<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>72805</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2020 11:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2020 11:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมาคมสินแร่ฯแนะรัฐเปิดทางอุตสาหกรรมเหมืองแร่ดันเศรษฐกิจหลังโควิค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค.63-นายวิจักษ์ พงษ์เภตรา นายกสมาคมสินแร่และวัสดุก่อสร้าง &amp;nbsp;เปิดเผยถึงถึงการนำพาเศรษฐกิจหลังการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ว่ามี 3 ขั้นคือ ขั้นแรกต้องอยู่รอดให้ได้โดยใช้องค์ความรู้ เทคโนโลยี และความร่วมมือร่วมใจของทุกคนที่เกี่ยวข้องเพื่อผ่านวิกฤตไปด้วยกัน &amp;nbsp;ขั้นที่สอง ต้องฟื้นฟูความแข็งแรงทางธุรกิจ อะไรที่ติดขัดที่เป็นปัจจัยภายในที่ควบคุมได้ต้องขจัดให้ลื่นไหลโดยไม่ยึดติดกับแนวคิดหรือทฤษฎีแบบเดิมๆ &amp;nbsp;ขั้นที่สาม มองหาทางออกและเติบโตในอนาคตในรูปแบบวิถีชีวิตใหม่ หรือ New Normal ทั้งภาครัฐ เอกชน ราชการ และประชาชน ต้องคิดในแนวนี้ทั้งประเทศ จึงจะฝ่าฟันวิกฤติครั้งนี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสินแร่และวัสดุก่อสร้าง ก็ต้องปรับตัวและเปลี่ยนแปลงให้เข้ากับวิถีชีวิตใหม่ที่มุ่งเน้นการทำเหมืองที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยผู้ประกอบการจะมาทำเหมืองแร่ในช่วงเวลาไม่กี่ปี หลังจากนั้นจะคืนพื้นที่ต่อประเทศในรูปแบบที่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร ต่อชุมชนและสังคม เช่นสร้างแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภค &amp;nbsp;&amp;nbsp;สร้างแหล่งท่องเที่ยว &amp;nbsp;สร้างป่า ตามแต่เจ้าของพื้นที่อยากให้เป็นอะไรแล้วใช้ประโยชน์ต่อไปในระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปัจจุบันมีตัวอย่างการทำเหมืองเพื่อเกษตรกรรมเรียกว่าโคกหนองนาโมเดล &amp;nbsp;เป็นแหล่งหนองน้ำเพื่อการเกษตรโดยรอบพื้นที่ เชื่อมโยงเป็นระบบชลประทาน &amp;nbsp;เป็นแหล่งเลี้ยงสัตว์น้ำ &amp;nbsp;เป็นแหล่งสำรองน้ำหรือธนาคารน้ำไว้สู้กับภัยแล้ง &amp;nbsp;และเป็นแก้มลิงยามน้ำท่วม &amp;nbsp;กล่าวได้ว่าดำเนินการตามศาสตร์พระราชาที่มีคุณค่ายิ่งนัก&amp;rdquo;นายวิจักษ์กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิจักษ์ กล่าวด้วยว่า &amp;nbsp;ทางสมาคมได้นำเสนอและประสานงานกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ &amp;nbsp;กระทรวงอุตสาหกรรม &amp;nbsp;และสำนักงานการปฎิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หาแนวทางสร้างดุลยภาพระหว่างผู้ประกอบการทำเหมืองแร่กับเกษตรกรในพื้นที่ จนมีทางออกให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของพ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม โดยการออกแบบการทำเหมืองแบบโคกหนองนาโมเดลที่ภาครัฐและราชการยอมรับ แต่ยังติดขัดเรื่องการตีความทางกฎหมายในการแก้ไขปรับปรุงกฎกระทรวงที่รองรับคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ที่ออกมาในปี 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสมหวัง วิทยาปัญญานนท์ เลขาธิการสมาคมสินแร่และวัสดุก่อสร้าง ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปัญหาในปัจจุบันคือ กฎกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ออกรองรับคำสั่งคสช.ที่ 31/2560 ให้กิจการอื่นมีเท่าที่ผ่านการอนุญาตและดำเนินการอยู่เท่านั้น ทำให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้ประกอบการที่ยังเป็นโครงการอยู่ไม่ได้รับการพิจารณายินยอมหรืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์พื้นที่ต้องสะดุดหยุดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เมื่อพิจารณาตามคำสั่ง คสช.