<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107638</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2021 20:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2021 05:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นวัตกรรุ่นเยาว์ปี 4 ชิงรางวัลเกียรติยศ  PM&#039;s AWARD for Health Promotion Innovation 2021</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สสส.จับมือมูลนิธิวายไอวาย บ่มเพาะนวัตกรรุ่นเยาว์ ปีที่ 4 ดึงศักยภาพเยาวชนร่วมแก้ปัญหาสุขภาวะของชาติ หวังให้คนไทยมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน 4 มิติ คือ กาย ใจ ปัญญา สังคม ชวนส่งไอเดียสร้างสรรค์ชิงรางวัลเกียรติยศ Prime Minister&amp;#39;s Award for Health Promotion Innovation 2021 ยิ่งใหญ่กว่าทุกปี พร้อมโอกาสพัฒนา ต่อยอด ใช้จริง!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; คนทั่วโลกต้องเผชิญกับภาวะวิกฤติโควิด-19 ส่งผลให้การดูแลรักษาสุขภาพกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการใช้ชีวิต ภารกิจป้องกันก่อนการรักษาจึงเป็นงานสำคัญของ สสส.เติบโตสู่ปีที่ 20 มุ่งมั่นให้เป็นจริง ด้วยความเชื่อมั่นในพลังของคนรุ่นใหม่ สสส.จับมือกับมูลนิธิวายไอวายจัดงาน Thai Health Innovation Awards เป็นการนำนวัตกรรมการสร้าง ซ่อม เข้ามาตอบโจทย์ในชีวิตของเรา อีกทั้งเป็นการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์คุณภาพออกสู่สังคม ช่วยแก้ไขปัญหาสุขภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ดร.ณัฐพันธุ์ ศุภกา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.ณัฐพันธุ์ ศุภกา รักษาการผู้อำนวยการสำนักวิชาการและนวัตกรรม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า การทำงานของ สสส. ในการสร้างเสริมสุขภาพ เน้นสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน คิดค้นนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพที่ช่วยสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และปรับเปลี่ยนปัจจัยแวดล้อมที่เอื้อให้คนไทยมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน 4 มิติ คือ กาย ใจ ปัญญา สังคม ด้วยความเชื่อมั่นในพลังและศักยภาพของเยาวชนคนรุ่นใหม่ รวมทั้งเครือข่ายครูที่เป็นกำลังสำคัญในการทำงานสร้างเสริมสุขภาพ สสส.จึงร่วมกับมูลนิธิวายไอวาย (why i why Foundation) จัดประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 4&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปีนี้ได้รับการยกระดับขึ้นเป็นรางวัลเกียรติยศจากนายกรัฐมนตรี Prime Minister&amp;rsquo;s Award for Health Promotion Innovation 2021 ถือเป็นรางวัลระดับชาติ ด้านนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติเยาวชน ครู อาจารย์ และสถาบันการศึกษา ในการร่วมขับเคลื่อนพัฒนานวัตกรสร้างเสริมสุขภาพของสังคมไทยอย่างจริงจังและยั่งยืน และผลักดันให้นวัตกรรมต่างๆ ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นจากการประกวดครั้งนี้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง และเกิดการขยายผลต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.ณัฐพันธุ์กล่าวต่อว่า สำหรับโจทย์การประกวดคือ นวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพที่ช่วยลดพฤติกรรมเสี่ยง หรือส่งเสริมให้คนมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน และตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน 8 ประเด็น ได้แก่ 1.ลด ละ เลิกการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2.ลด ละ เลิกการสูบบุหรี่ 3.ลดอุบัติเหตุ และสร้างเสริมความปลอดภัยทางถนน 4.เพิ่มการบริโภคผักผลไม้ และอาหารที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ 5.เพิ่มกิจกรรมทางกาย หรือลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 6.สร้างเสริมความเข้าใจสุขภาวะทางเพศ 7.การจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และ 8.สร้างเสริมสุขภาพจิต/การจัดการอารมณ์และความเครียด การประกวดครั้งนี้ถือเป็นการเปิดโอกาสให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้แสดงความคิดสร้างสรรค์ ได้รับการบ่มเพาะทักษะในการประดิษฐ์คิดค้น ต่อยอดนวัตกรรม ผ่านการวิเคราะห์โดยใช้วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ และเทคโนโลยี รวมทั้งปลูกฝังแนวคิดด้านการสร้างเสริมสุขภาพในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ เพื่อนำไปแก้ไขปัญหาสุขภาพในชุมชนและสังคมได้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;จากการประกวด 3 ครั้งที่ผ่านมา เกิดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพที่มาจาก &amp;ldquo;นวัตกรรุ่นใหม่&amp;rdquo; ซึ่งถูกนำไปพัฒนาต่อยอดเพื่อใช้งานจริง อาทิ ผลงาน &amp;ldquo;เสาหลักจากยางพารา&amp;rdquo; เพื่อมาตรฐานความปลอดภัยทางถนน ได้ขยายผลเสาหลักยางพาราในถนนบางสายของจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยการสนับสนุนของผู้ว่าราชการจังหวัด และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมนำไปเป็นนโยบายเปลี่ยนเสาหลักนำทางจากยางพาราทุกหลักทั่วประเทศกว่า 7 แสนต้น เพื่อช่วยลดอุบัติเหตุ ภายในปีงบประมาณ 2565 โดยใช้งบประมาณรวม 1,402 ล้านบาท หรือ &amp;ldquo;เครื่องสลัดน้ำมันจากการทอด&amp;rdquo; เพื่อคนรักสุขภาพ มีผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็ก นำไปใช้ในธุรกิจ เป็นต้น ซึ่งเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการล้วนมีศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ ยิ่งได้รับการพัฒนาศักยภาพ ยิ่งค้นพบว่าเยาวชนไทยมีความสามารถอย่างมาก&amp;rdquo; ดร.ณัฐพันธุ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับการประกวดครั้งนี้ แบ่งเป็น 1.ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 2.