<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64735</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2020 19:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2020 19:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้จำคุก 8-16 ปี ยกแก๊ง &#039;วิคตอเรีย ซีเครท&#039; ค้าประเวณีเด็กสาวเมียนมาร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 เม.ย.63 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีกล่าวหาค้ามนุษย์ จากการค้าประเวณีเด็กหญิงอายุไม่เกิน 18 ปี ในสถานอาบอบนวด &amp;ldquo;วิคตอเรีย ซีเครท&amp;rdquo; สำนวนที่ 2 คดีหมายเลขดำ คม.25/2561 ที่อัยการสำนักงานคดีค้ามนุษย์ 1 ยื่นฟ้อง นายเฉลียว จันทร์พิมพ์ หรือเอส (ไม่ทราบอายุ) วินจักรยานยนต์รับจ้าง, นายบุญทรัพย์ อมรรัตนาศิริ หรือ ป๋ากบ อายุ 57 ปี, นายศรัทธาธรรม แจ้งฉาย หรือป๋าติ๊ก อายุ 69 ปี ผู้จัดการสถานบริการ , น.ส.ศศิธร วิระเทพสุภรณ์ อายุ 48 ปี ในฐานะเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการมีอำนาจใน หจก.อมรินทร์ ออนเซน ที่ขอใบอนุญาตดำเนินกิจการ, หจก.อัมรินทร์ ออนเซน, นายเดชา สิงห์สาครเดชา หรือหนู (ไม่ทราบอายุ) เป็นจำเลยที่ 1-6&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 4 ,6,9,10,11,52,53 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2560 มาตรา 3,4,6 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 4,9,11,53 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 64 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ.2556 มาตรา 5,6,25,32 และ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยอัยการยื่นฟ้อง เมื่อวันที่ 5 เม.ย. 2561 บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า ระหว่างเดือน ก.ค. 2557 วันเวลาใด ไม่ปรากฏชัด - 13 ม.ค. 2560 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน จำเลยทั้งห้ากับพวกซึ่งมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ลักษณะเป็นเครือข่ายดำเนินงานร่วมกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป กระทำผิดร้ายแรง โดยเป็นธุรจัดหาซื้อขาย จำหน่าย พาไปส่ง หน่วงเหนี่ยวกักขังหรือหลอกลวง เด็กหญิงชาวเมียนมาร์ อายุไม่เกิน 15 ปี จากประเทศเมียนมาร์ มาส่งยังประเทศไทยและไปประเทศมาเลเซีย เพื่อแสวงหาประโยชน์จากหญิงเมียนมาร์ ด้วยการบังคับให้ค้าประเวณีอันเป็นการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ และนางศศิธร จำเลยที่ 4 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ หจก.อัมรินทร์ออนเซน ของจำเลยที่ 5 ซึ่งเป็นผู้ขอใบอนุญาตประกอบกิจการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เมื่อเดือน ก.ค. 2557 -4 ก.ค. 2559 จำเลยที่ 2-5 ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการค้าประเวณี ผู้ดูแล และ ผู้จัดการกิจการค้าประเวณี ภายใต้ชื่อสถานบริการอาบอบนวด วิคตอเรียซีเครท ตั้งอยู่เลขที่ 555 ซอยศูนย์วิจัย 4 ถ.พระราม 9 &amp;nbsp;แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. ซึ่งเป็นสถานที่ใช้ในการติดต่อหรือจัดหาบุคคลอื่นเพื่อทำการค้าประเวณีเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี โดยคดีนี้มีผู้เสียหายหญิงเมียนมาร์ ขณะเกิดเหตุอายุ 12 ปี เศษได้เข้ามาในประเทศ โดยฝ่าฝืน พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ที่ได้มาอาศัยอยู่ที่ห้องพักแมนชั่น ย่าน ถ.ประชาอุทิศ เขตห้วยขวาง กทม.ซึ่งพวกจำเลยได้ร่วมกันนำพาผู้เสียหายมาจากประเทศเมียนมาร์ และให้ผู้เสียหายค้าประเวณีทั้งที่สถานบริการอาบอบนวด วิคตอเรียซีเครท และสถานที่ต่างๆ &amp;nbsp;เหตุเกิดที่ประเทศเมียนมาร์, อ.แม่สาย จ.เชียงราย , แขวงสามเสนนอก และแขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. ด่านตรวจคนเข้าเมืองด่านนอก อ.สะเดา , อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในชั้นพิจารณาจำเลยทุกคนให้การปฏิเสธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 27 ส.ค. 2561 ให้จำคุก นายบุญทรัพย์ หรือป๋ากบ จำเลยที่ 2 , นายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก ผู้จัดการสถานบริการ จำเลยที่ 3 &amp;nbsp;คนละ 3 ปี 4 เดือน ฐานเป็นธุระจัดหาฯ และเป็นผู้ดูแล-ผู้จัดการสถานที่ค้าประเวณี , จำคุก น.ส.ศศิธร จำเลยที่ 4 ในฐานะเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการมีอำนาจใน หจก.อมรินทร์ ออนเซน ที่ขอใบอนุญาตดำเนินกิจการ เป็นเวลา 8 เดือน และนายเดชา สิงห์สาครเดชา หรือ หนู จำเลยที่ 5 ที่ขับรถกระบะพาเด็กสาวผู้เสียหายที่ถูกส่งตัวจาก กทม.ไป อ.สะเดา จ.สงขลา ไปค้าประเวณียังประเทศมาเลเซีย และมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ จำคุกเป็นเวลา 6 ปี โดยให้ยกฟ้องจำเลยในข้อหาค้ามนุษย์เพราะพยานหลักฐานโจทก์ยังไม่พอฟังให้ลงโทษ ส่วนนายเฉลียว จำเลยที่ 1 วินจักรยานยนต์รับจ้าง และ หจก.