<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75816</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2020 16:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2020 16:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พาณิชย์&#039;จับแก๊งโกงเครื่องชั่งน้ำหนักหมูส่งตำรวจจัดการ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
28 ส.ค. 2563 นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ส่งสายตรวจพิเศษลงพื้นที่ตำบลหนองบัว อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี ตรวจสอบร่วมกับสำนักงานสาขาชั่งตวงวัดในพื้นที่กำกับดูแลและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานพาณิชย์จังหวัด ปลัดอำเภอ และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หลังจากได้รับการร้องเรียนจากเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรว่ามีขบวนการโกงเครื่องชั่งรับซื้อหมู ทั้งในเขตพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ลพบุรี และร้อยเอ็ด ทำให้ได้รับความเสียหาย โดยพบแก๊งโกงเครื่องชั่งในขณะที่ชั่งน้ำหนักหมูกระทำความผิดจริง โดยแก๊งโกงเครื่องชั่งได้เดินทางมา 6-7 คน รับซื้อหมูอายุ 3 เดือน 14 วัน โดยเกษตรกรคาดว่าต้องได้น้ำหนักไม่น้อยกว่า 90&amp;ndash;100 กิโลกรัมต่อตัว แต่เมื่อผู้รับซื้อชั่งแล้ว ได้น้ำหนักหมูเฉลี่ยได้เพียงตัวละประมาณ 45 กิโลกรัมเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การโกงเครื่องชั่ง มีพฤติกรรมใช้เท้างัดเครื่องชั่งในขณะที่ชั่งน้ำหนักหมู ทำให้เกษตรกรได้รับความเสียหายคิดเป็นน้ำหนักหมูตัวละกว่า 40 กิโลกรัม จำนวนหมูทั้งสิ้น 24 ตัว คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมเป็นเงิน 80,000 บาท ซึ่งนายตรวจชั่งตวงวัด พร้อมเจ้าหน้าที่ส่วนราชการ ได้แจ้งความร่วมกันเป็นพยานเพื่อดำเนินคดีกับขบวนการดังกล่าว ในข้อหาร่วมกันกระทำด้วยวิธีการใดๆ เพื่อให้ความเที่ยงของเครื่องชั่งผิดเกินอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งเป็นความผิดตามมาตรา 75/1 มาตรา 75 และมาตรา 76 (2) แห่งพ.ร.บ.มาตราชั่งตวงวัด พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ระวางโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 7 ปีและปรับไม่เกิน 280,000 บาท โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.พัฒนานานิคม เป็นที่เรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากการตรวจสอบ พบว่า หนึ่งในกลุ่มผู้รับซื้อหมูได้เคยถูกนายตรวจชั่งตวงวัดดำเนินคดีไปแล้ว ในข้อหากระทำการใดๆ ที่ทำให้เครื่องชั่งผิดไปจากความจริง ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งผู้กระทำความผิด ก็ยังคงใช้กลวิธีการโกงน้ำหนักหมูแบบเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่สายตรวจของกรมการค้าภายในออกตรวจสอบและเคร่งครัดดำเนินคดีกับกลุ่มผู้กระทำผิดอย่างต่อเนื่อง เพราะพฤติกรรมของผู้กระทำผิด ถือว่าเป็นกระบวนการและดำเนินการในหลายพื้นที่ โดยใช้วิธีการแบบเดียวกัน และขอฝากเตือนถึงเกษตรกร โปรดระมัดระวังและสังเกตพฤติกรรมการชั่งน้ำหนักของผู้รับซื้อ ถ้าพบเห็นการเอารัดเอาเปรียบหรือสงสัยว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมให้แจ้งศูนย์ชั่งตวงวัดและสำนักงานสาขาชั่งตวงวัดทั่วประเทศ หรือแจ้งสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569&amp;rdquo;นายวิชัยกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75816</URL_LINK>