ระดับอาชีวศึกษา (ปวช. หรือเทียบเท่า) เปิดรับข้อเสนอโครงการตั้งแต่วันนี้-15 กรกฎาคม 2564 ทีมที่ผ่านการคัดเลือกจะได้ร่วมกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ (workshop) เพื่อเรียนรู้แนวคิดการสร้างเสริมสุขภาพ และกระบวนการออกแบบนวัตกรรมที่ช่วยแก้ปัญหาสังคม โดยผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานระดับประเทศ รวมรางวัลมูลค่ากว่า 200,000 บาท พร้อมโอกาสในการต่อยอดนวัตกรรม ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thaihealth.or.th/inno หรือ https://xn--www-epl.facebook.com/pmhealthpromotioninnoaward&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;เสาหลักนำทางจากยางพารา&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;ลดความรุนแรงจากอุบัติเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ต่อยอดนวัตกรรมจากเวทีประกวด สู่การแก้ไขปัญหาชุมชน ผลงานการประกวดรางวัลนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพรุ่นที่ 1 เสาหลักนำทางจากยางพารา รางวัลชนะเลิศระดับ ปวช. วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี ไปไกลกว่าที่คิด เพราะได้รับความสนใจจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่งเสริมต่อยอดช่วยให้ผลงานของเยาวชน แก้ปัญหาได้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อ.ชาญชัย แฮวอู อ.ที่ปรึกษาโครงการ (สาขาช่างเชื่อม) ครูชำนาญการพิเศษ แผนกวิชาเทคนิคโลหะ วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี เล่าถึงผลงานชนะเลิศระดับ ปวช.ของนักศึกษาขณะเรียนระดับ ปวช. วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี ซึ่งประกอบไปด้วย ธรรมนูญ รุจิญาติ ขณะนี้ศึกษาต่อคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระนครเหนือ, รัตนพงศ์ แก้วนารา ขณะนี้ทำธุรกิจเปิดร้าน stainless อยู่ที่ จ.สุราษฎร์ธานี, สิทธิกร อินทแสง ขณะนี้ศึกษาต่อคณะครุศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระนครเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทางวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ฯ มีนโยบายให้นักศึกษาคิดค้นนวัตกรรมช่วยเหลือชุมชน สังคม เกษตรกรส่วนใหญ่ในภาคใต้ปลูกยางพาราผลิตภัณฑ์ในชุมชนถึง 70% ขณะนั้นราคายางพาราตกต่ำมาก 3 กก./100 บาท จึงรับซื้อยางพาราด้วยสนนราคา กก.ละ 100 บาท เป็นการช่วยเหลือเกษตรกร นำมาแปรรูป ใช้น้ำยางพาราเป็นส่วนผสมกับขี้เลื่อยจากเศษไม้ ผักตบชวา ถุงพลาสติก เศษขยะนำมาบดแห้งขึ้นรูปเป็นแม่พิมพ์ทำเสาหลักยางพาราสวยงามใช้นำทางและยังลดแรงกระแทกเมื่อเกิดอุบัติเหตุ พร้อมกับติดตั้งเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย ติดตั้งระบบ GPS และ Application แจ้งเตือนจุดหรือพื้นที่เกิดเหตุ โดยเชื่อมกับ line ของมูลนิธิหรือหน่วยกู้ภัยเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบเหตุได้อย่างทันท่วงที จากเดิมที่ใช้เสาปูนซีเมนต์เมื่อชนแล้วเกิดแรงกระแทก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปกติที่สุราษฎร์ฯ มีอุบัติเหตุจากรถมอเตอร์ไซค์ รถนานาชนิด ผลงานนวัตกรรมเสาหลักนำทางจากยางพาราเป็นหนึ่งในนโยบายของจังหวัดที่ให้จัดทำถนนเสาหลักยางพารา 1,156 ต้น เพื่อนำร่องเส้นทางลดอุบัติเหตุ และส่งเสริมผลผลิตยางพาราในชุมชน พร้อมกับได้รับรางวัลผลงานเด่นด้านความปลอดภัยทางท้องถนน จากนายกรัฐมนตรีในปี 2562 โดยศูนย์ความปลอดภัยทางท้องถนน ต่อไปนำไปพัฒนาต่อยอดทำเป็นแท่งแบริเออร์กั้นทางบนเกาะกลางถนนจากยางพารา และยางกั้นล้อรถหรือ wheel stop ของช่องจอดรถ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อเศรษฐกิจชาวบ้านในชุมชนดีขึ้นเป็นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้โดยตรง &amp;ldquo;การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับยางพารา เป็นการช่วยชาวบ้านเปลี่ยนน้ำตาให้กลายเป็นเสียงหัวเราะ ผมเป็นคนนครฯ จบเทคนิค ปวช.นครฯ ปวส.ราชมงคล สงขลา ปริญญาตรีสถาบันราชมงคล วิทยาเขตเทเวศร์ ปริญญาโท สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (บางมด) หลังจากที่เรียนจบปริญญาตรีทำงานเป็นวิศวกรโรงงาน บ.TPI สระบุรี จนฟองสบู่แตกปี 2538 จึงสอบบรรจุเป็นข้าราชการอยู่สุราษฎร์ฯ มาแล้ว 25 ปี ที่นี่ได้ทำงานอยู่กับธรรมชาติ สังคมชาวบ้านในชุมชนน่าอยู่ ผมลงชุมชนบ่อยมากรู้ถึงความต้องการชาวบ้านอยากได้ที่ตากปลาเค็มที่ถูกสุขลักษณะ เราทำโครงการขอทุนจากกระทรวงการอุดมศึกษาฯ สร้างโรงอบปลาใช้พลังงานแสงอาทิตย์&amp;rdquo; อ.ชาญชัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อ.ชาญชัยกล่าวว่า สสส.จัดประกวดนวัตกรรมสู่การแก้ไขปัญหาชุมชนในปีแรก วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ฯ ได้แชมป์ชนะเลิศ และรองชนะเลิศ รางวัลรองชนะเลิศ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการสระผมผู้ป่วยและผู้สูงอายุที่นั่งเก้าอี้รถเข็น เพื่อลดอุบัติเหตุจากการเคลื่อนย้ายผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยที่นั่งเก้าอี้รถเข็น และอำนวยความสะดวกแก่ผู้ดูแลในการสระผม ด้วยการพัฒนาผลงานให้พกพาสะดวก พับเก็บง่าย มีน้ำหนักเบา ต่อมอเตอร์เพื่อสะดวกต่อการใช้งานและสามารถรับน้ำหนักได้ถึง 100 กก. มีการพัฒนารูปแบบให้กะทัดรัด พับเก็บสะดวกมากยิ่งขึ้น เหมาะสมสำหรับสถานพยาบาลเอกชนที่ให้บริการดูแลผู้สูงอายุในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อ.ชาญชัยกล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่า ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้รับราชการ ทำงานมาแล้ว 25 ปี ได้รับรางวัลสูงสุด รางวัลข้าราชการพลเรือนดีเด่น ครุฑทองคำรับจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในวันข้าราชการเมื่อปี 2561 เป็นข้าราชการครูคนเดียวของ จ.สุราษฎร์ฯ ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้คัดเลือกให้เข้าไปรับรางวัล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ก่อนหน้านี้เคยรับรางวัล Special Awards on Stage เหรียญทองระดับนานาชาติ นวัตกรรมอุปกรณ์ตัดสับปะรดในไร่ ปกติเกษตรกรใช้มีดตัดสับปะรดทำให้เกิดอุบัติเหตุเจอสัตว์เลื้อยคลาน ได้รับอันตราย อีกทั้งยังเป็นแผลจากตาสับปะรด อาจารย์และนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ฯ ช่วยกันคิดค้นอุปกรณ์ช่วยเหลือเกษตรกร เป็นการรับรางวัลจากประธานาธิบดีเกาหลีใต้ บนเวทีใหญ่ที่ประเทศเกาหลีใต้ วันประดิษฐ์นานาชาติ ปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รางวัลเหรียญเงิน เจนีวา เวทีสวิตเซอร์แลนด์ คิดค้นนวัตกรรม นำผ้าทอชาวบ้านย้อมสีธรรมชาติจากเปลือกมะพร้าวหรือดอกอัญชัน หรือขมิ้น เคลือบด้วยสารนาโนทำให้น้ำไม่ซึมด้วยทฤษฎีน้ำบนใบบอนจะกลิ้ง ทำเป็นผลิตภัณฑ์กระเป๋า เสื้อกันฝน ผ้าคลุมรถ แทนการใช้ผ้ายาง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รางวัลเหรียญทองที่ประเทศมาเลเซีย รางวัล Special ไต้หวัน 2 เหรียญทอง นำนวัตกรรมจากอิฐสร้างบ้านมารีไซเคิล ชาวบ้านมีโรงงานผลิตอิฐแดง นำขวดแก้วมาป่นแทนเม็ดทราย ที่ต่างจังหวัดจะมีการนำขยะมาแลกกับไข่ &amp;ldquo;งานทั้งหมดนี้เป็นงานคิดค้น ต้องให้ภาคราชการและภาคเอกชนเข้ามาสนับสนุนต่อยอดความคิดเป็นสิ่งประดิษฐ์ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปีนี้ผมลงพื้นที่สร้างนวัตกรรมให้ชาวบ้าน ของบประมาณจากสำนักงานอาชีวศึกษาสร้างนวัตกรรมให้ชาวบ้านมีรายได้มากขึ้น ที่ภาคใต้ปลูกมังคุดเยอะมาก เปลือกมังคุดเป็นขยะ มีสัตวแพทย์จากชุมพรคิดสูตรเพิ่มมูลค่าเปลือกมังคุด หมักเป็นน้ำทำเป็นยาฆ่าแมลงป้องกันเชื้อราในต้นทุเรียน ต้นเงาะ ทำสบู่ ถ่านให้ความร้อน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อ.