<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>29167</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>506ผู้สมัครส่อถูกตัดสิทธิ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; ควง &amp;quot;ผบ.ทบ.&amp;quot; ชมฝึกบรรเทาสาธารณภัยในค่ายทหารรบพิเศษ สยบข่าวลือรัฐประหาร บอกสื่อ &amp;quot;มีอะไรถามแดงสิ เรื่องไร้สาระ&amp;quot; จับตา 15 ก.พ. &amp;quot;กกต.&amp;quot; ประกาศชื่อผู้สมัคร ส.ส.เขตทั่ว ปท. ระทึก! 506 ผู้สมัครขาดคุณสมบัติส่อถูกตัดสิทธิ์ &amp;quot;ทนายวิญญัติ&amp;quot; เตรียมยื่นยุบพรรค พปชร. &amp;nbsp;&amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; จัดปราศรัยใหญ่ลานคนเมือง กทม.ศุกร์นี้ ขนขุนพลขึ้นเวทีพร้อมเพรียง &amp;quot;หมวดเจี๊ยบ&amp;quot; โวย &amp;quot;นายกฯ&amp;quot; ลงบางแคแฝงหาเสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 ก.พ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในการตรวจการฝึกป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแบบบูรณาการ IDMEX 2019 พร้อมด้วยผู้ว่าราชการ 77 จังหวัด ณ สนามฝึกและสนาม MOUT กองพลรบพิเศษที่ 1 จังหวัดลพบุรี โดยมี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และนายทหารระดับสูงของเหล่าทัพ ร่วมชมการฝึกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอนหนึ่งว่า การฝึกไม่ใช่ทำกันแค่วันเดียว ต้องมีการเตรียมการ เช่นเดียวกับสังคมโลก ขอให้พลเรือน ตำรวจ ทหาร รักกันให้มากๆ ทุกส่วนคือหลักของประเทศ ถ้าทุกคนเข้าใจบทบาทตัวเอง ก็ต้องทำให้ดีที่สุด ไม่มีอะไรที่ทำให้ประเทศเราอ่อนแอ คลอนแคลนต่อไปได้ พวกเราต้องเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ในทุกโอกาส ขอให้ตระหนักว่าพวกเราทำเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน ไม่ว่าจะทำหน้าที่อะไร มีตำแหน่งหรือไม่มีตำแหน่ง ขอให้ทำหน้าที่ของคนไทยอย่างสมศักดิ์ศรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราต้องเข้มแข็ง พิสูจน์ด้วยฝีมือของเรา ทั้งในอดีตที่ผ่านมา ในปัจจุบันและอนาคต เราต้องเข้มแข็งไปเรื่อยๆ ในทุกมิติ อย่าให้ใครมาบ่อนทำลายหรือทำให้เกิดความแตกแยกโดยเด็ดขาด ถ้าเราไม่รักกันเองแล้วใครจะรักเรา รัฐบาลทุกรัฐบาลมีหน้าที่ทำให้เกิดความสมดุล อย่าจับมาเป็นประเด็นการเมือง ฉะนั้นอย่ามาถามผมในเรื่องพวกนี้อีก&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์พร้อมคณะเดินทางไปยังพื้นที่ฝึกการรบในสิ่งปลูกสร้าง โรงเรียนสงครามพิเศษ ศูนย์สงครามพิเศษ ชมการสาธิต การซักซ้อมบรรเทาสาธารณภัย อย่างไรก็ตาม ช่วงท้ายการซ้อมแผนบรรเทาสาธารณภัย ได้เกิดฝนตกหนักลมแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ให้โอวาทท่ามกลางสายฝน โดยมีพล.อ.อภิรัชต์ยืนตากฝนอยู่ด้วย ตอนหนึ่งระบุว่า ขอให้ทุกคนภูมิใจในการน้อมนำพระราโชบายไปปฏิบัติ ซึ่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยพสกนิกร และทรงต้องการให้พสกนิกรได้รับผลกระทบภัยพิบัติน้อยที่สุด สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือ การวางแผนปฏิบัติ จะต้องมีความพร้อม รวมถึงการกระจายข่าวสารและการแจ้งเตือนประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.อภิรัชต์ เดินเคียงกันพบปะทักทายจิตอาสาและกำลังพลที่มาฝึก บรรเทาสาธารณภัยฯ แบบบูรณาการตามพระราโชบายฯ โดย พล.อ.ประยุทธ์บอกผู้สื่อข่าวว่า &amp;quot;มีอะไร ถามแดงสิ เรื่องไร้สาระทั้งนั้น&amp;quot; พร้อมชี้นิ้วไปที่ พล.อ.อภิรัชต์ นอกจากนี้ ระหว่างเดินทางกลับ พล.อ.ประยุทธ์ได้เปิดกระจกรถทำมือสัญลักษณ์ไอเลิฟยูด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมเซ็นทรา น.ส.วิชชุดา เมฆานุวงศ์ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (ผอ.กกต.กทม.) เป็นประธานเปิดโครงการอบรมสร้างกลไกในการแก้ปัญหาความขัดแย้งการเลือกตั้ง กิจกรรมการเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์ โดยมีผู้แทนจากพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครลงสมัครรับเลือกตั้งใน 30 เขตเลือกตั้งของ กทม.เข้าร่วม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ น.ส.วิชชุดาได้ชี้แจงถึงวิธีการหาเสียงว่าอะไรทำได้ ทำไม่ได้ สถานที่ปิดป้ายหาเสียง และขนาดของป้ายหาเสียงทั้ง 3 รูปแบบ โดยขอให้ผู้สมัครคำนึงถึงขนาดป้าย จำนวนป้าย และสถานที่ติดประกาศ ซึ่งกฎหมายตีความอย่างเคร่งครัด จึงขอให้ทุกพรรคหลีกเลี่ยงการกระทำผิดระเบียบ กกต.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอแจ้งให้ผู้สมัครรับทราบถึงข้อกังวลของ กทม.ซึ่งประสานมายัง กกต.ให้ทุกพรรคระมัดระวังรักษาต้นไม้ในสถานที่สาธารณะ การตอกตะปูยึดป้ายกับต้นไม้ขอให้ใช้ความระวังด้วย และไม่ควรติดป้ายซ้อนทับกับป้ายของผู้สมัครพรรคการเมืองอื่น รวมทั้งการติดป้ายใกล้สะพานลอย ได้เกิดเหตุเด็กนักเรียนเดินชนศีรษะแตก ติดป้ายใกล้หน้าปากซอย ทำให้บดบังสายตา ขอให้เร่งแก้ไขเพื่อไม่ให้เกิดอคติกับเจ้าของป้าย&amp;quot; ผอ.กกต.กทม.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.วิชชุดากล่าวว่า ในวันที่ 15 ก.พ.นี้ กกต.กทม.จะประกาศรับรองรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตของ กทม. เบื้องต้นพบว่ามีผู้สมัครหลายรายจากบางพรรคการเมืองขาดคุณสมบัติ เนื่องจากเป็นสมาชิกพรรคไม่ครบ 90 วันตามที่กฎหมายกำหนด ดังนั้นจำนวนผู้สมัครจะมีไม่ถึง 932 คน
506 ผู้สมัครส่อถูกตัดสิทธิ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ว่า ในวันที่ 15 ก.พ. ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งทั้ง 350 เขต จะต้องตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามผู้สมัคร ส.ส.เขต ที่มียอดการสมัครกว่า 1 หมื่นคน และต้องประกาศรับรองรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.เขตตามที่กฎหมายกำหนด โดยขณะนี้สำนักงาน กกต. ได้แจ้งผลการตรวจสอบทั้งหมดไปยังผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทั่วประเทศแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผลการตรวจสอบที่สำนักงาน กกต.แจ้งไปนั้น แยกเป็นผลการตรวจสอบการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองของผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต ที่บันทึกเข้าระบบฐานข้อมูลพรรคการเมือง กรณีไม่พบว่ามีชื่ออยู่ในระบบฐานข้อมูลสมาชิกพรรคการเมือง และไม่เป็นผู้ร่วมจัดตั้งพรรคที่ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 172 ให้สิทธินับการเป็นสมาชิกนับตั้งแต่วันที่ยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรค ลงวันที่ 11 ก.พ. ซึ่งพบว่ามีผู้สมัคร ส.ส.เขตที่เข้าข่ายดังกล่าวรวม 253 ราย และผลการตรวจสอบสมาชิกพรรคของผู้สมัครส.ส.ที่บันทึกเข้าระบบฐานข้อมูลพรรค กรณีพบว่าเป็นสมาชิกพรรคการเมืองเดียวไม่ครบ 90 วัน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 96 (3) ประกอบมาตรา 41 (3) และเป็นสมาชิกพรรคซ้ำซ้อน ลงวันที่ 11 ก.พ. ซึ่งพบว่ามีผู้สมัคร ส.ส.เขตที่เข้าข่ายดังกล่าวรวม 253 ราย รวม 2 กรณีมีทั้งสิ้น 506 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตามข้อมูลที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตอาจถูกตัดสิทธิ์ไม่ได้รับการประกาศชื่อให้เป็นผู้สมัคร มีทั้งพรรคเก่าพรรคใหม่ อาทิ พรรคมหาชน ผู้สมัครไม่พบชื่อในระบบฐานข้อมูลมากถึง 133 คน, พรรคผึ้งหลวง 40 คน, พรรคประชาธรรมไทย 16 คน, พรรคประชาธิปัตย์ 1 คน, พรรคอนาคตใหม่ 3 คน ส่วนสมาชิกซ้ำซ้อนกับพรรคการเมืองอื่น อาทิ พรรคเศรษฐกิจใหม่ &amp;nbsp;27 คน, พรรคเพื่อชาติ 20 คน, พรรคประชาชาติ 18 คน, พรรคเสรีรวมไทย 6 คน, พรรคชาติพัฒนา 3 คน, พรรคภูมิใจไทย 2 คน, ผู้สมัครสังกัดการเมืองไม่ครบ 90 วัน อาทิ พรรคครูไทย 18 คน พรรครวมพลังประชาชาติไทย 7 คน เป็นต้น&amp;quot; แหล่งข่าวระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแจ้งผลการตรวจสอบของสำนักงาน กกต.ดังกล่าว ได้สร้างความสับสนวุ่นวายให้ ผอ.กกต.ประจำจังหวัดทั่วประเทศอย่างมาก เนื่องจากเมื่อวันที่ 12 ก.พ.ที่ผ่านมา สำนักงาน กกต.เพิ่งจะได้มีบันทึกข้อความแจ้งเป็นการภายในว่า กรณีไม่ปรากฏชื่อผู้สมัคร ส.ส.ในระบบฐานข้อมูลสมาชิกพรรคการเมือง เนื่องจากพรรคการเมืองยังไม่ได้นำเข้าข้อมูลสมาชิกพรรคการเมือง ให้ยึดหลักฐานการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองที่ผู้สมัครนำมาแสดง คือ สำเนาใบสมัครเป็นสมาชิกพรรค, สำเนาหลักฐานการชำระเงินค่าบำรุงพรรค และสำเนาหลักฐานการลาออกจากสมาชิกพรรคการเมืองอื่น เป็นหลักฐานในการพิจารณารับสมัคร ส่วนกรณีการนับระยะเวลาการเป็นสมาชิกพรรคของผู้สมัครที่เป็นผู้ร่วมกันจดแจ้งจัดตั้งนั้น ให้ยึดหลักฐานสำเนาใบคำขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมือง และสำเนาหลักฐานการรับทุนประเดิมของผู้ร่วมกันจัดตั้งพรรคการเมือง เป็นหลักฐานในการพิจารณารับสมัคร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้ในกรุ๊ปไลน์สำนักงาน กกต. ทาง ผอ.กกต.ประจำจังหวัดทั่วประเทศได้ติดต่อขอความชัดเจนว่าตกลงแล้วจะให้ยึดข้อมูลของสำนักงานที่แจ้งไปหรือหลักฐานที่ผู้สมัครนำมาแสดงเป็นหลักในการพิจารณาประกาศรับรองรายชื่อผู้สมัคร เพราะตามกฎหมายจะต้องประกาศรับรองรายชื่อผู้สมัครในวันที่ 15 ก.พ.แล้ว แต่ก็ยังไม่มีคำตอบจากทางสำนักงาน&amp;quot; แหล่งข่าวระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิและเสรีภาพ (สกสส.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า วันศุกร์ที่ 15 ก.พ.62 เวลา 10.00 น. จะเข้าต่อยื่นหนังสือกล่าวโทษ ขอให้ กกต.ไต่สวนยุบพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ต่อประธาน กกต. และเลขาธิการ กกต. ที่สำนักงาน กกต. กรณีการครอบงำพรรค พปชร. ของ พล.อ.ประยุทธ์ และเจ้าหน้าที่รัฐใช้ตำแหน่งเป็นคุณหรือเป็นโทษต่อผู้สมัครและพรรคการเมือง และยินยอมให้มีการใช้ทรัพยากรของรัฐ รวมทั้งสมคบใช้นโยบายของรัฐเพื่อเป็นนโยบายพรรคการเมืองเพื่อเอื้อประโยชน์ จูงใจในการหาเสียงเลือกตั้ง
&amp;#39;เจี๊ยบ&amp;#39;ข้องใจลุงตู่หาเสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงการหาเสียงของพรรคว่า ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐเริ่มที่จะขึ้นป้ายคู่กับ พล.อ.ประยุทธ์แล้วหลายพื้นที่ ซึ่งเป็นไปตามระเบียบของ กกต. ที่สามารถขึ้นรูปคู่กับบัญชีนายกรัฐมนตรีของพรรคได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ กทม. ผู้สมัคร ส.ส.กทม.ได้ทยอยขึ้นรูป พล.อ.ประยุทธ์แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรรคพลังประชารัฐไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งกับใคร เราเป็นพรรคใหม่ที่เป็นของประชาชนทุกคน เป็นพรรคทางเลือกและทางหลักของพี่น้องประชาชนที่จะนำพาประเทศเดินไปข้างหน้า นำประเทศไปสู่ความสงบและความอยู่ดีกินดี หากเราได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ก็จะเป็นนายกฯ อีกสมัย และจะมีผู้บริหารมืออาชีพเข้ามาทำงานด้วย&amp;quot; รองโฆษกพรรค พปชร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในวันที่ 15 ก.พ. เวลา 16.00-21.00 น. พรรคเพื่อไทยจัดการปราศรัยใหญ่เป็นครั้งแรกในกรุงเทพฯ ที่บริเวณลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า และเป็นการปราศรัยใหญ่เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 5 ปี โดยในครั้งนี้จะเน้นการนำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศไทย รวมทั้งศูนย์กลางของประเทศกรุงเทพมหานครให้เป็นเมืองหลวงที่ติดอันดับความเจริญของโลกอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจิรายุกล่าวว่า ผู้ปราศรัยมีระดับแกนนำพรรค ทั้งคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ จะขึ้นปราศรัยในเรื่องนโยบายทั้งหมดของพรรค, ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เรื่องการเมืองที่คนไทยต้องรู้, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและทางออก, นายชัยเกษม นิติสิริ กระบวนการยุติธรรมที่ต้องได้รับการแก้ไข, นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง เรื่องอย่าปล่อยให้สินค้าการเกษตรต่ำไปกว่านี้, นายวัฒนา เมืองสุข เมื่อการเมืองแย่ เศรษฐกิจจะแย่ตาม เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เชื่อว่าประชาชนที่สนใจนโยบายของพรรคเพื่อไทยจะได้รับฟังแนวทางการพัฒนาและแก้ไขปัญหาด้านต่างๆ จะมีไม่น้อยกว่า 10,000 คน&amp;quot; รองโฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์เฟซบุ๊ก &amp;quot;Phumtham Wechayachai&amp;quot;
