<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75988</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;www.thaipost.net ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; Line ID:@thaipost บันทึกวันสิ้นเดือนสิงหา.เริ่มต้นเดือนกันยา. ดูเหมือนมีปัญหาร้อนๆ ให้สังคมไทยต้องใช้สมองส่วนต่างๆ พินิจพิจารณาก่อนตัดสินใจ ..ว่าจะเห็นด้วยเห็นต่างหรือเห็นดีเห็นงามกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง&amp;nbsp; เพราะพื้นที่ข่าววันนี้ทั้งในกระแสสื่อหลักและสื่อพลเมืองในโลกโซเชียลนั้น นิยมชมชอบที่จะหยิบยกแค่ &amp;quot;ประโยคเดียว&amp;quot; มาชูประเด็นเสริมแต่งเพื่อสร้างความชอบธรรม เข้าทำนอง &amp;quot;เลือกพูด&amp;quot; หรือ &amp;quot;พูดไม่หมด&amp;quot; หวังผลประโยชน์ทางการเมือง ดิสเครดิตฝ่ายตรงข้ามนั่นเอง ...0 กรณีของ &amp;quot;เรือดำน้ำ&amp;quot; ตามด้วย &amp;quot;เหมืองทองอัครา&amp;quot; เป็นประเด็นตัวอย่างสดๆ ร้อนๆ ซึ่งถ้าใครไม่กลับไปหาปูมความเป็นมาเบื้องหน้าเบื้องหลังมาเป็นข้อมูลล่ะก็ ยังไงๆ &amp;quot;รัฐบาลบิ๊กตู่&amp;quot; ต้องถูกชี้หน้าด่าแน่นอนโดยไม่ต้องสงสัย เฉกเช่นเดียวกับพฤติกรรม &amp;quot;สาดสี&amp;quot; ณ สน.สำราญราษฎร์ ก็สามารถแถเถลือกไถลกันไปได้ว่า นี่เป็นการแสดงออกตามแนวสันติประชาธรรมที่ทนมานานกับการที่ถูกรัฐป้ายสี ...0 สติมี ปัญญาก็จะเกิด ไม่ตกเป็นเหยื่อ &amp;quot;เผด็จการพันธุ์ใหม่&amp;quot;&amp;nbsp; ตามที่ จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.กระตุกต่อมสำนึกเยาวชนคนรุ่นใหม่ งานนี้ใคร?!? เป็นทายาทอสูรหรือเผด็จการพันธุ์ใหม่ เยาวชนแฟลชม็อบชูสามนิ้วอาจจะยังไม่รู้เดียงสา แต่พลพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล สามารถตอบคำถามที่สุด ..ใช่ไหม?? ...0 ฉะนั้นเปิดตาให้กว้าง เงี่ยหูฟังให้รอบทุกทิศทาง จะได้ไม่ต้องครวญเพลงรู้เขาหลอกก็ยังเต็มใจให้หลอก ..ก่อนที่จะสายไป ...0 บรรยากาศบ้านเมืองอึมครึมเหมือนอากาศหน้าฝน ไปถึงไหนก็คำถาม??? แล้วม็อบที่ผุดเป็นดอกเห็ดจะหยุดบนเส้นความพอใจตรงไหน?? เมื่อเส้นทางการแก้ไข รธน.ให้สนองตอบต่อความต้องการนั้นยังอยู่บนทางแยก อีกทั้งระยะเวลาตามกระบวนการแก้ รธน.ก็ปาเข้าไปเกือบ 2 ปีจากวันนี้ ...0 โจทย์ปัญหาการเมืองตอนนี้แพร่กระจายไปในแวดวงธุรกิจ เมื่อสินค้าแบรนด์ต่างๆ ต้องรู้รักษาเนื้อรักษาตัวให้พ้นจากภาวะ &amp;quot;ทัวร์ลง&amp;quot; อันเนื่องมาจากการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายของผู้บริโภค &amp;quot;เจ้าสัว&amp;quot; และบรรดาซีอีโอทั้งหลายนอกจากต้องกุมขมับจากวิกฤติเศรฐกิจเพราะไวรัสโควิด-19 แล้ว ยังส่ายหัวกับกระแส &amp;quot;บอยคอต&amp;quot; สินค้าในโลกออนไลน์ งานนี้ไปไกลกว่าที่คิด!!! ...0 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก patara kerdchoochuen ทายาทแดรี่โฮม โพสต์เองต้องรับผิดชอบเอง เมื่อระบุว่า นมไม่สลิ่ม ตอนนี้เลยต้องอ้อนวอนขอให้ชาวม็อบชู 3 นิ้วช่วยซื้อผลิตภัณฑ์ที่ถูกฝ่ายสลิ่มแบน&amp;nbsp; ...0 อย่างนี้เรียกว่าไม่ฉลาด หรือเอาแต่ได้กันล่ะ คงต้องให้กรรมการผู้จัดการแดรี่โฮม พฤฒิ เกิดชูชื่น ตอบ...