้คนไทยอยู่ร่วมกันในชาติเดียวกัน ผืนแผ่นดินเดียวกัน ใจคอจะไม่คุยกันเลยหรือ&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ยงยุทธ-กองเชียร์พรรคเพื่อชาติ กล่าวต่อไปว่า ด้วยเหตุข้างต้นเพราะฉะนั้นพรรคเพื่อชาติที่ตั้งขึ้นมาเป็นพรรคเกาะกลาง เป็นพื้นที่ให้คนเห็นต่างมาคุยกัน อย่างมีจตุพรที่เป็นเสื้อแดง มีคุณอำนวย&amp;nbsp; สุวรรณคีรี (อดีต ส.ส.สงขลาหลายสมัยพรรคประชาธิปัตย์) มาร่วมกันก็เป็นสีส้มแล้ว ไม่ใช่สีเหลือง สีแดง ก็จะดีต่อบ้านเมือง เพราะเวลาคนแบ่งข้างคนเสื้อแดงก็ไม่อยากไปร่วมงานกับเสื้อเหลือง ฝ่ายเสื้อเหลืองก็ไม่อยากไปร่วมงานกับเสื้อแดง สุดท้ายประเทศชาติก็อ่อนแอไปไม่ได้ ดังนั้นในฐานะกองเชียร์พรรคเพื่อชาติจึงเห็นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สอบถามท่าทีของยงยุทธว่า ข้อเสนอให้นั่งโต๊ะคุยกันดังกล่าวควรต้องคุยกันก่อนวันหย่อนบัตรเลือกตั้งหรือคุยหลังเลือกตั้งเสร็จไปแล้ว ยงยุทธ เสนอว่าคุยกันทุกเวลา แต่คุยก่อนมันต้องดีกว่าแน่นอน เพราะเราก็รู้ว่ากฎกติกาที่เขียนขึ้นมา มันชัดเจนเหลือเกินว่าไม่ว่าจะเล่นแบบไหนมา ภาษานักเลงเขาเรียกว่า ไฮโลมันเปิดถ้วย แล้วที่สำคัญนโยบายของรัฐบาลที่ชื่อประชารัฐ แต่พอทำไปได้สักระยะหนึ่งก็มีคนไปยื่น กกต.ขอจดจัดตั้งพรรคการเมืองพรรคพลังประชารัฐ แล้วดันมีรัฐมนตรีในรัฐบาลไปเป็นหัวหน้าพรรค เป็นเลขาธิการพรรค เมื่อก่อนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งไปออกนโยบายอะไรออกมา ก็มาบอกว่าคอร์รัปชันเชิงนโยบาย แต่พอมาถึงวันนี้มันเหมือนกับเป็นการคอร์รัปชันเชิงการเลือกตั้งไปแล้ว อันเป็นสิ่งที่คนวิพากษ์วิจารณ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สำหรับข้อเสนอที่ให้แต่ละฝ่ายพูดคุยกันดังกล่าวจะให้ใครเป็นเจ้าภาพ ยงยุทธ สำทับว่าการพูดคุยกันก็มีคนพูดแกล้งว่า รัฐบาล คสช.ได้ประโยชน์จากความขัดแย้งแล้วเข้ามายึดอำนาจ เลยไม่อยากให้มีการพูดคุยกันมีความสมานฉันท์หรอก เพราะถ้าคนเกิดความสมานฉันท์อยู่ด้วยกันอย่างดี พวกคนที่ยึดอำนาจก็จะตกงาน อันนี้มีคนวิจารณ์ไม่ใช่ว่าผมพูด เดี๋ยวเอาผมไปเข้าค่ายทหารอีก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;...การพูดคุยกันนั้นต้องสร้างบรรยากาศ วันนี้เราถึงบอกถ้าเราไปรอให้ฝ่ายปกครองฝ่ายทหารเข้าไปช่วยด้วยมันก็คงยาก เพราะฉะนั้นเราต้องทำกิจกรรมการเมือง ต้องมีพรรคการเมือง ถึงมีพรรคอย่างพรรคเพื่อชาติ ผมถึงเห็นด้วยกับเขา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;-หากไม่พูดคุยกันก่อน แล้วเลือกตั้งเสร็จจะเป็นอย่างไร?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ถ้าไม่มีการพูดคุยกันก่อน ทัศนคติของคนก็ยังมีการแบ่งข้าง แล้วเมื่อทหารเก็บปืนแล้วกลับเข้ากรมกอง ปัญหาต่างๆ มันก็จะต้องมีการด่ากันเกิดขึ้น อย่างฝั่งหนึ่งก็จะบอกว่าต้องกลับมาติดคุกก่อน&amp;nbsp; แต่อีกฝั่งบอกว่ามันไม่ยุติธรรม มันก็จะเป็นแบบนี้ ก็จะเป็นเงื่อนไขที่ทำให้ไม่มีการพัฒนาประเทศ ไม่สร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้ ก็ควรต้องพูดคุยกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;-เชื่อว่าถึงมีการเลือกตั้ง แล้วเลือกตั้งเสร็จปัญหาก็ยังไม่จบ?