<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110484</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2021 20:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2021 20:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ เชื่อสถานการณ์จะดีขึ้นภายใน 14 วัน รับอยู่ในช่วง &#039;หัวเลี้ยวหัวต่อ&#039; วิกฤติโควิดอีกครั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค.64 - เวลา 20.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตีและรมว.กลาโหม โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า &amp;quot;เรียน พี่น้องประชาชนทุกท่าน
นับจนถึงวันนี้ เป็นเวลามากกว่า 1 ปีแล้ว ที่ประเทศของเราและทั่วโลก ต่างต้องสู้กับเชื้อไวรัสโควิด-19 ในวันที่ 25 มีนาคมของปีที่แล้ว ผมได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย และบังคับใช้มาตรการควบคุมที่เข้มงวดเพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น โดยวันนั้นผมได้กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของภาวะวิกฤต ที่หากไม่ประกาศมาตรการเข้มงวด สถานการณ์จะเลวร้ายลง ซึ่งในครั้งนั้น เราสามารถเอาชนะโควิดในยกแรกได้ด้วยความสามารถของบุคลากรทางการแพทย์ และความร่วมแรงร่วมใจของประชาชนทุกคนในการทำตามมาตรการของรัฐ จนเรากดยอดผู้ติดเชื้อลงมาจนเหลือศูนย์ได้ในที่สุด และเป็นที่ชื่นชมของทั่วโลกในการควบคุมการแพร่ระบาด จนเราสามารถกลับไปใช้ชีวิตแบบวิถีใหม่กันได้หลังจากนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เป็นโชคร้ายของชาวโลก ที่ไวรัสโควิดยังไม่หายไปง่ายๆ และกลับกลายพันธุ์ไปสู่สายพันธุ์ที่ติดต่อกันได้ง่ายขึ้น ทั่วโลกจึงถูกคุกคามจากโควิดสายพันธุ์ใหม่นี้อีกครั้ง แม้แต่ประเทศที่มีการฉีดวัคซีนเป็นจำนวนมาก และอีกหลายประเทศที่เคยควบคุมสถานการณ์ได้ดี ก็ยังเกิดการระบาดอย่างหนักจนต้องกลับมาประกาศมาตรการล็อกดาวน์อีกครั้ง ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย

ในวันนี้ เราต้องยอมรับว่า สถานการณ์ได้เดินทางมาถึงจุดที่เป็น &amp;ldquo;หัวเลี้ยวหัวต่อ&amp;rdquo; ของภาวะวิกฤตอีกครั้ง เราต้องเจอกับการแพร่ระบาดครั้งร้ายแรงที่สุดที่ประเทศไทยเคยเจอมา หลังจากเมื่อวันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ผมได้ประกาศการล็อกดาวน์ 10 จังหวัด โดยปิดสถานที่และกิจการบางแห่ง ประกาศเคอร์ฟิว และการจำกัดการเดินทาง แต่คณะแพทย์ที่ปรึกษาได้ประเมินแล้วว่าสถานการณ์ยังคงไม่ดีขึ้น ผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตยังไม่ลดลง กระทรวงสาธารณสุขพบว่า ผู้เสียชีวิตจำนวนมากเป็นผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัว ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อจากคนในครอบครัวหรือคนรู้จัก ที่นำเชื้อมาแพร่ในบ้าน นอกจากนี้ ยังมีประชาชนส่วนหนึ่ง ที่กระทำตัวเป็นภาระของส่วนรวม กระทำการฝ่าฝืนกฎหมายและเพิ่มความเสี่ยงให้กับทุกคน ด้วยการรวมตัวกันเล่นการพนัน จับกลุ่มดื่มสุราหรือจัดปาร์ตี้ และจัดกิจกรรมเกินจำนวนที่กฎหมายกำหนด ทำให้การแพร่ระบาดยังไม่ลดลงและมีแนวโน้มการเจ็บป่วยและเสียชีวิตเพิ่มขึ้น

ดังนั้นเราจึงรอช้าไม่ได้ ที่จะต้องยกระดับมาตรการควบคุมโรค เพื่อลดความสูญเสียให้ได้โดยเร็วที่สุด จากข้อเสนอเร่งด่วนของคณะแพทย์ที่ปรึกษาและหน่วยงานต่างๆของกระทรวงสาธารณสุข ทำให้ ศบค. มีมติประกาศล็อกดาวน์ จำกัดการเดินทางในจังหวัดสีแดงเข้มที่เพิ่มขึ้นเป็น 13 จังหวัด และปิดกิจการต่างๆ อย่างน้อย 14 วัน ไม่เช่นนั้น สถานการณ์อาจจะร้ายแรงขึ้นจนยากต่อการควบคุม

ผมต้องขอให้พวกเราทุกคน อดทนกันอีกครั้ง และให้ความร่วมมือกับมาตรการในครั้งนี้อย่างเต็มที่ โดยผมทราบดีว่าจะต้องมีพี่น้องจำนวนมากที่ไม่สามารถทำมาหากินได้ และได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สิ่งนี้ทำให้ผมทุกข์ใจเป็นอย่างยิ่ง และได้พยายามหาหนทางในการช่วยทุกท่านมาโดยตลอด ด้วยมาตรการเยียวยาต่างๆ ทั้งการชดเชยการหยุดงาน การจ่ายเงินพิเศษเพิ่ม การลดค่าน้ำค่าไฟ การพักชำระหนี้ การลดค่าเทอม และนโยบายอื่นๆที่จะออกมารองรับมาตรการนี้ ให้ครอบคลุมและทั่วถึง และจะทบทวนนโยบายต่างๆเพื่อแก้ไขปัญหาให้ตรงจุดยิ่งขึ้น ซึ่งในวันนี้ ครม. ได้มีมติเห็นชอบการเยียวยาเพิ่มเติมอีก 3 จังหวัดสีแดงเข้มแล้ว

ในส่วนของการดูแลผู้ป่วย ผมได้รับฟังข้อคิดเห็น ข้อร้องเรียน และคำถามจากประชาชน และสื่อมวลชนอยู่ตลอดเวลา และได้สั่งการให้แก้ปัญหาต่างๆ ซึ่งปัญหาตอนนี้นั้นมีมากมายที่ต้องแก้ไข ทั้งการเข้าถึงการตรวจคัดกรอง และการหาซื้อ Antigen Test Kit ได้ในราคาถูก การเพิ่มเตียงโดยเฉพาะในกลุ่มสีแดง การจัดหาอุปกรณ์การรักษา และการเพิ่มบุคลากร การสร้างขวัญกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ การแก้ปัญหา Call Center การจัดการและดูแลผู้ป่วยที่กักตัวแบบ Home Isolation และ Community Isolation โดยวันนี้ผมได้รับข่าวดีจากกระทรวงยุติธรรม ว่าผลการใช้สมุนไพรไทย คือฟ้าทะลายโจร และกระชายขาว ในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ในเรือนจำนั้น ได้ผลดีเป็นอย่างยิ่ง โดยผู้ป่วยที่รักษาด้วยฟ้าทะลายโจรหรือกระชายขาวนั้น หายป่วยทุกคน ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ และจะเป็นอีกหนึ่งในตัวช่วยแก้สถานการณ์ด้วยภูมิปัญญาพื้นบ้านของไทย นอกจากจะช่วยคนไทยที่กักตัวที่บ้านรักษาโควิดได้แล้ว และยังเป็นช่องทางเพิ่มรายได้ให้กับทั้งเกษตรกรและประเทศชาติในการส่งออกไปต่างประเทศได้อีกด้วย

และเรื่องที่สำคัญ ที่รัฐบาลไม่เคยนิ่งนอนใจในการดำเนินการ ก็คือการจัดหาวัคซีนให้ประชาชนชาวไทยให้ได้มากที่สุดและเร็วที่สุด เป็นข่าวดีที่ในวันนี้ (20 ก.ค. 64) กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ลงนามทำสัญญากับบริษัทไฟเซอร์ (ประเทศไทย) และบริษัทไบออนเทค ในการจัดซื้อวัคซีนชนิด mRNA จำนวน 20 ล้านโดส ซึ่งจะสามารถนำส่งได้ในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ และไทยยังมีเป้าหมายที่จะสั่งซื้อเพิ่มอีกอย่างน้อย 50 ล้านโดสในปีหน้า ซึ่งวัคซีนของของไฟเซอร์-ไบออนเทคนี้เข้ามาเสริมแผนกระจายวัคซีนของประเทศไทย ร่วมกับวัคซีนหลักของบริษัทแอสตรา-เซเนกา ที่ไทยได้สั่งซื้อไปแล้วจำนวน 61 ล้านโดส และวัคซีนจากบริษัทอื่นๆ ที่จะทยอยส่งมอบให้ในปลายปีนี้และต้นปีหน้า รวมถึงวัคซีนที่จะผลิตโดยหน่วยงานของไทยอีกอย่างน้อย 3 ชนิด และวัคซีนชนิดใหม่ๆ เช่น Protein Subunit ที่ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเจรจาอยู่กับหลายบริษัท และจะสั่งซื้อในทันทีที่เจรจาได้สำเร็จ