ชาญชัยกล่าวว่า เด็กช่างไม่เก่งในการนำเสนองานต่างไปจากเด็กระดับมัธยม ระดับมหาวิทยาลัย เราต้องช่วยกันเปลี่ยนให้เด็กอาชีวะนำเสนอผลงานแบบไม่อายใคร เป็นกำไรของชีวิต ขณะนี้มีเด็กสอบเข้ารับราชการเป็นทหารช่าง เด็กวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ฯ ได้รางวัล 1 รร. 1 นวัตกรรม เครื่องซีลผักใช้สุญญากาศ แต่เดิมใช้ไฟฟ้าในการดูดอากาศ ไม่ให้ผักเสีย ถ้าเรานำพลังงานน้ำที่มีความหนาแน่น ดันอากาศออก เพื่อให้ผักมีความสดมากกว่าปกติ ผักจะไม่ช้ำเก็บไว้ในตู้เย็นได้เป็นสัปดาห์ งานนวัตกรรมนี้ได้รับรางวัล Special Award ที่ประเทศสิงคโปร์ ในงานวันประกวดนักประดิษฐ์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;รวมผลงานเด็ด &amp;ldquo;นวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ&amp;rdquo; รางวัลชนะเลิศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้วยความเชื่อมั่นในพลังของคนรุ่นใหม่และศักยภาพของเยาวชน รวมทั้งเครือข่ายครูที่จะเป็นกำลังสำคัญในการทำงานสร้างเสริมสุขภาพ สร้างนวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลงสังคมและผู้คนให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สสส.และมูลนิธิวายไอวาย ได้ร่วมกันจัดโครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ (ThaiHealth Inno Awards) ขึ้น เพื่อสร้างโอกาสให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้แสดงความคิด ความสามารถ ได้รับการบ่มเพาะทักษะความสามารถในการประดิษฐ์ คิดค้น ต่อยอดนวัตกรรม ผ่านการวิเคราะห์โดยใช้วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ และเทคโนโลยี รวมทั้งปลูกฝังแนวคิดด้านการสร้างเสริมสุขภาพ ในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ เพื่อนำไปแก้ไขปัญหาสุขภาพในชุมชนและสังคมได้จริง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แบ่งการประกวดเป็น 2 ระดับ ได้แก่ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-6) และระดับอาชีวศึกษา (ปวช. หรือเทียบเท่า) ทั่วประเทศ โดยจัดติดต่อกันมาตั้งแต่ปี 2560 ถึงปัจจุบันเป็นจำนวน 3 ครั้ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เราขอรวมผลงาน &amp;ldquo;นวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ&amp;rdquo; รางวัลชนะเลิศมาให้เห็นกันชัดๆ อีกทีว่าเด็ดขนาดไหน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;การประกวดครั้งที่ 1 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;bull; ผลงาน &amp;ldquo;NPK EASY&amp;rdquo; 5 กิจกรรมพัฒนาชุมชนหนองป่าครั่ง ถังปุ๋ยหมักแบบเติมอากาศ เลี้ยงไส้เดือนแบบคอนโดฯ ปลูกผักไฮโดรออร์แกนิกบ็อกซ์ เลี้ยงจิ้งหรีด ปลูกผักบุ้งและดอกทานตะวันในตะกร้า ที่ช่วยสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน ปัจจุบันหนองป่าครั่งกลายเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้การทำเกษตรในพื้นที่จำกัด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;bull; ผลงาน &amp;ldquo;เสาหลักจากยางพารา&amp;rdquo; เพื่อมาตรฐานความปลอดภัยทางถนน และได้ขยายผลเสาหลักยางพาราในถนนบางสายของจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยการสนับสนุนของผู้ว่าราชการจังหวัด และกรมทางหลวงชนบทขานรับนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปลี่ยนเสาหลักนำทางยางพาราทั่วประเทศกว่า 7 แสนต้น เพื่อช่วยลดอุบัติเหตุ ภายในปีงบประมาณ 2565 โดยใช้งบประมาณรวม 1,402.172 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;การประกวดครั้งที่ 2 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;bull; ผลงาน &amp;ldquo;D&amp;amp;C Air pollution&amp;rdquo; ทีม Safe Zone ระดับมัธยมศึกษา&amp;rdquo; ไอเดียของ ศรันย์รักษ์ ฐิติกุลนิธิ นพกฤษฏิ์ นิธิชัยสถิต และพันธบัตร ใบบุตร จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ธนบุรี กรุงเทพฯ ที่นำเอาปัญหาเรื่องฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 มาพัฒนาเป็นเครื่องมือตรวจวัดและแจ้งเตือน โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนบางขุนเทียน โดยติดตั้งอุปกรณ์บนหมวกกันน็อกของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง มีการทำแผนที่อากาศผ่านเว็บไซต์ที่แสดงผลแบบเรียลไทม์ตามช่วงเวลา พร้อมกับคำแนะนำเพื่อเตรียมอุปกรณ์ป้องกัน ซึ่งจะทำให้ทุกคนตระหนักถึงปัญหาและช่วยกันลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดฝุ่นละออง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;bull; ผลงาน &amp;ldquo;เครื่องสลัดน้ำมันจากการทอด&amp;rdquo; ทีม &amp;ldquo;ต้นยางสารภี&amp;rdquo; &amp;ldquo;รางวัลชนะเลิศระดับอาชีวศึกษา&amp;rdquo; ซึ่งเป็นผลงานของ จอมขวัญ ลุงต๋า และเทพพิทักษ์ อินคำ จากวิทยาลัยเทคนิคสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยพฤติกรรมนิยมอาหารทอดของคนไทย จึงออกแบบเครื่องสลัดน้ำมัน โดยใช้หลักการปั่นผ้าแห้งของเครื่องซักผ้า ใช้แรงเหวี่ยงหมุนสะบัดเพื่อให้เหลือน้ำมันตกค้างในอาหารน้อยที่สุด มีขนาดเล็กราคาถูกสามารถใช้ได้ในครัวเรือน หรือพัฒนาให้เหมาะสมกับเชิงพาณิชย์ได้ สิ่งที่สำคัญก็คือสามารถกระตุ้นให้ผู้บริโภคตระหนักถึงการดูแลรักษาสุขภาพ จากการได้มองเห็นถึงความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากน้ำมันปริมาณจำนวนมากที่ต้องรับประทานเข้าไปในแต่ละเมนู&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;เครื่องสลัดน้ำมันจากการทอด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;การประกวดครั้งที่ 3&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;bull;&amp;middot;Real Time Exercise Game by Instagram Filter จากทีม 16 ยังแจ๋ว ระดับมัธยมศึกษา จากโรงเรียนชลกันยานุกูล รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้แก่ อุปกรณ์เตือนภัยขาตั้งสำหรับรถจักรยานยนต์ 1 ได้ถึง 3 (ขาตั้งสติแตก) จากทีม IF โรงเรียนวังโพรงพิทยาคม รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ตุ๊กตาช่วยเตือนจุดเสี่ยง เพื่อความปลอดภัยในการขับรถ ทีม Mito Team