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;มันมีวิกฤติ โดยวิกฤตินี้ไม่ได้หมายถึงว่าคนจะมาจับปืนมารบราฆ่าฟันกัน แต่วิกฤติศรัทธาเกิดขึ้นแน่นอน เช่นเลือกตั้งฝ่ายประชาธิปไตยชนะได้ ส.ส.หลังเลือกตั้งมาเกิน 250 เสียง แต่จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ เพราะอีกฝั่งมี ส.ว. 250 เสียงบวกกับ ส.ส.อีก 126 เสียง มันก็ไม่สง่างาม แต่ถ้าฝ่ายรัฐบาลชนะฝ่ายประชาธิปไตย ได้ ส.ส.เกินกึ่งหนึ่ง ได้ปกครองบ้านเมือง คนก็จะมองว่าการได้มาซึ่งการตั้งรัฐบาล ดูกฎหมายการเลือกตั้ง การใช้อำนาจรัฐ การมีข่าวฉาวโฉ่เช่นการสั่งคดี การบีบต่างๆ นานากับพวกบรรดานักการเมืองทั้งหลาย จนมาถึงวันนี้มันถูกวิพากษ์วิจารณ์มาแบบนี้ มันก็ทำให้นักการเมืองบางฝ่ายจำใจจำยอมไปอยู่อีกฝั่งหนึ่ง หรือแม้กระทั่งมีการวิพากษ์วิจารณ์มีการซื้อตัว ส.ส. เพราะฉะนั้นความสง่างาม ในสิ่งต่างๆ เหล่านี้มันก็จะมีปัญหา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ยงยุทธ ประเมินการจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งไว้ว่า สุดท้ายถ้าฝั่งประชาธิปไตยเป็นรัฐบาล ฝ่ายยึดอำนาจก็ต้องกลัวจะโดนย้ายหรือไม่ จะสูญเสียอะไรไปหรือไม่ มันก็คงอยู่ด้วยกันอย่างไม่มีความสุข แต่หากฝ่ายใช้อำนาจชนะมันก็จะต้องมีปัญหาเรื่องการวิพากษ์วิจารณ์จากต่างประเทศจากคนกลุ่มต่างๆ ว่า มันเอาคนที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งอย่าง ส.ว.มาเป็นตัวโหวต ที่มันไม่ได้แสดงเจตนาที่ชัดเจนของประชาชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...แนวทางของพรรคเพื่อชาติคือ เราจะต้องสร้างพื้นที่ให้คนที่มีความเห็นต่างมาคุยกัน เพราะพรรคเสื้อแดงจะไปคุยกับพวกพรรคเสื้อเหลืองก็คงยาก เพราะจะโดนเพื่อนเอาก้อนหินปา พรรคเสื้อเหลืองจะมายังพรรคเสื้อแดงก็ไม่ได้ แต่หากเราทำพื้นที่ตรงนี้ ก็เหมือนองค์การสหประชาชาติที่ฝ่ายคอมมิวนิสต์และประชาธิปไตยก็มาคุยกันได้ มันเป็นเรื่องที่ดี มันเป็นการส่งสัญญาณของมิตรไมตรีที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาของประเทศชาติ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จุดยืนของพรรคเพื่อชาติ คนที่มาอยู่ร่วมกันไม่ได้มาทำพรรคเพื่อจะมาบอกว่าจะมี ส.ส.ในพรรคสัก 70 คน 100 คน แล้วจะเข้าไปเป็นรัฐบาล แต่จะมาบอกว่าปัญหาของชาติคืออะไร ก็หาแนวทางแก้ไขปัญหา ด้วยการทำพรรคเพื่อชาติขึ้นมา พรรคเพื่อชาติไม่ได้เกิดจากการกระสันอยากได้ ส.ส. แต่พรรคเอาปัญหาของชาติมาเป็นตัวตั้ง จึงต่างจากพรรคอื่น เป็นพรรคการเมืองที่เป็นที่พักของคนที่เห็นด้วยกับการเอาปัญหาของประเทศเป็นตัวตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อดีตประธานสภา กล่าวถึงฐานเสียงหลักหรือกลุ่มประชาชนที่พรรคต้องการคะแนนว่า ต้องการทุกกลุ่มแล้วก็ไม่ได้บอกว่าต้องได้ ส.ส.สักกี่คน แต่หากมีคนชอบไอเดียซึ่งพบว่ามีเยอะมาก แปลกมาก คือไปไหนคนอยากด่าแต่ก็ด่าไม่ลง เพราะไม่ได้ไปทำอะไรที่ไปโจมตีไปด่า แต่พรรคเอาปัญหาบ้านเมืองเป็นตัวตั้ง อย่างที่ผมไปร่วมเชียร์ไปร่วมเดินทางกับพรรค ก็พบว่ามีประชาชนเข้ามาสนับสนุนอย่างไม่ขาดสาย กระแสตอบรับดีมาก แต่กระแสในภาพรวมที่จะฮือฮาหวือหวาไม่มี แต่เป็นแบบซึมลึกไปเรื่อยๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;...