<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106121</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2021 11:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2021 11:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อีกแล้ว! ปปส.ยึดยาไอซ์คาสุวรรณภูมิ เตรียมส่งไปนิวซีแลนด์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มิ.ย.64 - นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.)​ เปิดเผยถึงการจับกุมการลักลอบส่งยาเสพติดประเภท 1 (ไอซ์) น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 580 กรัม &amp;nbsp;ซุกซ่อนอยู่ภายในอะไหล่รถจักรยานยนต์ จำนวน 3 ชิ้น ปลายทางเตรียมส่งไปยังประเทศนิวซีแลนด์ &amp;nbsp;ณ คลังสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ล่าสุดได้หารือประเทศนิวซีแลนด์เพื่อขยายผลถึงตัวการ รวมถึงแนวทางการป้องกันและความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดย​จากข้อสั่งการของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมมือกับหน่วยงานภาคีทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาที่เครือข่ายยาเสพติดใช้ประเทศไทยเป็นจุดในการส่งต่อยาเสพติดไปยังประเทศต่าง ๆ รวมไปถึงการขยายผลจับกุมเครือข่ายเหล่านั้นเพื่อนำมารับโทษตามกฎหมายและยึดทรัพย์ต่อไปนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​นายวิชัย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2564 เวลา 13.00 น. หน่วยสกัดกั้นยาเสพติดท่าอากาศยาน (Airport Interdiction TaskForce : AITF) ประกอบด้วย สำนักงาน ป.ป.ส. บช.ปส. ศุลกากร และ ศรภ. ตรวจยึดพัสดุไปรษณีย์ด่วนพิเศษระหว่างประเทศ ชื่อผู้ส่งเป็นชาวไทย ชื่อผู้รับเป็นชาวต่างชาติ ปลายทางประเทศนิวซีแลนด์ ผลการตรวจสอบ พบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไอซ์ (เมทแอมเฟตามีน) น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 580 กรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในอะไหล่รถจักรยานยนต์ จำนวน 3 ชิ้น จึงร่วมกันทำการตรวจยึด และรวบรวมพยานหลักฐาน ส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และสืบสวนขยายผลผู้ส่งยาเสพติดต่อไป ซึ่งก่อนหน้านี้ AITF ได้ตรวจยึดไอซ์จำนวน 750 กรัม ขณะเตรียมส่งออกไปประเทศออสเตรเลียซึ่งใช้วิธีการซุกซ่อนในลักษณะเดียวกัน และเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2564 ตรวจยึดไอซ์จำนวน 520 กรัม ซุกซ่อนในกระเป๋าสะพายผู้หญิง 7 ใบ เตรียมส่งไปนิวซีแลนด์ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชัย กล่าวอีกว่า ​ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 มิ.ย.2564 สำนักงาน ป.ป.ส. ได้ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากศุลกากรนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย เพื่อหารือถึงสถานการณ์ปัญหาการลักลอบขนส่งยาเสพติด รวมไปถึงการขยายผลเพื่อจับกุมผู้อยู่เบื้องหลังเครือข่ายเหล่านี้ โดยประเทศนิวซีแลนด์เป็นหนึ่งในประเทศที่พบว่ามียาเสพติดถูกส่งไปจากประเทศไทย นอกจากการตรวจยึดไอซ์ในครั้งนี้ จากข้อมูลตั้งแต่ ต.ค. 2563 - มิ.ย.2564 พบการตรวจยึดไอซ์ก่อนถูกส่งออกไปยังนิวซีแลนด์ 10 คดี น้ำหนัก 24.05 กก. และพบการส่งไอซ์ผ่านไทยและถูกจับกุมที่นิวซีแลนด์ 1 คดี น้ำหนัก 520 กรัม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย​ภายหลังการหารือ ผู้แทนศุลกากรนิวซีแลนด์ได้ขอบคุณสำนักงาน ป.ป.ส. สำหรับความร่วมมือเป็นอย่างดีมาโดยตลอด ซึ่งหลายครั้งข้อมูลเบาะแสที่ได้รับจาก สำนักงาน ป.ป.ส. นำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดที่นิวซีแลนด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​ด้านเลขาธิการ ป.