<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>81190</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2020 07:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2020 07:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นายพลส้มหวาน&#039;ทุบโต๊ะ!การวิจารณ์หมวดพระมหากษัตริย์เป็นสิ่งที่ควรทำได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.63- พล.ท.พงศกร รอดชมภู อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ และอดีตรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ข้อเรียกร้องของประชาชนถือเป็นสิ่งที่ระบบการเมืองต้องรับฟังแล้วนำมาย่อย นำมาปรับปรุงให้สอดคล้องกับระบบการปกครองโดยไม่ทิ้งความต้องการของประชาชนในสาระสำคัญ จะมีทั้งสิ่งที่ทำได้ และทำไม่ได้ ก็ต้องอธิบายความไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องที่น่าจะไม่ควรมองข้ามคือการตกลง จัดที่จัดทางในหมวดพระมหากษัตริย์ตามระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่ข้อเสนอจะเป็นสาธารณรัฐซึ่งเป็นระบอบประธานาธิบดี และไม่ใช่ระบอบราชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อไม่ให้เป็นเลือกข้าง จะนำประเด็นพระราชอำนาจของประเทศที่ปกครองระบบรัฐสภาเหมือนของไทย เฉพาะที่สำคัญมานำเสนอ ส่วนจะตกลงกันอย่างไร ประชาชนต้องนำเสนอต่อรัฐสภากันเอง เพราะมีมติไม่แตะต้องกันไปแล้ว ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องที่ประชาชนควรเข้าใจ เพื่อไม่ให้มีการนำมาโจมตีหรือพูดเอาประโยชน์ใส่ตัวเองได้ (ห้อยโหน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศที่จะเปรียบเทียบจะเริ่มจากสหราชอาณาจักรและเยอรมนีที่คล้ายกับของไทย จากนั้นเป็นญี่ปุ่นที่พระมหากษัตริย์มีพระราชอำนาจชัดเจนและน้อยที่สุด จบด้วยนอร์เวย์ที่มีพระราชอำนาจมากที่สุด ประชาชนมีหน้าที่ทำความเข้าใจและเลือกที่เหมาะสมกับสังคมไทยกันเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจว่า ระบอบราชาธิปไตยมีมาก่อน พระมหากษัตริย์ทรงอำนาจอธิปไตย ครั้นกระแสโลกเปลี่ยนไป จำเป็นต้องเป็นระบอบประชาธิปไตย มีการจำกัดพระราชอำนาจที่ไม่จำกัดนั้นโดยรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลักทั่วไปของพระราชอำนาจคือ ห้ามกระทำการใด ๆ ในการปกครองต้องให้รัฐบาลที่เป็นตัวแทนประชาชนเป็นผู้ดำเนินการที่เรียกกันว่าผู้รับสนองฯในกรณีที่เป็นเรื่องระดับชาติต่าง ๆ ที่เห็นในราชกิจจาฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้ากระทำการโดยไม่มีผู้รับสนองฯจะถือว่าโมฆะ ดังนั้นจะเป็นกรณีที่เขียนในทุกประเทศว่า พระมหากษัตริย์ทำอะไรก็ไม่ผิด เพราะในระบอบราชาธิปไตยมีอำนาจไม่จำกัดย่อมไม่มีทางผิด ส่วนในระบอบประชาธิปไตยห้ามกระทำการเพื่อไม่ให้หลักการนี้เสียไป ยกเว้นประมุขที่เป็นประธานาธิบดีจะมีการถอดถอนได้เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วรัฐธรรมนูญจะกำหนดว่าทรงทำราชกิจอะไรได้บ้าง ชัดบ้าง ไม่ชัดบ้างดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สหราชอาณาจักร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปิดรัฐสภา ลงพระปรมาภิไธยในกฎหมาย แต่งตั้งรัฐมนตรี แต่งตั้งที่ปรึกษาและเจ้าหน้าที่คณะรัฐมนตรีในส่วนของพระมหากษัตริย์ อภัยโทษ ให้หนังสือเดินทาง เป็นจอมทัพ ประกาศสงคราม ยุบสภา พระราชทานเหรียญตรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การยุบคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา ตามแนวทางของกฎบัตรใหญ่มายกเลิกถาวรปี ค.ศ. ๒๐๑๑ แต่ยังใช้ในประเทศเครือจักรภพได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เยอรมนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องสำคัญมากในยุโรปคือ ก่อนทรงราชย์หรือกรณีประธานาธิบดีต้องปฏิญานตนต่อรัฐสภาใจความสำตัญคือ การปฏิบัติตนตามกฎหมายและปกป้องกฎหมายหลัก (รัฐธรรมนูญ) และกฎหมายของสหพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นนี้ในสหราชอาณาจักรและของไทยที่จำลองมาไม่มี ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าการปกป้องรัฐธรรมนูญไม่ใช่หน้าที่ที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ เห็นมีหลายคนในไทยพยายามบอกว่าทำไมไม่ต้านรัฐประหาร ประเด็นจึงอยู่ที่เรื่องนี้ อยากให้มีก็ต้องใส่ไว้ในรัฐธรรมนูญ รอบหน้าก็อย่าลืม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำสั่งของประธานาธิบดี ต้องมีนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเป็นผู้รับสนองฯ นี่แปลว่าประมุขไม่มีอำนาจในทางปกครองเองเหมือนไทยและสหราชอาณาจักรนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่งตั้งรัฐมนตรี รวมนายกรัฐมนตรี ยุบสภาเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่งตั้งและถอดถอนผู้พิพากษา ข้าราชการพลเรือนและทหาร