นอกจากการสั่งซื้อวัคซีนโดยตรงแล้ว รัฐบาลยังมีการเจรจากับหลายประเทศอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้ได้วัคซีนมาเพิ่มเติมผ่านข้อตกลงความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยเราได้รับวัคซีนซิโนแวคมาจากสาธารณรัฐประชาชนจีนแล้ว 1 ล้านโดส วัคซีนแอสตรา-เซเนกา 1.05 ล้านโดส จากประเทศญี่ปุ่น และกำลังจะได้วัคซีนไฟเซอร์ 1.5 ล้านโดส จากประเทศสหรัฐอเมริกา และยังมีประเทศอื่นๆเช่น สหราชอาณาจักร และสวิตเซอร์แลนด์ ที่อยู่ในระหว่างการเจรจาข้อตกลงเพื่อขอความช่วยเหลือทางวัคซีนและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ทำให้เชื่อได้ว่า ไทยจะยังคงสามารถเดินหน้าฉีดวัคซีนได้ตามแผนที่กำหนดไว้ ไม่ว่าจะมีอุปสรรคอะไร ทุกหน่วยงานของรัฐจะไม่ท้อถอย เราจะปรับแผนและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

สงครามของโลกกับโควิด ยังไม่จบสิ้น การต่อสู้ของไทยในระลอกนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง ทั้ง 13 จังหวัด ถือเป็นสมรภูมิรบที่เราจะต้องเอาชนะ และยึดพื้นที่คืนกลับมาจากไวรัสร้ายนี้ให้ได้โดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้มีประชาชนต้องเจ็บป่วยล้มตายไปมากกว่านี้ แต่การศึกครั้งนี้ รัฐไม่สามารถเอาชนะได้ด้วยเพียงลำพัง แต่ต้องเกิดจากความสามัคคีกันของคนในชาติ โดยเฉพาะในสมรภูมิทั้ง 13 จังหวัดนี้ ที่จะดำเนินตามมาตรการที่ออกมาอย่างเข้มงวดที่สุด งด ลด เลี่ยงการเดินทาง และการรวมตัวทำกิจกรรม ไม่ทำให้ตัวเองและคนรอบข้างเสี่ยงอันตราย ในขณะเดียวกันก็ต้องมีสติในการรับและส่งต่อข้อมูลข่าวสาร และช่วยกันสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ด้วยพลังบวกและน้ำใจไทย ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้เราสามารถผ่านวิกฤตในรอบแรกมาได้ และผมและคณะแพทย์เชื่อว่า หากเราล็อกดาวน์ตัวเองได้จริงๆ สถานการณ์ควรจะต้องเห็นผลดีขึ้นภายใน 14 วัน และเราจะผ่านพ้นช่วง &amp;ldquo;หัวเลี้ยวหัวต่อ&amp;rdquo; นี้ไปได้อีกครั้ง

แต่การกำหนดมาตรการใดๆก็ตาม จะไม่มีความหมายเลย หากไม่สามารถควบคุมให้เป็นไปตามนั้นได้ ผมขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในทั้ง 13 จังหวัด ได้ปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็งและเข้มงวด ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 13 จังหวัดได้ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ และดำเนินการตามกฎหมายอย่างเต็มที่กับผู้กระทำผิด นอกจากนั้น ใน 14 วันนี้ ขอให้ผู้บริหารหน่วยงานรัฐทุกแห่งในทั้ง 13 จังหวัด บริหารจัดการให้ทำงานจากบ้าน (Work From Home) ให้ได้ 100% ยกเว้นกรณีที่จำเป็นจริงๆ

ผมขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่จะต้องอดทนเสียสละกันอีกครั้งในช่วงเวลานี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคลากรทางการแพทย์ รวมทั้ง อสม.ทั่วประเทศ ผมขอสัญญาว่าจะดูแลพวกท่านอย่างดีที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้ ผมและรัฐบาล และหน่วยงานรัฐทุกแห่ง จะยังคงตั้งหน้าตั้งตาทำงานอย่างเต็มที่ต่อไป ขอเก็บทุกคำวิจารณ์มาเพื่อรับฟังและหาหนทางที่จะดูแลพี่น้องประชาชนทุกท่านอย่างดีที่สุด และจะร่วมเดินเคียงข้างกันไปในช่วงเวลาแห่งความยากลำบากนี้ จนถึงวันเราจะผ่านพ้นไปได้ด้วยกันครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110484</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ล็อกดาวน์, วิกฤติโควิด, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210720/image_big_60f6cf1e1abd4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109023</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2021 10:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2021 10:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไทยสร้างไทย&#039; ปลุกหนักมาก ล่าชื่อปชช.ฟ้องรัฐบาลแก้โควิดพลาด คนล้มตาย เศรษฐกิจพินาศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ค.64 - เฟซบุ๊คพรรคไทยสร้างไทย ได้โพสต์เชิญชวนประชาชนให้ร่วมลงชื่อพร้อมแบบฟอร์มให้ร่วมฟ้องการบริหารงานของรัฐบาลประยุทธ์ มีเนื้อหาว่า&amp;nbsp;ฟ้องรัฐบาลฆาตกร&amp;nbsp;ในสถานการณ์โรคระบาด Covid-19 รัฐบาลประยุทธ์ใช้ภาษีของประชาชนดำเนินนโยบายที่ผิดพลาด ทำให้เกิดความเสียหาย จนคนไทยล้มตาย เศรษฐกิจไทยพังพินาศ โดยไม่สนใจข้อมูลที่ถูกต้องจากประชาชนและผู้เชี่ยวชาญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคไทยสร้างไทย ขอเป็นตัวแทนภาคประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการบริหารจัดการที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์จัดการโควิด-19 มติ ครม. อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 47 วรรคสามและมาตรา 55 ผู้ที่สั่งซื้อและคณะรัฐมนตรีอาจมีความผิดฐานจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายอันถือเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157&amp;nbsp;ร่วมลงชื่อ ฟ้องรัฐบาลฆาตกร ได้ที่ https://forms.gle/z8nJfz8tSwkSQYcn8&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109023</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, พรรคไทยสร้างไทย, วิกฤติโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210704/image_big_60e13e6da4aa4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101409</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2021 16:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2021 16:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุดารัตน์&#039; อัดรัฐบาลเอาฝ่ายความมั่นคงสู้โควิดแทนหมอ ทำบริหารผิดพลาดตั้งแต่ต้นวิกฤติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ค.64 - คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคไทยสร้างไทย ได้ทำบุญวันเกิดครบ 60 ปี พร้อมครอบครัว จากนั้นคุณสุดารัตน์และแกนนำพรรคไทยสร้างไทยได้มอบตระกร้าประกอบด้วยข้าวสารอาหารแห้ง ยาสามัญประจำบ้าน 2,000 ชุด&amp;nbsp;หน้ากากอนามัย 200,000 ชิ้น, น้ำยาฆ่าเชื้อ จำนวน 200 แกลอน, เจลล้างมือ และถุงขยะสีแดงเพื่อใส่ขยะติดเชื้อ ให้ทีมกทม.