<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114966</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2021 01:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2021 19:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วงเสวนาหวั่นคดี&#039;โจ้ถุงคลุมหัว&#039;เป็นมวยล้มต้มคนดู ซัด’ประยุทธ์’ไร้ภาวะผู้นำ สิ้นหวังปฏิรูปตำรวจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29 ส.ค.64 - สถาบันปฏิรูปประเทศไทย วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมกับสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม&amp;nbsp; (สป.ยธ.) และคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย(ครป.) จัดเสวนาออนไลน์ หัวข้อ &amp;ldquo;ผ่าคดีผู้กำกับโจ้&amp;hellip;กับอนาคตปฏิรูปตำรวจไทย&amp;rdquo;&amp;nbsp; โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษวิชา มหาคุณ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา อ.สุนี ไชยรส อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตรเลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม&amp;nbsp; ดร.น้ำแท้ มีบุญสล้าง ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาการสอบสวนฯ สำนักงานอัยการสูงสุด&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายบุญแทน ตันสุเทพวีรวงศ์ ประธานครป. ร่วมเสวนา&amp;nbsp; ดำเนินรายการโดย ผศ.พิมพ์ณัฐชยา สัจจาศิลป์ วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ ม.รังสิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ.วิชา มหาคุณ กล่าวว่า คดีนี้เกิดจากการใช้อำนาจแบบเบ็ดเสร็จทั้งการจับกุมและการสอบสวนเอง&amp;nbsp; เหมือนสมัยโบราณเช่น ตอกเล็บ เพื่อให้ผู้ต้องหาสารภาพ แต่กระบวนการที่ล้มเหลวจากการใช้อำนาจการตรวจสอบ วัฒนธรรมของตำรวจใช้วิธีการปกปิด ซ่อนเร้น กินเอง ชงเอง ผู้ต่อสู้คดีจะไม่มีโอกาสรับรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตนเอง ต่ออาจจะต้องไปถึงศาลในการไต่สวน ดังนั้น การสอบสวน สืบสวนต้องแยกกับการจับกุม ต้องแยกเป็นอิสระไม่เชื่อมโยงกับสายการบังคับบัญชา แต่ตำรวจมักจะบอกว่าถ้าแยกออกจะทำให้สูญเสียกำลังไป แต่เราต้องยอมรับ เพื่อให้กระบวนการสอบสวนคดีอาญาที่ชอบธรรมตามกฎหมาย การสอบสวนคดีอาญาไม่ใช้การเอาผิด ต้องตั้ง MIND SET ในการให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย และให้พนักงานอัยการเข้ามาร่วมการสอบสวนคดีสำคัญบ้าง&amp;nbsp; สุดท้าย เราต้ององช่วยกันผลักดัน พรบ.สอบสวนคดีอาญา เข้าสู่สภา เพราะเราต้องสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาให้คนทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคำนูณ สิทธิสมาน กล่าวว่า&amp;nbsp; เรื่องร่างกฎหมายพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติที่อยู่ในรัฐสภาเน้นในเรื่ององค์กรและการให้ความเป็นธรรมในเรื่องการแต่งตั้งโยกย้าย ซึ่งหนึ่งในปัญหาสำคัญของตำรวจเลยว่ามีข้อกล่าวหาว่าการแต่งตั้งโยกย้ายไม่เป็นธรรม ทั้งเรื่องหลักเกณฑ์ที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาและการซื้อขายตำแหน่ง เรามักจะได้ยินคำว่า &amp;ldquo;ตั๋วช้าง&amp;rdquo;&amp;nbsp; แสดงถึงชาวบ้านไม่พอใจการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ จากนี้ไปจะใช้ระบบคะแนนประจำตัวคือความสามารถและความพึงพอใจของประชาชนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้น ร่างกฎหมายฉบับ อ.มีชัย โดยคณะรัฐมนตรีรับหลักการ และส่งกลับไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติปรับแก้มา เสร็จแล้วเสนอต่อรัฐสภาปัจจุบันจึงเป็นฉบับที่ปรับแก้จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว ขณะนี้ทำไปแล้วถึง 13 มาตรา นายกรัฐมนตรี มีการใช้อำนาจประกาศ คสช. มาแล้ว&amp;nbsp; 6 ครั้ง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร กล่าวว่า กล่าวว่า หัวใจการปฏิรูปตำรวจที่แท้จริง คือ&amp;nbsp; การกระจายอำนาจตำรวจให้สังกัดจังหวัด&amp;nbsp; ผวจ.