เรื่อง &amp;ldquo;ช่วยกันทำหน้าที่เพื่อนำประเทศเดินไปข้างหน้า&amp;rdquo; ระบุตอนหนึ่งว่า พรรคการเมืองต้องช่วยกันสร้างบรรยากาศการเมืองสร้างสรรค์ ช่วยกันนำเสนอนโยบายให้ประชาชนได้ตัดสินใจ หลีกเลี่ยงการให้ร้ายป้ายสี สร้างความเกลียดชังระหว่างกัน กกต.ในฐานะองค์กรอิสระที่มีหน้าที่จัดการเลือกตั้ง ต้องมีความเป็นอิสระในการทำงานอย่างแท้จริง จัดการเลือกตั้งให้มีความบริสุทธิ์ยุติธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลควรมีมารยาททางการเมือง แม้วันนี้จะไม่ได้อยู่ในสถานะรัฐบาลรักษาการ แต่วันนี้ผู้นำรัฐบาลกลายเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคการเมืองหนึ่ง ท่านคือหนึ่งในผู้เล่นในการเลือกตั้งครั้งนี้ ดังนั้นควรอย่างยิ่งที่จะต้องเคร่งครัดกับการทำตามกติกา ไม่สร้างภาระให้กับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ด้วยการอนุมัติงบประมาณก้อนใหญ่ โยกย้ายข้าราชการในภาวะที่ทุกฝ่ายกำลังเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง และที่สำคัญที่สุดคือ พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนที่ต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาให้การเลือกตั้งมีความยุติธรรม รวมทั้งการทำหน้าที่ที่สำคัญด้วยการออกมาใช้สิทธิ์ ในการเลือกตั้ง เพื่อตัดสินเลือกอนาคตเลือกทางเดินของประเทศด้วยตัวท่านเอง&amp;quot; เลขาฯ พรรคเพื่อไทยระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง ผู้สมัคร ส.ส.เขตลาดพร้าว วังทองหลาง พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์บอกว่าจะไม่ใช้ตำแหน่งนายกฯ เอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นในการหาเสียง แล้วทำไมตอนที่ไปลงพื้นที่บางแคและบางขุนเทียน จึงมีผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ ไปปรากฏตัวปะปนกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งมาเตรียมการรอรับนายกฯ มีอภิสิทธิ์เหนือชาวบ้านทั่วไป เพราะมีบัตรติดหน้าอกเหมือนเป็นแขกวีไอพี ต่างจากประชาชนทั่วไป ที่ถูกกันให้ยืนรออยู่ในบริเวณที่กำหนด ทั้งๆ ที่ช่วงนี้มีการเพิ่มความเข้มงวดเรื่อง รปภ.คุ้มกันนายกฯ เป็นพิเศษ เพราะใกล้จะเลือกตั้ง แสดงว่าผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เป็นเนื้อเดียวกันกับรัฐบาลหรืออย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์ยังพูดเชียร์ผู้สมัคร ส.ส.อย่างออกหน้าออกตา จนสื่อมวลชนเอาไปเขียนเป็นข่าวใหญ่โต อย่างนี้ถือเป็นการใช้อำนาจรัฐสร้างความได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง และเอาเปรียบคู่แข่งอยู่หรือไม่ อันที่จริง วิธีการแบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากการหาเสียงของพรรคการเมืองอื่นๆ เพียงแต่พรรคการเมืองต่างๆ เขาหาเสียงโดยเปิดเผย เขาไม่ได้ทำตัวเป็นอีแอบ และอยากรู้ว่า พล.อ.ประยุทธ์จะกล้าพูดเต็มปากหรือไม่ ว่าทุกวันนี้ท่านไม่ได้ใช้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีช่วยหาเสียงให้พรรคพลังประชารัฐ ท่านคิดว่าประชาชนดูไม่ออกหรืออย่างไร&amp;quot; ร.ท.หญิงสุณิสากล่าว.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29167</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกร วังบุญคงชนะ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง, วิชชุดา เมฆานุวงศ์, วิญญัติ ชาติมนตรี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190214/image_big_5c6584ab869aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28030</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รบ.หน้าต้องปรองดองทุกพรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ยังแทงกั๊กจนหยดสุดท้าย &amp;nbsp; ลั่นขึ้นอยู่กับประชาชนให้ทำต่อหรือไม่ ชี้ยังมีเวลาตัดสินใจถึง 8 ก.พ. &amp;ldquo;พปชร.&amp;rdquo; ถือฤกษ์ 15.45 น. ออกจากพรรคไปส่งเทียบเชิญ &amp;ldquo;ลุงตู่&amp;rdquo; ที่ทำเนียบรัฐบาล &amp;ldquo;สมคิด&amp;rdquo; ส่งเสียงมาจากญี่ปุ่นบอก &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ยังเหมาะสมในช่วงเปลี่ยนผ่าน หวังตอบรับคำเชิญ วิษณุแจง &amp;ldquo;นายกฯ&amp;rdquo; หมดสิทธิ์หาเสียงทั้งในและนอกเวลาราชการให้พรรคที่ตอบรับ แต่ยังจัดรายการ-ครม.สัญจรได้ พร้อมให้ว่าที่ ส.ส.ขึ้นป้ายคู่ได้ เพื่อไทยเคาะชื่อแล้ว &amp;ldquo;สุดารัตน์-ชัชชาติ-ชัยเกษม&amp;rdquo; ส่วน &amp;ldquo;วิโรจน์&amp;rdquo; ให้นั่งแท่นปาร์ตี้ลิสต์เบอร์หนึ่ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 31 ม.ค. นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนการเสนอเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อยู่ในบัญชีรายชื่อเป็นนายกฯ ของพรรคว่า พรรคได้ประสานไปถึงทีมงานของ พล.อ.ประยุทธ์เรียบร้อยแล้ว ว่าภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคในวันที่ 1 ก.พ. จะนำคณะผู้บริหารพรรค 4-5 คนไปเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ในเวลา 16.30 น. เพื่อเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ให้มาอยู่ในบัญชีนายกฯ ลำดับที่ 1 พร้อมนำเอกสารที่เกี่ยวกับนโยบายและแนวทางพรรคไปมอบให้เพื่อประกอบการพิจารณาตัดสินใจตอบรับ ส่วนการเชิญนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ นั้นพรรคยังไม่ได้ติดต่ออย่างเป็นทางการ เนื่องจากนายสมคิดยังติดภารกิจอยู่ที่ต่างประเทศ คาดว่าเมื่อนายสมคิดเดินทางกลับก็จะติดต่อประสานไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยังตอบไม่ได้ว่า พล.อ.ประยุทธ์จะตอบรับเมื่อใด ซึ่งพรรคหวังว่า พล.อ.ประยุทธ์จะกรุณาตอบรับคำเชิญของพรรค และคิดว่า พล.อ.ประยุทธ์คงต้องใช้เวลาพิจารณาเอกสารเล็กน้อย เรายังมีเวลาระหว่างวันที่ 4-8 ก.พ. ในการยื่นชื่อต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แต่ในการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. 350 เขตของพรรคในวันที่ 2 ก.พ.นั้น จะบอกให้ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ทุกคนได้รับทราบว่าเราได้เชิญ พล.อ.ประยุทธ์เรียบร้อยแล้ว&amp;rdquo; นายอุตตมกล่าว และว่า ถึงตอนนี้มีการรณรงค์หาเสียงให้เลือกระหว่างพรรคทหารกับพรรคฝั่งประชาธิปไตยว่า ตั้งแต่ตั้งพรรคมาถามว่าเห็นทหารหรือไม่ สิ่งที่พูดเป็นเหมือนวาทกรรมทางการเมืองที่ป้ายสีออกมา และที่บางคนพูดเรื่องประชาธิปไตย ถามว่าเป็นประชาธิปไตยแบบไหน ซึ่งพรรคไม่ได้เจาะจงว่าต้องเป็นแบบไหน แต่ต้องเป็นประชาธิปไตยของคนไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษก พปชร. กล่าวว่า ในวันที่ 1 ก.พ. เวลา 15.45 น. แกนนำพรรค นำโดยนายอุตตม จะเดินทางออกจากที่ทำการพรรคไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งการเลือกเวลาดังกล่าว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับฤกษ์ยามแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กำหนดการของ พล.อ.ประยุทธ์ ในวันที่ 1 ก.พ.นั้น ในช่วงเช้า พล.อ.ประยุทธ์จะแถลงผลการดำเนินงานปีที่ 4 ของรัฐบาลที่ตึกสันติไมตรี และในเวลา 16.30 น. จะให้นายอุตตมพร้อมคณะเข้าพบเพื่อเชิญให้เป็นหนึ่งในรายชื่อผู้เสนอตัวเป็นนายกฯ ในนามพรรค พปชร. ส่วนกำหนดการในวันที่ 2 ก.พ.นั้นเดิมจะมีกิจกรรมออกกำลังกายร่วมกับประชาชนในช่วงเช้าที่สวนวชิรเบญจทัศ ก่อนไปพบกับตัวแทนผู้ค้า กลุ่มสหกรณ์ สมาคม กลุ่มตัวแทนผู้ค้าที่ตลาดนัดสวนจตุจักรนั้น คณะทำงานนายกฯ ได้เลื่อนกิจกรรมดังกล่าวออกไปก่อน เนื่องจากเกรงว่าอาจสุ่มเสี่ยงต่อการผิดกฎหมายการเลือกตั้งได้
ลั่นมีเวลาถึง 8 ก.พ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงกรณีพรรค พปชร.มีมติจะส่งเชิญให้อยู่ในบัญชีนายกฯ ของพรรคว่า วันนี้ยังไม่มีการทาบทามมา ที่พรรคเสนอชื่อตนเองนั้น ก็เป็นเรื่องของเขา ก็มีเวลาไปถึงวันที่ 8 ก.พ. เขาเชิญมาเมื่อไหร่ก็รับและยินดี ขอบคุณนะ แต่ยังไม่รับ ขอบคุณที่เชิญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พปชร.จะมาเทียบเชิญในวันที่ 1 ก.พ. พล.อ.ประยุทธ์ย้ำว่า ถ้ามาเชิญ ก็รับทราบว่ามาเชิญ ส่วนจะรับหรือไม่รับนั้น มีเวลาพิจารณา ประกาศ เซ็นตอบรับในเอกสาร จนถึงวันที่ 8 ก.พ. ไม่ต้องมาถามทุกวัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า การตัดสินใจทางการเมืองในครั้งนี้คิดมาตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.2557 เลยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่เคยคิดอยู่แล้ว ไม่เคยคิดแม้แต่วันเดียว ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ก็เห็นปัญหาต่างๆ ก็คิดว่าจำเป็นต้องทำต่อหรือไม่ ประชาชนอยากให้ทำต่อหรือไม่ ซึ่งอยู่ที่ประชาชน ไม่ได้อยู่ที่ตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวตอนหนึ่งในการเป็นประธานในการรับมอบสมุดปกขาวนโยบายเศรษฐกิจฐานรากสู่แนวทางการปฏิบัติ ที่ทำเนียบฯ ตอนหนึ่งว่า &amp;nbsp;ประชาชนบอกนายกฯ ประยุทธ์พูดไม่เพราะ แต่ตนเองทำจริง เพราะกำลังทำอยู่ พอบอกอย่างนี้ก็บอกว่าได้เปรียบ ทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไรที่ไปในทางการเมือง ก็เขียนนิยายกันได้ทุกวัน เอาไว้ให้เข้าไปก่อนแล้วค่อยว่ากัน เพราะต้องระมัดระวังให้มากที่สุด แล้ววันนี้มันได้เปรียบอย่างไร แล้วแต่ก่อนนั้นที่ท่านเป็นรัฐบาลไม่ใช่ว่าได้เปรียบหรือ ก็เป็นรัฐบาลมาก่อนทั้งนั้นแหละ พวกที่ออกมาพูดๆ นั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลหน้าต้องเป็นรัฐบาลที่สามารถปรองดองทุกพรรคการเมืองได้ ทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ซึ่งทุกอย่างอยู่ที่ประชาชนทั้งสิ้น ประชาชนจะเป็นตัวกำหนดเอง ทุกคนต้องปรองดองกัน เมื่อมาเป็นรัฐบาล หลังเลือกตั้งจะมาเดินขบวนกันอีกไม่ได้ จะตีกันอีกไม่ได้ ประชาชนเป็นผู้กำหนดทั้งสิ้น เพราะท่านเป็นคนเลือกตั้งพรรคการเมืองใดก็ตามที่มีนโยบายในการปรองดอง ทำให้ทุกคนมาทำงานเพื่อประเทศชาติ โดยปฏิรูปการเมืองใหม่ทั้งหมดนั่นแหละ ท่านควรสนับสนุนอย่างนั้นเข้าใจหรือเปล่า&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิดกล่าวที่ญี่ปุ่นระหว่างโรดโชว์ในเรื่องนี้ว่า ยังไม่ได้รับการติดต่ออย่างเป็นทางการทั้งสิ้น กลับไปไทยค่อยว่ากัน แต่หวังอย่างยิ่งว่า พล.อ.ประยุทธ์จะรับเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของ พปชร. เพราะเคยประกาศว่าช่วงนี้เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ และ พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้นำที่เหมาะกับสถานการณ์นี้ ซึ่งวันนี้ยังมีความเห็นเหมือนเดิม ก็หวังว่าท่านจะรับเป็นแคนดิเดตของพรรคที่ท่านเห็นสมควรและเห็นว่าเหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ กล่าวเรื่องนี้ว่าไม่มีความเห็น และไม่อยากก้าวก่าย แล้วแต่ท่าน ตัดสินใจ แต่หากพูดในฐานะเพื่อน มีความรู้สึกสงสาร ท่านเหนื่อยมากในช่วงเวลาที่ผ่านมา และท่านเป็นคนตั้งใจทำงาน เวลาจะทำอะไรก็ตั้งใจจะทำให้ดี ซึ่งทั้งหมดเชื่อว่าท่านต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง และตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมารู้ว่าเวลาที่ท่านตัดสินใจ ท่านจะมีหลักคิดและเหตุผลเป็นข้อๆ เป็นขั้นเป็นตอนเสมอ ฉะนั้น ท่านคงคิดอย่างรอบคอบแล้วในการตัดสินใจ ท่านเสียสละมาก วันนี้ก็โดนรุมทุกอย่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ว่าหาก พล.อ.ประยุทธ์ ลงมาเล่นการเมืองต้องโดนขุดคุ้ยและโจมตี พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวว่า อยากเห็นสังคมไทยหลุดพ้นและก้าวข้ามเรื่องพวกนี้ ถ้ายังไม่หลุดพ้นและไม่ก้าวข้าม เราจะหาคนดีๆ มาทำงานยาก ความจริงแล้วประเทศไทยมีคนดี มีความสามารถและอยากช่วยประเทศชาติอยู่เป็นจำนวนมาก แต่พอมาเจอแบบนี้ก็ไม่อยากเข้ามา นอกจากนี้บางเรื่องที่โจมตีก็ไม่ใช่เรื่องจริง และก็กลายเป็นคนนี้เป็นคนไม่ดี&amp;nbsp;
ตุ๊ดตู่เตือนบิ๊กตู่ให้หยุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในฐานะผู้สนับสนุนพรรคเพื่อชาติ (พช.) กล่าวว่า นับจากนี้จนถึงวันที่ 4 ก.พ. จะเป็นเรื่องยากอย่างยิ่งสำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะเป็นทางเลือกระหว่างสวรรค์กับนรก เพราะ พล.อ.ประยุทธ์รู้ดีที่สุดว่าความนิยมของพรรค พปชร.อยู่ในอาการที่น่าเป็นห่วง ไม่ว่าจะมีอำนาจมากแค่ไหน การยอมรับไม่ได้จะมากขึ้นตามไปด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากเป็นผม จะหยุดในเวลาที่ดีที่สุด เพราะหากยังเดินหน้าช่วงเวลาต่อจากนี้จะเป็นเวลาที่ติดลบและจะมีจุดจบไม่ต่างจากรุ่นพี่ทหารหลายๆ คน แต่ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ยังไม่หยุด ก็เป็นกรรมใครกรรมมัน ไม่มีพรรคไหนหวาดกลัว การที่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ไปอยู่ในรายชื่อ เนื่องจากประชาชนทราบดีถึงผลงานที่ผ่านมาของรัฐบาลแล้ว และจะยิ่งเป็นการช่วยเหลือพรรคการเมืองอื่นในการหาเสียงด้วย อีกทั้งหาก พล.อ.ประยุทธ์ รับอยู่ในรายชื่อที่เขาเสนอแล้ว ก็จะมีสภาพเหมือนมีหนามตำเท้าอยู่ตลอดเวลา จะไม่มีความสุขแม้แต่วันเดียว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทย (พท.) ระบุว่าถ้า พล.อ.ประยุทธ์ตอบรับเข้าบัญชีรายชื่อของพรรค พปชร. เสนอตัวเป็นนายกฯ อาจสุ่มเสี่ยงถูกยุบพรรคจากกรณีผลประโยชน์ขัดกันทางตรงและทางอ้อม ว่าไม่เกี่ยวกันเลย ใครจะไปกล่าวหากันก็ได้ แต่หาก พล.อ.ประยุทธ์ตอบรับ พปชร.แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ก็ไม่สามารถหาเสียงได้ทั้งในและนอกเวลาราชการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายวิษณุได้มีประชุมร่วมกับ กกต.ในเรื่องการวางตัวของนายกฯ รัฐมนตรี และข้าราชการในช่วงการเลือกตั้ง โดยเมื่อเวลา 17.00 น. นายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการ กกต. ได้ออกจากวงหารือ โดยระบุว่า กกต.ได้ขอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเกี่ยวกับการวางตัวของข้าราชการ โดยที่ประชุมจะเชื่อมโยงไปตั้งแต่ปี 2539 ซึ่งมีแนวทางการปฏิบัติจำนวนมาก จึงจะมีการยกร่างเรื่องดังกล่าวใหม่ โดย กกต.จะนำเสนอที่ประชุม ครม.พิจารณาในสัปดาห์หน้า วันที่ 5 ก.พ. ซึ่งในส่วนของ กกต. มีเรื่องที่รับผิดชอบเพียงเท่านี้ สวนเรื่องอื่นๆ ที่ยังมีข้อสงสัยนั้นในที่ประชุมกำลังพิจารณากันอยู่ เพราะ กกต.ไม่มีหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ส่วนกรณี พล.อ.ประยุทธ์มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายหารือกับ กกต.ว่าอะไรทำได้หรือไม่นั้น ได้ปฏิเสธแล้ว เพราะ กกต.ไม่รับหารือ เนื่องจากการกระทำผิดบางเรื่องอยู่ในอำนาจ กกต.พิจารณา แต่บางเรื่องอยู่ในอำนาจศาลพิจารณา ดังนั้น กกต.จะไม่วินิจฉัยก่อนมีการร้องขึ้นมา เมื่อเคสยังไม่เกิด กติกามันหยุมหยิมมาก รอให้เคสเกิดขึ้นมาค่อยว่ากัน ซึ่ง กกต.มีแนวทางการทำงานแบบนี้&amp;rdquo; นายณัฏฐ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 17.40 น. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกฯ และโฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงถึงผลประชุมว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ตอบรับให้พรรคการเมืองใดเสนอชื่อในบัญชีแล้วในรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ยังถือทำได้ตามปกติ ส่วนการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) และการลงพื้นที่นั้นในทางกฎหมายถือว่าทำได้ แต่อาจต้องหารือเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย เนื่องจากแต่ละครั้งมีประชาชน ข้าราชการมาร่วมต้อนรับเป็นจำนวนมาก จึงอาจต้องระมัดระวัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐทุกคนต้องไม่ไปให้คุณให้โทษกับพรรคการเมืองอื่น และนายกฯ ต้องระมัดระวังการพูดคุยกับประชาชน และการให้สัมภาษณ์ที่ไม่ไปกระทบกับการเลือกตั้งหรือพรรคการเมืองอื่นๆ เพื่อป้องกันข้อครหาที่เป็นผู้คุมกฎและเป็นผู้เล่นในตัว รวมถึงทุกอย่างที่ทำก็ต้องหลีกเลี่ยงสิ่งที่จะให้คุณให้โทษกับพรรคที่เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ และหาก พล.อ.ประยุทธ์ตอบรับการเสนอชื่อ ผู้สมัครของพรรคนั้น ก็สามารถขึ้นรูปคู่บนป้ายหาเสียงกับ พล.อ.ประยุทธ์ได้ และผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคยังสามารถลงไปต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ลงพื้นที่นั้นได้ แต่ต้องระมัดระวังการปฏิบัติตัว ต้องไม่ปฏิบัติต่อผู้หนึ่งผู้ใดเป็นพิเศษ