โรงเรียนศรีตระกูลวิทยา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0in; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;bull;&amp;middot;FIFO light นวัตกรรมในซอยแคบ ระดับอาชีวศึกษา ทีม R-lu-mi-right จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาบริหารธุรกิจวิทยาสงขลา รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ เกมเพื่อส่งเสริมกิจกรรมการเคลื่อนไหวสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะความดันโลหิตสูง &amp;ldquo;น้องจุกผจญภัย&amp;rdquo; ทีมน้องจุกจากวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ เครื่องผลิตปุ๋ยจากเศษอาหารสําหรับครัวเรือนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ จากทีม SRPC Save the world วิทยาลัยสารพัดช่างสุราษฎร์ธานี และมีรางวัลพิเศษ Rising star ที่มีความคิดสร้างสรรค์ ที่มีโอกาสพัฒนาต่อในอนาคตได้ 2 รางวัล ได้แก่ ระดับมัธยมศึกษา Water scrubber system face mask หน้ากากจากระบบบำบัดอากาศแบบเปียก (D-mask ดีม้ากกก) ทีมวุยก๊กจะเฟื่องฟูศัตรูจะแพ้พ่าย โรงเรียนชลราษฎรอำรุง ได้แก่ ระดับอาชีวศึกษา ได้แก่ BizcomPN (SEX EDUBOT) ทีม BizcomPN วิทยาลัยการอาชีพปัตตานี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107638</URL_LINK>
                <HASHTAG>D&amp;C Air pollution, FIFO light, NPK EASY, PM&#039;s AWARD for Health Promotion Innovation 2021, Real Time Exercise Game by Instagram Filter, Special Awards on Stage, ThaiHealth Inno Awards, why i why Foundation, กาย ใจ ปัญญา สังคม, การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับยางพารา, คนไทยมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน 4 มิติ, ชิงรางวัลเกียรติยศ, ดร.ณัฐพันธุ์ ศุภกา, ต้นยางสารภี, นวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ, นวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพที่ช่วยลดพฤติกรรมเสี่ยง, นวัตกรรุ่นเยาว์ปี 4, นวัตกรรุ่นใหม่, ปลูกยางพารา, มูลนิธิวายไอวาย, รักษาการผู้อำนวยการสำนักวิชาการและนวัตกรรม, รางวัลชนะเลิศระดับ ปวช., ลดแรงกระแทกเมื่อเกิดอุบัติเหตุ, วิกฤติโควิด-19, วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี, สสส., สสส.เติบโตสู่ปีที่ 20, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, สำนักวิชาการและนวัตกรรม, อ.ชาญชัย แฮวอู, เครื่องสลัดน้ำมันจากการทอด, เสาหลักนำทางจากยางพารา, เสาหลักยางพารา, แก้ปัญหาสุขภาวะของชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210625/image_big_60d5d5105ccbb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102626</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2021 10:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2021 10:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เบทาโกร X บาร์บีคิวพลาซ่า ชูคอนเซ็ปต์ “อร่อยฟิน กินอยู่บ้าน” ส่งมอบอาหารคุณภาพพร้อมความอร่อยรับนิว นอร์มอล </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เครือเบทาโกร ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารคุณภาพชั้นนำของประเทศไทย จับมือ บาร์บีคิวพลาซ่า แบรนด์ร้านอาหารชื่อดัง ของ บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด ผู้นำธุรกิจร้านอาหารชั้นนำของประเทศ ร่วมส่งมอบอาหารคุณภาพพร้อมความอร่อย วางจำหน่ายแล้วที่โมเดิร์นเทรดวันนี้!&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครือเบทาโกร ร่วมกับ บริษัท ฟู้ด แพชชั่น จำกัด เปิดตัวชุดผลิตภัณฑ์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ &amp;ldquo;อร่อยฟิน กินอยู่บ้าน&amp;rdquo; ชูจุดเด่นเนื้อหมูคุณภาพดีจากเบทาโกรและเอสเพียว ที่ผ่านการคัดสรรเนื้อหมูส่วนที่ดีที่สุดอย่าง สันคอหมู สันนอกหมู หมูสามชั้น พร้อมวัตถุดิบซิกเนเจอร์ อย่างคามะจัง และน้ำจิ้มบาร์บีคิวสูตรต้นตำรับของบาร์บีคิวพลาซ่า โดยมี นายกฤษณะ วุฒิประเสริฐกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักการตลาด กลุ่มธุรกิจอาหาร เครือเบทาโกร และนางสาวบุณย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านการสร้างโอกาสทางการตลาด กลุ่มธุรกิจอาหาร&amp;nbsp; ฟู้ดแพชชั่น&amp;nbsp; ร่วมส่งมอบความอร่อย คุณภาพ สด สะอาด และปลอดภัย ตอบรับวิถีใหม่ของผู้บริโภค&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฤษณะ วุฒิประเสริฐกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักการตลาด กลุ่มธุรกิจอาหาร เครือเบทาโกร เผยว่า &amp;ldquo;เครือเบทาโกรมุ่งมั่นยกระดับอุตสาหกรรมอาหารของประเทศ นอกจากส่งมอบอาหารคุณภาพและปลอดภัยแล้ว เรายังเน้นการมองหาพันธมิตรในการร่วมส่งมอบอาหารคุณภาพและปลอดภัยสู่ผู้บริโภคในวงกว้างมากขึ้น&amp;nbsp; การผนึกกำลังร่วมกันครั้งนี้ เป็นการนำจุดเด่นของทั้งสองแบรนด์มาผสมผสานกัน คือ คุณภาพจากแบรนด์เบทาโกรและเอสเพียว และความอร่อยของน้ำจิ้มสูตรเด็ดที่มีชื่อเสียงจากบาร์บีคิวพลาซ่า มาร่วมกันขยายช่องทางการจัดจำหน่ายอาหารคุณภาพ เพื่อส่งมอบสิ่งดี ๆ ให้แก่ผู้บริโภค โดยเฉพาะในช่วงนิว นอร์มอล ที่ผู้บริโภคหันมาสนใจทำอาหารรับประทานเองที่บ้านมากขึ้น&amp;rdquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวบุณย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านการสร้างโอกาสทางการตลาด กลุ่มธุรกิจอาหาร ฟู้ดแพชชั่น กล่าวว่า &amp;ldquo; การตัดสินใจจับมือกับเบทาโกร คือการเพิ่มช่องทางการขายสินค้า สู่การวางจำหน่ายที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ช่วยเพิ่มช่องทางการสร้างรายได้ให้แก่บริษัทฯ ในแบบที่ฟู้ดแพชชั่นยังไม่เคยทำมาก่อน โดยครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในการจับมือเป็นพันธมิตรใหม่กันแบบระยะยาว ในการทำกลยุทธ์การตลาดแบบ Licensing Partnership เพื่อร่วมผนึกกำลังส่งเสริม และสนับสนุนการยกระดับวงการอุตสาหกรรมอาหาร ด้วยการส่งมอบชุดอาหารสดที่มีคุณภาพไปยังผู้บริโภคในราคาเป็นมิตร ท่ามกลางวิกฤติโควิด 19 ระลอก 3 พร้อมเดินหน้าบุกตลาดโมเดิร์นเทรดอย่างเต็มรูปแบบ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค ที่ยังคงออกมาเลือกช้อปผลิตภัณฑ์อาหารสด กลับไปประกอบอาหารรับประทานเองที่บ้าน&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบทาโกรชวน GON พาอร่อยฟินถึงบ้าน ประกอบด้วย &amp;ldquo;เบทาโกร X บาร์บีกอน ชุดเนื้อหมูอนามัยคุณภาพสูง&amp;rdquo; ในราคาเพียง 299 บาท วางจำหน่ายที่บิ๊กซี&amp;nbsp; &amp;ldquo;เอสเพียว X บาร์บีกอน ชุดเนื้อหมูสุขภาพดี ปลอดสาร ระดับพรีเมียม&amp;rdquo;&amp;nbsp; ราคา 399 บาท วางจำหน่ายที่ วิลล่า มาร์เก็ต กูร์เมต์ มาร์เก็ต ท็อปส์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต และเดียร์ ทัมมี่ รวมกว่า 79 สาขา ในกรุงเทพมหานคร เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2564 และตั้งเป้าขยายจุดวางจำหน่ายออกสู่ต่างจังหวัด ในซุปเปอร์มาร์เก็ต และไฮเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำกว่า 400 สาขาทั่วประเทศ ในวันที่ 1 มิถุนายน 2564&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102626</URL_LINK>