เช่นเดียวกันกับไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปกติการบังคับบัญชาทหารของเยอรมนีเป็นของรัฐมนตรีกลาโหมซึ่งต่างจากสหราชอาณาจักรและไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีที่รัฐสภาประกาศว่าฝ่ายบริหารแทรกแซงกิจการของรัฐสภาจะให้ประธานาธิบดีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารแทนนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีที่ประมุขเป็นกษัตริย์จะฟ้องร้องมิได้ทุกกรณีจากการสืบสายอำนาจอธิปไตยมาจากอดีต แต่ในเยอรมนีใช้การถอดถอนเหมือนระบอบประธานาธิบดี เฉพาะในกรณีที่ละเมิดกฎหมาย (ตามที่ปฏิญานตนไว้) ให้รัฐสภาด้วยมติ ๒ ใน ๓ ของสมาชิกกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าตัดสินว่าผิดจริงจะให้พ้นจากตำแหน่ง ถือว่าจบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีที่ตำแหน่งประธานาธิบดีว่างลงให้ประธานรัฐสภาใช้อำนาจแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ญี่ปุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระจักรพรรดิทรงเป็นสัญลักษณ์ (หมายถึงระบุชัดเจนว่าห้ามทรงงาน) พระราชกรณียกิจกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญและต้องได้รับคำแนะนำและเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง หากผิดพลาด คณะรัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบ (เข้าหลัก The king can do no wrong อย่างชัดเจนไม่ต้องตีความกันอีก ป้องกันเจอศรีธนญชัย สั่งการผิด ๆ แล้วจะเอาตัวรอดโยนความผิดให้สถาบันฯ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐสภาเสนอชื่อให้พระจักรพรรดิทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะรัฐมนตรีเสนอชื่อประธานศาลสูงสุด (ฎีกา)ให้ทรงแต่งตั้ง (ในยุโรปการแต่งตั้งผู้พิพากษาจะมีคณะตัวแทนจากสภาผู้แทน วุฒิสภา รัฐบาล และผู้พิพากษาจำนวนเท่ากันรวม ๑๒ คนพิจารณา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระราชกรณียกิจตามรัฐธรรมนูญมีดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑. การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประกาศใช้กฎหมาย คำสั่งคณะรัฐมนตรีและสนธิสัญญา
๒.การเรียกประชุมรัฐสภา
๓.การยุบสภา
๔. ประกาศเลือกตั้งทั่วไป
๕.แต่งตั้งและถอดถอนรัฐมนตรีและข้าราชการผู้ใหญ่ หนังสือมอบอำนาจและพระราชสาสน์ตราตั้งอัครราชทูตขึ้นไป
๖. นิรโทษกรรม ลดหย่อนโทษ อภัยโทษ และคืนสิทธิ
๗. สถาปนาเกียรติยศและเครื่องราชฯ
๘.รับรองหนังสือสัตยาบันและเอกสารทางการทูตอื่น ๆ
๙.การรับทูต
๑๐.การประกอบพระราชพิธี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรัพย์สินของราชสำนักเป็นของรัฐ ค่าใช้จ่ายต้องกำหนดไว้ในงบประมาณประจำปีและได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา (เช่นเดียวกับไทย แต่มีความชัดเจนขนาดระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ประเพณีปฏิบัติ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การโอนทรัพย์สินให้ราชสำนักหรือโอนออก มอบให้ใคร ต้องให้รัฐสภาเห็นชอบก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอร์เวย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระมหากษัตริย์ก่อนทรงราชย์ต้องปฏิญานต่อรัฐสภาก่อนเช่นเดียวกับในประเทศอื่น ๆ ในยุโรป และมีคำว่ารัฐธรรมนูญและกฎหมายเหมือนกัน สภาพบังคับเช่นการถอดถอนคงไม่มี ฟ้องร้องก็ไม่ได้แต่ปกติถ้าเกิดเหตุทรงทำผิด จะมีประเพณีให้สละราชสมบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรงมอบภารกิจให้รัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีได้ (แตกต่างจากการเป็นสัญลักษณ์ของประเทศอื่น ๆ ที่กล่าวมา) ทรงแต่งตั้งชาวนอร์เวย์มาเป็นรัฐมนตรีในกรณีพิเศษได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะรัฐมนตรีต้องบริหารประเทศตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ตามคำแนะนำของพระมหากษัตริย์และในพระปรมาภิไธย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงได้ แต่ในกรณีกองทัพจะเป็นพระราชวินิจฉัยเองโดยไม่ต้องผ่านคณะรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐมนตรีหากเห็นว่าพระราชวินิจฉัยขัดแย้งกับกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญหรือจะเกิดความเสียหายอย่างชัดแจ้งให้ทำความเห็นแย้งเป็นหนังสือมีเหตุผลประกอบ หากไม่คัดค้านมีความผิดพลาดขึ้น รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบจะถูกถอดถอนโดยสภาฯหรือศาลแล้วแต่กรณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเสนอทั่วไปผู้รับสนองคือนายกรัฐมนตรี ยกเว้นเรื่องทางทหาร ให้ทหารผู้เสนอประเด็นนั้น ๆ เป็นผู้ลงนามฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรงมีพระราชอำนาจที่จะไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายของรัฐสภา และหากพระราชทานคืนมาพร้อมถ้อยแถลงว่าไม่เหมาะสมให้ร่างนั้นตกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ว่าพระมหากษัตริย์จะมีพระราชอำนาจทางทหาร แต่รัฐธรรมนูญก็จำกัดไว้ว่า รัฐไม่มีสิทธิที่จะใช้กำลังทหารเพื่อต่อต้านพลเมืองของประเทศ ยกเว้นที่กฎหมายอนุญาตไว้เช่นการจลาจล เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;..................