พรรคไม่ได้ตั้งเป้าจำนวน ส.ส.-ไม่มี เพราะพรรคนี้ประชาชนเขาศรัทธาเท่าไหร่ พรรคก็ได้ ส.ส.เท่านั้น ก็ไม่เป็นไรเพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องการให้พรรคเป็นสัญลักษณ์ของการสร้างประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;-ถือว่าเป็นพรรคเสื้อแดงได้หรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;จนถึงขณะนี้ฝั่งเสื้อแดงก็อาจบอกอย่างนั้นได้ ส่วนคนที่เห็นกลางๆ ก็อาจเห็นว่าพรรคเพื่อชาติ เป็นพรรคสหประชาชาติ (หัวเราะ) คือใครก็มาได้ กับจุดขายที่มีคือเอาปัญหาชาติมาเป็นตัวตั้ง แล้วทำนโยบายให้มาเป็นตัวแก้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;พรรคไม่ได้มุ่งเน้นจะต้องได้ ส.ส.กี่คนเพื่อไปร่วมตั้งรัฐบาล แต่เอาปัญหาชาติมาช่วยกันแก้ การจะแก้ปัญหาทำอย่างไร บางคนก็บอกว่าหากเข้าไปเป็นรัฐบาลจะไปแก้ปัญหาความขัดแย้ง หรือไปแก้เรื่องให้คนมาคืนดีกัน แต่พรรคเพื่อชาติยังไม่ได้เป็นรัฐบาล ยังไม่มี ส.ส. แต่คนต่างสีก็มาอยู่ร่วมกันแล้ว ซึ่งหากไม่มีพรรคแบบนี้แล้วที่ยืนของคนจะไปยืนกันตรงไหน ก็ถือว่าเขามีที่ยืนกันแล้ว ถือเป็นความสำเร็จในขั้นหนึ่งไปแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นักการเมืองจากพรรคอื่นมักจะพูดถึงแต่ว่า ปัญหาแต่ละเรื่องเขารู้อะไรบ้าง แต่สำหรับพรรคเพื่อชาติจะบอกว่า ปัญหาแบบนี้มีวิธีแก้อย่างไรบ้าง แล้วบอกประชาชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ยงยุทธ ผู้ที่ขึ้นเวทีปราศรัยของพรรคเพื่อไทยหลายครั้ง กล่าวขยายความแนวทางการทำงานของพรรคเพื่อไทยไว้ว่า อย่างที่ไปนั่งสังเกตการณ์มา เรื่องปัญหาความยากจนของเกษตรกร พบว่าเขาซื้อรถในราคาเดียวกับเศรษฐี รถที่ใช้ในการเกษตร เช่นขนสินค้าเกษตรเข้ามาขาย แบบนี้ไม่ควรต้องมีภาษี ต้องยกเลิก เช่นรถปิกอัพ ที่เขาต้องซื้อรถในราคาเท่ากับคนรวย แบบนี้ต้องแก้เพื่อลดต้นทุน หรืออย่างเรื่องข้าว พวกชาวนาชาวบ้านเขาผลิตข้าวได้มาก เราควรต้องให้เหรียญหรือให้ใบประกาศ เพราะเขาทำหน้าที่เป็นกำลังผลิตของประเทศ แต่เรากลับไปบอกชาวบ้านว่าเขาผลิตล้น จะไปยึดเครื่องสูบน้ำ&amp;nbsp; แบบนี้มันเป็นความเจ็บปวด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;...ตัวเลขการซื้อขายข้าวทั่วโลกมี 421 ล้านตัน แบ่งเป็นประเทศต่างๆ เช่น จีน อินเดีย แต่วันนี้ไทยส่งออกข้าวมากที่สุดในโลก คือประมาณ 12 ล้านตัน ที่ก็ไม่ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ เป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการนำข้าวไปขาย เรามีทูตไทยอยู่หลายประเทศทั่วโลก ก็ให้เขาไปช่วยขายข้าว ไปทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้ให้ประชาชน ขายได้ก็หักเปอร์เซ็นต์ไป ก็ไม่เป็นไรจะได้มีรายได้ แต่สิ่งสำคัญคือสินค้าเกษตรเหมือนกับน้ำท่วม ออกมาทีเดียวตูม..