ย้ำรัฐบาลอำนาจเต็ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยืนยันรัฐบาลมีอำนาจเต็ม การอนุมัติงบประมาณ การแต่งตั้ง โยกย้าย ยังเป็นไปตามปกติเช่นเดียวกับการลงพื้นที่ในต่างจังหวัด ส่วนการประชุม ครม.สัญจร อาจต้องหารือเป็นรายครั้งว่ามีความเหมาะสมหรือไม่อย่างไร ขณะที่ในส่วนของการใช้โซเชียลมีเดียถือเป็นการดำเนินการส่วนตัวของนายกฯ ไม่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานราชการ แต่ในอนาคตถ้านายกฯ ตอบรับพรรคการเมืองใด เพื่อความปลอดภัยอาจส่งหนังสือถึง กกต. และหยุดการโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลฯ ทั้ง 4 ช่องทางชั่วคราว จนกว่าจะถึงวันเลือกตั้ง เนื่องจากไม่สามารถควบคุมผู้ที่มาโพสต์แสดงความเห็นสนับสนุน หรือไม่สนับสนุนได้&amp;rdquo; นายพุทธิพงษ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พรรค พปชร. กล่าวถึงกรณีพรรคมีมติเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่จำเป็นต้องลาออก เพราะ พล.อ.ประยุทธ์มาในฐานะแคนดิเดตนายกฯ ไม่ได้ออกมาช่วยหาเสียง และที่ผ่านมาไม่มีประเพณีปฏิบัติที่ไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความเคลื่อนไหวของบัญชีนายกฯ ของพรรคอื่นนั้น ที่พรรคเพื่อไทยได้มีการประชุมเรื่องดังกล่าว ก่อนที่นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค พท.แถลงว่า มติพรรคได้อนุมัติผู้สมัครเขตเลือกตั้ง 250 เขต ประกอบด้วย ภาคเหนือ 51 เขต, อีสาน 112 เขต, กลาง 55 เขต, ใต้ 10 เขต และ กทม. 22 เขต แม้เราจะส่ง 250 เขต แต่ก็มั่นใจจะประสบความสำเร็จได้รับชัยชนะทั้ง 250 เขต ส่วนบัญชีรายชื่อแคนดิเดตฯ ที่ประชุมได้นำรายชื่อ 5 รายชื่อมาหารื อพร้อมกับผลความเห็นจากเว็บไซต์ได้ตัดสินใจสรุป 3 รายชื่อ คือ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และนายชัยเกษม นิติสิริ จะถูกนำเสนอเป็นนายกฯ ของพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรคนั้น แม้จะหลุดจากบัญชีนายกฯ แต่ก็ถูกจัดให้อยู่ในลำดับหนึ่งของ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อของพรรค &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายชัชชาติได้ปราศรัยตอนหนึ่งที่ จ.นครราชสีมา ว่ายังไม่ทราบได้เป็นแคนดิเดตนายกฯ เบอร์อะไร แต่หาก พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในบัญชีของ พปชร.ก็พร้อมดีเบตในเรื่องนโยบาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวยืนยันว่า พรรคมีมติเอกฉันท์ที่จะเสนอชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคนเดียวในบัญชีนายกฯ และในวันที่ 1 ก.พ. กรรมการบริหารพรรคจะประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าว และจะจัดประชุมผู้สมัครเขตเลือกตั้งทั้ง 350 เขต และระบบบัญชีรายชื่อ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนไปสมัครในวันที่ 4 ก.พ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) กล่าวว่า พรรคยังไม่ได้หารือกัน หลังจากนี้อีก 1-2 วันก็คงต้องหารือ และอยู่ที่พรรคจะพิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายจตุพรกล่าวปฏิเสธข่าว พช.จะเชิญ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ เป็นหนึ่งในรายชื่อนายกฯ โดยระบุว่า พรรคจะเสนอนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพียงคนเดียวเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงาน กกต. น.ส.วิชชุดา เมฆานุวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.ประจำกรุงเทพฯ กล่าวถึงผลการประชุมกับปลัด กทม. ถึงการกำหนดพื้นที่ปิดประกาศแผ่นป้ายหาเสียงในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่าได้ลงประกาศใน www.ect.go.th/bangkok และที่สำนักงานเขตทุกเขตแล้ว และขอให้ผู้สมัครระมัดระวังเกี่ยวกับการจัดทำแผ่นป้ายหาเสียงตามกฎหมาย เพราะ กกต.กทม.จะมีคณะทำงาน และผู้ตรวจการเลือกตั้งคอยตระเวนตรวจสอบ หากพบความผิดจะแจ้งให้ปลัด กทม.หรือผู้อำนวยการเขตสั่งให้ผู้สมัครแก้ไขภายในกำหนดเวลา หากพ้นกำหนดเวลา กกต.จะเข้ารื้อถอนและคิดค่าใช้จ่ายกับผู้สมัคร รวมทั้งส่งเรื่องให้วินิจฉัยไต่สวนชี้ขาดความผิดตามกฎหมายต่อไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.กล่าวภายหลังการตรวจความพร้อมในการรับสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พร้อมทั้งบุคคลที่พรรคจะเสนอชื่อเป็นนายกฯ ว่าพรรคการเมืองสามารถยื่นบัญชีของผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อต่อ กกต.กลางได้เมื่อมีสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตแล้วอย่างน้อย 1 เขต โดยไม่จำเป็นต้องรอให้พรรคส่งผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตครบ 350 เขต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีการวิจารณ์การ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกจะส่งผลให้ ครม.สิ้นสภาพหรือไม่นั้น นายอุดม รัฐอมฤต อดีตโฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า หากนายกฯ ลาออก ถือว่าความเป็น นายกฯ จะสิ้นสุดเฉพาะตัว ครม.ที่เหลือยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ แต่หากนายกฯ ออกจากตำแหน่ง ตามมาตรา 167 (1) มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98 &amp;nbsp;อาทิ ถูกจำคุก ถูกคำพิพากษาตัดสินทุจริต &amp;nbsp; ติดยาเสพติด ล้มละลาย เป็นเจ้าของสื่อมวลชน เป็นต้น และมาตรา 160 (4) ที่ไม่ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และมาตรา 160 (5) มีพฤติกรรมฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ครม.จึงจะไปทั้งคณะ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28030</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, วิชชุดา เมฆานุวงศ์, วิษณุ เครืองาม, สมศักดิ์ เทพสุทิน, สุวัจน์ ลิปตพัลลภ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190131/image_big_5c5300f512028.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27975</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2019 13:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2019 13:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประกาศแล้ว!พื้นที่ติดป้ายหาเสียง 30 เขตกรุงเทพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ม.ค.62 - ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) น.ส.วิชชุดา เมฆานุวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต. ประจำกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการกำหนดพื้นที่ปิดประกาศแผ่นป้ายหาเสียงในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า กกต.ได้หารือร่วมกับปลัดกทม. เพื่อกำหนดสถานที่ติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยในวันนี้จะลงประกาศใน www.ect.go.th/bangkokและที่สำนักงานเขตทุกเขต โดยขอให้ผู้สมัครระมัดระวังเกี่ยวกับการจัดทำแผ่นป้ายหาเสียง ซึ่งกฎหมายกำหนดห้ามเกินกว่า 2 เท่าของจำนวนหน่วยเลือกตั้ง มีขนาดความกว้างไม่เกิน 130 ซม. ความยาวไม่เกิน 245 ซม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ส่วนป้ายหาเสียงขนาดใหญ่ของพรรคการเมือง ให้มีได้ไม่เกิน 1 เท่า โดยกกต.กทม.จะมีคณะทำงาน และผู้ตรวจการเลือกตั้งคอยตระเวนตรวจสอบจำนวนป้าย ขนาดป้าย รวมถึงสถานที่ปิดประกาศ หากพบความผิด จะแจ้งให้ปลัดกทม.หรือผอ.เขต สั่งให้ผู้สมัครแก้ไขภายในกำหนดเวลา หากพ้นกำหนดเวลา กกต. จะเข้ารื้อถอนและคิดค่าใช้จ่ายกับผู้สมัคร รวมทั้งส่งเรื่องให้วินิจฉัยไต่สวนชี้ขาดความผิดตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพื้นที่ปิดแผ่นป้ายหาเสียงขอให้คำนึงถึงความเหมาะสม ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความสะอาด ปลอดภัย มั่นคงแข็งแรง มีทัศนียภาพ และทัศนวิสัยที่ดีไม่เป็นอันตรายต่อประชาชน และยานพาหนะ ไม่กีดขวางทางสัญจร การจราจร ไม่ติดทับซ้อนแผ่นป้ายหาเสียงผู้สมัครรายอื่น โดยให้ติดเฉพาะพื้นที่ที่กำหนด คือถนน และซอยที่เชื่อมต่อถนน แต่ห้ามติดหน้าปากซอย ห้ามติดบนผิวการจราจร บนเกาะกลางถนน สะพานลอย รั้วหรือกำแพง ผนังอาคารของทางราชการ ต้นไม้และเสาไฟฟ้าบริเวณเกาะกลางถนน ศาลาที่พักผู้โดยสาร และบริเวณโดยรอบในระยะ 10 เมตร ตู้โทรศัพท์ ตู้ไปรษณีย์ อนุสาวรีย์ ป้อมตำรวจ สุขาสาธารณะ สวนหย่อม สวนสาธารณะ วงเวียนทุกวงเวียน ถนนโดยรอบพระบรมมหาราชวัง ถนนโดยรอบพระราชวังสวนจิตรลดา ลานพระบรมรูปทรงม้า ถนนราชดำเนินทั้งสาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สถานที่ที่ปิดประกาศได้ คือถนนในซอย เสาไฟฟ้า และต้นไม้ริมถนน โดยป้าหาเสียงต้องติดยึดอย่างมั่นคงแข็งแรง ห้ามนำมายึดติดกับพื้นที่สาธารณะประโยชน์ กกต.ขอเน้นย้ำให้คำนึงถึงความสะอาด และไม่บดบังสายตาของผู้ใช้ถนน&amp;rdquo; น.ส.วิชชุดา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.วิชชุดา ยังกล่าวถึงการเตรียมความพร้อมการเปิดรับสมัครส.ส.วันที่ 4-8 ก.พ. ว่าได้จัดเตรียมอาคารกีฬาเวสน์ 2 ภายในสนามกีฬาไทยญี่ปุ่น-ดินแดง เป็นที่รับสมัครส.ส. ทั้ง 30 เขตในกทม. โดยอาคารกีฬาเวสน์ สามารถรองรับได้ 1,500 คน โดยกกต.อนุญาตให้ผู้สมัครและผู้ติดตาม 1 คน เข้าไปภายในสถานที่รับสมัคร เบื้องต้นได้ประสาน สน.ดินแดง ให้อำนวยความสะดวก เรื่องการรักษาความปลอดภัย ผู้ที่จะผ่านเข้าไปภายในสถานที่รับสมัคร ต้องผ่านเครื่องตรวจอาวุธ และวัตถุระเบิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้งมีการติดตามหาข่าว เพื่อรักษาความปลอดภัยเต็มที่ ในส่วนของการจับสลาก กกต. ได้เตรียมตั้งโต๊ะ 30 โต๊ะ ครบตามจำนวนเขต ให้จับสลากพร้อมกันในเวลาเดียว เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม หลักการยังเหมือนการเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมา คือใครมาถึงก่อนเวลา 08.30 น. ถือว่ามาพร้อมกัน จะต้องจับสลากลำดับที่ และจึงจะจับสลากหมายเลขสมัคร เพื่อนำไปใช้ในการหาเสียง ทั้งนี้ผู้สมัครทุกพรรคไม่สามารถตกลงกันเองเพื่อให้ได้หมายเลขเดียวกันทั้ง 30 เขตได้ สำหรับหัวหน้าพรรคที่จะตามมาให้กำลังใจผู้สมัครในการจับสลาก ก็จะอยู่ในโควตาของผู้ติดตาม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27975</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., กทม., กรุงเทพ, การติกตั้งป้ายหาเสียง, ปิดประกาศแผ่นป้ายหาเสียงในพื้นที่กรุงเทพ, ป้ายหาเสียง, วิชชุดา เมฆานุวงศ์, สำนักงาน กกต. ประจำกรุงเทพมหานคร, หาเสียงเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190131/image_big_5c528d7083322.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27927</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เทียบเชิญบิ๊กตู่1ก.พ. พปชร.เคาะ3ชื่อบัญชีนายกฯ/การเมืองรุมบี้ไขก๊อก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ตามคาด! พปชร.ลงมติเสนอ 3 ชื่อ &amp;quot;บิ๊กตู่-อุตตม-สมคิด&amp;quot; ขึ้นบัญชีนายกฯ ฟุ้งเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ประชาชนชื่นชอบ เตรียมเทียบเชิญถึงกลางทำเนียบฯ 1 ก.พ.นี้ มั่นใจเหมาะสมที่สุด ไม่หวั่นกระแสต้าน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ปรับอิริยาบถชวนนักข่าวดื่มกาแฟหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ รับมีคำตอบในใจแล้ว ลั่นถ้ากลัวถูกโจมตีจะเข้ามาทำไมตั้งแต่ 22 พ.ค.57 &amp;quot;ทษช.-พท.พพช.&amp;quot; จี้ไขก๊อกเตือนอาจขาดคุณสมบัติหากใช้อำนาจขัดกันแห่งผลประโยชน์โดนร้องยุบพรรคได้ แต่ &amp;quot;จุรินทร์&amp;quot; แค่ขอให้ปฏิบัติหน้าที่เหมือนรัฐบาลรักษาการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ลงมติเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นบุคคลอยู่ในบัญชีนายกฯ อันดับหนึ่ง ของพรรค พปชร.แล้ว ทั้งนี้ เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 30 มกราคม นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพปชร., นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค พปชร., นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค และ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค ร่วมแถลงข่าวผลประชุมกรรมการบริหารพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายสนธิรัตน์กล่าวว่า ที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคมีมติเสนอรายชื่อบุคคลที่จะอยู่ในบัญชีนายกฯ 3 คนของ พปชร. โดยมีมติเป็นเอกฉันท์ หลังจากได้รับฟังความเห็นจากสมาชิกทั่วประเทศ ประกอบด้วย 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 2.นายอุตตม สาวนายน 3.นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ แต่ไม่ได้เรียงลำดับว่าชื่อใดอยู่ก่อนหลัง เพราะ รธน.ก็ไม่ได้กำหนดไว้ และให้ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์อันดับหนึ่ง เพราะเป็นนายกฯ ปัจจุบันและเป็นอดีตนายกฯ ในอนาคตก็เรียงตามอาวุโส ส่วนรายชื่อที่สองคือนายอุตตม เพราะเป็นหัวหน้าพรรค ส่วนรายชื่อที่สาม เพราะนายสมคิดเป็นบุคคลนอกที่ได้รับการเสนอชื่อเข้ามา เราเรียงลำดับตามนัยนี้ ไม่ใช่เรียงลำดับตามความสำคัญ เราไม่อยากให้เกิดเป็นประเด็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ขั้นตอนจากนี้ ทางผู้บริหารของพรรคจะประสานนัดหมายทั้งสองท่านเพื่อทาบทาม ทั้งนี้ยังไม่มีการแจ้งทั้งสองทราบ เพราะที่ประชุมเพิ่งมีมติ ส่วนสาเหตุที่เชิญทั้งสองมาเป็นนายกฯ ของพรรค เพราะมีความรู้ความสามารถที่จะบริหารนำพาประเทศก้าวไปข้างหน้าได้ เป็นบุคคลที่ประชาชนชื่นชอบ มีความซื่อสัตย์เป็นที่ประจักษ์ และการทำงานที่ผ่านมามีจริยธรรม ถือเป็นคุณสมบัติหลักในการพิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีนักวิชาการเรียกร้องอย่าให้ พล.อ.ประยุทธ์รับตำแหน่งนายกฯ ในนามพรรคพปชร. นายสนธิรัตน์กล่าวว่า พรรคเลือกบุคคลที่เหมาะสมจะเป็นนายกฯ ของประเทศ ความหลากหลายทางความคิดก็เป็นข้อคิดเห็น ซึ่งทางพรรคก็ยังไม่ทราบท่านเหล่านี้จะรับการเป็นนายกฯ ของพรรคหรือไม่ ก็ขอให้พรรคดำเนินการตามขั้นตอนก่อน แต่หากทั้ง 2 คนไม่รับ ก็มีกระบวนการรับมืออยู่แล้ว ซึ่งโรดแมปการเชิญและส่งรายชื่อนายกฯ ของพรรคจะต้องเสร็จสิ้นก่อนวันที่ 8 ก.พ.นี้ คิดว่าจะเร่งรัดให้ทันตามที่กฎหมายกำหนดไว้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเป็นนายกฯ และหัวหน้า คสช. มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการสืบทอดอำนาจ เลขาธิการพรรค พปชร. กล่าวว่า รธน.นี้ต้องการเปลี่ยนผ่านประเทศ เราต้องการให้ประเทศเข้าสู่ระบบประชาธิปไตย ไม่ว่าชื่อใดจะเป็นนายกฯ ก็เป็นไปตามกระบวนการประชาธิปไตย ระบบของพรรคไม่ได้เกี่ยวข้องกับ คสช. พรรคเดินตามแนวทางประชาธิปไตย และ พปชร.ก็ไม่ใช่พรรคของรัฐบาล เป็นพรรคที่กลุ่มคนต่างๆ ดำเนินการทางการเมือง ซึ่งบทบาทของ คสช.จะหมดแล้ว เมื่อมีการเลือกตั้งก็จะเป็นการคืนอำนาจสู่ประชาชน พรรคต้องมั่นใจว่าทั้ง 3 รายชื่อจะได้รับการสนับสนุนจากประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอุตตมกล่าวว่า การเรียนเชิญ พล.อ.ประยุทธ์และนายสมคิด แนวโน้มจะให้ผู้ใหญ่ในพรรคเข้าไปเรียนเชิญและชี้แจงในทุกประเด็นที่ทั้งสองคนต้องการ ส่วนตัวเองจะตัดสินใจอยู่ในบัญชีรายชื่อนายกฯ ของพรรคหรือไม่ ตนขอเวลาตัดสินใจ เพราะเพิ่งทราบมติเมื่อสักครู่ ทั้งนี้ ในวันที่ 1 ก.พ. จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อสรุปรายชื่อบัญชีทั้ง 150 คนต่อไป ส่วนรายชื่อ ส.ส. 350 เขต ขณะนี้เรียบร้อยแล้ว 349 เขต เหลือเพียงเขต 2 พัทลุงยังไม่เรียบร้อยเพียงเขตเดียวเท่านั้น