ป.ส. ได้แสดงความขอบคุณสำหรับความร่วมมืออันดีจากศุลกากรนิวซีแลนด์ตลอดมา และเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของสำนักงาน ป.ป.ส. ในการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ซึ่งเป็นนโยบายหลักด้านความมั่นคง ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ที่รัฐบาลไทยให้ความสำคัญ พร้อมทั้งให้คำมั่นว่าสำนักงาน ป.ป.ส. และหน่วยงานอื่น ๆ ของประเทศไทย มีความยินดีที่จะทำงานร่วมกับประเทศนิวซีแลนด์ และประเทศอื่น ๆ เพื่อขจัดปัญหาด้านยาเสพติด ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงแค่ปัญหาของประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อทุกประเทศทั่วโลก
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106121</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปปส., ยาเสพติด, ยาไอซ์, วิชัย ไชยมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210612/image_big_60c43bdc71b7d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87072</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุกค้นโกดังยึด ยาเค300กก. จะส่งไปไต้หวัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจ ปส.บุกค้นโกดังย่านไทรน้อย ยึดเคตามีนกว่า 300 กก. ก่อนตามไปยึดเฮโรอีนที่บ้านเช่าอีก 228 กก. พบเตรียมส่งไปไต้หวัน โดยนำยาเคไปบรรจุถุงแป้งมันที่โคราชเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ คาดเชื่อมโยงกับยาเสพติดที่ซุกไว้ในโกดังฉะเชิงเทรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 15 ธันวาคม พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร. พร้อม พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ปส., พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส.​ นำกำลังตำรวจ บช.ปส. เข้าตรวจค้นโกดังเลขที่ 57/7 ต.ทวีวัฒนา อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ภายหลังได้รับการประสานข้อมูลจากหน่วยปราบปรามยาเสพติดไต้หวัน (CIB) พบถุงกระสอบแป้งมัน จำนวน 39 ถุง บรรจุยาเคตามีน น้ำหนักมากกว่า 300 กิโลกรัม คาดว่ายาเคตามีนเตรียมไว้เพื่อรอการส่งออกไปยังไต้หวัน ส่วนนายทุนและเครือข่าย ตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตรวจค้นครั้งนี้ เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย คือ น.ส.เสาวภา นาสาลี อายุ 29 ปี สอบสวน น.ส.เสาวภาให้การว่า นายท็อปเป็นผู้มอบหมายให้ดูแลยาเสพติดเพื่อเตรียมขนส่งทางเรือออกนอกประเทศ โดยนำยาเคตามีนใส่กล่องมาส่งที่โกดัง และแยกใส่ถุงแป้งมันเพื่ออำพรางตำรวจ จึงแจ้งข้อหาครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภทที่ 2 (เคตามีน) โดยผิดกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 01.00 น. วันที่ 16 ธันวาคม พล.ต.อ.มนูพร้อมกำลังตำรวจ บช.ปส. และ สน.ห้วยขวาง ขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 289 ถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กทม. จากการตรวจค้นในห้องนอน พบเฮโรอีนอัดแท่งบรรจุอยู่ในกล่องกระดาษ จำนวน 600 แท่ง น้ำหนักรวมประมาณ 228 กก. เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส. กล่าวว่า หลังจากจับกุม น.ส.เสาวภาก็ได้ขยายผลจนพบข้อมูลในโทรศัพท์มือถือเป็นภาพบ้านหลังหนึ่งต้องสงสัยว่าซุกซ่อนยาเสพติดไว้ ผู้บังคับบัญชาจึงนำกำลังเข้าตรวจสอบพบเฮโรอีนของกลางดังกล่าว สังเกตภายในห้องมีถุงลักษณะกระสอบปุ๋ย จึงคาดว่าบ้านหลังนี้เป็นสถานที่พักยาเสพติด และเป็นที่บรรจุเพื่อเตรียมส่งออกไปยังต่างประเทศ ดูจากยาเสพติดที่ตรวจยึดได้ทั้งสองแห่ง คาดว่าเป็นยาเสพติดผ่านเข้ามาทางชายแดนทางภาคเหนือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร. เปิดเผยในเวลาต่อมาว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการประสานข้อมูลร่วมกับหน่วยงานปราบปรามยาเสพติดของไต้หวัน &amp;nbsp;จากการสืบสวนพบว่ายาเสพติดมาจากภาคเหนือ นำมาพักที่บ้านเช่าหรือโกดังใน กทม.