โกดังเก็บไม่มี แม้เราจะตั้งสินค้าไว้สูงเช่นเรื่องข้าวตั้งไว้ 15,000 บาท แต่เวลาหักความชื้นแล้วมันไม่ถึง แล้ววันนี้โรงสีหยากไย่แมงมุมขึ้นเต็มไปหมดแล้ว กลายเป็นหนี้เสียสถาบันการเงิน วันนี้สิ่งสำคัญที่สุดที่เราลืมนึกกันไปก็คือ ระบบของการจัดจำหน่ายเพื่อระบายสินค้าเกษตรของไทยเรายังไม่ดีพอ มันแย่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;วิธีคิดแบบเดิมที่พูดถึงแต่เรื่องแบบเดิม เช่นจำนำหรือการประกันรายได้พืชผล มันเชยไปแล้ว แต่สิ่งที่เราต้องทำก็คือ ตัวเลขที่เราเห็น เช่นการขายข้าวให้เซเนกัล, อินโดนีเซีย ปีละกี่แสนตัน กี่ล้านตัน เวลาจะขนข้าวลงเรือแต่ละครั้งต้องรอเรือใหญ่มารับ แต่บางทีเรือใหญ่ยังไม่มาแต่ว่าข้าวเต็มล้นโกดัง ก็ไปกดขี่ชาวนา ข้าวใหม่ก็ออกมาอีก ก็เกิดข้าวเน่าเสียอีก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ยงยุทธ เห็นว่า เพราะฉะนั้นต้องมีโกดัง ซึ่งข้อมูลของพรรคที่ได้ไปฟังมา คือต้องให้มีโกดังในต่างประเทศ โดยให้เก็บข้าวไทย พอมันพร่องใช้ไปเท่าไหร่ก็เก็บเงิน แล้วก็เอาข้าวไปเติมเรื่อยๆ เหมือนกับเอาโกดังไว้ในต่างประเทศกับพวกประเทศที่ซื้อข้าวไทย แล้วก็หาประเทศซื้อใหม่ๆ เพื่อเพิ่มขึ้น เพราะจากที่ส่งออกข้าว 12 ล้านตัน เทียบกับ 400 กว่าล้านตัน ที่มีการผลิตเพื่อบริโภคกันในโลก มันก็จะเห็นชัดเจนว่าหากเราระบายข้าวด้วยวิธีการที่หาตลาดในต่างประเทศ ไปสร้างโกดังเก็บข้าวไว้ในต่างประเทศ จะทำให้มีการระบายข้าวได้เยอะ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ส่วนเรื่องการประกันเพื่อให้ชาวนาชาวไร่มีรายได้จากการขายสินค้าเกษตรที่มีราคาสูงขึ้น แล้วไม่มีคนถามหรือว่าทำไมที่ห้างมาบุญครอง หรือห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ข้าวหอมมะลิราคาแพงกว่าที่ทุ่งกุลาฯ อีก ทั้งที่เอามาจากทุ่งกุลาฯ แต่พอนำข้าวมาบรรจุใส่ถุงขายในห้างราคาสูงกว่าจากท้องนาอีก รัฐก็ควรต้องลากจูงข้าวของเกษตรกรมาอยู่ในห้างสรรพสินค้าบ้าง ไม่ใช่ไปคิดแค่ว่าข้าวออกจากโรงสีแล้วก็เป็นหน้าที่ผู้ส่งออก โดยไม่ได้มีการไปพัฒนาเรื่องการตลาด positioning ไม่ได้ไปทำให้มีสายโซ่การผลิต การสร้างมูลค่าเพิ่ม ที่ผ่านมาไม่ได้คิดกันจริงจังทั้งที่ทุกคนต่างก็รู้ปัญหา คือรู้ว่ามีปัญหา แต่ How คือจะทำอย่างไร เรื่องแบบนี้พรรคเพื่อชาติจะบอก solution วิธีแก้ปัญหาหมดทุกอย่าง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...หรืออย่างต่อจากนี้อีก 5 ปีจะมีการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าเต็มพื้นที่ แต่ถามว่ามีไฟฟ้าเพียงพอหรือยัง วันนี้โซลาร์รูฟราคาเริ่มใกล้เคียงกับถ่านหินที่เป็นพลังงานสะอาด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ได้วางหรือยังเรื่องกฎหมาย พรรคเพื่อชาติมีนโยบายดีๆ ไว้หลายอย่างเพื่อให้เมืองใหญ่ๆ เป็นกรีนซิตี-เมืองสีเขียว หรือโรงพยาบาลทุกตำบลที่โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรที่ทำไว้ดีแล้ว แต่การเข้าถึงการรักษามันยาก บางคนต้องคลอดลูกกลางถนนกลางทาง ที่หากมีโรงพยาบาลเล็กๆ ตั้งให้ใกล้ๆ กับประชาชน มีห้องผ่าตัดเล็กๆ มีเครื่องมือทางการแพทย์เช่นเครื่องเอกซเรย์ แล้วเอาลูกหลานชาวบ้านมาเรียนหมอ ในตำบลนั้นแล้วใช้ทุนไป เราก็จะมีหนึ่งหมอ หนึ่งตำบล ถามว่าต้องใช้งบประมาณจำนวนมากหรือไม่ในการทำเรื่องพวกนี้ เช่นการซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ ถ้าทำแบบไม่มีคอร์รัปชัน ทำกันจริงจังเลย เพราะต้นทุนสามารถตรวจสอบได้ก็ไม่เกินสองล้านบาท