อมรินทร์ ออนเซน จำเลยที่ 5 พิพากษาให้ยกฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาอัยการโจทก์และจำเลยที่ 2,3,4,6 ยื่นอุทธรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอุทธรณ์แผนกคดีค้ามนุษย์ ตรวจสำนวนประชุมปรึกษากันแล้ว พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1-6 มีความผิด ตาม ป.อ.มาตรา 282 วรรคสาม , พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 6(2) , 10 วรรคหนึ่ง , 52 วรรคสาม , พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 9 วรรคสาม โดยจำเลยที่ 2-5 ก็ยังมีความผิด ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 11 วรรคสามด้วย , จำเลยที่ 1 ก็มีความผิด พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 64 วรรคหนึ่ง และจำเลยที่ 6 ก็มีความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ.2556 มาตรา 5 (1)-(4),25 การกระทำของจำเลยที่ 1-6 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ให้จำคุก จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 6 เดือน ฐานร่วมกันเข้าพักอาศัย หรือช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าว เข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย และให้จำคุก จำเลยที่ 1,2,3,4,6 คนละ 12 ปี กับปรับจำเลยที่ 5 เป็นเงิน 1 ล้านบาท ฐานค้ามนุษย์ โดยร่วมกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป กระทำแก่บุคคลอายุยังไม่เกิน 15 ปีซึ่งเป็นกฎหมายที่มีโทษหนักสุด กับจำคุกจำเลยที่ 2,3,4 คนละ 12 ปี และปรับจำเลยที่ 5 เป็นเงิน 300,000 บาท ฐานร่วมกันเป็นเจ้าของกิจการค้าประเวณีผู้ดูแลหรือผู้จัดการกิจการการค้าประเวณีหรือผู้ควบคุมผู้กระทำการค้าประเวณี ในสถาณการค้าที่มีเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีทำการค้าประเวณี ส่วน จำเลยที่ 6 จำคุก 4 ปี ฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 มีกำหนด 12 ปี 6 เดือน และให้นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากคดีอาญา หมายเลขดำ คม.17/2561 ด้วย สำหรับจำเลยที่ 2,3,4 &amp;nbsp;ให้จำคุก คนละ 24 ปี ส่วนจำเลยที่ 5 ปรับเป็นเงินทั้งสิ้น 1,300,000 บาท และจำเลยที่ 6 รวมจำคุกมีกำหนด 16 ปี ขณะที่ตามทางนำสืบของจำเลยทั้งหกเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง จึงเห็นควรลดโทษให้ คนละ 1 ใน 3 จึงคงจำคุก จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 8 ปี 4 เดือน, จำเลยที่ 2,3,4 คงจำคุกคนละ 16 ปี , ปรับจำเลยที่ 5 &amp;nbsp;เป็นเงิน 866,666 &amp;nbsp;บาท , จำเลยที่ 6 จำคุก 10 ปี 8 เดือน และให้จำเลยที่ 1-6 ร่วมกันชดใช้เงิน ให้ผู้เสียหายด้วย รวมเป็นเงิน 1,812,805 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังพิพากษา นายรณสิทธิ์ พฤกษยาชีวะ ประธานมูลนิธิรณสิทธิ์เพื่อช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์เด็กและสตรี ในฐานะผู้ล่อซื้อบริการเด็กผู้หญิงในวิคตอเรียซีเครท ให้สัมภาษณ์ว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ลงโทษจำคุกและปรับจำเลยทั้ง 6 คน วันนี้ก็รู้สึกภาคภูมิใจต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยว่าสุดท้ายแล้ว ก็ได้ความยุติธรรมกลับคืนมาจากการค้ามนุษย์ เราต่อสู้เพื่อความถูกต้องให้กับผู้เสียหายเหล่านี้อย่างเต็มที่ เพราะผู้เสียหายคือเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี หรือ 18 ปี ที่ถูกกระทำ ถูกเอารัดเอาเปรียบทางเพศ ขายบริการทางเพศ ส่วนประเด็นคำพิพากษาศาลชั้นต้น พิพากษานายกำพล, นางนิภา และนายธนพล ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์นั้น ทางมูลนิธิรณสิทธิ์ ก็ได้ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ให้ตรวจสอบในประเด็นที่ว่าคำพิพากษานั้น อาจจะพิพากษาเกินฟ้องหรือไม่ &amp;nbsp;แต่วันนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาประเด็นนี้ว่า คำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่วินิจฉัยว่านายกำพล, นางนิภา และนายธนพล ไม่มีความผิดนั้นมิชอบ เพราะทั้ง 3 คนยังคงหลบหนีอยู่ ไม่ได้นำตัวมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม &amp;nbsp;ส่วนนายกำพลที่หลบหนีไม่ได้ฟ้องต่อศาลนั้น ไม่ได้กังวลเพราะอายุความหยุดไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการอ่านคำพิพากษาในวันนี้ เนื่องจากยังคงอยู่ในสถาการณ์ควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ศาลอาญาซึ่งเป็นศาลชั้นต้นที่ได้อ่านคำพิพากษาอุทธรณ์วันนี้ ก็ได้อ่านคำพิพากษาผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์สำหรับกลุ่มจำเลยที่ 1,2,3 ที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำคลองเปรมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีกล่าวหาสมคบค้ามนุษย์จากการค้าประเวณีเด็กในสถานบริการอาบอบนวด