<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14968</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2018 15:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2018 15:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โรคไม่ติดต่อเรื้อรังคร่าชีวิต 37 คนทุกๆ ชม. ส่วนใหญ่วัยทำงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 8 ส.ค. ณ ห้องแกรนด์ไดมอนด์ บอลรูม อิมแพค เมืองทองธานี ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุมมหกรรมสุขภาพด้านโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(NCDS Forum 2018) ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;Together, Let&amp;rsquo;s beat NCD&amp;rsquo;s : ประชารัฐร่วมใจลดภัย NCD&amp;rsquo;s&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.คลินิก เกียรติคุณ &amp;nbsp;นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตไม่น้อยกว่า 36 ล้านคนทั่วโลกในแต่ละปี หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 63 ของสาเหตุการตายทั้งหมด ประมาณความสูญเสียทางเศรษฐกิจในช่วง 15 ปีข้างหน้า 7 ล้านล้านดอลลาห์สหรัฐ สำหรับประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังถึงร้อยละ 75 หรือประมาณ 320,000 คนต่อปี เฉลี่ยชั่วโมงละ 37 คน อันดับหนึ่ง คือ โรคหลอดเลือดสมอง &amp;nbsp;รองลงมาโรคหัวใจขาดเลือด โรคทางเดินหายใจอุดกั้นเรื้อรัง เบาหวาน และความดันโลหิตสูง ตามลำดับ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีรสหวาน มัน เค็ม ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ มีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ โดยมีแนวโน้มการเสียชีวิตเพิ่มขึ้น ส่วนมากเป็นกลุ่มประชากรวัยทำงานส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า โรคไม่ติดต่อเรื้อรังเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้เพื่อไม่ให้เกิดการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ที่ผ่านมาประเทศไทยออกมาตรการและกฎหมายเพื่อใช้ในการควบคุม อาทิ ทั้งกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ &amp;nbsp;การรณรงค์ลดการบริโภคอาหาร รส หวาน มัน เค็ม &amp;nbsp;ล่าสุดมีกฎหมายห้ามนำเข้าไขมันทรานส์เข้ามาในประเทศ มีการดำเนินงานที่เป็นแบบอย่าง อย่างไรก็ตาม การรักษาสุขภาพเป็นเรื่องปัจเจกบุคคล ไม่ใช่การสร้างโรงพยาบาล สร้างห้องไอซียู &amp;nbsp;แต่ต้องมีการให้ความรู้ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันแก่ผู้บริโภค &amp;nbsp;ซึ่งความรู้ไม่ได้เปลี่ยนพฤติกรรม แต่ต้องนำไปปฏิบัติจริงจึงจะเป็นประโยชน์ ดังนั้น ประชารัฐต้องร่วมกันดูแล ปรับเปลี่ยนตัวเองให้มีสุขภาพที่ดี และบุคลากรทางการแพทย์ควรทำเป็นตัวอย่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า 3 ใน 4 ของผู้ป่วย โรคไม่ติดต่อเรื้อรังเป็นผู้มีรายได้น้อยหรือปานกลาง โดยคิดเป็น 48 % ของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร สธ.