ดังนั้น 7,000 กว่าตำบลทั่วประเทศก็แค่หมื่นกว่าล้านบาท ใช้งบแค่ครึ่งหนึ่งของการจัดซื้อเรือดำน้ำ ทำไมจะทำไม่ได้ ผมเห็นนโยบายพรรคเพื่อชาติที่เขาทำแบบนี้ผมก็มีความสุข&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยงยุทธ ให้ความเห็นว่า ปัญหาประชาชนเรื่องเร่งด่วนตอนนี้คือสินค้าเกษตรราคาตกต่ำ ก่อนหน้านี้ที่รัฐบาลประกาศเรื่องการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ เขาใช้วิธีการคำนวณเรื่องค่าใช้จ่ายทางงบประมาณมาคำนวณเป็นจีดีพี แต่ถ้าเขานำรายได้ไปคำนวณด้วยจะสะท้อนภาวะเศรษฐกิจของประชาชน ที่บอกว่าลงทุนไปหลายแสนล้านบาท ก็นำไปบวกด้วยแล้วมาหารด้วยจำนวนประชากร แล้วไปเทียบกับปีที่ผ่านมา ตัวเลขมันก็ขยับขึ้น แต่แท้ที่จริงแล้วเงินในกระเป๋าประชาชนมันต้องมาจากรายได้&amp;nbsp; income รัฐบาลไม่ได้อธิบายให้ประชาชนรู้เรื่องที่มาที่ไปที่แท้จริงของจีดีพีว่ามาจากไหน เพราะประชาชนเอามือล้วงไปในกระเป๋าแต่เงินมันไม่มี แต่รัฐบาลกลับบอกว่ามีรายได้เข้ามาทางนั้นทางนี้&amp;nbsp; วันนี้สิ่งที่มันเกิดขึ้นในช่วงเลือกตั้งก็คือการลดแลกแจกแถม ในโครงการต่างๆ ซึ่งคนในแวดวงการเมืองก็รู้กันว่าเป็นฤดูการหาเสียงที่พอถึงจุดหนึ่ง ก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาที่แท้จริงได้ มันแค่ชั่วคราว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในฐานะที่เป็นอดีตนักการเมืองผ่านการเลือกตั้งมาหลายสมัย เลยถามมุมมองที่บอกว่าเป็นพรรคฝ่ายประชาธิปไตย แต่ตอนนี้มีพรรคที่เรียกตัวเองลักษณะนี้มาก แล้วพรรคเพื่อชาติจะไปดึงคะแนนมาจากไหนด้วยระบบเลือกตั้งบัตรใบเดียว ยงยุทธ พูดเรื่องนี้ไว้ว่ามองตรงกันข้าม ชาวบ้านวันนี้ก็เหมือนกับอังกฤษเมื่อ 700 ปีที่แล้ว คนบอกว่าคนงานเหมืองถ่านหินโง่จังเลย คนลงคะแนนห้าคนเท่ากับพวกกลุ่ม Elite ชนชั้นนำหนึ่งเสียง เท่ากับคนจนห้าเสียง จนคนออกมาประท้วงว่าพวกผมเป็นมนุษย์ หากไม่ให้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งโดยเท่าเทียมกัน พวกผมจะไม่จ่ายภาษี ประชาธิปไตยของอังกฤษเป็นแบบนั้น ที่พัฒนามาจากการสื่อสารนกพิราบ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;วันนี้เราเป็นดิจิตอล จะ 5.0 แล้ว ชาวบ้านเขารู้รายละเอียดข้อมูลหมดว่าควรจะเลือกแบบไหน ไม่ต้องไปห่วงชาวบ้าน เดี๋ยวผลเลือกตั้งออกมาก็จะรู้กันเอง เพราะผมเชื่อว่าชาวบ้านเขารู้ว่าอะไรเป็นอะไร&amp;nbsp; เมื่อชาวบ้านเห็นว่าฝั่งประชาธิปไตยยั่งยืนกว่า เขาก็ต้องเลือก แต่มันก็มีปัจจัยอะไรอีกหลายอย่าง เช่นถ้าไม่ถูกกรรมการตัดฟาวล์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ผมก็คิดว่าท้ายที่สุดฝั่งประชาธิปไตยต้องชนะเสมอในโลกนี้ เพียงแต่จะช้าหรือเร็วเท่านั้นเอง คือถ้าการเลือกตั้งเป็นแบบ Free and Fair เท่าที่ผมได้ฟังจากเสียงชาวบ้าน ก็มองว่าฝั่งประชาธิปไตยจะได้เสียง ส.ส.เกินกึ่งหนึ่ง ท่วมท้นอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นกลไกแบบระบบจัดตั้ง ก็ต้องดูกันอีกทีว่า เสียงจะหายไปอย่างไรบ้าง&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;-แต่ถึงชนะอย่างไรก็ไม่ได้เสียง ส.ส.เกิน 376 เสียง การโหวตเลือกนายกฯ ก็จะไม่ใช่คนจากฝั่งนี้?