&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากที่กล่าวมาจะพบว่าพระราชอำนาจของประมุขที่เป็นพระมหากษัตริย์หรือประธานาธิบดีแตกต่างกันไปตามประวัติศาสตร์ของแต่ละประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่คล้ายกันคือจะมีการจำกัดพระราชอำนาจไว้และอนุญาตเท่าที่รัฐธรรมนูญกำหนดจะโดยชัดแจ้งหรือโดยธรรมเนียมปฏิบัติก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในความเห็นของผม การวิจารณ์หมวดพระมหากษัตริย์ด้วยการยกเหตุผลและวิวัฒนาการของสังคมเป็นสิ่งที่ควรทำได้ เพื่อจรรโลงสถาบันฯให้อยู่กับสังคมไทยได้อย่างพอเหมาะ พอควร แต่ไม่ใช่การด่าทอ เสียดสี ซึ่งไม่มีประโยชน์ต่อส่วนรวม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การนำสถาบันฯมาเพื่อประโยชน์ของตนโดยที่สถาบันฯเองไม่อาจแสดงความเห็นทางการเมืองได้ตามที่รัฐธรรมนูญจำกัดพระราชอำนาจไว้จึงไม่เป็นการบังควรเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การขอแก้ไขรัฐธรรมนูญในอนาคต ควรมีความกล้าหาญที่จะแตะต้องหมวดพระมหากษัตริย์ได้และด้วยเจตนาที่สร้างสรรค์ เพราะปัจจุบันสถาบันฯก็อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญเป็นปกติอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนควรจะปรับปรุงเป็นอย่างไรก็สมควรหาความรู้และวิจารณ์กันอย่างจริงจังมากกว่านี้ครับ.&lt;/p&gt;


	&amp;#39;อดีตบิ๊กข่าวกรอง&amp;#39;ชี้ม็อบเด็กสละสิทธิความเป็นมนุษย์รอคำสั่งจากSky Net เป็นทาสแอปฯบนมือถือ
	&amp;#39;โบว์&amp;#39;บล็อค&amp;#39;ปวิน&amp;#39;ด่ายับ!พูดบิดเบือนเป็นอาชีพ รับความชั่วไม่ไหวจริงๆ
	อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาจี้ผู้บริหารมธ.ลำปางแจ้งความคนฉีกพระบรมฉายาลักษณ์
	บิ๊กคณะก้าวหน้าเผยโชคดี นักโทษคุกเชียงใหม่ไม่ค่อยรู้จัก&amp;#39;อานนท์&amp;#39;ไม่มีฮาร์ดคอร์
	ฮือฮา! รัฐศาสตร์ มช. ยกเลิกเกลี้ยง 6 กิจกรรมบ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตย

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81190</URL_LINK>
                <HASHTAG>-พล.ท.พงศกร รอดชมภู, นายพลส้มหวาน, วิจารณ์สถาบัน, อนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200619/image_big_5eecb64825799.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79273</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2020 08:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2020 08:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อานนท์&#039;เคาะกะลา!14 ตุลา วิจารณ์สถาบันเบิ้มกว่าเดิม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.63- &amp;nbsp;นายอานนท์ นำภา ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน และแกนนำม็อบปลดแอก โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุกว่า คลิปปราศรัยของผมเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ที่ธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต โดนบล็อกการเข้าถึงในประเทศแล้วครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่เป็นไร เดี๋ยวเรียบเรียงพูดใหม่ให้เบิ้มกว่าเดิม ละเอียดกว่าเดิม ชัดกว่าเดิม ตรงกว่าเดิม วันที่ 14 ตุลาคม ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79273</URL_LINK>
                <HASHTAG>14 ตุลาฯ, นายอานนท์ นำภา, วิจารณ์สถาบัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200917/image_big_5f633aca4380a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77524</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2020 15:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2020 15:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปิยบุตร&#039;ยันการวิจารณ์สถาบันฯทำได้ มหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่าผลักเด็กไปพูดข้างนอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย.63- นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์ก่อนร่วมงานเสวนาเรื่อง &amp;quot;#ถ้าการเมืองดีเราจะคุยเรื่องสถาบันกษัตริย์กันอย่างไร&amp;quot; ถึงกรณีที่ ม.ธรรมศาสตร์ ไม่อนุญาตให้กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม จัดการชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย. นี้ ว่า ม.