<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112299</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2021 14:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2021 14:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไมค์ พิรัชต์&#039;มอบหน้ากาก N95-Face shield  2 มูลนิธิและโรงพยาบาลสนาม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยังคงปันน้ำใจอย่างต่อเนื่องในยามวิกฤตโควิด-19 กำลังแพร่ระบาด สำหรับนักแสดงและนักร้องชื่อดัง ไมค์-พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล ที่ล่าสุดได้ส่งมอบหน้ากากอนามัย N95 Face shield รวมจำนวน 11,000 ชิ้น ให้แก่ 2 มูลนิธิ และ โรงพยาบาลสนามต่างจังหวัด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมอบหน้ากากอนามัย N95 ให้ องค์กรทำดี ของ บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี จำนวน 5,000 ชิ้น , และอีก 5,000 ชิ้น ให้แก่โรงพยาบาลสนามต่างจังหวัด รวมถึงมอบ Face shield จำนวน 1,000 ชิ้น ให้แก่มูลนิธิเพชรเกษม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไมค์ พิรัชต์ เผยว่า &amp;ldquo;Face shield และหน้ากากอนามัย N95 รวม 11,000 ชิ้น ให้แก่ องค์กรทำดี , มูลนิธิ เพชรเกษม และโรงพยาบาลสนาม กระจายส่งมอบเรียบร้อยนะครับ ขอบคุณพี่ๆ และทีมงานตัวแทนส่งมอบ ที่ร่วมเป็นสะพานบุญด้วยนะครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งก่อนหน้านี้หนุ่มไมค์ ได้บริจาคเงินจำนวน 300,000 บาท ในนามลูกชาย น้องแม็กซ์เวลล์ เนื่องในวันเกิด ให้แก่ 3 หน่วยงานทางการแพทย์ที่ละ 100,000 บาท ได้แก่ มูลนิธิแพทย์ชนบทเพื่อสมทบทุนซื้ออุปกรณ์การแพทย์ , กองทุน พชอ.คนสาครฯ เพื่อสมทบทุนซื้อที่นอน หมอนมุ้งเพื่อรองรับผู้ป่วยติดเชื้อ COVID-19 โรงพยาบาลสนาม จ.สมุทรสาคร และ มูลนิธิเพชรเกษม เพื่อสมทบทุน ซื้อรถพยาบาลรับผู้ป่วย รวมทั้งยังได้บริจาคชุดป้องกัน Cover All จำนวน 1,020 ชุด ให้โรงพยาบาลบ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร อีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112299</URL_LINK>
                <HASHTAG>มอบหน้ากากอนามัย, มูลนิธิเพชรเกษม, วิกฤตโควิด-19, องค์กรทำดี, ไมค์ พิรัชต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210805/image_big_610b8b4ce278f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111486</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2021 10:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2021 10:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมาคมธนาคารไทย&#039; เผยมีลูกค้าเดือดร้อนจากโควิด ขอความช่วยเหลือกว่า 6 ล้านบัญชี วงเงินกู้รวม 4 ล้านล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สมาคมธนาคารไทยและธนาคารสมาชิก เดินหน้าช่วยเหลือลูกค้าทุกกลุ่ม ช่วงเดือนกรกฎาคม &amp;nbsp;2563 มีลูกค้าสินเชื่อขนาดใหญ่ &amp;nbsp;SME และรายย่อย ขอรับความช่วยเหลือสูงสุด 6 ล้านบัญชี วงเงิน 4.25 ล้านล้านบาท เผยที่ผ่านมา มีลูกค้าบางส่วนออกจากมาตรการเนื่องจากกลับมาชำระหนี้ได้ ล่าสุดมีลูกค้าอยู่ภายใต้การให้ความช่วยเหลือ 1.89 ล้านบัญชี วงเงินรวมกว่า 2 ล้านล้านบาท &amp;nbsp;ยกระดับแผน BCP &amp;nbsp;รับมือโควิด-19 ระลอกใหม่ เพื่อให้บริการลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมปฏิบัติตามมาตรการของภาครัฐอย่างเคร่งครัด แนะทำธุรกรรมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ลดความเสี่ยงการระบาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายผยง &amp;nbsp;ศรีวณิช &amp;nbsp;ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า ตั้งแต่เกิดวิกฤตโควิด-19 ธนาคารสมาชิกได้ให้ความช่วยเหลือลูกค้าทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่อง ตามมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย โดยในเดือนกรกฏาคม &amp;nbsp;2563 มีลูกค้าขอรับความช่วยเหลือสูงสุดจำนวน 6 ล้านบัญชี วงเงินความช่วยเหลือรวม 4.25 ล้านล้านบาท เป็นวงเงินสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ 8 แสนล้านบาท ลูกค้า SME 1.8 ล้านล้านบาท และลูกค้ารายย่อย 1.6 ล้านล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ซึ่งที่ผ่านมา มีลูกค้าบางส่วนได้ออกจากมาตรการเนื่องจากกลับมาชำระหนี้ได้ในช่วงที่สถานการณ์ดีขึ้น ล่าสุด ยังมีลูกค้าอยู่ภายใต้การให้ความช่วยเหลือรวม 1.89 ล้านบัญชี คิดเป็นวงเงินช่วยเหลือกว่า 2 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นวงเงินสินเชื่อลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ 5.6 แสนล้านบาท ลูกค้า SME 8.2 แสนล้านบาท และลูกค้ารายย่อย 6.2 แสนล้านบาท สำหรับมาตรการเสริมสภาพคล่อง เพื่อประคับประคองธุรกิจตามมาตรการช่วยเหลือของธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารสมาชิกได้อนุมัติวงเงินสินเชื่อเสริมสภาพคล่องกว่า 2.16 แสนล้านบาท แบ่งเป็นวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ประมาณ 1.38 แสนล้านบาท และวงเงินสินเชื่อฟื้นฟูธุรกิจที่อนุมัติไปแล้วกว่า 7.8 หมื่นล้านบาท โดยตั้งเป้าหมาย 1 แสนล้านบาทในเดือนตุลาคมนี้ อย่างไรก็ตาม ทุกธนาคารยังคงเดินหน้าช่วยเหลือลูกค้าอย่างเต็มที่ โดยจะทยอยพิจารณาให้การช่วยเหลือผ่านวงเงินดังกล่าวอย่างต่อเนื่องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสมาคมธนาคารไทย ได้หารือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบต่อลูกค้าทุกกลุ่ม โดยพร้อมมีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าเพิ่มเติม หากสถานการณ์ยืดเยื้อกว่าที่ประเมินไว้ อย่างไรก็ตาม &amp;nbsp; ภาคธนาคารได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด-19 เมื่อต้นปี 2563 โดยในช่วงแรกออกมาตรการช่วยเหลือเป็นการทั่วไป เป็นมาตรการเร่งด่วน ทั้งการพักชำระเงินต้น ดอกเบี้ย และขยายระยะเวลาชำระหนี้ &amp;nbsp;เพื่อลดภาระทางการเงินให้กับลูกค้า เสริมสภาพคล่องด้วยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ &amp;nbsp;(Soft Loan) &amp;nbsp;หลังจากนั้นได้ออกมาตรการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม เพื่อช่วยเหลือลูกค้าให้ตรงจุด เช่น มาตรการปรับโครงสร้างหนี้ และเมื่อมีการระบาดระลอกใหม่ทำให้เศรษฐกิจต้องใช้เวลานานขึ้นในการฟื้นตัว จึงมีมาตรการฟื้นฟูธุรกิจเพิ่มเติม ประกอบด้วย สินเชื่อฟื้นฟูธุรกิจ วงเงิน 250,000 ล้านบาท และมาตรการพักทรัพย์พักหนี้ วงเงิน 100,000 ล้านบาท &amp;nbsp;พร้อมออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้ารายย่อย ระยะที่ 3 และล่าสุดได้ออกมาตรการเร่งด่วนด้วยการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยให้แก่ลูกค้า SMEs และลูกค้ารายย่อยที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เป็นระยะเวลา 2 เดือน &amp;nbsp;ทั้งที่เป็นนายจ้างและลูกจ้างในสถานประกอบการ ในพื้นที่ควบคุมฯ และนอกพื้นที่ควบคุมฯ ที่ต้องปิดกิจการจากมาตรการของทางการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo; ทั้งนี้ ธนาคารสมาชิกได้บริหารจัดการธุรกิจด้วยความระมัดระวัง เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด-19 และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แม้ว่าภาพรวมผลการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ในช่วงครึ่งปี 2564 แสดงผลการดำเนินงานที่ยังเติบโตต่อเนื่อง &amp;nbsp;แต่บางส่วนเป็นการบันทึกรายได้ดอกเบี้ยค้างรับของมาตรการช่วยเหลือลูกค้า ซึ่งยังไม่ได้มีการชำระจริงและยังอาจกลายเป็นหนี้เสียได้ &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ภาพรวม &amp;nbsp;NPL ในระบบแทบจะไม่เพิ่มขึ้นเลย สะท้อนถึงการให้ความช่วยเหลือได้ทันการณ์ ซึ่งนอกจากการให้สินเชื่อผ่าน Soft Loan และสินเชื่อฟื้นฟูแล้ว ธนาคารพาณิชย์ยังปล่อยสินเชื่อให้กับลูกหนี้ตามวงเงินที่มีอยู่เดิมเพิ่มขึ้น และยังคงให้ความสำคัญกับการกันสำรองอย่างเข้มงวดต่อไป เพื่อรองรับความไม่แน่นอนในอนาคต และต้องไม่เกิดผลกระทบกับเสถียรภาพและระบบสถาบันการเงินของประเทศ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด- 19 ระลอกใหม่ที่รุนแรงขึ้น สมาคมธนาคารไทยและธนาคารสมาชิกยังได้ยกระดับแผน Business Continuity Planning หรือ BCP เพื่อความต่อเนื่องในการให้บริการ โดยคำนึงความปลอดภัยของลูกค้าและพนักงานเป็นสำคัญ ทั้งนี้ แผน BCP ครอบคลุมทั้งการปฎิบัติตามมาตรการของทางการ ระบบการให้บริการ การจัดสรรพนักงาน และการสำรองเงินสดให้เพียงพอ อย่างไรก็ตาม แนะนำให้ลูกค้าทำธุรกรรมการเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ &amp;nbsp;ทั้ง Mobile Application &amp;nbsp;Internet Banking และ &amp;nbsp;ตู้ ATM ซึ่งสามารถทำธุรกรรมได้หลากหลาย ทั้งฝาก-ถอนเงินสด โอนเงิน จ่ายบิล การยืนยันตัวตน รวมถึงบริการผูกบัญชีพร้อมเพย์ &amp;nbsp;โดยไม่ต้องเดินทางมาที่สาขา เพื่อความสะดวก และลดความเสี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ ได้ติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบอย่างใกล้ชิด ได้มีการปฏิบัติงานจากที่บ้าน หรือ Work From Home &amp;nbsp;ขั้นสูงสุด ส่วนพนักงานที่ต้องปฏิบัติงานในสาขา ซึ่งถือว่าเป็นบุคลากรด่านหน้าและเป็นกลุ่มเสี่ยง ธนาคารสมาชิกก็พยายามเร่งจัดหาวัคซีนและกระจายฉีดวัคซีนให้เร็วที่สุด พร้อมจัดการระบบให้บริการที่สาขาให้เป็นไปตามมาตรการด้านสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากมาตรการช่วยเหลือลูกค้าแล้ว &amp;nbsp; สมาคมธนาคารไทยและธนาคารสมาชิก ยังสนับสนุนการทำงานของทีมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ในการป้องกันและรักษาผู้ติดเชื้อ ในปี 2563 โดยบริจาคให้แก่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลราชวิถี สถาบันบำราศนราดูร และสภากาชาดไทย จำนวนเงิน 50 ล้านบาท สำหรับในปี 2564 ธนาคารสมาชิกยังคงสนับสนุนการทำงานอย่างต่อเนื่อง ผ่านการสนับสนุนทุนทรัพย์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ และอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อ ขณะเดียวกัน ยังเป็นกำลังสำคัญร่วมกับภาคีเครือข่าย สนับสนุน &amp;nbsp;โครงการ &amp;ldquo;ไทยร่วมใจ กรุงเทพฯ ปลอดภัย&amp;rdquo; ซึ่งเป็นการผนึกความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างภาครัฐและเครือข่ายภาคีเอกชน ในการเร่งกระจายวัคซีนให้กับประชาชน โดยสนับสนุนศูนย์ฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาลในโครงการไทยร่วมใจฯ 25 แห่ง ศูนย์ฉีดวัคซีนสำนักงานประกันสังคมเพื่อผู้ประกันตน ม.33 อีก 69 แห่ง รวมถึงจุดบริการฉีดวัคซีนของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงสูงสุด โดยธนาคารสมาชิกได้ให้การสนับสนุนทั้งด้านสถานที่ บุคลากร และจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องมือในการดำเนินงานอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111486</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผยง  ศรีวณิช, วิกฤตโควิด-19, สมาคมธนาคารไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605aabd0e13f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103457</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2021 16:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2021 16:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พระเอกใจหล่อ&#039;มิกค์&#039;เดินหน้าช่วยเหลือสังคมในภาวะวิกฤตโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พระเอกหนุ่มสุดฮอต