จะเดินหน้าสานต่อแนวทางประชารัฐขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อระดับชาติ พร้อมพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิในรูปแบบคลินิกหมอครอบครัวเพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพของประชาชนเชิงรุกให้เห็นเป็นรูปธรรม โดยตั้งเป้าลดอัตรการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังให้เหลือแค่ 1 ใน 3 ภายในปี 2573 ลดอัตราการสูบบุหรี่ลง 30 เปอร์เซ็นต์ ลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับอันตรายลง 10 เปอร์เซ็นต์ ลดการกินเค็มลง 30 เปอร์เซ็นต์ ควบคุมภาวะอ้วนและเบาหวาน 80 เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14968</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงสาธารณสุข, วิจัยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง, ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180808/image_big_5b6aaba22b39f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7933</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2018 19:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2018 18:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>130ปีศิริราช &quot;หมอประสิทธิ์&quot;ยันสานต่อพระราชปณิธานในหลวงร.9ขยายการช่วยชีวิตผู้ด้อยโอกาส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;130 ปีศิริราช &amp;#39;หมอประสิทธิ์&amp;#39;ย้ำสานพระราชปณิธานกษัตริย์ราชวงศ์จักรี ขยายโอกาสช่วยชีวิตผู้ป่วยด้อยโอกาส ผอ.รพ.เผยเดินหน้าสู่ศิริราช 4.0 ตั้งเป้าศูนย์รับส่งต่อระดับประเทศ-ภูมิภาค กลุ่มโรคยากและแหล่งฝึกอบรมวิจัยระดับเวิล์ดคลาส ด้านวิจัยทุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง-แก้ปัญหาแบคทีเรียดื้อยา&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานแถลงข่าวงาน&amp;#39;ศิริราช 130 ปี 130โครงการ ทำงานเพื่อแผ่นดิน&amp;#39; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นเวลา 130 ปีนับจากวันที่โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลหลวงแห่งแรกของไทยกำเนิดขึ้นบนแผ่นดินด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ผู้ทรงห่วงใยความเจ็บไข้ของราษฎร มีพระราชดำริให้ก่อตั้งโรงพยาบาลเพื่อบำบัดทุกราษฎร์ ปัจจุบัน รพ.ศิริราช ได้เติบใหญ่ให้การรักษาประชาชนโดยไม่เลือกยากดีมีจน วันเวลาผ่านมาถึงแผ่นดินในหลวง รัชกาลที่ 9 &amp;nbsp; ทรงเคยรับสั่งสุขภาพของคน เป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาประเทศ ถ้าสุขภาพสมบูรณ์มีกำลังสร้างบ้านเมือง ตลอด 70 ปี ทรงครองราชย์นำเรื่อง 6 ส มาเชื่อมโยงกันเพื่อสร้างประเทศไทยประกอบด้วยเศรษฐกิจ สังคม สภาพแวดล้อม การศึกษา สังคม ศิลปวัฒนธรรมและสุขภาพ &amp;nbsp;ซึ่งศิริราชสืบสานพระราชปณิธานใช้ปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วย &amp;nbsp;130 ปี เรานำศาสตร์และนวัตกรรมการรักษาพยาบาลต่างๆ ตั้งเป้ารักษาให้คนไทยมีโอกาสรอดไม่ต่างจากประเทศที่เจริญด้านเทคโนโลยีการรักษาพยาบาล &amp;nbsp;ศิริราชมุ่งมั่นสร้างคน สร้างอาจารย์ดูแลผู้ป่วย ทั้งยังมุ่งผลิตบัณฑิตแพทย์ที่มีคววามรู้ ควบคู่ศีลธรรมและวัฒนธรรมศิริราช&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; นักศึกษาแพทย์เหล่านี้กระจายทั่วไทยสืบสานพระราชปณิธานของกษัตริย์ในราชวงศ์จักรีสืบต่อเนื่องจนถึงสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 &amp;nbsp;สำหรับอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา โรงพยาบาลศิริราช จะให้บริการผู้ป่วยได้ปี 2562 &amp;nbsp;จะเป็นอาคารที่คนไทยได้ช่วยเหลือผู้ป่วยด้อยโอกาสให้ได้รับการรักษาอย่างมีคุณภาพ &amp;nbsp; ทุกคนสามารถร่วมบริจาคจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทยเพื่อสนับสนุนได้ผ่านศิริราชมูลนิธิ &amp;quot; &amp;nbsp;ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผู้อำนวยการ รพ.