ธรรมศาสตร์ เป็นส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับวิชาการ จำเป็นต้องให้เสรีภาพและการแสดงออก คนที่ขอใช้พื้นที่ในการชุมนุมก็ชัดเจนว่าเป็นนักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ ไม่เห็นเหตุผลใดจะสกัดขัดขวางการใช้พื้นที่นี้ สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับตรงไปตรงมา เหตุที่ผู้บริหารไม่ให้ใช้ เพราะคาดการณ์ได้ว่านักศึกษาผู้จัดต้องการปราศรัยเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ ถ้าใช่ก็ยืนยันตรงไปตรงมา อย่าใช้เหตุผลอื่นหลบซ่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร กล่าวต่อไปว่า ถ้าไม่สบายใจเพราะเรื่องนี้ ต้องมาทำความเข้าใจกับนักศึกษา เช่น ต้องยอมรับเนื้อหาที่เขาพูดอยู่ภายใต้กรอบระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การแสดงความคิดเห็นเรื่องการแก้ไขเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ รัฐธรรมนูญ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์ สามารถทำได้อยู่แล้ว สิ่งที่เขาพูดเมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2563 ก็ไม่ออกจากกรอบนี้ หากท่านไม่สบายใจในเรื่องท่าทางในการแสดงออก ก็ไปปรับจูนกันให้เข้าใจ อย่างงานที่คณะสังคมวิทยาฯ จัดในวันนี้ก็เป็นตัวอย่างดี ที่ใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยในการถกเถียงเรื่องนี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;มหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่ปลอดภัยในการแสดงออกได้มากที่สุด ดังนั้นการไม่อนุญาตให้ใช้ เป็นการผลักให้นักศึกษาจำเป็นต้องออกไปใช้พื้นที่อื่นเพื่อพูดประเด็นนี้ ในเมื่อมหาวิทยาลัยเล็งเห็นใช่หรือไม่ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่อง sensitive เป็นประเด็นอ่อนไหว ถ้าเป็นเช่นนั้นยิ่งต้องให้จัดในมหาวิทยาลัย ผลักออกไปข้างนอกไม่ได้&amp;quot; นายปิยบุตร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงการเข้าร่วมชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย.นี้ นายปิยบุตร กล่าวว่า ตนในฐานะพลเมืองไทย ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง 10 ปี ศาลรัฐธรรมนูญไม่สามารถเพิกถอนสิทธิความเป็นพลเมืองไทยของตนได้ มีสิทธิเข้าร่วมชุมนุมแสดงออกความคิดเห็นต่างๆ การชุมนุมของนิสิตนักศึกษาทั่วประเทศ ตนก็สนับสนุนเห็นด้วยในหลายเรื่อง จะเข้ามาร่วมในฐานะประชาชนคนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงทัศนะต่อการครบรอบ 14 ปี การรัฐประหาร 2549 และการพูดถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ นายปิยบุตร กล่าวว่า วิกฤติการณ์ทางการเมืองไทยร่วมสมัย ปฏิเสธไม่ได้ว่าเริ่มต้นจากรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 วันนี้ 14 ปีแล้ว พยายามทำทุกอย่างขโมยอำนาจของประชาชนไป ออกแบบรัฐธรรมนูญก็แล้ว ใช้กระบวนการตุลาการภิวัฒน์ก็แล้ว มีการชุมนุม การสลายการชุมนุม ใช้การยุบพรรคตัดสิทธิ ล้มเลือกตั้ง 2 ครั้ง เป็นวิกฤติการณ์ทางการเมืองต่อเนื่องยาวนาน น่าจะถึงเวลาแล้วว่า รัฐประหาร 19 ก.ย. ต่อเนื่องถึงรัฐประหารซ่อม 22 พ.ค. 2557 ได้สร้างระบอบเผด็จการสืบทอดอำนาจ ซึ่งไม่สอดคล้องกับยุคสมัยปัจจุบันและไปต่อไม่ได้ ต้องยอมรับและควรคิดหาทบทวนกันได้แล้วว่า ควรหยุดวงจร 14 ปีนี้เสียที แล้วเริ่มต้นออกแบบรัฐธรรมนูญใหม่ ที่เป็นฉันทามติร่วมกันของคนไทยทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนประเด็นการพูดถึงสถาบันกษัตริย์ นายปิยบุตร กล่าวว่า ถ้าเราดูก่อนรัฐประหาร 22 พ.ค. การพูดคุยเรื่องรัฐธรรมนูญ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ทำกันอย่างสม่ำเสมอ เพิ่งมาลดน้อยถอยลงหายไปหลังการรัฐประหาร ครั้งนี้ก็เพิ่งกลับมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง เรื่องนี้ควรทำให้เป็นเรื่องปกติ สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันหนึ่งที่อยู่ในรัฐธรรมนูญ ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ ก็เป็นปกติที่ประชาชน ในระบอบประชาธิปไตยย่อมสามารถใช้เสรีภาพในการวิพากษ์วิจารณ์ เพื่อจะแก้ไขกฎเกณฑ์ต่างๆ เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงการชุมนุมวันที่ 19 ก.ย.นี้ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ยืนยันว่าจะมาร่วมด้วยหรือไม่ นายปิยบุตร กล่าวว่า ตนกับนายธนาธรก็เป็นคนไทย เราในฐานะพลเมืองไทยก็ไปร่วมชุมนุม ตนคิดว่าอย่าโฟกัสมากว่าตนหรือนายธนาธรจะไป นี่คือการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ไม่ว่ากลุ่มไหนจัด ถ้าตนและนายธนาธรว่าง เราก็พยายามจะเข้าร่วมชุมนุมอยู่แล้วในฐานะพลเมืองคนไทย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77524</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธรรมศาสตร์, นายปิยบุตร แสงกนกกุล, ม็อบมธ., วิจารณ์สถาบัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200821/image_big_5f3fca265a13b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77093</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ห้าวยึดธรรมศาสตร์! ปลดแอกไม่สนคำสั่งห้ามชุมนุมสับผู้บริหารขี้ข้าเผด็จการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ธรรมศาสตร์ไม่ทน ห้าม &amp;quot;ม็อบปลดแอก&amp;quot; ใช้มหาวิทยาลัยวิจารณ์สถาบันแบบเบิ้มๆ &amp;quot;เพนกวิน&amp;quot; กริ้วจัด! ก่อนยึดสนามหลวง ต้องบุกยึด มธ.