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ใช่ แต่ก็ต้อง Wait and See ต้องรอดูกันต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ถามถึงท่าทีของพรรคเกี่ยวกับการล้างมรดกการเมืองที่เกิดในยุค คสช. ยงยุทธ ออกตัวว่า เท่าที่ได้ไปคุยก็ถามพวกผู้บริหารพรรค เช่นสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ และใครต่อใคร ว่าจะมีการแก้แค้นอะไรหรือไม่ ทุกอย่างก็อยู่ที่ความจริง กับข้อมูลพื้นฐาน เขาบอกคงไม่ได้ไปใช้พละกำลัง&amp;nbsp; ไปเอาคนมาเก็บกรุหรือไปทำอะไร ถึงขั้นทำอะไรที่มันไร้คุณธรรมคงไม่มีหรอก เห็นเขาบอกแบบนั้น อย่างไรก็ตามก็ต้องไปถามหัวหน้าพรรค เพราะหากตอบแทนจะกลายเป็นว่าผมไปยุ่งเกี่ยวกับพรรค&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยงยุทธ ยังกล่าวถึงกรณีช่วงเลือกตั้งจะมีอำนาจพิเศษอะไรเข้ามาหรือไม่ โดยเฉพาะบทบาทกองทัพว่า อำนาจพิเศษที่มีอยู่ตอนนี้ในโลกยุคดิจิตอล ฝ่ายความมั่นคงไปค้นบ้านไหน ไปตรวจสอบใครมันเป็นข่าวหมด แตกต่างจากอดีต ไม่มีข้อจำกัดเหมือนอดีต ทุกคนจะรู้ทุกที่ทุกเวลา การใช้อำนาจตามอำเภอใจโดยไม่บันยะบันยัง สุดท้ายก็จะกลับมาเข้าตัวเอง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สำหรับการใช้ชีวิตในช่วงกว่าสี่ปีที่ผ่านมาในยุค คสช. คนรู้กันดีว่ายงยุทธเป็นมือทำงานการเมืองคนสำคัญให้ทักษิณมาตั้งแต่สมัยตั้งพรรคไทยรักไทย และการรัฐประหาร 2 ครั้งที่ผ่านมาคือปี 2549 และ&amp;nbsp; 2557 ตัวยงยุทธก็ถูกทหารเกาะติดความเคลื่อนไหวมาตลอด เรื่องนี้ ยงยุทธ เปิดเผยไว้ว่า ช่วงยุค คสช.ก็โดนค้นบ้านหลายครั้ง แม่ผมเองที่อายุมากแล้ว 85 ปี ค้นบ้านจนแม่เป็นกันเอง มาก็บอกมากินข้าวกันก่อนลูก คือจากความกลัวกลายเป็นความเคยชิน ซึ่งเขาก็บอกว่ามาตามหน้าที่ นายสั่งมา พวกผมโดนตลอด วันข้างหน้ากลับมาเป็นฝ่ายนี้พวกผมก็ต้องโดนอีก การมาแบบนี้ทำให้เรารู้เลยว่า เขาไม่ได้มีความพยาบาทอะไร แต่ผู้บังคับบัญชาสั่ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;บทบาททหารต่อจากนี้ผมไม่กล้าประเมิน แต่อยากให้เป็นแบบทหารอินโดนีเซีย ที่เป็นทหารประชาธิปไตยทั้งที่เบ็ดเสร็จหมด ชาวบ้านเรียกร้องให้ทหารมาปกครองประเทศ เพราะต่อสู้กับพวกล่าอาณานิคมมา ต่อสู้กับพวกเจ้าของถิ่นฐานเดิมที่ป่าเถื่อนหรือเอามาแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้อง คือทหารของเขาเป็นฮีโร่ของอินโดนีเซีย วันนี้อินโดนีเซียเลยกลายเป็นว่าพัฒนาประชาธิปไตยไปไกลกว่าไทยมาก&amp;nbsp; แล้วในที่สุดก็ได้คนธรรมดาสามัญมาเป็นผู้บริหารประเทศ ไม่ได้เกิดจากทหาร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;quot;การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น หากต้องการทำให้เป็นที่ยอมรับ กฎกติกาต้องเป็นประชาธิปไตย&amp;nbsp; และท่าทีของผู้มีอำนาจต้องเป็นท่าทีซึ่งฝักใฝ่ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ยอมรับกฎกติกา แต่หากแสดงท่าทีแบบอำนาจนิยม มีการใช้กลไกพิเศษอยู่ตลอดเวลา ซึ่งคนก็รู้และเห็นข้อเท็จจริงจากสิ่งต่างๆ&amp;nbsp; ชัดเจนอยู่แล้ว&amp;quot;. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;.....................................