ต้องมีอำนาจตรวจสอบควบคุม สั่งเลื่อนเงินเดือนและแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจในจังหวัดทุกระดับได้ด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการตำรวจจังหวัดให้ทุกคนเจริญเติบโตในจังหวัด สร้างขวัญกำลังใจให้ตำรวจได้อยู่กับครอบครัวและมีความสัมพันธ์อันดีกับประชาชนในอำเภอและจังหวัด หน่วยตำรวจเฉพาะทางต้องโอนไปให้กระทรวงทบวงกรมที่รับผิดชอบตามกฎหมาย&amp;nbsp; ให้มีอำนาจสอบสวนความผิดตามอำนาจหน้าที่อีกทางหนึ่งคู่ไปกับตำรวจท้องที่ โดยการสอบสวนคดีสำคัญ หรือที่มีการร้องเรียนของทุกหน่วย&amp;nbsp; อัยการต้องเข้าตรวจสอบหรือควบคุมสั่งการตั้งแต่เกิดเหตุได้ นอกจากนั้น&amp;nbsp; ก็ต้องทำตำรวจให้มีความเป็นพลเรือนมากขึ้น&amp;nbsp; แทนการฝึกและการปกครองบังคับบัญชารวมทั้งวินัยแบบทหารที่มีไว้เพื่อการรบกับข้าศึก&amp;nbsp; โดยเฉพาะพนักงานสอบสวนเจ้าพนักงานกระบวนการยุติธรรม จะอยู่ในระบบการปกครองแบบทหารผู้บังคับบัญชาสั่ง &amp;#39;ซ้ายหันขวาหัน&amp;#39; ไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าวว่า ประเทศไทยมีนายพลตำรวจทุกตำแหน่งถึง 500 คน มากที่สุดในโลก&amp;nbsp; มีกองบัญชาการที่ไม่จำเป็นมากมาย&amp;nbsp; เช่น บช.ตำรวจภาค&amp;nbsp; เหล่านี้ต้องยุบให้หมดเมื่อตำรวจสังกัดจังหวัด&amp;nbsp; จะประหยัดงบประมาณปีละเกือบหมื่นล้าน&amp;nbsp; ซ้ำงานรักษากฎหมายของประเทศก็จะดีขึ้นด้วย&amp;nbsp; เพราะลดขั้นตอนและการรายงานรวมทั้งการสั่งการต่างๆ ที่ไม่สอดคล้องกับปัญหาของแต่ละจังหวัดออกไปปัจจุบันตำรวจเลวร้ายกว่าอดีตมาก&amp;nbsp; มีปัญหาการวิ่งเต้นไปจนซื้อขายตำแหน่ง&amp;nbsp; ก่ออาชญากรรมสารพัด&amp;nbsp; และ พรบ.ตำรวจ รวมทั้ง พรบ.สอบสวน ก็ไม่ได้เป็นการปฏิรูปที่เป็นโล้เป็นพายอะไรเลย&amp;nbsp; เพราะส่งไปให้ตำรวจผู้ใหญ่ปรับแก้ตามใจตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกรัฐมนตรีไม่มีภาวะผู้นำเพียงต่อการปฏิรูปตำรวจตามที่ประกาศไว้หลังยึดอำนาจเป็นการ พูดเรื่อยเปื่อยไปอย่างนั้นเพื่อไม่ให้ประชาชนเคลื่อนไหวต่อต้านเป็นสำคัญ สิ่งที่กำลังทำพยายามเสนอร่างกฎหมายหลังเกิดเหตุอื้อฉาว&amp;nbsp; ผกก.ตำรวจ เอา &amp;#39;ถุงคลุมหัวผู้ต้องหาตาย&amp;#39;&amp;nbsp; ไม่ใช่การปฏิรูปที่แท้จริงอะไร&amp;nbsp; ประชาชนอย่าไปสนใจร่างกฎหมายทั้งสองฉบับ&amp;nbsp; ปล่อยให้เขาว่าไปต้องรอให้มีการ ร่างรัฐธรรมนูญ หรือรัฐบาลใหม่&amp;nbsp; ค่อยเคลื่อนไหวเรียกร้องให้มีการปฏิรูปตำรวจที่แท้จริงตามแนวทางที่กล่าวไว้อีกครั้ง&amp;rdquo;พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.น้ำแท้&amp;nbsp; มีบุญสล้าง กล่าวว่า คนไทยเรามีความหวังสังคมไทยในการปฎิรูป อุปสรรคไม่ใช่เรื่องความยาก แต่อยู่ที่ไม่ทำ เพราะเงินและอำนาจเป็นอุปสรรคในการปฏิรูป เพราะถ้าปฏิรูปก็เกิดความโปร่งใส ตำรวจก็หากินไม่ได้ ฉะนั้นระบอบแบบนี้มันอยู่ที่ผลประโยชน์ เราควรมาสร้างกระบวนการยุติธรรมที่โปร่งใสไว้ให้คนรุ่นหลัง&amp;nbsp; คือ กระบวนการยุติธรรมที่ความจริงปรากฏ อัยการต้องมาทบทวนบทบาทตัวเองในการค้นหาความจริง ในการเปลี่ยนวิธีคิดตัวเองให้มีประสิทธิภาพปรับบทบาทตัวเอง มองเป้าหมายในการผดุงความยุติธรรม การตรวจสอบถ่วงดุลต้องไปทำตั้งแต่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ.สุณี ไชยรส กล่าวว่า รธน. 40 ได้เขียนไว้ในเรื่องกระบวนการยุติธรรมไว้ หลักง่ายคือ 1.สิทธิในร่างกายของเรา 2.ผู้ต้องหายังเป็นผู้บริสุทธิ์ 3.เวลาสอบสวนต้องมีทนายหรือผู้ต้องหาไว้วางใจรับฟังด้วย แต่กรณีผู้กำกับโจ้ไม่มีการคุ้มครองพยาน บทเรียนของการทรมานคือ ไม่มีใครกล้าสู้หรือเอาผิดตำรวจได้ กลไกของตำรวจและกระบวนการยุติธรรมยังอ่อนมากสุดท้ายจะหลุดคดี เราจึงต้องจัดการเอาผิดและจะเป็นการท้าทายกระบวนการยุติธรรม กฎหมายตำรวจแห่งชาติถูกหมกเม็ดแปลงสารอย่างที่หลายคนพูดกัน ซึ่งรัฐบาลใช้กระบวนการร่างกฎหมายที่ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ รธน.