ไทยสร้างไทยแต่ละเขต นำไปช่วยดูแล และป้องกันโควิดให้ประชาชนในกรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหญิงสุดารัตน์ ได้กล่าวถึงปัญหาการแพร่ระบาดของ covid 19 ที่ขณะนี้มีอัตราการเสียชีวิตสูงขึ้นเรื่อยๆ ว่า สิ่งที่ควรทำเร่งด่วนในตอนนี้มีอยู่ 3 เรื่อง คือ 1.เสนอให้มีการแก้ไขระเบียบ ยกเลิกข้อกำหนดที่บอกว่าตรวจเจอที่โรงพยาบาลใด โรงพยาบาลนั้นต้องรับรักษา เนื่องจากพิสูจน์แล้วว่ามันทำให้เกิดปัญหาตามมา ควรยกเลิกระเบียบที่กำหนดให้บุคคลจะเข้ารับการรักษาได้ต้องตรวจเจอเชื้อ covid -19 ก่อน เพราะคือสาเหตุที่ทำให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อ เนื่องจากกว่าคนจะรอคิวเข้าตรวจเชื้อต้องรอหลายวัน เข้ารับการตรวจแล้วต้องกลับไปรอผลที่บ้านอีกกว่าจะรู้ผล รู้ผลก็ต้องรอเตียงว่างอีก จึงจะได้รับการรักษา&amp;nbsp;จึงทำให้มีการแพร่กระจายเชื้อในชุมชน เป็นจำนวนมาก และทำให้ผู้ป่วยมีอาการหนัก และเสียชีวิตสูงมากขึ้น&amp;nbsp;นอกจากนี้ควรมีการกระจายงบประมาณให้โรงพยาบาลบริหารจัดการตัวเองด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ควรเปิดศูนย์กลางคัดกรองผู้ป่วยทุกเขตในกรุงเทพฯทุกเขตทั้ง 50 เขต และทุกตำบลในต่างจังหวัด ใครก็ตามที่รู้สึกเจ็บป่วย แม้ยังไม่ทราบผลตรวจให้มาที่ศูนย์เพื่อคัดกรองเข้าสู่ระบบ ไม่ใช่ตรวจแล้วกลับไปรอที่บ้าน และการกลับไปรอที่บ้าน มันทำให้เกิดการแพร่กระจายในชุมชน ซึ่งขณะนี้เป็นแบบนี้ในหลายชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. รัฐบาลควรเร่งเรื่องของการตรวจเชื้อโควิดให้ได้มากที่สุด ควรมีการตรวจเชิงรุกมากกว่านี้ เพราะปัจจุบันมีการตรวจเชิงรุกในแต่ละวันแค่หลักสิบ ขอเสนอให้ตั้งงบประมาณ 1,600 ล้านบาท เพื่อปูพรมตรวจ 1 ล้านคน ในทุกพื้นที่เพราะ เพราะ สปสช. ก็ตั้งงบค่าตรวจให้ 1,600 บาท ต่อหัว จากนั้นให้ตรวจได้เลยทุกโรงพยาบาล ตรวจเสร็จก็นำเข้าระบบทันที แบบนี้ก็จะหมดปัญหา เรื่องของการรอเตียงและรอตรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คนตรวจมากจำนวนตัวเลขผู้ติดเชื้ออาจจะดูสูงขึ้น เพราะเราตรวจเชิงรุก ทำให้พาคนติดเชื้อเข้าสู่ระบบได้มาก ประชาชนก็จะปลอดภัยเพราะคนติดเชื้อเข้ามาอยู่ในระบบ ไม่ปะปนอยู่ในชุมชน&amp;quot; คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหญิงสุดารัตน์ ยังกล่าวถึงกรณีที่พลเอกประยุทธ์ควบรวมอำนาจการบริหารสถานการณ์ covid ไว้แต่เพียงผู้เดียว ว่า การบริหารจัดการของรัฐบาลเป็นปัญหาตั้งแต่ต้น ตั้งแต่การระบาดในรอบแรก คือมีการรวมศูนย์อำนาจไว้ในส่วนกลาง มีการตั้งศูนย์เกิดขึ้นมากมาย ไม่กระจายงบและอำนาจไปสู่โรงพยาบาลซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติ&amp;nbsp;ทั้งที่การบริหารในช่วงวิกฤต ต้องทำให้การสั่งการสั้นที่สุด กระชับที่สุด แต่นี่ไปตั้งศูนย์ต่างๆขึ้นมาเยอะแยะไปหมด สิ่งที่แปลกใจมากกว่านั้นคือ เอาฝ่ายความมั่นคงมาสู้รบกับเชื้อโรค ในความจริงควรจะให้หมอเข้ามาดำเนินการ เมื่อมีการตั้งศูนย์ขึ้นมาหมายในรัฐราชการไทยก็ทำให้เกิดความเห็นที่ไม่ตรงกัน เกิดความสับสนในข้อมูลอย่างที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อนายกรัฐมนตรี รวบอำนาจมาไว้คนเดียว ก็ต้องรับทั้งผิดและชอบด้วย คือเมื่อรวบอำนาจมาแล้ว ต้องรับผิดชอบทุกอย่างที่เกิดขึ้น แต่ส่วนตัวคิดว่าควรจะมีการปรับการบริหารจัดการ ที่ผ่านมารวมศูนย์อำนาจมาปีกว่า แต่บริหารจัดการไม่ได้ ก็เลยควบคุมการระบาดไม่เบ็ดเสร็จแบบนี้&amp;nbsp;วันนี้ประชาชนต้องการคนที่สร้างความเชื่อมั่น สร้างความมั่นใจ ผู้นำที่ดีต้องมีแผนงานและเลือกคนที่เหมาะสมกับงาน แบ่งหน้าที่อย่าให้ซ้ำซ้อน วิธีการสั่งการต้องสั้นที่สุด กำหนดระยะเวลาการดำเนินการให้สั้นที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101409</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, พรรคไทยสร้างไทย, วิกฤติโควิด, หน้ากากอนามัย, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210501/image_big_608d233ea5733.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101343</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยันรัฐบาลปึ้กแก้วิกฤติไวรัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โฆษกรัฐบาลเผยนายกฯ ยืนยันพรรคร่วมรัฐบาลยังร่วมมือทำงานเข้มแข็ง ปัดรวบอำนาจ แต่เป็นการโอนอำนาจชั่วคราวให้สั่งการได้ทันทีเพื่อความรวดเร็วในการทำงาน &amp;quot;บิ๊กตู่-อนุทิน&amp;quot; เข้าใจกันดี &amp;quot;จุรินทร์&amp;quot; เชื่อน่าจะจบแล้วหลังนายกฯ แบ่งงานให้รองนายกฯ คุมจังหวัด &amp;ldquo;จตุพร&amp;rdquo; เหน็บ &amp;quot;ปชป.-ภท.&amp;quot; ไร้ราคา หมดศักดิ์ศรี ไม่มีน้ำยา นัดทุ่มตรงเปิดไฟมือถือตะโกนไล่ประยุทธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 30 เมษายน นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตอบคำถามที่สื่อมวลชนส่งถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กรณีความแน่นแฟ้นของพรรคร่วมรัฐบาลหลังเกิดความระหองระแหงกัน ว่า พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันว่าพรรคร่วมรัฐบาลยังมีความมุ่งมั่นในการที่จะร่วมมือกันทำงานและร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันทั้งหมด เพื่อให้เกิดความมั่นใจกับประชาชนว่าขณะนี้ในส่วนของนายกฯ และพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมดยังทำงานด้วยความเข้มแข็ง สำหรับสิ่งต่างๆ ในขณะนี้นั้น ขอให้ประชาชนทุกคนได้ให้กำลังใจกับบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งหมอ พยาบาล เจ้าหน้าที่ส่วนหน้า ซึ่งนายกฯ ขอขอบคุณความร่วมมือของทุกคน และขอให้กำลังใจกับบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาโควิด-19 ในปัจจุบัน
นายอนุชากล่าวถึงการกำหนดอำนาจรัฐมนตรีตามกฎหมาย ใน 31 พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของนายกฯว่าเป็นการโอนอำนาจหน้าที่เป็นการชั่วคราว คณะกรรมการตามกฎหมายยังสามารถดำเนินการต่อไปได้ตามปกติ ใน พ.ร.บ.ทั้ง 31 ฉบับ กรรมการในชุดต่างๆ ยังสามารถดำเนินการหรือทำงานได้ตามปกติ โดยมีรัฐมนตรีเป็นผู้บังคับบัญชา หรือเป็นประธานกรรมการตามกฎหมายตามเดิม ยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ เว้นแต่มีกรณีใดหรือกรรมการชุดใดที่นายกฯ อาจเข้าไปดำเนินการหรือเข้าประชุมร่วม หรือมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น เพื่อให้สามารถประชุมและสั่งการได้ทันทีที่มีเพิ่มขึ้นมา คือการประกาศว่าให้นำเสนอปัญหาอุปสรรคและวิธีการแก้ปัญหาทุกประการให้นายกฯ ในฐานะ ผอ.ศบค.รับทราบทุกครั้งเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี กล่าวเช่นกันว่า ไม่ใช่การควบรวมอำนาจของนายกฯ และไม่ใช่การลดบทบาทของรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การออกคำสั่งเกี่ยวกับการแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 เป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด ในการประชุม ศบค.เมื่อวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันต่อที่ประชุมว่า ไม่ได้ต้องการรวบอำนาจ แต่เพื่อความรวดเร็วในการทำงาน และนายกฯ ก็มีอำนาจเพียงการสั่งการตามหน้าที่และความรับผิดชอบ ส่วนการดำเนินงานยังเป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ยังเปิดใจในที่ประชุมว่า&amp;nbsp; ไม่เคยรู้สึกว่านายกฯ รวบอำนาจแต่อย่างใด การทำงานร่วมกันเป็นเวลาเกือบ 2 ปีเป็นไปด้วยดี มีการพูดคุยหารือกันโดยตลอด และยังจะทำงานร่วมกันต่อไป เพื่อแก้ไขสถานการณ์นี้ให้ได้โดยเร็ว