เพราะผลจากการโพสต์ออกไป ถูกกระแสตีกลับ แล้วที่น่าปวดใจคือ เจ้าของแดรี่โฮมพาลมาตั้งข้อกล่าวหาว่า คนไม่ซื้อเป็นพวกใจแคบ ทำไมเหมาเอาแดรี่โฮมเป็นพวกล้มสถาบัน&amp;nbsp; ...เฮ้อ!! ...0 วิชา พูลวรลักษณ์ เจ้าของโรงภาพยนตร์ในเครือ &amp;ldquo;เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์&amp;quot; ก็กำลังกระวนกระวายใจ โรงหนังคนหายยังเป็นปัญหาแก้ไม่ตก วันนี้เจออีกระลอก ไม่รู้จะทำอย่างไรกับคนไม่ยอมยืนระหว่างเปิดเพลงสรรเสริญพระบารมี เลยร้องขอว่า ลูกค้าที่ไม่ประสงค์จะยืน &amp;quot;ออกมารอด้านนอกก่อน&amp;quot; ..นี่คือชีวิตจริง ...0 บันทึกบรรทัดสังคม ..กำหนดสวดพระอภิธรรม &amp;quot;พนมเทียน&amp;quot; ฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้แต่งนิยายอมตะ &amp;quot;เพชรพระอุมา&amp;quot; และศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ วัดธาตุทอง ศาลา 8 วันอังคารที่ 1 ก.ย. ถึงจันทร์ที่ 7 ก.ย.เวลา 19.00 น. ...0&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75988</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, ฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ, บันทึกหน้า4, ปิยสาร์, พฤฒิ เกิดชูชื่น, วิชา พูลวรลักษณ์, วิชา  พูลวรลักษณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50553</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2019 15:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2019 15:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ชี้ดิสรัปชั่นไม่กระทบ ยอดขายตั๋วทะลุ 40 ล้านใบ โต 15% เตรียมลุยวิชั่น Major 5.0 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ย.2562 นายวิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา พบว่า ยอดขายตั๋วยังคงขยายตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้คาดว่า จะมียอดขายที่ 40 ล้านใบ โตขึ้นจากปีก่อนหน้า 15% &amp;nbsp; ซึ่งยอดขายดังกล่าวสะท้อนว่า ธุรกิจโรงภาพยนตร์ยังคงขยายตัวได้ดี ไม่ได้รับผลกระทบจากกระแสดิสรัปชั่น &amp;nbsp;และคาดว่าธุรกิจโรงภาพยนตร์ในปี 2562 ก็ยังคาดว่า จะเติบโตราวๆ 15% เช่นเดียวกัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตอนที่เป็นห่วงว่า Netflix จะมาแย่งรายได้ของโรงภาพยนตร์ ตอนนี้สรุปแล้วว่า ไม่ใช่ เพราะคนยังชอบดูหนังในโรงภาพยนตร์อยู่ แถมตอนนี้ทางเรายังเป็นพันธมิตรกับแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งต่างๆในการสร้างรายได้เข้ามาเพิ่มเติมอีกต่างหาก&amp;quot; นายวิชา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแผนในปี 2563 ก็ยังตั้งเป้าเติบโตราวๆ 10-15% เช่นเดิม ลงทุนขยายสาขาเพิ่มอย่างต่อเนื่องอีก 30 โรง เน้นสาขาต่างจังหวัด &amp;nbsp;อาทิ เมเจอร์ ซีนีมา โลตัส หาดใหญ่ สงขลา, เมเจอร์ ซีนีมา Mark 4 แพร่, เมเจอร์ ซีนีมา โลตัส พะเยา, เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ โลตัส นิคมบางกะดี ปทุมธานี, เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ โลตัส สมุทรปราการ, เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ บิ๊กซี ยะลา, เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ บิ๊กซี มหาชัย 2 สมุทรสาคร &amp;nbsp;โดยใช้วงเงินลงทุนไม่เกิน 200 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในปี 2562 เป็นปีแรกที่รายได้ของโรงหนังในต่างจังหวัดมีมากกว่า กทม.