คืนก่อน เพราะเป็นของประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ใช่ของขี้ข้ารับใช้เผด็จการไม่กี่คน ออกแถลงการณ์ประณามอาจารย์ พิจารณาตนเองว่าได้ปฏิบัติหน้าที่สมกับที่เป็นผู้บริหารมหาวิทยาลัยแห่งเสรีภาพแล้วหรือไม่ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; วอน เอาชนะบนซากปรักหักพังของประเทศไทย แล้วจะอยู่กันอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 กันยายน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้เผยแพร่เอกสารระบุว่า ตามที่กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้ขออนุญาตใช้สถานที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ จัดกิจกรรมชุมนุมทางการเมืองในวันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2563 และกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมได้มีการแถลงข่าวถึงรายละเอียดการชุมนุมไปแล้วนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากการขออนุญาตดังกล่าว ยังไม่ได้ดำเนินการให้เป็นไปตามประกาศเรื่องแนวทางการอนุญาตจัดชุมนุมทางการเมืองของนักศึกษาในพื้นที่ของมหาวิทยาลัย ฉบับลงวันที่ 3 กันยายน พ.ศ.2563 ซึ่งกำหนดแนวทางเพื่อใช้กับการจัดกิจกรรมชุมนุมทางการเมืองของนักศึกษาทุกกลุ่มในพื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งกำหนดขึ้นเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ในเรื่องสิทธิเสรีภาพ และความรับผิดชอบ ภายในขอบเขตของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย และการเคารพความคิดเห็นที่แตกต่างตามระบอบประชาธิปไตย โดยควบคู่กับการดูแลสวัสดิภาพ ความปลอดภัยของนักศึกษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อให้การใช้ประกาศนี้เป็นไปโดยเสมอภาคสำหรับนักศึกษาทุกกลุ่ม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จึงไม่อนุญาตให้กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ จัดกิจกรรมได้จนกว่าจะได้มีการปฏิบัติตามประกาศโดยถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายพริษฐ์ ชีวารักษ์ หรือเพนกวิน นักกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;ldquo;เพนกวิน - พริษฐ์ ชิวารักษ์ parit chiwarak&amp;rdquo; ระบุว่า ถึงแม้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยจะไม่อนุญาตให้ใช้สถานที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ในการชุมนุม เราก็จะจัดการชุมนุมที่ธรรมศาสตร์กันต่อไป เพราะธรรมศาสตร์เป็นของประชาชน ไม่ใช่ของขี้ข้ารับใช้เผด็จการไม่กี่คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุมเผยแพร่เอกสาร ยืนยันเดินหน้าการชุมนุม 19 กันยายน ที่ มธ.ท่าพระจันทร์ โดยมีเนื้อหาระบุว่า แนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ยืนยันเดินหน้าจัดการชุมนุมที่ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ไม่เปลี่ยนแปลงสถานที่อย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมยืนยันว่า ก่อนหน้านี้ ทางแนวร่วมได้ดำเนินการขออนุญาตใช้สถานที่กับทางมหาวิทยาลัยอย่างถูกต้องตามขั้นตอน โดยได้แจ้งรายละเอียดให้ทางมหาวิทยาลัยได้ทราบ และมีอาจารย์ที่ปรึกษารับรองตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การกระทำของมหาวิทยาลัยถือเป็นการใส่ร้ายและปิดกั้นสิทธิเสรีภาพของนักศึกษาและประชาชน อันเป็นการทำลายจิตวิญญาณธรรมศาสตร์อย่างร้ายแรง เราจึงขอประณามการกระทำดังกล่าวของมหาวิทยาลัย และขอเรียกร้องให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดี และ รศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร ท่าพระจันทร์ ในฐานะผู้รับผิดชอบ ได้พิจารณาตนเองว่าได้ปฏิบัติหน้าที่สมกับที่เป็นผู้บริหารมหาวิทยาลัยแห่งเสรีภาพแล้วหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ แนวร่วมขอยืนยันว่าจะใช้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เป็นสถานที่ชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย.ต่อไป เพราะมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ย่อมเป็นของนักศึกษาและประชาชน จึงขอเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนมารวมตัวกันที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป เพื่อยึดธรรมศาสตร์คืนเป็นของประชาชน
แกนนำม็อบขอเงินเพื่อไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า ในระหว่างการประชุมพรรคประจำสัปดาห์เมื่อวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา ส.ส.และสมาชิกพรรคเพื่อไทยบางส่วนได้รวมกลุ่มพูดคุยวิพากษ์วิจารณ์ถึงสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองของม็อบเยาวชนปลดแอก ที่จะมีการชุมนุมใหญ่ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ซึ่ง ส.ส.และแกนนำพรรคเพื่อไทยบางรายได้ระบุตรงกันว่า ถูกแกนนำม็อบรายหนึ่งติดต่อมาเพื่อขอรับการสนับสนุนเงินทุน โดยอ้างว่าเพื่อใช้ในการจัดชุมนุมใหญ่ ซึ่งส่วนใหญ่ได้ปฏิเสธไป เนื่องจากเกรงว่าจะถูกอ้างชื่อไปพัวพันกับการชุมนุม ที่แม้พรรคเพื่อไทยจะสนับสนุนในแง่ของสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก แต่ก็มีความเป็นห่วงกรณีการปราศรัยที่พาดพิงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ไม่เหมาะสม และอาจนำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรงในสังคมไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังได้ยินว่าแกนนำม็อบคนนี้โทรศัพท์หา ส.