1 ก.พ.เทียบเชิญถึงทำเนียบฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มีรายงานข่าวว่า ทั้ง 4 แกนนำและคีย์แมนพรรคจะไปเรียนเชิญนายกฯ ที่ทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 1 ก.พ. โดยจะดูช่วงเวลาที่เหมาะสมอีกครั้งหนึ่ง รวมถึงพรรคจะส่งรายชื่อนายกฯ บัญชีพรรคให้กับ กกต.ภายในวันที่ 8 ก.พ.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ ก่อนหน้านั้นในช่วงเช้า เป็นประธานเปิดงานและแสดงปาฐกถาพิเศษในงานมหกรรมยุทธศาสตร์ชาติ &amp;ldquo;อนาคตไทย อนาคตเรา&amp;rdquo; our country our future ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ โดยกล่าวว่า ขอให้ทุกคนทำความเข้าใจยุทธศาสตร์ชาติอย่างละเอียดรอบคอบ เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจต่อ มิเช่นนั้นจะเกิดปัญหาอีก ทำให้พูดไปคนก็ไม่เข้าใจ แล้วย้อนกลับมาหาว่า ยุทธศาสตร์ชาติไม่เกิดประโยชน์ เพราะมีหลายคนพูดเช่นนั้นในวันนี้ เราจึงต้องสร้างความเข้าใจ หลายคนลืมประวัติศาสตร์ประเทศ แล้วออกมาพูดไปต่างๆ นานา เที่ยวยกตัวอย่างเรื่องต่างประเทศ จะเอาแบบอย่างประเทศอื่น แล้วด่าประเทศตัวเอง ซึ่งตนรับไม่ได้ ถือว่าใช้ไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวตอนหนึ่งว่า ในเรื่องของความมั่นคงไม่ใช่เฉพาะพลเรือน ตำรวจ ทหาร หลายคนกำลังเกลียดทหาร ตนก็ไม่เข้าใจว่าวันนี้เราอยู่กันอย่างไร ใครจะไปอยู่ชายแดนได้บ้าง หมอจะไปอยู่ได้หรือไม่ คนที่ไม่ชอบทหารไปนั่งอยู่ชายแดนกับผมหน่อยเหอะ ให้ไปอยู่ที่โน่นเป็นปีๆ มันไม่ได้สบายนักหรอก ถ้าไม่มีทหารชายแดนจะเกิดอะไรขึ้น ภาคใต้ไม่มีทหารลงไปแก้ปัญหามันจะเกิดอะไรขึ้น ไอ้ที่พูดๆ กันรู้จริงหรือเปล่า &amp;nbsp;ทหารที่ดีก็มีเยอะ ทหารที่ไม่ดีก็มีอยู่ เมื่อทหารที่ไม่ดีก็จัดการออกไป ก็เห็นกันอยู่ว่ามีการลงโทษ มีการสั่งย้าย มีการจำคุกเยอะแยะไปหมด ถ้าหากไม่มีทหารก็ลองนึกดูแล้วกัน เวลาเกิดเหตุน้ำท่วม ภัยพิบัติ ใครจะไปช่วย ขอแค่พูดในสิ่งที่เป็นความจริง จะได้ช่วยลดความขัดแย้งลงไปได้บ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์เดินลงมาเยี่ยมชมนิทรรศการบริเวณลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งเมื่อเดินผ่านร้านค้าภายในห้าง ก็ได้ทักทายนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการอย่างเป็นกันเอง พร้อมชวนผู้สื่อข่าวมาดื่มกาแฟอย่างอารมณ์ดีที่ร้าน Twinings โดยนายกฯ ได้สั่งกาแฟอเมริกาโนร้อนและชา London Strand Earl Grey พร้อมของว่างบลูเบอร์รี่มัฟฟิน สโคนเซต และทไวน์นิ่งซิกเนเจอร์ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกตั้งแต่ที่ พล.อ.ประยุทธ์รับตำแหน่งนายกฯ ที่ใช้เวลานอกกำหนดการเพื่อผ่อนคลายอิริยาบถ ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ พล.อ.ประยุทธ์ถูกจับตามองที่จะตอบรับเป็นนายกฯ ในบัญชีพรรคหรือไม่ ซึ่งการมานั่งดื่มกาแฟครั้งนี้ อาจจะเป็นการปรับท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ จากที่ดูดุดันให้เข้าถึงง่ายขึ้น และดูเป็นกันเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตั้งแต่ตนเป็นแม่ทัพก็ไม่เคยมานั่งอะไรแบบนี้ เพราะไปไหนลำบาก รปภ.ที่ตามไปด้วยก็เยอะแยะ ซึ่งวันหยุดก็ไม่ได้พาครอบครัวไปเที่ยวไหน ทุกวันนี้เลิกงานตนก็กลับบ้าน มีไปตีกอล์ฟบ้าง ทั้งนี้ ตนชอบทานของหวาน เพราะทานข้าวไม่ค่อยได้ พอทานของหวานแล้วก็รู้สึกดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ส่วนในประเด็นการเมืองนโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ ที่ออกมา ก็ไม่พ้นสิ่งที่รัฐบาลได้ทำไปแล้ว แต่เขาจะทำให้มากขึ้น ใช้เงินให้มากขึ้น จะให้ 600 บาท ให้ 800 บาท จะเอาเงินที่ไหนมาให้ ส่วนนโยบายประชารัฐของรัฐบาล ซึ่งไปพ้องกับชื่อของพรรคการเมือง พรรคดังกล่าวมาทีหลังรัฐบาลไม่ใช่หรือ ขอยืนยันว่าไม่เกี่ยวกัน การทำงานในนโยบายของประชารัฐทำกันมานานแล้ว ทางนักการเมืองก็ไปหาชื่อให้มันสอดคล้อง อย่างพรรค ทษช. (ไทยรักษาชาติ) สื่อก็รู้ว่าตั้งมาอย่างไร แล้วตัวย่อมาจากอะไร ในเมื่อพรรคการเมืองทุกพรรคต้องการที่จะเป็นรัฐบาล บริหารราชการแผ่นดิน ทุกคนก็ต้องดูว่ารัฐบาลทำอะไรไปแล้วบ้าง ทำไมจะต้องเลิกของเก่ากันหมดเลยหรือ อะไรที่ดีก็ต้องทำต่อ ไม่ใช่ว่าอะไรที่เกิดในรัฐบาลก่อนต้องเลิกหมด มันไม่ใช่
&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot;มีคำตอบในใจแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดนายกฯ ถึงพูดว่ามีคนไม่พอใจทหารบ่อยในช่วงนี้ มีกระแสมากขนาดนั้นเลยหรือ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า มี ทุกพรรครุมทหารหมดนั่นแหละ กลายเป็นต่อสู้ระหว่างพรรคทหารกับพรรคประชาธิปไตย สื่อก็รู้อยู่ ทำไมต้องต่อสู้กันเอง เลิกเสียทีการเมืองแบบนี้ เมื่อถามว่ากรณีที่นายกฯ ระบุว่ามีคำตอบในใจว่าจะทำงานการเมืองต่อหรือไม่ พล.อ. ประยุทธ์ตอบว่า &amp;quot;ก็ในใจไง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ท่าทีของพรรคพลังประชารัฐดูเหมือนจะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ในบัญชีพรรค พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า มีหลายพรรคมั้ง ขอดูก่อนสิ หลายๆ พรรคเขาก็สนับสนุนเรา แต่ปัญหาเราคือเราเลือกได้พรรคเดียว ก็ดูก่อนว่านโยบายเขาเป็นอย่างไร ส่วนที่มองนโยบายของ พปชร.สานต่อนโยบายรัฐบาลนี้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่รู้ ยังไม่เห็นเลย เขาต้องทำนโยบายมาให้ตนดู คำว่าสนับสนุนมี 2 อย่าง คือ เสนอชื่อเป็นนายกฯ ซึ่งตอบรับให้ได้เพียงพรรคการเมืองเดียว แต่พรรคอื่นที่มีอยู่หลายพรรคก็บอกว่าจะเสนอตน ซึ่งเป็นการสนับสนุน การบริหารราชการแผ่นดิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า จะรู้สึกอย่างไรหากตัดสินใจลงมาทำงานทางการเมืองต่อ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็ปรับตัวเองเยอะ ต้องอดทนมากกว่านี้ แต่บางทีตนก็เป็นมนุษย์ คนเราก็มีความรู้สึก บางทีทำอะไรไปแล้วไม่เข้าใจ ก็ต้องทำให้มากขึ้น แต่ที่ตนไม่ชอบคือการโป้ ปด บิดเบือน เพราะเราไม่เคยทำ ทั้งนี้ ฝ่ายกฎหมายกำลังดำเนินการ หารือถึงข้อปฏิบัติต่างๆ ของนายกฯ รวมถึงรายการศาสตร์พระราชาฯ กับทาง กกต.แล้ว แต่การที่ตนพูดในนามของรัฐบาล ไม่ได้พูดว่าให้เอาพรรคใคร ก็พูดในเรื่องงานที่มีปัญหาเข้ามาทุกวันพวกเราไม่มีประโยชน์ส่วนตัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงกรณีที่หลายคนเป็นห่วงว่าหากลงสนามการเมืองเต็มตัว จะถูกขุดคุ้ยเรื่องต่างๆ สื่อก็ต้องช่วยตน ต้องไปบอกให้เลิกกระทำแบบนี้ แล้วเรื่องส่วนตัว ตนมีอะไรเสียหาย อยู่มา 4 ปีก็ไม่มีเรื่องนี้ สื่อต้องบอกเขา เป็นเครื่องมือให้เขาทำไม เมื่อถามว่าหากตัดสินใจเข้าสู่สนามการเมือง ไม่กลัวเปลืองตัวหรือ เพราะจะเป็นเป้าหมายในการโจมตีของฝ่ายการเมือง นายกฯ กล่าวว่า &amp;ldquo;ถ้ามันโจมตีไม่ใช่เรื่อง ผมก็ไม่สนใจ แล้วถ้าผมกลัวจะเข้ามาทำไม ถ้ากลัวก็ต้องกลัวตั้งแต่ 22 พ.ค.57 แล้ว จบไหม ถ้ากลัวผมไม่ตัดสินใจแบบนี้หรอก&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนคนที่สนับสนุนผมก็หวังว่าเขาจะเข้าใจผมมากขึ้น อยากให้เข้าใจสถานการณ์ อดีต ปัจจุบัน และอนาคตคืออะไร การเมืองควรจะต้องเป็นอย่างไร ผมคาดหวังกับ 4 ปีที่ทำมา คนไทยต้องรู้จักและเอาทุกอย่างมาเป็นบทเรียน อย่าให้เกิดขึ้นอีก ถ้าไม่เกิดขึ้นอย่างในอดีตผมก็ไม่มีทางมายืนอยู่ตรงนี้หรอก&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่น่าเปรียบเทียบชื่อพรรคพลังประชารัฐกับชื่อย่อของพรรคไทยรักษาชาติ การที่พรรคการเมืองจะมีชื่อสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลใดก็ตาม เป็นเรื่องที่ทำได้ ประเด็นไม่ใช่เรื่องชื่อ แต่คือเรื่องการสืบทอดอำนาจของรัฐบาลรัฐประหารที่กำหนดกติกาเอง ต่างกับชื่อ ทษช.แล้วถูกเชื่อมโยงเป็นเรื่องตัวบุคคล ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจรัฐเอาเปรียบใคร ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันว่าตัวเองและรัฐบาลไม่เกี่ยวกับ พปชร. ตนก็ยืนยันว่า ทษช.ไม่เกี่ยวข้องกับนายทักษิณ ชินวัตร เพียงแค่ลูกหลานและลูกพรรคจากไทยรักไทยมาอยู่กันหลายคน&amp;nbsp;
นักการเมืองรุมจี้ไขก๊อก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิชัย นริพทะพันธุ์ ประธานคณะทำงานเศรษฐกิจ ทษช. กล่าวว่า อยากแนะนำให้ พล.อ ประยุทธ์ลาออกจากตำแหน่ง เพื่อรักษาระดับบรรทัดฐานเดียวกันกับ 4 รมต.ที่ลาออก ที่อาจทนแรงกดดันไม่ได้ และคงละอายใจที่จะอยู่ต่อ ครม.ปัจจุบันมีอำนาจเต็มและสามารถให้คุณให้โทษกับพรรคการเมืองที่ตนเองสังกัดได้ ไม่เหมือน ครม.ปกติ หลังการยุบสภาแล้วจะไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก พล.อ.ประยุทธ์ หัวหน้า คสช. ยังมีมาตรา 44 ที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จอีกจนกระทั่งมีรัฐบาลใหม่ ซึ่งจะเป็นการเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นอย่างมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย(พท.) กล่าวว่า มีเหตุผล 5 ข้อที่ พล.อ.ประยุทธ์ควรลุกจากเก้าอี้นายกฯ 1.เป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงกับการเลือกตั้ง 2.ไม่มีสปิริต 3.หมดความน่าเชื่อถือ 4.ข้าราชการวางตัวไม่ถูก 5.สิ้นเปลืองงบประมาณ เพราะจะยังคงมีการใช้งบประมาณของรัฐที่จะมีผลต่อคะแนนเสียงของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งอย่างต่อเนื่อง หาก พล.อ.ประยุทธ์ยังคงดื้อดึงอยู่ในตำแหน่งต่อ จะสร้างผลเสียทั้งต่อตัวท่านและประเทศชาติอย่างไร ทางที่ดีควรลาออกตาม 4 รมต.ไปโดยเร็วจะเป็นการดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชุมสาย ศรียาภัย รองโฆษกพรรค พท. กล่าวว่า เมื่อพรรค พปชร.เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์เป็นแคนดิเดตนายกฯ ในนามพรรค และตัวท่านยินยอม พล.อ.ประยุทธ์จะต้องลาออกจากตำแหน่งนายกฯ ในทันที เพราะอาจเป็นผู้ขาดคุณสมบัติตาม รธน.60 มาตรา 170 (4) และมาตรา 160 (5) ประกอบมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ.2561 ข้อ 11 เรื่อง กระทำการอันเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ส่วนตนและส่วนรวมทั้งทางตรงและทางอ้อม และข้อ 22 เรื่องการเบียดบังเวลาราชการไปเพื่อประโยชน์ส่วนตน นอกจากนี้ การที่ พล.อ.ประยุทธ์ยังคงตำแหน่งหัวหน้า คสช.อีกตำแหน่งหนึ่ง ก็อาจเป็นการสุ่มเสี่ยงในการใช้อำนาจในทางใดๆ อันอาจมีผลให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรมได้ กกต.มีทั้งอำนาจและหน้าที่ตาม พ.ร.บ.กกต. 2560 หากท่านไม่ยอมลาออก อาจเป็นพฤติการณ์อันจะนำไปสู่การยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรคดังกล่าวได้ในภายหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกพรรค พท. กล่าวว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ตัดสินใจไม่ลาออกจากหัวหน้าคสช. จะถูกชาวโลกวิพากษ์วิจารณ์ ตราหน้าคนไทยและประเทศไทยว่ายังเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน ที่จะต้องมีหัวหน้าคณะปฏิวัตินั่งคุมการเลือกตั้งร่วมกับ กกต. ไปจนกว่าการจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งจะแล้วเสร็จ นับเป็นการถอยหลังเข้าคลอง ไม่เป็นผลดีกับประเทศชาติและประชาชน โปรดอย่าอ้างกฎหมายที่ออกมาภายใต้การคุมอำนาจของ คสช. แต่สิ่งที่ควรคำนึงถึงคือมารยาทและจริยธรรม นับเป็นคุณธรรมขั้นสูงที่อยู่เหนือกว่ากฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวตอนหนึ่งระหว่างบรรยายพิเศษที่ ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ว่าต้องจับตาคนคนหนึ่ง ซึ่ง 1-2 วันจะประกาศท่าทีทางการเมือง ซึ่งถือว่าเป็นสิทธิและดุลยพินิจของคนคนนั้น ซึ่งฟังดูก็เหมือนว่าไม่อยากจะลาออก เพราะยังต้องการที่จะใช้อำนาจพิเศษไปจนถึงวันที่มีรัฐบาลใหม่ เคยมีคำสั่งให้มีการยุบ กกต.ทั้งคณะมาแล้ว เป็นเครื่องหมายคำถามตัวใหญ่ว่า เราจะคาดหวังได้หรือไม่ว่าการใช้อำนาจของคนที่มีอำนาจในปัจจุบันจะทำให้การเลือกตั้งเสรีเป็นธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าปชป. กล่าวว่า กรณี 4 รัฐมนตรีที่เพิ่งลาออกนั้นก็ดีแล้วจะได้ไม่ผิดคำพูด ส่วนกรณีของ พล.อ.ประยุทธ์ ตนไม่เรียกร้องให้ต้องออก แต่ขอให้ปฏิบัติหน้าที่เหมือนรัฐบาลรักษาการในระหว่างการเลือกตั้ง คือไม่โยกย้ายข้าราชการเพื่อผลทางการเมือง ไม่เริ่มโครงการใหม่ที่มีผลผูกพันรัฐบาลชุดต่อไป และไม่ใช้อำนาจรัฐเอื้อประโยชน์พรรคการเมืองใด&amp;nbsp;