วิคตอเรียซีเครท สำนวนแรกนั้น คือ คดีหมายเลขดำ คม.24/2561 ซึ่งอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไปเมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2562 ที่พิพากษาแก้โดยเพิ่มโทษจำคุก นายมนัส หรือป๋านัส อ่วมทับ อายุ 50 ปี และนายสมชายหรือป๋าต้น แสงอุดม อายุ 54 ปี ซึ่งเป็นพนักงานเชียร์แขก ทั้งสิ้น 120 ปี จำเลยรับสารภาพเหลือโทษจำคุก 60 ปี โดยรวมกับที่ศาลชั้นต้นลงโทษฐานเป็นผู้ดูแลสถานค้าประเวณีฯ 2 ปี 6 เดือน เป็นจำคุก 62 ปี 6 เดือน แต่เมื่อรวมโทษจำคุกทุกกระทงแล้วให้จำคุกสูงสุด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 &amp;nbsp;เป็นจำคุกคนละ 50 ปี และพิพากษาให้จำเลยทั้งสอง ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เสียหาย 2 ราย สัญชาติเมียนมา คนละ 80,000 บาท รวม 1.6 แสนบาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนับจากวันฟ้อง 21 เม.ย. 2561 (เดิมศาลชั้นต้นยกคำขอชดใช้ค่าสินไหมทดแทน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และยังมีสำนวนที่ 3 ด้วย คือคดีหมายเลขดำคม 26/2561 ที่ศาลอาญา มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 27 ส.ค. 2561 ให้จำคุก นายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก ผู้จัดการสถานบริการ จำเลยที่ 1 , นายบุญทรัพย์ หรือป๋ากบ ที่ 2 , นายชัยณรงค์ อันสุข หรือป๋าสง่า อายุ 55 ปี ที่ 3 , นายเอกณพัชร์ จารุวัฒน์ปฐมกุล หรือพี่ป๊อป อายุ 30 ปี จำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นพนักงานเชียร์แขก ฐานเป็นธุระจัดหาฯ คนละ 15 ปี 12 เดือน , น.ส.ศศิธร หุ้นส่วนผู้จัดการ หจก.อัมรินทร์ออนเซน ที่ 6 จำคุก 7 ปี 6 เดือน เหตุเกิดระหว่างต้นเดือน ธ.ค. 2560 - 12 ม.ค. 2561 เด็กผู้เสียหายเมียนมาร์-ไทย รวม 9 คน โดยให้ยกฟ้องจำเลยทั้งหมดในข้อหาค้ามนุษย์โดยแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบในการค้าประเวณี เพราะพยานหลักฐานโจทก์ยังไม่พอฟังให้ลงโทษ ซึ่งคดีนั้นทั้งอัยการโจทก์ และจำเลยได้ยื่นอุทธรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในส่วนนายกำพล วิระเทพสุภรณ์ หรือเสี่ยกำพล เจ้าของสถานบริการวิคตอเรีย ซีเครท ที่อัยการสำนักงานคดีค้ามนุษย์สั่งฟ้องร่วมทำผิดด้วยนั้น ปัจจุบันยังติดตามตัวมายื่นฟ้องไม่ได้ ซึ่งคาดว่าจะหลบหนีคดี โดยพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ขอศาลออกหมายจับไว้แล้วซึ่งมีอายุความการติดตามตัวมาฟ้องภายใน 20 ปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64735</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีค้ามนุษย์, วิคตอเรีย ซีเคร็ท, ศาลอาญา, ศาลอุทธรณ์, เสี่ยกำพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200430/image_big_5eaabea0e480f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53372</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2019 14:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2019 14:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลแพ่งสั่งทรัพย์ &#039;ป๋าติ๊ก-เสี่ยกำพล วิคตอเรียซีเครท&#039; กว่า 467 ล้านตกเป็นของแผ่นดิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ธ.ค. 62 - นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 ธ.ค.ที่ผ่านมา ศาลแพ่งได้มีคำสั่งในคดีที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 2 (ฟอกเงิน) ได้ยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สินของเครือข่ายสถานบริการอาบ อบ นวด วิคตอเรีย ซีเครท (ย่านพระราม 9) ตกเป็นของแผ่นดิน โดยคดีนี้อัยการรับสำนวนมาจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อให้ยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สินของนายศรัทธาธรรม แจ้งฉาย (ผู้จัดการสถานบริการอาบ อบ นวด จำเลยคดีอาญาร่วมกันค้ามนุษย์และค้าประเวณี) กับพวก จำนวนทุนทรัพย์ 467,597,936.53 บาทให้ตกเป็นของแผ่นดิน เนื่องจากเชื่อว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดมูลฐานค้ามนุษย์ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเมื่ออัยการสำนักงานคดีพิเศษ 2 ยื่นคำร้องเป็นคดีต่อศาลแพ่ง ต่อมานายกำพล วิระเทพสุภรณ์ เจ้าของสถานบริการอาบ อบ นวด วิคตอเรียฯ (ผู้ต้องหาคดีที่อัยการสั่งฟ้องคดีร่วมค้ามนุษย์ไปแล้ว) กับพวกรวม 15 คนที่มีชื่อในทรัพย์สินนั้น ก็ได้ยื่นคำร้องคัดค้านการขอให้ยึดทรัพย์ดังกล่าวด้วย ศาลแพ่งได้พิจารณาคำร้องของอัยการ และคำคัดค้านของเครือข่ายวิคตอเรียฯ ที่เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายนำเสนอพยานหลักฐานต่อสู้กันเต็มที่แล้ว จึงได้มีคำสั่งว่า ให้ทรัพย์สินตามที่อัยการยื่นคำร้องดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน ยกเว้นทรัพย์ที่บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด(มหาชน) กับบริษัท หลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp;ผู้คัดค้านที่ 2-3 ขอให้คุ้มครองไว้ในรายการที่ 27 และ 29 ซึ่งเป็นหุ้นในบริษัท อควาฯ ที่นายกำพล ผู้คัดค้านที่ 1 จะต้องนำมาชำระหนี้บางส่วน ให้กับบริษัทหลักทรัพย์ฯ ทั้งสองเสียก่อน ศาลจึงมีคำสั่งให้เอาหลักทรัพย์นั้นออกขายในตลาดหลักทรัพย์เพื่อนำมาชำระหนี้ให้กับบริษัทหลักทรัพย์ โนมูระฯ ผู้คัดค้านที่ 2 จำนวน 174,160,000 บาท และในส่วนบริษัทหลักทรัพย์ ธนชาตฯ จำนวน 67,875,360 บาท (รวมยอดหนี้ 242,039,360 บาท) ขณะที่คำคัดค้านอื่นของนายกำพล ในฐานะผู้คัดค้านที่ 1 กับพวกอีก 13 รายนั้นฟังไม่ขึ้น ศาลแพ่งจึงให้ทรัพย์สินตามคำร้องของอัยการ และ ป.ป.ง.ยื่นมานั้น ตกเป็นของแผ่นดิน โดยเท่ากับจำนวนทุนทรัพย์ที่ตกเป็นของแผ่นดินหลังจากหักส่วนที่ชำระหนี้ให้กับ 2 บริษัทหลักทรัพย์ฯแล้วประมาณ 225 ล้านบาทเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประยุทธ รองโฆษกอัยการฯ ยังกล่าวถึงขั้นตอนตามกฎหมายต่อไปว่า คำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินนี้ คู่ความที่มีชื่อเป็นเจ้าของทรัพย์ ยังมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ได้ภายในเวลา 1 เดือนตามกฎหมายนับจากวันที่ศาลมีคำสั่งยึดทรัพย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีดังกล่าวอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 2 (ฟอกเงิน) ได้ยื่นฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำ ฟ.90/2561 เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2561 ขอให้ศาลมีคำสั่งยึดอายัดทรัพย์เครือข่ายสถานบริการอาบ อบ นวด วิคตอเรียฯ ย่านพระราม 9 เนื่องจากเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดมูลฐานค้ามนุษย์ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 และฉบับที่ 4 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2558 มาตรา 3(2) จำนวน 41 รายการ โดยมีการสืบพยานอัยการผู้ร้อง และพยานฝ่ายนายกำพล ผู้คัดค้านที่ 1 และผู้มีชื่อเป็นเจ้าของทรัพย์ร่วมใน 41 รายการ ตั้งแต่เดือน ก.ค.-ส.ค. 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สำหรับ นายกำพล เจ้าของสถานบริการวิคตอเรีย ซีเครทนั้น อัยการสำนักงานคดีค้ามนุษย์ มีคำสั่งฟ้องร่วมทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์และการค้าประเวณีคดี โดยพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ขอศาลออกหมายจับไว้แล้ว ซึ่งปัจจุบันยังติดตามตัวมายื่นฟ้องไม่ได้ ก็คาดว่าจะหลบหนี โดยหมายจับมีอายุความในการติดตามตัวมาฟ้องภายใน 20 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ในส่วนของ นายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก อายุ 67 ปี ผู้จัดการสถานบริการและผู้มีอำนาจในบริษัท เดวิส ซิลเวอร์สตาร์ จำกัด นั้น ปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ จากคดีที่ศาลพิพากษาจำคุก 2 สำนวนเมื่อปี 2561 เป็นเวลาทั้งสิ้น 18 ปี 16 เดือน กรณีที่ถูกกล่าวหาร่วมธุระจัดหาค้าประเวณีเด็กสาวเมียนมาร์-ไทยอายุไม่เกิน 15 และไม่เกิน 18 ปี ซึ่งคดียังอยู่ระหว่างอุทธรณ์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53372</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประยุทธ เพชรคุณ, วิคตอเรีย ซีเคร็ท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180119/image_big_5a61df04515b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50626</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2019 12:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2019 12:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุทธรณ์เพิ่มโทษ 2 ป๋าเชียร์แขกคดีวิคตอเรียซีเครทคุก 62 ปี 6 เดือนชดใช้สินไหมสาวพม่า2 ราย 1.6 แสนบาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ย.62- &amp;nbsp; ที่ห้องพิจารณา 716 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีค้ามนุษย์ สถานบริการอาบอบนวด &amp;ldquo;วิคตอเรีย ซีเครท&amp;rdquo; คดีหมายเลขดำ คม.24/2561 ที่พนักงานอัยการคดีค้ามนุษย์ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายมนัส หรือป๋านัส อ่วมทับ อายุ 49 ปี และนายสมชาย หรือป๋าต้น แสงอุดม อายุ 53 ปี ซึ่งเป็นพนักงานเชียร์แขก ในความผิดฐานร่วมกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เพื่อกระทำผิดฐานค้ามนุษย์ เพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณีโดยบังคับขู่เข็ญ , เป็นธุระจัดหา ชักพาไปหญิงสาวอายุ 15 แต่ไม่เกิน 18 ปี เพื่อสนองความใคร่ผู้อื่น ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 , พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 , พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำฟ้องระบุว่า เมื่อเดือน ธ.ค. 2560 จนถึง 12 ม.