แล้ว สะท้อนให้เห็นว่า คนต่างจังหวัดยังนิยมชมภาพยนตร์ดังนั้นแผนการขยายโรงหนังจะเน้นในพื้นที่ต่างจังหวัดมากกว่า ซึ่งเป้าหมายของเมเจอร์ คือ ภายในปี 2025 จะต้องมีโรงภาพยนตร์ครบทุกจังหวัด 1,200 โรงเป็นอย่างน้อย&amp;quot; &amp;nbsp;นายวิชา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี เมเจอร์ กำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 25 ในปี 2020 เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้วิสัยทัศน์ ดังนี้ &amp;nbsp;1. นโยบาย Major 5.0 ที่มุ่งเน้นการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ทันสมัยเข้ามาเติม โดยเฉพาะเทคโนโลยี &amp;nbsp;Seamless Ticket โดยมอบประสบการณ์การซื้อผ่านแอพได้ตั๋ว นำมาสแกนที่ตู้แล้วเดินเข้าโรงภาพยนตร์ได้ทันที นอกจากนี้ ยังพัฒนาระบบ AI&amp;amp;ML เป็นระบบ Movie Recommendation Engine เพื่อส่งมอบโปรโมชั่นที่ตรงใจลูกค้ามากขึ้น เป็น One-on-One offering เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมลูกค้าที่แตกต่างกัน ตลอดจน การเปลี่ยนเป็น Cashless &amp;nbsp; ขณะที่ในปี 2020 ที่จะถึงนี้ ยังมีการนำเอาเทคโนโลยีล่าสุดของการฉายภาพยนตร์ด้วยระบบ GIANT LASER SCREEN หรือ GLS ก้าวต่อไปของโรงภาพยนตร์ในคอนเซ็ปต์เปลี่ยนโรงภาพยนตร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยกระดับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยให้ได้มาตรฐานเป็น Tollywood (Thailand+Hollywood) &amp;nbsp; ด้วย Market Share 50% พร้อมผลักดันส่งภาพยนตร์ไทยออกขายไปยังตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเป้าหมายหลัก คือ จีน และกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาทิ พม่า, เวียดนาม, กัมพูชา, ลาว, อินโดนีเซีย, สิงคโปร์, มาเลเซีย, บรูไน, ฟิลิปปินส์ รวมถึง ส่งภาพยนตร์ไทยให้บริการบนสายการบิน อาทิ Thai Airways, Hong Kong Airlines, Oman Airlines, Emirates Airlines, Air China, All Nippon Airways และบนแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง Netflix ซึ่งเป็นช่องทางทำให้ภาพยนตร์ไทยมีตลาดสามารถเก็บรายได้เพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ปัจจุบันนี้ อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยได้รับการยอมรับจากตลาดต่างประเทศมากขึ้น ทำให้ไม่เพียงแต่การส่งออกภาพยนตร์ไทยไปฉายในต่างประเทศเท่านั้น แต่ดาราไทยหลายคนก็ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก มีดาราไทยไม่น้อยที่ออกไปสร้างชื่อเสียงในตลาดฮอลลีวู้ด ประเทศจีน และเกาหลี เป็นต้น ซึ่ง เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ได้ดำเนินธุรกิจแบบครบวงจร ทั้ง โรงภาพยนตร์ และพร้อมเดินหน้าสนับสนุนการสร้างภาพยนตร์ไทยอย่างเต็มที่ เพื่อให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ของบ้านเรามีการเติบโตมากยิ่งขึ้นและพัฒนาเป็น Tollywood ต่อไป&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50553</URL_LINK>