31ม.ค.เคาะจุดติดป้ายหาเสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายรยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ(พพช.) กล่าวว่า ที่ พล.อ.ประยุทธ์จะไม่ลาออกนั้นแสดงถึงความไม่มีสปิริต เอาเปรียบคู่แข่งขัน ที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์สร้างความได้เปรียบไว้มากมาย แล้วรัฐธรรมนูญที่ให้อำนาจรัฐบาลชุดปัจจุบันไม่ต้องลดบทบาทเป็นรัฐบาลรักษาการ สามารถทำงาน ใช้งบประมาณและแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการได้ปกติ มีอำนาจมาตรา 44 ที่สามารถสั่งการได้ครอบจักรวาล รวมถึงสั่งปลด กกต.ได้ เท่ากับ พล.อ.ประยุทธ์กำลังเอาเปรียบคู่แข่งขันในสนามเลือกตั้งนี้อยู่ จะเท่ากับว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่ฟรีแฟร์ หาก พล.อ.ประยุทธ์ได้เข้าสู่ตำแหน่งนายกฯ อีกครั้งจริง ก็จะเป็นการเข้าสู่อำนาจอย่างไม่สง่างาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรยุศด์ยังกล่าวถึงการเสนอบัญชีรายชื่อนายกฯ ของพรรคเพื่อชาติว่า พรรคเพื่อชาติได้มีมติที่จะส่งชื่อนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรค ลงในบัญชีรายชื่อนายกฯ ของพรรคเพียงคนเดียว ไม่ได้เสนอชื่ออื่นพิจารณา เพราะนายสงครามทุ่มเทเสียสละทำงานให้พรรคมายาวนาน มีอุดมการณ์สอดคล้องกับพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ในฐานะเลขานุการกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคว่า ที่ประชุมเห็นชอบบัญชีรายชื่อนายกฯ ที่พรรค ชทพ.จะเสนอชื่อหัวหน้าพรรคเพียงชื่อเดียว โดย น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ได้ตอบรับแล้ว และจะส่งผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตจำนวน 320 เขต และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 80 รายชื่อ โดยว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ 20 อันดับแรก ได้แก่ 1.นายวราวุธ ศิลปอาชา 2.นายธีระ วงศ์สมุทร 3.นายนิกร จำนง 4.นายนพดล มาตรศรี เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ นำทีมแถลงภายหลังประชุมกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ว่า ที่ประชุมมีมติเสนอชื่อนายมิ่งขวัญเป็นนายกรัฐมนตรีในนามพรรคเศรษฐกิจใหม่เพียงคนเดียว และส่วนตัวมีความมั่นใจในการสู้ศึกในสนามเลือกตั้ง จากประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา พร้อมชูนโยบายจัดวางตำแหน่งเศรษฐกิจไทยใหม่ เพราะประเทศไทยต้องการพรรคที่เข้ามาแก้ปัญหาเศรษฐกิจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความได้เปรียบเสียเปรียบของ พปชร.ที่จะส่ง พล.อ.ประยุทธ์เป็นแคนดิเดตนายกฯ นายมิ่งขวัญกล่าวว่า ประชาชนจะเป็นคนตัดสิน ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออกหรือไม่ จะถูกหรือผิดกฎหมาย ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจ และเมื่อถึงเวลา ประชาชนจะตัดสินใจเองว่าจะเลือกใคร โดยไม่ได้กังวล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.วิชชุดา เมฆานุวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานกกต.ประจำกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า จะมีประกาศออกมาในวันที่ 31 ม.ค.นี้ ว่าสถานที่ใน กทม.ที่จะอนุญาตให้ติดป้ายหาเสียงได้จะมีที่ใดบ้าง โดยขณะนี้ได้สถานที่ทั้งหมดแล้ว เหลือเพียงตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องอีกครั้ง ที่ส่วนใหญ่ที่จะให้ติดเป็นที่สาธารณะและที่ราชการทั่วไป ยกเว้นบางที่ เช่น ตามสะพานลอย, ทางเข้า-ออกซอยต่างๆ และโดยเฉพาะพื้นที่ของเอกชนที่จะไม่อนุญาตให้ติดป้ายหาเสียงเด็ดขาด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผู้สมัคร ส.ส.เขตหนึ่งคน จะติดป้ายหาเสียงได้ไม่เกินสองเท่าของหน่วยเลือกตั้งต่อเขตเลือกตั้ง เช่น ในเขตเลือกตั้งที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตลงมีหน่วยเลือกตั้ง 100 หน่วย ผู้สมัครก็ติดป้ายได้ไม่เกิน 200 ป้าย และขนาดของป้ายต้องอยู่ที่ 130x245 เซนติเมตร โดยตัวประกาศจะยังครอบคลุมไปถึงรายละเอียดการหาเสียงด้วยแผ่นพับ ใบปลิว ด้วย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ไม่พบพรรคการเมืองใดติดป้ายหาเสียงแล้ว หลังมีคำสั่งให้ปลดป้ายออกภายใน 5 วัน ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ยืนยันว่าหากประกาศยังไม่ออกก็ยังไม่สามารถติดป้ายหาเสียงใน กทม.ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการเตรียมความพร้อมรับสมัครผู้สมัคร ส.ส.เขตทั้ง 30 เขตเลือกตั้งใน กทม. ที่จะมีขึ้นวันที่ 4-8 กุมภาพันธ์ 2562 ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. ที่อาคารกีฬาเวสน์นั้น บ่ายวันเสาร์นี้ เจ้าหน้าที่จะไปจัดสถานที่รับสมัคร ส่วนวันอาทิตย์จะซ้อมใหญ่ ในวันรับสมัครได้ประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมาช่วยดูแลความเรียบร้อย ยืนยันว่ามีความพร้อมในการรับสมัครแน่นอน หากวันสมัครผู้สมัคร ส.ส.แต่ละเขตมาพร้อมกัน ก็จะให้จับสลากหาหมายเลขเหมือนกันทุกเขต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประชาสัมพันธ์สำนักงาน กกต. เผยแพร่เอกสารเชิญชวนประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส.ในวันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม 2562 สามารถยื่นคำขอลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส.ก่อนวันเลือกตั้ง ระหว่างวันที่ 28 ม.ค.2562-19 ก.พ.2562 เพื่อไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส.ล่วงหน้าในวันอาทิตย์ที่ 17 มี.ค.2562 เวลา 08.00-17.00 น. ส่วนการลงทะเบียนขอใช้สิทธิก่อนวันเลือกตั้ง กรณีในเขตเลือกตั้งคือผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ได้รับคำสั่งจากทางราชการให้ไปปฏิบัติหน้าที่นอกเขตเลือกตั้งที่ตนมีสิทธิเลือกตั้ง สามารถยื่นคำขอ 2 ช่องทางคือ ยื่นคำขอเป็นรายบุคคล หรือยื่นคำขอเป็นคณะบุคคล และการยื่นคำขอทางไปรษณีย์ หากผู้มีสิทธิเลือกตั้งสงสัย สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดทุกจังหวัด หรือ โทร.สายด่วน กกต. 1444 และที่เว็บไซต์ www.ect.go.th
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเย็น ที่สวนเบญจสิริ พรรคพลังประชารัฐ​เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. 30 เขต โดยนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรค กล่าวว่า 30 รายชื่อผู้สมัคร ถือเป็นการคัดเลือกที่มีความเข้มข้นครั้งหนึ่งในชีวิตนักการเมืองของตัวเอง ผู้สมัครพรรคนี้มีอายุเฉลี่ย 40 ปี ถึงเวลาที่ประเทศต้องเดินหน้า ก้าวข้ามความขัดแย้ง และเราจะเดินหน้าเริ่มต้นที่กรุงเทพมหานคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ประยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง กทม. กล่าวถึงนโยบายพรรคภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;กรุงเทพดีกว่านี้ได้&amp;rdquo; ว่าวันนี้พลังประชารัฐจะเป็นทางออกของประเทศไทย ก้าวข้ามความขัดแย้ง ไม่มีสี มีแต่หัวใจประเทศไทย เราต้องเปลี่ยน อยากให้กรุงเทพฯ เปลี่ยนไปในทางที่ดี โดยนโยบายกรุงเทพ 5.0 ประกอบด้วย แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ผ่อนแท็กซี่ราคาถูก ซูเปอร์ไวไฟฟรี 9 เขตเศรษฐกิจ ตลาด 50 เขตปลอดมาเฟีย​ เดินหน้าก่อสร้างรถไฟฟ้าทุกเส้นให้เสร็จ สัญญาณจราจรระบบเอไอ สวนสาธารณะ 50 เขต โดยทั้งหมดต้องทำได้แล้ว และทำทันที รถเก่าแลกรถไฟฟ้า รับส่วนลดอย่างน้อย 100,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์กล่าวตอนหนึ่งว่า &amp;quot;ไม่ต้องบอกว่าเราหาเสียงให้ใคร รู้กันอยู่แล้ว พี่น้องกับผมรู้กันแค่ 2 คน เอาแบบนี้ ลุยแบบนี้&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสนธิรัตน์กล่าวว่า รู้หรือไม่ว่านายกรัฐมนตรีของเราน่ารักนะ แต่ยังบอกไม่ได้ จุ๊ จุ๊ ทำให้ชาวบ้านตะโกนกลับไปว่า &amp;quot;รู้แล้ว&amp;quot; นายสนธิรัตน์จึงถามกลับบว่า ทำไมรู้เร็ว สงสัยข่าวรั่ว จากนี้ขอสัญญาใจได้หรือไม่ว่าจะหยิบปากกาเดินเข้าคูหา 24 มีนาคม แล้วกาพลังประชารัฐทุกบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอุตตมกล่าวว่า วันนี้เป็นข่าวแล้วพรรคพลังประชารัฐจะมีผู้นำแน่นอน ชาวบ้านตะโกนเสียงว่า &amp;ldquo;ลุงตู่&amp;rdquo; นายอุตตมกล่าวด้วยว่า วันนี้พลังประชารัฐมีแล้ว ที่บุคคลที่เราเชื่อว่าจะนำเสนอให้เป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดของคนไทย เราจะมีผู้นำที่สามารถที่จะเดินหน้าไปพร้อมกับพวกเรา ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27927</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, ชวลิต วิชยสุทธิ์, ชุมสาย ศรียาภัย, นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์, นิกร จำนง, พิชัย นริพทะพันธุ์, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, รยุศด์ บุญทัน, ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์, วิชชุดา เมฆานุวงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190130/image_big_5c51ba5d21f56.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27734</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัพเดต36พรรคส่งสส.ได้ สะพัด&#039;วงศ์สวัสดิ์&#039;วางมือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;เปิดวันแรกลงทะเบียนใช้สิทธิ์ล่วงหน้าคึกคักถึงขั้นเว็บล่ม กกต.คาดถึง 19 ก.พ.จะมียอดทะลุ 2 ล้านคน เปิดตัวเลขอัพเดต 36 พรรคการเมืองส่ง ส.ส.ได้ พร้อมวางปฏิทิน 8-21 มี.ค.พรรคการเมืองเตรียมโผล่โชว์วิสัยทัศน์ผ่านหน้าจอ ไฟเขียวจัดดีเบตแต่ต้องให้เท่าเทียม &amp;ldquo;วิชชุดา&amp;rdquo; เผยเตรียมถกปลัด กทม.จุดติดป้ายหาเสียง &amp;ldquo;หญิงหน่อย&amp;rdquo; ปลุกเร้าลูกพรรค ชู &amp;ldquo;ทักษิณ&amp;rdquo; หากินบอกผลงานพิสูจน์มาแล้วทำให้เป๋าตุง สะพัด &amp;ldquo;วงศ์สวัสดิ์&amp;rdquo; วางมือการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เริ่มเปิดให้ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งนอกเขต ขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าทั้งในเขต นอกเขต และนอกราชอาณาจักรทางอินเทอร์เน็ตแล้ว ทาง https://election.bora.dopa.go.th/ectoutvote/ เป็นวันแรก โดยเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 28 ม.ค.-19 ก.พ.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.กล่าวว่า ระยะเวลาลงทะเบียนล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 28 &amp;nbsp;ม.ค.-19 ก.พ.ถือว่าไม่น้อย ซึ่งผู้ที่ลงทะเบียนนอกเขตและนอกราชอาณาจักรสามารถเข้าไปเช็กรายละเอียดได้ทาง www.khonthai.com โดยในเว็บไซต์มีรายละเอียดของแต่ละประเทศและมีขั้นตอนลงทะเบียน ส่วนถ้าผู้ใดที่ต้องการใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าในเขตของตัวเอง ต้องยืนยันด้วยตัวเองในเขตเลือกตั้งที่ตนมีสิทธิ์ หรือยืนยันทางไปรษณีย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การเปิดให้ลงทะเบียนวันแรกในหลายพื้นที่คึกคักอย่างมากจนทำให้เว็บไซต์ล่ม และกลายเป็นที่วิจารณ์อย่างมากในช่วงเช้าหลังเปิดให้ลงทะเบียนในโลกออนไลน์ รวมทั้งยังมีการติดแฮชแท็ก #เลือกตั้งล่วงหน้าติดท็อปเทนแฮชแท็กยอดนิยมประจำวันด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการ กกต.ชี้แจงเรื่องนี้ว่า ได้สอบถามสำนักบริหารการทะเบียน &amp;nbsp;กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเปิดระบบลงทะเบียนทางอินเทอร์เน็ตเมื่อช่วง 08.30 น. จนถึงช่วง 09.00 น.เศษ พบว่ามีผู้สนใจเข้าลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์แล้วกว่าพันคน และมีบางคนเข้าระบบไปศึกษาข้อมูลก่อนทำให้ระบบรวนเกิดการขัดข้องไประยะหนึ่ง โดยเฉพาะการลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้านอกราชอาณาจักร แต่ขณะนี้ได้แก้ไขจนสามารถเข้าไปลงทะเบียนได้ตามปกติแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;กกต.ประเมินว่าจะมีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในการเลือกตั้งครั้งนี้เกินกว่า 2 ล้านคน เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้ทุกคะแนนมีความหมาย ซึ่งหลังปิดการลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 19 ก.พ. กกต.จะประกาศยอดลงทะเบียนในการแต่ละประเภทให้สาธารณชนทราบตามที่กฎหมายกำหนด&amp;rdquo; นายณัฏฐ์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะเดียวกันที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการฯ นายอิทธิพรได้มอบนโยบายการปฏิบัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ให้แก่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง และผู้ตรวจการเลือกตั้ง โดยระบุว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีหลักเกณฑ์เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ผู้ปฏิบัติหน้าที่ต้องศึกษาและความทำเข้าใจกฎหมายและระเบียบต่างๆ ตั้งแต่การรับสมัครไปจนถึงการประกาศผลการนับคะแนน เพื่อไม่ให้มีข้อผิดพลาดบกพร่องจนนำไปสู่การร้องเรียนต่างๆ โดยขอให้ยึดหลักรวดเร็วทันต่อเวลา เที่ยงตรง ไม่เอนเอียงเข้าข้างฝ่ายใด เพราะการปฏิบัติหน้าที่สามารถให้คุณให้โทษกับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้ วางตัวเป็นกลางทางการเมือง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;การเลือกตั้งครั้งนี้มีการแข่งขันสูง การปฏิบัติหน้าที่ของผู้อำนวยการการเลือกตั้งจึงถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด อีกทั้งเราอยู่ในยุคโซเชียลมีเดียที่มีการส่งต่อข้อมูลทั้งจริงและเท็จเป็นไปอย่างรวดเร็ว &amp;nbsp;จึงขอให้ทำงานด้วยความรอบคอบและระมัดระวัง นอกจากนี้ขอให้มีความเป็นจิตอาสาสาธารณะ ให้ความร่วมมือกับผู้ใช้สิทธิ์และผู้สมัครอย่างเต็มที่ เราจะดูแลทุกท่านอย่างเต็มที่ ขอให้ทำงานเต็มความสามารถเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใส สุจริต เที่ยงธรรม&amp;rdquo; นายอิทธิพรกล่าว
แจง 36 พรรคส่ง ส.ส.ได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต.กล่าวถึงสถานะของพรรคการเมืองขณะนี้ว่า จากข้อมูล ณ วันที่ 25 ม.ค.มีพรรคการเมืองทั้งสิ้น 105 พรรค แต่มีพรรคที่มีคุณสมบัติสามารถส่งผู้สมัคร ส.ส.ได้แล้ว 36 พรรค แยกเป็นพรรคการเมืองที่จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) &amp;nbsp;ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550 ที่ได้ปฏิบัติตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง 2560 ใน 4 เรื่อง คือทุนประเดิม 1 ล้านบาท, จัดให้มีสมาชิก 500 คนประชุมใหญ่แก้ไขข้อบังคับพรรค และประชุมเลือกหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ครบถ้วน รวมทั้งจัดตั้งสาขาพรรค ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดแล้ว 14 พรรคประกอบด้วย พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย (รป.), พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.), &amp;nbsp;พรรคเสรีรวมไทย (สร.), พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.), พรรคเพื่อชาติ (พ.ช.), พรรคพลังท้องถิ่นไท &amp;nbsp;(พทท.), &amp;nbsp;พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.), พรรคประชาธิปไตยใหม่ (ปธม.), พรรคภูมิใจไทย (ภท), พรรคเพื่อธรรม (พธ.), พรรคเพื่อไทย (พท.), พรรคพลังไทยรักชาติ (พทรช.), พรรคชาติพัฒนา (ชพน.) และพรรคเพื่อสหกรณ์ไทย (พ.พสท.)