                <HASHTAG>วิชัย โภชนกิจ, อธิบดีกรมการค้าภายใน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180706/image_big_5b3f2773079f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74212</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2020 15:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2020 15:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ปลดล็อกโรงงานผลิต&#039;หน้ากากอนามัย&#039;กลับมาขายได้ตามปกติ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ส.ค. 2563 นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังการประชุมเรื่อง การบริหารจัดการหน้ากากอนามัย ว่า ได้ออกประกาศสำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 27 พ.ศ.2563 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจำหน่ายหน้ากากอนามัย ลงวันที่ 11 ส.ค.2563 โดยได้ปรับแนวทางและหลักเกณฑ์การบริหารหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ใหม่ กำหนดให้ผู้ผลิตสามารถจำหน่ายได้ตามกลไกตลาดปกติ จากเดิมกำหนดให้ต้องปันส่วนขายให้กับรัฐ แต่ต้องขายปลีกไม่เกินชิ้นละ 2.50 บาท และหากเกิดวิกฤติการระบาดขึ้นมาอีก หรือมีความจำเป็นเร่งด่วน ผู้ผลิตต้องพร้อมที่จะขายให้กับบุคลากรทางการแพทย์ และกลุ่มเสี่ยงก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนการส่งออก ยังกำหนดให้ผู้ผลิตต้องขออนุญาตจากคณะกรรมการเฉพาะกิจที่พิจารณาอนุญาตการส่งออกเช่นเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การปลดล็อกดังกล่าว เป็นไปตามมติของคณะกรรมการเฉพาะกิจเกี่ยวกับการบริหารจัดการพัสดุสำหรับการป้องกัน ควบคุม หรือรักษาโรคติดเชื้อโควิด-19 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากขณะนี้ กำลังการผลิตหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ของไทยเพิ่มขึ้นจากเดิมที่เคยผลิตได้วันละ 1.2 ล้านชิ้น ในช่วงแรกของการระบาด จากโรงงานที่ได้มาตรฐาน 9 แห่ง แต่ขณะนี้เพิ่มเป็นวันละ 4.5 ล้านชิ้น จากโรงงานทั้งหมด 30 แห่ง รวมถึงยังมีการนำเข้าอีกประมาณ 20 ล้านชิ้น ขณะที่บุคลากรทางการแพทย์ และกลุ่มเสี่ยง มีความต้องการใช้ราววันละ 3 ล้านชิ้น ทำให้ยังมีส่วนเกินเหลืออยู่มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค.2563 เป็นต้นไป โรงงานสามารถขายให้กับคู่ค้าได้ตามปกติ แต่ต้องขายปลีกชิ้นละไม่เกิน 2.50 บาท ตามราคาควบคุมที่ กกร. กำหนด ซึ่งเป็นราคาที่โรงงานอยู่ได้ เพาะขณะนี้ ราคาวัตถุดิบสำคัญ อย่างเมลท์โบลน (แผ่นกรองเชื้อโรค) ราคาลดลงมาก จากการที่ผู้ผลิตในต่างประเทศส่งออกได้มากขึ้น ทำให้จากนี้ไป ผู้บริโภคจะหาซื้อหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ตามท้องตลาดได้แล้ว ส่วนก่อนหน้านี้ ที่ให้โรงงานปันส่วนส่งขายให้กับรัฐนั้น จะหยุดรับซื้อไปก่อน เพราะต้องการให้โรงงานขายตามช่องทางการค้าปกติ&amp;rdquo;นายวิชัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หากผู้บริโภค พบว่า ผู้ค้ารายใดขายราคาเกินกว่าชิ้นละ 2.50 บาท สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1569 และที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ จะจัดส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบ หากพบขายเกินราคาควบคุม จะดำเนินการตามกฎหมาย มีโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากผู้ค้า อ้างว่า หน้ากากที่ขายเกินเป็นหน้ากากนำเข้า เมื่อส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ จะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเป็นหน้ากากนำเข้าจริง เพราะอนุญาตให้ผู้นำเข้า คิดราคาขายโดยบวกเพิ่มค่าใช้จ่ายต่างๆ จากการนำเข้าได้ไม่เกิน 60% ของราคานำเข้า &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชินวัฒน์ มธุรพร รองประธานบริหาร บริษัท ไทย ฮอสพิทอล โปรดักส์ จำกัด ผู้ผลิตหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ กล่าวว่า ถือเป็นการที่ที่รัฐปลดล็อกให้จำหน่ายหน้ากากอนามัยได้ตามช่องทางการค้าปกติ เพราะที่ผ่านมา โรงงานเสียโอกาสทางธุรกิจ แต่ลูกค้าในต่างประเทศเข้าใจ จากการที่ต้องผลิตป้อนในประเทศให้เพียงพอก่อน หลังจากนี้ บริษัทคงมุ่งผลิตเพื่อส่งออกให้มากขึ้น เพราะมาตรการของรัฐที่ผ่านมา ทำให้บริษัทส่งออกได้น้อย เนื่องจากต้องปันส่วนขายให้กับรัฐ โดยปกติจะส่งออกถึง 90% ของการผลิตทั้งหมด มีตลาดส่งออกอยู่ที่สหรัฐฯ ยุโรป ญี่ปุ่น และเชื่อว่า แม้จะส่งออกเพิ่มขึ้น แต่ปริมาณยังเพียงพอแน่นอน ส่วนราคาวัตถุดิบที่ลดลงนั้น ล่าสุด เมลท์โบลน อยู่ที่กิโลกรัม (กก.) ละประมาณ 400-500 บาท จากในช่วงที่ราคาสูงสุดขึ้นไปถึงกก.ละเกือบ 2,000 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74212</URL_LINK>
                <HASHTAG>#หน้ากากอนามัย, กลับมาขายตามปกติ, วิชัย โภชนกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180627/image_big_5b338233ab12a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72370</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2020 11:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2020 11:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อธิบดีกรมการค้าภายใน รับโล่เกียรติยศ ศิษย์เก่าดีเด่นครบรอบ 86 ปี ธรรมศาสตร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นาย วิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายในเข้ารับมอบโล่เกียรติยศ&amp;nbsp; ศิษย์เก่าดีเด่นจาก ศาสตราจารย์พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร นายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เนื่องในวันสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ครบรอบปีที่ 86&amp;nbsp; ซึ่งในปีนี้ มีบุคคลสำคัญหลายท่านที่ได้เข้ารับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่นพร้อมกันในครั้งนี้ อาทิ นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp; นายชัยวัฒน์ ทองคําคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม นายปสันน์ เทพรักษ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72370</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการค้าภายใน, รับโล่เกียรติยศ, วิชัย โภชนกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200724/image_big_5f1a63f14125c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72109</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2020 16:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2020 16:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  พาณิชย์จี้ผู้เลี้ยงสุกรคุมราคาหมูขู่ไม่ทำตามจะลดโควต้าส่งออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ค.2563 นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมฯ ได้หารือกับสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ และห้างค้าปลีกรายใหญ่ เพื่อพิจารณามาตรการดูแลราคาเนื้อสุกร โดยได้มีข้อตกลงกับสมาคมฯ จะจำหน่ายสุกรมีชีวิตในราคากิโลกรัม (กก.) ละ 80 บาท เพื่อให้ราคาหน้าเขียง หมูเนื้อแดง กก.ละ 150 บาท และเนื้อสัน กก.ละ 160 บาท แต่หากพบว่าราคาเกินไปจากที่ได้ตกลงกันไว้ จะใช้มาตรการเข้มงวดขึ้นจากเบาไปหาหนัก โดยจะเสนอคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ควบคุมราคาสูงสุดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้าการคุมราคาจำหน่ายสูงสุด ทั้งราคาหมูเป็น กก.