มิกค์ ทองระย้า ขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมในภาวะวิกฤตโควิด-19 ที่กำลังระบาดอย่างหนักในช่วงเวลานี้ โดยได้ส่งมอบน้ำนมถั่วเหลือง บีเอสซี ซอย จำนวน 5,000 กล่อง ให้กับทางโรงพยาบาลปากเกร็ด 2 เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ป่วยโควิด-19 และเป็นกำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์ และพยาบาล ทั้งในส่วนของโรงพยาบาล และโรงพยาบาลสนาม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งงานนี้พระเอกหนุ่มเผยว่า&amp;quot;มิกค์และบริษัท ไอซีซี อินเตอร์ เนชั่นแนล พร้อมทั้ง คุณบุญเกียรติ โชควัฒนา ขอเป็นส่วนหนึ่ง ในการให้กำลังใจ และส่งมอบสิ่งของที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เพื่อเป็นกำลังใจให้กับทีมแพทย์ พยาบาล และผู้ป่วยโควิด 19 ทุกๆ คนนะครับ และผมก็เข้าใจดีว่า หลายๆคนยังต้องทำงาน หลายๆ คนยังต้องใช้ชีวิตอยู่นอกบ้าน ก็อยากให้ทุกคนๆ ป้องกันตัวเองกันให้ดีที่สุดนะครับ ใส่แมส และล้างมือบ่อยๆ อย่าประมาทครับ แล้วเราจะผ่านพ้นวิฤกตนี้ไปด้วยกันครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งก่อนหน้านี้ทางพระเอกใจบุญได้ส่งมอบข้าวสาร หลายพันกิโล และสมทบทุน ไปยังวัดมหาจุฬามุนีพรหมรังษี จังหวัดนครนายก เพื่อเป็นศูนย์กลางในการช่วยเหลือพี่น้องชาวนครนายก ที่ประสบปัญหาโควิด-19 เมื่อปีที่แล้วในช่วงเดือนเมษายน 2563 และในช่วงเดือนมกราคม 2564 ที่ผ่านมา และเร็วๆ นี้ หนุ่มมิกค์ จะส่งมอบข้าวสารไปยังวัดมหาจุฬามณีพรหมรังษี เพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวนครนายกอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103457</URL_LINK>
                <HASHTAG>มิกค์ ทองระย้า, วิกฤตโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210519/image_big_60a4d6d02cc47.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101425</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2021 19:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2021 19:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซีพีเอฟ เดินสายมอบอาหารจากใจ ส่งถึงมือแพทย์-พยาบาล จ.สุราษฎร์ธานี สู้โควิด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เดินสายลงพื้นที่สุราษฎร์ธานี ส่งมอบอาหารพร้อมทาน คุณภาพปลอดภัย ในโครงการ &amp;ldquo;CPF ส่งอาหารจากใจ ร่วมต้านภัยโควิด-19&amp;rdquo; แก่ โรงพยาบาลท่าโรงช้าง และโรงพยาบาลสนามมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เพื่อเติมแรงกายและเป็นกำลังใจแก่ แพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ที่ร่วมกันต่อสู้กับวิกฤตโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายแพทย์ฌอชนา วิเชียร ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลท่าโรงช้าง เปิดเผยภายหลังรับมอบอาหารจากทีมซีพีเอฟจิตอาสา ว่ารู้สึกดีใจมากที่บริษัทฯ เล็งเห็นถึงภารกิจดูแลประชาชนในวิกฤตโควิด-19 เช่นนี้ โดยเฉพาะจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีการประกาศควบคุมพื้นที่งดออกจากเคหสถาน ช่วงเวลา 22.00 น. - 04.00 น. ทำให้บุคลากรทางการแพทย์เวรดึก ค่อนข้างลำบากในการจัดหาอาหาร การได้รับอาหารพร้อมทานที่มีคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย ที่สำคัญยังรับประทานสะดวกและจัดเก็บง่าย จึงช่วยลดภาระจัดเตรียมอาหาร ทำให้สามารถทุ่มเทเวลาในการดูแลรักษาผู้ป่วยได้อย่างเต็มที่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ขอบคุณซีพีเอฟเป็นอย่างมากที่สนับสนุนอาหารให้กับโรงพยาบาล ถือว่าตอบโจทย์ทั้งเรื่องคุณภาพสินค้าและความสะดวกในการรับประทาน นับเป็นกำลังใจที่บริษัทฯ มอบให้กับแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทุกคนที่เป็นด่านหน้าในการดูแลประชาชน