                <HASHTAG>GON, Licensing Partnership, กูร์เมต์ มาร์เก็ต, ท็อปส์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต, นางสาวบุณย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์, นายกฤษณะ วุฒิประเสริฐกุล, บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด, บาร์บีคิวพลาซ่า, บิ๊กซี, วิกฤติโควิด 19, วิลล่า มาร์เก็ต, อร่อยฟิน กินอยู่บ้าน, เครือเบทาโกร, เดียร์ ทัมมี่, เบทาโกร X บาร์บีกอน ชุดเนื้อหมูอนามัยคุณภาพสูง, เอสเพียว, เอสเพียว X บาร์บีกอน ชุดเนื้อหมูสุขภาพดี ปลอดสาร ระดับพรีเมียม, โมเดิร์นเทรด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210512/image_big_609b4995ab847.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77255</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘จับกัง1’เปล่าโม้ มี‘ตำแหน่งงาน’ กว่า1ล้านอัตรา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เสี่ยเฮ้ง&amp;rdquo; ไม่ได้โม้! เผยมหกรรม &amp;ldquo;จ๊อบเอ็กซ์โป ไทยแลนด์&amp;rdquo; เปิดตำแหน่งงานกว่า 1 ล้านอัตรา ช่วยคนพ้นจากวิกฤติโควิด-19 คาด 1 ปีกระตุ้นเศรษฐกิจเกือบ 2 แสนล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 12 กันยายน นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดงานจ๊อบเอ็กซ์โป ไทยแลนด์ 2020&amp;nbsp;&amp;nbsp; ว่าในการแก้ปัญหาคนตกงานที่มีจำนวนมากกว่าอดีตเพราะพิษโควิด-19 ตนได้คิดแล้วว่าถ้าให้จังหวัดต่างๆ ต่างคนต่างหางาน คาดว่าตำแหน่งงานที่ได้คงไม่เพียงพอต่อสถานการณ์ในวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นตนจึงตั้งศูนย์อำนวยการแรงงานแห่งชาติขึ้นมา เพื่อรวมข้อมูลทั้งหมดมาไว้ที่เซ็นเตอร์ และตนได้มีการวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังจัดหางานทุกจังหวัด เพื่อกำชับให้เจ้าหน้าที่ทำหน้าที่เหมือนเซลล์ โดยการออกจากออฟฟิศไปยังโรงงาน สถานประกอบการต่างๆ เพื่อนำตัวเลขของผู้ประกอบการที่ต้องการแรงงานมา ซึ่งวันนี้พบว่าธุรกิจบางประเภทกำลังฟื้นตัวหลังจากที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากโควิด-19 หลังจากที่ตนได้ออกไปพบปะเยี่ยมบริษัทต่างๆ ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.แรงงานกล่าวว่า ทั้งนี้เราได้มีการรวบรวมตำแหน่งงานว่างกว่า 1 ล้านตำแหน่ง เพื่อจัดงานจ๊อบเอ็กซ์โป ไทยแลนด์ 2020 ระหว่างวันที่ 26-28 ก.ย. ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร ซึ่งมาจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนในประเทศไทย เป็นการบูรณาการจากรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ เอกชน ถือเป็นการรวมไทยสร้างชาติ ตามแนวทางของท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และท่าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ที่กำกับกระทรวงแรงงาน และเชื่อว่าการจัดงานดังกล่าวจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นว่าประชาชนที่ตกงาน ว่างงาน จะสามารถเข้ามาหาตำแหน่งงานว่างภายในงานได้ โดยเราจะมีบริษัทต่างๆ เปิดบูธไว้รองรับประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมตั้งเป้าให้กรมการจัดหางานจัดหาตำแหน่งงานว่างไว้ 4 แสนตำแหน่ง วันนี้ได้มาแล้วกว่า 2 แสนตำแหน่ง จ้างงานภาครัฐกว่า 4 แสนตำแหน่ง ส่งแรงงานทำงานต่างประเทศกว่า 1 แสนตำแหน่ง รวมถึงมีโครงการช่วยนักศึกษาจบใหม่ co-payment&amp;nbsp; 50 เปอร์เซ็นต์ จำนวน 2 แสนตำแหน่ง รวมแล้วจะมีตำแหน่งงานว่างกว่า 1 ล้านอัตรา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุชาติกล่าวต่อว่า ในส่วนของนักศึกษาจบใหม่นั้น ทางรัฐบาลมีนโยบายหรือมีความตั้งใจที่จะแก้ไขและช่วยเหลือน้องๆนักศึกษาที่จบใหม่ เนื่องจากรู้ว่าสภาวะทุกวันนี้เป็นโอกาสของนายจ้าง ตลาดเป็นของนายจ้าง จึงต้องช่วยเหลือเด็กจบใหม่ให้มีงานทำ เพื่อให้น้องๆ มีประสบการณ์ เพื่อให้น้องๆ มีฐานเงินเดือนที่สูงขึ้นในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม คาดว่าหากมีการจ้างงาน 1 ล้านตำแหน่ง ค่าจ้าง 15,000 ต่อเดือน ระยะเวลา 1 เดือน จะมีเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ 15,000 ล้านบาท จ้างงาน 1 ล้านตำแหน่ง ค่าจ้าง&amp;nbsp; 15,000 ต่อเดือน ระยะเวลา 6 เดือน จะมีเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ 90,000 ล้านบาท และจ้างงาน 1 ล้านตำแหน่ง ค่าจ้าง 15,000 ต่อเดือน ระยะเวลา 12 เดือน จะมีเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ 180,000 ล้านบาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77255</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระตุ้นเศรษฐกิจ, กระทรวงแรงงาน, จ๊อบเอ็กซ์โป ไทยแลนด์, ตำแหน่งงาน 1 ล้านอัตรา, วิกฤติโควิด-19, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200910/image_big_5f5a3b8d07ce0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66289</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ่วม!จีดีพีลบ1.8%ในรอบ6ปี เงินกู้1ล้านล.แค่ประคองศก.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; อ่วม! สศช.