คือไม่มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน รัฐบาลยังทำในสิ่งที่ขัดแย้งกันเองจาร่างกฎหมายช้ายากและยืดเยื้อ ดังนั้น ทุกกระบวนการต้องกล้าหาญที่ต้องทำให้การมีส่วนร่วมของประชาชนและโปร่งใส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญแทน ตันสุเทพวีรวงศ์ กล่าวว่า คดีโจ้จะเป็นมวยล้มต้มคนดู ผู้กระทำผิดลอยนวล เราเห็นเค้าลางความไม่ชอบมาพากลหลายเรื่อง ตั้งแต่การแถลงข่าว ถ้าไม่มีการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมคดีนี้ก็จะเลือนหายไปอย่างที่เคยเกิดขึ้นในอดีต กลายเป็นคดีที่ไม่มีความผิด การโอนคดีให้กองปราบไปดำเนินการประชาชนก็ยังสงสัยในกระบวนการยุติธรรม เพราะประชาชนทุกคนก็เสี่ยงที่จะตกเป็นผู้ต้องหาและถูกคลุมถุงดำได้ทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงท้าย อ.วิชา กล่าวว่า&amp;nbsp; ควรจะต้องผลักดันในการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ปฎิรูปคือ ทำอย่างไรให้ตำรวจรับผิดชอบ ยอมรับการตรวจสอบ มีธรรมาภิบาล ยอมรับสิทธิมนุษยชน ถ้าเรายังปล่อยทิ้งเอาไว้ในยามที่บ้านเมืองทุกข์ยากมหาศาล ว่าเราต้องยุติปัญหา ว่ากระบวนการนี้ต้องมีการสอบสวนเอาความจริงให้ปรากฎและให้ความเป็นธรรมในเรื่องการสู้คดี&amp;nbsp; นอกจากนี้ต้องพัฒนาระบบการสร้างคน เปลี่ยนทัศนคติจากใช้อำนาจมาใช้หลักเหตุผล และหลักสิทธิมนุษยชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114966</URL_LINK>
                <HASHTAG>การปฏิรูปตำรวจ, พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล (ผกก.โจ้), พ.ต.อ.วิรุตม์  ศิริสวัสดิบุตร, พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ, วิชา มหาคุณ, วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612bcb736a173.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106707</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2021 16:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2021 16:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.ปปช. เชิญ &#039;วิชา มหาคุณ&#039; ช่วยตอกปมมาตรฐานจริยธรรม &#039;ธรรมนัส&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มิ.ย.64 - ที่รัฐสภา นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) แถลงภายหลังการประชุมกมธ.ว่า กรณีการตรวจสอบมาตรฐานจริยธรรมของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรรมาธิการได้เชิญ นายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ได้มอบหมายให้รองเลขาฯ มาให้ข้อมูล โดยนายวิชา ได้ให้ข้อมูลว่า ผู้ที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะต้องมีจริยธรรมควรเป็นบุคคลที่โปร่งใส ซึ่งในต่างประเทศผู้ดำรงตำแหน่ง ก็จะละอายแก่ใจ รู้ผิดถูกเอง ส่วนของประเทศไทยทำไมต้องตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอฝากไปยังนายกรัฐมนตรีหากทราบว่าไม่โปร่งใสก็ควรปลดออกจากตำแหน่ง ไม่จำเป็นต้องมีคณะกรรมการใดมาตรวจสอบ ให้มีการปลดออก&amp;nbsp;นอกจากนี้กมธ.ยังได้หยิบยกคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกาเข้ามาประกอบการพิจารณาด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp;โฆษก กมธ.ป.ป.ช. กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106707</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ปปช., ธรรมนัส พรหมเผ่า, ธีรัจชัย พันธุมาศ, พรรคก้าวไกล, มาตรฐานจริยธรรม, วิชา มหาคุณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210422/image_big_60813bdfb7b49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106108</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2021 09:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2021 09:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอเหวง&#039; แชร์โพสต์ Weng ถาม &#039;บิ๊กตู่-วิชา&#039; คดีบอสชนตำรวจตายไปถึงไหนแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มิ.