ส.และแกนนำพรรค รวมทั้งอดีตแกนนำที่ออกจากพรรคไปแล้วหลายคน&amp;nbsp; คนไหนไม่มีเบอร์ก็ใช้วิธีอินบ็อกซ์ในเฟซบุ๊ก ส่งข้อความทางทวิตเตอร์ บอกว่าขอเงินทุนไปจัดม็อบใหญ่ในวันที่ 19 ก.ย.นี้ แต่ก็ไม่ได้ระบุตัวเลขว่าต้องการเท่าไหร่และนำไปใช้ในส่วนไหน บางคนเจอโทร.ตื๊อบ่อยเข้า ยอมให้เงินไปบ้างเพื่อตัดรำคาญ แต่เท่าที่ทราบส่วนใหญ่ปฏิเสธ เพราะไม่อยากให้ถูกมองว่าเป็นท่อน้ำเลี้ยงที่มีปัญหาเกี่ยวกับสถาบันเบื้องสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนการชุมนุมใหญ่ &amp;ldquo;ธรรมศาสตร์จะไม่ทน&amp;rdquo; เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต มีการประกาศ 10 ข้อเรียกร้องเกี่ยวกับสถาบัน แกนนำผู้ชุมนุมหลายราย รวมถึงแกนนำรายนี้ ได้เคยโพสต์ข้อความประกาศหาท่อน้ำเลี้ยงเพื่อขอรับเงินบริจาคในการจัดการชุมนุมมาแล้วครั้งหนึ่ง ก็มีปัญหาถูกทักท้วงว่ามีการให้เลขบัญชีที่ไม่ตรงกัน ตลอดจนมีการจัดเวทีขนาดใหญ่ โดยจ้างระบบแสงสีเสียงระดับคอนเสิร์ตย่อมๆ จนถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าฟุ่มเฟือย แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีการแจกแจงยอดเงินที่ได้รับบริจาค รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่ใช้จริงในการชุมนุมแต่อย่างใด นอกจากนี้ในช่วงที่ผ่านมายังมีการประกาศเลขบัญชีส่วนตัวของแกนนำม็อบหลายรายที่ถูกจับกุมดำเนินคดี เพื่อขอรับการบริจาคในการต่อสู้คดีอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีการวิเคราะห์ไปอีกว่าการนัดหมายชุมนุมวันที่ 19 ก.ย. ที่จะปักหลัก ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และวันที่ 20 ก.ย. ช่วงเช้าจะมีการเคลื่อนขบวนมาแสดงจุดยืนที่ทำเนียบรัฐบาลนั้น อาจเป็นเป้าหลอก แต่แท้จริงอาจจะเคลื่อนขบวนมาได้ทั้งในช่วงกลางคืนวันชุมนุม หรือเช้าวันรุ่งขึ้น มาถึงลานพระบรมรูปทรงม้าเพื่อแสดงจุดยืน ทั้งนี้ ต้องดูรูปแบบการปราศรัยที่ ม.ธรรมศาสตร์ จะมีการก้าวล่วงไปถึงประเด็นที่ละเอียดอ่อนหรือไม่ แต่จากหัวข้อที่ใช้ในการชุมนุม 19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร รวมถึงแกนนำที่จัดแถลงข่าวการชุมนุมใหญ่ ส่วนใหญ่ล้วนเป็นกลุ่มบุคคลที่เคยปราศรัยจนถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงแนวคิดมาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน พร้อมด้วยนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน นำแกนนำกลุ่มขอนแก่นพอกันที พร้อมผู้ที่ถูกออกหมายเรียกทั้ง 6 คนจาก สภ.เมืองขอนแก่น&amp;nbsp; เดินทางไป สภ.เมืองขอนแก่น โดยก่อนการรายงานตัวนั้น นายพริษฐ์ได้เผาหมายเรียกของเจ้าหน้าที่ตำรวจ อ้างว่าเพื่อแสดงออกถึงการกดขี่ ความไม่ยุติธรรมในการแจ้งข้อกล่าวหาที่ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินมาควบคุมสิทธิเสรีภาพของประชาชน
ไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพริษฐ์ยังเผยว่า ทุกสถานีตำรวจที่ออกหมายเรียกแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมและผู้ชุมนุมจะมีการปราศรัยทุกที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการเข้าพบพนักงานสอบสวนนั้น ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง พนักงานสอบสวนจึงปล่อยตัวผู้ที่ถูกหมายเรียกทั้ง 6 คนให้กลับบ้านได้ ซึ่งทั้ง 6 คนได้ออกมาแสดงเชิงสัญลักษณ์ด้วยการชู 3 นิ้ว ด้านหน้า สภ.เมืองขอนแก่นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายพริษฐ์กล่าวว่า ตำรวจได้แจ้ง 3 ข้อหา กับทั้ง 6 คน ใน 3 ข้อหาหลัก ซึ่งประกอบด้วย ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, พ.ร.บ.ควบคุมโรค และ พ.ร.บ.การใช้เสียง แต่ทุกคนไม่รับรู้ไม่รับทราบข้อกล่าวหา ไม่เซ็นเอกสารใดๆ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การที่เราเผาหมายเรียกไปนั้น เพราะไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรม เป็นสัญลักษณ์ของการคุกคามประชาชน การลิดรอนสิทธิเสรีภาพโดยการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ จึงขอทำลายสัญลักษณ์เหล่านี้ด้วยการเผา และไม่ยอมรับกระบวนการใดๆ ทั้งสิ้น และหมายเรียกถือว่าเป็นเครื่องมือทางการเมืองกับกลุ่มผู้เห็นต่าง จึงไม่ขอรับทราบข้อหาที่ไม่ชอบธรรม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความของนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลอาญานัดไต่สวนคดีละเมิดอำนาจศาลของนายพริษฐ์ จากการปราศรัยที่หน้าบันไดศาลเรียกร้องให้ปล่อยตัวนายอานนท์ นำภา และนายภาณุพงศ์ จาดนอก เมื่อวันที่ 8 ส.ค. ในวันที่ 11 ก.ย. ว่าได้ปรึกษากับนายพริษฐ์ถึงการสู้คดีที่ ผอ.ศาลอาญา กล่าวโทษกรณีชุมนุมหน้าศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ละเมิดตาม ป.วิ.