ละ 80 บาท หมูเนื้อแดงกก.ละ 150 บาท และเนื้อสันกก.ละ 160 บาท ไม่ได้ผล ก็จะมาดูเรื่องการส่งออก ระยะแรกจะจำกัดการส่งออกไม่ให้เกินวันละ 5,000 ตัว จากตอนนี้ส่งออกวันละ 10,000 ตัว แล้วจะมาดูร่วมกันว่าจะให้ใครเป็นผู้ส่งออกได้บ้าง และถ้าปัญหายังไม่คลี่คลาย ก็จะใช้มาตรการรุนแรงสุด คือ การระงับการส่งออกชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น&amp;rdquo;นายวิชัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชัยกล่าวว่า ในด้านการดูแลผู้บริโภค กรมฯ ได้ร่วมมือกับผู้ผลิต นำสุกรชำแหละกระจายผ่านห้างค้าปลีกสมัยใหม่ และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ โดยจะจำหน่ายหมูเนื้อแดง กก.ละ 130 บาท เริ่มที่ห้างแม็คโคร วันที่ 22 ก.ค.2563 ทั่วประเทศ เพื่อช่วยผู้บริโภคให้สามารถซื้อหมูราคาถูก ส่วนที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัด กำลังอยู่ระหว่างการประสานงาน และจะมีจำหน่ายในระยะต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมฯ ยังได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบการจำหน่ายเนื้อหมูตามตลาดต่างๆ โดยปัจจุบัน พบว่า ราคาจำหน่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 150-160 บาท ยกเว้นบางตลาดที่มีการจำหน่ายในราคาสูงกว่านี้ เช่น ตลาดพรานนก กก.ละ 170 บาท ตลาดรามอินทรา กม.2 กก.ละ 170 บาท และตลาดดาวคะนอง กก.ละ 170-175 บาท ซึ่งได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสาเหตุที่ทำให้มีความต้องการหมูเพิ่มขึ้น มาจากการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริการะบาด ทำให้ผลผลิตหมูในจีน เวียดนาม กัมพูชา และสปป.ลาว เสียหาย จึงมีความต้องการนำเข้าเพิ่มขึ้น และมีการสั่งซื้อจากไทยเพิ่มขึ้น ทำให้ยอดส่งออกเพิ่มจากวันละ 5,000-6,000 ตัวเป็น 10,000 ตัว และยังมีความต้องการบริโภคจากการคลายล็อกดาวน์ และเปิดเทอม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72109</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุมราคาหมู, วิชัย โภชนกิจ, อธิบดีกรมการค้าภายใน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200720/image_big_5f157b042d702.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66848</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2020 09:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2020 09:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พาณิชย์&#039;ร่นระยะเวลาจ่ายชดเชยปาล์มช่วยเกษตรกร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ค. 2563 นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน ปี 2562-63 ได้เห็นชอบในการปรับระยะเวลาการพิจารณาจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างให้กับเกษตรกรชาวสวนปาล์ม จากเดิมจะพิจารณาทุก 45 วัน เป็นพิจารณาทุก 30 วัน เพื่อให้การพิจารณาส่วนต่างสะท้อนกับราคาที่แท้จริงในปัจจุบัน เพราะขณะนี้ ราคาบางช่วงมีการขึ้นลงเร็วมาก และยังช่วยให้ชาวสวนปาล์มได้รับการชดเชยรายได้เร็วขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากราคาผลปาล์มดิบยังผันผวน หรือขึ้นลงเร็ว ก็จะพิจารณาปรับระยะเวลาการพิจารณาชดเชยส่วนต่างรายได้ให้กับชาวสวนเร็วขึ้นเป็น 15 วัน เหมือนกับที่ก่อนหน้านี้ ได้ลดระยะเวลาการจ่ายชดเชยประกันรายได้ข้าว จากเดิมทุก 15 วันเหลือเพียงแค่ 7 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การปรับระยะเวลาการจ่ายเงินชดเชย เพื่อให้เกษตรกรได้รับการช่วยเหลือในช่วงที่ราคาผลปาล์มดิบตกต่ำ จะได้มีเงินใช้จ่ายเร็วขึ้น โดยมีวงเงินงบประมาณเพียงพอ เพราะได้รับงบประมาณมากว่า 1.3 หมื่นล้านบาท และเพิ่งจ่ายชดเชยไปแค่ 3 งวด จาก 6 งวด เพราะราคางวดที่ 3-5 สูงเกินเพดานประกันรายได้ที่ 4 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) โดยงวดที่ 7 จะจ่ายในวันที่ 15 มิ.