ตอนใน และมีปลายทางส่งไปไต้หวัน โดยเครือข่ายยาเสพติดจะนำเคตามีนที่เก็บไว้ในโกดัง อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ไปยังโรงงานใน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นโรงงานทำแป้งมัน เพื่อบรรจุกระสอบหลอกตาเจ้าหน้าที่ระหว่างขนส่งไปไต้หวัน&amp;nbsp;แต่จะมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายยาเสพติดที่ ป.ป.ส.เข้าตรวจค้นโกดัง จ.ฉะเชิงเทรา ก่อนหน้านี้หรือไม่ เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบ เนื่องจากพฤติการณ์ รวมถึงต้นทางและปลายทางที่ส่งยาเสพติดเหมือนกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยว่า ได้นำหลักฐานที่เกี่ยวข้องจากการตรวจค้นโกดังใน จ.ฉะเชิงเทรา ส่งให้ตำรวจ ปส. เพื่อตรวจสอบความเชื่อมโยงว่ามีเส้นทางลำเลียงเดียวกันหรือไม่ และเป็นเครือข่ายเดียวกันหรือไม่ โดยขณะนี้ทราบชื่อ 3 กลุ่มในคดีที่เกี่ยวข้องกับความผิดนอกราชอาณาจักรแล้ว รออัยการสูงสุดมีคำสั่งตั้งอัยการร่วมสอบกับพนักงานสอบสวนของตำรวจ และออกหมายจับ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87072</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์, พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน, พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม, พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก, วิชัย ไชยมงคล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสาวภา นาสาลี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201216/image_big_5fd9fb7c6b2df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84898</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งกก.สอบ ยาเคบิ๊กล็อต ช่วงขนย้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สมศักดิ์&amp;quot; แจงจับยาเคล็อตมหึมาโอละพ่อ ขอเวลาตรวจสอบของ 3 หน่วยงาน คาดอาทิตย์หน้าได้ข้อสรุป ตั้งกรรมการสอบปมแคลงใจมีการเปลี่ยนของกลางระหว่างขนย้ายหรือไม่ ออกตัวไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง อ้างแถลงข่าวตามหน้าที่ ขู่ฟ้อง &amp;quot;อัจฉริยะ&amp;quot; และนักเลงคีย์บอร์ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนนี้ ที่หน้าห้องประชุมกระทรวงยุติธรรม 1 ชั้น 9 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยนายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ร่วมแถลงข่าวชี้แจงกรณีการจับกุมยาเคตามีน 11.5 ตัน ใน จ.ฉะเชิงเทรา แต่ตรวจสอบภายหลังพบว่าเป็นสารไตรโซเดียมฟอสเฟต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์กล่าวว่า การแถลงข่าวในวันจับกุมที่โกดัง จ.ฉะเชิงเทรา ตนขอยืนยันว่า เป็นการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นเคตามีน เพราะการใช้น้ำยาตรวจสอบปรากฏว่าเป็นสีม่วง แต่ผลจริงๆ ต้องรอจากห้องปฏิบัติการ และผลยืนยันเป็นสารไตรโซเดียมฟอสเฟต ทำให้ต้องมีการเก็บตัวอย่างร่วมกันของ 3 หน่วยงาน ทั้ง ป.ป.ส. กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กองพิสูจน์หลักฐานและนิติวิทยาศาสตร์ ส่วนหน่วยงานอื่นๆ จะมาช่วยตรวจสอบให้จบภายในสัปดาห์หน้าว่าของกลางทั้งหมดเป็นยาเสพติดหรือไม่ จำนวนมากน้อยเท่าใด จึงได้เสนอให้แบ่งตรวจสอบของกลางเพื่อให้ได้ผลลัพธ์เบื้องต้นในสัปดาห์นี้ ส่วนที่เหลือค่อยทยอยตรวจสอบภายหลังให้ครบ รวมถึงการจัดสัมมนาทางวิชาการกับหน่วยงานอื่นเพื่อปรับความเข้าใจใหม่ และหาความรู้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสารไตรโซเดียมฟอสเฟต ซึ่งที่ผ่านมา ป.