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึง ส.ส.ภาคใต้ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ไม่พอใจและจะเคลื่อนไหวให้รัฐมนตรีของพรรคดูแลภาคใต้ต่อไป ภายหลังนายกฯ ยกเลิกคำสั่งมอบหมายรัฐมนตรีว่า เรื่องดังกล่าวตนไม่ได้คุยกับพลังประชารัฐ&amp;nbsp; เพราะเข้าใจว่าเป็นเรื่องของรัฐบาล และนายกฯ ไม่ได้แจ้งอะไร แต่ได้หารือกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ที่เห็นตรงกันว่าการออกคำสั่งดังกล่าวน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดในสถานการณ์นี้ และถัดจากนี้ หากจะมีเปลี่ยนแปลง ก็จะมีการหารือกัน เพื่อไม่ให้เป็นปัญหาโดยไม่จำเป็น และเรื่องนี้ก็น่าจะจบได้ นายกฯ ได้แจ้งในที่ประชุมแล้ว และการแบ่งงานให้รองนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบในเขตจังหวัดแทนการแบ่งให้รัฐมนตรีไปดูแล จึงเป็นการยกเลิก และยุติความเห็นที่ไม่ตรงกัน
เมื่อถามว่าปัญหาการแพร่ระบาดโควิดทำให้พรรคร่วมรัฐบาลไม่ลงรอยกัน จะกลายเป็นปัญหาถึงขั้นยุบสภาหรือไม่นั้น นายจุรินทร์กล่าวว่า การเป็นรัฐบาลผสมเป็นเรื่องปกติที่จะมีความไม่เข้าใจเกิดขึ้นบ้าง เพราะมาจากหลายพรรคการเมือง เป็นปกติของรัฐบาลผสมทั่วโลก จึงต้องทำความเข้าใจกัน เพื่อเป้าหมายการทำงานเพื่อบ้านเมือง และเชื่อว่านายกฯ จะพยายามแก้ไขจนปัญหาคลี่คลายและผ่านพ้นไปได้ สิ่งที่สำคัญคือพรรคร่วมรัฐบาลจะต้องช่วยกันแก้ปัญหาประเทศเพื่อประชาชน ขณะนี้รัฐบาลต้องเผชิญทั้งปัญหาเศรษฐกิจและการแพร่ระบาดโควิด มั่นใจว่ารัฐบาลจะสามารถแก้ไขปัญหาได้
นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การโอนอำนาจมาที่นายกฯ ก็เพื่อให้การทำงานคล่องตัวมากขึ้นในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีไม่ใช่หรือ พรรคร่วมฝ่ายค้านหยุดเรื่องการเมืองไว้ก่อนจะดีกว่า อย่าเอาความเดือดร้อนความเป็นความตายของประชาชนมาหากินบนความกระหายและกระสัน มีกิเลสตัณหาความอยากใคร่สูง กลับมามีอำนาจทางการเมืองของพวกตนเองโดยการไล่นายกฯ ให้ลาออก
นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กรณีที่นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความบอกให้ พล.อ.ประยุทธ์รีบหาวัคซีนแล้วค่อยลาออก จะได้มีความดีให้คนจดจำบ้างนั้น ถามจริงๆ ว่านายปลอดประสพยังสะกดคำว่าความดีถูกหรือไม่ จริงๆ แล้วนายปลอดประสพก็เพิ่งจะออกจากคุกมา ในความผิดมาตรา 157 ควรมีจิตสำนึกของความดีให้มากกว่านี้ และไม่ควรออกมาดูแคลนพล.อ.ประยุทธ์ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ทำความดีให้กับประเทศชาติและประชาชนมากมาย การแก้ปัญหาโควิดก็มีการสั่งการแก้ไขอุปสรรคปัญหาต่างๆ ไปหมดแล้ว ดังนั้นทุกฝ่ายควรร่วมมือกัน ไม่ใช่ออกมาขับไล่ท่านนายกฯ เช้า กลางวัน เย็น
นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคก้าวไกล ตั้งข้อสังเกตต่อกรณีการแถลงของ ศบค. เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ที่ระบุว่าพบข้อมูลระยะเวลาวันที่ทราบผลติดเชื้อจนถึงเสียชีวิต ค่าเฉลี่ย 3 วัน จึงอาจทำให้ตีความได้ว่าการระบาดของเชื้อโควิด-19 รอบนี้รุนแรงมาก เพราะติดเชื้อเพียงแค่ 3 วันก็เสียชีวิตแล้ว ระยะเวลา 3 วันดังกล่าวเริ่มนับจากวันที่ทราบผลติดเชื้อ จึงมีสมมติฐานที่สามารถคิดได้อีกมิติหนึ่ง คือการเสียชีวิตของผู้ติดเชื้ออาจจะเกิดขึ้นจากการรอคอยก็ได้ ซึ่งการรอคอยอาจจะเกิดขึ้นในกระบวนการ 4 รอ ได้แก่ หนึ่งรอคิวตรวจ, สองรอผลตรวจ, สามรอเตียง อย่าปล่อยให้ผู้ติดเชื้อต้องเสียชีวิตเพราะการรอคอย ไม่ว่าจะเป็นรอคิวตรวจ รอผลตรวจ รอเตียง หรือรอยา เพราะการรอต่างๆ เหล่านี้ ผู้ติดเชื้ออาจกำลังรอความตายอยู่ก็ได้
นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า จากกรณีที่มีกระแสในโลกออนไลน์เรื่องรถเมล์คนแน่นมาก ชีวิตมีความเสี่ยงมาก กลัวจะติดเชื้อโควิด ตนได้เคยเตือนไปถึง รมว.คมนาคมแล้ว แต่ท่านไม่ฟัง ท่านต้องเข้าใจเสียใหม่ว่า ขสมก.เป็นบริการสาธารณะ อย่ามองเรื่องกำไรหรือขาดทุน ในกรณีนี้ต้องเพิ่มความถี่เพื่อรักษาระยะห่างระหว่างคน ไม่ใช่ลดเพื่อรักษาระยะห่างระหว่างรถ และนี่เป็นหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในฐานะรัฐมนตรีที่ต้องกำกับดูแลไม่ให้ไปซ้ำเติมสถานการณ์ทางสาธารณสุขและบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน ท่านต้องทำหน้าที่ของตัวเองบ้าง
&amp;nbsp;พรรคกล้าออกแถลงการณ์เสนอให้รัฐบาลเยียวยาผู้ประกอบการร้านอาหาร หลังจากรัฐบาลมีมาตรการห้ามนั่งรับประทานอาหารที่ร้านในพื้นที่ 6 จังหวัดสีแดงเข้ม ขณะที่นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า กล่าวว่า ได้ทำข้าวกล่องแจกชุมชน ยานนาวา-บางคอแหลม และเมื่อวันที่ 29 เม.ย. ไปแจกที่ตลิ่งชัน-ภาษีเจริญ และจะกระจายไปทุกๆ เขตทั่วกรุงเทพฯ ทุกท่านสามารถมาลุยกล้าเติมอิ่มกับเราได้ และสามารถสมทบทุนข้าวจากชาวนาได้ที่โครงการเกษตรเข้มแข็ง เลขที่บัญชี 902-7-11390-2 ธนาคารกรุงเทพ ได้เช่นกัน
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า การอภิปราย 1-2 พ.ค. มีนักการเมืองและนักวิชาการเข้าร่วมเพื่อเสนอข้อมูลให้ประชาชนได้รู้ทันประยุทธ์ รวบอำนาจตามกฎหมาย 31 ฉบับว่าเปรียบเสมือนทำรัฐประหารเงียบ ยึดอำนาจจาก ครม.มาเป็นขอตัวเอง ตนจะชำแหละให้เป็นเรื่องราวกัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าประยุทธ์ไม่เชื่อน้ำยาของ รมต.ฝ่ายนักการเมือง ทั้งประชาธิปัตย์และภูมิใจไทย กลับทำตัวเป็นพวกสีทนได้อย่างหน้าตาเฉย กลับทำตัวไร้ราคา ไม่มีน้ำยา&amp;nbsp; เกียรติยศศักดิ์ศรีนักการเมืองไม่มี จึงยอมให้ประยุทธ์กดขี่ได้ปานนี้ เมื่อนักการเมืองไม่คัดค้าน และนิ่งเงียบเหมือนนักการเมืองเป็นทาสในเรือนเบี้ย พวกเราจะจัดเวทีไล่ออนไลน์แบบนี้ และต่อไปคงนัดยกระดับอีก อาจนัดเวลา 19.00 น. เปิดไฟฉายมือถือ พร้อมตะโกนกันทั่วประเทศว่า ประยุทธ์ออกไป