ที่ 31/2560 นั้นออกกฎหมาย โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร ปี 2557 นั้นออกคำสั่งให้ทำ 2 เรื่องหลักๆ คือ ให้ออกกฎกระทรวงรองรับภายใน 90 วัน ซึ่งได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว และให้ปรับปรุงพ.ร.บ.ปฎิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ให้สามารถใช้ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ได้ โดยคำนึงถึงประโยชน์ต่อเกษตรกรในพื้นที่สูงสุด และประโยชน์โดยรวมประเทศชาติ ปัจจุบันยังเป็นโครงการอยู่ คาดว่าจะแล้วเสร็จ 3-5 ปี ซึ่งคิดว่าภารกิจออกกฎกระทรวงรองรับคำสั่งคสช.ที่ 31/2560 นั้นจบแล้ว ถ้าจะมีการปรับปรุงกฎกระทรวง ต้องใช้กฎหมายตามปกติในปัจจุบันได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72805</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกสมาคมสินแร่และวัสดุก่อสร้าง(สรว.), วิจักษ์ พงษ์เภตรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200729/image_big_5f21015da3111.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69930</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2020 12:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2020 12:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมาคมสินแร่ฯขานรับนโยบายบิ๊กป้อมบริหารจัดการแร่ให้ภาคปชช.มีส่วนร่วมฟื้นฟูเศรษฐกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มิ.ย.2563นายวิจักษ์ พงษ์เภตรา นายกสมาคมสินแร่และวัสดุก่อสร้าง(สรว.) เปิดเผยถึงกรณีตามที่คณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการแร่แห่งชาติ(คนร.) ซึ่งมีพล.อ.ประวิตร &amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานได้เห็นชอบให้ปรับปรุงยุทธศาสตร์การบริหารจัดการแร่ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) และเปลี่ยนแปลงเป็นยุทธศาสตร์ฯ 20 ปี (พ.ศ 2561-2580) เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ โดยเร่งรัดดำเนินการอย่างเร่งด่วน มุ่งเน้นการบริหารจัดการทรัพยากรแร่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีประสิทธิภาพ โดยต้องคำนึงถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สุขภาพของประชาชนภายใต้ New Normal และให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามทางสมาคมฯมีความยินดีอย่างยิ่งที่เสียงเรียกร้องและข้อเสนอต่างๆจากสมาคมฯในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาได้รับการขานรับจากรัฐบาลแล้ว &amp;nbsp;สะท้อนว่ารัฐบาลโดยเฉพาะ คนร. ได้รับรู้ถึงความเดือดร้อนของผู้ประกอบการเหมืองแร่และวัสดุก่อสร้าง &amp;nbsp;ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้อง &amp;nbsp;ลูกจ้างและภาคประชาชนในพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
นายวิจักษ์ กล่าวว่า &amp;nbsp;นับตั้งแต่เกิดการระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ (COVID-19) สมาคมฯได้เตือนแล้วว่าจะเกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง &amp;nbsp;รัฐบาลต้องมีแผนรับมือระยะยาวในด้านเศรษฐกิจ &amp;nbsp;ถึงวันนี้แม้ประเทศไทยจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี &amp;nbsp;แต่รอบบ้านและทั่วโลกยังมีการแพร่ระบาดระลอก 2 &amp;nbsp;รายงานล่าสุดมีการติดเชื้อสะสมทั้งโลก 9.7 ล้านคน &amp;nbsp;เสียชีวิตรวมเกือบ 5 แสนคน สถานการณ์เช่นนี้ส่งผลต่อการค้า การลงทุน การท่องเที่ยวระหว่างประเทศ การจ้างงาน