ขณะที่พรรคการเมืองที่จัดตั้งขึ้นใหม่ตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง 2560 ซึ่งดำเนินการเพียงเรื่องการจัดตั้งสาขาพรรค ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดครบถ้วนก็สามารถสมัครได้มีทั้งสิ้น 22 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.), พรรคประชาชนปฏิรูป (ปชช.), พรรคอนาคตใหม่ (อนค.), &amp;nbsp;พรรคทางเลือกใหม่ (ทลม.), พรรคพลังไทสร้างชาติ (พทช), พรรคประชาภิวัฒน์ (ปชภ.), พรรคประชาชาติ (ปช.), พรรคพลังธรรมใหม่ (พธม.), พรรคเพื่อนไทย (พ), พรรครวมใจไทย (รจท), พรรคไทยธรรม &amp;nbsp;(ทธม.), พรรคเพื่อคนไทย (พคท.), พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.), พรรคแผ่นดินธรรม (ผธ.), &amp;nbsp;พรรคพลังแผ่นดินทอง (พผดท), พรรคไทยรุ่งเรือง (ทรร.), พรรคพลังชาติไทย (พพชท), พรรคพลังแรงงานไทย (พ.รง.ท.), พรรคประชานิยม (ปย.), พรรคเศรษฐกิจใหม่ (ศม), พรรคพลังปวงชนไทย (พลท.) &amp;nbsp;และพรรคประชาธรรมไทย (ปธท.)
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ข้อมูลสถานะพรรคการเมือง กกต.จะอัพเดตไปเรื่อยๆ จนกว่าถึงวันเปิดรับสมัคร โดยเชื่อว่าจะมีพรรคการเมืองที่มีความพร้อมในการส่งผู้สมัครเพิ่มมากขึ้น และ กกต.จะจัดส่งข้อมูลดังกล่าวให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตทุกเขตทั่วประเทศ เพื่อประกอบการพิจารณารับสมัคร&amp;rdquo; นายแสวงกล่าว
มีรายงานว่าใน 36 พรรคที่แจ้งการจัดตั้งสาขาพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดมายัง กกต.นั้นยังมีเพียง 3 พรรคการเมือง คือ ปชป., &amp;nbsp;รป. และ สร.เท่านั้น ที่มียอดรวมการจัดตั้งสาขาพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดครบ 77 จังหวัด ซึ่งตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง 2560 มาตรา &amp;nbsp;145 กำหนดไว้ว่าพรรคการเมืองใดได้จัดตั้งสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดให้พรรคการเมืองสามารถส่งผู้สมัครได้ทุกเขตเลือกตั้งในจังหวัดนั้น ดังนั้นถ้าพรรคการเมืองใดไม่ประสงค์ส่งผู้สมัครครบ 350 เขตใน 77 จังหวัด ก็ไม่จำเป็นต้องตั้งสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดครบทั้ง 77 จังหวัด แต่ตั้งเฉพาะในจังหวัดที่จะส่งเท่านั้นก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายอิทธิพรกล่าวถึงกรณีพรรคการเมืองที่ปฏิบัติตามกฎหมายครบถ้วนมีสิทธิ์ในการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วประเทศแค่ 4 พรรคว่า ไม่กังวลใดๆ เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลช่วงประมาณวันที่ 20 ม.ค. ซึ่งเรื่องดังกล่าวพรรคการเมืองหลายพรรคกำลังเร่งอยู่ เชื่อว่าขณะนี้มีเพิ่มขึ้นอีกมาก คงไม่ได้หยุดอยู่แค่ 4 พรรค ดังนั้นเมื่อพรรคการเมืองที่ดำเนินการตามกฎหมายครบถ้วนแล้วก็เพียงแค่แจ้งให้ กกต.ทราบตามเงื่อนไข หลังจากนั้นจึงจะส่งผู้สมัครเลือกตั้ง ส.ส.ได้
ประชุมติดป้ายหาเสียง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ช่วงเวลา 14.00 น. นายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ และ น.ส.เพชรชมพู กิจบูรณะ ทีมงานโฆษก รปช.เข้าไปยื่นเอกสารประกอบการจัดตั้งสำนักงานตัวแทนและสาขาพรรค เพื่อแสดงความพร้อมในการเลือกตั้ง โดยยืนยันว่าพรรคจะดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 4 ก.พ. ซึ่งเป็นวันเปิดรับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตเป็นวันแรก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วน น.ส.วิชชุดา เมฆานุวงศ์ ผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ในวันที่ 29 &amp;nbsp;ม.ค.จะไปร่วมประชุมกับปลัด กทม.เพื่อหารือถึงการกำหนดจุดปิดป้ายหาเสียงเลือกตั้งของทั้ง 30 เขตของ กทม. เนื่องจากกรุงเทพฯ เป็นผู้รับผิดชอบเรื่องการกำหนดสถานที่ จากนั้นจึงจะนำมาประกาศจุดต่างๆ โดยพร้อมกันเพื่อให้เกิดความเท่าเทียม ส่วนเรื่องการแจ้งใช้สื่อโซเชียลมีเดียของว่าที่ผู้สมัคร พรรคการเมือง รวมทั้งผู้ช่วยหาเสียงนั้น พบว่ามีว่าที่ผู้สมัครและพรรคการเมืองหลายพรรคทยอยเข้ามาแจ้งวิธีการและช่องทางหาเสียงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือว่ามีจำนวนมากพอสมควร โดย กกต.กทม.เปิดให้ผู้ประสงค์จะหาเสียงทางสื่อโซเชียลแจ้งได้โดยไม่เว้นวันหยุดราชการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; น.ส.วิชชุดายังกล่าวถึงสถานที่รับสมัคร ส.ส.กทม.แบบแบ่งเขตว่า จะใช้อาคารกีฬาเวสน์ 2 ไทย-ญี่ปุ่น (ดินแดง) ระหว่างวันที่ 4-8 ก.พ. ทั้งนี้จะใช้สถานที่สมัครรวม แต่จะจัดจุดรับสมัคร 30 เขต โดยจะมีการจับสลาก 2 ครั้งสำหรับผู้ที่มาก่อน 8.30 น.ของวันที่ 4 ก.พ. โดยครั้งแรกเป็นการจับลำดับการจับสลาก และครั้งที่สองเป็นการจับหมายเลขผู้สมัคร ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เดินทางมาถึงก่อนเวลา 8.30 น.จำนวนมาก เพราะต่างคาดว่าจะได้เลขที่จำง่าย&amp;nbsp;
ด้านนายชุมสาย ศรียาภัย คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรค พท.ได้ยื่นหนังสือของหัวหน้าพรรคต่อเลขาธิการ กกต.แจ้งการหาเสียงเลือกตั้งทางอิเล็กทรอนิกส์ของพรรค 5 ช่องทาง คือ เฟซบุ๊ก ยูทูบ ไลน์ เว็บไซต์ &amp;nbsp;และทวิตเตอร์
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรค ชทพ.กล่าวว่า เตรียมเสนอปัญหาเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้ง ส.ส.ต่อ กกต.ว่า หลังเห็นภาพตัวอย่างบัตรเลือกตั้ง ส.ส.ที่จะใช้ในวันที่ 24 มี.ค.62 พบว่าจะทำให้ผู้ใช้สิทธิ์เกิดความสับสน พรรคจึงเสนอให้ปรับเปลี่ยนเพื่อเรียงลำดับช่องใหม่ในบัตรเลือกตั้ง โดยเรียงจากหมายเลขผู้สมัคร ช่องกากบาทลงคะแนน ก่อนเป็นโลโก้พรรค และชื่อพรรคการเมือง ซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้จะไม่ทำให้ผู้ใช้สิทธิ์สับสน ง่ายต่อการลงคะแนน โดยพรรคได้ทำหนังสือด่วนที่สุดเพื่อเสนอต่อประธาน กกต.เพื่อพิจารณาแล้ว
8-21 มี.ค.พรรคออกทีวี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. และนายแสวงพร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายประชุมหารือร่วมกับผู้บริหารสถานีวิทยุโทรทัศน์ เพื่อสนับสนุนการจัดสรรเวลาออกอากาศให้แก่พรรคการเมือง &amp;nbsp;โดยนายแสวงระบุว่า กกต.อยากขอความร่วมมือกับสถานีโทรทัศน์ของรัฐ และสถานีโทรทัศน์ดิจิตอลในการจัดสรรเวลาออกอากาศ โดย 1 วันขอเวลา 60 นาที ระหว่างวันที่ 8-21 มี.ค. โดย 5 วันแรกเป็นการออกอากาศสปอตโฆษณาของพรรคการเมืองพรรคละ 10 นาที ส่วน 5 วันถัดมาเป็นการออกอากาศเทปการประชันนโยบายของพรรคการเมือง โดยการออกอากาศทั้ง 2 กรณี กกต.จะให้พรรคดำเนินการในเรื่องของการจัดทำสปอต ส่วน กกต.จะจัดทำในเรื่องของเวทีดีเบต โดยรับผิดชอบเนื้อหาและนำส่งให้สถานีไปเผยแพร่ ซึ่งสถานีสามารถเลือกเผยแพร่ได้ในช่วงเวลา 06.00-24.00 น. โดยไม่จำเป็นว่าแต่ละสถานีต้องเผยแพร่ในช่วงเวลาเดียวกันเพราะ กกต.เข้าใจถึงผังรายการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ประเด็นที่สถานีสอบถามว่าสามารถจัดเวทีดีเบตได้เอง หรือจัดรายการวิเคราะห์การเมืองได้หรือไม่นั้น ยืนยันว่าการทำหน้าที่ของสื่อยังคงทำได้ตามปกติ แต่การจะเชิญตัวแทนพรรคการเมืองมาดีเบต หรือเสนอข่าวขอให้คำนึงถึงความเท่าเทียม ไม่ใช่ให้น้ำหนักกับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง &amp;nbsp;เพราะถ้าเกิดกรณีดังกล่าวอาจทำให้สื่อถูกร้องเรียนจากพรรคการเมืองเอง&amp;rdquo; นายแสวงกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับกรณีผลสำรวจความคิดเห็น (โพล) ที่ระบุว่าคนไทยเกือบ 80% เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีการซื้อเสียงนั้น น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค อนค.กล่าวว่า ไม่แปลกใจต่อเรื่องดังกล่าว ทีมหาเสียงทั้ง 77 จังหวัดรายงานเข้ามาเหมือนกันหมดว่า พรรคการเมืองหลายพรรคใช้เงินจำนวนมากในการจ่ายให้ประชาชนเพื่อไปเลือกพรรคของตัวเอง ตามลักษณะการเมืองแบบเก่าที่มีมากว่า 60 ปี และวัฎจักรเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เราเชื่อว่าแม้ประชาชนจะเห็นคนมาให้เงินหรือรับเงิน แต่กาลเวลาที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่าการใช้เงินเล่นการเมืองไม่ได้ทำให้ไทยก้าวหน้ายิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้เราเชื่อว่าเงินไม่มีส่วนตัดสินใจ รับเงินแล้วจะเลือกหรือไม่นั่นเป็นเรื่องที่ประชาชนตัดสิน แต่เราเชื่อว่าประชาชนจะเลือกจากนโยบายและจุดยืนของพรรค เราเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ของไทย&amp;rdquo; น.ส.พรรณิการ์กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรค พท.กล่าวเช่นกันว่า ทราบมาว่ามีไอ้โม่งเดินเข้าไปในชุมชนของกรุงเทพฯ แล้วเสนองบประมาณในการพัฒนาพื้นที่ และรับปากว่าจะนำความเจริญมาให้ชุมชน เข้าข่ายสัญญาว่าจะให้ และถือเป็นการตกเขียวงบพัฒนาจำนวน 5 แสนบาทต่อชุมชน ส่วนในพื้นที่ต่างจังหวัดก็มีการร้องเรียนว่าข้าราชการวางตัวไม่เป็นกลาง มีการสั่งการผู้ใหญ่บ้านเอื้อประโยชน์ให้พรรคใดพรรคหนึ่ง แต่ขอเตือนว่าวันนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ เพราะประชาชนมีเครื่องมือบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ ขอย้ำให้ทุกคนวางตัวเป็นกลาง ตอนนี้พรรคกำลังรวบรวมข้อมูลหลักฐานทั้งหมดเพื่อเตรียมยื่น กกต.ต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนความเคลื่อนไหวในการหาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ นั้น พรรคเพื่อไทยได้จัดสัมมนาเพื่อเตรียมความพร้อมลงสู่สนามเลือกตั้ง โดยมีแกนนำพรรค กรรมการบริหารพรรค รวมทั้งว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ทั่วประเทศเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง โดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งกล่าวว่า กว่า 2 เดือนที่ลงพื้นที่ประชาชนต่างสะท้อนปัญหา เศรษฐกิจแย่ หนี้สินเพิ่มขึ้น 28 ปีที่ทำการเมืองมาไม่มีครั้งไหนที่ประชาชนรู้สึกว่าขาดที่พึ่ง พวกเขารอคอยให้พวกเราไปช่วยเขาออกจากความทุกข์&amp;nbsp;
หน่อยชูแม้วหาเสียง!