นายอมร วาณิชวิวัฒน์ อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออก ว่ามีความเป็นไปได้น้อยมากที่นายกรัฐมนตรีจะลาออก แต่มองว่าหากเกิดปัญหาหรือวิกฤติทางการเมือง คาดว่ารัฐบาลน่าจะใช้วิธียุบสภามากกว่า เพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชนเลือกผู้แทนเข้ามาบริหารประเทศ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101343</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, พรรคร่วมรัฐบาล, วิกฤติโควิด, วิกฤติไวรัส, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210430/image_big_608c182d2551e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99411</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายค้านตีฆ้อง คนเอือม‘บิ๊กตู่’ ใกล้วันยุบสภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝ่ายค้านแสนรู้ ปูดพรรคร่วมรัฐบาลจ้องเตรียมเสบียง-สะสมทุนก้อนใหญ่ ผ่าน พ.ร.บ.งบ 65 เพื่อรองรับอุบัติเหตุทางการเมือง &amp;quot;ยิ่งลักษณ์&amp;quot; ตีโพยตีพาย สงสารประชาชนเจอวิกฤติโควิดเพราะรัฐบาลไร้น้ำยา เจอลูกน้องเก่า &amp;quot;แรมโบ้&amp;quot; จับตีเข่าสั่งสอน อัดแค่นายกฯ หนีคดี ไม่มีราคา เอาเวลาไปช็อปปิ้งห้างหรู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;เมษายน นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองช่วงกลางเดือน เม.ย.-พ.ค.นี้ว่า ความร้อนแรงและความกดดันทางการเมืองน้ำหนักน่าจะอยู่ที่ความสำเร็จในการบริหารจัดการปัญหาโควิด-19&amp;nbsp;ระลอก 3&amp;nbsp;เป็นหลัก จะเริ่มเห็นการแสดงออกมากขึ้น อาจไม่ได้ออกมาในรูปแบบการชุมนุมอย่างเดียว แต่กลุ่มคนมีความหลากหลาย รวมถึงคนที่เคยสนับสนุนหรือไม่ได้เคยต่อต้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;nbsp; นายกฯ และ รมว.กลาโหม&amp;nbsp;ก็จะเริ่มออกมาแสดงออกทางการเมืองเพิ่มมากขึ้นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการพรรคก้าวไกลกล่าวว่า เมื่อสภาเปิดประชุมสมัยต่อไป พรรคร่วมรัฐบาลคงคาดหวังว่าการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ สะสมทุนทางการเมืองครั้งสุดท้ายก้อนใหญ่ที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหลังจาก พ.ร.บ.งบประมาณผ่านสภา มองว่า พรรคร่วมรัฐบาลนอกจากจะช่วยประคองงบรอบนี้ให้ผ่านไปให้ได้แล้ว เขายังเตรียมทางออกอื่นอีกหลายหน้าเอาไว้รับมือสถานการณ์การเมืองหลัง เม.ย.-พ.ค. เพราะอาจจะเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองในระยะเวลาอันใกล้โดยไม่คาดฝัน ซึ่งถ้าจะให้วิเคราะห์ก็อาจจะเป็นปลายปีนี้หรือต้นปี 2565&amp;nbsp;ก็เป็นได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรรคก้าวไกลต้องเตรียมพร้อมที่สุดตลอดเวลา หากยุบสภาให้ประชาชนได้กำหนดอนาคตตัวเอง พรรคก็พร้อม แม้ว่ายังมีเสียง ส.ว. 250&amp;nbsp;เสียงค้ำอยู่ ก็ต้องย้ำว่าจริงๆ การยุบสภาก่อนจะปิดสวิตช์ ส.ว.ได้ก็น่าเป็นห่วงอยู่ แต่แน่นอนหากยุบสภาขึ้นมาจริงๆ ก็เป็นโอกาสเปลี่ยนผ่านทางการเมืองอย่างสันติ โดยที่ไม่ต้องมีการเสียเลือดเสียเนื้อ&amp;nbsp; พรรคการเมืองต้องพร้อมทุกโอกาสทุกสนาม พรรคก้าวไกลเองอยู่ในช่วงเตรียมคัดสรรผู้สมัครรับเลือกตั้งอยู่ รวมถึงพัฒนานโยบายต่างๆ เพื่อรอสื่อสารกับประชาชนตลอดอยู่แล้ว&amp;quot;&amp;nbsp;เลขาธิการพรรคก้าวไกลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพริษฐ์ วัชรสินธุ แกนนำกลุ่ม Re-Solution&amp;nbsp;กล่าวถึงท่าทีการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลในช่วงหลังสงกรานต์ว่า ท่าทีรัฐบาลขยับขับเคลื่อนแก้รัฐธรรมนูญล่าช้ามาก สวนทางกับความตื่นตัวที่สูงขึ้นของประชาชน ตลอด 2 ปีล่าช้าเพราะความไม่จริงใจ ถ้าวิเคราะห์ว่ารัฐบาลควรทำอย่างไร ต้องมองไปถึง 3 ส่วนนี้&amp;nbsp; คือ 1.ความจริงใจของกลุ่ม ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ และ ส.ว.มีพฤติกรรมที่แสดงให้เห็นถึงความไม่ต้องการแก้รัฐธรรมนูญ ยื้อเวลาหลายครั้ง หยิบยกสารพัดข้ออ้าง เช่น คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมาคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระที่สาม 2.เราอยากเห็นความกล้าหาญของพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทยที่พร้อมจะยืนยันว่ารัฐธรรมนูญต้องได้รับการแก้ไข และก็กล้าที่จะเอาการอยู่ต่อในรัฐบาลเป็นเดิมพันในการขับเคลื่อนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พูดเสมอว่าเป็นหนึ่งในเงื่อนไขร่วมรัฐบาล แต่พอมาถึงจุดสำคัญทั้งสองพรรคยังไม่เคยกล้าออกมาพูดชัดเจนว่า ถ้าไม่มีการแก้รัฐธรรมนูญจะถอนตัวจากการเข้าร่วมรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหมจะเลี่ยงความรับผิดชอบไม่ได้ มักอ้างว่าเป็นเรื่องของสภา แต่นายกฯ มักเข้าใจผิด เช่น เราอยู่ในระบบรัฐสภา ไม่ใช่ระบบประธานาธิบดี ดังนั้นฝ่ายบริหารกับนิติบัญญัติมันแยกออกจากกันไม่ได้อยู่แล้ว นายกฯ มีพรรคที่มีเสียงข้างมากในสภา บวกกับ ส.ว.ที่ตัวเองแต่งตั้งขึ้นมา จะบอกว่าตัวเองขับเคลื่อนให้ไม่ได้ ตนว่ามันไม่จริงใจ แถมนายกฯ เองเคยประกาศเป็นนโยบายเร่งด่วน แต่ไม่เห็นความพยายามเป็นผู้นำของนายกฯ ที่จะออกมาชี้แจงให้ชัดถึงไทม์ไลน์และกรอบเวลาในการแก้รัฐธรรมนูญ พอมีคนถามนายกฯ ก็มักโบ้ยความรับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพริษฐ์กล่าวว่า สามส่วนนี้ต้องการความจริงใจ จาก ส.ส.พรรคพลังประชารัฐและ ส.ว. ต้องการเห็นความกล้าหาญของพรรคร่วมรัฐบาล และต้องการเห็นความรับผิดชอบของนายกฯ ในการเป็นผู้นำแก้รัฐธรรมนูญ หากสามสิ่งที่ตนเสนอยังไม่เกิดขึ้น แต่เกิดการยุบสภาก่อนโดยที่ยังไม่แก้รัฐธรรมนูญ นั่นไม่ใช่ทางออก ต้องตัดทิ้งต้นตอปัญหาก่อนเพื่อให้เกิดกติกาที่เป็นธรรม ให้ทุกพรรคได้แข่งขันกันด้วยกติกาที่เป็นกลาง ทั้งพลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทยและฝ่ายค้าน แข่งขันกันได้บนกติกาเดียวกัน&amp;nbsp; ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมี ส.ว.ในมือหนุนหลังร่วมโหวตนายกฯ ได้ หรือมี ส.ว.