อย่างไรก็ตาม ขอให้ทุกคนตั้งการ์ดสูง มุ่งเน้นมาตรการป้องกันและแนวปฏิบัติเพื่อการดูแลสุขภาพตนเอง ทั้งใส่แมสก์ หมั่นล้างมือ เว้นระยะห่าง และอยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อ เป็นการสนับสนุนการทำงานของแพทย์ได้เช่นเดียวกัน&amp;rdquo; นายแพทย์ฌอชนา กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน นายแพทย์มนู ศุกลสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานี รับมอบอาหารจากซีพีเอฟ เพื่อสนับสนุนการทำงานของแพทย์ พยาบาล และผู้ป่วยที่รักษาตัวในโรงพยาบาลสนามมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ซึ่งในแต่ละวันมีผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก การส่งอาหารจากใจในครั้งนี้ จึงเป็นกำลังใจที่ดียิ่งให้กับบุคลากรทุกคน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ขอบคุณซีพีเอฟที่มีน้ำใจสนับสนุนอาหารแก่บุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วย ช่วยแบ่งเบาภาระครัวกลางของโรงพยาบาลได้เป็นอย่างมาก อาหารของบริษัทฯ มีคุณภาพ และเป็นอาหารพร้อมทานจึงเหมาะสมกับสถานการณ์ที่ต้องเร่งรีบเช่นนี้ เชื่อมั่นว่าหากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และคนไทยทุกคน ร่วมแรงร่วมใจ ช่วยเหลือซึ่งกันและกันตามกำลังความสามารถ จะทำให้ประเทศของเราสามารถฝ่าวิกฤตินี้ไปได้อย่างแน่นอน&amp;quot; นายแพทย์มนู กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับ โครงการ &amp;ldquo;CPF ส่งอาหารจากใจ ร่วมต้านภัยโควิด-19&amp;rdquo; ดำเนินการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบัน ตามนโยบายของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ซีพีเอฟเล็งเห็นถึงความเสียสละของบุคลากรทางการแพทย์ ที่เป็นด่านหน้ายืนหยัดต่อสู้กับโควิด-19 อย่างเต็มกำลัง บริษัทฯ ขอร่วมเป็นกำลังหนุนภาครัฐบาลต่อสู้กับวิกฤตโควิดระลอกใหม่ได้อย่างเต็มที่ ด้วยการเดินหน้าส่งมอบอาหารปลอดภัยเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระการจัดเตรียมอาหาร ช่วยเสริมกำลังกาย สร้างกำลังใจให้กับผู้ที่เสียสละตนเองเพื่อคนไทยทุกคน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้สนับสนุนอาหารสำเร็จรูปพร้อมทานหลากหลายเมนู ให้แก่ รพ.สนามเอราวัณ 1 (ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติฯ บางบอน), ศูนย์เอราวัณ, รพ.สนามธรรมศาสตร์, รพ.สนาม จ.นนทบุรี, รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, รพ.วังน้อย อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา, รพ.ค่ายธนะรัชต์ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์, รพ.สนาม มหาวิทยาลัยแม่โจ้, รพ.สนาม ปตอ. และ สนามบินน้ำ, รพ.ศูนย์การแพทย์ ม.แม่ฟ้าหลวง และล่าสุดที่ รพ.ท่าโรงช้าง และรพ.สนามมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี รวมมอบอาหารกว่า 27,000 แพ็ค และน้ำดื่ม 6,000 ขวด นอกจากนี้ ยังสนับสนุนวัตถุดิบจาก CPF ได้แก่ เนื้อหมูสด เนื้อไก่สด ไข่ไก่ น้ำดื่ม และข้าวสาร สำหรับปรุงเป็นอาหารพร้อมทาน แก่ รพ.สนามในทั่วไทย อาทิ จ.นครราชสีมา จ.สระบุรี จ.ลำพูน จ.สมุทรปราการ และวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร./&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101425</URL_LINK>
