<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87557</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/12/2020 14:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/12/2020 14:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ครูตั้น&quot;เสนอ&quot;คนละครึ่ง&quot;วิชาการ-กิจกรรม&quot;เด็กนักเรียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21ธ.ค.63- นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ตนเตรียมที่จะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เรื่องแนวทางการปรับเปลี่ยนการเรียนการสอนในห้องเรียน ซึ่งจะเป็นการปรับลดชั่วโมงเรียนในห้องเรียนลงด้วยการแบ่งชั่วโมงวิชาการครึ่งหนึ่งและชั่วโมงการทำกิจกรรมอีกครึ่งหนึ่ง แต่การทำกิจกรรมนั้นจะต้องเป็นกิจกรรมด้านวิชาการ โดยตนมองว่าที่ผ่านมาการปรับลดชั่วโมงในห้องเรียนจะเน้นการเรียนการสอนนับชั่วโมงเรียนให้ครบตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน &amp;nbsp;อีกทั้งการเรียนการสอนในห้องเรียนครูผู้สอนเน้นการเรียนแบบท่องจำและจดเลคเชอร์ &amp;nbsp;แต่ขณะนี้ ศธ.กำลังปรับหลักสูตรใหม่แล้ว ดังนั้นการเรียนการสอนก็จะต้องถูกปรับล้อตามไปด้วย ขณะเดียวกันปัจจุบันนี้การรับรู้ของเด็กเปลี่ยนไปแล้ว และเด็กจำเป็นต้องมีทักษะชีวิตให้เรียนรู้และวิเคราะห์ค้นหาความรู้นอกห้องเรียนที่หลากหลายมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า โครงการดังกล่าวจะเป็นการเดินหน้านโยบายในอดีตเรื่องลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ใช่หรือไม่ นายณัฏฐพล กล่าวว่า ตนคิดว่าเรื่องลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ที่ผ่านมาทำไม่ได้จริง ซึ่งตนกลับมองว่าเราเพิ่มเวลาเรียนและลดเวลารู้ของเด็กมากกว่า ดังนั้นจากนี้ไปตนต้องการให้มีทำเรื่องลดเวลาเรียนในห้องเรียนและมาเพิ่มเวลารู้นอกห้องเรียนอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการเพิ่มเวลารู้ผ่านกระบวนการกิจกรรมจะตอบโจทย์การเรียนการสอนมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายณัฏฐพลกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ &amp;nbsp;ในปีการศึกษา 2564 นี้ ตนถือว่าการปรับลดภาระงานครู และการปรับปรุงหลักเกณฑ์การขอมีและเลื่อนวิทยฐานะครูจะเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่ข้าราชการครู เพราะตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมาตนได้ค้นพบปัญหาของข้าราชการครูแล้วว่าสิ่งใดที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานของครูบ้าง โดยปรับปรุงการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะแนวใหม่ใน 4 สายงาน คือ ครู ศึกษานิเทศก์ ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษา ซึ่งตนต้องการให้การประเมินวิทยฐานะปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งระบบ เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาครูและยกระดับผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนอย่างแท้จริง โดยการประเมินวิทยฐานะรูปแบบนี้จะไม่เหมือนการประเมินแบบเดิมอีกต่อไป เพราะเราจะลดความยุ่งยากของการประเมินและการใช้เอกสารทั้งหมด รวมถึงการปรับปรุงการเข้าสู่ตำแหน่งของครูจะมีความยืดหยุ่นมากขึ้นด้วย ขณะที่การแก้ไขปัญหาหนี้สินครูนั้นสรุปแนวทางการแก้ไขที่ชัดเจนแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87557</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนละครึ่ง, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, วิชาการ-กิจกรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201216/image_big_5fd9cd1273b50.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