แพ่ง นายพริษฐ์บอกว่ามีเจตนาดี ไม่ได้ละเมิดอำนาจศาล อยากจะอธิบายให้ศาลฟังว่าเป็นการวิพากษ์วิจารณ์กระบวนการยุติธรรม ตั้งแต่เรื่องตำรวจมาจับนักเคลื่อนไหว ถ้อยคำไหนที่พูดก็จะยอมรับว่าพูดจริง แต่เขาจะชี้แจงข้อกฎหมายว่าไม่ได้ละเมิดอำนาจศาล และคงมีพยานหลักฐานที่จะอ้างต่อศาล ศาลจะสืบพยานทั้งฝ่ายผู้กล่าวหาและนายพริษฐ์ ผู้ถูกกล่าวหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า กล่าวถึงกรณีการออกไปเคลื่อนไหวข้างนอกอาจถูกมองว่าเป็นแกนนำม็อบ หรือเบื้องหลังของกลุ่มนักศึกษา นายปิยบุตรกล่าวว่า ข้อครหาว่าตนเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการชุมนุมมีมาตลอด ซึ่งตนก็ยืนยันตลอดว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มนักศึกษาและประชาชนที่ชุมนุมอยู่ตอนนี้นั้น ตนไม่ปฏิเสธว่าหลายคนเป็นคนที่เลือกพรรคอนาคตใหม่ ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา หลายคนเป็นอาสาสมัคร เมื่อพรรคยุบก็แยกย้ายออกไป แต่ที่บอกตนไปบริหารจัดการจะเป็นการดูหมิ่นดูแคลนนักศึกษา เพราะเขามีความคิดในการขับเคลื่อนการชุมนุม ซึ่งเป็นเสรีภาพในการแสดงออกของคนไทยที่อยากเห็นบ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น อยากเน้นว่าควรมองให้เป็นเรื่องปกติ วันนี้ฝ่ายนี้แสดงออก วันหน้าอีกฝ่ายก็มาแสดงออก อย่าปิดกั้นการแสดงออกของใคร ไม่มีใครเป็นผู้ชนะตลอดกาล คือความสวยงามของระบอบประชาธิปไตย ตนในฐานะพลเมืองไทยก็เอาใจช่วยให้กำลังใจเขา &amp;nbsp;
&amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot;ยืนยันไม่ชุมนุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันที่ 19 กันยายนนี้ ผมไม่ได้จะออกไปประกาศเป็นแกนนำม็อบแต่อย่างใด ยืนยันจะไปร่วมชุมนุม แต่ไม่ขึ้นปราศรัย เพราะให้เป็นภารกิจของน้องๆ&amp;rdquo; นายปิยบุตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการแสดงแนวทางการพัฒนาประเทศ เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ของนักศึกษา วปอ.รุ่น 62 วิทยาลัยเสนาธิการทหาร และวิทยาลัยการทัพของทั้งสามเหล่าทัพ ประจำปี 2563 โดยพล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอนหนึ่งว่า การทะเลาะเบาะแว้ง การสร้างความขัดแย้งเป็นการทำลายศักยภาพของเราโดยไม่รู้ตัว เราจะเอาชนะกันเพื่ออะไร เพื่ออำนาจเพื่อผลประโยชน์มันใช่หรือไม่ ตนมายืนอยู่ตรงนี้เพื่อ 2 อย่างอย่างนั้นหรือ คิดเอาเอง ตนไม่อยากจะแก้ตัวอะไรทั้งสิ้น เพราะตนรู้ว่าทําเพื่อใคร เพื่ออะไร ตนมีจิตวิญญาณของตน และขอให้ทุกคนเข้าใจว่าใจของตนต้องการให้ประเทศชาติสงบสุข มั่นคง ยั่งยืน มีอนาคต ดังนั้นจะเอาชนะกันไปทำไมบนซากปรักหักพังของประเทศไทย จะอยู่กันต่อไปอย่างไร สิ่งเหล่านี้ขอฝากไว้ด้วยแล้วกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้ที่พูดเยอะ เพราะเมื่อวานไม่ค่อยได้พูด พยายามเบรกตัวเองว่าอย่าพูดๆ เวลาพูดให้ยิ้มไว้ เพราะสังคมเราเป็นแบบนี้ ไม่เป็นไร ต้องอดทน เพราะเรามีเป้าหมายหลักเพื่อประชาชน ผมก็มีกำลังใจแค่นี้ อย่างอื่นผมไม่มีอะไร ไม่ได้อะไรซักอย่าง ซึ่งก็ไม่เป็นไร ประเทศชาติได้ก็ว่ากันไป เราต้องร่วมมือกันสร้างอัตลักษณ์ของความเป็นไทย เช่น แค่การปั้นโอ่งก็สร้างความรักได้แล้ว และเราต้องเข้าใจสังคม ความเป็นไทยต้องช่วยกันปลูกฝังคนรุ่นหลังไม่ให้เกิดปัญหาการทะเลาะเบาะแว้ง อย่าลืมว่าเราคือครอบครัวเดียวกัน ครอบครัวคนไทย ครอบครัวประเทศไทยเราต้องรวมไทยสร้างชาติ&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) แถลงที่้ทำเนียบรัฐบาลว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้สั่งการอะไรเป็นพิเศษ แต่กำชับให้เจ้าหน้าที่อดทนอย่างเดียว และอย่าใช้ความรุนแรง ซึ่งนายกฯ เป็นห่วงเรื่องการปะทะและยื้อยุดฉุดกระชาก ซึ่งเป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงอยู่แล้ว จากการข่าวทราบว่า เบื้องต้นจะชุมนุมไม่เกิน 2 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.ตร.ยืนยันว่า ไม่ได้ใช้แผนกรกฎ 52 เพราะไม่มีนโยบายใช้รุนแรงอยู่แล้ว และย้ำว่านายกฯ กำชับให้เจ้าหน้าที่อดทน จึงไม่มีใช้ชื่อแผนอะไรทั้งสิ้น แต่เป็นการดูแลความปลอดภัยตามปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล (ผบช.ส.) กล่าวถึงกรณีการดูแลการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษาที่กำหนดจัดขึ้นวันที่ 19 กันยายน 2563 นั้น พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วย ทุกนาย ปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมด้วยวิธีแบบสากล คือไม่ให้มีตำรวจนายใดพกพาอาวุธติดตัว ให้ถือกฎหมายเป็นที่ตั้ง แต่หากพบการกระทำผิดใดก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อไม่ให้เป็นระบบ 2 มาตรฐาน และขอยืนยันว่าตำรวจจะไม่เข้าชาร์จตัวผู้ชุมนุมอย่างที่เหตุในฮ่องกงแน่นอน.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77093</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธรรมศาสตร์, ธรรมศาสตร์ไม่ทน, ประณามอาจารย์, ยึดธรรมศาสตร์, ยึดสนามหลวง, วิจารณ์สถาบัน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200910/image_big_5f5a3c054ff9a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74859</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2020 23:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2020 23:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปิยบุตร&#039;ลั่น!