ป.ส.ไม่เคยพบสารตัวนี้ ส่วนเครื่องมือเทสต์คิตที่เราใช้อยู่ในขณะนี้ เป็นมาตรฐานเดียวกับสากล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมยอมรับว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขาดองค์ความรู้เกี่ยวกับสารตัวนี้ เนื่องจากเป็นสารใหม่และไม่เคยปรากฏขึ้นในประเทศไทย ว่าหากเข้าเครื่องเทสต์คิตจะเป็นสีม่วงด้วย ซึ่ง UNODC บอกว่าประเทศอื่นเคยมีลักษณะนี้ แต่ในประเทศไทยถือเป็นครั้งแรก โดยจากนี้จะต้องมีการจัดเสวนาเพื่อสร้างองค์ความรู้และสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนด้วย ทั้งนี้ คำวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ ผมพร้อมน้อมรับ ซึ่งการปฏิบัติงานของหน่วยงานต่างๆ ในกระทรวงยุติธรรม เราจะเร่งสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์แก่ประชาชนโดยเร็วที่สุด&amp;rdquo; นายสมศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์กล่าวต่อว่า ข้อสงสัยเรื่องการขนส่ง จัดเก็บหลักฐานหรือเปลี่ยนของกลางนั้น ต้องมีการตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในการขนย้าย และให้ชี้แจงโดยเร็วที่สุด ส่วนการจัดเก็บหลักฐาน ตนยืนยันว่ามีห้องเก็บหลักฐานหนาแน่น และระบบราชการ เรื่องการเก็บหลักฐานต่างๆ รัฐมนตรีไม่มีอำนาจเกี่ยวข้องเลย วันที่ไปแถลงการจับกุม ตนต้องไปตามหน้าที่ หากไม่ไปคนจะหาว่าเราละเลยหน้าที่ ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าตนไม่เคยไปร่วมแถลงข่าวการจับกุมยาเสพติดเลย โดยตนจะเน้นการยึดทรัพย์ตัดวงจรเครือข่ายยาเสพติดมากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.ยุติธรรมกล่าวด้วยว่า กรณีนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เข้าแจ้งความตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) กล่าวโทษตนแถลงข่าวอันเป็นเท็จนั้น ขณะนี้ได้ให้นักกฎหมายตรวจสอบ หากประเด็นไหนทำให้เกิดความเสียหายฟ้องได้ก็ต้องฟ้อง เพื่อให้ปรากฏข้อเท็จจริง ซึ่งตนพร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย อย่างไรก็ตาม ต้องมีผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้อยู่แล้ว เมื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด แต่ขณะนี้ต้องเร่งหาข้อเท็จจริงว่าสารที่เรายึดมาได้ทั้งหมดนั้นมีการซุกซ่อนยาเสพติดไว้หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมได้สั่งให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด เพื่อให้ตรวจสอบข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยมีปลัด ยธ.เป็นประธาน และมีตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการ เพื่อเร่งกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ และยืนยันว่าการตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าวไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งใคร เพราะการวิพากษ์วิจารณ์หากกระทบผมหรือ ป.ป.ส. ที่เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรงนี้ ยอมรับได้ แต่ห่วงที่จะกระทบผู้อื่นที่ทำให้เกิดความเสียหาย ต้องถูกดำเนินคดี ตรงนี้ไม่ควรเกิดการบิดเบือนข้อเท็จจริง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิชัยกล่าวว่า สังคมสงสัยว่าทำไมขั้นตอนการดำเนินคดีถึงได้ล่าช้า ตนขอชี้แจงว่า คดีนี้เรายึดของกลางได้โดยไม่มีผู้ต้องหา ไม่เหมือนกับการจับกุมของกลางพร้อมผู้ต้องหาที่เป็นความผิดซึ่งหน้า และคดีนี้เป็นคดีระหว่างประเทศ เป็นการประสานงานมาจากประเทศไต้หวัน ดังนั้น อำนาจในการสั่งสอบสวนจะอยู่ที่อัยการสูงสุด ทางตำรวจไม่มีอำนาจ ขั้นตอนคือ เมื่อ ป.ป.ส.