ค. 2561 จำเลยทั้ง 9 กับพวกสมคบกัน โดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ โดยตกลงวางแผนและแบ่งหน้าที่กันทำ เพื่อเป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไป ผู้เสียหายเป็นหญิงสาวรวม 9 ราย ทั้งคนไทยและคนเมียนมา ซึ่งอายุ 15 ปีแต่ไม่เกิน 18 ปี โดยร่วมกันให้ผู้เสียหาย ทำการค้าประเวณีที่สถานอาบอบนวด วิคตอเรีย ถนนพระรามเก้า แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง เพื่อให้ผู้เสียหาย กระทำการค้าประเวณี ยอมรับการกระทำชำเราหรือยอมรับการกระทำอื่นใดเพื่อสนองความใคร่หรือสำเร็จความใคร่ทางกามารมณ์ของผู้อื่น อันเป็นการสำส่อนประพฤติตนไม่สมควร เพื่อสินจ้างหรือประโยชน์อื่นใด เพื่อที่จำเลยกับพวกจะได้แสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณีของผู้เสียหายที่เป็นเด็ก แม้ผู้เสียหายยินยอมก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งเดิมทั้งสองถูกฟ้องร่วมกับนายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก แจ้งฉาย อายุ 67 ปี ผู้จัดการสถานบริการอาบอบนวด กับพวกรวม 9 คน เมื่อเดือน เม.ย. 2561 แต่ชั้นพิจารณามีเฉพาะนายมนัสหรือป๋านัส และนายสมชายหรือป๋าต้น ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ส่วนนายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก ผู้จัดการสถานบริการ กับพวกจำเลยที่เหลืออีก 7 รายให้การปฏิเสธ ขอต่อสู้คดี จึงแยกสำนวนฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2561 เห็นว่านายมนัส หรือป๋านัส &amp;nbsp;และนายสมชาย หรือป๋าต้น มีความผิดฐานเป็นผู้ดูแลกิจการค้าประเวณี และเป็นธุระจัดหาฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา (ป.อ.) มาตรา 282 วรรคหนึ่ง วรรคสอง , 283 ทวิ วรรคหนึ่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง วรรคสอง , 11 วรรคสอง &amp;nbsp;และฐานสมคบทำผิดค้ามนุษย์แสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณีฯ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 6,9 วรรคหนึ่ง วรรคสอง , 52 วรรคหนึ่ง วรรคสอง จำคุก คนละ 46 ปี โดยรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุกไว้ 22 ปี 12 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคดีนี้ทั้งอัยการโจทก์และจำเลยได้ยื่นอุทธรณ์ให้ลงโทษสถานเบาหรือรอการลงโทษด้วย วันนี้ศาลได้เบิกตัวจำเลยทั้งสองมาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอุทธรณ์แผนกคดีค้ามนุษย์ตรวจสำนวนและประชุมปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า ในข้อหาที่ศาลชั้นต้นพิพากษาจำเลยทั้งสอง ฐานเป็นผู้ดูแลหรือผู้จัดการกิจการสถานค้าบริการประเวณีฯ ซึ่งมีบุคคลอายุ 15 แต่ไม่เกิน18 ปี จำคุก 2 ปี 6 เดือน นั้น ความผิดในส่วนนี้คู่ความไม่ได้ยื่นอุทธรณ์คดีส่วนนี้จึงถึงที่สุดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่า คดีนี้เป็นคดีที่เกี่ยวพันคดีของนายศรัทธาธรรม แจ้งฉาย หรือป๋าติ๊ก ซึ่งเป็นผู้จัดการสถานบริการวิคตอเรียซีเครท กับพวกรวม 7 คน ที่พนักงานอัยการคดีค้ามนุษย์ได้ยื่นฟ้องและศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาเป็นคดีหมายเลขแดง คม. 53/2561 (คดีหมายเลขดำ คม. 26/2561) ที่เรียกว่าเหตุลักษณะคดี (เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้วมีผลถึงจำเลยคนอื่นด้วย) โดยเมื่อศาลชั้นต้นยกฟ้องจำเลยทั้งเจ็ดในข้อหาสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปกระทำความผิดค้ามนุษย์ด้วยการค้าประเวณี โดยลงโทษเฉพาะข้อหาเป็นธุระจัดหาบุคคลฯเพื่อสนองความใคร่และค้าประเวณี คดีของจำเลยทั้งสอง จึงต้องยกฟ้องในข้อหาดังกล่าวด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การจะพิจารณานั้นก็ต้องดูรูปเรื่องทั้งหมด ซึ่งคดีของจำเลยทั้งสอง อัยการโจทก์ก็ได้บรรยายพฤติการณ์ฟ้องและนำสืบพยานหลักฐานจนฟังได้ว่า ร่วมกันกระทำผิดฐานโดยสมคบตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ค้ามนุษย์โดยแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณีและเป็นธุระจัดหาบุคคลฯ สนองความใคร่ผู้อื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และที่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ขอให้พิจารณาลงโทษสถานเบาหรือรอลงโทษนั้น ศาลอุทธรณ์เห็นว่า พฤติการณ์ของจำเลยทั้งสองที่โจทก์ฟ้องนั้นได้กระทำผิดต่อบุคคลจำนวนมาก ซึ่งเป็นการแสวงหาประโยชน์จากบุคคลอายุ 15 แต่ไม่เกิน 18 ปี จากการค้าประเวณีอีกทั้งยังเป็นการกระทำที่อุกอาจ ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองจึงฟังไม่ขึ้น อุทธรณ์ของอัยการโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิ่มโทษรายกระทงเป็น 2-10 ปี (จากที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา กระทงละ 2-5 