                <HASHTAG>วิชา พูลวรลักษณ์, เมเจอร์ กำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 25, เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191118/image_big_5dd2587e3158a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11623</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยุคของผู้บริโภคเลือกได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดูเหมือนจะเป็นปีที่ธุรกิจโรงภาพยนตร์มีลูกเล่นเยอะมากเป็นพิเศษ ไม่ใช่แค่กิจกรรมทางการตลาดที่อัดแน่นไปด้วยการทำโปรโมชั่น หรือหาพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจเพื่อมอบสิทธิประโยชน์ให้แก่ลูกค้า โดยเฉพาะการซื้อตั๋วในราคาถูก รวมถึงการนำเอาเทคโนโลยีของจอหนังแปลกใหม่เข้ามาเพิ่ม และหากไม่นับรวมปัญหาการดูภาพยนตร์ในช่องทางที่ผิดกฎหมาย เศรษฐกิจของประเทศที่ยังติดปัญหาเรื่องกำลังซื้อบางกลุ่ม การมีแพลตฟอร์มออนไลน์ที่สามารถรับชมภาพยนตร์ได้สะดวกมากขึ้น กำลังจะทำให้คนเข้าโรงหนังน้อยลงหรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อาจเป็นปัญหาส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้บริโภคเลือกไปดูภาพยนตร์ที่บ้านมากขึ้น แต่ถามว่าความรู้สึกและอรรถรสในการชมแตกต่างกันไหม ย่อมไม่เหมือนกันแน่นอน การรับชมภาพยนตร์ที่บ้านก็อาจมีความส่วนตัวมากเป็นพิเศษ เมื่อเปรียบเทียบกับการต้องเข้าโรงภาพยนตร์ ซึ่งในบางครั้งต้องมาเจอกับสภาพแวดล้อมที่ไม่คาดคิด จึงทำให้เสียอรรถรสไปบ้าง แต่การไปดูหนังในโรงภาพยนตร์ก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการพบปะเพื่อนฝูง หรือเป็นกิจกรรมของครอบครัว ที่แน่ๆ หนังจะมีความสดและใหม่มากกว่าการดูบนแพลตฟอร์มออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้เจ้าพ่อโรงหนังอย่าง &amp;ldquo;วิชา พูลวรลักษณ์&amp;rdquo;&amp;nbsp; ประธานกรรมการบริหาร บมจ.เมเจอร์ ซีนี เพล็กซ์ กรุ้ป แสดงความมั่นใจว่าการมีทางเลือกสำหรับดูหนังมากขึ้นอย่างบนช่องทางออนไลน์นั้น เห็นว่าการขยายโรงหนังในไทยยังมีโอกาสได้อีกมาก เนื่องจากยังมีดีมานด์หรือผู้ที่ชื่นชอบการดูภาพยนตร์ในโรงจำนวนมาก โดยลูกค้ากลุ่มดังกล่าวนิยมดูหนังในโรงมาตลอด และจะยังมีพฤติกรรมเป็นเช่นเดิม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในยุคที่ใครๆ ก็เรียกว่า 4.0 การตลาดของเมเจอร์บนโลกโซเชียลมีเดียไม่ได้เน้นเพียงแค่นำคะแนนรีวิวหนังแต่ละเรื่องมาโพสต์บนเฟซบุ๊ก หรือแนะนำภาพยนตร์ธรรมดาๆ&amp;nbsp; เหมือนเดิม แต่หลายครั้งยังอิงกับสถานการณ์ปัจจุบันด้วย อย่างตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก คืนที่มีการแข่งขันระหว่างเยอรมันและเม็กซิโก ก็ได้ทำคอนเทนต์บนโลกออนไลน์ว่า &amp;ldquo;6 ซุป&amp;#39;ตาร์แถวหน้าของฮอลลีวูดที่มีเชื้อสายเยอรมัน&amp;rdquo; นับเป็นการตลาดที่เกาะกระแสบอลโลกแบบเนียนๆ อีกช่องทางหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หนังบางเรื่องอาจมีกระแสตอบรับดีเยี่ยม