รวบรวมหลักฐานให้กับตำรวจ ทางตำรวจจะทำเอกสารให้อัยการสูงสุดเพื่อสั่งตั้งคณะทำงานขึ้นมา ถึงจะมีอำนาจในการสอบสวนคดีนี้ ซึ่งในส่วนของผู้ต้องสงสัยนั้น เรามีข้อมูลแล้ว แต่เรากำลังสืบไปให้ถึงผู้ร่วมกระบวนการในประเทศไทยทั้งหมด ซึ่งเป็นผู้ร่วมขบวนการกับผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมที่ไต้หวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าที่ พ.ต.สมบัติ วงศ์กำแหง อดีตเลขาธิการสภาทนายความ กล่าวว่า กรณีการจับยาเค สังคมเกิดความคลางแคลงใจว่าของกลางมูลค่าสูงหายไปได้จริงหรือไม่ อย่างไร เป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงานผู้รับผิดชอบต้องทำให้สังคมเข้าใจและเชื่อมั่นในกระบวนการของการปฏิบัติหน้าที่ ตั้งแต่การได้เบาะแส จนกระทั่งเข้าตรวจยึดของกลาง กระบวนการตรวจนับ จัดเก็บ กระบวนการส่งพิสูจน์ เพื่อในทุกขั้นตอนมีความชัดเจนถูกต้องด้วยความรอบคอบ ว่าจะไม่มีการสูญหาย หรือเปลี่ยนของกลางเป็นอย่างอื่นไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิบัติหน้าที่ต้องเป็นไปโดยสุจริต ชอบด้วยกฎหมายในทุกขั้นตอน เพราะหากในที่สุดของกลางที่ตรวจยึดได้นั้นไม่ใช่ยาเสพติดดังที่แถลงข่าวไปนั้น ผู้ต้องหาในเบื้องต้นอาจตกเป็นผู้เสียหาย ที่จะใช้สิทธิทางกฎหมายกับเจ้าพนักงานได้เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์เอกซเรย์และเทคโนโลยีศุลกากร นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมศุลกากร, พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร. กับพวก แถลงว่า เจ้าหน้าที่ศุลกากร กองสืบสวนและปราบปราม ร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบสินค้าที่จะส่งออกไปยังประเทศมาเลเซีย สำแดงชนิดสินค้าเป็นเศษอะลูมิเนียม ผลการตรวจสอบสินค้าดังกล่าวเป็นเครื่องยนต์เก่าสภาพชำรุด 74 เครื่อง พบไอซ์ 62 กิโลกรัม บรรจุอยู่ในถุงชาจีนแบบสุญญากาศในช่องว่างของเครื่องยนต์เก่า 33 เครื่อง มูลค่ายาเสพติดประมาณ 37 ล้านบาท ก่อนติดตามจับกุมผู้ส่งออกและผู้ที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพชรกล่าวว่า เครื่องเอกซเรย์สามารถเห็นสิ่งผิดปกติได้ แต่เนื่องจากของกลางนั้นซุกซ่อนในเครื่องยนต์โดยห่อหุ้มด้วยกระดาษฟอยล์ และใส่น้ำมันเป็นของเหลวทำให้เครื่องยนต์ใช้การได้ จึงต้องใช้วิธีชำแหละเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดด้วย ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมเป็นต้นมา กรมศุลกากรมีสถิติการตรวจยึดยาเสพติดทั่วประเทศ รวม 143 คดี มูลค่ายาเสพติดประมาณ 5,488,151,748 บาท ซึ่งไอซ์ในไทยมีมูลค่าประมาณกิโลกรัมละ 1 แสนบาท แต่หากส่งออกแล้วจะมีค่าสูงขึ้นอีก 10 เท่า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84898</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.สมบัติ วงศ์กำแหง, พชร อนันตศิลป์, พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก, วิชัย ไชยมงคล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201124/image_big_5fbcf85049d22.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84802</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบเจ้าคณะตำบล ขนยาบ้า4.8ล.เม็ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับพระครูเจ้าคณะตำบล ร่วมกับพระลูกวัดและฆราวาส ขนยาบ้าน 4.8 ล้านเม็ด รับทำมาแล้ว 4 ครั้งเพื่อหาเงินเรียนปริญญาโท ตำรวจเผยขยายผลจากการยึดยาบ้า 3.6 ล้านเม็ดก่อนหน้านี้ที่ลำลูกกา ด้านเคตามีน 11.5 ตันที่โอละพ่อกลายเป็นสารที่ใช้ในอุตสาหกรรม ป.ป.ส.นัดตรวจพิสูจน์อีกครั้ง 24 พ.ย.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายนนี้ ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น., พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว ผบก.กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (สปพ.) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง แถลงผลการจับกุมพระครูสุเมธปริยัติกิจ หรือณัฏฐภูมินทร์ หรือมีบุญ กันติมูล อายุ 39 ปี เจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง และเจ้าคณะตำบลในเขต อ.เมือง จ.เชียงราย, พระมหาสิญจน์สุเมธ หรือป๊อก แสนวุฒิโชติ อายุ 30 ปี พระลูกวัดแห่งหนึ่งใน ต.เวียง อ.เมือง จ.พะเยา, นายภาณุวิชญ์ หรืออั๋น แสนคำก้อน อายุ 26 ปี, นายพิชัย หรือชัย รูปโปร่ง อายุ 44 ปี และนายสำเริง หรือหนุ่ม อุ่นเรือน อายุ 44 ปี ทั้งหมดถูกจับกุมเมื่อคืนวันที่ 21 พ.ย.63 ที่ห้องพักรีสอร์ตแห่งหนึ่งใน อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท พร้อมยึดของกลางยาบ้า 4.8 ล้านเม็ด, อาวุธปืน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืน, รถยนต์ 2 คัน และโทรศัพท์มือถืออีก 11 เครื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ภัคพงศ์เปิดเผยว่า คดีนี้เป็นการขยายผลจากการเข้าจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้า 3.6 ล้านเม็ด ได้ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ย่านลำลูกกา คลอง 3 อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 24 ส.ค.63 โดยสืบทราบว่าผู้ต้องหาดังกล่าวจะใช้รถตู้ในการลำเลียงยาเสพติด โดยให้พระภิกษุนั่งมากับรถเพื่ออำพรางและลดความสงสัยจากเจ้าหน้าที่ จึงได้สืบสวนและสะกดรอยนานกว่า 3 เดือน จนทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหาได้เช่าห้องพักในจังหวัดชัยนาทเป็นจุดพักยา เพื่อเตรียมส่งยาเสพติดให้กับเครือข่าย จึงเข้าทำการจับกุมไว้ได้พร้อมของกลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมด โดยเฉพาะพระครูสุเมธฯ ให้การรับสารภาพว่า ทราบว่าภายในรถมียาเสพติดซุกซ่อนมาด้วย และเคยทำแบบนี้มาแล้ว 4 ครั้ง ครั้งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 24 ส.ค. ซึ่งได้เช่าห้องพักใกล้เคียงกับในครั้งที่ 4 ส่วนที่ตัดสินใจทำเพราะต้องการเงินไปศึกษาต่อชั้นปริญญาโท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหา &amp;quot;ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายฯ, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ และพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ&amp;quot; ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. เดินทางไปยังกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) เพื่อแจ้งความร้องทุกข์กับ พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส. ให้ดำเนินคดีผู้ร่วมขบวนการส่งออกเคตามีนไปยังประเทศไต้หวันกว่า 300 กิโลกรัม หลังไปยึดเคตามีนได้ที่โกดังแห่งหนึ่งใน จ.ฉะเชิงเทรา กว่า 11.5 ตัน มูลค่านับหมื่นล้านบาท แต่การตรวจสอบภายหลังกลับพบว่าเป็นสารไตรโซเดียมฟอสเฟตที่ใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิชัยกล่าวว่า นำเอกสารที่ได้รับจากประเทศไต้หวันเกี่ยวกับการจับกุมเคตามีน 300 กิโลกรัม มาแจ้งความเอาผิดกับผู้ร่วมขบวนการลอบส่งเคตามีนไปยังประเทศไต้หวัน ซึ่งบุคคลรายนี้อยู่ในประเทศไทย โดยเช่าโกดังเพื่อเก็บเฟอร์นิเจอร์ แต่เมื่อตรวจค้นกลับเป็นที่เก็บสารเคมี ทั้งนี้ขอชี้แจงถึงกรณีที่ตรวจสอบเคตามีนกว่า 11.5 ตัน แล้วพบว่ามีบางส่วนเป็นสารไตรโซเดียมฟอสเฟต เบื้องต้นพบว่าสารเคมีทั้ง 2 ชนิดมีลักษณะภายนอกเหมือนกัน ซึ่งขณะตรวจค้นที่โกดังพบของกลาง 66 กระสอบถูกเปิดอยู่ ส่วนที่เหลือ 406 กระสอบยังเย็บปากถุงปิดไว้ เมื่อตรวจสอบด้วยน้ำยาเคมีกับกระสอบที่เปิดไว้ก็พบว่าผลออกมาเป็นสีม่วง จึงเชื่อว่าเป็นเคตามีนตามที่ไต้หวันจับกุมได้จากต้นทาง จากนั้นก็ได้ร่วมกับ บช.ปส.