แต่งตั้งองค์กรอิสระได้ ตนจึงมองว่า การที่นายกฯ จะลาออกหรือจะมีการยุบสภาก็ไม่สามารถแก้วิกฤติได้ ถ้ายังไม่แก้รัฐธรรมนูญในประเด็นที่เป็นปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่ต้องระวังคือ ความพยายามของพรรคพลังประชารัฐ นำโดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พยายามเสนอแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา 5&amp;nbsp; ประเด็น นอกจากไม่แตะต้นตอปัญหาเรื่องโครงสร้างที่มาอำนาจ ส.ว.แล้ว ยังมีของแถมแก้ระบบเลือกตั้งเพื่อให้ประโยชน์แก่พรรคตนเองด้วย ผมเกรงว่าตรงนี้จะถูกใช้เป็นข้ออ้างว่ามีการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราแล้ว&amp;quot; นายพริษฐ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; โพสต์เฟซบุ๊กว่า &amp;quot;สงกรานต์ปีนี้ ขอส่งความรัก ความห่วงใย และความปรารถนาดีไปยังพี่น้องคนไทยทุกคนค่ะ&amp;nbsp; โดยเฉพาะช่วงนี้เป็นช่วงที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากอีกครั้งของสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&amp;nbsp;ที่กระจายตัวไปเป็นวงกว้าง เราทุกคนต่างบอบช้ำ แต่ก็ได้ปรับตัว เรียนรู้ และอดทน เพราะเราหวังว่าจะเห็นสถานการณ์เป็นไปในทางที่ดีขึ้น และทุกท่านจะได้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่วันนี้ดิฉันกลับรู้สึกเศร้าใจ ที่ยังไม่เห็นความพยายามในการแก้ปัญหาของรัฐบาลที่จะบริหารจัดการ ทำให้ความหวังของประชาชนเป็นจริง&amp;nbsp;ทั้งนี้ยังไม่นับรวมถึงปัญหาการเข้าถึงวัคซีนที่ยังต่ำไม่ทั่วถึง และการเปิดกว้างให้ทุกโรงพยาบาลเพื่อนำเข้าวัคซีนที่หลากหลาย เพื่อชะลอและป้องกันการติดเชื้อแก่พี่น้องประชาชนในอีกทางเลือกหนึ่ง สถานการณ์เช่นนี้ทำให้ต้องงดการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ งดการรวมตัว รวมถึงในหลายจังหวัดก็ต้องกักตัว หลายต่อหลายคนไม่ได้เจอหน้าครอบครัว แต่ดิฉันก็ขอให้พี่น้องทุกท่านมีช่วงสงกรานต์ที่ปลอดภัยไร้โรค&amp;nbsp; มีแรงกาย แรงใจ ฝ่าฟันอุปสรรค และกลับมามีรอยยิ้มได้โดยเร็วค่ะ&amp;quot; อดีตนายกฯ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวตอบโต้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ว่า ตั้งแต่เกิดการระบาดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ยืนยันว่านายกฯ และรัฐบาลได้พยายามแก้ไขปัญหามาโดยตลอด หามาตรการต่างๆ มาดูแลประชาชนทุกกลุ่ม มีมาตรการต่างๆ ออกมาช่วยเหลือเป็นที่พอใจของประชาชน ดังนั้นขอให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์อย่าวิพากษ์วิจารณ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐบาล หากยังไม่เห็นการทำงานว่ารัฐบาลทุ่มเทการแก้ไขปัญหาอย่างตั้งใจมากมายเพียงใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวอีกว่า เข้าใจว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่หลบหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศเป็นเวลานาน มีความเป็นอยู่ที่ดี คงจะไม่ได้รับผลกระทบจากโควิดเท่าไร&amp;nbsp;จึงอาจมองไม่เห็นว่านายกฯ และรัฐบาลได้ทำอะไรไปบ้างแล้ว และทำงานหนักอย่างไร ทางที่ดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้เป็นนายกฯ แล้ว และยังเป็นผู้ที่ทำผิดหลบหนีไปต่างประเทศ ควรอยู่นิ่งๆ และไม่ควรออกมาวิพากษ์วิจารณ์นายกฯ รัฐบาล หรือคนทำงานจะดีกว่า เพราะหากมีแต่จะพูดตำหนิเช่นนี้คงไม่เกิดประโยชน์อะไรกับประเทศชาติ และทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมอยากฝากถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ว่า มือไม่พายอย่าเอาเท้าราน้ำ อยากช็อปปิ้งห้างหรู ไปดื่มไวน์ทานอาหารแพงๆ&amp;nbsp; อย่างสุขสบายก็ไม่มีใครตำหนิ แต่กรุณาอย่ากล่าวหาใส่ความรัฐบาล และเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ทำงานทุ่มเทเสียสละอย่างเหนื่อยหนักโดยไม่เคยคิดโกงกินบ้านเมืองให้เสียกำลังใจเลย เพราะทุกคนทำงานแทบไม่มีเวลาไปหาความสุข ไปช็อปปิ้งถือกระเป๋าแบรนด์เนมหรูๆ ดื่มไวน์กินอาหารอร่อยๆ กับพี่ชายที่อยู่แดนไกลเหมือนนางสาวยิ่งลักษณ์ ถ้าไม่มีน้ำใจช่วยให้กำลังใจกัน ก็โปรดอย่าซ้ำเติมทำลายจิตใจคนทุ่มเททำงานเลยครับ&amp;quot;&amp;nbsp;นายเสกสกลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล หลังนายชัยธวัช&amp;nbsp; ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ออกมาระบุว่าจากปัญหาต่างๆ จะทำให้พรรคร่วมรัฐบาลเว้นระยะห่างระหว่างกันว่า&amp;nbsp; ความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลยังดีอยู่เหมือนเดิม&amp;nbsp; การทำงานต่างๆ ยังคงร่วมกันแก้ปัญหาด้วยดี โดยเฉพาะเรื่องการแก้ปัญหาโควิดที่กำลังระบาดในวันนี้ ไม่ได้มีความแตกแยกใดๆ เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า นายชัยธวัชออกมาตั้งข้อสังเกตเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย&amp;nbsp; และพรรคชาติไทยพัฒนาเว้นระยะห่าง นายชัยวุฒิกล่าวว่า&amp;nbsp; เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่อาจมีความเห็นไม่ตรงกันนั้น เป็นเรื่องความเห็นของพรรคการเมืองที่แต่ละพรรคจะมี&amp;nbsp; ขนาดพรรคร่วมฝ่ายค้านเองก็มีความเห็นที่ไม่ตรงกันในเรื่องนี้ ซึ่งประเด็นนี้ไม่เกี่ยวกับการร่วมรัฐบาล เพราะนายกฯ บอกแล้วว่าเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นเรื่องของสภาที่จะไปดำเนินการ เชื่อว่าจะหาข้อยุติกันได้ และยืนยันว่าพรรคร่วมรัฐบาลยังทำงานร่วมกันเหนียวแน่นเช่นเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวจากพรรคพลังประชารัฐแจ้งว่า กำหนดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่&amp;nbsp;1/2564&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;เม.ย.นี้ ที่โรงแรมรามา การ์เด้นส์นั้น ในเบื้องต้นยังคงเป็นวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;เม.ย.เช่นเดิม โดยมีมาตรการป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเข้มงวดตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp; และหลังจากนี้คงต้องจับตาดูสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;อีกประมาณ&amp;nbsp;2-3 วัน เพื่อประเมินว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรหรือไม่ ส่วนวาระการประชุมนั้นเป็นการประชุมสามัญประจำปี ซึ่งเป็นวาระตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนด ส่วนวาระอื่นยังไม่มีการแจ้งอะไรออกมา.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99411</URL_LINK>