เพราะเป็นหนังฟอร์มยักษ์ที่รอคอยมานาน ขณะเดียวกันหนังบางเรื่องอาจไม่ได้มีกระแสแรงมาก ถูกจำกัดโรงฉาย แต่ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยต้องการจะดูในฐานะเป็นเจ้าของโรงหนังที่กินมาร์เก็ตแชร์ของประเทศไทยอยู่มากโข เมเจอร์จะแก้ปัญหานี้อย่างไร รวมถึงข้อจำกัดของเวลาผู้บริโภคบางกลุ่ม บางครั้งหนังออกจากโรงไปแล้วทำให้ต้องพลาดการรับชมภาพยนตร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การตลาดแบบ Segmentation นั่นคือสิ่งที่เมเจอร์กำลังเดินหน้าไปในทิศทางดังกล่าว ก่อนหน้าก็มีการเปิดตัวโรงหนังสำหรับเด็กมาแล้ว แต่โรงภาพยนตร์เป็นกลุ่มลูกค้าที่มีความหลากหลาย ทั้งกลุ่มวัยรุ่น กลุ่มคนทำงาน และกลุ่มครอบครัว และกลุ่มผู้สูงอายุมากขึ้นอีกด้วย หากวัดจากฐานสมาชิกบัตร M Generation รวมทั้งสิ้น 4,496,403 ราย แบ่งตามกลุ่มดังนี้ 1.M Gen Regular 2,326,647 ราย จะเป็นกลุ่มลูกค้าทั่วไป อายุระหว่าง 24-60 ปี 2.M Gen Student&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1,785,015 ราย กลุ่มนักเรียน นักศึกษา อายุระหว่าง 13-23 ปี 3.M Gen Kids 282,235 ราย กลุ่มเด็ก อายุต่ำกว่า 13 ปี และ 4.M Gen Freedom 102,506 ราย กลุ่มผู้สูงอายุ อายุมากกว่า 60 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การแก้ปัญหาของคนไม่มีเวลาดูหนัง คือ บริการ &amp;ldquo;Movie On Demand&amp;rdquo; ในคอนเซ็ปต์ &amp;ldquo;หนังทางเลือกใหม่...ตามใจคุณ&amp;rdquo; ถามว่าแล้วบริการนี้เป็นอย่างไร อธิบายง่ายๆ&amp;nbsp; ว่าเป็นบริการที่จะเปิดให้ผู้บริโภคโหวตภาพยนตร์ที่ตัวเองอยากดู ซึ่งออกจากโรงฉายไปแล้วให้กลับเข้ามาฉายอีกครั้ง โดยเฟสแรกเลือกผ่านผ่านเว็บไซต์ก่อนมีหนังประมาณ 50 เรื่อง ก็เลือกเวลาและหนังที่อยากดู และสาขาที่ต้องการ สุดท้ายหากมีคนสนใจเหมือนกันครบ 100 โหวต ก็จะเปิดฉายทันที โดยจะปิดโหวตก่อน 4 วันที่เลือกไว้ว่าจะดูวันไหน แบบนี้คงยังมีข้อสงสัยว่าแล้วมันจะตามใจคุณได้ยังไง ก็คงต้องรอเฟส 2 ประมาณเดือน ต.ค.2561 นี้ เมเจอร์บอกว่าจะเปิดให้โหวตผ่านแอปพลิเคชัน คราวนี้แหละอยากดูหนังเรื่องไหน กี่โมง ก็ตามแต่ใจลูกค้าเลย จะเปิดกว้างมากกว่าเฟสแรกที่ยังกำหนดมาให้เลือก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่รู้ว่าจะสามารถกระตุ้นการเข้าโรงหนังได้มากขึ้นสักแค่ไหน แต่ก่อนหน้านี้เมเจอร์ได้แอบทดลองบริการดังกล่าวมาแล้วเป็นระยะเวลา 8 เดือน ซึ่งพบว่าอัตราการเข้าชมภาพยนตร์มากถึง 50% หากเทียบกับรอบปกติที่มีการตีตั๋วเข้าชมประมาณ 30-40% นี่อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เปิดรับความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย ในยุคที่การตลาดไม่สามารถยิงทีเดียวแล้วจับได้เป็นกลุ่มๆ อีกต่อไป แต่ต้องจับเป็นรายบุคคลมากขึ้น.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;รุ่งนภา สารพิน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11623</URL_LINK>
                <HASHTAG>Movie On Demand, กระจกไร้เงา, บมจ.เมเจอร์ ซีนี เพล็กซ์ กรุ้ป, รุ่งนภา สารพิน, วิชา พูลวรลักษณ์, เม็กซิโก, เยอรมัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