ปี) โดยข้อหาที่โทษหนักที่สุดคือสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปค้ามนุษย์โดยแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณีและเป็นธุระจัดหา บุคคลอายุ 15 แต่ไม่เกิน 18 ปีฯ จำคุก 7 กระทงๆละ 10 ปี เป็นจำคุก 70 ปี โดยรวมกับโทษ ฐานเป็นธุระจัดหาบุคคลให้ค้าประเวณีโดยขู่เข็ญฯ และข้อหาอื่นอีกหลายกระทง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมจำคุกนายมนัส หรือป๋านัส และนายสมชาย หรือป๋าต้น ทั้งสิ้น 120 ปี จำเลยรับสารภาพเหลือโทษจำคุก 60 ปี โดยรวมกับที่ศาลชั้นต้นลงโทษฐานเป็นผู้ดูแลสถานค้าประเวณีฯ 2 ปี 6 เดือน เป็นจำคุก 62 ปี 6 เดือน แต่เมื่อรวมโทษจำคุกทุกกระทงแล้วให้จำคุกสูงสุด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 เป็นจำคุกคนละ 50 ปี และพิพากษาให้จำเลยทั้ง 2 ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เสียหายสองรายสัญชาติเมียนมาคนละ 80,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนับจากวันฟ้อง 21 เม.ย. 2561 (เดินศาลชั้นต้นยกคำขอชดใช้ค่าสินไหมทดแทน) นอกจากที่แก้ให้เป็นตามศาลชั้นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายหลังศาลอ่านคำพิพากษาที่โทษสูงขึ้น นายมนัสถึงกับยกมือขึ้นกุมขมับ หน้าตาเคร่งเครียด ญาติๆ ต่างแสดงความเสียใจ หมดเรี่ยวแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับ ป๋าติ๊ก ผู้จัดการสถานบริการนั้นได้ถูกยื่นฟ้อง 2 คดี ซึ่งศาลมีคำพิพากษาไปแล้วตั้งแต่ปี 2561 จำคุก 2 สำนวนเป็นเวลาทั้งสิ้น 18 ปี 16 เดือน โดยยกฟ้องในข้อหาสมคบค้ามนุษย์ฯซึ่งคดีอยู่ระหว่างอัยการโจทก์ยื่นอุทธรณ์พร้อมกับจำเลยร่วมคนอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนายกําพล วิระเทพสุภรณ์ หรือเสี่ยกำพล เจ้าของสถานบริการวิคตอเรียฯ ที่อัยการมีคำสั่งฟ้องว่าร่วมกระทำผิดด้วยนั้น ปัจจุบันยังติดตามตัวมายื่นฟ้องไม่ได้ ซึ่งคาดว่าจะหลบหนีคดีโดยพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ขอศาลออกหมายจับไว้แล้ว ซึ่งมีอายุความติดตามตัวมาฟ้องคดีภายใน 20 ปี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50626</URL_LINK>
                <HASHTAG>2 ป๋าเชียร์แขก, คดีค้ามนุษย์, วิคตอเรีย ซีเคร็ท, ศาลอาญา, เพิมโทษ2ปี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191119/image_big_5dd37da575eb8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14082</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2018 12:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2018 12:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีเอสไอจับเพิ่มหน.แคชเชียร์นายหน้าค้ากามวิคตอเรียฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ค.61- กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เผยแพร่เอกสารข่าว จากกรณีได้สนธิกำลังกับกรมการปกครอง ร่วมกันตรวจค้นจับกุมสถานบริการ อาบ อบ นวด วิคตอเรีย ซีเคร็ท เมื่อวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา และพบหญิงบริการ 113 คน ซึ่งมีลักษณะพฤติการณ์เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560 โดยเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมหลายหน่วยงานได้ปฏิบัติการตามแผนจับกุม โดยสืบสวนและแสวงหาพยานหลักฐาน ซึ่งพบว่า สถานบริการ วิคตอเรีย ซีเคร็ท อาบอบนวด เป็นสถานที่ที่จัดไว้เพื่อการค้าประเวณีหรือยอมให้มีการค้าประเวณี จึงได้จับกุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสน.วังทองหลาง และต่อมา พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ได้อนุมัติรับความผิดทางอาญาดังกล่าวเป็นคดีพิเศษที่ 5/2561 โดยมีข้อสั่งการให้เร่งรัดติดตามผู้กระทำความผิดมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าวดีเอสไอได้ร่วมกันจับกุมตัวน.ส.นันทะวรรณ์ ชาลีนิวัฒน์ หรืออุ้ย ผู้ต้องหา หัวหน้าแคชเชียร์ วิคตอเรียฯ &amp;nbsp;ตามหมายจับของศาลอาญาที่ 599/2561 ลงวันที่ 28 มี.ค. 2561 โดยจับกุมได้ที่บริเวณตลาดหน้าห้างตะวันออกคอมเพล็กซ์ ต.บางตีนเป็ด อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา และเจ้าหน้าที่ผู้จับกุมได้นำผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ดีเอสไอ ดำเนินการตามกฎหมาย โดยกล่าวหาว่า ร่วมกันเป็นอั้งยี่หรือซ่องโจร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพฤติการณ์ในการกระทำผิด คือ น.ส.นันทะวรรณ์ มีชื่อเป็นผู้ใช้งานระบบคอมพิวเตอร์ของเดอะลอร์ด กรุ๊ป ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทที่บริหารจัดการสถานบริการอาบอบนวดในเครือ 4 แห่ง โดยทำหน้าที่สั่งการในสถานบริการดังกล่าวในฐานะหัวหน้าแคชเชียร์ ย่อมต้องรู้ว่าสถานบริการอาบอบนวดดังกล่าว มีลักษณะเป็นองค์กรอาชญากรรมตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 และมีลักษณะเป็นอั้งยี่ ซ่องโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ประเวศ พร้อมเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ได้ร่วมกันจับกุมตัวนายประเสริฐ แจ้งฉาย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 588/2561 ลงวันที่ 28 มี.