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;พรรคการเมืองเกิดขึ้นหลายพรรค แต่สุดท้ายคือ 2 ขั้วเท่านั้น คือขั้วที่ตั้งขึ้นสืบทอดอำนาจเผด็จการ และขั้วตั้งขึ้นเพื่อให้ประชาธิปไตย วันนี้เราไม่ได้อยู่ในสงครามโลกที่ใช้รถถังไปสู้กัน แต่เราอยู่สงครามการค้า เราจึงต้องออกไปแก้ไขปัญหาให้ประชาชน ถ้าเราได้รัฐบาลไม่เชี่ยวชาญเศรษฐกิจคนไทยจะทุกข์มากขึ้น อยู่ที่ประชาชนว่าจะเลือกรัฐบาลที่เชี่ยวชาญด้านการทหาร หรือรัฐบาลเชี่ยวชาญแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ตั้งแต่พรรคไทยรักไทย นายทักษิณ ชินวัตรเคยทำสำเร็จมา ทุกครั้งเราทำเศรษฐกิจดีขึ้นทุกครั้ง มีความสุข กระเป๋าตุงทุกครั้ง&amp;rdquo; คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวอีกว่า พรรคจะนำพาประเทศไทยไปสู่ความสวบสุข ไม่ใช่ความสงบสุขแบบ 4-5 ปีที่ไม่มีเสรีภาพ ความสงบสุขไร้คุณภาพกระเป๋าแฟบ พรรคจะสร้างความสงบสุขบนเศรษฐกิจที่ดี มีบางพรรคการเมืองหรือผู้มีอำนาจบอกปล่อยเลือกตั้ง เลือกพรรคการเมือง เดี๋ยวบ้านเมืองไม่สงบ ความไม่สงบที่เต็มด้วยความทุกข์กระเป๋าแฟบเป็นทุกข์ พรรคจะสร้างความสุขให้อนาคตประเทศ วันที่ 24 &amp;nbsp;มี.ค.คือวันแห่งชัยชนะของประชาชน หมดเวลาแล้วสำหรับรถถัง ได้เวลาแล้วของผู้บริหารมืออาชีพ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค พท.กล่าวว่า ขณะนี้รายชื่อผู้สมัคร ส.ส.เขตของพรรคเพื่อไทยใกล้เสร็จสิ้น 100% จะประชุมเคาะรายชื่อทั้งหมดในวันที่ 31 ม.ค. ในวันที่ 1 ก.พ.พรรคจะมอบใบส่งตัวของพรรคให้แก่ว่าที่ผู้สมัครทุกคนเพื่อให้นำไปสมัคร ส.ส.วันที่ 4 ก.พ. ก่อนส่งรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อต่อ กกต.ในวันที่ 5 ก.พ. เบื้องต้นมีผู้เสนอตัวจะลง ส.ส.บัญชีรายชื่อแล้ว 108 คน &amp;nbsp;ส่วนบัญชีรายชื่อนายกฯ นั้นที่เห็นกันแล้ว 2 คน คือ คุณหญิงสุดารัตน์ และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แกนนำพรรค แต่รายชื่อที่ 3 ยังไม่ชัดเจน แต่ยืนยันว่าพรรคจะส่งครบ 3 รายชื่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; มีรายงานว่า ในการเสวนาพรรคได้แจกลำโพงแบบพกพาที่ผลิตจากประเทศจีน กำลังเสียง 60 วัตต์ พร้อมไมค์ไร้สายสีทองให้แก่ว่าที่ผู้สมัครของพรรคทุกคนที่มาร่วมเสวนาเพื่อให้ไว้ใช้หาเสียง พร้อมแจกเสื้อยืดสีขาวสกรีนคำว่า &amp;ldquo;พท.พรรคเพื่อไทย หัวใจคือประชาชน&amp;rdquo; จำนวน 100 ตัวให้ว่าที่ผู้สมัครนำไปใช้ในการหาเสียงด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 เชียงราย พท.กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ชาวบ้านยังให้การตอบรับพรรคอย่างดี แม้นายยงยุทธ ติยะไพรัช จะไปเป็นกองเชียร์พรรคเพื่อชาติก็ไม่เป็นปัญหา กระแสพรรคยังดีอยู่ แต่กลับได้ยินมามีการไปบอกชาวบ้านว่าพรรคเพื่อไทย-เพื่อชาติฐานเดียวกัน พรรคเดียวกัน ตรงนี้กลัวจะทำให้ชาวบ้านสับสน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสุรพล เกียรติไชยากร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 8 เชียงใหม่ พท.กล่าวถึงกระแสข่าวนายยศชนัน &amp;nbsp;วงศ์สวัสดิ์ บุตรชายนายสมชายกับนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ อดีตแกนนำพรรคเพื่อไทยจะมาลงสมัคร ส.ส.เชียงใหม่ ว่าเท่าที่รู้มาไม่มี เข้าใจว่าคงอยากขอเว้นการเมืองไปสักสมัย &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายนิกรกล่าวถึงการประสรรหาผู้สมัครพรรคของ ชทพ.ว่า จะพิจารณาในวันที่ 30 ม.ค. และจะปฐมนิเทศว่าที่ผู้สมัครของพรรคในวันที่ 1 ก.พ. เวลา 09.00 น. ที่โรงแรมเซ็นทราฯ รวมทั้งจะเปิดแผนปฏิบัติการเร่งด่วนชาติไทยพัฒนา 7 ด้านด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรค ชพน.กล่าวเรื่องนี้ว่า พรรคยังมีเวลาที่จะหารือถึงวันที่ 8 ก.พ.คือวันสุดท้ายที่จะส่งรายชื่อผู้ชิง ส.ส.ของพรรค ส่วนการส่งผู้สมัคร ส.ส.กทม.นั้น พรรคก็ไม่กดดันต่อการแข่งขัน เพราะพรรคเป็นน้องใหม่ในพื้นที่ กทม. โดยจะเน้นการนำเสนอนโยบายกรุงเทพฯ ไม่มีปัญหา ผ่าน 9 แนวทางสร้างกรุงเทพฯ ให้เป็นสมาร์ตซิตี ส่วนการตัดสินใจเลือกตั้งของประชาชนไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรพร้อมยอมรับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนที่ห้องประชุมอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว นายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ หัวหน้าพรรคสามัญชน พร้อมกรรมการบริหารพรรคได้แถลงวิสัยทัศน์ของพรรคตามอุดมการณ์ของพรรค 3 ข้อ คือ &amp;nbsp;ประชาธิปไตยฐานราก สิทธิมนุษยชน และเท่าเทียมเป็นธรรม โดยมุ่งขจัดความเหลื่อมล้ำ 4 ด้าน คือ 1.ขจัดความเหลื่อมล้ำทางการเมือง 2.ขจัดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและแรงงาน 3.ขจัดความเหลื่อมล้ำทางสังคม วัฒนธรรม และความรู้ และ 4.ขจัดความเหลื่อมล้ำทางสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ในการเลือกตั้งครั้งนี้ว่ากันว่าคะแนน 9 หมื่นเสียงจะได้ ส.ส. 1 คน พรรคพร้อมส่งผู้สมัคร ส.ส.เขต &amp;nbsp;17 เขตใน จ.เชียงราย, เชียงใหม่, ลำปาง, เลย, สกลนคร, สุรินทร์, กาฬสินธุ์ และหนองบัวลำภู เป็นต้น &amp;nbsp;ซึ่งต่อให้เราแพ้เลือกตั้งครั้งหน้าต้องมีต่อ ทุกคะแนนที่เลือกมีคุณค่าในการคัดค้านกฎหมายและนโยบายที่ไม่เป็นธรรม&amp;rdquo; นายเลิศศักดิ์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27734</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรายุ ห่วงทรัพย์, ณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล, นิกร จำนง, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, ภูมิธรรม เวชยชัย, วิชชุดา เมฆานุวงศ์, วิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์, สุรพล เกียรติไชยากร, สุวัจน์ ลิปตพัลลภ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อิทธิพร บุญประคอง, แสวง บุญมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190128/image_big_5c4f11a589f3c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27664</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2019 11:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2019 11:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.-พรรคการเมือง แห่แจ้งใช้โซเชียลช่องทางหาเสียงเลือกตั้ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ม.ค.62- &amp;nbsp;ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการฯแจ้งวัฒนะ น.ส.วิชชุดา เมฆานุวงศ์ ผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;กล่าวว่าในวันพรุ่งนี้จะมีการร่วมประชุมกับทางปลัด กทม. เพื่อหารือถึงการกำหนดจุดปิดป้ายหาเสียงเลือกตั้งของทั้ง 30 เขต กทม. เนื่องจากกรุงเทพมหานครเป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องการกำหนดสถานที่ จากนั้นตนเองจึงจะนำมาประกาศจุดต่างโดยพร้อมกัน เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.วิชชุดา กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการแจ้งใช้สื่อโซเชียลของว่าที่ผู้สมัคร พรรคการเมือง รวมทั้งผู้ช่วยหาเสียง นั้นขณะนี้มีว่าที่ผู้สมัครและพรรคการเมืองจากหลายพรรค &amp;nbsp;ทยอยเข้ามาแจ้งวิธีการและช่องทางการหาเสียงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือว่ามีจำนวนมากพอสมควร &amp;nbsp;โดย กกต. กทม.เปิดให้ผู้ประสงค์จะหาเสียงทางสื่อโซเชียลเข้ามาแจ้งได้โดยไม่เว้นวันหยุดราชการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เธอระบุด้วยว่า สำหรับสถานที่รับสมัคร ส.ส.กทม. แบบแบ่งเขต &amp;nbsp;จะใช้อาคารกีฬาเวสน์ 2 ไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง &amp;nbsp;ระหว่างวันที่ 4-8 ก.พ. ทั้งนี้จะใช้สถานที่สมัครรวม แต่จะจัดจุดรับสมัคร 30 เขต &amp;nbsp;โดยจะมีการจับสลาก 2 ครั้งสำหรับผู้ที่มาก่อน 8.30 น. ของวันที่ 4 ก.พ. โดยครั้งแรกจะเป็นการจับลำดับการจับสลาก และในครั้งที่สองเป็นการจับหมายเลขของผู้สมัคร &amp;nbsp;ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เดินทางมาถึงก่อนเวลา 8.30 น. จำนวนมาก เพราะต่างคาดว่าจะได้เลขที่จำง่าย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27664</URL_LINK>
                <HASHTAG>30เขต กทม., กทม., ป้ายหาเสียง, วิชชุดา เมฆานุวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190124/image_big_5c49704981978.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27635</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.ฟุ้งฟ้าเปิดชงเลือก&#039;ผู้ว่าฯ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กกต.ยันมีความพร้อมจัดการเลือกตั้งเต็มที่ คาด 1-2 วันชัดเจนเรื่องสถานที่ติดป้ายหาเสียง &amp;quot;ปชป.&amp;quot; บุกถิ่น &amp;quot;เสี่ยแม้ว&amp;quot; เปิดว่าที่ ส.ส. 62 เขตเลือกตั้ง ชูเชียงใหม่เป็นศูนย์อารยธรรมล้านนา หนุนผู้ว่าฯมาจากการเลือกตั้ง &amp;quot;หน่อย-ชัชชาติ&amp;quot; พบปะกลุ่มออกกำลังกายที่สวนลุมฯ ท่ามกลางเสียเชียร์สู้ๆ พปชร.เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครแม่ฮ่องสอน-เชียงใหม่ นัดเปิดตัวผู้สมัคร 30 เขต กทม. 30 ม.ค.นี้ นักการเมืองยังบี้ กกต.กำหนดกติกาหาเสียงให้ชัดเจน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ว่า ขณะนี้ได้รับรายงานว่ามีว่าที่ผู้สมัครแบบแบ่งเขตหลายคน รวมทั้งพรรคการเมืองก็เริ่มทยอยแจ้งวิธีการ รายละเอียด ช่องทาง ระยะเวลาในการหาเสียงเลือกตั้งทางอิเล็กทรอนิกส์ต่อผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดทราบแล้วเกือบจะทุกจังหวัด แม้ขณะนี้ยังไม่มีการเปิดรับสมัคร ไม่มีหมายเลข ก็สามารถแจ้งล่วงหน้าได้ ซึ่งเท่าที่ทราบ มีแจ้งความประสงค์เข้ามามาก ส่วนสถานที่ปิดป้ายประกาศโฆษณาหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.นั้น ภายใน 1-2 วันก็จะมีความชัดเจนเรื่องของสถานที่ปิดว่าสามารถติดป้ายที่จุดใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่า ในวันที่ 28 ม.ค. จะเป็นวันแรกของการเปิดให้ผู้ประสงค์จะใช้สิทธิล่วงหน้าทั้งในเขตเลือกตั้ง นอกเขตเลือกตั้ง รวมถึงการใช้สิทธินอกราชอาณาจักร ได้ลงทะเบียน โดย กกต.จะเปิดให้ลงทะเบียนระหว่างวันที่ 28 มกราคม-19 กุมภาพันธ์ สามารถยื่นคำขอผ่านนายทะเบียนอำเภอ นายทะเบียนท้องถิ่น สถานเอกอัครราชทูต รวมทั้งผ่านช่องทางไปรษณีย์หรืออินเทอร์เน็ตได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยืนยันว่าขณะนี้สำนักงาน กกต.มีความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งอย่างเต็มที่ การดำเนินงานทุกอย่างยังเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่พบความผิดปกติ นักการเมืองและพรรคการเมืองก็ให้ความร่วมมือปฏิบัติตามกฎหมายเป็นอย่างดี&amp;rdquo; เลขาธิการ กกต. กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.วิชชุดา เมฆานุวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.ประจำกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงการประกาศติดป้ายหาเสียงของ กทม.ว่า ในวันที่ 29 ม.ค. ตนจะไปหารือกับปลัด กทม.ถึงเรื่องนี้ เนื่องจากกทม.เป็นผู้รับผิดชอบในแต่ละเขตว่าจะให้ติดป้ายหาเสียงในจุดใดได้บ้าง คาดว่าสำนักงานเขตทยอยแจ้งมาที่ปลัด กทม.แล้ว จากนั้นปลัด กทม.จะเป็นผู้รวบรวมและส่งมาให้ตนประกาศรายละเอียด ซึ่งทั้งหมดต้องทำพร้อมๆ กัน ไม่อย่างนั้นจะทำให้เกิดความไม่เท่าเทียม ขอให้รอเป่านกหวีดพร้อมกัน จะได้ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ คาดว่า กกต.กทม.จะประกาศได้ไม่เกินสิ้นเดือนนี้ ยืนยันว่าไม่ได้ดำเนินการช้า เพราะว่าที่ผู้สมัครเองยังไม่ได้รับเบอร์ จะได้ตอนรับสมัครในวันที่ 4 ก.พ.-8 ก.พ. ขอให้อดใจรอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่พุทธสถานจังหวัดเชียงใหม่ &amp;nbsp;บรรยากาศการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร 62 เขต ใน 16 จังหวัดภาคเหนือของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เป็นไปอย่างคึกคัก ท่ามกลางมวลชนสนับสนุนกว่าพันคน โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค พร้อมกรรมการบริหารพรรค เลือกพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เป็นพื้นที่เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครทั้ง 62 เขตใน 16 จังหวัดภาคเหนือ เพื่อเป็นการแนะนำว่าที่ผู้สมัครพร้อมประกาศนโยบาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้ต่อสู้ลงแข่งขันหลายพรรค ดังนั้น คะแนนเสียงของแต่ละพรรคที่ได้จะไม่ต่างกันมาก แค่เขย่งเท้าก็อาจชนะ แม้จะเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ก็ตาม แต่ถ้าขยันทำพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนตลอดเวลา ก็ไม่ใช่คนหน้าใหม่ เที่ยวนี้ภาคเหนือพรรคประชาธิปัตย์จะไม่หนีไปจากยุคที่พรรคเคยมีรัฐมนตรีในภาคเหนือ วันนี้ฟ้าเปิดแล้ว สวรรค์เข้าข้างพวกเรา ทำงานหนักก็มีกุญแจ ขยันลงพื้นที่บ่อยๆ ไม่ต้องใช้เงินก็เป็นส.ส.ได้ ขอเพียงให้เข้าไปนั่งอยู่ในใจประชาชนเท่านั้น