                <HASHTAG>CPF ส่งอาหารจากใจ ร่วมต้านภัยโควิด-19, ซีพีเอฟ, นายแพทย์ฌอชนา วิเชียร, นายแพทย์มนู ศุกลสกุล, บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน), วิกฤตโควิด-19, สาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานี, โรงพยาบาลท่าโรงช้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210501/image_big_608d4b6c25f2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64628</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2020 16:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2020 16:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ณัฏฐพล&quot;เผยถ้าวันที่ 1 ก.ค. โควิดยังไม่พ้นวิกฤต  ก็ยังไม่ให้เด็กมารร.แต่ถ้าจังหวัดไหนติดเชื้อเป็นศูนย์ ก็เปิด รร.ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29เม.ย.63- นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมมอบนโยบายการเตรียมความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ สำหรับสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ว่า การเรียนการสอนของอาชีวศึกษาต้องผสมผสานทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ &amp;nbsp;ซึ่งการเรียนอาชีวะส่วนใหญ่จะเน้นหนักไปที่การเรียนภาคปฏิบัติ ดังนั้นขอให้วิทยาลัยทุกแห่งเตรียมความพร้อมในเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ เช่น การจัดแบ่งเวลาเรียนภาคปฏิบัติของนักศึกษาให้มีความเหมาะสม และปฏิบัติตามมาตรการการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งครัดด้วย เป็นต้น &amp;nbsp;ส่วนการเรียนออนไลน์ในภาคทฤษฎี ตนคิดว่านักศึกษาอาชีวะส่วนใหญ่มีอุปกรณ์ที่พร้อมใช้สำหรับการเรียนการสอนออนไลน์อยู่แล้วจึงไม่น่ามีปัญหา นอกจากนี้ในการประชุมดังกล่าว ตนได้มอบแนวทางให้แก้ผู้บริหารวิทยาลัยด้วยว่าการจัดการอาชีวศึกษามีความสำคัญ เพราะเชื่อมโยงไปถึงการเติบโตด้านเศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้นทรัพยากรมนุษย์ที่มีทักษะจะต้องมาจากผู้เรียนอาชีวะ ซึ่งตนอยากให้อาชีวศึกษาเป็นกำลังหลักผลักดันการขยายตัวธุรกิจของประเทศไทยได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ในส่วนของการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อม ซึ่งในเรื่องนี้ตนขอย้ำว่าการเปิดภาคเรียนในวันที่ 1 กรกฎาคม จะถือเป็นการเตรียมความพร้อมการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ เพราะหากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ยังไม่พ้นวิกฤตก็จำเป็นจะต้องจัดการเรียนการสอนออนไลน์ที่เราวางแผนไว้ ซึ่ง ศธ.พยายามที่อยากจะให้มีการเรียนการสอนที่โรงเรียนมากกว่า แต่หากไม่สามารถให้นักเรียนมาเรียนที่โรงเรียนเป็นการรวมกลุ่มขนาดใหญ่ได้ก็ต้องมีการสอนออนไลน์ผสมผสานกันไป โดยใช้ช่องทีวีดิจิทัลทั้งหมด 17 ช่องครอบคลุมการศึกษาขั้นพื้นฐาน 15 ช่อง ส่วนอีก 2 ช่องเป็นของสถานศึกษา กศน.และอาชีวศึกษา &amp;nbsp;เพื่อทำให้การเรียนการสอนขับเคลื่อนไปได้ท่ามกลางวิกฤตโรคระบาด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ทาง &amp;nbsp;ศธ.จะประเมินภาพรวมอีกครั้งว่าโรงเรียนไหนสามารถจัดการเรียนการสอนแบบปกติที่โรงเรียนได้ เช่น หากพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรีไม่มีตัวเลขผู้ติดเชื้อและบริหารจัดการโรคระบาดได้ โรงเรียนในพื้นที่จังหวัดนั้นก็สามารถจัดการเรียนการสอนได้ตามปกติ เป็นต้น&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64628</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, วิกฤตโควิด-19, เปิดเรียน 1.ค., เรียนออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200331/image_big_5e8313ff3909e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62702</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2020 10:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2020 10:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> บางจากรีเทลปรับทัพจัดส่งสินค้าสพาร์และเครื่องดื่มอินทนิลผ่านเดลิเวอรี่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เมษายน 2563 นายวิบูลย์ วงสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางจาก รีเทล จำกัด เปิดเผยว่า แม้วิกฤตโควิด-19 