ย.64 - นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) แชร์โพสต์ของ Weng Tojirakarn โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม พล.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ วิชา มหาคุณครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ว่าคดี บอส ชนตำรวจตายแล้วลากศพไปร่วมร้อยเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไปถึงไหนแล้วครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือจะจบดื้อๆแค่นั้นหรือครับ???&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปล่อยให้คดีหมดอายุความงั้นหรือเปล่าครับ???&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเมื่อได้มีความพยายามพิสูจน์แล้วว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเปลี่ยนตัวเลขความเร็วรถยนต์นั้นเป็นเรื่องเสกสรรปั้นแต่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี คุยโม้คุยโตตลอดว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกฏหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีเรื่องมากมายที่ประจานว่าที่คุยโวโอ้อวดไว้ไม่เป็นความจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องอุ้มหาย อุ้มฆ่าของคนไทยจำนวนนับสิบคนในยุครัฐบาลประยุทธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ปล่อยให้เรื่องหายไปในสายลมซะงั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้คนเขาจะประจานเอาได้นะครับว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พูดโกหก (หรือไม่จริง?????)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่นดังที่ประกาศว่าจะไม่รัฐประหารยึดอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่แล้วก็กลับเข้ายึดอำนาจรัฐประหารสบายใจเฉิบไปเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใช่หรือไม่ครับ?????&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106108</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบอส, นพ.เหวง โตจิราการ, วิชา มหาคุณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210320/image_big_60557cfa717a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102520</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2021 15:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2021 15:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิชา&#039; ฟาดแรง คดีธรรมนัส ทำลายเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ค.64 - นายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โพสต์เฟสบุ๊กถึงคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ระบุร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ไม่ต้องพ้นสถานะรัฐมนตรี กรณีต้องคำพิพากษาจำคุกคดียาเสพติดที่ประเทศออสเตรเลียว่า แม้ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ถูกร้องเคยต้องคำพิพากษาศาลออสเตรเลียถึงที่สุดว่า ได้กระทำความผิดกฎหมายว่าด้วยยาเสพติด ก่อนสมัครรับเลือกตั้งส.ส. แต่มิใช่คำพิพากษาของศาลไทย ผู้ถูกร้องจึงไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98(10) จึงเกิดข้อถกเถียงทางวิชาการว่า แนวคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าวถูกต้องตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญปี2560หรือไม่ หากศึกษารายละเอียดในคำปรารภรัฐธรรมนูญปี2560 จะปรากฏข้อความตอนหนึ่งว่า &amp;ldquo;เพื่อมิให้ผู้บริหารที่ปราศจากคุณธรรม จริยธรรมและธรรมาภิบาลเข้ามามีอำนาจปกครองบ้านเมือง หรือใช้อำนาจตามอำเภอใจ&amp;rdquo; เจตนารมณ์รัฐธรรมนูญจึงเป็นที่แน่ชัดว่า ออกแบบมาเพื่อตรวจสอบและขจัดผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่มีปัญหาด้านคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาล มิให้มีอำนาจปกครองบ้านเมือง อันเป็นปัญหาร้ายแรงที่สุดตลอดมาในการปกครองบ้านเมือง ปัญหาด้านจริยธรรมของผู้บริหารที่ขาดความเชื่อถือศรัทธาจากประชาชน แต่ไม่ยอมออกจากตำแหน่ง โดยอ้างประชาชนเป็นผู้เลือกให้ทำหน้าที่ ทำให้เกิดวิกฤติศรัทธา ล้มเหลวการบริหารราชกาแผ่นดิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชาระบุว่า การตีความโดยเคร่งครัดตามลายลักษณ์อักษรของศาลรัฐธรรมนูญ จึงกระทบกระเทือนต่อภารกิจอันสำคัญยิ่งของศาลรัฐธรรมนูญที่ต้องเป็นผู้คุ้มครองป้องกันและรักษาไว้ซึ่งเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ ตามหลักรัฐธรรมนูญนิยม &amp;nbsp;และก่อให้เกิดผลในทางที่ไม่น่าจะเป็น หรือผลประหลาด หรือผลอันไม่คาดคิด ดังเช่นคดีนี้ย่อมสร้างความประหลาดใจแก่รัฐต่างประเทศว่า บุคคลซึ่งกระทำผิดและถูกตัดสินโดยศาลต่างประเทศ ย่อมเดินทางกลับมาเป็นผู้ปกครองประเทศ หรือบริหารราชการแผ่นดินไทยได้ทั้งสิ้น ก่อให้เกิดมาตรฐานจริยธรรมที่แตกต่างกับลักษณะสากลอย่างสิ้นเชิง ทั้งที่คณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่11 และคณะที่13 เคยประชุมร่วมกันและมีความเห็นตามบันทึกกฤษฎีกาที่ 127/2563ว่า กรณีที่ใช้ผลของคำพิพากษาของศาลต่างประเทศมารับฟังเป็นพยานหลักฐานในฐานะข้อเท็จจริง มิใช่มาบังคับโทษในประเทศไทย ย่อมเป็นสิ่งที่กระทำได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102520</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธรรมนัส, วิชา มหาคุณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210402/image_big_6066ef976ce9a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98125</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2021 17:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2021 17:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิชา-อดีต ปปช.&#039; แนะรอฟังศาลปกครองสูงสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 เม.ย.64 - นายวิชา มหาคุณ อดีตคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีศาลปกครองกลาง สั่งเพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลัง ที่ให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ชินวัตร ชดใช้ค่าเสียหาย 3.5 หมื่นล้าน จากกรณีการทุจริตโครงการระบายข้าวและจำนำข้าว พร้อมกับสั่งเพิกถอนการยึด อายัดทรัพย์สินของอดีตนายกรัฐมนตรีกับสามี เพื่อดำเนินการขายทอดตลาด เหตุคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดไม่ได้ดำเนินการขั้นตอนว่า เป็นเรื่องของศาลปกครองกลาง ซึ่งยังมีศาลปกครองสูงสุดอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า หากคำพิพากษาศาลปกครองกลางออกมาแบบนี้ จะขัดแย้งกับคำพิพากษาอื่นก่อนหน้านี้หรือไม่ นายวิชา กล่าวว่าไม่ใช่อย่างนั้น เพราะคิดกันคนละแบบ ซึ่งคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็ชัดเจนอยู่แล้ว คดีนี้เป็นคดีแพ่งที่ได้รับความเสียหาย ไม่อยากให้มองเป็นอย่างอื่นเพราะจะทำให้คำพิพากษาขัดแย้งกัน ดังนั้นเราจะต้องรอคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดซึ่งเชื่อว่าจะมีการยื่นอุทธรณ์อีกครั้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98125</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำนำข้าว, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, วิชา มหาคุณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210402/image_big_6066ef976ce9a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95699</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2021 10:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2021 10:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.ก้าวไกล จี้นายกฯเปิดเอกสารคดีบอส หลัง &#039;วิชา มหาคุณ&#039; สอบเสร็จนานแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มี.ค.64 - เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาลรัฐบาล นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ​ และ​ พ.ต.ต.ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ​ พรรคก้าวไกล ยื่นหนังสื่อถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เพื่อขอให้เปิดเผยข้อมูลของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชนที่นายกรัฐมนตรีได้ตั้งขึ้น เพื่อให้นายวิชา มหาคุณ ประธานกรรมการชุดดังกล่าว และคณะกรรมการให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในคดีอาญาที่พนักงาน อัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง นายวรยุทธ อยู่วิทยา ผู้ต้องหาคดีขับรถชนเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2555&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรัจชัย กล่าวว่า ตนขอใช้สิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารตาม​ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการพ.ศ. 2540 เพื่อขอให้มีการเปิดเผยเอกสารการตรวจสอบของคณะกรรมชุด นายวิชา โดยขอคัดลอกถ่ายเอกสารสำเนารายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง และข้อกฎหมาย ของคณะกรรมการชุดนายวิชา ฉบับเต็ม และเอกสารรายงานผลความคืบหน้าของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ซึ่งมีผลการตรวจสอบของหน่อยงาน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) , สภาทนายความ , อัยการสูงสุด , สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) สำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ที่อยู่ในคณะกรรมการดังกล่าวด้วย ทั้งนี้เมื่อครบเวลา 7 วันแล้ว ตนจะมาติดตามเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95699</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบอส กระทิงแดง, พรรคก้าวไกล, วิชา มหาคุณ, อัยการสั่งไม่ฟ้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210311/image_big_60498af5e27e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84033</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/11/2020 19:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/11/2020 19:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คกก.สอบวินัย &#039;เนตร นาคสุข&#039; เชิญ &#039;วิชา-เข็มชัย&#039; เข้าให้ถ้อยคำในฐานะพยาน 18 พ.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเนตร นาคสุข รอยอัยการสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ย.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 18 พ.ย. นี้ เวลา 10.00 น. คณะกรรมการสอบสวนความผิดวินัยชั้นต้น นายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุดกรณีสั่งไม่ฟ้องคดี นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ขับรถชนตำรวจเสียชีวิตเมื่อปี 2555 ได้เชิญนายวิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายคดีนี้ ที่นายกรัฐมนตรีเคยตั้งขึ้น มาพบคณะกรรมการสอบสวนในฐานะพยาน เพื่อให้ถ้อยคำในกรณีดังกล่าว และเวลา 11.00 น. ในวันเดียวกัน ก็ได้เชิญ นายเข็มชัย ชุติวงศ์ อดีตอัยการสูงสุด มาให้ปากคำในฐานะพยานด้วยที่ห้องประชุมคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) ชั้น 8 สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคณะกรรมการสอบสวนความผิดวินัยชั้นต้นดังกล่าวได้มีการแต่งตั้งขึ้นในการประชุม ก.อ. ครั้งที่ 10/2563 เมื่อวันที่ 20 ต.ค. 2563&amp;nbsp;โดยมีนายไพรัช วรปาณิ ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธาน, นางพิมพร โอวาสิทธิ์ ก.อ. ผู้ทรงคุณวุฒิเป็นกรรมการ, นายสนทรรศ สิงหพัศ รองอัยการสูงสุดเป็นกรรมการ, นายชัชชม อรรฆภิญญ์ รองอัยการสูงสุด เป็นกรรมการ, นายมั่นเกียรติ ธนวิจิตรพันธ์ ผู้ตรวจการอัยการ เป็นกรรมการและเลขานุการ และนายยุทธพงษ์ อภิรัตน์รังษี รองอธิบดีอัยการ สำนักงาน ก.อ. เป็นผู้ช่วยเลขานุการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84033</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.อ., คณะกรรมการอัยการ, คดีบอส กระทิงแดง, วิชา มหาคุณ, อัยการสั่งไม่ฟ้อง, เนตร นาคสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200813/image_big_5f353ad5910b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