ค. 2561 โดยจับกุมได้ที่บริเวณหมู่บ้านจุฑาทิพย์ แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพฯ และได้นำผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษดำเนินตามกฎหมาย โดยกล่าวหาว่า ร่วมกันเป็นธุระจัดหา หรือชักพาไปซึ่งบุคคลใด เพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี แม้บุคคลนั้นจะยินยอมก็ตาม และร่วมกันเป็นผู้สนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหาหรือพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งชายหรือหญิง แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14082</URL_LINK>
                <HASHTAG>กวาดล้างเครือข่ายค้ามนุษย์, คดีค้ากาม, ดีเอสไอ, วิคตอเรีย ซีเคร็ท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180119/image_big_5a61df04515b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8815</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2018 11:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2018 11:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปง.มีมติยึดทรัพย์ 463 ล้าน &#039;เสี่ยกำพล-แก๊งวิคตอเรีย ซีเครท&#039; ค้ามนุษย์!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;9 พ.ค. 61 - พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร รองเลขาธิการฯ รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานป้องกันดละปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้กล่าวหลังการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 9/2561 เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 61 คณะกรรมการธุรกรรม ได้มีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราวมีกำหนดไม่เกิน 90 วัน รายคดีค้ามนุษย์ สถานบริการอาบ อบ นวด วิคตอเรียซีเครท รวมทรัพย์สิน จำนวน 45 รายการ รวมมูลค่ากว่า 463,000,000 บาท&amp;nbsp; ได้แก่ ทรัพย์สินประเภทเงินฝากธนาคาร จำนวน 28 รายการ โดยมีชื่อนายกำพล วิระเทพสุภรณ์ นางนิภา ธีระตระกูลวัฒนาหรือวิระเทพสุภรณ์ และบุคคลผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์ รวมจำนวน 11 คน เป็นเจ้าของบัญชี ทรัพย์สินประเภทหลักทรัพย์และหน่วยลงทุน จำนวน 9 รายการ โดยมีชื่อนายกำพล วิระเทพสุภรณ์ และนางนิภา ธีระตระกูลวัฒนา หรือวิระเทพสุภรณ์ เป็นเจ้าของหลักทรัพย์และหน่วยการลงทุนทรัพย์สินประเภทที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง และห้องชุด รวมจำนวน 8 รายการ โดยมีชื่อนายธนพล วิระเทพสุภรณ์ นายสรพงศ์ วินิจฉัยกุล นางรสิก์พันธุ์ วินิจฉัยกุล นายสมชาย แสงอุดม นางวิไล วิระเทพสุภรณ์ นายมงคลแจ้งฉาย และนายอารักษ์ เพชรรัตน์ มีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างและห้องชุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นอกจากนี้ คณะกรรมการธุรกรรมยังได้มีมติยึดทรัพย์สินขบวนการลักลอบขนเงินข้ามแดน อีก 3 ราย ประกอบด้วย นายมาซาโตะ คิคุชิ นายลอบซัง โซดา และราย MR. MSAFIRI JUSTIN รวมมูลค่า 9,500,000 บาท ซึ่งสำนักงาน ปปง. ได้รับรายงานจากกรมศุลกากร รายงานการกระทำความผิดเกี่ยวกับ การนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาในประเทศ อันเป็นการฝ่าฝืนหรือละเลยไม่ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงการคลัง การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดเกี่ยวกับศุลกากร ตามมาตรา 3(7) แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
พล.ต.ต. รมย์สิทธิ์&amp;nbsp; ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อเป็นการตัดวงจรอาชญากรรมและเส้นทางการเงินของผู้กระทำความผิด สำนักงาน ปปง. จะเน้นการสืบสวนสอบสวนขยายผลและบูรณาการกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เพื่อยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดในมูลฐานต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำงาน และเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในเรื่องของการป้องกันและปราบปราม