หนุนเลือกตั้งผู้ว่าฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์กล่าวปราศรัยว่า ปชป.ผูกพันกับชาวเหนือมาตั้งแต่รุ่นผู้ก่อตั้งพรรคและผู้ใหญ่หลายคนในพรรคเราผูกพันกับพี่น้องชาวเหนือ การเลือกตั้งครั้งนี้หากเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราจะต้องทำให้ทุกคนหลุดพ้นจากความยากจนให้ได้ โดย ปชป.จะขอทำ 3 อย่างคือ แก้จน สร้างคน สร้างชาติ จะสานต่อบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อเพิ่มเงินจาก 500 บาทเป็น 800 บาท และสามารถกดเงินสดออกมาใช้จ่ายได้ มีโฉนดสีฟ้าต่อยอดจากนโยบายโฉนดชุมชน มีกองทุนน้ำชุมชน มีระบบประกันภัยพืชผลจากภัยธรรมชาติ ผู้ใช้แรงงานหรือกินเงินเดือนให้มีรายได้ต่อหัวมากกว่า 120,000 บาทต่อปี เพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็น1,000 บาทต่อปี เพิ่มเงิน อสม. 1,000 บาทต่อปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในด้านการสร้างคน แรกเกิดก็รับสิทธิ์แสน ให้เงินเด็กแรกเกิด 5,000 บาท และจ่ายให้ทุกเดือนเดือนละ 1,000 บาท จนกว่าจะถึง 8 ขวบ เพิ่มสิทธิ์วันลาคลอดให้นานขึ้น มีอาหารเช้าและอาหารกลางวันฟรีจนถึงมัธยมศึกษา ให้เรียนฟรีจนถึงชั้น ปวส. ขณะที่การสร้างชาติ ต้องเร่งปราบปรามยาเสพติด หนุนให้มีจังหวัดจัดการตนเอง มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดได้เอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ในส่วนของภาคเหนือตอนบน จะต้องได้รับการพัฒนาให้เป็นอารยธรรมล้านนามหานคร เป็นช่องทางให้ประชาชนได้มีโอกาสสร้างรายได้ จากการท่องเที่ยว การสร้างเศรษฐกิจในชุมชน ตามแนวทางที่ประชาชนต้องการ ไม่ใช่สร้างให้คนข้างนอกหรือคนอื่นมาใช้ประโยชน์ ทั้งหมดนี้เราต้องมีพรรคการเมืองและรัฐบาลที่ให้ประชาชนเป็นใหญ่ประชาธิปไตยสุจริต มีนายกฯ ที่ฟังเสียง ส.ส. เคารพการตรวจสอบโดยประชาชน สื่อมวลชน องค์กรอิสระ และองค์กรตามกระบวนการยุติธรรม เพื่อจะได้ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต&amp;quot; นายอภิสิทธิ์กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตลอดทั้งวัน นายอภิสิทธิ์พร้อมคณะได้ขึ้นขบวนรถแห่ไปรอบคูเมืองเชียงใหม่ จากนั้นพบปะประชาชนบริเวณถนนคนเดิน ข่วงท่าแพ ยาวไปตามถนนราชดำเนิน หลังจากที่ได้กราบสักการะศาลเจ้าปุงเถ่ากง ไปพบปะกับกลุ่มเยาวชนรุ่นใหม่ที่สนใจการเมือง และศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งของพรรคพื้นที่เขต 1 พร้อมพบปะประชาชน ที่ตลาดวโรรส ซึ่งนายอภิสิทธิ์ก็แสดงความพอใจกับการต้อนรับเป็นอย่างดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษก ปชป. กล่าวว่า กกต.ที่ต้องจัดการการเลือกตั้งให้เกิดความบริสุทธิ์ เที่ยงธรรม ปราศจากการซื้อสิทธิ์ขายเสียงให้ได้ ยังต้องจับตาการใช้อำนาจพิเศษ เพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะในการเลือกตั้งด้วย ในส่วนของประชาชนก็ต้องช่วยกันสกัดกั้นนักการเมืองเหล่านี้ไม่ให้กลับเข้ามามีอำนาจได้เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สวนสาธารณะลุมพินี กทม. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมด้วยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์, นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรค สักการะพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 มีประชาชนที่มาออกกำลังกายที่สวนลุมฯ เป็นประจำ อาทิ กลุ่ม STONG 99 ซึ่งเป็นกลุ่มนักวิ่งที่นายชัชชาติร่วมวิ่งอยู่เป็นประจำ มารอต้อนรับ มอบดอกไม้และคล้องพวงมาลัยแก่คุณหญิงสุดารัตน์และนายชัชชาติ จากนั้นคณะได้ร่วมออกกำลังกายโดยเต้นแอโรบิก พร้อมพูดคุยกับกลุ่มเต้นแอโรบิก ก่อนเดินวิ่งพบปะพูดคุยกับกลุ่มต่างๆ บริเวณสวนลุมพินี ขณะที่นายชัชชาติเดินผ่านชมรมวิ่ง STONG 99 สมาชิกชมรมได้ชวนนายชัชชาติแวะเยี่ยมชมรม ซึ่งสมาชิกต่างตะโกน &amp;ldquo;ชัชชาติ สู้ๆ&amp;rdquo;, &amp;ldquo;คุณหญิงสู้ๆ&amp;rdquo;, &amp;ldquo;อาจารย์สู้ๆ&amp;rdquo; อย่างต่อเนื่อง
จี้ กกต.ทำกติกาชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวถึงกติกาการเลือกตั้งที่มีความยิบย่อยจะทำให้ผู้สมัครตกม้าตายหรือไม่ว่า กังวล แต่เราจะทำให้ดีที่สุด โดยจะทำให้ทุกคนรู้ข้อมูลอย่างเท่าเทียมกัน เราจะขี่ม้าให้เร็วโดยที่ไม่ตกลงมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางลดาวัลลิ์กล่าวว่า กรณีนักวิชาการตั้งข้อสังเกตว่าจะไม่มีพรรคการเมืองใดร่วมลงสัตยาบันร่วมต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช.กับพรรคเพื่อไทยนั้นอย่าลืมว่าพลังที่ยิ่งใหญ่คือพลังของประชาชน เรายังเชื่อมั่นในความศรัทธาและความไว้วางใจของประชาชนทั่วประเทศที่มีต่อพรรคเพื่อไทยตลอด 17 ปีที่ผ่านมาจะยังคงเหนียวแน่นอยู่จนถึงวันเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยจะร่วมมือกับประชาชนในการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนพดล ปัทมะ แกนนำพรรค พท. กล่าวว่า พรรค พท.ร่างนโยบายเสร็จเกือบร้อยเปอร์เซนต์ มั่นใจว่าถ้ามีโอกาสเป็นรัฐบาล สิ่งแรกที่จะทำทันทีคือแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง เร่งสร้างรายได้ให้คนทั้งประเทศ และจะแก้ปัญหาได้จริง ไม่เพ้อฝัน และสามารถทำให้ประชาชนพ้นจากความทุกข์ยาก จะสามารถเปิดนโยบายได้ในเร็วๆ นี้ เชื่อว่าประชาชนจะชอบ และเชื่อมั่นว่าเพื่อไทยเป็นพรรคที่พูดแล้วทำได้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้ กกต.ยังไม่ประกาศกฎกติกาการเลือกตั้งที่ชัดเจน ทั้งการแจ้งความจำนงการหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ การใช้สื่อโซเชียล ทำให้ผู้ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเกิดความกังวลสับสนวุ่นวายอย่างมาก จนถึงขั้นต้องประกาศปิดเฟซบุ๊กและสื่อโซเชียลมีเดียอื่นทั้งหมด กกต.ต้องสนับสนุน และอำนวยความสะดวกให้ผู้สมัครสามารถสื่อสารกับประชาชนได้ ไม่ใช่สร้างอุปสรรคสิ่งกีดขวาง ก่อนหน้านี้ โฆษณาไทยแลนด์ 4.0 แต่พอจะเลือกตั้งเหลือแค่ 0.4 หรือไม่ จึงขอเรียกร้องให้ กกต.เร่งประสานกับหน่วยงานต่างๆ และเร่งดำเนินการให้เกิดความชัดเจนโดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เครือข่ายผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์แห่งประเทศไทย กว่า 60 คัน นำโดยนายชุมพล กฤษณะพันธุ์ แกนนำกลุ่มปลดแอกชาวสองล้อเดินทางเข้ายื่นหนังสือข้อเรียกร้องกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค โดยนายอนุทินกล่าวว่า พรรคพยายามแก้กฎหมายต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ นอกจากจะเน้นเรื่องความปลอดภัยแล้วต้องแก้ปัญหาเรื่องการตั้งด่านและการตั้งข้อหาที่ไม่เป็นธรรม การจะทำให้แกร็บ (Grab) ถูกกฎหมาย และเป็นบริการสาธารณะนั้น เราต้องดำเนินการให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม และยานพาหนะทุกประเภท เพื่อให้เกิดรายได้แก่ประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษก ภท. ชี้แจงกรณีกระแสในโลกโซเชียลระบุว่า นโยบายพรรค ภท.ที่ให้ประชาชนทำงานเพียง 4 วันต่อสัปดาห์ อาจจะกระทบกับกำลังการผลิตของประเทศว่า ไม่ได้บอกให้ทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ แต่เราเสนอให้ทำงานตามปกติ เพียงแต่เราสนับสนุนให้จากวันทำงาน 5-6 วันตามแต่ละหน่วยงานขอให้มี 1 วัน ทำงานที่บ้านหรือที่ไหนก็ได้ ไม่ต้องเข้าออฟฟิศ เพราะด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารที่ทันสมัย หลายตำแหน่งงานสามารถทำงานที่ไหนก็ได้ หากทำได้ จะลดปริมาณรถบนท้องถนนได้ถึงร้อยละ 25
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยว่า ในช่วง 17.00-18.30 น. ของวันพุธที่ 30 ม.ค. นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรค, นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรรมการบริหารพรรค, นายสกลธี ภัททิยกุล สมาชิกพรรค จะได้ร่วมกันเปิดตัวทีมว่าที่ผู้สมัครของพรรค พปชร.สำหรับ กทม.พร้อมกันทั้ง 30 เขต ที่บริเวณพื้นที่หน้าสวนเบญจสิริ ใกล้ๆ กับสถานีรถไฟฟ้าพร้อมพงษ์
พปชร.เปิดตัวว่าที่ส.ส.คึกคัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกอบศักดิ์กล่าวว่า ว่าที่ผู้สมัครทั้ง 30 เขตในกทม.ของพรรค เป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ ที่อาสาตนเองด้วยความมุ่งมั่นจะเข้ามาช่วยกันขับเคลื่อนนโยบายสำหรับคน กทม. และพร้อมจะเป็นกำลังสำคัญในการเปลี่ยนแปลงการเมืองของไทยในช่วงต่อไป โดยว่าที่ผู้สมัครเหล่านี้ เป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จจากวงการต่างๆ เช่น ธุรกิจ การศึกษา อสังหาฯ สตาร์ทอัพ ผังเมือง กฎหมาย ศิลปิน สื่อ กีฬา สิ่งแวดล้อม บริการชุมชน รวมทั้งผู้แทนท้องถิ่นจากพื้นที่ กทม. ซึ่งมั่นใจว่าจะเป็นความหวังให้กับหนุ่มสาวคนรุ่นใหม่ให้กับคน กทม. และให้กับคนไทยทุกคน นอกจากนี้ ทางพปชร.จะประกาศนโยบาย &amp;ldquo;กรุงเทพ 5.0&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;BKK 5.0&amp;rdquo; เป็นครั้งแรก ซึ่งจะเป็นชุดนโยบายที่จะช่วยเปลี่ยนแปลง กทม.ของเรา ซึ่งเชื่อว่าจะโดนใจและตอบโจทย์ของคน กทม.ทุกระดับชั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงเรียนแม่สะเรียงบริพัตรศึกษา อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ร.อ.ดร.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคเหนือ พปชร., นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ กรรมการรณรงค์เลือกตั้งภาคเหนือ และนายปัญญา จีนาคำ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.แม่ฮ่องสอน จัดปราศรัยหาเสียงและรับสมัครสมาชิกพรรค พปชร. โดยมีประชาชนร่วมรับฟังกว่า 1,500 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ห้องล้านตอง โรงแรมโลตัสปางสวนแก้ว จ.เชียงใหม่ ดร.ภาคิน สมมิตรธนกุล ผู้อำนวยการยุทธศาสตร์ภาคเหนือตอนบนพรรค พปชร. เปิดการปราศรัยหาเสียงและรับสมัครสมาชิกพรรค พร้อมเปิดตัวนายพจนารถ ศรียารัณย์ ผู้สมัคร ส.ส.พปชร.เขต 1 จ.เชียงใหม่ และนางศรีพรรณ เขียวทอง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2, นางกิ่งกาญจน์ ณ เชียงใหม่ ว่าที่ผู้สมัครส.ส.เขต 4, ร.อ.หญิง ดร.เดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 5, นายนเรศ ธำรงธิพยคุณ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 8 และนายนรพล ตันติมนตรี ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 9
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่บรรยากาศที่โรงเรียนแม่ผาแหน ต.ออนใต้ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ดร.ภาคิน สมมิตรธนกุล ผู้อำนวยการยุทธศาสตร์ภาคเหนือตอนบน พปชร. และทีมงาน เปิดการปราศรัยหาเสียง รับสมัครสมาชิกพรรค พร้อมเปิดตัวนายพรชัย อรรถปรียางกูร ผู้สมัคร ส.ส.พปชร.เขต 3 จ.เชียงใหม่ มีประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกว่า 2,000 คน เต็มความจุของห้องประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) นำโดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค, น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค พร้อมด้วยสมาชิก เดินทางไปยังพื้นที่ภาคใต้ เพื่อแนะนำพรรคและเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร โดยเปิดศูนย์ประสานงานพรรคประจำจังหวัดสตูล ประชาชนมารอต้อนรับเป็นจำนวนมาก ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังตลาดนัดเทศบาลตำบลฉลุง ขึ้นเวทีปราศรัยที่โรงเรียนสามัคคีอิสลามวิทยา เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดสตูล ช่วงบ่ายเดินทางไป จ.พัทลุง ปราศรัยเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดพัทลุง ทั้ง 3 เขต ที่โรงแรมวังโนราห์ ก่อนเดินทางไปยังพื้นที่ จ.ตรัง เปิดเวทีปราศรัย เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครของจังหวัดตรัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายก่อแก้ว พิกุลทอง สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนในภาคใต้ พี่น้องประชาชนได้สะท้อนถึงปัญหามากมายมายังตน เพื่อผ่านไปยังพรรค ทษช. นอกจากปัญหาเรื่องปากท้องแล้ว เรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือประชาชนในหลายพื้นที่ยังมีความสับสนในเรื่องของกระบวนการเลือกตั้ง โดยเฉพาะเรื่องเบอร์ของผู้สมัคร ที่การเลือกตั้งครั้งนี้ พื้นที่แต่ละเขตจะคนเบอร์ แม้สังกัดพรรคเดียวกัน ประชาชนเห็นว่าจะเกิดความยุ่งยาก สับสนในการลงคะแนนอย่างแน่นอน เพราะยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว จึงอยากจะเรียกร้องไปยัง กกต. นอกจากมีหน้าจัดการเลือกตั้งให้เกิดบริสุทธิ์ ยุติธรรมแล้ว ยังต้องง่ายต่อประชาชนด้วย &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ประชาชาติส่ง 216 เขต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ(พพช.) กล่าวว่า ปัจจุบันโซเชียลมีเดียมีผลอย่างมากในสังคมไทย การเลือกตั้งครั้งนี้ สื่อโซเชียลมีเดีย จะเป็นช่องทางหนึ่งที่สำคัญที่พรรคการเมืองทั้งใหม่และเก่า ที่จะใช้สื่อสารกับประชาชน ทั้งเข้าถึงได้ง่าย ราคาถูก ขอเรียกร้องให้ กกต.ทำความชัดเจนในข้อกฎหมายมากกว่านี้ เพื่อให้เกิดบรรยากาศที่ดีในการเลือกตั้ง และเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพรรคการเมืองและประชาชน ว่าจะไม่ถูกเอากฎหมายมากลั่นแกล้งโดยไม่เป็นธรรม เพื่อให้เกิดการเลือกตั้งที่ฟรี แฟร์อย่างที่ควรจะเป็น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเย็นวันเดียวกัน ภายในซอยสรงประภา 30 เขตดอนเมือง กกม. พรรคประชาชาติ นำโดยนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรค, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรค, นางณหทัย ทิวไผ่งาม รองหัวหน้าพรรค, นายวรวีร์ มะกูร์ดี รองหัวหน้าพรรค, ร.ต.อ.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ร่วมปราศรัยใหญ่ครั้งแรกในพื้นที่ กทม. พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.กทม. โดยมีประชาชนเข้าร่วมกว่า 600 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า พรรคประชาชาติไม่ใช่พรรคของคนภาคใต้หรือพรรคของคนมุสลิม แต่เป็นพรรคของคนทั่วประเทศ แต่การเปิดตัวครั้งแรกที่ จ.ปัตตานีนั้น เพราะพรรคนี้เกิดที่นั่น โตที่นั่น เราพร้อมแล้วที่ลงเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค. โดยในวันที่ 4-8 มี.ค. สมาชิกจะเดินทางไปสมัครเป็นผู้สมัคร ส.ส. ทั้ง 216 เขต แบ่งเป็นภาคอีสาน 87 เขต ภาคใต้ 50 เขต ภาคเหนือ 28 เขต ภาคกลาง 23 เขต และ กทม. 30 เขต เช่นเดียวกับ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์อีก 68 คน โดยขณะนี้เรามีสมาชิกกว่า 18,000 คน ในจำนวนเหล่านี้ เป็นสมาชิกจากภาคใต้เพียง 5,000 คนเท่านั้น ส่วนที่เหลือ กระจายอยู่ทุกภาคทั่วประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า เรามีนโยบายที่ให้ความสำคัญของมนุษย์ คำว่าพหุวัฒนธรรม คือวัฒนธรรมแห่งความเท่าเทียม เราจะคืนสิทธิคืนอำนาจให้แก่ประชาชนได้ โดยนโยบาย 5 อ. ได้แก่ มีอาหาร มีอาชีพ มีอนามัย มีโอกาส และมีอัตลักษณ์ ส่วน 1 อ. ที่ไม่ต้องการให้มีคือ ความอยุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายวันมูหะมัดนอร์ให้สัมภาษณ์ถึงระเบียบการเลือกตั้งที่มีออกมาว่า เป็นสิ่งที่ไม่สอดคล้องกับการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย เพราะจะทำอะไรต้องขออนุญาตทั้งหมด กกต.ควรเป็นผู้อำนวยความสะดวกให้กับผู้สมัคร ยอมรับว่ากฎระเบียบต้องมี แต่ต้องเป็นการส่งเสริมประชาธิปไตย ให้ประชาชนรู้ข้อมูล นโยบายของแต่ละพรรคมากที่สุด ไม่ใช่กำหนดกฎเกณฑ์ให้ยากเช่นนี้ เราไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญปี 60 ที่มีบางส่วนเป็นประชาธิปไตย อาทิ ให้ ส.ว.ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง มีส่วนในการเลือก นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง รัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตยต้องได้รับการแก้ไขโดยฝีมือของประชาชน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27635</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอบศักดิ์ ภูตระกูล, จุติ ไกรฤกษ์, จุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นพดล ปัทมะ, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ, พรรณิการ์ วานิช, รยุศด์ บุญทัน, วิชชุดา เมฆานุวงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190127/image_big_5c4db61cc12ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