&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;พรรคเกาะกลาง กับบทบาทสตรี-คนรุ่นใหม่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;การขับเคลื่อนทางการเมืองของพรรคเพื่อชาติต่อการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรค-อดีตผู้ประกาศข่าวสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง ย้ำว่าตอนนี้พรรคพร้อมแล้วสำหรับการเลือกตั้ง เตรียมพร้อมไว้นานแล้ว เชื่อว่าทุกพรรคต่างก็อยากปล่อยของ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;...ในส่วนของพรรคเพื่อชาติเองที่เป็นพรรคของประชาชน เป็นพรรคในแนวทางคือพรรคเกาะกลางประชาธิปไตย คือเราสามารถร่วมพูดคุยกับทุกฝ่ายได้ แต่ต้องเป็นแนวทางประชาธิปไตย คือแตกต่างได้แต่ไม่แตกแยก ไม่ว่าจะเป็นใคร จะอยู่ซ้ายหรืออยู่ขวาอะไรพวกนี้เราจะไม่พูดถึงเรื่องนั้น เราขอมองข้ามไปก่อนแล้วมาคุยกันก่อน เมื่อทุกคนอยากให้ปัญหาประเทศชาติได้รับการแก้ไข ทุกคนวันนี้อยากก้าวไปข้างหน้ากันหมดแล้ว แต่เรื่องข้างหลังเราก็ไม่ลืม คนในพรรคมีจุดหมายอันเดียวกันคือปรองดอง สามัคคี จึงเกิดพรรคเพื่อชาติขึ้นมา ที่เป็นพรรคซึ่งเปิดโอกาสให้หลายฝ่ายที่มีจุดยืนในประชาธิปไตยมาพูดคุยกัน เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาและเดินไปข้างหน้าด้วยกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;อดีตผู้ประกาศข่าวที่เข้าสู่ถนนการเมือง-โฆษกพรรคเพื่อชาติ มองว่า ถึงตอนนี้พรรคพบว่าได้รับความสนใจจากประชาชน เห็นได้จากที่มีคนหลากหลายมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคและขอลงสมัครส.ส.ในนามพรรค รวมถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ก็เข้ามาหลายคน โดยพบว่ามีหลากหลายอาชีพ มีศักยภาพ อันเป็นผลวัดที่ชัดเจนว่าพรรคมีความน่าสนใจ จึงมาร่วมงานเพื่อจะไปพัฒนาประเทศ ซึ่งการแข่งขันกันระหว่างพรรคการเมืองต่างๆ ก็ต้องไปพิสูจน์กันที่ความคิดนโยบายพรรค &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;น.ส.เกศปรียา กล่าวอีกว่า วันนี้พรรคไม่ได้ไปแข่งกับใครหรือไปสู้กับใครเพื่อจะเอาฐานคะแนนเสียง แต่พรรคแค่ต้องการขอโอกาสจากประชาชนว่าพรรคเหมาะสมอย่างไร โดยดูกันที่นโยบายพรรค วิธีการที่พรรคจะเข้าไปแก้ไขปัญหาประเทศ แคมเปญการหาเสียงของพรรคจะเน้นเรื่องแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้องประชาชน เพราะตัวหัวหน้าพรรค-นายสงครามก็มีประสบการณ์การทำธุรกิจมาก่อน เคยบริหารห้างสรรพสินค้า&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;โดยโฆษกพรรคที่เรียกตัวเองว่าเป็น คนรุ่นใหม่ทางการเมือง ย้ำว่า หากคนรุ่นใหม่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงก็ต้องกล้าไปลงในสนามการเมือง เพราะหากเราไม่ทำอะไรการเปลี่ยนแปลงก็จะไม่เกิดขึ้น&amp;nbsp; แม้ที่ผ่านมาก่อนหน้านี้จะมีการสร้างภาพว่าการเมืองเป็นเรื่องอันตรายเสี่ยงภัย มีการปลูกฝังว่าการเมืองเป็นเรื่องไกลตัว ทั้งที่ความจริงแล้วการเมืองเป็นเรื่องใกล้ตัวมากที่สุด เช่นผู้หญิงเมื่อตั้งครรภ์ก็ต้องดูว่าได้รับสวัสดิการจากรัฐในการช่วยเหลือด้านต่างๆ อย่างไร และเมื่อคลอดเด็กออกมาแล้วรัฐมีสวัสดิการให้เด็กแรกเกิดเพียงพอหรือไม่ รัฐมีการจัดสรรดีมากน้อยแค่ไหน แล้วเมื่อเด็กเติบโตไปต้องเข้าโรงเรียน เข้ามหาวิทยาลัย ก็ต้องมาดูว่าคนส่วนใหญ่เข้าถึงการศึกษามากน้อยแค่ไหน ทุกอย่างก็ย้อนไปในเรื่องปัญหาความเหลื่อมล้ำทั้งสิ้น โดยเฉพาะการจัดสรรทรัพยากรของรัฐที่ไม่เป็นธรรม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;...