                <HASHTAG>รองรับอุบัติเหตุทางการเมือง, วิกฤติโควิด, สะสมทุน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เตรียมเสบียง, ใกล้วันยุบสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210405/image_big_606b1da6b83b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64903</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯบุกพบนักธุรกิจเอง โพล‘ซูฮก’ทุ่มเทแก้ปัญหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นายกฯ โพสต์เฟซบุ๊ก ไปพบภาคสมาคมธุรกิจรับฟังความเดือดร้อน-ข้อเสนอแนะด้วยตนเอง เพราะวิกฤติโควิดใหญ่และซับซ้อนมาก ซูเปอร์โพลเผยผลสำรวจ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ได้คะแนนความตั้งใจทุ่มเททำงานแก้ปัญหาเกือบเต็มสิบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้โพสต์เฟซบุ๊ก &amp;quot;ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha&amp;quot; ว่า &amp;quot;เมื่อวันก่อน ผมเริ่มไปพบกับสมาคมภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก เพื่อรับฟังสถานการณ์ ความเดือดร้อน และข้อเสนอแนะด้วยตัวของผมเองโดยตรง เพิ่มเติมจากที่หน่วยงานของภาครัฐที่ได้ทำงานกันอย่างเต็มที่อยู่ในขณะนี้เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนคนไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามที่ผมเคยกล่าวไว้ว่าวิกฤติโควิด-19 ครั้งนี้ ใหญ่และซับซ้อนมาก หน้าที่ของเราคือต้องต่อสู้ไปด้วยกันแบบเป็นหนึ่งเดียวทั้งประเทศ เราต้องร่วมมือกัน ทุกภาคส่วน ทุกกลุ่มธุรกิจ และทุกคน ผมขอขอบคุณ คุณวิชิต ประกอบโกศล นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว คุณไพรัตน์ ห่านศรีสุข คุณสุรวัช อัครวรมาศ คุณพรทิพย์ หิรัญเกตุ คุณมิ่งขวัญ เมธเมาลี และ ดร.สุมาลี ว่องเจริญกุล สำหรับข้อมูลที่ดี และมีประโยชน์สำหรับผม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) ร่วมกับ ดร.พนม สีหาบุตร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ สถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ เสนอผลสำรวจภาคสนามเรื่อง เหลียวหลังแลหน้าขจัดโควิด-19 กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินการเก็บข้อมูลแบบผสมผสาน (Mixed Method) ทั้งการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ การลงพื้นที่ และการเก็บข้อมูลในโลกโซเชียล ทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,126 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 25 เมษายน-1 พฤษภาคม พ.ศ.2563 ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเหลียวหลังดูช่วงโควิดเริ่มระบาดจนถึงวันนี้ ผลประเมิน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในด้านต่างๆ เมื่อคะแนนเต็ม 10 คะแนน พบว่า ความตั้งใจทุ่มเททำงานแก้ปัญหาได้ 8.24 คะแนน รองลงมาคือเกาะติดใส่ใจแก้ปัญหาวิกฤติโควิด-19 ได้ 7.85 คะแนน อย่างไรก็ตาม ด้านอื่นๆ ได้คะแนนสอบผ่านแบบเฉียดฉิวและคาบเส้น ได้แก่ มาตรการต่างๆ ขณะแก้ปัญหา ได้ 5.29 คะแนน, การเยียวยาฟื้นฟูได้ 5.02 คะแนน และการเตรียมการรับมือปัญหาได้ 5.01 คะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าสนใจคือ รัฐมนตรีมีผลงานลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชนช่วงโควิด-19 (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ) พบว่า นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ลดค่าไฟ ลดราคาน้ำมัน แจกแอลกอฮอล์ และอื่นๆ ได้ร้อยละ 53.8 รองลงมาคือ นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แจกเงิน ลดภาษี และอื่นๆ ได้ร้อยละ 51.2 ในขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลดค่าไฟ ช่วยค่าน้ำประปา และอื่นๆ ได้ร้อยละ 43.3, นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ช่วยเหลือเกษตรกร แจกเงิน แก้ภัยแล้ง ได้ร้อยละ 12.9 และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม แจกหน้ากากอนามัย และอื่นๆ ได้ร้อยละ 11.8 ตามลำดับ
คนไทยส่วนใหญ่อยู่บ้านเพื่อชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าพิจารณาคือ สิ่งที่คนไทยทำร่วมขจัดปัญหาโควิด-19 ได้ดีกว่าประเทศอื่นๆ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 77.8 ระบุ ประชาชนทำตามมาตรการ อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ ได้ดี รองลงมาคือร้อยละ 75.0 ระบุประชาชนหัวใจคุณธรรมช่วยเหลือเกื้อกูลดูแลกันเอง, ร้อยละ 69.4 ระบุคนไทยตื่นตัว ตระหนัก ป้องกันตนเอง ใส่หน้ากากอนามัย มีเจลแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อตามจุดต่างๆ, ร้อยละ 65.6 ระบุคนไทยเชื่อฟัง และทำตามมาตรการต่างๆ ของรัฐบาล และท้ายสุดคือร้อยละ 53.9 ระบุรัฐบาลจัดการได้ดี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบการปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณฯ 63 เพื่อปรับกรอบและวงเงินของการบริหารหนี้สาธารณะให้สอดคล้องกับความต้องการในการกู้เงินใหม่ การบริหารหนี้เดิม และการชำระหนี้ของรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นๆ ของรัฐ โดยมีแผนการก่อหนี้ใหม่ ปรับเพิ่มสุทธิ 603,492 ล้านบาท จากเดิม 894,005 ล้านบาท รวมเป็น 1.49 ล้านล้านบาท ส่วนแผนบริหารหนี้เดิม ปรับเพิ่มขึ้นสุทธิ 204,627 ล้านบาท จากเดิม 831,150 ล้านบาท รวมเป็น 1.03 ล้านล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่แผนการชำระหนี้ ปรับลดสุทธิ 8,999 ล้านบาท จากเดิม 398,372 ล้านบาท เป็น 389,373 ล้านบาท สำหรับการปรับแผนการก่อหนี้ใหม่ของรัฐบาลที่ปรับเพิ่มขึ้นมากว่า 6.03 แสนล้านบาทครั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับการออก พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อดำเนินแผนงาน หรือโครงการภายใต้ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากวิกฤติโควิด-19 ซึ่งในส่วนนี้ต้องมีการกู้เงินระยะเร่งด่วน เพื่อจัดสรรให้กับการเยียวยาและช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบในระยะเร่งด่วน ซึ่งเตรียมวงเงินไว้รองรับตาม พ.ร.ก. วงเงิน 5.5 แสนล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า หลังจากกระทรวงการคลังเปิดให้ยื่นทบทวนสิทธิ์มาตรการเยียวยา 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน เพื่อเปิดทางให้ผู้เคยยกเลิกการลงทะเบียนด้วยความเข้าใจผิด สามารถขอรับสิทธิ์คืนอีกครั้งได้ โดยใช้ปุ่มสีม่วง &amp;quot;ยื่นทบทวนสิทธิ์&amp;quot; ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา ขณะนี้มีผู้ยื่นทบทวนสิทธิ์แล้วจำนวน 4.8 ล้านราย ในขณะที่กระทรวงคลังยังส่งทีมผู้พิทักษ์สิทธิ์ ทั้งกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานสังกัดกระทรวงคลัง ลงพื้นที่ตลอดต่อเนื่องทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ จนกว่าเสร็จสิ้นภารกิจ เพื่อติดตามข้อมูลที่เป็นประโยชน์ของประชาชน&amp;nbsp;