นำของกลางไปเก็บไว้ที่ ป.ป.ส.ภาค 1 ยืนยันไม่มีการสับเปลี่ยนของกลาง แต่เมื่อมีการตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่าสารเคมีดังกล่าวคือไตรโซเดียมฟอสเฟต ซึ่งไม่เคยพบว่าก่อนว่าสารตัวนี้จะแสดงผลเป็นสีม่วง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าวว่า วันที่ 24 พ.ย.นี้. นักวิทยาศาสตร์กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน และผู้เชี่ยวชาญของ ป.ป.ส. จะตรวจพิสูจน์สารเคมีจากของกลางทั้งหมดอย่างละเอียดอีกครั้งที่ ป.ป.ส.ภาค 1 แต่ต้องใช้เวลาอีกประมาณ 2-3 วัน จึงจะทราบว่าของกลางที่เหลือเป็นยาเสพติดหรือไม่ ส่วนสาเหตุที่การตรวจสอบล่าช้านั้น ยืนยันว่าเมื่อไต้หวันได้จับกุมตรวจยึดของกลางได้วันที่ 23 ตุลาคม ก่อนส่งเอกสารให้ไทยลงวันที่ 29 ตุลาคม 2563 ทาง ป.ป.ส.ได้รับเรื่องไว้เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน และสืบสวนหาข้อมูลถึงวันที่ 12 พฤศจิกายน ก่อนเข้าตรวจค้นโกดัง พร้อมทำบันทึกการเข้าตรวจค้น ซึ่งผลการทดสอบสารเคมีที่พบเบื้องต้น พบเป็นเคตามีน จึงบันทึกเป็นสารคล้ายเคตามีนทุกรายการ โดยมีพยานนำตรวจค้นและตำรวจท้องที่ได้สอบปากคำเรียบร้อยแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84802</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฏฐภูมินทร์ กันติมูล, พระมหาสิญจน์สุเมธ แสนวุฒิโชติ, พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว, พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา, พิชัย รูปโปร่ง, วิชัย ไชยมงคล, สำเริง อุ่นเรือน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201123/image_big_5fbbaa4768d7d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29503</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับเจ้าแม่ค้ายายึดทรัพย์100ล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจ ทหาร ป.ป.ส. ปปง.เปิดปฏิบัติการเอกซเรย์เครือข่ายยาเสพติด จู่โจม 6 เป้าหมาย จับกุมเจ้าแม่ระดับสั่งการพร้อมสามีอีก 2 คน ยึดทรัพย์ 100 ล้าน ทั้งบ้านหรู รถหรู พบบงการขนยาจากภาคเหนือเข้าพื้นที่ชั้นใน โยงใยนักโทษเรือนจำเขาบิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้ ที่บ้านเลขที่ 78/38 โครงการแกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ถนนรัชดา-รามอินทรา แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว กทม. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.และ ผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอปส.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบช.ภ.5, นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส., นายวิชัย ไชยมงคล รองเลขาธิการ ป.ป.ส., พล.ท.กิตติธัช บุพศิริ แม่ทัพภาคที่ 1/ผอ.ศปป.2 กอ.รมน., พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.ดาวลอย เหมือนเดช รอง ผบช.น., พล.ต.ต.วัชระ ทิพย์มงคล ผบก.ปส.3, นายทวีวัฒน์ สุรสิทธิ์ รองผู้อํานวยการกองคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ, นายปิยะ ศรีวิกะ นักสืบสวนสอบสวนชํานาญการพิเศษ สํานักงาน ปปง. และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง แถลงผล &amp;ldquo;ปฏิบัติการเอกซเรย์กลุ่มการเงินเครือข่ายยาเสพติดชายแดนไทย-เมียนมา-สปป.ลาว&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ จับกุมผู้ต้องหา 3 คน พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินหลายรายการ ได้แก่ บ้านพร้อมที่ดิน จำนวน 4 หลัง มูลค่าประมาณ 76 ล้านบาท, คอนโดฯ 2 แห่ง มูลค่าประมาณ 3.3 ล้านบาท, รถยนต์ 3 คัน มูลค่าประมาณ 14.4 ล้านบาท, รถจักรยานยนต์ 4 คัน มูลค่าประมาณ 2.2 ล้านบาท, ทรัพย์สินอื่นๆ 5 ล้านบาท รวมทั้งสิ้นประมาณ 100 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการตรวจค้น 6 เป้าหมาย เริ่มเมื่อเวลา 05.00 น.