ไม่ใช่คนชังชาติ ส่งสารถึงรอยัลลิสต์มาร่วมกันสร้างประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขด้วยกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.63-นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Piyabutr Saengkanokkul - ปิยบุตร แสงกนกกุล &amp;nbsp; หัวข้อ &amp;nbsp;จาก #ปิยบุตร ถึงอนุรักษ์นิยมและรอยัลลิสต์ &amp;nbsp;โดยระบุรายละเอียดว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปราบให้หมด กำจัดให้หมด ไม่มีทางจัดการปัญหาได้ ทำได้แต่เพียงให้คนเห็นต่างหายไปจากประเทศช่วงหนึ่ง แต่ความคิดยังอยู่ และท้ายที่สุดก็เหมือนเข็มนาฬิกาที่ตั้งแล้วก็วนกลับมาที่เดิม ซึ่งไม่เป็นคุณต่อใครทั้งหมดทั้งสิ้น เป็นการฆ่าอนาคตของชาติ ผมเห็นว่าทางเลือกที่ถูกต้องคือทางเลือกที่สอง ประเด็นสถาบันพระมหากษัตริย์ต้องเป็นเรื่องที่อภิปรายได้เหมือนประเด็นอื่นๆ เช่น ประเด็นการปฏิรูปกองทัพ การแก้ไรรัฐธรรมนูญ การกระจายอำนาจ ไม่ใช่เรื่องต้องห้าม สามารถอภิปรายได้ด้วยความปรารถนาดี ด้วยความรัก เคารพ จริงใจ ต่อกันและกัน อย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยเพื่อแสวงหาทางออกร่วมกัน ทั้งหมดนี้เพื่อธำรงรักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ให้เคียงคู่กับระบอบประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บรรยากาศการชุมนุมของนิสิตนักศึกษาเปลี่ยนไปเร็วมาก ผมใช้ชีวิตอยู่ในมหาวิทยาลัยตั้งแต่สมัยเรียนจนมาเป็นอาจารย์ เป็นเวลา 21 ปี ก็รู้จักมักคุ้นกับความคิดของนิสิตนักศึกษามาตลอด วัยนี้เป็นช่วงวัยของความเร้าร้อน เป็นช่วงวัยของความขบถ ไม่ยอมรับ อยากเปลี่ยน อยากจะให้ผู้ที่อาวุโสกว่า ผู้ที่มีประสบการณ์มาก่อน ผู้ที่อายุมากกว่า พยายามทำความเข้าใจเขา พยายามแบ่งแยกท่าทีกับเนื้อหาออกจากกัน พยายามทำความเข้าใจพวกเขาว่าเขาต้องการนำเสนออะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญที่สุดสิ่งที่พวกเขาเป็นอยู่วันนี้ คนรุ่นผม คนรุ่นก่อนผม พวกเราต้องรับผิดชอบร่วมกัน เพราะนิสิตนักศึกษาเยาวชนเขาไม่ได้เป็นแบบนี้มาตั้งแต่กำเนิด แต่เขาเป็นผลพวงของระบอบและสังคมที่พวกเราสร้างขึ้นมาส่งมอบให้กับเขา แต่เขาไม่ต้องการสังคมแบบนี้ เหลืออยู่ทางเดียวก็คือ &amp;ldquo;เราต้องรับผิดชอบร่วมกันเพื่อหาทางออกร่วมกัน&amp;rdquo; มิใช่ &amp;ldquo;รับผิดชอบร่วมกันโดยการปราบให้หมด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขออนุญาตสื่อโดยตรงไปทางฝ่ายอนุรักษ์นิยม ฝ่ายชนชั้นนำจารีตประเพณี ฝ่ายรอยัลลิสต์ ฝ่ายกษัตริย์นิยม ที่มีเหตุมีผล ไม่ได้บ้าคลั่ง พวกเราต้องช่วยกัน ผมเชื่อว่ายังมีอีกมาก ช่วยออกมาส่งเสียง เพราะถ้าท่านไม่ออกมาส่งเสียงใดๆ เลย จะกลายเป็นว่าฝ่ายคลั่ง ฝ่ายกระหายเลือด พวก Ultraroyalist จะเข้ามาหยิบยกพัฒนาประเด็นผลักจนเกิดเป็นความขัดแย้งของคนในชาติ กลายเป็นความขัดแย้งระหว่างรุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายผมคิดว่าฝ่ายที่ตำหนิผมทุกครั้งไป ตำหนิวิธีคิดของผมว่า #ชังชาติ ไล่ผมไปอยู่ประเทศต่างๆ บ้าง ผมเรียนตรงนี้ว่า ถ้าผมไม่รักชาติบ้านเมือง ผมไม่มาอยู่จุดๆ นี้หรอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าผมคิดถึงตัวผมเองเป็นหลัก ผมไม่ทำตรงนี้หรอก แต่ด้วยความรักชาติบ้านเมือง เราจึงต้องแสดงออกและมารับหน้าที่แบบนี้ รับหน้าที่ในการสื่อสารแบบตรงไปตรงมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเชื่อว่าทุกคนรักชาติ ท่านก็รักชาติ ผมก็รักชาติ คนไทยทุกคนรักชาติ ไม่มีใครรักมากไปกว่ากัน น้อยไปกว่ากัน แต่เราอาจจะรักไม่ตรงกัน แสดงออกไม่ตรงกัน แบบนี้มาพูดคุยกันได้ แต่ถ้าพวกท่านเริ่มต้นด้วยการประณามหยาดเหยียดว่าพวกเราเป็นพวกชังชาติ ก็ไม่มีทางที่จะเริ่มต้นคุยกันได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การรักชาติที่ถูกต้องคือการแสวงหาคำตอบไปด้วยกัน ทั้งหมดนี้คือการร่วมสร้างระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เป็นระบอบที่ประชาชนเป็นผู้ทรงอำนาจสูงสุด เป็นระบอบที่องค์กรผู้ใช้อำนาจรัฐต้องถูกตรวจสอบได้ เป็นระบอบที่พระมหากษัตริย์เป็นประมุข พระมหากษัตริย์ดำรงตำแหน่งสืบทอดทางสายโลหิต และดำรงอยู่อย่างมั่นคงสถาพร ดำรงอยู่อย่างมีพระเกียรติยศเคียงคู่ประชาธิปไตย และเป็นมิ่งขวัญของอาณาราษฎร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาร่วมกันสร้าง #ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ด้วยกัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74859</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายปิยบุตร แสงกนกกุล, รอยัลลิสต์, วิจารณ์สถาบัน, อนุรักษ์นิยม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200818/image_big_5f3c01dc52444.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