การฟอกเงินและต่อต้านการสนับทางการเงินแก่การก่อการร้าย เนื่องจากทรัพย์สินใดเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน ทรัพย์สินนั้นต้องกลับคืนสู่แผ่นดินโดยไม่มีเงื่อนไข ด้วยกฎหมายฟอกเงิน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8815</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้ามนุษย์, ปปง., พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร, ยึดทรัพย์, วิคตอเรีย ซีเคร็ท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180119/image_big_5a61df04515b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6259</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2018 11:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2018 10:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>DSIส่งสำนวนค้ามนุษย์วิคตอเรียให้อัยการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 เม.ย.61-พ.ต.ท.สุภัทร ธรรมธนารักษ์ ผู้อำนวยการกองคดีการค้ามนุษย์ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นำเอกสารหลักฐานพร้อมสำนวนการสอบสวนคดีค้ามนุษย์ สถานบริการอาบอบนวดวิคตอเรีย ซีเคร็ท ย่านพระราม 9 จำนวน 13 กล่อง 72 แฟ้ม กว่า 17,000 แผ่น มาส่งให้กับอัยการคดีค้ามนุษย์ เพื่อพิจารณาและมีความเห็นสั่งฟ้องตามขั้นตอนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.สุภัทร กล่าวว่า มั่นใจในสำนวนการสอบสวน และเชื่อว่าจะสามารถเอาผิดกับกลุ่มผู้ต้องหาได้ทั้งหมด ส่วนการติดตามตัวผู้ต้องหาคนสำคัญ อย่างนายกำพล วิระเทพสุภรณ์ หรือเสี่ยกำพล เชื่อว่าเดินทางออกนอกประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนติดตาม หากพบที่อยู่ชัดเจนจะประสานอัยการต่างประเทศเพื่อติดตามตัวตามขั้นตอน แต่เชื่อว่าจะไม่เป็นอุปสรรคกับการดำเนินคดี แม้ว่าจะยังไม่ได้ตัวผู้ต้องหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายบดินทร์ แสนสระดี รองอธิบดีอัยการคดีค้ามนุษย์ ระบุว่า การส่งสำนวนครั้งนี้ เป็นการส่งสำนวนคดีที่ 2 เกี่ยวกับความผิดที่เกิดขึ้นในราชอาณาจักร ซึ่งพนักงานสอบสวนดีเอสไอมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหา 45 คน แบ่งเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วยเจ้าของสถานบริการ พนักงานเชียร์แขก แคชเชียร์ นายหน้า และอั้งยี่ ซึ่งทั้งหมดถูกฟ้องในข้อหาหลักคือร่วมกันค้ามนุษย์ และยังมีข้อหาอื่นๆ แตกต่างกันตามความผิดของแต่ละบุคคล ขั้นตอนหลังจากพนักงานอัยการรับสำนวนการสอบสวนจากดีเอสไอแล้ว จะมีการตรวจรับและตั้งคณะทำงานขึ้นมาพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อพิจารณาสั่งฟ้องให้ทันกำหนด ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดจะครบกำหนดฝากขังผัดสุดท้ายวันที่ 5 เม.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีค้ามนุษย์สถานบริการอาบอบนวดวิคตอเรีย ซีเครท ก่อนหน้านี้ดีเอสไอได้ส่งสำนวนให้อัยการแล้ว 1 สำนวนที่เกี่ยวพันกันเมื่อวันที่ 30 มี.ค. ที่ผ่านมาเป็นความผิดที่เกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร โดยมีการสั่งฟ้องนายกำพลกับพวกรวม 7 คน ในข้อหาหลักร่วมกันค้ามนุษย์ ร่วมมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และความผิดอื่นอีกหลายข้อหา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6259</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้ามนุษย์, ดีเอสไอ, นายบดินทร์ แสนสระดี, ผู้อำนวยการกองคดีการค้ามนุษย์, พ.ต.ท.สุภัทร ธรรมธนารักษ์, รองอธิบดีอัยการคดีค้ามนุษย์, วิคตอเรีย ซีเคร็ท, อัยการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180402/image_big_5ac1b3669d120.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4558</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2018 14:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2018 14:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออกหมายจับเพิ่ม &#039;วิคตอเรีย ซีเคร็ท&#039; ค้ามนุษย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มี.ค. 61 - พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลการประชุมคณะกรรมการป้องกันเจ้าหน้าที่ของรัฐมิให้เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ เมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา ว่า ผลการประชุมมีประเด็นที่สำคัญคือ การดำเนินคดีกับสถานอาบอบนวดวิคตอเรีย ซีเคร็ท ซึ่งตนได้สั่งการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ต้องสรุปสำนวนให้จบทั้งหมดภายในสิ้นเดือนมี.ค.นี้ &amp;nbsp;และทราบว่าจะมีการออกหมายจับเพิ่มเติมด้วยภายในสัปดาห์หน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสถานการณ์การค้ามนุษย์ในประเทศไทยขณะนี้ดีขึ้นหรือไม่นั้น &amp;nbsp;เรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) สั่งให้ตนลงมาดูแลโดยเฉพาะว่าจะทำอย่างไรให้กระบวนการกฎหมายลงโทษเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปเกี่ยวข้องได้รวดเร็ว ชัดเจน ซึ่งหากทำได้ก็เชื่อว่าจะยิ่งทำให้ปัญหาการค้ามนุษย์ลดลงมากยิ่งขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4558</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้ามนุษย์, พล.อ.ฉัตรชัย, วิคตอเรีย ซีเคร็ท, ออกหมายจับเพิ่ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180119/image_big_5a61df04515b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