อาจส่งผลกระทบกับหลายภาคส่วน แต่ธุรกิจหนึ่งที่ได้รับความนิยมแบบก้าวกระโดดในเวลานี้ คือ ธุรกิจรับส่งสินค้าและอาหาร ซึ่งบางจากรีเทล ในฐานะผู้บริหารธุรกิจค้าปลีกในกลุ่มบางจาก ได้เล็งเห็นถึงโอกาสในการนำเสนอสินค้าและบริการผ่านช่องทางดังกล่าว โดยที่ผ่านมา ทั้งร้านสพาร์และอินทนิล ได้เปิดให้บริการในเครือข่ายพันธมิตรทั้ง Grab Get Lineman โดยเฉพาะ GetFood ซึ่งเป็นน้องใหม่ในกลุ่มผู้ให้บริการ ที่เพิ่งฉลองครบรอบ 1 ปี ไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยร้านอินทนิลได้รับเลือกให้เป็น Best Coffee ในการประกวดและตัดสินรางวัลร้านกาแฟยอดนิยมจากงาน Get Awards 2019 ซึ่งต้องถือโอกาสขอบคุณลูกค้าทุกท่านอีกครั้ง มา ณ โอกาสนี้ และเราสัญญาว่า จะส่งมอบสินค้าคุณภาพและบริการที่ดีที่สุดจากเราสู่มือลูกค้า รวมถึงพัฒนาสินค้า บริการ และรายการส่งเสริมการขายต่างๆ เพื่อเป็นการขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุนร้านอินทนิลด้วยดีตลอดมา
&amp;nbsp;
เริ่มตั้งแต่ 1-30 เมษายนนี้ อินทนิลมีเซตอาหารเช้าราคาพิเศษ เมื่อซื้อเอสเพรสโซ่เย็น 2 แก้ว พร้อมขนมจีบ &amp;nbsp;สุรพล มัฟฟิน หรือ บราวนี่ รับฟรี ขนมจีบสุรพล มัฟฟิน หรือ บราวนี่ อีก 1 ชิ้นทันที หรือเมนูชายอดนิยมอย่างกลุ่มชาไทยและชาเขียว ราคาพิเศษ 3 แก้ว จาก 120 บาท เหลือเพียง 90 บาท ตั้งแต่ 1-19 เมษายน ต่อด้วย เอสเพรสโซ่เย็น 1 แถม 1 ในวันที่ 20-26 เมษายน ทางแอพพลิเคชั่น GetFood รวมถึง ชาไทยชาเขียว ราคาพิเศษ 3 แก้ว 90 บาท ตั้งแต่ 20 เมษายน &amp;ndash; 4 พฤษภาคม และโปรโมชั่นพิเศษจากแอพพลิเคชั่น GrabFood ตลอดเดือนพฤษภาคมนี้
&amp;nbsp;
นอกเหนือจาก Grab Get Lineman แล้ว ปัจจุบันร้านสพาร์ยังเปิดให้บริการ SPAR Delivery ด้วยรูปแบบการจัดส่งจากสาขาถึงบ้านคุณ ทั้งสินค้าพร้อมทาน สินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน และสินค้าราคาประหยัด ทางหมายเลขโทรศัพท์ 096 753 0049 ตั้งแต่เวลา 08:00-20:00 น. โดยการคิดค่าบริการตามระยะทางผ่านเครือข่ายของ Lalamove พิเศษสำหรับเดือนเมษายน-พฤษภาคมนี้ สพาร์มีบริการจัดส่งฟรี สำหรับการสั่งสินค้าตั้งแต่ 200 บาทขึ้นไป และรับฟรี ชามะนาวอินทนิล มูลค่า 45 บาท เมื่อสั่งสินค้าครบ 250 บาท อีกด้วย (รายละเอียดเพิ่มเติม &amp;nbsp;www.sparthailand.com)
โดยในเดือนเมษายนนี้ SPAR มีโครงการเปิดตัว Website e-Commerce เพื่อการสั่งซื้อสินค้าและจัดส่งภายใต้ชื่อ www.sparonlineshop.com พร้อมรับเจลแอลกอฮอล์ล้างมือขนาด 50 มล. ฟรี เมื่อสั่งสินค้าตั้งแต่ 400 บาทขึ้นไป และล่าสุดกับ SPAR และ Inthanin Application ที่พร้อมเปิดให้ดาวน์โหลดแล้วทาง Apple Store และ Google Play ด้วยบริการ Click &amp;amp; Collect สำหรับสั่งซื้อและรับสินค้าด้วยตัวเองที่สาขา หรือเลือกรับบริการจัดส่งผ่านแอพลิเคชั่นได้ในเดือนพฤษภาคมนี้
&amp;nbsp;
ปัจจุบัน ร้านสพาร์ และร้านอินทนิล อยู่ภายใต้การบริหารของ บริษัท บางจาก รีเทล จำกัด
&amp;middot; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ร้านสพาร์ ค้าปลีกสัญชาติเนเธอแลนด์ มีสาขาในกว่า 50 ประเทศทั่วโลก โดยประเทศไทยเป็นประเทศที่ 44 เปิดให้บริการสาขาแรกในประเทศไทย ปี 2559 และปัจจุบันมีสาขาทั่วประเทศรวม 44 สาขา
&amp;middot; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ร้านอินทนิล เปิดให้บริการสาขาแรกในปี 2549 ปัจจุบันมีสาขาในประเทศไทย 600 สาขา และสาขาในต่างประเทศอีก 8 สาขา เติบโต 33% ในปี 2562 รายได้รวม 1,000 ล้านบาท และคาดว่าจะขยายสู่ 1,000 สาขา ในปี 2564&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62702</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดส่งเดลิเวอรี่, บางจาก รีเทล, วิกฤตโควิด-19, วิบูลย์ วงสกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200410/image_big_5e8fe9326f008.