เผยตัวเลขจีดีพี 1/63 ติดลบ 1.8% โดยเป็นการติดลบครั้งแรกนับตั้งแต่ไตรมาส 1/57 หรือในรอบ 6 ปี ขณะที่ทั้งปีคาดจะติดลบ 5-6% ผลพวงวิกฤติโควิด-19 ระบาดทั่วโลก ระบุเงินกู้ 1 ล้านล้านไม่ได้ช่วยกระตุ้นจีดีพี แต่ช่วยประคองเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพีไตรมาส 1/2563 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ติดลบ 1.8% โดยเป็นการติดลบครั้งแรกนับตั้งแต่ไตรมาส 1/2557 และคาดว่าไตรมาส 2 จะติดลบมากกว่าไตรมาส 1 ขณะที่แนวโน้มเศรษฐกิจไทยทั้งปี 2563 คาดจะติดลบ 5- 6% จากการปรับตัวลงอย่างรุนแรงของเศรษฐกิจและการค้าโลก การลดลงของจำนวนและรายได้จากภาคท่องเที่ยวต่างชาติ การแพร่ระบาดของโควิด-19 และปัญหาภัยแล้งที่คาดว่าส่งออกทั้งปีจะติดลบ 8%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตัวเลขประมาณการจีดีพีทั้งปีที่คาดว่าจะติดลบ 5-6% อยู่ภายใต้สมมติฐานการแพร่ระบาดของโควิด-19 สามารถควบคุมได้ภายในไตรมาส 2 และไม่มีการแพร่ระบาดรอบ 2 กิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มกลับมาขับเคลื่อนได้ในไตรมาส 2 และเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ในไตรมาส 3 และนักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มกลับมาท่องเที่ยวไทยในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ขณะที่ความคืบหน้าการใช้เงินตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท&amp;rdquo; นายทศพรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในส่วนของงบเยียวยา 555,000 ล้านบาท ล่าสุดคงเหลือ 190,000 ล้านบาท โดยเยียวเกษตรกร 10 ล้านคน เยียวยา 5,000 บาท จำนวน 16 ล้านคน ประกันสังคม 11 ล้านคน และกลุ่มเปราะบางของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) 14 ล้านคน ขณะที่ 45,000 ล้านบาท จะเป็นงบด้านสาธารณสุข ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขอยู่ระหว่างการทำแผนใช้งบ และงบอีก 400,000 ล้านบาท จะเป็นงบสำหรับฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งจะเป็นเงินที่ลงสู่ท้องถิ่น รวมถึงการจ้างงาน ซึ่งขณะนี้แต่ละหน่วยงานอยู่ระหว่างจัดทำโครงการ คาดจะเสร็จภายในเดือนมิถุนายนและสามารถเบิกจ่ายได้ตั้งแต่กรกฎาคม 2563 เป็นต้นไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทศพรกล่าวอีกว่า สำหรับเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ไม่ได้คาดหวังการกระตุ้นตัวเลขจีดีพี แต่หวังช่วยประคองเศรษฐกิจและเชื่อว่าสถานการณ์ที่คาดการณ์ไว้ อีกทั้งมีความเชื่อมั่นในระบบสาธารณสุขและคนไทย โอกาสที่จะเกิดการแพร่ระบาดรอบ 2 จึงมีน้อย ดังนั้นเงินกู้ 1 ล้านล้านบาทจึงเพียงพอ โดยมองว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นแบบตัวยู ทั้งนี้ ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ออกมาได้มีการหารือร่วมกับกระทรวงการคลังแล้ว และเป็นตัวเลขเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้เริ่มส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยมาตั้งแต่เดือน ม.ค.ปีนี้ แต่ผลกระทบด้านเศรษฐกิจมีความชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่เดือน ก.พ.เป็นต้นมา เมื่อการระบาดได้เริ่มแพร่ไปยังทวีปยุโรปและสหรัฐ รวมทั้งในประเทศไทยเองมีคำสั่งในการปิดกิจการต่างๆ ทำให้มีจำนวนคนว่างงานเพิ่มมากขึ้น โดยปัจจัยที่ส่งผลสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยในปี 2563 ที่ สศช.สรุปและรายงานให้ ครม.รับทราบแล้วคือ 1.ความไม่แน่นอนของการสิ้นสุดของการระบาดของโรคโควิด-19 มีปัจจัยเดียวที่จะยุติการแพร่ระบาดได้ ก็คือการค้นพบวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ จึงยังส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจของไทย โดยเฉพาะสาขาการท่องเที่ยวที่เป็นหนึ่งในภาคบริการหลักของประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66289</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, จีดีพี, วิกฤติโควิด-19, สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200518/image_big_5ec289296fe96.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65160</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศก.ซึมยาว9เดือน นายกฯรับโควิดพ่นพิษหนัก-หลังวิกฤติวิถึชีวิตเปลี่ยน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; รับวิกฤติโควิด-19 พ่นพิษหนัก เชื่อหลังโรคจางหายยังต้องเจอหางเลขทางเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 6-9 เดือน เล็งวางแผนต่อสู้ในอนาคต แต่ต้องขอเวลาเพราะหลายอย่างใช้เงินและติดข้อกฎหมาย &amp;ldquo;เจ้าสัวเซ็นทรัล&amp;rdquo; ร่ายมาตรการช่วยสังคมสู้ไวรัสเพียบ &amp;ldquo;พิธา&amp;rdquo; มามุกเดิมบี้ตั้ง กมธ.สอบมาตรการแก้ปัญหาไวรัสมรณะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ 5 พฤษภาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าได้ใช้เวลาวันหยุดราชการตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานตามท้องถนนและการตั้งด่าน ซึ่งต้องขอขอบคุณรองนายกฯ และรัฐมนตรีหลายท่านที่ได้ลงไปทำอย่างที่ตนเองทำ ซึ่งสิ่งที่ดำเนินการในขณะนี้นอกจากการขอความร่วมมือบรรดาผู้ประกอบการขนาดใหญ่ 20 ราย และอาจมากกว่านั้นในระดับรองลงมา ท่านมีมูลค่าทรัพย์สินจำนวนมากอยู่แล้ว ฉะนั้นจะขอความร่วมมือจากพวกท่าน ขอให้ท่านร่วมมือกับเรา ซึ่งตอนนี้ก็ตอบมาครบแล้วว่ามีแผนดำเนินการดูแลพนักงานลูกจ้างของท่านอย่างไร และมีอะไรที่รัฐจะต้องดูแล ในส่วนของกระทรวงแรงงานก็จะดูแลให้ในส่วนนี้ แต่ในส่วนสำคัญอีกประการ เขาจะร่วมในการฟื้นฟูดูแลประชาชน เกษตรกร และกลุ่มอาชีพต่างๆ ในแต่ละจังหวัดตามศักยภาพที่มีอยู่ในห่วงโซ่ต่างๆ ซึ่งคิดว่าเป็นประโยชน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมได้ใช้เวลาเสาร์ อาทิตย์ หรือวันหยุดราชการไปตรวจเยี่ยมพูดคุยกับเขา พบปะรับฟังปัญหาโดยตรง ทั้งนี้เพื่อนำมาขับเคลื่อนใน ครม.เพื่อที่จะไปดูแลเขาให้มากยิ่งขึ้น ตรงนี้ต้องขอเวลา เพราะหลายอย่างต้องใช้งบประมาณ และหลายอย่างติดข้อกฎหมายหลายตัว ต้องให้เวลาผมในการแก้ปัญหา ผมจะเดินหน้าไปพบปะเรื่อยๆ&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า หลังจากที่มีมาตรการเยียวยาไปแล้วจากหลายกระทรวงด้วยกัน โดยใช้เงินจากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินจำนวนหนึ่งในการเยียวยา ซึ่งต้องดูว่าสิ่งที่รัฐบาลหรือ ครม.ได้อนุมัติไปแล้วมีปัญหาอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงมาตรการสินเชื่อหรือซอฟต์โลน การดูแลเยียวยาให้สอดคล้องกับเวลาและสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่าควรขยายอะไรอย่างไร ซึ่งต้องเตรียมแผนไว้ล่วงหน้า &amp;nbsp;ตรงนี้ได้รับข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ และชื่นชมหลายสมาคมที่พยายามดูแลแรงงานของตัวเองให้ดีที่สุด ซึ่งก็สุดแล้วแต่ว่าสายป่านของเขามีแค่ไหนอย่างไร และมีอะไรที่รัฐบาลจะดูแลให้ได้บ้าง อันนี้ได้มีการหารือในที่ประชุม ครม.และให้คณะกรรมการพิจารณาโครงการเงินกู้เข้าไปดูแลตรงนี้ด้วย ว่าจะดูแลเพิ่มเติมได้หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราคาดการณ์ว่าสถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจของเราคงมีผลกระทบไปอีกนานพอสมควร คงไม่ใช่แค่ 3 เดือน อาจถึง 6 เดือน 9 เดือน ซึ่งต้องเตรียมมาตรการไว้รองรับในโอกาสต่อไปด้วย ขณะเดียวกันผมได้เน้นย้ำในสิ่งที่เราค่อนข้างจะชินแล้ว คือการใช้ new normal วิถีชีวิตปกติแบบใหม่ คือให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพ วิถีชีวิตทุกคนต้องเปลี่ยนแปลงไปหลังสถานการณ์โควิด-19 ได้ลดระดับความรุนแรงลง ฉะนั้นต้องวางแผนอนาคตไว้ด้วย&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ระบุ