ศิริราช กล่าวว่า ศิริราชเป็นโรงพยาบาลของแผ่นดินผ่านการรับรองมาตรฐานในระดับก้าวหน้า คุณค่าที่ศิริราชตั้งใจจะมอบให้ผู้ป่วยต่อไป คือ ผลการรักษาดีและการดูแลดี ตั้งเป้าระดับโลก ถัดมาเรื่องมาตรฐานการรักษาและการเข้าถึง ใช้แนวทางในเวชปฏิบัติที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ในการรักษาผู้ป่วย ตลอดจนจะยกระดับเป็นศูนย์รับการส่งต่อระดับประเทศและระดับภูมิภาคในกลุ่มโรคยากและโรคซับซ้อน &amp;nbsp; เรื่องการแพทย์ที่มีคุณค่าสูงและมีความคุ้มค่าสูงก็สำคัญ ให้ผู้จ่ายค่ารักษาราคาเป็นธรรม อีกเป้าหมายที่จะทำมุ่งหวังเป็นแหล่งฝึกอบรมและวิจัยระดับโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; รัฐบาลมีนโยบายไทยแลนด์ 4.0 เพื่อให้ไทยพ้นกับดักรายได้ปานกลาง กับดักความเหลื่อมล้ำ กับดักความไม่สมดุล ศิริราชก็จะเป็นศิริราช 4.0 ลดความเหลื่อมล้ำ โดยใช้การดูแลรักษาแบบไร้รอยต่อ นำการสื่อสารผ่านอินเตอร์เน็ทเข้ามาพัฒนา บูรณาการการรักษาในโรงพยาบาลและเครือข่าย เชื่อมต่อการดูแลรักษาที่บ้านและชุมชนสมาร์ทซิตี้ อีกทั้งนำเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมใช้ในการรักษา ทั้งรังสี สัญญาณชีพ อุปกรณ์เชื่อมโยงผ่านอินเตอร์เน็ทเข้าเวชระเบียน ใช้ข้อมูลเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ป่วย ตลอดจนใช้หุ่นยนต์ช่วยจัดยา ลดเวลา เพิ่มความแม่นยำ ทั้งยังมีแผนใช้หุ่นยนต์ดูแลผู้ป่วยและวิเคราะห์ข้อมูล ตลอด 130 ปี มีโครงการกว่า 130 โครงการเพื่อผลักดันสู่ศิริราช 4.0 &amp;quot; ผอ.รพ.ศิริราช กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ศ.ดร.นพ.ประเสริฐ เอื้อวรากุล รองคณบดีฝ่ายวิจัย กล่าวว่า จากการพัฒนาทางการแพทย์อย่างรวดเร็ว ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงระดับเซลล์ การเปลี่ยนแปลงระดับโมเลกุลในเซลล์ มียาและวัคซีนใหม่ๆ รักษาโรคที่ไม่เคยรักษาได้ในอดีต ตลอดจนการถอดรหัสพันธุกรรมทำให้ทราบความแตกต่างระหว่างบุคคล ปัจจุบันมีการถอดรหัสแต่ละคนดูการตอบสนองต่อยา ซึ่งเป็นการแพทย์ที่แม่นยำ เป็นยีนส์บำบัดเพื่อรักษาโรค สิ่งเหล่านี้จะเกิดได้ต้องมีงานวิจัยและค้นคว้า ตลอด 130 ปี ศิริราชยึดมั่นวิจัยช่วยเหลือผู้ป่วย เพราะโรคและภาวะสุขภาพเปลี่ยนแปลงไป โรคในอดีตหายไป โรคอุบัติใหม่เกิดขึ้น โดยเฉพาะแบคทีเรียดื้อยา ซึ่งงานวิจัยสำคัญเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที ที่ผ่านมา ศิริราชมีบทบาทรับมือกับโรคไข้เลือดออก การยับยั้งติดเชื้อเอดส์ การวินิจฉัยไข้หวัดนก &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังต้องบรรเทาปัญหาโรคที่เกิดจากวิถีชีวิตคนไทยเปลี่ยนแปลง เช่น มีไขมันและน้ำตาลมากขึ้น ขาดการออกกำลังกาย นำมาสู่โรคมะเร็ง เบาหวาน หัวใจ และโรคทางสมอง เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง &amp;nbsp;อีกทั้งการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย เป็นปัญหาใหม่ที่ท้าทายให้ศิริราชวิจัยแก้ไข ป้องกันและจัดระบบสุขภาพของคนไทยอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7933</URL_LINK>
                <HASHTAG>วิจัยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง, ศิริราช, ศิริราช 130ปี, ศูนย์รับส่งต่อระดับประเทศ, อบรมระดับเวิลดิ์คลาส, เดินหน้าสู่4.0, แก้ปัญหาดื้อยา, โรคหายาก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180426/image_big_5ae1b6d666f54.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