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62275</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2020 14:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2020 13:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คืนกำไรสู่สังคม! &#039;เจ้าของร้านลูกชิ้นปลานายเงี๊ยบ&#039; บริจาคเงิน 1 ล้านให้แพทย์ศิริราชสู้โควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลานายเงี๊ยบ ควักเงิน&amp;nbsp;1 ล้านบาทบริจาคแพทย์ศิริราช สู้วิกฤตโควิด-19 ย้ำถึงเวลาที่คนไทยที่พร้อมจะต้องช่วยกันแล้ว หากถึงวันที่ควบคุมโรคไม่ได้ เงินก็ไม่มีความหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 เม.ย.63 - นายสมชาติ สาลีพัฒนา หรือเฮียเงี๊ยบ เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลานายเงี๊ยบ พร้อมด้วยบุตรและพนักงาน ได้นำเงินจำนวน 1 ล้านบาท เพื่อมอบให้กับศิริราชมูลนิธิ (ศิริราชสู้ภัยโควิด) โดยมี รศ.นพ.นริศ กิจณรงค์ รองคณบดีฝ่ายสื่อสารองค์กรและกิจกรรมเพื่อสังคม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เดินทางมาเป็นตัวแทนในการรับมอบเพื่อนำไปใช้สำหรับการดำเนินการภายในโรงพยาบาลศิริราช&amp;nbsp;ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวนายเงี๊ยบ สาขาพุทธมณฑล สาย 4 เลขที่125/21 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในพิธีการได้มีพนักงานของร้านต่างได้แสดงการให้กำลังใจกับคณะแพทย์ พยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ ได้พร้อมใจกันตั้งแถว โดยมีการเว้นระยะห่างทางสังคม 1-2 เมตร และพร้อมใจกันปรบมือให้กำลังใจคณะแพทย์และพยาบาล รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ที่กำลังต่อสู้กับวิกฤตการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในขณะนี้ พร้อมกับขึ้นป้ายให้กำลังใจให้เจ้าหน้าที่สามารถฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปได้ด้วยดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.นพ.นริศ กิจณรงค์ รองคณบดีฝ่ายสื่อสารองค์กรและกิจกรรมเพื่อสังคม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ตอนนี้มีประชาชนได้มีกุศลในการบริจาคเงินให้กับโรงเรียนแพทย์ต่างๆ ทั้งโรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ในการเตรียมอุปกรณ์ทางการแพทย์ เรายังต้องการอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ก็พร้อมจะต่อสู้ในวิกฤติการณ์นี้ โดยขอให้เราปลอดภัยไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาติ สาลีพัฒนา หรือเฮียเงี๊ยบ&amp;nbsp;บอกว่า ปกติก็จะมีการทำบุญด้วยการสนับสนุนด้านการแพทย์อยู่แล้วเช่นการซื้อเตียงให้กับผู้ป่วย หรืออุปกรณ์ต่างๆที่มีความสำคัญทางการแพทย์มาตลอด แต่เมื่อเกิดวิกฤตของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ก็คิดว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องออกมาช่วยกัน โดยได้นำเงินที่ลูกค้าได้มาอุดหนุนร้านของเรา มาเป็นทุนช่วยสนับสนุนอย่างเต็มที่ ซึ่งที่ต้องออกมาทำแบบนี้เพราะเชื่อว่าถ้าเราไม่ช่วยกัน ถ้าสถานการณ์บานปลายเกินจะควบคุมถึงจะมีมากเงินแค่ไหนก็ใช้ไม่ได้ และถึงเวลาแล้วที่คนที่พร้อมทางด้านกำลังทรัพย์จะออกมาช่วยกันอย่างจริงจังกับสถานการณ์แบบนี้ โดยที่ร้านแม้จะยอดขายลดลงและขายเพียงแบบห่อกลับบ้าน แต่ก็มีการทำความสะอาดฉีดยาฆ่าเชื้ออยู่ตลอดเวลาทำให้มั่นใจได้กับความปลอดภัยของร้านที่ทำตามมาตรการของหน่วยงานต่างๆ อย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62275</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลานายเงี๊ยบ, บริจาคเงิน 1 ล้านบาท, วิกฤตโควิด-19, สมชาติ สาลีพัฒนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200406/image_big_5e8aca11e814f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