เซ็นทรัลโชว์พลังร่วมสู้โควิด
ด้านนายทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหารกลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างและเป็นวิกฤติที่มีผลทั่วโลก ครอบครัวจิราธิวัฒน์และกลุ่มเซ็นทรัลได้ตระหนักถึงบทบาทที่สำคัญต่อความรับผิดชอบ และการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาเพื่อความรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมบูรณาการให้เกิดความยั่งยืน เริ่มตั้งแต่มาตรการช่วยเหลือพนักงานในเครือกว่า 74,000 ราย โดยคงสถานะการจ้างและการมอบประกันภัยโควิด-19 ให้ทุกคน รวมถึงได้ริเริ่มโครงการต่างๆ ภายในปี 2563 โดยมุ่งไปที่กระบวนการภายใต้ความต้องการพื้นฐานทั้ง 3 ส่วน อันได้แก่ 1.มาตรการสร้างอาชีพ เสริมรายได้ ซึ่งจะมีทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นและสร้างรายได้ อาทิ &amp;nbsp;ให้พื้นที่ขาย 90,000 ตร.ม. ใน 100 ศูนย์การค้าใน 44 จังหวัด และผ่านช่องทางออนไลน์ มูลค่ารวมกว่า &amp;nbsp;550 ล้านบาท จัดช่องทางการขายออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ท็อปส์ออนไลน์ JD central เซ็นทรัลออนไลน์ &amp;nbsp;และโรบินสันออนไลน์ เพื่อเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงลูกค้ามากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้นยังอนุมัติวงเงิน 1,500 ล้านบาท เพื่อรับซื้อสินค้าโดยตรงจากเกษตรกรและชุมชน ทำให้ชุมชนและเกษตรกรมีรายได้ 25,000 ครัวเรือนใน 42 จังหวัด รวมทั้งสร้างอาชีพแก่ชุมชนอย่างยั่งยืนผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ สร้างอาชีพให้คนพิการ พัฒนาชุมชนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อเป็นการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น และสร้างแพลตฟอร์มระดมทุนออนไลน์ให้คนที่ต้องการเริ่มธุรกิจใหม่แต่ยังขาดเงินทุน&amp;nbsp;
2.มาตรการลดค่าครองชีพ จะมีทั้งลดและตรึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นกว่า 3,000 รายการ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของประชาชน ลดราคาอาหาร 20% ในศูนย์อาหาร 87 แห่ง &amp;nbsp;ใน 43 จังหวัด โดยจัดให้มีอาหารราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 19 บาท และ 3.มาตรการส่งเสริมสุขภาพ ซึ่งสร้างมาตรฐานใหม่เพื่อเป็นแผนแม่บทในการทำธุรกิจให้ปลอดภัยป้องกันการระบาด โดยใช้มาตรการสะอาด &amp;nbsp;ปลอดภัย ในศูนย์การค้าและผู้เช่าทุกราย ทุกตารางเมตร โดยกลุ่มเซ็นทรัลได้จัดทำมาตรการเชิงรุกในการสร้างมาตรฐานสุขอนามัยใน 5 ด้าน 75 มาตรการ เพื่อถือปฏิบัติสำหรับทุกธุรกิจในศูนย์การค้า เพื่อความปลอดภัยและป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัส
&amp;ldquo;มาตรการทั้งหมดนี้ประกอบขึ้นมาจากการความตั้งใจและความเชี่ยวชาญของกลุ่มเซ็นทรัล ภายใต้ความมุ่งมั่นของผู้บริหารและพนักงานทุกคนในองค์กร เพื่อเป็นพลังกาย พลังใจ และฟันเฟืองในการขับเคลื่อน เราเชื่อมั่นว่ามาตรการทั้งหมดจะสามารถช่วยแบ่งเบาภาระของรัฐบาล และช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของไทยได้ และพร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติสูงสุด&amp;rdquo;
ปชป.แนะปรับแนวคิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเคลื่อนไหวของนักการเมือง นายกนก วงษ์ตระหง่าน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึง พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท โดยใช้ฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจ 4 &amp;nbsp;แสนล้านบาท ซึ่งพุ่งตรงการใช้จ่ายไปยังภาคการเกษตรและแรงงานคืนถิ่นว่า ความล้มเหลวของหลายโครงการจากรัฐบาลที่ผ่านๆ มานั้น คือการไม่เปลี่ยนความคิด มอบแต่เงินลงไปกับแรงของข้าราชการ &amp;nbsp;ดังนั้นเมื่อเงินหมด โครงการหยุด ข้าราชการกลับ ชาวบ้านก็กลับไปยากจนเหมือนเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การฝากความหวังไว้ที่ทีมของข้าราชการที่ขาดกระบวนการด้านการสร้างความสัมพันธ์ ทักษะในด้านการอดทนรอคอย และมิติของความใส่ใจ ย่อมเป็นเรื่องยากที่จะเปลี่ยนแปลงกระบวนการคิด และการดำเนินชีวิตของชาวบ้านได้ เพราะนี่เป็นโจทย์ที่ใหญ่มากๆ สำหรับโครงการฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจหลังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งรัฐบาลต้องยอมให้ประเทศเป็นหนี้มหาศาล ถ้าทำกันแบบเดิมๆ ผลลัพธ์ที่ออกมาก็จะเป็นแบบเดิมๆ คือ โครงการเงินกู้หนี้ก็จะกลายสภาพเป็นโครงการกู้เพื่อซื้อปุ๋ย ซื้อเมล็ดพันธุ์ ซื้อกล้าไม้ แล้วนำไปแจกจ่ายให้ประชาชน โดยไม่ได้สร้างรายได้หรือทักษะอะไรให้ชาวบ้านเลย ทุกอย่างสูญเปล่าไปกับหนี้ที่เพิ่มขึ้นมากมายที่คนไทยทุกคนต้องแบกรับ&amp;quot; นายกนกกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกนกกล่าวอีกว่า ขอเสนอแนวทางบริหารจัดการโครงการที่จะเกิดขึ้นนี้ให้มีประสิทธิภาพและคุ้มค่างบประมาณที่จะลงไป เช่น การแก้ไขปัญหาความยากจนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่นและมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีตลอด 7-8 ปีที่ผ่านมา ดังนี้ 1.ต้องทำความเข้าใจต่อความคิดและพฤติกรรมการผลิตของเกษตรกร เพราะ 20 ปีที่ผ่านมาประชาชนถูกทำให้เคยชินกับการร้องขอความช่วยเหลือจากรัฐบาล ดังนั้น การแก้ปัญหาคือทำให้ชาวบ้านกลับมาคิดได้ว่า ปัญหาความยากจนจะลดลงและสามารถหมดไปได้ เมื่อพวกเขาลุกขึ้นมาทำงานด้วยตนเอง ไม่รอไม่ขอความช่วยเหลือจากใครทั้งสิ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ต้องสำรวจสภาพความเป็นจริงทางกายภาพและสังคมของพื้นที่ เพื่อจัดทำแผนที่ภูมิสังคมที่จะเป็นหัวใจหลักของโครงการแก้ไขความยากจนที่จะเกิดขึ้น 3.ชาวบ้านต้องเป็นคนลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง ซึ่งการทำงานในลักษณะนี้จะเป็นการประสานระหว่างทีมอาจารย์หรือนักวิชาการ ที่นำความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาประกอบกลไกทางการเกษตรแบบเดิมๆ ของชาวบ้าน ด้วยการลงมือปฏิบัติร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ ถ่ายทอดทักษะและความรู้ใหม่ๆ หรือที่เรียกกันว่าการพาทำ