ยอดขอเยียวยาเพิ่มทุกวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนที่ผู้ไม่ผ่านเกณฑ์การคัดกรองมาตรการเยียวยา 5,000 บาท โดยยอมรับว่าเมื่อเปิดให้ทบทวนสิทธิ์ได้ จึงทำให้จำนวนผู้ขอทบทวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงตลอด ทำให้ทีมผู้พิทักษ์สิทธิ์ต้องใช้เวลามากขึ้นในการลงพื้นที่ ทั้งนี้ กระทรวงการคลังขอให้ผู้ลงทะเบียนเข้าไปตรวจสอบสถานะที่เว็บไซต์ เราไม่ทิ้งกัน.com เพื่อจะได้ทราบว่าผ่านเกณฑ์และได้รับสิทธิ์หรือไม่ เพราะขณะนี้ระบบได้นำข้อมูลผู้ที่ได้รับสิทธิ์มากกว่า 10 ล้านคนเข้าในระบบแล้ว จึงทำให้ยอดได้รับสิทธิ์เพิ่มขึ้นทุกวัน โดยกรณีที่มีปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากบัญชีธนาคาร ก็ขอให้ตรวจสอบว่าบัญชีกับทางแบงก์ว่ามีปัญหาอะไรหรือไม่สำหรับผู้ได้รับสิทธิ์ แต่มีปัญหาว่าเงินยังไม่เข้าบัญชี แสดงว่าบัญชีถูกปิด (ไม่มีการเคลื่อนไหวนานเกิน 1 ปี) หรือบัญชีไม่ตรง ซึ่งเป็นได้ทั้งชื่อ นามสกุล เลขที่บัญชี หรือชื่อธนาคารไม่ตรงกับชื่อผู้ลงทะเบียน จึงขอให้ผู้ลงทะเบียนเข้ามาแก้ไขตรงปุ่มสีเหลือง &amp;quot;เปลี่ยนแปลงข้อมูลการรับเงิน&amp;quot; ระบบจะตรวจสอบว่าบัญชีถูกต้องแล้วหรือไม่ และพร้อมโอนเงินให้ในรอบถัดไป โดยเน้นจ่ายเงินผ่านระบบพร้อมเพย์ผูกกับเลขบัตรประชาชน จะทำให้การโอนเงินสะดวก รวดเร็ว และถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ โพสต์เฟซบุ๊ก &amp;quot;เหรียญทอง แน่นหนา&amp;quot; ระบุว่า ผมขอประกาศตนอย่างชัดเจนว่าจะทำหน้าที่เป็นกรรมการคนหนึ่งในคณะที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจและผลกระทบจากสถานการณ์ระบาดโควิด-19 อย่างสุดกำลัง เต็มความสามารถ โดยไม่ขอรับผลตอบแทนใดๆ ผมจะทำงานให้ฟรีตามที่ผมเคยพูดไว้ ผมมีเจตนารมณ์ตั้งใจทำงานเพื่อชาติที่มี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ที่ผมพูดเสมอๆ ว่าเป็นผู้นำที่จะนำพาชาติไทยให้ฟันฝ่าวิกฤติโควิด-19 ไปได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงแม้ผมจะไม่ใช่นักวิชาการก็ตาม แต่ผมเชื่อมั่นว่าด้วยประสบการณ์และเจตนารมณ์ที่มุ่งมั่นแสวงหาแนวทางเพื่อเสนอแนะการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าทอดต่อธุรกิจต่างๆ อย่างต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ ให้เกิดการจ้างงานแก่คนในชาติสามารถดำรงชีวิตไปได้ตามอัตภาพในสถานการณ์โควิด-19 ที่จะลากยาวต่อเนื่องอีกหลายปี
ดินแดนปลอดภัยโควิด-19
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเห็นส่วนตัวของผม เห็นว่าประเทศไทยจะต้องใช้จุดแข็ง &amp;#39;ดินแดนปลอดภัยโควิด-19&amp;#39;, ใช้จุดแข็งด้านการแพทย์ &amp;#39;สุขภาพขับเคลื่อนเศรษฐกิจชาติ&amp;#39;, ใช้วิกฤติเป็นโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อหารายได้เข้าประเทศ, ใช้ทรัพยากรภายในประเทศที่ทิ้งร้างว่างเปล่าไม่เกิดผลผลิต [Productivity] ให้นำมาสร้างรายได้ เกิดการจ้างงาน ซึ่งเป็นแนวทางแก้ไขผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากสถานการณ์ระบาดโควิด-19 ที่จะช่วยประคับประคองการดำรงชีวิตของคนในชาติไปได้จนกว่าจะมีวัคซีนหรือยา หรือวิธีการอื่นใดที่มีประสิทธิผลในการป้องกันโควิด-19 ได้ ซึ่งสถานการณ์นี้อาจต้องใช้เวลานานนับปีที่เราจะปล่อยให้สภาพเศรษฐกิจและสังคมเป็นไปตามยถากรรมโดยไม่ดิ้นรนหาแนวทางไม่ได้อย่างเด็ดขาด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมขอเรียนท่านทั้งหลายว่า เพราะความห่วงใยต่อประเทศชาติ ไม่ต้องการเห็นสภาพล่มสลายทางเศรษฐกิจที่จะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของคนในชาติ ไม่อยากเห็นสภาพแร้นแค้นจนกระทั่งรัฐไม่มีงบประมาณแผ่นดินเพียงพอที่จะนำมาช่วยรักษาผู้ป่วยและพัฒนาประเทศในด้านอื่นๆ...ผมไม่ได้ดรามานะครับ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากท่านทั้งหลายมีความคิดสร้างสรรค์ สามารถส่งความคิดเห็นนั้นมาทางกล่องข้อความถึงผมด้วย ผมจะศึกษาและพยายามนำมาบูรณาการเป็นหนทางเพื่อนำเสนอคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจและผลกระทบจากสถานการณ์ระบาดโควิด-19 พิจารณาก่อนที่จะนำเสนอต่อศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดฯ ที่มีนายกฯ เป็น ผอ.ศูนย์ต่อไปครับ...(ผมไม่ได้ทำหน้าที่ใกล้ชิดนายกฯ นะครับ ได้โปรดอย่าเข้าใจผิด ระบบงานมีขั้นตอนนะครับ)
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมอยากเรียนเพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะส่วนตัวของผมว่า เมื่อผมมีหน้าที่เป็นผู้บังคับบัญชา [Commander] ผมจะเป็นคน &amp;#39;บู๊&amp;#39; ดุเดือดอย่างที่สาธารณชนเข้าใจกัน แต่เมื่อผมมีหน้าที่เป็นเสนาธิการ [Staff] ซึ่งเป็นงานฝ่ายอำนวยการ งานที่ปรึกษา ผมก็จะเป็นคน &amp;#39;บุ๋น&amp;#39; จะไม่ไปก้าวก่าย ก้าวล่วง ไม่ไปดุเดือด ผมตระหนักในหน้าที่และบทบาทของผมเสมอว่าหน้าที่ใดจะต้องรู้จักวางตนและมีบทบาทอย่างไร ดังนั้นเมื่อ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีให้ความไว้วางใจให้ผมทำหน้าที่เป็นกรรมการคนหนึ่งในคณะที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจและผลกระทบแล้ว ผมก็ต้องรู้หน้าที่และบทบาทในการเป็นแค่กรรมการคนหนึ่งในคณะที่ปรึกษาสิครับ &amp;nbsp;หน้าที่ตามคำสั่งนี้คือ ให้ความเห็นทางวิชาการ เสนอแนะแนวทางต่างๆ เพื่อป้องกันและแก้ไขผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากสถานการณ์ระบาดโควิด-19 เท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมจะไม่ไปก้าวก่าย ก้าวล่วงในหน้าที่ที่ไม่ใช่หน้าที่ของผมอย่างเด็ดขาด...ผมเคยเป็นเสนาธิการ [Staff] มาก่อนที่จะเป็นผู้บังคับบัญชา [Commander] จึงกล้าพูดได้ว่าผ่านมาทั้งบู๊และบุ๋นมาแล้ว...บทบาทนี้ผมจะบุ๋นนะครับ ...จะไม่ปากสุนัข ใจสัตว์ให้เห็นกันแล้วนะครับ&amp;quot; พล.ต.นพ.เหรียญทองระบุ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64903</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ภาคสมาคมธุรกิจ, วิกฤติโควิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200501/image_big_5eac013c00cb9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