คนรุ่นใหม่หลายคนตอนนี้พบว่าสนใจอยากเข้ามาสู่การเมือง อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงเพราะทุกคนทนไม่ได้แล้วกับสิ่งเก่าๆ คือยอมรับว่าคนรุ่นเก่าอาจมีประสบการณ์ เห็นชีวิตมามากกว่า แต่คนรุ่นใหม่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่รู้อะไรเลย เพราะเขาก็เรียนรู้มาจากครอบครัวและสังคม และตั้งใจอยากเปลี่ยนแปลงและมีความรู้เรื่องเทคโนโลยี จึงถึงเวลาต้องมามิกซ์กันระหว่างคนมีประสบการณ์กับคนรุ่นใหม่ โดยแต่ละฝ่ายต้องเคารพในการตัดสินใจของแต่ละฝ่าย โดยเอาปัญหาชาติเป็นที่ตั้ง ไม่คิดเรื่องส่วนตัวกันแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;โฆษกพรรคเพื่อชาติ ยืนยันว่า ในพรรคเพื่อชาติคนรุ่นใหม่ในพรรคต่างมีบทบาทในการขับเคลื่อนทางการเมือง เช่นการเสนอแนวคิดเพื่อนำไปสู่การทำเป็นนโยบายพรรคแน่นอน พร้อมกับยกตัวอย่าง ให้ฟังว่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;...อย่างเราเองเป็นแค่เด็กบ้านนอก แต่มีประสบการณ์ในการทำงานสื่อ ซึ่งเมื่อเข้ามาทำงานในพรรคเพื่อชาติ แค่วันแรกที่เข้าพรรคคนในพรรคให้เกียรติเรามาก โดยให้เราแสดงความคิดเห็นเรื่องต่างๆ ผู้ใหญ่ในพรรคก็รับฟังและนำไปเสนอในร่างนโยบายพรรคที่จะออกมา ทั้งที่เราเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;...กองเชียร์พรรคสองคน (ยงยุทธ ติยะไพรัช&amp;nbsp; - จตุพร พรหมพันธุ์) ที่มีประสบการณ์การเมืองมามากมาย แต่ก็เปิดใจรับฟังเราที่เป็นคนรุ่นใหม่ ทำให้ตัดสินใจเข้ามาร่วมงานกับพรรค และส่วนตัวที่เข้ามาทำงานการเมืองตรงนี้เพราะอยากให้เป็นตัวอย่างให้ผู้หญิงมีบทบาทในภาคการเมือง เศรษฐกิจ&amp;nbsp; สังคมมากขึ้น ที่ผ่านมาในระบบรัฐสภาไทยมีผู้หญิงที่เข้าไปทำงานตรงนั้นแค่ 6 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ถือว่าน้อยมากถ้าเทียบกับผู้ชาย และที่สำคัญดัชนีความเหลื่อมล้ำทางเพศพบว่าของไทยอยู่ที่อันดับ 75 ต่ำกว่าเวียดนาม กัมพูชา ขณะที่ประเทศอย่างฟิลิปปินส์อยู่อันดับ 10 จึงอยากเข้ามาทำงานการเมืองตรงนี้ เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางเพศของไทยให้ก้าวขึ้นมาอยู่ในระดับแนวหน้าของอาเซียน อยากเป็นตัวอย่างให้ผู้หญิงคนอื่นๆ เห็นว่าที่เราเข้ามา ก็เพื่อมาช่วยกันผลักดันให้ผู้หญิงมีบทบาทมากขึ้น อยากให้ผู้หญิงได้เห็นว่าการเมืองไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;.........................................&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26407</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยงยุทธ ติยะไพรัช, วิกฤติหลังเลือกตั้ง, หนังสือพิมพ์, แทบลอยด์, แทบลอยด์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190112/image_big_5c39efa3e7a49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