ย.2563&amp;rdquo;นายวิชัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชัยกล่าวว่า สำหรับแนวโน้มราคาปาล์มดิบ คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง จากปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 3-3.40 บาทต่อ กก. เพราะขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพื่อเร่งรัดให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซื้อน้ำมันปาล์มดิบ 3.7 หมื่นตันไปผลิตไฟฟ้าโดยเร็ว และให้ซื้อในส่วนที่คณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) มีมติให้ซื้ออีก 1 แสนตันด้วย เพื่อดึงสต๊อกส่วนเกินออกจากระบบ ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ยังมีความต้องการน้ำมันปาล์มดิบ เพื่อนำไปผลิตน้ำมันดีเซลบี 10 เพิ่มขึ้น หลังจากที่รัฐบาลได้เริ่มคลายล็อกกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ทำให้มีการใช้น้ำมันสูงขึ้น ซึ่งในส่วนนี้ มีการใช้น้ำมันปาล์มดิบสูงมาก คิดเป็น 2 ใน 3 ของปริมาณการใช้น้ำมันปาล์มดิบทั้งหมด หากมีการใช้เต็มที่ ก็จะดึงสต๊อกออกไปได้อีกมาก โดยสต๊อกปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 3 แสนตัน ถือว่าเกินกว่าปกติไม่มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนน้ำมันปาล์มบริโภค ขณะนี้ราคาอยู่ที่ประมาณขวดละ 38-42 บาท แล้วแต่ยี่ห้อ ซึ่งราคาที่ปรับลดลง เพราะต้นทุนน้ำมันปาล์มดิบลดลง และผู้ผลิต ห้างสรรพสินค้า ได้ร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ในการปรับลดราคาสินค้า เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับผู้บริโภค&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66848</URL_LINK>
                <HASHTAG>วิชัย โภชนกิจ, อธิบดีกรมการค้าภายใน, เร่งจ่ายเงินประกัน, โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180706/image_big_5b3f2773079f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66576</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิชัย&#039;เครื่องร้อน เข้ากรมฯวันแรก ลุยเยียวยาปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;quot;วิชัย&amp;quot; เครื่องติด ประชุมผู้บริหารกรมการค้าภายในทันทีหลังรายงานตัวต่อ รมว.พาณิชย์ &amp;nbsp;ลั่นเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นประชาชน กำชับข้าราชการให้ปฏิบัติตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ถือประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงนามในคำสั่งให้นายวิชัย โภชนกิจ กลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ และได้รายงานตัวต่อนายจุรินทร์ &amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อรับนโยบายและแนวทางมาปฏิบัติงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุดเมื่อเช้าวันที่ 21 พ.