วันเดียวกัน กำลังเจ้าหน้าที่พร้อมหมายจับ เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 22/38 กรุงเทพกรีฑา 7 แยก 4 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. จับกุม น.ส.ปิยะฉัตร วัชรดิลก อายุ 42 ปี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 91/2562 ลงวันที่ 15 ก.พ.62 และนายกฤติพงษ์ อุเทนสุต อายุ 30 ปี สามี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 92/2562 จากนั้นเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 78/38 หมู่บ้านแกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด รัชดา-รามอินทรา เป็นบ้านหรูสองชั้นมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท พบรถปอร์เช่และรถเบนซ์จอดอยู่หน้าบ้าน จับกุมนายอัมพร หีมหมัน อายุ 39 ปี สามีอีกคนของ น.ส.ปิยะฉัตร ได้ภายในห้องนอน สอบสวนให้การปฏิเสธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.ท.นริช สอนดิศฐ รอง ผกก.สืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ กล่าวว่า การเข้าตรวจค้นในครั้งนี้มีหลักฐานเชื่อมโยงชัดเจนว่าผู้ต้องหาเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดก่อนหน้านี้ 3 คดี ทั้งในปี 2557 และ 2558 เป้าหมายวันนี้ถือเป็นระดับสั่งการรายสำคัญ โดย น.ส.ปิยะฉัตร วัชรดิลก 1 ในเครือข่ายทำหน้าที่เป็นผู้สั่งการให้นำยาจากภาคเหนือมาจำหน่ายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ภาคกลาง และภาคตะวันออก จากนั้นนำเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติด โอนกลับไปให้กับนายทุนทางภาคเหนือและประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ยังพบว่ามีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับนางมินท์ เตง เอ สัญชาติเมียนมา ที่ถูกจับได้เมื่อปี 2560 ศาลตัดสินประหารชีวิต และนางหมอน เพชรอรุณ นักธุรกิจสัญชาติลาวซึ่งถูกจับเมื่อปี 2560 เป็นเจ้าของบัญชีรับโอนเงินจากเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในไทย ก่อนโอนไปยังโรงงานผลิตยาเสพติดในเมียนมา รวมถึงพบมีการทำธุรกรรมกับนักโทษในเรือนจำเขาบินด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.นริชกล่าวว่า จากการตรวจสอบ น.ส.ปิยะฉัตร มีอาชีพไม่แน่นอน แต่มีเงินหมุนเวียนกว่า 100 ล้านบาท ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นชื่อของนายกฤติพงษ์ &amp;nbsp;เบื้องต้นนายกฤติพงษ์ให้การปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด และไม่ทราบว่า น.ส.ปิยะฉัตรค้ายาเสพติด ส่วนเงินที่นำมาซื้อบ้านราคากว่า 9 ล้านบาท และรถยนต์หรูนั้นเป็นการซื้อผ่อน โดยกู้กับธนาคารในช่วงที่ตนเปิดร้านอาหาร แต่ขณะนี้ปิดไปแล้ว และเหลือเงินในบัญชีเพียง 10,000 บาทเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดเชียงราย เมื่อคืนวันจันทร์ ร.ต.อ.หญิงธนัฐฐา นันทวรรณ, ร.ต.อ.ศุภชัย วรรณเจริญ, ร.ต.ต.อนุชิต กิตติรัตน์ รอง สวป. ตรวจค้นนายนิรันดร์ พรสุขสมสกุล อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 187 หมู่ 5 ต.แม่ไร่ อ.แม่จัน จ.เชียงราย ขณะนั่งกระสับกระส่ายมีพิรุธอยู่บนรถโดยสารปรับอากาศ พบยาไอซ์ซุกอยู่ในกระเป๋าเดินทางน้ำหนัก 8.5 กิโลกรัม ให้การว่ารับจ้างนายบอย ชาวเมียนมา จะไปส่งที่กรุงเทพฯ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29503</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, ร.ต.อ.หญิงธนัฐฐา นันทวรรณ, วิชัย ไชยมงคล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190219/image_big_5c6c05c7bd198.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
