<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>38671</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2019 12:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2019 12:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ชาวบ้านหวังรัฐบาลใหม่แก้ปัญหาปากท้อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มิ.ย. 2562 นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง แก้ปากท้อง กับ เป็นธรรมก่อน กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,094 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ระหว่าง 3 - 15 มิถุนายน พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงสถานการณ์การเมืองกับความเป็นธรรมทางการเมืองว่ามีความเป็นธรรมมากน้อยเพียงไร พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 87.0 ระบุมีความเป็นธรรมน้อยถึงไม่มีเลย ในขณะที่ร้อยละ 13.0 ระบุมีมากถึงมากที่สุด และเมื่อจำแนกออกตามกลุ่มตัวอย่างคนกรุงเทพมหานคร กับ คนต่างจังหวัด พบว่า ทั้งคนกรุงเทพมหานคร และ คนต่างจังหวัดส่วนใหญ่หรือ ร้อยละ 87.9 และ 86.1 ระบุมีความเป็นธรรมทางการเมืองน้อยถึงไม่มีเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ที่น่าพิจารณาคือ เมื่อถามถึงปัญหาที่ต้องการให้รัฐบาลแก้ไขเร่งด่วนเป็นอันดับแรก พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 84.4 ระบุแก้ปัญหาปากท้อง เศรษฐกิจ ค่าครองชีพสูง รายได้ตกต่ำ มากที่สุด ในขณะที่ ปัญหาความไม่ยุติธรรม ความไม่เป็นธรรมทางการเมืองมีเพียงร้อยละ 4.0 รอง ๆ ลงไปคือ ร้อยละ 3.0 ระบุปัญหาการพัฒนาประเทศ ร้อยละ 2.6 ระบุปัญหาคมนาคม อุบัติเหตุ ปัญหาจราจร และเพียงร้อยละ 2.5 ระบุปัญหาทุจริตคอรัปชั่น ที่เหลือหรือร้อยละ 3.5 ระบุปัญหาอื่น ๆ เช่น ปัญหาการศึกษา ปัญหาน้ำท่วมขัง ปัญหาสวัสดิการพนักงานลูกจ้าง เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อจำแนกออกเป็นคนกรุงเทพฯ และ คนต่างจังหวัด พบว่า ทั้งคนกรุงเทพฯ และ คนต่างจังหวัดส่วนใหญ่หรือร้อยละ 86.8 ของคนกรุงเทพฯ และ ร้อยละ 81.7 ของ คนต่างจังหวัด ต้องการให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาปากท้อง เศรษฐกิจ ค่าครองชีพสูง รายได้ตกต่ำ เป็นอันดับแรก แต่ที่น่าสนใจคือ คนต่างจังหวัดมีสัดส่วนของคนที่เห็นถึงความไม่เป็นธรรมทางการเมืองสูงกว่าคนกรุงเทพฯ คือร้อยละ 5.6 ต่อร้อยละ 2.6 ในการสำรวจครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ถึงแม้ประชาชนส่วนใหญ่เห็นถึงความไม่เป็นธรรมทางการเมืองก็ตาม แต่ปัญหาปากท้อง รายได้ตกต่ำเป็นโจทย์ใหญ่สุดของประชาชนทั่วไปในเวลานี้ และที่น่าเป็นห่วงยิ่งขึ้นไปอีกคือ ปัญหาทุจริตคอรัปชั่นกลับตกเป็นอันดับท้าย ๆ ดังนั้น การรณรงค์ให้ประชาชนเห็นความสำคัญในปัญหาอื่น ๆ มากกว่าปัญหาปากท้อง จึงเป็นสิ่งท้าทายของทุกหน่วยงาน โดยที่อารมณ์ของสาธารณชนขณะนี้น่าจะเป็นผลมาจากสภาวะการเมืองที่อ่อนแอและอาจส่งผลเป็นลูกโซ่ต่อระบบทางสังคม (Social System) ในมิติอื่น ๆ ได้จนยากจะเยียวยา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทางออก 3 เร่งคือ 1) เร่งประสานลดความขัดแย้งในตัวแทนกลุ่มผลประโยชน์ต่าง ๆ ให้ลงตัว 2) เร่งเพิ่มเงินในกระเป๋าของประชาชนผ่านนโยบายสาธารณะ ลดอุปสรรคที่สกัดรายได้สุจริตของประชาชน และ 3) เร่งรณรงค์ขับเคลื่อนสังคมให้เห็นความเป็นธรรมทางการเมืองและความซื่อสัตย์สุจริตของผู้นำทางการเมือง&amp;rdquo; ผศ.ดร.นพดล กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38671</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพดล กรรณิกา, วิจัยซูเปอร์โพล, แก้ปากท้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190616/image_big_5d05ce74007b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