ค.63 นายวิชัยได้เดินทางเข้ามาทำงานที่กระทรวงพาณิชย์อย่างเป็นทางการวันแรก โดยเรียกประชุมผู้บริหารหน่วยงานภายใน เน้นย้ำให้ข้าราชการดูแลและเยียวยาพี่น้องประชาชน ด้วยการลดค่าครองชีพในสถานการณ์ปัจจุบัน พลิกโควิดให้เป็นโอกาส ยึดถือและปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีในคำสั่งให้กลับมาปฏิบัติหน้าที่ คือยึดถือประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิชัยกล่าวว่า ภารกิจเร่งด่วนที่จะเร่งดำเนินการในช่วงเวลาของการรับราชการที่เหลืออยู่คือ &amp;nbsp;การติดตามการเยียวยาเกษตรกรและประกันรายได้เกษตรกรในพืช 5 ชนิด นอกจากเดินหน้าโครงการพาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชน เพื่อลดค่าครองชีพแบ่งเบาภาระและดูแลพี่น้องประชาชนในสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ขณะนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66576</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วิชัย โภชนกิจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200521/image_big_5ec67e7411c29.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66420</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2020 11:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2020 11:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิชัย&#039;ปลื้มนายกฯคืนเก้าอี้ให้ทำให้ข้าราชการพร้อมรับใช้ชาติ! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ค.2563 - ที่ชั้น 11 กระทรวงพาณิชย์ นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เข้าคารวะนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในวาระเข้ารับหน้าที่กลับคืนตำแหน่งเดิมตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นโดยมีข้าราชการกรมการค้าภายในติดตามให้กำลังใจพร้อมมอบดอกไม้ต้อนรับกลับกระทรวงล้นหลาม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์กล่าวต่อนายวิชัยว่า กระทรวงพาณิชย์ภูมิใจที่มีข้าราชการที่มุ่งมั่น ทุ่มเท เสียสละและอดทนต่อการพิสูจน์ความจริง &amp;nbsp;หวังว่าท่านอธิบดีวิชัย จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับข้าราชการทุกคนต่อไป และในฐานะผู้บังคับบัญชาก็ขอแสดงความยินดีด้วยใจจริงและขอเป็นกำลังใจให้ตลอด 4 เดือนที่เหลืออยู่และตลอดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้น นายวิชัยกล่าวว่า นายกฯ ได้กรุณาออกคำสั่งให้กลับมาปฏิบัติหน้าที่ในฐานะอธิบดีกรมการค้าภายในอีกรอบหนึ่งหลังจากที่ให้ไปช่วยงานที่สำนักนายกฯ อยู่ระยะหนึ่งนั้น วันนี้ก็รู้สึกถึงความเมตตาที่ให้ความเป็นธรรม และการที่ท่านให้กลับมาที่เดิมได้ก็เพราะผ่านการตรวจสอบหาข้อเท็จจริงมาครบถ้วนแล้วและเห็นแล้วว่าที่ผ่านมาไม่มีมูลในเรื่องของข้อสงสัยต่างๆ ทำให้ข้าราชการมีความรู้สึกว่ามีความมั่นใจในการบริหารการบัญชาการของท่านนายกฯ มากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขวัญและกำลังใจเป็นสิ่งที่จะได้รับที่ผมได้รับมาครั้งนี้เป็นความภาคภูมิใจและเป็นกำลังใจอย่างยิ่งสำหรับคนที่จะทำงานต่อไป เชื่อว่าสิ่งที่ท่านนายกฯ ได้กรุณาออกคำสั่งครั้งนี้จะส่งผลทำให้สถานการณ์ทั่วไปในกรมการค้าภายในกระทรวงพาณิชย์หรือข้าราชการพลเรือนทั่วไปที่ได้ติดตามเรื่องนี้มามีความมั่นใจมีความเชื่อมั่นในการบริหารราชการได้มากขึ้นเพราะมีความเป็นธรรมกับทุกคน&amp;quot; นายวิชัยกล่าวและว่า &amp;nbsp;วันที่ 19 พ.ค.ถือเป็นวันที่มีความสุขที่สุดและภาคภูมิใจที่สุดว่าสิ่งที่เราทุ่มเทไว้ที่เราทำงานเพื่อรับใช้ประเทศชาติได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเราทำในสิ่งที่ถูกต้องและทำในสิ่งที่ดีมาตลอดเวลา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66420</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, วิชัย โภชนกิจ, อธิบดีกรมการค้าภายใน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200520/image_big_5ec4b66bdb389.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