&amp;#39;พิธา&amp;#39; บี้สภาตั้ง กมธ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ยื่นหนังสือต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอเสนอญัตติด่วนขอให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญติดตามตรวจสอบการใช้งบประมาณและมาตรการแก้ไขปัญหาภายใต้วิกฤติการระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยนายพิธาระบุว่า แม้มีการประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งนายกฯ มีอำนาจเต็ม แต่ไม่ได้หมายความว่าจะใช้อำนาจได้เต็ม ต้องมีการถ่วงดุลการทำงานของฝ่ายบริหาร รักษาผลประโยชน์ของประชาชน ซึ่งอยู่ในอำนาจหน้าที่ของสภา โดยอีก 2 สัปดาห์จะเปิดสมัยประชุมสามัญ โดยจะพิจารณาพ.ร.ก. 4 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาโควิด-19 จึงขอให้มีการตั้ง กมธ.เพื่อติดตามตรวจสอบ &amp;nbsp;รวมทั้งการพิจารณา พ.ร.บ.โอนงบประมาณ และ พ.ร.ก.กู้เงิน 1.9 ล้านล้านบาท ซึ่งทั้งหมดต้องดูว่าจะตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชนได้จริงหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หวังว่าประธานสภาจะมองเห็นถึงปัญหาและความเร่งด่วนในการใช้งบประมาณที่อาจสูงมากที่สุดในประวัติการณ์ หากไร้ซึ่งการตรวจสอบพี่น้องประชาชนก็จะเสียประโยชน์ ส่วน ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลจะร่วมมือหรือไม่นั้น ตลอดเวลาที่เราต่างก็ได้ลงพื้นที่ ได้ยินเสียงร่ำไห้ของประชาชนขนาดนี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าญัตติดังกล่าวเป็นเรื่องเร่งด่วนและควรนำมาเป็นวาระแรกๆ&amp;quot;
น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ในขณะประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่ให้อำนาจเต็มแก่นายกฯ และข้าราชการในการดำเนินงาน โดยไม่มีรัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาลคนไหนมีส่วนร่วม จึงคาดว่าจะมีพรรคการเมืองทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลที่โดยเฉพาะพรรคร่วมเห็นชอบผ่านกลไกนี้ หลังถูกริบอำนาจไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65160</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วิกฤติเศรษฐกิจ, วิกฤติโควิด-19, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจ้าสัวเซ็นทรัล, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200505/image_big_5eb16b68a85ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64968</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2020 19:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2020 19:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พี่คนดี&#039; แต่งกลอนสะท้อนวิกฤติโรคระบาด เปิดธาตุแท้ &#039;คนชั่ว&#039; เห็นไทยไปได้ดีกลับมีโมโห</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 พ.ค.63 - เพจเฟซบุ๊ก P.khondee (พี่คนดี กวีสมัครเล่น) โพสต์บทกลอนชื่อ &amp;quot;วิกฤติชาติ เปิดธาตุแท้&amp;quot; มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะ &amp;quot;คนโง่&amp;quot; และ &amp;quot;คนชั่ว&amp;quot; มีทั่วโลก
จึงต้องโบก คอนกรีตแข็ง กำแพงหนา
ต้องกำหนด บทกฎหมาย หลายมาตรา
กันผู้ฝ่า ผู้หนี ไม่กี่คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;คนทั่วไป ไม่ใช่น้อย พลอยลำบาก
กฎยากยาก รัฐประกาศ ไม่อาจบ่น
ในวิกฤติ ต้องทนไหว จำใจทน
เพื่อมวลชน อยู่สงบ ตบพวกเวร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะวิกฤติ โรคระบาด เปิดธาตุแท้
ใครตอแหล ใครโง่เง่า เราได้เห็น
ใครที่เฝ้า บ้าคลั่ง ตั้งประเด็น
ใครอยากเด่น แต่ไม่เห็น ความเป็นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ย่อมจะถูก ปล่อยวาง ไว้ข้างหลัง
ไม่ให้เกี่ยว หรือเหนี่ยวรั้ง ตั้งเงื่อนไข
กลุ่มใดหนอ ชื่อเสียงเยี่ยม เรื่องเสี้ยมไทย
เรื่องขี้ไก่ ก็ทำให้ ดูใหญ่โต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อชาติไทย พลาดไป ใครแฮ็ปปี้
เมื่อชาติไทย ไปได้ดี ใครมีโมโห
เสรีนิยม อุดมการณ์ ที่หาญโชว์
ช่างหลอกลวง กลวงโบ๋ และโนเบรน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64968</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ชังชาติ, พี่คนดี กวีสมัครเล่น, วิกฤติโควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200503/image_big_5eaeb47b14ef0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64712</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2020 16:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2020 16:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นพ.ทวีศิลป์&#039; ห่วงเรื่องฆ่าตัวตายเป็นปัญหาทั่วโลก ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือแก้ เผยสถิติต่ำกว่า &#039;วิกฤติต้มยำกุ้ง&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 เม.ย.63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่า กรมสุขภาพจิตจะแก้ปัญหาการฆ่าตัวตายจากสถานการณ์โควิด-19 อย่างไร โดย นพ.ทวีศิลป์ ระบุวว่า ข้อมูลเรื่องการฆ่าตัวตายกระทรวงสาธารณสุขนำชุดข้อมูลมาพูดคุยกันหลายครั้ง เทียบเคียงกรณีศึกษาจากข่าว บทความวิชาการ เราย้อนดูข้อมูลของกรมสุขภาพจิต ยอมรับว่าปีนี้น่าห่วง เพราะเป็นวิกฤติทั่วโลก และการปัญหาการป่วยทางจิตก็เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก แนวโน้มการพยากรณ์ก็เหมือนการรายงานการติดโรค เป็นพื้นฐานวิทยาศาสตร์ไม่ผิดไปจากความคาดหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษก ศบค. กล่าวว่าเรื่องนี้กระทรวงสาธารณสุขต้องทำควบคู่ไปกับการดูแลโรคติดต่อลดจำนวนการสูญเสียจากการฆ่าตัวตาย ซึ่งเป็นเรื่องที่ป้องกันได้ สัญญาณที่มีมาก่อนเป็นเรื่องที่บุคลากรสาธารณสุขต้องเข้าไปดู รวมถึงภาคเศรษฐกิจต่างๆ การแก้ปัญหาที่ตรงกับเหตุเป็นสิ่งที่สามารถลดเรื่องนี้ได้&amp;nbsp;ที่สำคัญคือ มาตรการส่วนบุคคลผู้ที่มีผลกระทบจากสิ่งต่างๆเหล่านี้จะมีลักษณะสัญญาณแสดงออก ญาติและคนใกล้ชิดต้องร้องขอมายังกรมสุขภาพจิต เพื่อที่เราจะช่วยกันแก้ไข อย่างไรก็ตาม เราเคยเจอวิกฤติเศรษฐกิจปี 40 ขณะนั้นมีตัวเลขคนฆ่าตัวตายร้อยละ 8.3 ต่อแสนจำนวนประชากร&amp;nbsp;แต่ครั้งนี้ยังไม่ถึงเพราะตอนนี้เรามีมาตรการป้องกันเราให้ตัวเลขลดลงได้ด้วยการร่วมมือทุกภาคส่วน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64712</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าตัวตาย, นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, วิกฤติโควิด 19, โฆษก ศบค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200430/image_big_5eaa907d2c107.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