แม้รัฐบาลไทยจะคลายล็อคธุรกิจแต่ก็ยากจะฟื้นตัวในเวลาอันสั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;ldquo;มองภาพเศรษฐกิจครึ่งปีหลังยังน่าเป็นห่วงมาก &amp;nbsp;องค์การการค้าโลกหรือ WTO แจ้งว่าปริมาณการค้าโลกไตรมาส 2 ของปีนี้หดตัวลงถึง 18.5% และอาจเลวร้ายยิ่งขึ้นอีกโดยคาดหมายตลอดทั้งปี 2563 จะหดตัวลง 13-32% ในขณะที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ประเมิน GDP โลกปีนี้จะติดลบ 4.9% และเศรษฐกิจโลกจะเสียหายย่อยยับคิดเป็นมูลค่ารวมถึง 12 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 370 ล้านล้านบาทในช่วง 2 ปี&amp;rdquo;นายวิจักษ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเทศไทย ฝ่ายบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาล เพิ่งกล่าวยอมรับว่าในครึ่งปีหลังยังจะมีบริษัทปิดกิจการลงอีก &amp;nbsp;ภาคอุตสาหกรรมจะปิดโรงงานอีก &amp;nbsp;ลูกจ้างยังจะถูกเลิกจ้างอีกจำนวนมากประมาณ 2 ล้านคน &amp;nbsp;เพราะผลิตสินค้าแล้วส่งออกขายต่างประเทศไม่ได้ &amp;nbsp;แรงงานจะไหลกลับถิ่นอีกจำนวนมาก &amp;nbsp;นี่จึงเป็นเหตุผลที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจออกมาล่าสุดว่า GDP ปี 2563 จะติดลบ 8.1% ซึ่งสาหัสกว่าสถานการณ์ต้มยำกุ้งปี 2540 ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์บางสำนักบอกว่าอาจจะติดลบถึง 10%
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
นายวิจักษ์ กล่าวว่า&amp;nbsp;การกอบกู้ฟื้นฟูเศรษฐกิจยุคนี้ต่างจากปี 2540 มาก &amp;nbsp;เพราะปี 2540 เป็นปัญหาสถาบันการเงินและปัญหาสินเชื่อ &amp;nbsp;แต่ยุคนี้เป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขทุกด้านทุกระดับทั้งระบบเศรษฐกิจที่คาดว่าจะมีผลให้คนตกงานถึง 8.4 ล้านคน &amp;nbsp;แต่งบ 4 แสนล้านบาทที่รัฐบาลบอกว่าจะใช้อัดฉีดเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจยังมีขั้นตอนมากมายและอาจจะไม่ทันความต้องการของประชาชนที่จะเดือดร้อนมากขึ้น &amp;nbsp;รัฐบาลควรส่งเสริมและสนับสนุนภาคเอกชน &amp;nbsp;หาทางแก้ไขปัญหาอุปสรรคเพื่อเปิดทุกช่องทางที่จะส่งผลต่อการประกอบธุรกิจเพื่อเร่งให้เกิดการจ้างงานจำนวนมาก &amp;nbsp;เมื่อประชาชนมีงานทำมีรายได้ มีกินมีใช้ สถานการณ์ก็จะค่อยๆคลี่คลายดีขึ้นได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
สำหรับข้อเสนอจากผู้ประกอบการเหมืองแร่และวัสดุก่อสร้างมายังสมาคมฯนั้น &amp;nbsp;ยังคงเน้นย้ำให้ภาครัฐเร่งพิจารณาทบทวนตีความกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการขออนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม &amp;nbsp;อันเนื่องมาจากคำสั่ง คสช.ที่ 31/2560 ซึ่งทางสมาคมฯได้นำเสนอปัญหาและทางออกไปยังสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;ldquo;เรื่องนี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งกำกับดูแลสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ได้รับทราบปัญหาเป็นอย่างดีและท่านก็เข้าใจปัญหาที่ผู้ประกอบการประสบอยู่ &amp;nbsp;เชื่อว่าท่านจะช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้เพื่อให้ผู้ประกอบการสินแร่และวัสดุก่อสร้างได้มีส่วนร่วมในการกอบกู้ฟื้นฟูเศรษฐกิจชาติจากภาวะวิกฤติในปัจจุบัน&amp;rdquo;นายวิจักษ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69930</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกสมาคมสินแร่และวัสดุก่อสร้าง(สรว.), วิจักษ์ พงษ์เภตรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200628/image_big_5ef831886d242.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
