<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116301</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2021 19:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2021 19:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศิริราช&#039; เผยผลวิจัยฉีดวัคซีนไฟเซอร์เข็ม 3 กระตุ้นภูมิคุ้มกันได้สูงสุดในผู้รับซิโนแวคครบ 2 เข็ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ย.64 - ศูนย์วิจัยคลินิก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล&amp;nbsp;รายงานผลการวิจัยครั้งล่าสุดของโครงการฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็ม 3 ในผู้ที่ได้รับวัคซีนซิโนแวคครบ 2 เข็ม ด้วยวัคซีนไฟเซอร์ หลังจากรับวัคซีนซิโนแวคครบ 2 เข็ม เป็นระยะเวลา 8-12 สัปดาห์ ระดับภูมิคุ้มกันหรือแอนติบอดีชนิด IgG เฉลี่ยอยู่ที่ 45-53 หน่วยต่อมิลลิลิตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อได้รับวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 3 ด้วยไฟเซอร์ขนาดเต็มโดส (0.3 มิลลิลิตร) มีระดับแอนติบอดีชนิด IgG ขึ้นเฉลี่ย 5,723 หน่วยต่อมิลลิลิตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองลงมาเป็นการกระตุ้นด้วยวัคซีนไฟเซอร์ขนาดครึ่งโดส (0.15 มิลลิลิตร) มีระดับแอนติบอดีชนิด IgG ขึ้นเฉลี่ย 4,598 หน่วยต่อมิลลิลิตรซึ่งสูงกว่าการฉีดกระตุ้นด้วยวัคซีนชนิดอื่นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เทียบกับ 4-8 สัปดาห์หลังฉีดวัคซีนไฟเซอร์ 2 เข็ม จะมีระดับแอนติบอดีชนิด IgG เฉลี่ยที่ 1,931.3 หน่วยต่อมิลลิลิตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการกระตุ้นเข็ม 3 ด้วยวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า มีระดับแอนติบอดีชนิด IgG ขึ้นเฉลี่ย 1,599 หน่วยต่อมิลลิลิตร เทียบกับวัคซีนซิโนฟาร์มที่มีแอนติบอดีขึ้นเฉลี่ย 218.9 หน่วยต่อมิลลิลิตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลต่อการยั้บยั้งสายพันธุ์เดลต้า ไฟเซอร์ขนาดเต็มโดสมีระดับไตเตอร์สูงที่สุด (839.9) รองลงมาเป็นวัคซีนไฟเซอร์ขนาดครึ่งโดส (531.&amp;nbsp;วัคซีนแอสตร้าเซเนก้า (271.2) และวัคซีนซิโนฟาร์ม (61.3)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุปว่า สำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนซินโนแวคมาแล้ว 2 เข็ม การใช้วัคซีนไฟเซอร์ฉีดเป็นเข็มที่ 3 กระตุ้นภูมิคุ้มกันได้สูงที่สุด และครึ่งโดสอาจจะเพียงพอได้ ควรมีการศึกษาประสิทธิภาพและประสิทธิผลเพื่อยืนยันผลภูมิคุ้มกันที่ได้จากการศึกษานี้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116301</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล, ซิโนแวค, วิจัยวัคซีนโควิด, ศิริราช, ไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210910/image_big_613b4c231ef07.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69160</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2020 20:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2020 18:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุทิน&#039; เผยวิจัยวัคซีนโควิดคืบ เตรียมทดลองในสัตว์ใหญ่ขึ้น ขอเป็นอาสาสมัครทดลองแต่ขึ้นอยู่กับหมอจะยอมหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มิ.ย. 63 - นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้การวิจัยวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 ของไทยในสัตว์ทดลอง ทั้งจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และภาคเอกชน หรือไบโอเน็ต-เอเชีย ได้รับรายงานจากอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ว่า ผลการทดลองเป็นไปด้วยดี สัตว์ทดลองมีภูมิต้านทานเพิ่มขึ้น จะมีการทดสอบในสัตว์ใหญ่ขึ้นและทดลองในคนตามขั้นตอน ซึ่งต้องผ่านหลายกระบวนการเพื่อให้มีมาตรฐานความปลอดภัย โดยกระทรวงสาธารณสุข ได้สนับสนุนงบประมาณ 3,000 ล้านบาทเพื่อใช้ในโครงการวิจัย มั่นใจว่าคนไทยจะทำสำเร็จ มีวัคซีนสำหรับคนไทย สามารถพึ่งพาตัวเองได้มากที่สุดในอนาคตอันใกล้นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมมีความมั่นใจในการวิจัยของไทย จะขอเป็นอาสาสมัครทดลองรับวัคซีน เพราะได้ติดตามความคืบหน้ามาโดยตลอด แต่จะได้รับเลือกให้ร่วมรับวัคซีนทดลองหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของทีมผู้เชี่ยวชาญ&amp;rdquo; นายอนุทินกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69160</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอนุทิน  ชาญวีรกูล, วิจัยวัคซีนโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200619/image_big_5eec9e8915b48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
